Recommend

servant

[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 18

posted on 16 Nov 2010 15:25 by kameryuichi  in servant

 

Part 18











ชางมินเดินเข้ามา ในห้องทำงานด้วยความหงุดหงิด เขากับยุนโฮช่วยกันตามหายูชอนตั้งแต่เมื่อคืนวานจนเช้าวันนี้ก็ยังไม่พบร่อง รอย นอกจากจะหาคู่หมั้นเพื่อนไม่เจอแล้ว เพื่อนรักของเขายังมาหายตัวไป ทั้งที่รู้ว่ายูชอนน่าจะไปตามหาจุนซู แต่เขาก็นึกไม่ออกว่า เพื่อนเขาจะเริ่มตามหาจุนซูที่ตรงไหน ตอนนี้ชางมินรู้สึกมืดแปดด้าน ปัญหาทุกอย่างมันประดังเข้ามาหมดจนไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ตรงไหนดี ชายหนุ่มเดินมาหยุดที่หน้าต่าง สายตาเหม่อมองไปยังสวนหย่อมด้านล่างที่จัดไว้อย่างสวยงามของคฤหาสน์ตระกูล ชิม จู่ๆเสียงมือถือดังขึ้น มือสีน้ำผึ้งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เหลือบดูชื่อคนเรียกเข้านิดนึงก่อนจะกดรับโทรศัพท์

“ชางมิน” เสียงคุ้นเคยดังมาตามสายด้วยความร้อนรน

“มีอะไรยูฮวาน เจออะไรเหรอ” ชางมินถาม

“ยัย นั่นมาชางมิน ทำยังไงดี ฉันยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าพี่ชายหายตัวไป” ยูฮวานพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน ตอนนี้เขายิ่งกลุ้มใจเรื่องที่ชายหายตัวไป ยัยจุ้นยังจะตามมาถึงที่นี่อีก

“ใจเย็นๆก่อน นายก็กันไว้อย่าให้เข้าไปได้เหมือนทุกทีสิ” ชางมินปลอบ เขารู้ว่าตอนนี้ยูฮวานต้องไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ ถึงได้คิดเรื่องง่ายๆแค่นี้ไม่ออก

“ฉันจะพยายามนะ ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย ได้ข่าวเรื่องพี่บ้างไหม”

“ยังเลย ฉันกับยุนโฮก็ออกตามหามาทั้งคืนแล้ว ก่อนไปมันพูดอะไรบ้างหรือเปล่า” ชางมินถาม ยูฮวานคิดนึงนึงก่อนตอบ

“ไม่ มีนะ อ๊ะชางมิน ยัยจุ้นมันเดินมาถึงหน้าห้องแล้ว เดี๋ยวฉันวิ่งไปกันไว้ก่อนนะ จะมาทำมาแต่เช้าเนี่ย” ยูฮวานบ่นงึมงำ พร้อมๆกับเสียงสัญญาณขาดหายไป ชางมินกดปิดโทรศัพท์ ร่างสูงผ่อนลมหายใจยาว งานนี้เขาต้องทึ่งชีวอนจริงๆ นอกจากจะกลบร่องรอยของจุนซูอย่างมิดชิดแล้ว ยังทำให้พวกเขาสับสน และไม่สามารถจับต้นชนปลายอะไรได้ถูกเลย เขาไม่เข้าใจเลยว่า คนฉลาดๆอย่างชีวอนทำไมถึงมาทำอะไรแบบนี้ มันดูไร้เหตุผลเกินไป ชางมินสลัดศีรษะไล่ความง่วงงุนออกไป ร่างสูงพาตัวเองออกไปนอกห้องทำงาน ตอนแรกคิดว่าจะกลับมาหาข้อมูลนิดหน่อยแล้วค่อยกลับไปหายุนโฮที่บ้านแจจุง แต่ตอนนี้รู้สึกว่าร่างกายล้าเกินไปเขาคงต้องทำให้ตัวเองสดชื่นขึ้นนิดหน่อย ก่อนที่จะกลับมาสู้กับปัญหาตรงหน้า




ซอฮยอนเดินมาถึง หน้าห้องพักของยูชอน หญิงสาวจัดเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อย สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไม่มีการ์ดคอยดูแลเหมือนทุกที แต่ก็ไม่สนอะไร ไม่มีการ์ดสิดีเธอจะได้เข้าไปหาพี่ยูชอนได้สบาย ยูฮวานจอมยุ่งก็ไม่อยู่ด้วย ทำไมทุกอย่างที่เป็นใจให้เธอขนาดนี้ มือเรียวกำลังจะจับลูกบิดประตูแต่ถูกมือของอีกฝ่ายนึงยึดไว้ก่อน

“จะ ทำอะไรน่ะ” ยูฮวานถามน้ำเสียงไม่พอใจ ดีว่าเขารีบวางโทรศัพท์แล้ววิ่งมาทัน ยัยจุ้นนี่มาทำไมตั้งแต่เช้า เขายิ่งกลุ้มเรื่องพี่ชายหายอยู่ด้วย

“ปล่อย ฉันนะ ฉันมาหาพี่ยูชอน” ซอฮยอนตอบ พยายามบิดลูกบิดเข้าไปแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงจะไปสู้แรงผู้ชายอย่างยูฮวานได้ยังไง

“ไม่ ได้ พี่ชายนอนพักผ่อนอยู่ มาทำไมตั้งแต่เช้า ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่โรงพยาบาลคนไข้ต้องการพักผ่อนไม่ใช่มาคอยรับแขก” ยูฮวานลากซอฮยอนไปอีกด้านนึงให้ห่างประตู

“โอ้ย อะไรกันเนี่ยฉันเจ็บนะ ฉันจะเข้าไปเยี่ยมคูหมั้นฉันมันผิดตรงไหน” ซอฮยอนเถียง

“อดีต ต่างหาก เธอไม่ได้เป็นคู่หมั้นพี่ชายฉันมานานแล้วอย่ามาทำเนียนหน่อยเลย กลับไปซะพี่ชายจะพักผ่อนไม่รับแขก” ซอฮยอนเริ่มโมโห ทำไมทุกคนต้องคอยขัดขวางเธอกับพี่ยูชอนด้วยล่ะ ทำไมทุกคนต้องคอยกีดกัน ไม่ยอมให้เธอเข้าใกล้ ทั้งคุณปู่แล้วก็ยูฮวานด้วย คนพวกนี้เป็นศัตรูของเธอทั้งหมด สักวันเธอจะทำให้พวกนี้รู้สึกให้ได้ หญิงสาวไม่สนใจคนตรงหน้า รีบวิ่งไปอีกทางนึงเพื่อจะไปเปิดประตูให้ได้ ยูฮวานรีบวิ่งตามไป วันนี้ไม่มีการ์ดเพราะว่าเขาสั่งให้ไปตามหาพี่ชายหมด เขาจึงต้องคอยรับมือกับยัยจุ้นนี่คนเดียวเท่านั้น

“จะทำอะไรนะ” ยูฮวานวิ่งไปยื้อซอฮยอนเอาไว้แต่ก็พลาดซอฮยอนหลบไปได้ หญิงสาวไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น รีบวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็วเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที

“พี่ยู ชอนคะ ฉันมาแล้วค่ะ พี่ยูชอน” ซอฮยอนรีบวิ่งเข้าไปข้างในพลางส่งเสียงเรียกยูชอนไม่ขาดปาก แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบรับจากใครเลยสักคน หญิงสาวจึงรีบเดินเข้าไปข้างในส่วนที่เป็นที่พักคนไข้ ตากลมโตกวาดตามองไปรอบห้อง ไม่มีใครอยู่ในนั้นสักคน เตียงคนไข้ก็เรียบตึงเหมือนกับไม่มีคนนอน ซอฮยอนเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดประตูออกดูก็พบว่ามันไม่ได้ติดล็อค ยูชอนไม่ได้อยู่ที่นี่ จึงรีบเดินกลับไปหายูฮวานที่ยืนกอดอกไม่พอใจอยู่ที่ห้องรับแขก

