Recommend

emergency

[Fic] ~ Emergency Love ~ part 17

posted on 11 Apr 2011 14:39 by kameryuichi  in emergency
 
 

Part 17

 

 

 

“ฉันก็มาหาแฟนนะสิ” ยุนโฮตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง เล่นเอาคนฟังเลือดขึ้นหน้า ยูชอนลืมนึกไปว่าแฟนที่ยุโฮพูดถึงอาจจะเป็นพี่ของจุนซูก็ได้ แต่ ณ ขณะนั้น ยูชอนไม่สนอะไรทั้งสิ้น คิดเพียงแต่ว่าเขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยเหมือนครั้งที่แล้วๆมาอีกแน่นอน เขาไม่มีวันปล่อยมือไปจากคนๆนี้เด็ดขาด

 

“พูดอีกทีซิ” ร่างโปร่งก้าวเข้าไปหาร่างของคู่อริตรงหน้าใกล้อีกนิด จ้องมองยุนโฮตาไม่กระพริบ

 

ยุนโฮยกยิ้มนิดๆ อย่างสมใจ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีไอ้หมอนี่มันก็ไม่เคยเปลี่ยน หุนหันพลันแล่น เลือดร้อน เอาแต่ใจตลอด ยุนโฮเหลือบตาไปมองชายหนุ่มร่างเล็กที่ยืนมองเหตุการณ์อย่างงงๆอยู่ด้านหลัง คิมจุนซู ความจริงก็น่าสนเหมือนกันนะ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ยิ่งตอนนี้กำลังงงกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ดวงตาสดใสมองคนนั้นคนนี้ทีอย่างไม่รู้จะเข้าไปห้ามยังไง แล้วยิ่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว แถมยังใช้ฟันซี่เล็กๆกัดริมฝีบางล่างไว้นิดๆ ยิ่งเพิ่มความน่ามองขึ้นอีกหลายเท่า มิน่า ไอ้บ้านี่มันถึงได้ของขึ้นง่ายขนาดนี้

 

“ว่าไง ฉันถามทำไมไม่ตอบ” ยูชอนเร่ง พลางเบี่ยงตัวนิดๆเพื่อบังสายตาไม่น่าไว้วางใจของอีกฝ่ายออกจากคุณเลขา

 

“ต้องให้ย้ำด้วยเหรอ ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ” ยูชอนกำหมัดแน่น ไอ้หมอนี่ ตั้งใจจะขวางเขาไปซะทุกทีเลยใช่ไหม อย่างนี้มันต้องสั่งสอน โดยที่ไม่มีใครได้ทันตั้งตัว ยูชอนเหวี่ยงหมัดลุ่นๆเข้าไปกระแทกปลายคางของยุนโฮ แต่ด้วยความที่ยุนโฮตัวสูงกว่านิดหน่อยจึงสามารถเบี่ยงหลบได้ แต่ก็ไม่พ้นไปซะทีเดียว เขาโดนปลายหมัดของยูชอนไปนิดนึง ทำให้ใบหน้าคมเข้มสะบัดไปด้านข้างเล็กน้อย

 

“เจ้านาย!!”

 

จุนซูร้องเสียงดังอย่างตกใจ จู่ๆคุณเจ้านายก็เกิดบ้าอะไรขึ้นมา ถึงไปชกลูกค้าของพี่แจจุง จุนซูรีบวิ่งเข้าไปยื้อแขนยูชอนเอาไว้ก่อนเพราะกลัวว่าคุณเจ้านายจะซ้ำยุนโฮอีกรอบ ยูชอนบิดแขนตัวเองออกจากการยื้อยุดของจุนซู ตวัดท่อนแขนแข็งแรงโอบรอบเอวของคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ จุนซูยิ่งงงหนัก เพราะเท่าที่จำได้เค้ากำลังวิ่งมาห้ามไม่ให้สองคนนี้ทะเลาะกัน ไหงตัวเองถึงได้โดนกอดแทนเสียล่ะ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากถามอะไรเพื่อให้หายข้องใจ ริมฝีปากบางก็ถูกริมฝีบางอุ่นร้อนประทับลงมาทันที จุนซูตกใจที่จู่ๆคุณเจ้านายก็จูบเขาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ช่วงหลังๆ ยูชอนไม่ได้มีท่าทีคุกคามเขาจึงไม่ทันระวังตัว ยูชอนตั้งใจจูบคุณเลขาต่อหน้ายุนโฮเพื่อแสดงให้รู้ว่า คนๆนี้เป็นของเขา และไม่มีวันยอมปล่อยมือง่ายๆด้วย

 

ยูชอนละออกมาจากริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง นี่เขาไม่ได้จูบคุณเลขานานแค่ไหนแล้วนะ ทำไมถึงรู้สึกไม่อยากปล่อยจากคุณเลขาไปเลย แต่ทว่า ครั้งนี้เขาเพียงแค่อยากจะประกาศให้ยุนโฮรู้เอาไว้ว่า คนๆนี้เป็นของเขาห้ามมายุ่ง ยูชอนจึงตัดใจละจากคุณเลขาออกมา ใบหน้าคมหันไปมองคู่อริอย่างท้าทาย ยุนโฮใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มด้านในนิดๆ อย่างใช้ความคิด ความจริงหมัดเมื่อกี้เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะว่าเบี่ยงตัวหลบทันเลยโดยปลายหมัดนิดหน่อยไม่ถึงกับมึน แต่ไอ้ท่าทางหยิ่งยโสหลังจากจูบคนของตัวเองเย้ยเขานี่มันน่าเตะชะมัด ก่อนที่ยุนโฮจะได้ทำอะไรเพื่อยั่วโมโหยูชอนต่อ เสียงที่เขาคุ้นเคยก็ดังขึ้นเรียกให้ชายทั้งสามคนหันไปมอง

 

“ทำอะไรกันน่ะ”

 

แจจุงเพิ่งเดินเข้ามาที่หน้าบ้านทันพอดีเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนนึงจูบน้องชายเขาต่อหน้าต่อตา ด้วยความรักน้อง หวงน้องเป็นทุนเดิม ทำให้แจจุงโกรธมาก เดินย่างสามขุมเข้ามาดึงตัวน้องชายที่ยังอึ้งอยู่ออกจากวงแขนของชายหนุ่มแปลกหน้า แถมยืนหันหลังให้คนคุ้นเคยไม่สนใจหันกลับไปมองเสียด้วยซ้ำ

 

“คุณเป็นใคร มาทำแบบนี้กับน้องผมได้ยังไง” แจจุงถามยูชอนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด มือบางจับแขนน้องชายลากมาไว้ข้างๆตัว

 

“เอ่อ คือ...” ยูชอนอ้ำอึ้ง เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับพี่ชายจุนซู  ร่างโปร่งมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่วางตา ดวงหน้าสวยใสรูปร่างบอบบาง ผมสีน้ำตาลซอยสั้นเข้ารูปรับกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลใสแจ๋ว  ยากจะบอกได้ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าหากเขาไม่ได้ยินคำแทนตัวเมื่อกี้ เขาคงคิดว่าคนตรงหน้าเป็นผู้หญิงแน่ๆ

 

“ตอบมา คุณเป็นใคร กล้าดียังไงมาทำกับน้องชายผมแบบนี้” เสียงหวานเจือแววขุ่นตะคอกถามคนตรงหน้า เพราะตัวต้นเหตุไม่มีทีท่าว่าจะตอบคำถาม จึงหันไปไล่เบี้ยเอากับน้องชายที่ยืนนิ่งอยู่

 

“จุนซู บอกพี่มา เขาเป็นใคร” คนตัวเล็กที่เหมือนเพิ่งจะได้สติ ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มเล็กน้อย

 