“พี่ยูชอนไปไหน” ซอฮยอนตะคอกถามร่างบาง

“จะถามไปทำไม” ยูฮวานตอบด้วยน้ำเสียงยียวน

“ฉัน ถามว่าพี่ยูชอนไปไหน นายเอาพี่ยูชอนไปซ่อนไว้ที่ไหนบอกมาเดี๋ยวนี้” ซอฮยอนเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าสะสวยเริ่มบิดเบี้ยวด้วยแรงอารมณ์ สายตาดุดันจนยูฮวานเองยังตกใจ เขาไม่เคยเห็นซอฮยอนเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ยูฮวานก็ไม่ใส่ใจมากนักเพราะคิดว่าซอฮยอนคงแค่โกรธบวกกับคิดไปเองว่าเขา เอาพี่ชายไปซ่อนจึงยังพูดจายียวนซอฮยอนต่อไปโดยไม่รู้ว่าเขาไปกระตุ้นอาการ ทางจิตของซอฮยอนให้มันรุนแรงขึ้นอีกด้วย

“ไม่บอก เรื่องอะไรฉันต้องบอกให้เธอตามไปรบกวนพี่ชายฉันด้วยล่ะ” ยูฮวานกอดอกเชิดหน้า

“บอกมาเดี๋ยวนี้นะ นายเอาพี่ยูชอนไปซ่อนไว้ที่ไหน บอกฉันมา” ซอฮยอนตะโกน

“ไม่บอก” ยูฮวานตะโกนบ้าง ไม่สนใจแล้วว่าที่นี่คือโรงพยาบาล คนอย่างปาร์คยูฮวานไม่ยอมให้ใครมาตะโกนใส่หน้าแบบนี้หรอก

“บอกฉันมา” ซอฮยอนกำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าในเนื้อ

“ไม่ ฉันบอกว่าไม่ๆๆไงเล่า” ยูฮวานยังคงยั่วโมโหต่อไป ซอฮยอนตรงเข้าไปทำร้ายร่างการยูฮวานทันทีโดยที่ยูฮวานยังไม่ทันตั้งตัว ยูฮวานพยายามจับมือซอฮยอนเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ผล ไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเอาแรงมาจากไหน ทั้งจิกทั้งข่วนเขาตลอดเวลา ยูฮวานโมโหจับซอฮยอนเหวี่ยงไปที่โซฟา หญิงสาวรู้สึกจุกเล็กน้อย แต่ก็ลุกขึ้นมาวิ่งเข้าใส่ยูฮวานอีก แต่คราวนี้ยูฮวานตั้งตัวได้แล้ว จึงรวบแขนซอฮยอนเอาไว้ได้ทัน แล้วจับบิดไปไพล่หลังเอาไว้

“ปล่อยฉันจะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” ซอฮยอนดิ้น

“ปล่อย หมาบ้าอย่างเธอฉันก็โง่แล้ว จะบ้าหรือไงจู่ๆมาทำร้ายฉันแบบนี้ได้ยังไง” ยูฮวานหันซ้ายหันขวาเจอกับผ้าขนหนูผืนเล็กรีบคว้ามามัดมือซอฮยอนเอาไว้กับ เตียงข้างนึง แล้วรีบผละออกมา ปล่อยให้หญิงสาวพยายามจะแกะมืออกจากผ้าที่ผูกไว้ แต่ก็ไม่ถนัดเพราะว่ายูฮวานจับมัดไพล่หลังเอาไว้

“จับฉันมัดทำไม แกจะทำอะไรฉัน” ซอฮยอนตวาด

“ใครจะไปทำอะไรเธอ เธอต่างหากที่ทำฉัน เป็นบ้าหรือไงจู่มาทำร้ายร่างกายคนอื่น” ยูฮวานหอบเพราะเหนื่อยจากการจัดการซอฮยอนเมื่อกี้

“ก็ บอกมาสิ ว่าพี่ยูชอนอยู่ที่ไหน” ซอฮยอนตวาด ยูฮวานโมโหเลยหลุดบอกซอฮยอนไป เพราะรำคาญที่ซอฮยอนพูดไม่รู้เรื่อง และอยากจะให้หญิงสาวรู้ตัวซะบ้างว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันทำคนอื่นเดือดร้อนมาก แค่ไหน

“เขาก็ไปหาแฟนเขาสิ เพราะเธอไม่ใช่เหรอที่ทำให้แฟนเขาหายไป เพราะเธอคนเดียว ยังจะมีหน้ามาถามหาเขาอีก ไม่มีใครเขาอยากเห็นหน้าเธอหรอกนะซอฮยอน หัดมองตัวเองซะบ้างว่าทำความเดือดร้อนให้คนอื่นมากแค่ไหน” ยูฮวานพูดจบก็เดินออกไปจากห้องนั้นทันที ปล่อยให้ซอฮยอนกรีดร้องราวกับคนบ้าอยู่ในห้องนั้นคนเดียว




ซอ ฮยอนดิ้นรนอยู่นานกว่าจะมีคนเข้ามายิ่งทำให้หญิงสาวโกรธจัด พอออกมาจากห้องคนไข้ได้ซอฮยอนก็รีบออกจากโรงพยาบาลทันที หญิงสาวแค้นที่ทำยังไงยูชอนก็ไม่เคยลืมจุนซูได้ แม้หมอนั่นจะไม่อยู่แล้วก็ตาม ทำไมถึงไม่ยอมเลิกสนใจใส่ใจหมอนั่น ทำไมต้องไปตามหา ทำไมต้องขวนขวายไปหามันขนาดนี้ ซอฮยอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ที่ตัวเองไม่ได้ใช้นานแล้ว และเคยคิดว่าจะไม่ใช้อีกต่อไปแต่ตอนนี้เธออยากจะพบตัวการที่ทำให้ยูชอนไม่ กลับมาหาเธอสักทีมากว่า จึงจำเป็นต้องใช้เบอร์โทรนี้อีกครั้ง

“นี่ฉันเองนะ” ซอฮยอนกรอกเสียงลงไปตามสายทันทีที่ปลายสายรับ

“ครับ” เสียงปลายสายตอบรับ

“ฉัน จะไปที่นั่น ส่งคนมารับฉันด้วย แค่นี้นะ” พูดจบหญิงสาวก็กดตัดสัญญาณทันที ไม่รับรู้ว่าปลายสายจะตอบตกลงหรือไม่ เพราะเธอเชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องตกลงอยู่วันยังค่ำ ซอฮยอนรีบกลับไปเตรียมตัวที่คฤหาสน์ วันนี้เธอจะไปจัดการกับศัตรูหัวใจให้สิ้นซากซักที จะไม่ปล่อยให้มันคาราคาซังอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว

ชีวอนกดปิด โทรศัพท์ร่างสูงยืนพิงกำแพงอย่างทอดอาลัย แล้วเขาก็คงต้องทำตามที่เธอบอกอีกแล้วสินะ ถ้าขืนเขาไม่ส่งคนไปรับเธอมาที่นี่อย่างที่เธอต้องการ ซอฮยอนอาจจะทำอะไรบ้าๆไปกว่าที่เคยทำก็ได้ เขาตัดสินใจพาตัวจุนซูมาที่นี่เพื่อต้องการแยกจุนซูให้ห่างจากซอฮยอน จุนซูจะได้ไม่ถูกซอฮยอนทำร้ายไปมากกว่านี้ เขาไม่เคยคิดจะกักจุนซูเอาไว้ที่นี่อย่างที่จุนซูหรือใครๆเข้าใจ แต่ว่าเรื่องราวมันดูจะลุกลามใหญ่โต แสดงว่าสิ่งที่เขาต้องการบอกมันยังไปไม่ถึงจุดหมายของมันสินะซอฮยอนถึงได้มา ที่นี่ ชีวอนถอนหายใจอย่างหนักหน่วง อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด เขาเดินทางผิดมาตลอด ถึงเวลาแล้วมั้งที่เขาจะต้องรับผลกรรมที่เกิดขึ้น