“เจ้านายผมเองครับ” แจจุงเบือนหน้ากลับมามองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งอย่างสำรวจ นี่เหรอเจ้านายจอมหื่นที่จ้างน้องเขาเป็นแฟนจำเป็นด้วยเงินจำนวนมหาศาล หน้าตาก็ดีๆ ทำไมถึงได้ทำตัวประหลาดนัก

 

“คุณปาร์คใช่ไหมครับ” แจจุงถาม ยูชอนไม่ตอบได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น

 

“ผมกำลังอยากพบคุณอยู่พอดี ผมรู้เรื่องข้อตกลงของคุณกับน้องชายผมแล้วนะครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนและไม่ลำบากสำหรับทางคุณจนเกินไป ผมขอยกเลิกสัญญาพวกนั้นซะ ส่วนค่าเสียหายทั้งหมดส่งบิลมาเก็บที่ผมได้เลย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป น้องผมจะไม่ไปทำงานที่นั่นอีกแล้ว” พูดจบแจจุงก็ลากน้องชายตัวเองเข้าบ้านไป ไม่สนใจสองหนุ่มที่ยืนอยู่ที่หน้าบ้านเลยแม้แต่น้อย

 

 

ยุนโฮหัวเราะขึ้นเบาๆ คุณเออีคนงามไม่แม้จะปรายตามองมาทางเขาด้วยซ้ำ ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่มีโอกาสเอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่น้อย แถมจัดการเรื่องน้องชายเสร็จก็หนีเข้าบ้านไปเลย ไม่หันมาสนใจเขาด้วยซ้ำ ดูท่า เขาคงจะพูดกับคุณเออีไม่รู้เรื่องแล้ววันนี้ คงต้องมาใหม่วันหลัง ยุนโฮไหวไหล่น้อยๆอย่างไม่ใส่ใจ เรื่องของเขากับคุณเออีดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับคู่อริของเขา ยุนโฮได้ยินเรื่องที่แจจุงพูดทั้งหมด พอจับใจความได้ว่า จุนซูกับยูชอนมีสัญญาอะไรพิลึกๆกันอยู่ และคงเป็นสิ่งที่แจจุงไม่เห็นด้วยอย่างมาก พ่อเจ้าประคุณเลยลากน้องชายเข้าบ้านไปอย่างนั้น ปล่อยให้อีกคนยืนชะเง้อคอยาว แถมยังเดินวนไปวนมาหน้าบ้านเป็นหนูติดจั่นอีกต่างหาก ยุนโฮเผลอปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เป็นเหตุให้ร่างโปร่งหันมามองอย่างไม่สบอารมณ์

 

“หัวเราะอะไร” ยูชอนตะโกนถาม คนยิ่งกลุ้มๆอยู่ กะว่าจะมาคุยกับพี่ชายคุณเลขาดีๆ เพราะมันคนเดียวทำให้เสียเรื่องไปหมด แล้วยังมีหน้ามาหัวเราะเขาอีก

 

“มันเรื่องของฉัน ฉันอยากหัวเราะก็หัวเราะ” ยุนโฮตอบ เดาะกุญแจในมือเล่น

 

“แกนี่มัน .. เพราะแกคนเดียวทำให้พี่ชายจุนซูเข้าใจฉันผิด”

 

“เข้าใจผิดที่ไหน ฉันว่าเข้าใจถูกแล้วล่ะ ก็นั่นมันนิสัยนายนี่ มือไว ใจเร็วแบบนั้น ไปดีกว่า ลาก่อนนะเพื่อน” พูดจบยุนโฮก็ขึ้นรถตัวเองขับออกจาหน้าบ้านแจจุงไปทันที ก่อนไปยังเปิดกระจกมาโบกมือลาคู่อริอีกต่างหาก

 

ยูชอนได้แต่หงุดหงิดที่แพ้ให้กับคู่อริอีกแล้ว มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแสลคเนื้อดี หยิบโทรศัพท์มือถือมากดเบอร์ของคุณเลขาอย่างร้อนรน เพราะกลัวจะไม่ได้เห็นหน้าคุณเลขาตั้งแต่วันพรุ่งนี้เหมือนที่พี่ชายของจุนซูประกาศไว้ ไม่มีทาง เขาไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นอันขาด เรื่องของไอ้โย่งนั่นก็ยังไม่ได้จัดการ แถมยังมีไอ้หน้าปลาชนเขื่อนอีก แล้วนี่ยังเพิ่มไอ้ยุนโฮ แต่คนพวกนั้นถือเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เมื่อเจอกับพี่ชายคุณเลขา ตัวก็เล็กๆ แต่ท่าทางร้ายกาจน่าดู ยูชอนฟังเสียงสัญญาณสนโทรศัพท์ ปากก็บ่นพึมพำให้คุณเลขารับโทรศัพท์เร็วๆ  สักพักเสียงที่คุ้ยเคยก็ดังขึ้น

 

“เจ้านาย โทรมาทำไม” จุนซูกระซิบ เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนภายในกระเป๋ากางเกงตลอดเวลา แต่จะรับตอนนั้นก็ไม่ได้เพราะพี่แจจุงนั่งหน้าบึ้งไม่พูดไม่จาตั้งแต่เข้ามาในบ้าน เขาเลยไม่กล้ารับโทรศัพท์ตรงนั้น จึงเดินเลี่ยงมารับที่แถวๆห้องครัวแทน

 

“พี่ชายคุณว่าอะไรบ้างหรือเปล่า ผมไม่ยอมนะ เรื่องอะไรมายกเลิกสัญญากันง่ายๆแบบนี้” ยูชอนพูด

 

“ก็ใครใช้ให้เจ้านายไปชกลูกค้าของพี่แจจุงเขาเล่า ให้ตายสิ เจ้านายจะเอาแต่ใจแค่ไหนผมไม่เคยถือเลยนะ แต่นั่นมันลูกค้าพี่แจจุงเขา ทำแบบนี้พี่แจจุงเขาก็อาจจะเสียหายได้ พี่เขาก็เลยโกรธน่ะสิ” จุนซูตอบ เป็นเหตุผลเดียวที่เขาพอจะนึกได้ ว่าทำไมพี่ชายเขาถึงได้สั่งให้ขาเลิกทำงานกับยูชอน คงจะโกรธที่ยูชอนทำร้ายร่างกายยุนโฮนั่นเอง

 

“ลูกค้า ไอ้บ้านั่นอ่ะนะ นี่มันแอบมาเป็นลูกค้าพี่ชายคุณ เพื่อจีบคุณเลยเหรอ หนอยไอ้บ้านี่ มันจะมากไปแล้ว” ยูชอนยิ่งเดือดเป็นสองเท่าเมื่อนึกถึงตอนที่ยุนโฮตอบว่ามาหาแฟน

 

“โอ้ยเจ้านายนี่พูดอะไรไม่รู้เรื่อง เขาไม่ได้มาจีบผมหรอกน่า ผมกับคุณยุนโฮเพิ่งคุยกันแค่ครั้งเดียวเอง จะบ้าหรือไง คิดอะไรมั่วๆอีกแล้ว แล้วถ้าหากเขาจะมาจีบผม คุณไปเดือดร้อนอะไรด้วยเล่า”

 

“เดือดร้อนสิ เดือนร้อนมากด้วย คุณเป็นของผม อย่าลืมสิ” ยูชอนตะโกนเสียงดังอย่างลืมตัว

 

“ใครเป็นของคุณกัน ไอ้เจ้านายหื่น ไอ้เจ้านายบ้า เอาแต่ใจตัวเองอยู่ได้” จุนซูตะโกนกลับไปด้วยความโมโหที่ยูชอนนอกจากพูดอะไรไม่เข้าท่าแล้ว ยังมาทึกทักว่าเขาเป็นของตัวเองอีก เขายังไม่ได้อนุญาตสักหน่อย เรื่องอะไรมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขา ทำแบบนี้เขาไม่ยอมเด็ดขาด แต่ก่อนที่เขาจะกรอกเสียงตัวเองโต้ตอบไป โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กก็หลุดลอยออกไปจากมือ จุนซูตกใจ หันไปเจอพี่ชายยืนตีหน้านิ่ง ในมือถือโทรศัพท์ของเขาอยู่ด้วย