จี ยงเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของชีวอน สายตากวาดไปรอบๆห้องทำงานด้วยความเศร้าสร้อย ห้องทำงานขนาดใหญ่ที่จัดเป็นกึ่งๆห้องทำงานและห้องหนังสือของชีวอน มันเคยสว่างไสวตลอดเวลาเพราะเจ้าของห้องไม่เคยที่จะจากมันไปไหน แต่ตอนนี้กลับมืดสนิทจนน่าใจหาย ชีวอนพี่ชายของเขาเป็นคนที่อยู่นิ่งๆไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนที่ทำงานตลอดเวลา แต่ช่วงสองปีหลังที่ผ่านมาต้องพีชายเขาต้องไปดูแลซอฮยอนที่โรงเรียนในฐานะคน รับใช้ของคุณหนู หรืออีกนัยนึงก็คือคู่หมั้นคนใหม่ของซอฮยอน คู่หมั้นที่หญิงสาวไม่เคยยอมรับ ทำให้ชีวอนไม่ค่อยได้กลับมาใช้ห้องทำงานนี้บ่อยนัก จะกลับมาก็ต่อเมื่อปิดเทอมแล้ว หรือมีธุระจำเป็นต้องกลับมาใช้ข้อมูลที่เก็บไว้ที่นี่ แต่ส่วนใหญ่เขาจะไปสั่งที่ออฟฟิศมากกว่าเพราะมันสะดวกมากกว่ากลับมาบ้าน

จี ยงเปิดไฟห้องทำงานให้กลับมาสว่างอีกครั้งเหมือนตอนที่ชีวอนอยู่บ้าน ร่างเล็กเดินไปหยุดที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ที่ตั้งค่อนไปทางท้ายห้อง ผนังสองข้างเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือที่ทำจากไม้เนื้อดีสีเข้ม และตู้ใส่เอกสารเข้าชุดกัน ยิ่งส่งให้ห้องนี้ดูเคร่งขรึมมากกว่าเดิม มือบางลูบไปบนโต๊ะทำงานของพี่ชายเบาๆ ก่อจะหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่แสนสบาย แต่พี่ชายเขากลับไม่ค่อยได้ใช้มัน เพราะชอบลุกเดินไปโน่นนี่ตลอดเวลา บางครั้งแทบจะยืนทำงาน หรืออ่านเอกสารด้วยซ้ำ จะกลับมานั่งที่เก้าอี้นี่แทบนับครั้งได้ จียงยิ้มเมื่อนึกถึงหน้าตาเคร่งเครียดของพี่ชายที่เห็นประจำจนชินตา เพราะทุกครั้งที่เขาปิดเทอม เขาก็จะกลับมาเกาหลีมาอยู่เป็นเพื่อนพี่ชายของเขาเสมอ

ชีวอนเป็น ลูกชายคนเดียว เมื่อคุณลุงคุณป้าเสียชีวิตไปแล้ว ชีวอนจึงต้องอยู่คนเดียวมาตลอด พี่ชายไปรับเขามาอยู่ด้วยตั้งแต่เล็กซึ่งเขาก็เต็มใจมาอยู่เป็นเพื่อนพี่ชาย ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาห่างพ่อกับแม่ แต่เมื่อเทียบกับบ้านเขาที่มีพี่น้องเยอะแยะ จียงคิดว่าเขาน่าจะมาอยู่กับพี่ชายมากกว่า เพราะชีวอนเป็นคนที่น่าสงสารและดูโดดเดี่ยว เขาจึงไม่เคยตัดใจทิ้งให้พี่ชายอยู่คนเดียวได้สักที นอกจากไปเรียนเพราะชีวอนเป็นคนสั่งให้ไป

หลังจากเขาไปไม่นานเขาก็ ได้ข่าวว่าพี่ชายจะหมั้น ตอนแรกเขาดีใจมากที่จะมีคนมาช่วยดูแลพี่ชาย แต่เปล่าเลย กลายเป็นพี่ชายของเขาต้องไปดูแลแทน แรกเริ่มเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรซอฮยอน เพราะเห็นว่าเป็นคนน่าสงสารเหมือนๆกับพี่เขา แต่นานๆเข้า เขาเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของพี่ชาย พี่ชายทำอะไรหลายๆอย่างที่เมื่อก่อนไม่เคยทำ พี่ชายที่ใจดีและอบอุ่นของเขา กลายเป็นอะไรก็ได้ที่ซอฮยอนต้องการ เขารู้ว่าพี่ชายเขาหลงรักซอฮยอนตั้งแต่แรกเห็น แต่ยัยนั่นไม่ได้รักพี่เขาเลย เขามาแน่ใจชัดเมื่อได้ยินยัยนั่นพร่ำเพ้อถึงผู้ชายที่ชื่อปาร์คยูชอน ทำให้เขายิ่งแอนตี้และเกลียดซอฮยอนมากยิ่งขึ้น ทำให้ช่วงหลังๆเขาไม่ยอมกลับบ้าน เพราะไม่ต้องการกลับมาเห็นความเปลี่ยนแปลงของพี่ชาย และไม่ต้องการเห็นหน้าซอฮยอนด้วย

อาจจะเป็นเพราะพี่ชายเขาไม่เคย รักใครมาก่อน พอเจอกับคนที่ตัวเองหลงรักพี่ชายเขาถึงได้ทุ่มเททุกอย่างให้แม้แต่... แม้แต่การทำความผิดร้ายแรงหลายๆครั้ง แม้กระทั่งลักพาตัวเพื่อนของเขาไป แถมยังทำร้ายร่างกายคนอื่นอีก ทำไมพี่ถึงเป็นได้ขนาดนี้ จียงไม่เข้าใจความคิดของชีวอนเลยแม้แต่น้อย ร่างบางนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างใช้ความคิด สายตาเหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ตู้หนังสือของชีวอน จียงลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปใกล้ตู้หนังสือใบนั้น

คิ้วเรียวขมวด เข้าหากัน ทำไมหนังสือเล่มนี้มันถึงได้เยื้องออกมาข้างนอกมากนัก ตามธรรมดาพี่เขาจะวางหนังสือเรียบร้อยเป็นระเบียบไม่มีทางที่จะปล่อยให้ หนังสือโย้ออกมาอย่างนี้แน่นอน พอดีกับที่สาวใช้เดินเข้ามาเอากาแฟวางไว้ที่โต๊ะทำงาน ร่างบางจึงหันไปถามเพื่อความแน่ใจ

“ใครทำความสะอาดห้องนี้” สาวใช้ยอบตัวลงนิดนึงก่อนตอบ

“ดิฉันเองค่ะคุณหนู”

“ทำไม ถึงไม่จัดหนังสือให้มันเรียบร้อย ปล่อยไว้อย่างนี้ได้ยังไง ไม่รู้เหรอว่าพี่ชีวอนไม่ชอบ” จียงชี้ไปที่หนังสือที่ยื่นออกมาข้างนอก สาวใช้มองตามก่อนจะตอบข้อข้องใจ

“หนังสือเล่มนั้นนายเป็นคนสั่งให้ทิ้งไว้อย่างนั้นค่ะ ห้ามใครดันมันเข้าไปค่ะ”

“พี่ชีวอนสั่งเหรอ” จียงถามอีกครั้งให้แน่ใจ

“ค่ะคุณหนู”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตอนกลับบ้านมาครั้งที่แล้วค่ะคุณหนู”

“กลับมาครั้งที่แล้ว ก็ก่อนจะพาจุนซูไปน่ะสิ” จียงพึมพำเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้ออกไปทำงานตามหน้าที่