 

“ไม่ต้องโทรมาหาน้องผมอีกนะ มีอะไรคุยกับผมคนเดียวเท่านั้น สวัสดี” แจจุงกรอกเสียงตัวเองลงไปแทน จัดการปิดโทรศัพท์ทิ้งทันที

 

“ฮัลโหลๆๆๆๆ “ ยูชอนกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ แต่ก็ไม่มีสัญญาณใดๆตอบกลับมา แถมโทรกลับไปฝ่ายโน้นก็ปิดเครื่องไปแล้วเรียบร้อย

 

“ผมไม่ยอมแพ้หรอก เราจะต้องเห็นดีกัน คุณพี่ชาย  คุณเลขา” ยูชอนขึ้นรถขับกลับไปอย่างหัวเสีย

 

 

 

จุนซูตื่นแต่เช้าแต่งตัวเตรียมไปทำงานเหมือนปกติ แต่สิ่งที่ผิดไปจากเดิมก็คือ เขาต้องคิดหาวิธีที่จะออกจากบ้านยังไงไม่ให้แจจุงรู้ตัว จุนซูเหลือบมองนาฬิกาปลุกรูปมิกกี้เมาท์บนหัวเตียง เข็มสั้นบอกเวลา6โมงพอดี ตามธรรมดาพี่ชายเขาไม่ตื่นเวลานี้ เพราะตอนนี้พี่ชายเขาอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังจากอาการกำเริบ เลยไม่ต้องไปทำงานที่บริษัทสักพัก ความจริงแล้วถ้าหยุดงานยาวขนาดนี้พี่ฮีซอลเจ้านายของพี่แจจุงไม่มีทางให้หยุดแน่ๆ แต่เป็นเพราะคุณยุนโฮเป็นคนขอร้องเอาไว้ พี่ฮีซอลเลยไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะพี่ชายยังถ่ายโฆษณาให้คุณยุนโฮไม่เสร็จ

 

มือเล็กคว้ากระเป๋าคู่ใจ ค่อยๆแง้มประตูออกทีละนิดเพื่อสำรวจว่าพี่ชายออกมาข้างนอกหรือยัง ทุกอย่างเงียบสงบ คนตัวเล็กค่อยๆจรดเท้าออกก้าวออกไปเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่อยๆปิดประตูห้องอย่างเบามือ เพราะกลัวว่าเสียงเพียงแกร๊กเดียวจะทำให้พี่ชายตื่น จุนซูถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเขาสามารถทำทุกอย่างให้เบามือ จนไม่เกิดเสียงที่ไม่พึงประสงค์ออกมา ร่างเล็กค่อยๆเคลื่อนกายไปทางบันได ไม่ลืมที่จะหันไปมองประตูห้องฝั่งตรงข้ามอย่างระมัดระวัง พอลงมาถึงชั้น1ได้จุนซูก็อยากจะดีใจกระโดดโลดเต้น วันนี้วันเงินเดือนออก ขืนเขาไม่ไปแล้วเจ้านายเบี้ยวไม่จ่ายเงินเดือนจะทำยังไง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิดสัญญายกเลิกทุกอย่างทั้งหมดก่อนก็เถอะ แต่ไอ้ค่าหอม ค่าจูบ ค่าก่อนนี่มันไม่เกี่ยวกันนี่นา เขาทำไปแล้วยังเขาก็ต้องได้เงินส่วนนี้สิ

 

แต่ความหวังของจุนซูก็ถูกดับแสงลงทันที เมื่อเดินผ่านห้องรับแขก แจจุงพี่ชายคนสวยของเขานั่งกอดอกหน้าบึ้งอยู่ที่โซฟายาวผ้าสีขาวที่คลุมเอาไว้กันฝุ่นร่นออกไปอีกด้านนึง แจจุงมองน้องชายอย่างตำหนิ ก็เขาสั่งแล้วไว้ไม่ให้ไปที่บริษัทนั้นอีก แต่น้องชายของเขาก็ยังไม่เชื่อ ยังจะแอบไปอีกจนได้

 

“จุนซู พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องไปที่นั่นอีกใช่ไหม แล้วจะแต่งตัวไปไหนแต่เช้า” แจจุงถามเสียงเย็น จุนซูได้แต่ยิ้มแห้งๆ จะบอกพี่ได้ยังไงล่ะว่าเขาจะไปเอาเงินค่าลวนลาม บ้านได้แตกกันพอดี จะทำไงดีนะ คนตัวเล็กพยายามคิดหาเหตุผลที่ดีที่สุดเพื่อเป็นข้ออ้างไปเอาเงินจำนวนนั้นมา

 

“เอ่อ .. คือ.. วันนี้มีประชุมจุนซูทำงานค้างไว้ พี่จะให้จุนซูออกมากลางครันอย่างนี้ได้ยังไงล่ะ คนอื่นเขาไม่ได้ดิวงานนี้ไม่มีใครรู้เรื่องหรอก เดี๋ยวเขาก็ยุ่งกันพอดี”  จุนซูยกเรื่องงานมาอ้างเพราะรู้ว่าพี่ชายเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครทำงานค้างคาเอาไว้

 

“ก็ช่างสิ บริษัทเขาใหญ่ออกขนาดนั้น จะหาคนมาทำงานแทนไม่ได้เลยหรือไง” จุนซูอ้าปากค้าง นี่พีชายเขาเป็นอะไร ขนาดเอางานมาอ้างพี่แจจุงยังบอกให้ปล่อยไปแบบนี้ ผิดวิสัยของคิมแจจุงเป็นอันมาก

 

“พี่แจจุง อย่าทำอย่างนี้เลยนะ จุนซูต้องไปทำงานจริงๆนะ แค่วันนี้วันเดียวก็ได้นะ ให้จุนซูไปเคลียร์งานให้เขาก่อน แล้วจุนซูจะไม่ไปอีกเลยก็ได้” แหงล่ะ วันนี้ไปรับเงินเสร็จแล้วจะไปอีกทำไม

 

“จุนซู อย่ามาโกหกพี่ดีกว่า พี่รู้ว่าเวลาแค่เดือนเดียวไม่ทำให้จุนซุรักงานในหน้าที่ขนาดนั้นหรอก พี่รู้จักน้องชายพี่ดี จะไปทำอะไรที่บริษัท หรือว่า...” แจจุงหรี่ตามองน้องชายตัวดี “จุนซูชอบให้คุณปาร์คลวนลามแบบนั้น จุนซุชอบเขาแล้วใช่ไหม” แจจุงถามด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ แต่แอบหยั่งเชิงน้องชายไปด้วย คนอย่างจุนซู ถ้าไม่ชอบล่ะก็ ไม่มีทางได้แตะเนื้อต้องตัวแน่นอน ถึงแม้จะจ่ายเงินก็เถอะ หรือว่าน้องชายเขาอาจจะชอบคุณเจ้านายอยู่เหมือนกัน แต่คนฟังถึงกับสะดุ้ง

 

“เอ๊ย เปล่านะ ไม่ใช่ๆๆ ใครจะไปชอบให้คนอื่นมากอดเล่า” จุนซูปฏิเสธเสียงหลง

 

“แล้วจะไปทำไมล่ะ” คุณเลขาตีหน้ายุ่ง จะบอกยังไงดีหว่า บอกไปตรงๆพี่ชายจะโกรธเขาไหมนะ

 

“ว่าไงล่ะจุนซู” แจจุงเร่ง

 

“โธ่พี่แจจุง ทำไมต้องถามมากมายด้วยนะ จุนซูจะไปแค่วันนี้จริงๆนะ สัญญา หลังจากวันนี้ก็ไม่ไปแล้วล่ะ” จุนซูเดินเข้าไปใกล้พี่ชาย ทำท่าออดอ้อนออเซาะเหมือนที่ทำทุกครั้งเวลาอยากได้อะไร แต่ครั้งนี้ไม่สำเร็จ แจจุงไม่สนใจท่าทีออดอ้อนของน้องชายเลยสักนิด เขาอยากรู้มากกว่าว่าจุนซูจะไปที่นั่นอีกทำไม หรือเป็นเพราะชอบคุณปาร์คจริงๆเลยยังตัดใจไม่ได้กันแน่ แจจุงรู้จักน้องชายของตัวเองดี จุนซูเป็นคนรักใครแล้วรักคนนั้นไปตลอด กว่าที่จุนซูจะตัดใจจากซึงฮยอนเพราะน้องสาวของซึงฮยอนขวางไว้ได้ก็ใช้เวลาหลายปี ท่าทีอาลัยอาวรณ์ไม่อยากออกจากงานของจุนซูยิ่งทำให้แจจุงเป็นกังวล

 

ปาร์คยูชอนเป็นถึงเจ้าของบริษัทเงินทุนใหญ่ที่สุดในเกาหลี แถมยังติดอันดับต้นๆของพวกมหาเศรษฐี เขาไม่มีทางมาจริงจังกับน้องชายเขาที่เป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆแน่ๆ ก็เหมือนกันคนๆนั้น ชองยุนโฮ พวกเศรษฐีมักจะเห็นคนจนๆอย่างพวกเขาเป็นของเล่น แจจุงไม่อยากให้น้องชายของเขาต้องเสียใจเพราะเรื่องแบบนี้อีก ที่สำคัญ ไม่อยากให้ต้องเสียใจเหมือนกันเขาตอนนี้ด้วย

 

“จุนซูบอกพี่มาตรงๆ ว่าจะไปที่นั่นอีกทำไม มีอะไรที่นั่น ไม่งั้นก็กลับขึ้นไปบนห้องซะ” แจจุงเสียงแข็ง จุนซูหน้ามุ่ย รู้ดีว่า ถ้าหากไม่พูดความจริงพี่ชายก็คงไล่เขาขึ้นไปบนห้อง แต่ถ้าพูดความจริงไป พี่ชายก็คงไม่ให้ไปอีกนั่นแหละ แต่เขาอยากได้เงินนั่นนี่นา อุตส่าห์ยอมโดนกอด โดนหอม แล้วอะไรอีกตั้งเยอะแยะมาเดือนนึง จะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมามั่งก็เกินไปหน่อย อีกอย่างรวมๆแล้วก็ได้หลายล้านอยู่ นี่ยังไม่รวมกับเงินเดือนเลยนะ

 

“เฮ้อ” ร่างเล็กถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เงินก็อยากได้ แต่บอกความจริงก็กลัวพี่ด่า ทำไงดีนะ

 

“ว่ามา” แจจุงเร่ง ท่าทีดูเศร้าสร้อยปนสับสนของจุนซูยิ่งทำให้แจจุงร้อนใจมากขึ้นไปอีก

 

“ก็ได้ๆๆ จุนซูจะไปรับเงินเดือนน่ะ วันนี้เงินเดือนออก ไหนๆก็ทำมาทั้งเดือนแล้วไปรับเงินก่อนออกไม่ได้หรือไง เงินตั้งเยอะ” ในที่สุดน้องชายตัวดีก็ยอมพูด แจจุงส่ายหน้าน้อยๆกับความงกไม่เข้าเรื่องของน้องชาย ร่างบางลอบผ่อนลมหายใจเล็กน้อย ถ้าเป็นแบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เขากลัวตั้งแต่แรก น้องชายเขาก็แค่งกเหมือนเดิมเท่านั้น

 

“แล้วคิดว่าจะได้เงินเดือนด้วยเหรอ ก็พี่บอกให้จุนซูออกกลางคันแบบนี้ เขาก็น่าจะหักเงินเดือนจุนซูไปหมดแล้ว คงจะได้คืนหรอก ไหนบอกว่าผิดสัญญาจะต้องชดใช้ไง แล้วใครจะเอาเงินมาให้เรา” จุนซูทำตาโต เขาเป็นฝ่ายผิดสัญญาในสัญญาเขียนไว้ว่ายังไงบ้างนะ รวมกับเรื่องนี้หรือเปล่า ทำไมจำไม่ได้นะคิมจุนซู ถ้ารวมอย่างนี้เท่ากับเขาโดนกอดโดนจูบ โดนอะไรต่อมิอะไรฟรีๆน่ะสิ

 

“โอ้ย อย่างนี้เท่ากับจุนซูเปลืองตัวฟรีน่ะสิ เจ้านายทำอะไรไปตั้งเยอะแต่จุนซูไม่ได้ตามที่ตกลงกันเลย โธ่”จุนซูทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่ชายอย่างอ่อนแรง แจจุงขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจสิ่งที่น้องชายพูดเลยสักนิด แต่ท่าทีเศร้าสร้อยของน้องชายทำให้แจจุงคิดเตลิดไปไกล คิดว่ายูชอนทำอะไรเกินเลยกับน้องชายเขาแล้ว จุนซูถึงได้มีท่าทีเสียอกเสียใจขนาดนั้น ไม่ได้คิดเลยว่า ที่น้องชายมีท่าทีเศร้าซึมเพราะว่า ชวดเงินก้อนโตต่างหาก

 

“หมายความว่า นี่จุนซู....” จุนซูหันมาพยักหน้าเนือยๆกับพี่ชาย ยิ่งทำให้แจจุงชะงัก หรือว่าน้องชายเขาเสียให้ไอ้หมอนั่นไปแล้วเหรอ ร่างบางตีท่าทางของน้องชายที่ดูเศร้าซึมเพราะว่าเขาไม่ให้ไปรับเงินเดือนแถมยังมีแววชวดเงินก้อนโตเป็นอย่างอื่น ในขณะที่พี่ชายคิดไปไกลแล้ว แต่น้องชายก็ไม่ได้สำเนียกเลยว่าพี่ชายตัวเองคิดเลยเถิดไปกันใหญ่ ได้แต่นั่งคอตกปลงกับจำนวนเงินก้อนโตที่เขาจะไม่ได้รับ แต่แจจุงกลับเห็นว่าน้องชายตัวเองเศร้าที่เสียทีให้กับเจ้านายจอมหื่นไป แจจุงกำหมัดแน่น ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตัดสินใจไปทวงศักดิ์ศรีให้กับน้องชายเขาไม่ยอมให้เรื่องจบแบบนี้แน่

 

“วันนี้เป็นไงเป็นกัน พี่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้จุนซูเอง จุนซูไม่ต้องกลัว” แจจุงรีบเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นสองทันที ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งงงอยู่ตรงนั้นที่จู่ๆพี่ชายก็ฮึดฮัดเดินขึ้นไปแบนั้น

 

“อะไรหว่า เมื่อกี้ยังบอกว่าเราไม่ได้เลยนี่นา สงสัยพี่แจจุงก็คงเสียดายเงินที่เราต้องได้เหมือนกันแน่ๆเลย” จุนซูคิด ไม่ได้รู้เลยว่า พี่ชายไม่ได้คิดเหมือนตัวเองเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