จี ยงหันไปดึงหนังสือเล่มนั้นออกมา หนังสือปกแข็งสีน้ำเงินเข้มหน้าปกมีอักษรสีทองเขียนไว้ว่า Paradise Island จียงขมวดคิ้ว เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนนะ มือบางค่อยๆเปิดหนังสือออกพลิกไปทีละหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เขาถึงต้องดึงหนังสือเล่มนี้ออกมาด้วย ถ้าหากว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับมันพี่เขาคงไม่ทำอย่างนี้เพราะมันไม่ใช่นิสัย ของพี่ชายเขาแน่ๆ จียงพลิกไปเรื่อยๆทีละหน้า ไล่สายตาอ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษที่พิมพ์เรียงกันเป็นประโยคอย่างคร่าวๆ หนังสือนิยายที่เนื้อเรื่องกล่าวถึงชายคนนึงที่หนีชีวิตสับสนวุ่นวายจาก เมืองหลวงไปใช้ชีวิตในเกาะอันแสนเงียบสงบห่างจากคนอื่น กับคนที่รัก

จี ยงนึกขึ้นมาได้ Paradise Island ใช่แล้ว เกาะส่วนตัวของพี่ พี่เคยเล่าให้เขาฟังว่าถ้าหากเขาเรียนจบ พี่จะเลิกทำงานแล้วยกหน้าที่ทั้งหมดให้เขาทำแทน ตัวเองจะหนีไปอยู่เกาะที่ซื้อเอาไว้เงียบๆ เพราะเบื่อชีวิตที่มีแต่งานๆๆของตัวเอง

“หรือว่าพี่จะอยู่ที่นั่น จริงๆ” จียงพึมพำอย่างดีใจในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าพี่น่าจะพาจุนซูไปที่ไหน ร่างบางรีบปิดหนังสือด้วยความรีบร้อนจึงทำให้หนังสือหลุดมือหล่นลงไปที่พื้น จียงก้มลงไปหยิบหนังสือและสังเกตเห็นกระดาษที่หลุดออกมากองข้างๆหนังสือด้วย มือบางหยิบขึ้นมาเปิดดูพบว่าเป็นลายมือของชีวอน จียงรีบอ่านจดหมายฉบับนั้นอย่างรวดเร็ว

จียงนั่งน้ำตาซึมสงสารพี่ ชายหลังจากอ่านข้อความจากจดหมายทั้งหมดจนจบ ไม่ใช่ความผิดของพี่แท้ๆ แต่พี่ต้องมารับเคราะห์แทน พี่มีเหตุผลถึงแม้มันจะเชื่อยากก็เถอะ มือบางป้ายน้ำตาอย่างลวกๆ พับจดหมายใส่กระเป๋าไว้ กำลังคิดว่าจะโทรติดต่อกับพวกยูฮวาน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อหันมาเจอกับคนที่ไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่ แต่เขาก็กลับมาอยู่ตรงนี้ ที่สำคัญมาโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง” จียงถาม

“ผม ก็เดินเข้ามาปกตินั่นแหละ เพียงแต่คุณคงกำลังง่วนอยู่กับอะไรสักอย่างเลยไม่สังเกตเห็นผม .. อย่างที่คิดไว้ไม่ผิด คุณกับพี่ชายคุณคงวางแผนกันไว้สินะ”

“คุณกำลังเข้าใจผิด ผมกับพี่..”

“ไม่ ต้องพูด บอกมาดีกว่าว่าตอนนี้พี่ชายคุณอยู่ที่ไหน” ยูชอนก้าวเข้ามาชิดด้วยท่าทีคุกคาม เขาคิดไม่ผิดเลยว่าจียงอาจจะเป็นสายของชีวอนที่แกล้งเข้ามาตีสนิทกับจุนซู และสิ่งที่เขาคิดมันก็เป็นจริง เขาเห็นตั้งแต่ที่จียงกำลังพำพึมพูดอะไรอยู่คนเดียวแล้ว แต่ยังไม่ส่งเสียงทักปล่อยให้จียงทำอะไรคนเดียวแล้วค่อยหันมาเจอกับเขาเอง เขาอยากจะจับผิดให้ได้คาหนังคาเขา

“ฟังผมก่อนสิครับ ผมกับพี่ไม่ได้วางแผนกัน ผมเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าพี่ผมอยู่ที่ไหน กำลังจะโทรไปบอกยูฮวานอยู่ แต่คุณก็มาที่นี่ซะก่อน แล้วคุณออกจากโรงพยาบาลมาได้ยังไง คุณยังไม่หายดีไม่ใช่เหรอครับ” จียงพยายามอธิบาย แต่ยูชอนปักใจเชื่อแล้วว่าจียังกับชีวอนสมรู้ร่วมคิดกัน

“คุณ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หลักฐานก็เห็นๆกันอยู่ ผมผิดหวังในตัวคุณมากนะ คุณเป็นเพื่อนที่จุนซูไว้ใจ จุนซูเขารักเพื่อนๆทุกคน คุณไม่น่าทำให้จุนซูต้องเสียใจ” ยูชอนพูด จียงไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ยูชอนเข้าใจดี ในเมื่อยูชอนปักใจไปแล้วว่าเขาเป็นคนวางแผนให้พี่ชายพาจุนซูไป

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง คุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้มาก่อน” จียงถามอย่างจนปัญญา

“พา ผมไปหาจุนซู” ยูชอนตอบ จียงพยักหน้าง่ายๆ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ยูชอนไว้ใจเขาอีกแล้วเขารู้ดี คนเราพอไม่ไว้ใจกันแล้ว ทำยังไงก็คงกลับมาไว้ใจกันเหมือนเดิมไม่ได้จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะคลี่คลาย

“แต่ ผมขอโทรบอกยูฮวานก่อนได้ไหมว่าผมจะพาคุณไปหาจุนซู ยูฮวานจะได้ไม่เป็นห่วง คุณหนีออกมาจากโรงพยาบาลใช่ไหม” จียงถาม ถึงยูชอนจะเปลี่ยนชุดโรงพยาบาลออกเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังคงซีดเซียวและดูไม่ค่อยมีแรงเนื่องจากยังไม่หายดี

“ไม่ ต้องบอกใครทั้งนั้น” ยูชอนสั่ง เขาไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวางเขาอีก เขาทำให้คนอื่นเดือดร้อนมามากพอแล้ว เพื่อนๆต้องมาคอยวิ่งวุ่นตามจุนซูให้เขา และที่สำคัญ เขาไม่ต้องการกลับไปนอนรอคอยฟังข่าวอย่างไร้ความหวังอยู่ที่โรงพยาบาลอีก มันทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าการฝืนตัวเองออกมานอกโรงพยาบาลอย่างนี้หลายเท่านัก

“แต่ว่า”

“ทำตามที่ผมบอก” จียงพยักหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อยูชอนยืนยันอย่างนั้น

“ก็ได้ งั้นผมจะไปเตรียมฮอสำหรับเดินทางคุณอยากได้อะไรไหม” จียงถาม

“ไม่ต้อง ผมมีครบแล้ว หวังว่าคุณคงไม่เบี้ยวหรอกนะ” ยูชอนตอบพลางหยิบปืนที่เตรียมมาเช็คความเรียบร้อยอีกที

“ปืน คุณเอาปืนมาทำไม เราแค่จะไปรับจุนซูกลับเท่านั้นนะ ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเลยนี่” จียงตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่ยูชอนหยิบออกมาจากเสื้อนอกที่เขาสวม

“ไม่ ต้องใช้ความรุนแรงงั้นเหรอ แล้วที่พี่คุณยิงผมเนี่ยเขาเรียกว่าอะไร” ยูชอนชี้ไปที่แผลข้างลำตัว จียงมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่อยากให้เกิดการปะทะกันขึ้น จะอธิบายอะไรตอนนี้ยูชอนก็คงไม่ฟัง

“พี่ผมมีเหตุผลนะ คุณฟังผมก่อนได้ไหม”