ยูชอนดินวนไปวนมาอยู่ที่ในห้อง วันนี้เขาตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะว่าเขานอนไม่หลับมาตลอดทั้งคืน เฝ้าแต่คิดหาทางที่จะทำยังไงถึงจะได้เจอคุณเลขา และต้องแก้ความเข้าใจผิดระหว่างเขากับพี่ชายคุณเลขาด้วย ยูชอนลืมเรื่องหนุ่มๆทั้งหลายของคุณเลขาไปจนหมด เมื่อพบกับปัญหาที่ใหญ่กว่า เขาเพิ่งรู้ว่า ไอ้เรื่องหนุ่มๆที่ตอมคุณเลขานั้นเป็นเรื่อขี้ประติ๋วไปเลย เมื่อเทียบกับพี่ชายของคุณเลขา ยังไม่ทันได้แนะนำตัวให้รู้จักด้วยซ้ำ เขาก็ถูกพี่ชายของคุณเลขากีดกันซะแล้ว เป็นเพราะไอ้บ้านั่นคนเดียว ถ้าไม่มายั่วโมโหเขาซะจนขาดสติ เขาก็คงได้คุยกับพี่ชายของคุณเลขาดีๆกว่านี้ แล้วก็ไม่เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันด้วย

 

ยูชอนเหลือบมองดูนาฬิกา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นยังไงก็เป็นกัน วันนี้เขาต้องคุยกับพี่ชายของคุณเลขาให้รู้เรื่อง ยูชอนตัดสินใจไปที่บ้านคุณเลขาเพื่อเคลียร์เรื่องนี้ให้รู้เรื่อง ร่างโปร่งสาวเท้ายาวๆออกจากห้อง ไม่แวะทักทายใครๆที่โต๊ะอาหาร เดินลิ่วๆไปที่รถของตัวเอง รีบขับออกจากบ้านไป

 

“คุณแม่ฮะ พี่มิกกี้จะไปไหนแต่เช้าดูท่าทางรีบร้อนจังเลย”  ยูฮวานหันมาถามคุณนายปาร์คที่กำลังค่อยๆจิบกาแฟพร้อมกับอ่านเอกสารบางอย่างบนโต๊ะอาหารอย่างขะมักเขม้น

 

“จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ แม่ก็นั่งอยู่กับริคกี้ตรงนี้ เมื่อวานกว่าพี่เขาจะกลับมาแม่ก็เข้านอนไปแล้ว” คุณนายปาร์คตอบ แต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่เอกสารตรงหน้าอย่างไม่วางตา ยูฮวานจึงหันไปถามญาติผู้พี่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทน

 

“พี่ยูริล่ะฮะ รู้ไหมว่าพี่มิกกี้เป็นอะไร” ยูริส่ายหน้าน้อยๆ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าการที่จู่ๆคุณชายปาร์คจะขับรถพุ่งปรู๊ดปร๊าดไปไหนมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนี่นา ไม่น่าจะมีอะไรมากมายให้ต้องกังวล

 

“ริคกี้จะอยากรู้ไปทำไมล่ะ” คุณนายปาร์คละสายตาจากเอกสารตรงหน้าหันมามองลูกชายคนเล็ก

 

“เปล่าหรอกฮะ ช่วงนี้ริคกี้เห็นพี่ชายไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย ริคกี้ก็เลยเป็นห่วง เมื่อสองวันก่อนยังซึมๆอยู่เลย วันนี้เป็นพายุอีกแล้ว ก็เลยอดห่วงไม่ได้น่ะฮะ” ยูฮวานตอบ พร้อมกับตัดไส้กรอกขนาดพอคำเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย

 

“นั่นสินะ พี่ชายเราเขาเป็นอย่างนี้มานานเกินไปละ แม่ว่าแม่ควรจะต้องลงมือทำอะไรสักที” คุณนายปาร์คถอดแว่นสายตาที่ใช้อ่านเอกสารเมื่อกี้ออก ริมฝีปากเคลือบลิปสติกไว้อย่างสวยงามงับขาแว่นไว้ข้างนึงอย่างใช้ความคิด ยูฮวานหันไปมองท่าทีของมารดา ริมฝีปากอิ่มไม่ผิดกับพี่ชายคนโตสักเท่าไหร่ยกยิ้มอย่างมีความหวัง ถ้าคุณนายปาร์คพูดแบบนี้ แสดงว่ามีแผนอะไรภายในใจแน่ๆ และอีกไม่นานเขาก็จะได้พี่จุนซูมาเป็นพี่สะใภ้สักที

 

“คุณแม่คิดอะไรออกแล้วใช่ไหมฮะ” ยูฮวานยิ้มหวานหยดให้คนเป็นแม่ คุณนายปาร์คยักไหล่นิดๆอย่างไว้เชิงไม่ยอมบอกลูกชายคนเล็กง่ายๆ แต่กลับเบนสายตาไปมองหลานสาวที่นั่งทานอาหารเช้าอย่างเงียบๆ ยูริพยายามไม่หันไปมองสบตากับคนเป็นป้า แต่รู้โดยสัญชาติญาณของคนในตระกูลว่า ไม่แคล้วเธอก็ต้องเป็น1ในตัวละครของคุณป้าแน่ๆ อุตส่าห์หนีจากพ่อมา แต่ก็มาเจอป้าใช้เป็นเครื่องมือ หนีเสือปะปิรันย่าชัดๆ พ่อของเธอที่ว่าร้ายแล้ว แต่ก็ยังน้อยกว่าคุณนายปาร์คหลายเท่า เรื่องจอมวางแผนเนี่ย ยกให้ป้าของเธอเลย

 

“ยูริจ้ะ” คุณนายปาร์คเรียกหลานสาวเสียงหวานเจี๊ยบ แต่ยูริกลับรู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้ เหมือนจะรู้ว่างานเริ่มจะเข้าซะแล้ว

 

“คะคุณป้า” ยูริตอบเสียงอ่อยๆ

 

“ยูริจ้ะ พี่มิกกี้เป็นพี่ชายที่แสนดีของหนูใช่ไหมจ้ะ” 

 

“ค่ะ”

 

“งั้นหนูก็คงอยากให้พี่ชายมีความสุขใช่ไหมจ้ะ” คุณนายปาร์คถามต่อ

 

“ค่ะ”

 

“งั้นดีจ้ะ ทานข้าวเสร็จแล้วอาบน้ำแต่งตัวนะจ้ะ ตั้งแต่วันนี้ไป ป้าจะให้ยูริไปเป็นเลขาหน้าห้องพี่มิกกี้ ช่วยหนูจุนซูเขาทำงาน” ยูริตาโต จ้องหน้าคุณนายปาร์คตาไม่กระพริบ

 

“ไม่ต้องตกใจจ้ะ แค่ทำงานช่วยหนูจุนซูเท่านั้นเอง”

 

“แต่หนูไม่ได้เรียนบริหารธุรกิจมาเลยนะคะคุณป้า แล้วจะช่วยคุณจุนซูได้ยังไง” ยูริงง จู่ๆป้าของเธอก็อยากให้เธอไปทำงานกับพี่ชาย ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้

 

“ก็ช่วยหยิบจับนิดหน่อยเท่านั้นแหละจ้ะ หน้าที่หลักๆของหนูไม่ใช่ไปทำงานเอกสารพวกนั้นสักหน่อย เอาล่ะ ทานอิ่มแล้วก็ไปแต่งตัวนะจ้ะ เดี๋ยวป้าจะพาไปส่งที่บริษัทเอง ป้าไม่ได้ไปเยี่ยมพนักงานนานแล้ว วันนี้เป็นโอกาสดี จะได้พายูริไปแนะนำตัวกับพนักงานที่นั่นด้วย ริคกี้ไปกับแม่ด้วยนะ” คุณนายปาร์คหันไปพูดกับลูกชายคนเล็ก ก่อนจะจิบกาแฟอีกนิดหน่อย และลุกออกไปจากโต๊ะทานข้าว แต่ยังไม่วายหันมาสั่งกับชับทั้งสองคนที่ยังนั่งงงอยู่ที่โต๊ะ

 

“เร็วๆนะจ้ะ เดี๋ยวสาย”

 

 

 

ยูชอนมาจอดรถที่หน้าบ้านของสองพี่น้อง รีบวิ่งไปที่ประตูกดกริ่งรัวๆหลายที แต่ก็ไม่มีใครมาเปิดประตู เพราะตอนนี้ทั้งสองพี่น้องเดินทางไปที่บริษัทแล้ว ยูชอนออกมาช้าไปเลยสวนทางกับสองพี่น้องที่นั่งรถไฟใต้ดินไปที่ยืนอยู่ที่หน้าบริษัทเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าคนที่หน้าบ้านกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง เอาแต่กดกริ่งรัวๆอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจ ทำให้แม่บ้านที่มาเฝ้าบ้านให้ทั้งสองคนวิ่งต้องรีบมาเปิดประตูให้หน้าตาตื่น ตอนแรกกะจะด่าอยู่แล้วว่าใครกดกริ่งไม่เกรงใจชาวบ้าน แต่เมื่อเปิดประตูมาพบกับเจ้านายตัวเองเลยยั้งปากไว้ทัน

 

“สองคนนั้นอยู่ไหม” ยูชอนถามทันทีที่แม่บ้านของเขาเปิดประตู

 

“ไม่อยู่ค่ะ”

 

“แล้วไปไหน สั่งไว้หรือเปล่า” ยูชอนถามต่อ

 

“เอ่อ ไม่ได้สั่งไว้ค่ะ ตอนอิฉันมาถึงที่นี่ทั้งสองคนก็ไม่อยู่แล้วค่ะ” ยูชอนสบถอย่างหัวเสีย แล้วนี่เขาไปไหนกันนะ มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที พร้อมกับกดโทรออกไปยังเบอร์ที่ต้องการ ไม่นานปลายสายก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้น  ชายหนุ่มไม่รอฟังอะไรทั้งนั้น รีบถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันที

 

“คุณ อยู่ที่ไหนน่ะ ผมมาหาคุณที่บ้านก็ไม่เจอคุณ”

 

“ผมอยู่บริษัท ทำไมเจ้านายยังไม่เข้ามาอีกล่ะผมรออยู่นานแล้วนะ” จุนซู กรอกเสียงมาตามสาย

 

“อ้าว ไหนพี่คุณบอกว่าไม่ให้มาทำงานไง ทำไมไปอยู่ที่นั่นล่ะ”

 

“พี่ผมต้องการพบเจ้านายด่วนเลย รีบๆมาเลยนะ” จุนซูบอกแค่นั้น แล้วก็รีบปิดโทรศัพท์ทันที เพราะเห็นแจจุงเดินเข้ามาใกล้ๆ

 

“คุยกับใครน่ะจุนซู” แจจุงถามเมื่อเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของน้องชาย

 

“เอ่อ เพื่อนน่ะครับ”

 

“เหรอ ทำไมเจ้านายจุนซูมาทำงานสายจัง นี่พี่มานั่งรอตั้งนานแล้วนะ” จุนซูดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ

 

“โธ่พี่ นี่มันเพิ่ง 8โมงกว่าๆเองนะฮะ เจ้านายน่ะ ทุกทีมาถึงนี่ก็ 9โมงเข้าไปแล้ว”

 

“รู้ดีจังนะ”

 

“ก็มาด้วยกันทุกวัน .. เอ๊ย ก็ผมเป็นเลขานี่นา ไม่เอาแล้ว พี่แจจุงนั่งรออยู่ที่ห้องรับรองนี่แล้วกัน เดี๋ยวจุนซูขอเคลียร์งานก่อน ไหนๆก็มาแล้วทำให้มันเสร็จๆไปซะ” จุนซูพูดพลางลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ไม่นานจุนซูก็จมอยู่ในกองงาน ไม่หันมาสนใจพี่ชายที่กำลังนั่งมองตัวเองด้วยความชื่นชมอยู่เลย แจจุงเลี้ยงจุนซูมาตั้งแต่เด็ก จึงอดปลื้มใจไม่ได้ที่เห็นน้องชายตั้งใจทำงานอย่างจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าเจ้านายของจุนซูเป็นคนไม่ดี ข่มเหงรังแกน้องชายของเขา เขาก็คงสนับสนุนให้จุนซูทำงานที่นี่ต่อ แต่เมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็คงต้องเอาน้องชายออกจากที่นี่ให้ได้ แถมยังต้องให้หมอนั่นรับผิดชอบที่ทำให้น้องชายเขาแปดเปื้อนด้วย

 

 

 

ทางด้านขบวนของคุณนายปาร์คก็เริ่มออกเดินทางมาที่บริษัทเหมือนกัน คุณนายปาร์คอยู่ในชุดทำงานสีสันสดใส ตัดเย็บเข้ารูปอย่างดี ส่งให้คุณนายดูสาวขึ้นอีกหลายปี ในขณะที่ยูริก็อยู่ในชุดที่เจ้าตัวคิดว่าเหมาะกับการทำงานที่สุดแล้ว คุณนายปาร์คไม่ค่อยชอบใจการแต่งตัวของหลานสาวเท่าไหร่ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรก ยังไม่มีเวลาพาไปจัดการเรื่องชุดจึงยอมปล่อยไปก่อน ยูริเป็นเด็กเรียบร้อย ชุดของยูริจึงมีแต่สีเรียบๆเท่านั้น ไม่ค่อยสะดุดตาเท่าไหร่ ถ้าเปรียบเทียบกับจุนซู ยูริหลานสาวของเธอดีกว่าหน่อยตรงที่ไม่เชยเท่าแค่นั้นเอง นอกนั้น แทบจะแต่งตัวเหมือนจุนซูตอนบ้าเรทโทรไม่มีผิดเพี้ยน

 

ผิดกับลูกชายของเธอ ยูฮวานอยู่ในชุดสูทแสนทันสมัยสมวัย ไม่ดูแก่จนเกินไป แล้วก็ไม่ดูล้ำจนเกินไป คุณนายปาร์คมองดูลูกหลานด้วยความชื่นชม แต่คนถูกมองมีอาการต่างกันไป ยูฮวานกำลังคันปากยิบๆ อยากจะถามคนเป็นแม่เหลือเกินว่าวางแผนอะไรไว้ ทำไมคราวนี้ไม่แจงสี่เบี้ยให้ลูกรู้ ทั้งๆที่ทุกที คุณนายปาร์คไม่เคยปิดปังอะไรเขา มีอะไรก็ต้องบอกให้เขารู้ เพราะเขานี่แหละ มือขวาคนสำคัญของคุณนายปาร์ค

 

ส่วนยูริรู้สึกหนาวๆร้อนๆ กับหน้าที่ที่จะต้องไปทำ ได้ยินแว่วๆว่าให้ไปเป็นผู้ช่วยคุณจุนซู แต่ไม่ต้องทำงานเหมือนคุณจุนซู แล้วงานที่คุณป้าจะให้เธอทำคืออะไร ยูริไม่อยากจะคาดเดา เพราะกลัวว่าตัวเองจะเดาถูกเหลือเกิน

 

“ยูริจ้ะ ป้าว่าชุดหนูมันเรียบร้อยไปนะจ้ะ ไว้พรุ่งนี้ป้าจะโทรสั่งให้เขาเอาชุดใหม่ๆมาให้หนูนะจ้ะ” ยูริสะดุ้ง ถึงกับต้องเปลี่ยนการแต่งตัวของเธอด้วย สิ่งที่เธอคิดคงไม่ผิดแล้วล่ะ คุณป้ากำลังจะให้เธอเป็นไปไม้กันสุนัขทั้งหลายที่จะเข้ามาทึ้งว่าที่สะใภ้ใหญ่คนโปรดแน่ๆ

 

“คุณป้าคะ หนูว่าชุดแบบนี้ก็ดีแล้วนี่คะ” ยูริอ้อมแอ้มบอก

 