“คุณ ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนพี่คุณ เหตุผลที่ยิงผมก็มีแค่เรื่องเดียวเท่านั้นแหละ พี่คุณอยากให้ผมตายใช่ไหม เหมือนกับที่พี่คุณฆ่าพ่อแม่ของจุนซูได้อย่างเลือดเย็น” ยูชอนตอบ จียงได้แต่ถอนใจ เขาไม่รู้จะแก้ความเข้าใจผิดยังไงได้หมด คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ชายเขา หวังแต่ว่าก่อนที่จะได้อธิบายคงไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

“ก็ได้ ผมจะไปบอกให้เขาเตรียมเครื่อง อีก10นาทีเราจะไปรับจุนซูด้วยกัน” จียงบอกอย่างยอมแพ้

“หวังว่าคุณคงไม่มีอะไรตุกติกนะ” ยูชอนพูดอย่างไม่ไว้ใจ

“ไม่ มี ผมสัญญาได้” พูดจบร่างบางก็เดินออกไปจากห้องทำงานเพื่อไปสั่งงาน พร้อมๆกับร่างโปร่งที่เดินตามออกไปด้วยเพราะไม่ไว้ใจกลัวว่าจียงจะตุกติก ถึงจียงจะรำคาญที่ยูชอนไม่ไว้ใจเขาแต่ก็เข้าใจ เพราะถ้าเป็นเขาๆก็คงไม่ไว้ใจหรอก จียงจัดการธุระเรียบร้อยก็ไปสั่งอาหารมาให้ยูชอนทานจากห้องครัวของคฤหาสน์ แต่ยูชอนไม่กิน

“กินเข้าไปสิครับ คุณดูซีดเซียวมากๆ นี่มันก็เที่ยงแล้วด้วยถ้าคุณไม่ทานอะไรเลยคุณอาจจะไปเป็นลมก่อนจะช่วยจุนซูก็ได้” จียงพูด

“ผม ไม่กิน ถ้าคุณใส่ยาไว้จะทำยังไง” ยูชอนตอบมองอาหารอย่างไม่ไว้ใจ ต่อให้ร่างกายเขาจะอ่อนแอยังไง แต่เขาก็ไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด ตอนนี้เขาเป็นห่วงแต่คนตัวเล็กที่ถูกจับไปหลายวัน กลัวไปหมดทุกอย่าง ยิ่งมารู้ว่าเพื่อนรักของจุนซูเป็นคนวางแผนกับพี่ชายเขายิ่งไม่ไว้ใจเข้าไป ใหญ่

“ตามใจคุณแล้วกัน ผมเตือนคุณแล้วนะ” จียงพูดพลางขยับตัวลุกขึ้น

“จะไปไหน” ยูชอนลุกขึ้นยืนตาม

“ห้อง น้ำ จะตามผมไปไหมล่ะ” จียงพูด้วยความรำคาญ ยูชอนส่ายหน้า จียงย่นจมูกนิดนึงก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นไป ร่างบางเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ทันทีที่ปิดประตูจียงก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดเบอร์ของชางมินทันทีเสียง สัญญาณดังขึ้น จียงลุ้นให้ปลายสายรีบรับก่อนที่ยูชอนจะรู้ตัว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีคนรับ จียงรอจนสัญญาณขาดหายไปแล้วกดโทรออกอีกครั้ง

“เร็วๆ สิ ใครก็ได้ช่วยรับที เดี๋ยวเขาก็สงสัยกันพอดี” จียงบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครรับสายสักคน จียงจึงจำใจโทรหาซึงรีทั้งๆที่ไม่อยากจะได้ยินเสียงคนๆนี้ด้วยซ้ำ

“จี ยง” เสียงซึงรีดังมาตามสาย จียงหยุดนึงนิดเพราะไม่คิดว่าซึงรีจะรับเร็วขนาดนี้ ทุกทีที่เขาโทรไปเขาแทบจะต้องรอจนสายตัดครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าซึงรีจะรับ

“จียง ผมขอ..”

“ฉัน ไม่ได้โทรมาคุยเรื่องไร้สาระพวกนี้ ฉันจะโทรมาบอกว่าช่วยติดต่อคุณชางมินให้ด้วย เดี๋ยวฉันจะส่งแผนที่ที่อยู่ของจุนซูให้ ตอนนี้ฉันกับคุณยูชอนจะล่วงหน้าไปก่อนแค่นี้นะ” พูดจบจียงก็ตัดสายทิ้ง จัดการถ่ายรูปแผนที่ตั้งเกาะที่เขาวาดขึ้นคร่าวๆตอนเดินไปสั่งอาหารให้ยูชอน แล้วส่งเมล์หาชางมินทันทีก่อนจะปิดเครื่องทิ้งเพราะไม่ต้องการรับโทรศัพท์ จากซึงรี และไม่ต้องการให้ใครโทรมาจนยูชอนจับได้ว่าเขาติดต่อคนอื่นๆ

~ก๊อกๆๆ~

เสียง เคาะประตูที่หน้าห้องน้ำทำให้จียงสะดุ้ง ก่อนจะรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าและกดชักโครกทันที ร่างบางเปิดประตูออกมาพบว่ายูชอนเดินมารออยู่ที่หน้าห้องน้ำ จียงแกล้งตีสีหน้าไม่พอใจที่ยูชอนเดินตามเขามาอย่างกับเขาเป็นนักโทษ

“ตามมาทำไม ผมมาทำธุระส่วนตัว”

“นานไปไหม” ยูชอนตอบอย่างยียวน

“มัน เรื่องของผม” จียงเดินเลี่ยงไปอีกทางนึงโดนมียูชอนตามมาข้างหลัง พอดีกับที่คนของเขาเข้ามาบอกว่าฮอพร้อมแล้ว ทั้งคู่จึงรีบเดินไปที่สนามหลังบ้านที่ชีวอนทำเอาไว้เป็นลานจอฮอขนาดเล็ก สำหรับใช้เดินทาง และออกเดินทางไปที่เกาะนั้นทันที





ทาง ด้านซึงรีเขาก็พยายามติดต่อกลับไปหาจียงแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะจียงปิดเครื่องหนีไปแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดที่จียงไม่ฟังเขาอธิบายแถมยังปิดโทรศัพท์หนีไปอีก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะยังมีเรื่องอื่นสำคัญกว่าเรื่องเขากับจียง ซึงรีรีบโทรติดต่อชางมินทันที รออยู่นานก็ไม่มีใครรับโทรศัพท์ เพราะอย่างนี้มั้งจียงเลยโทรหาเขา จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปโทรหายุนโฮแทน

“ฮัลโหลว่าไงซึงรี” เสียงยุนโฮดังมาตามสาย

“ผม ติดต่อคุณชางมินไม่ได้ เมื่อกี้จียงโทรมาบอกว่าส่งที่อยู่ของจุนซูให้กับคุณชางมิน ส่วนตอนนี้เขาล่วงหน้าไปกับกับปาร์คยูชอนแล้ว” ซึงรีบอก

“อะไรนะ นายว่าใครล่วงหน้าไปก่อนนะ” ยุนโฮตะโกนเสียงดัง ทำให้แจจุงที่นั่งอยู่ข้างๆหันกลับมามองด้วยความสนใจ

“ปาร์คยูชอนเพื่อนคุณไง ตอนนี้เขาล่วงหน้าไปหาจุนซูพร้อมๆกับจียงแล้ว คุณรีบติดต่อคุณชางมินด่วนเลยนะ”

“ได้ ผมจัดการให้ งั้นอีก20นาทีมาเจอกันที่ลานจอดฮอที่บริษัทผมเท่านี้นะ” ยุนโฮพูดพลางกดปิดโทรศัพท์