“ไม่ได้จ้ะ เลขาท่านประธานทั้งที จะมาแต่งชุดเป็นนางชีอยู่ได้ยังไง ไม่เอาล่ะจ้ะ ป้าขอนะจ้ะ” จบข่าว ลองคุณนายปาร์คเอ่ยปากว่าขอ ขนาดพ่อเขาที่แสนจะเขี้ยวกับคนอื่น ยังต้องยอมพี่สาวแต่โดยดี เพราะถ้าไม่ยอม คุณนายปาร์คก็จะใช้สารพัดวิธีทำให้ยอมจนได้ ถ้าหากไม่อยากยุ่งยาก และบานปลายจงยอมคุณนายปาร์คซะตั้งแต่เนิ่นๆจะดีกว่า

 

“แล้วคุณป้าจะให้หนูไปทำอะไรล่ะคะ” คุณนายปาร์คยิ้ม หยิบแฟ้มเอกสารที่นั่งอ่านตั้งแต่เมื่อเช้าขึ้นมาเปิด หยิบกระดาษA4แผ่นนึงส่งให้หลานสาวในนั้นมีรูปภาพชายหนุ่มหน้าตาดีอยู่คนนึง พร้อมประวัติคร่าวๆ

 

“ใครคะคุณป้า” ยูริกวาดสายตาเร็วๆอ่านประวัติคร่าวๆพลางถามคนเป็นป้าไปด้วย

 

“ชเวซึงฮอยน คนที่หนูจะต้องรับผิดชอบไงจ้ะ” ยูริเงยหน้าจ้องคนเป็นป้าทันที คุณนายปาร์คปิดปากหัวเราะเบาๆเพราะขำท่าทางตื่นๆของหลานสาว

 

“ทำไมจ้ะ ทำหน้าอย่างกับเพิ่งค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ชิ้นที่8 ของโลกอย่างนั้นแหละ”  ยูริย่นคิ้วเล็กน้อย ไม่ขำไปกับมุกของป้าตัวเองแม้แต่น้อย ถ้าหมอนี่เป็นสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ เธอจะสั่งให้ลูกน้องของพ่อเอาลูกตุ้มไปทุบให้แตกละเอียดทันทีจะได้ไม่ต้องไปเจอกัน เพราะเริ่มเดาได้ลางๆแล้วว่าคุณนายปาร์คต้องการให้ตัวเองทำอะไร

 

“คุณป้าคะ อย่าบอกนะคะ ว่าจะให้ยูริไปกันผู้ชายคนนี้ออกจากคุณจุนซู”

 

“ถูกต้องใช่เลย หลานป้านี่ฉลาดจริงๆ” น่านว่าแล้ว

 

“หนูไม่ทำได้ไหมคะ” ยูริตอบเสียงอ่อยๆ คุณนายปาร์คตบที่นั่งข้างตัวให้ยูริมานั่ง หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย เพื่อจะไปนั่งที่เบาะหลังของรถลีมูซีนขนาดสามท่อนของคุณนายปาร์ค ที่มีอุปกรณ์เครื่องสันทนาการ และเครื่องดื่มครบครัน

 

“ยูริ คิดว่าเห็นแก่ป้านะจ้ะ ป้าให้คนสืบมาแล้ว ในบรรดาหนุ่มๆที่มารับหนูจุนซูไปทานข้าว มาคุยเล่นกับหนูจุนซู เป็นหนามทิ่มตำใจของพี่ชายหนู ก็มีคนนี้แหละที่มีภาษีดีที่สุด ส่วนอีกคนช่างเถอะ สายของป้ารายงานว่า หมอนั่นมีเมียแล้ว แต่ยังมาก้อร่อก้อติกกับหนูจุนซูอีก ป้าว่าคนอย่างหนูจุนซูคงไม่แลหมอนั่นหรอก แต่คนนี้ผิดกัน หนูดูสิจ้ะ ทั้งหน้าตา การศึกษาหน้าที่การงาน พอๆกับพี่ชายของหนูเลยนะ ป้าว่าหนูจุนซูคงจะพลาดท่าเสียทีให้คนนี้ง่ายกว่าคนนั้น แถมป้ายังรู้มาว่า เขามารับหนูจุนซูไปทานข้าวด้วยบ่อยๆ นี่ไงล่ะสาเหตุที่พี่ชายหนูกลุ้มใจ ทำตัวบ้าบอไปวันๆ” คุณนายปาร์คอธิบายยืดยาว ยูฮวานที่นั่งอยู่อีกฝั่งนึง ค่อยๆขยับมาดึงกระดาษในมือยูริไปดู

 

“นี่เลย คนนี้เลยที่ริกกี้เห็นในร้านอาหารวันนั้น คนนี้ไงคุณแม่ ที่ริกกี้บอกว่าหน้าตาดีแล้วก็พี่จุนซูดูสนิทกับเขามากๆด้วย” ยูฮวานช่วยยืนยันอีกคน

 

“เห็นไหมจ้ะ ขนาดริกกี้ยังบอกเลยว่าผู้ชายคนนี้สนิทกับหนูจุนซูมากแค่ไหน หนูไม่อยากให้พี่ชายมีความสุขเหรอจ้ะ” คุณนายปาร์คพยายามเกลี้ยกล่อมยูริ หญิงสาวนิ่วหน้าคิด ระหว่างความสุขส่วนตัว กับความสุขของพี่ชายเธอควรจะเลือกอะไรดี

 

“นะพี่ยูริ ริกกี้ขอร้อง” ริกกี้ก็เข้ามาร่วมวงออดอ้อนยูริอีกคนอย่างรู้งาน

 

“แต่ว่า ...” ยูริยังลังเล เธออยากช่วยพี่ชายให้สมหวัง แต่ก็ไม่อยากใกล้ชิดผู้ชายคนนี้เท่าไหร่นัก เธอกลัวว่าจะมีเรื่องอะไรอีกมากมายตามมาถ้าหากเธอกระโดดลงไปในแผนของคุณนายปาร์ค

 

“หนูกลัวว่าเขาจะมาติดพันหนูเหรอจ้ะ ป้าว่าหนูไม่เห็นต้องกลัวเลย ถ้าแผนการเราสำเร็จแล้ว หนูก็ทิ้งหมอนี่ได้เลย จะไปกลัวอะไร หนูก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วเขาไม่มีทางฝ่าด่านคู่หมั้นหนูมาได้หรอก อีกอย่างพ่อหนูลองเลือกใครเป็นลูกเขยแล้ว เปลี่ยนใจยาก ต่อให้หมอนี่รวยกว่านี้ หล่อกว่านี้ พ่อหนูก็ไม่เอาหรอกจ้ะ ไม่ต้องกลัวไปเลย แต่เอหรือว่า.. หนูกลัวจะไปตกหลุมรักเขาซะเอง ดูๆไป ก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย”คุณนายปาร์คเริ่มชงให้เข้าทางตัวเอง

 

“ไม่ค่ะ หนูไม่มีทางรักใครเพราะเรื่องแบบนี้เด็ดขาดค่ะ” ยูริตอบอย่างมั่นใจ

 

“งั้นก็ดีแล้วจ้ะ แบบนี้ป้ายิ่งสบายใจว่าจะไม่ทำให้หลานสาวของป้าต้องเสียใจ ป้ารู้ว่ายูริไม่รักใครง่ายๆเลยเลือกยูริมาช่วยทำหน้าที่นี้ไงจ้ะ ช่วยพี่เขาหน่อยนะจ้ะ”  คุณนายปาร์คลูบผมหลานสาวเบาๆอย่างเอาใจ ยูริสบตายูฮวานที และคุณนายปาร์คทีอย่างสับสน แต่ในที่สุดเธอก็ทนต่อเสียงอ้อนวอน และสายตาขอร้องแกมบังคับกลายๆของคุณนายปาร์คไม่ได้ ตอบตกลงช่วยกันผู้ชายคนนี้ออกจากจุนซูให้เอง เสียงริงโทนเพลงฮิตดังขึ้น คุณนายปาร์คหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนิดนึง ก่อนจะกรอกเสียงไปตามสาย