“เกิดอะไรขึ้นเหรอยุนโฮ” แจจุงถาม

“ซึง รีโทรมา บอกว่าตอนนี้ยูชอนกำลังจะไปตามจุนซูกลับมาพร้อมกันจียง เราต้องรีบตามไป” ยุนโฮตอบพร้อมกับโทรศัพท์ไปหาชางมินแต่ก็เงียบไม่มีใครรับสาย

“แล้วยูชอนกับจียงรู้ได้ยังไงล่ะ”

“เรื่อง นั้นฉันก็ไม่รู้” ยุนโฮตอบ ร่างสูงรีบเดินขึ้นไปชั้นบนโดยมีแจจุงเดินตามมาด้วย ยุนโฮเปิดประตูห้องทำงานเดินไปที่โต๊ะล้วงมือเข้าไปใต้โต๊ะเพื่อดึงเอา ลิ้นชักที่สร้างไว้ติดกับใต้โต๊ะหยิบปืนสั้นและกระสุนจำนวนมากออกมา

“ต้องใช้กำลังกันด้วยเหรอ” แจจุงมีสีหน้าเป็นกังวล

“ฉัน จะพยายามไม่ใช้นะ แต่มันคงเลี่ยงไม่ได้หรอก” ยุนโฮตอบ พลางสวมสายรัดสำหรับเก็บปืนไว้ที่ตัวก่อนจะสวมเสื้อสูททับอีกชั้นนึง หันกลับมามองคนรัก แจจุงมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างชัดเจน ยุนโฮดึงร่างบางมากอดไว้ แจจุงโอบแขนเรียวเข้าที่เอวหนารัดแน่นขึ้นอีก เขารู้สึกเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่เป็นไรหรอกแจจุง ฉันจะระวังตัวเอง หวังว่ามันคงไม่ต้องมีเหตุการณ์รุนแรง” ยุนโฮปลอบ

“แต่ ฉันก็อดใจหายไม่ได้ นายต้องระวังตัวให้ดีๆนะ ช่วยจุนซูกลับมาให้ได้ ดูแลตัวเองด้วย” แจจุงบอกร่างบางพยายามยิ้มเป็นกำลังใจกับยุนโฮ เพราะรู้ว่ายังไงเขาก็คงตามไปด้วยไม่ได้เพราะยุนโฮคงไม่ยอมแน่ๆ ยุนโฮก้มลงกดจูบเบาๆบนริมฝีปากอิ่มก่อนจะค่อยๆคลายอ้อมแขนออกจากร่างบาง

“ฉัน สัญญา ไปก่อนนะเรามีเวลาไม่มาก” แจจุงพยักหน้า ยุนโฮรีบออกจากห้องเพื่อนเดินทางไปหาชางมินและรีบตามยูชอนกับจียงที่ล่วง หน้าไปก่อนแล้ว




จุนซูนั่งเหม่อมองไปที่นอกหน้าต่าง กี่วันแล้วนะที่เขาต้องติดอยู่ที่นี่โดยที่ไม่รู้ความเป็นไปข้างนอกเลย ไม่ได้ออกไปเดินเล่นข้างนอก วันๆติดอยู่แต่ในห้องนอนนี่เท่านั้น จุนซูรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องติดแหงกอยู่ในนี้ ถามคำถามที่ถามชีวอนไปก็ดูจะไม่ได้รับคำตอบที่ควรจะได้ ชีวอนมักจะเลี่ยงที่จะตอบเขาเสมอ คนตัวเล็กเริ่มไม่สบอารมณ์ ชีวอนทำเหมือนเขาเป็นเด็ก ๆ หลอกให้กินข้าวไปวันๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็นร่างเล็กจึงไม่ยอมแตะอาหารอีกเลย เพราะรู้ว่า ถึงจะกินไปเขาก็ไม่ได้คำตอบที่อยากรู้อยู่ดี ในเมื่อคนตอบคำถามไม่ได้ต้องการจะบอกอะไรเขาแต่แรก ร่างเล็กได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิดเข้ามาแต่ก็ไม่ได้สนใจหันกลับไปมอง เพราะคิดว่าเย็นขนาดนี้แล้วคนของชีวอนก็คงเอาอาหารเย็นมาให้เหมือนปกติทุก วัน จึงไม่สนใจมากนัก

“ทำไมไม่กินข้าวอีกแล้วล่ะ” ชีวอนถาม

“จะ กินไปทำไม ในเมื่อกินไปแล้วคุณก็ไม่เห็นจะตอบคำถามผมสักนิด เอาแต่เลี่ยงไปเลี่ยงมาอยู่นั่นแหละ ผมเบื่อแล้วไม่เล่นกับคุณแล้วล่ะ อีกอย่างผมไม่ใช่เด็กนะ จะได้มาหลอกให้กินข้าวทุกวันๆแบบนี้” จุนซูตอบแต่ก็ยังคงไม่หันกลับมาอยู่ดี ชีวอนยกยิ้มคิมจุนซูฉลาดไม่เบา ไม่ทันไรก็รู้แล้วเหรอว่าเขาไม่ได้ต้องการจะบอกอะไรเพียงแค่หลอกให้เด็กน้อย ทานข้าวไปวันๆเท่านั้น

“ผมก็ไม่ได้ว่าคุณเป็นเด็กนะ แต่คุณทำตัวเหมือนเด็กๆเอง เวลาที่ต้องการอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจก็ประท้วงโดยการอดข้าว มันไม่ดีต่อสุขภาพของคุณนะ” ชีวอนตอบ

“คุณจะให้ผมกินไปทำไมล่ะ วันๆก็อยู่แต่ในห้อง เดินไปเดินมาในที่แคบๆ ไม่เห็นจะต้องใช้พลังงานอะไรสักนิด อีกอย่างผมจะเป็นง่อยตาย หรือจะหิวตายก็ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย”

“ถ้าคุณไม่กินข้าว คุณอาจจะตายก่อนที่จะได้เจอปาร์คยูชอนนะ” ชีวอนพูดคนตัวเล็กหันขวับมาหาทันที ใบหน้าน่ารักมีแววเศร้าสร้อยจนเห็นได้ชัด

“แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้เจอล่ะ คุณจะปล่อยผมไปไหม” ชีวอนพยักหน้า จุนซูดีใจรีบเดินเข้ามาหนาร่างสูงที่ยืนยิ้มอยู่กลางห้อง

“จริงเหรอ ปล่อยตอนนี้เลยได้ไหม” ชีวอนส่ายหน้า คนตัวเล็กหน้ามุ่ยหันหลังเดินกลับไปนั่งจับเจ่าอยู่ที่เดิม

“มันยังไม่ถึงเวลา เอาไว้ถึงเวลาแล้วผมจะปล่อยคุณไปแน่ๆผมรับรอง”

“คุณพูดอย่างนี้ตลอด แล้วเมื่อไหร่ล่ะ”

“สัก วันนึง ตอนนี้คุณกินข้าวก่อนเถอะ” จุนซูส่ายหน้า ชีวอนเดินเข้ามาใกล้ มองตามสายตาคนตัวเล็กก็พบกับภาพหาดทรายสีขาวน้ำทะเลสีเขียวมรกตที่กำลังส่อง ประกายระยิบระยับล้อแสงแดดยามใกล้ค่ำอย่างสวยงาม

“คุณอยากไปเดิน เล่นข้างล่างนั่นบ้างไหม” ได้ผล คนตัวเล็กหันกลับมาหาเขาทันที ดวงตาเศร้าสร้อยเริ่มมีประกายสุกใสเหมือนเด็กเล็กๆที่รอคอยผู้ใหญ่อนุญาตให้ ลงไปเล่นน้ำทะเลได้

“ไปได้เหรอ” จุนซูถามเสียงใส

“ได้สิแต่ มีข้อแม้” พอได้ยินประโยคนี้คนตัวเล็กเริ่มทำหน้ามุ่ยอีกครั้ง ชีวอนหัวเราะ คิมจุนซูช่างเป็นเด็กที่ร่างเริงสดใสจริงๆ เมื่อกี้ยังเศร้าเพราะว่าไม่ได้เจอปาร์คยูชอน แต่เมื่อเจอของเล่นถูกใจก็จะเปลี่ยนเป็นสดใสทันที แล้วดูตอนนี้สิหน้างอง้ำเหมือนถูกขัดใจ เขาไม่แปลกใจเลยทำไมปาร์คยูชอนถึงติดใจเด็กคนนี้ มากกว่าซอฮยอน

“คุณแค่กินข้าวให้หมด คุณก็จะลงไปเดินเล่นข้างล่างได้แล้ว”

“อีกแล้ว ทำไมคุณต้องหลอกให้ผมกินข้าวทุกทีเลยนะ”

“ผม ไม่อยากให้คุณป่วยน่ะสิ เอาน่าเชื่อผมเถอะ กินข้าวอิ่มๆแล้วไปเดินย่อยที่ชายหาดมันดีออกจะตายไป ไปยืดเส้นยืดสายซะบ้าง คุณจะได้ไม่ว่าผมทีหลังเวลาผมปล่อยตัวคุณไปว่าผมเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเป็น ง่อย” จุนซูเผลอหลุดหัวเราะออกมานิดนึง แต่ก็รีบเก็บอาการไว้ วางท่าอิดออดทำเป็นไม่อยากกิน แต่จริงๆตอนนี้ท้องเขาร้องจนจะระเบิดเสียเอ๊กโค่ออกมานอกท้องอยู่แล้ว

“ว่าไง ตกลงไหม” จุนซูทำท่าคิด

“ก็ได้ ถ้าคุณไม่สนใจ เอาเป็นว่าข้อตกลงนี้ยกเลิก” ชีวอนบอกพลางหันหลังเดินกลับไปทันที

“เดี๋ยวๆๆๆ กินก็ได้ แต่คุณต้องสัญญาว่าคราวนี้จะไม่เบี้ยวผมอีก”

“แน่ นอนผมสัญญา พอคุณกินเสร็จก็ลงไปได้เลย ผมจะสั่งคนของผมไว้ให้คอยตามดูคุณอย่างใกล้ชิด” จุนซูหัวใจพองโตตอนที่ได้ยินว่าตัวเองจะได้ออกไปข้างนอก บางทีเขาอาจจะหาลู่ทางหนีออกไปจากที่นี่ได้ แต่ก็ห่อเหี่ยวลงเมื่อรู้ว่าชีวอนจะให้คนตามไปดูแลเขาด้วย เรื่องที่เขาคิดไว้มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด

“ก็ได้ ก็ยังดีกว่าเป็นง่อยอยู่บนนี้” ชีวอนหัวเราะ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป เขาสั่งคนที่มีหน้าที่เฝ้าหน้าประตูเอาไว้แล้วเดินเลี่ยงไปทางนึง เขามีเรื่องจะต้องคิด ไม่รู้ว่าทำไมซอฮยอนถึงจะมาที่นี่ แต่คงเป็นเพราะคิมจุนซูแน่ๆ ชีวอนไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่เขาตั้งใจมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวัง เพราะว่าจียงเจอจดหมายของเขาช้าเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างมันเลยดำเนินมาถึงตรงนี้ และก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันจะจบลงที่ไหน




หลังจากกิน ข้าวเสร็จจุนซูก็รีบวิ่งมาที่ประตูห้องคนตัวเล็กไม่แน่ใจว่าชีวอนจะทำอย่าง ที่บอกจริงหรือไม่ แต่ก็ตัดสินใจว่าจะลองเชื่อดูอีกครั้ง มือบางขยับลูกบิดเบาๆอย่างไม่แน่ใจ ทุกครั้งที่เขาเดินมาขยับมันจะต้องติดล็อคอยู่ด้านนอก แต่วันนี้ลูกบิดกลับหมุนตามเข็มนาฬิกาได้อย่างช้าๆและง่ายดาย จุนซูฉีกยิ้มกว้างขวางก่อนจะตัดสินใจดึงประตูออกมา บานประตูเปิดออกทันทีที่เขาออกแรงดึง คนตัวเล็กยิ้มรีบวิ่งออกไปนอกห้องทันที แต่ก็ต้องชะงัก เพราะการ์ดสองคนยืนมาขวางหน้าเอาไว้

“เราต้องไปพร้อมกันนะครับคุณ หนู” จุนซูทำหน้าเซ็ง แต่ก็ยอมเดินตามการ์ดสองคนหน้าไปโดยดี แต่ความเซ็งของจุนซูยังไม่หมดแค่นั้น เพราะนอกจากการ์ดสองคนข้างหน้าแล้ว ยังมีอีกสองคนข้างหลังตามประกบเขาอีกด้วย ถ้าให้เดินท่ามกลางผู้ชายตัวใหญ่ใส่สูทดำพร้อมกับสายอะไรไม่รู้ห้อยที่หู ขอกลับไปนอนหดหู่อยู่ในห้องดีกว่า เพราะมันรู้สึกไม่ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก

ในที่สุดคนตัวเล็กก็เดิน มาถึงชายหาด ท้องฟ้ายามเย็นกับลมโชยที่พัดมาเบาๆทำให้จุนซูรู้สึกสดชื่นขึ้นนิดหน่อย จะดีกว่านี้ถ้าไม่มีไอ้ตัวโตสองคนบังทางข้างหน้า จุนซูยื่นมือไปสะกิดการ์ดคนนึงให้หันกลับมา พร้อมกับสะบัดมือรัวๆเป็นเชิงบอกให้หลบไปหน่อย เขามองไม่เห็นอะไรข้างหน้าเลย เล่นบังขนาดนี้ ทั้งสองคนถึงได้แยกออกไปยืนข้างๆ

ภาพที่เห็นทำให้คนตัวเล็กยิ้ม กว้างน้ำทะเลสีเขียวสดใสน่าเล่นอยู่ตรงหน้า จุนซูรีบวิ่งไปใกล้ๆ เป็นเหตุให้การ์ดอีก4คนวิ่งตามเขาไปด้วย แต่ร่างเล็กก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้น้ำทะเลตรงหน้าน่าสนใจกว่าเยอะ อีกอย่างถึงเขาจะหงุดหงิดยังไงเขาก็ไม่สามารถสลัดคนพวกนี้ออกไปได้ สู้ไม่สนใจคนพวกนั้นแล้วมาชื่มชมกับธรรมชาติตรงหน้าดีกว่า ตอนดูห่างๆอยู่บนห้องก็ว่ามันสวยใสน่าเล่นแล้ว ตอนนี้ยิ่งน่าเล่นกว่าเดิมเป็นพันเท่า

จุนซูค่อยๆเดินเลาะริมชาย หาดไปเรื่อยๆ แล้วก็ค่อยๆขยับเข้าหาเกลียวคลื่นทีละน้อย จนมันซัดมาโดนเท้าเขา ความเย็นของน้ำทำให้ร่างเล็กรู้สึกสดชื่นลืมเรื่องราวขุ่นข้องหมองใจ หรือแม้แต่การ์ดยักษ์สี่คนที่คอยเดินตามข้างหลังเขาเหมือนลูกเป็ดที่เดินตาม แม่เป็ดไปตลอดทางไม่มีผิด จุนซูเดินเข้าไปหาคลื่นทีละน้อย และวิ่งออกมาเมื่อเห็นว่าคลื่นมันสูงจนอาจจะทำให้กางเกงขาสั้นของเขาเลอะได้ ร่างเล็กวิ่งเล่นหยอกล้อกับเกลียวคลื่นอย่างสนุกสนาน

สักพักเขาก็ คิดอะไรอย่างนึงออก จุนซูหันมาเผชิญหน้ากับการ์ดร่างยักษ์ที่เดินห่างเขาไม่ถึง5ก้าว ดวงตาเรียวเล็กหรี่มองอย่างหมายมั่น ก่อนจะใช้เท้าเตะน้ำทะเลที่อยู่รอบๆเท้าของเขาอย่างแรง ส่งผลให้น้ำกระเด็นเป็นทางยาวไปใส่การ์ดทั้งสี่คน เพราะไม่ทันระวังตัวว่าคนในความคุ้มครองจะหันมาเล่นสาดน้ำด้วย ทำให้การ์ดทั้งสี่คนกระโดดหลบตามสัญชาติญาณเรียกเสียงหัวเราะใสๆจากคนตัว เล็กได้เป็นอย่างดี

“คุณหนูครับ อย่าเล่นอย่างนี้ครับ” เสียงการ์ดดังระงมหนีน้ำไปคนละทางสองทาง สาเหตุมาจากพวกเขาทุกคนมีเครื่องมือสื่อสารติดเอาไว้ที่ข้างหู แล้วถ้ามันโดนน้ำวงจรมันจะช็อตไม่สามารถใช้งานได้ ที่สำคัญ เขาคงไม่อยากโดนหัวหน้าด่าเพราะไปเล่นน้ำกับคนในความคุ้มครองจนเครื่องช็อต ต่างหาก

เสียงหัวเราะบวกกับเสียงร้องห้ามเสียงดังระงมเรียกให้ชี วอนเดินออกมาดูที่หน้าเทอเรซ ชีวอนยิ้มน้อยๆกับภาพที่เห็น คิมจุนซูนี่ช่างเป็นศูนย์รวมความร่าเริงจริงๆ ตั้งแต่ในโรงเรียนจนตอนนี้ ทั้งๆที่ตัวเองโดนจับมาแท้ๆ แต่ตอนนี้ยังอุตส่าห์มีอารมณ์สนุกสนานได้อีก ร่างสูงยืนมองดูสักพักก็เดินกลับเข้าไปในห้องไม่สนใจอีก ปล่อยให้แขกของเขาเล่นจนพอใจ เดี๋ยวเหนื่อยก็คงกลับขึ้นมาเอง

จุน ซูยังคงสนุกสนานกับการไล่แกล้งการ์ดอย่างเมามันส์ ร่างเล็กวิ่งไปวิ่งมาแถวๆชายหาดหน้าบ้านหลังใหญ่ของชีวอน แต่จู่ๆร่างเล็กก็หยุดยืนนิ่ง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นท่าจอดเรือที่มองเห็นอยู่ลิบๆไม่ห่างจากตัวบ้านมาก นัก จุนซูกะระยะทางด้วยสายตาไม่น่าจะเกิน500เมตรจากตรงที่เขายืนอยู่ ที่สำคัญ มีเรือเร็วจอดอยู่ลำนึง ตอนนี้จุนซูไม่คิดอะไรอย่างอื่นนอกจากดีใจที่เขาจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ คนตัวเล็กคิดแต่เพียงว่า ถ้าหากเขาสามารถนำเรือนั่นออกจากท่าได้คนของชีวอนคงจะตามไม่ทันเพราะตรงนั้น มีเรือจอดอยู่แค่ลำเดียว จุนซูพยายามคิดหาวิธีสะบัดการ์ดร่างยักษ์ทันที

“ผมหิวน้ำจังเลย ช่วยไปเอาน้ำให้หน่อยได้ไหม” จุนซูพูด

“งั้นเราเข้าบ้านกันดีกว่าครับคุณหนู นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย” เสียงการ์ด1ใน4ตอนเขาด้วยความสุภาพ

“แต่ผมยังไม่อยากเข้าบ้านนี่ คุณชีวอนไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะให้กลับบ้านเมื่อไหร่” จุนซูทำหน้างอ

“แต่ว่า..”

“แค่ ไปเอาน้ำแค่นี้เอง ไปแค่คนเดียวก็ได้ ยังเหลือตรงนี้อีกตั้งสามคนผมจะไปไหนได้เล่า” จุนซูรีบบอกก่อนที่การ์ดร่างยักษ์พวกนั้นจะทันได้พูดอะไร แถมยังทำท่าหิวน้ำซะเต็มประดาประกอบด้วย

“ก็ได้ครับคุณหนู เดี๋ยวผมจะไปเอาน้ำมาให้” จุนซูฉีกยิ้มแฉ่งอย่างน้อยเขาก็กำจัดไปได้คนนึงล่ะ หลังจากที่คนแรกเดินเข้าบ้านไปแล้ว จุนซูก็เริ่มร้องโอดโอยทันที

“โอ้ยทำไงดีอ่ะ ตอนนี้ผมเริ่มหิวแล้วสิ ไปหาอะไรให้กินหน่อยได้ไหม” การ์ดสามคนเอาแต่มองหน้ากัน คนตัวเล็กก็เลยพูดต่อ

“ทำไม แค่ไปเอาของมากินตรงนี้ไม่ได้เหรอ รู้ใช่ไหมว่าคุณชีวอนอยากให้ฉันกินเยอะๆอ่ะ”

“งั้นคุณหนูก็เข้าบ้านไม่ดีกว่าเหรอครับ”

“ไม่เอา อยากกินตรงนี้ บรรยากาศดีแถมอากาศเย็นสบายด้วย” แต่พวกการ์ดก็ยังคงอักอึกกันอยู่นั่นเอง

“อีก แล้ว ทำไมต้องให้พูดซ้ำนะ จะกลัวอะไรกันนักหนาเนี่ย คนก็ตั้งเยอะฉันจะไปไหนได้เล่า ฮึ่ย~!!” จุนซูแกล้งทำเป็นอารมณ์เสียหงุดหงิดที่พวกนั้นไม่ยอมทำตาม จนการ์ดต้องยอมทำตามเพราะว่านายสั่งเอาไว้ว่าให้ทำตามที่คุณหนูบอก

พอ คนที่สองคล้อยหลังเข้าบ้านไปจุนซูก็ยกยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ อย่างน้อยเหลือตรงนี้สองคนคงพอไหวน่า ร่างเล็กค่อยๆเดินลงไปในน้ำอีกครั้ง และก้มลงสาดน้ำเข้าใส่การ์ดอีกสองคนทันที จนทั้งสองต้องรีบปัดป้องเพราะไม่อยากให้เครื่องมือเสียหาย จุนซูรีบกระหน่ำสาดน้ำอย่างไม่คิดชีวิตพอได้จังหวะเหมาะที่สองคนถอยไปไกลจาก เขาพอสมควรร่างเล็กก็ออกวิ่งจากตรงนั้นทันที จุนซูพยายามวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่สองขาของเขาจะทำได้ แต่การวิ่งบนพื้นทรายมันช่างยากลำบากยิ่งนัก แต่คนตัวเล็กก็กัดฟังวิ่งสุดแรง กว่าการ์ดทั้งสองคนจะลืมตาขึ้นเพราะน้ำทะเลเข้าตาไปหลายที จุนซูก็วิ่งไปไกลแล้ว

“เฮ้ย คุณหนูหนีไปทางนั้นแล้ว ตามเร็ว” ทั้งสองรีบวิ่งตามจุนซูไปทันที แถมด้วยอีกสองคนที่เพิ่งไปเอาของให้จุนซูกลับมา ทั้งคู่รีบทิ้งของที่อยู่ในมือวิ่งตามจุนซูไปทันทีเช่นกัน


%%%%%%%%


TBC


กลับมาแล้วค่ะ กราบงามๆๆ ที่ช้าอีกแล้ว เราคงต้องทำเรื่องนี้ก่อนแล้วกันนะคะ
เพราะเหลืออีก 3ตอนก็จบแล้ว สำหรับแฟนๆเรื่องอื่นๆ คงต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ ที่มัน
จะนานกว่าเดิม (แก้ตัวกตลอดแก๊ : คนอ่าน) embarrassed.png

ยังไงก็อ่านให้สนุกแล้วกันนะคะ สำหรับผู้ที่จองเรื่องนี้ไว้ ใกล้ความจริงแล้วค่ะ แหะๆๆ burnjossstick.png

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