 

“ว่าไงคุณอึนยอง จัดของที่สั่งไว้เรียบร้อยหรือยังจ้ะ”

 

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณนายใหญ่ แต่ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ พี่ชายคุณจุนซูมาที่บริษัทค่ะ กำลังทะเลาะกับท่านประธานใหญ่โต ดิฉันขึ้นไปแอบฟังอยู่ที่หน้าห้องค่ะ เสียงดังมากเลยด้วย คุณนายใหญ่อยู่ที่ไหนคะ ใกล้ถึงหรือยัง ช่วยมาดูทีเถอะค่ะ” คุณอึนยองรายงายยาวเหยียด

 

“พี่ชายจุนซุเหรอ เขามาทำอะไร”

 

“ได้ยินแว่วๆว่ามาทวงศักดิ์ศรีหรืออะไรสักอย่างคืนนี่แหละค่ะ คุณจุนซูกำลังห้ามอยู่นะคะ แต่คิดว่าคงจะไม่สำเร็จค่ะ เพราะพี่ชายคุณจุนซูท่าทางร้ายกาจหน้าดูเลยค่ะ”

 

“อืม ขอบใจมาก อีกสักพักฉันก็ถึงแล้วล่ะ แค่นี้นะ” คุณนายปาร์คตัดสายทิ้งเรียบร้อย กดอินเตอร์คอมภายในรถ สั่งให้คนขับรถรีบไปที่บริษัทให้เร็วที่สุด

 

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณแม่” ยูฮวานถาม

 

“พี่ชายจุนซูมากำลังล้งเล้งอะไรกับตามิกกี้อยู่ที่ห้องทำงาน สงสัยงานนี้แผนยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูงของแม่คงจะสำเร็จเร็วขึ้นแน่ๆ” คุณนายปาร์คยิ้ม

 

“คุณแม่ เขามีแต่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” ยูฮวานขัดขึ้น

 

“ระดับคุณนายปาร์ค ได้แค่สองตัวมันจะไปพออะไร๊ ต้องได้ทั้งฝูงสิถึงจะคุ้ม” คุณนายปาร์คคลี่พัดปิดปากหัวเราะอยู่คนเดียวอย่างสมใจ ปล่อยให้เด็กทั้งสองนั่งงงอยู่อย่างนั้น

 

 

 

 

สถานการณ์ภายในห้องทำงานของคุณเจ้านายกำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ในนี้ก็เปิดแอร์เย็นเฉียบ แต่จุนซูรู้สึกว่าห้องนี้มันร้อนสุดๆ จะไม่ให้ร้อนได้ยังไง ตอนนี้พี่ชายของเขากับคุณเจ้านายกำลังจ้องกันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ นี่ถ้ามีแสงเอฟเฟ็คออกจากตา ทั้งสองคนก็คงไหม้เป็นจุลไปแล้วจ้องกันขนาดนั้น

 

ไอ้ที่เขาคิดว่าจะได้พี่ชายมาเป็นแรงหนุนช่วยทำให้เขาได้เงินทั้งหมด โดยไม่ต้องเสียไปเพราะผิดสัญญา กลับกลายเป็นพี่ชายของเขามาโวยวายใหญ่โตใส่คุณเจ้านาย เรื่องศักดิ์ศรีอะไรสักอย่างจุนซูรู้ว่าพี่ชายเขาไม่ชอบให้เขาทำแบบนี้ แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นมีปากเสียงรุนแรงกับคุณเจ้านายนี่นา ที่สำคัญตอนนี้ พี่ชายเขากำลังเรียกร้องให้คุณเจ้านายรับผิดชอบ รับผิดชอบอะไร ก็แค่กอด แค่จูบนิดหน่อยแค่นั้นเอง ได้เงินแล้วก็น่าจะกลับบ้านนี่นา จุนซูมองซ้ายทีขวาทีอย่างไม่เข้าใจ

 

“ว่าไง คุณจะรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำหรือเปล่า” แจจุงย้อนถามคำถามเดิม เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่าปาร์คยูชอน กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ แต่ไม่มีวันซะล่ะ น้องชายเขาเสียตัวไปแล้ว เขาจะไม่ยอมให้น้องชายเขาเสียใจเด็ดขาด

 

“รับผิดชอบ คุณพูดแต่คำนี้ย้ำๆมาหลายครั้งแล้วนะ คุณจะให้ผมรับผิดชอบอะไรน้องคุณก็บอกมาตรงๆสิ ผมจะได้พิจารณาว่ามันสมควรหรือเปล่า” ยูชอนตอบ เขาไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก ทันทีที่มาถึงห้อง ด้วยความดีใจที่เห็นหน้าคุณเลขา เขาจึงรวบตัวคุณเลขาเข้ามากอด โดยไม่ทันมองว่าพี่ชายเขายืนอยู่ตรงนั้น ผลก็คือ เขาโดนหมัดเล็กๆของพี่ชายคุณเลขาต่อยเข้าเต็มรัก เล่นเอามึนไปเหมือนกัน เขาต่างหากที่น่าจะเรียกค่าเสียหาย แต่ยังไม่ได้ถามหรือพูดอะไรให้เข้าใจ คิมแจจุง ก็พูดย้ำแต่คำเดิมมานานสองนานแล้วว่าจะให้เขารับผิดชอบ ความจริงไม่ต้องบอกเขาก็พร้อมรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่คนอย่างปาร์คยูชอนไม่ชอบให้ใครมาบังคับ และเขาต้องการรู้ที่มาที่ไปด้วย ว่าจะให้รับผิดชอบอะไร จึงพยายามถามอยู่นาน แต่อีกฝ่ายก็บ่ายเบี่ยงอยู่ได้ เรื่องมันก็จบลงด้วยเขาและแจจุงต่างเถียงกันอย่างไม่ลดละ โดยมีคุณเลขาพยายามทำตัวเป็นกรรมการห้ามตลอด

 

ทางด้านแจจุงก็โกรธยูชอนมาก ทำไมต้องให้เขาย้ำเรื่องที่ตัวเองทำลงไปด้วยนะ พวกคนรวยนี่เหมือนกันหมด ทำอะไรก็ไม่รับผิดชอบ เขาจะไม่ยอมให้น้องชายต้องเสียใจเหมือนกับเขาเป็นอันขาด เป็นยังไงก็เป็นกัน

 

“นี่คุณยังต้องให้ผมแจกแจงอีกเหรอว่าคุณทำอะไรกับน้องชายผมบ้าง”  แจจุงตะโกนอย่างเหลืออด

 

“ผมทำอะไรน้องชายคุณ อ๋อ เรื่องที่ผมจูบน้องชายคุณใช่ไหม นั่นมันอยู่ในข้อตกลงนี่ ผมจูบ ผมกอด ผมก็จ่ายไง” ยูชอนตอบ แต่คำตอบของเขายิ่งทำให้แจจุงเดือดเพิ่มขึ้น ร่างบางเดินรี่เข้าไปกะจะเหวี่ยงหมัดใส่คนปากดีอีกครั้ง แต่ยูชอนหลบทันแถมเจ้าน้องชายตัวดีก็ดันมากอดเขาเอาไว้อีกต่างหาก

 

“พี่แจจุงพูดกันดีๆได้ไหม”

 

“เงียบไปเลยนะจุนซู เราโดนเอาเปรียบยังจะบอกให้พี่ไปพูดดีๆกับเขาอีกเหรอ” แจจุงหันมาตวาดน้องชาย

 

“โกรธอะไรก็มาลงที่ผมสิ ทำไมต้องไปลงที่จุนซูด้วย เขาไม่รู้อะไรสักหน่อย” ยูชอนรีบออกตัวปกป้องคุณเลขา ถึงจะเป็นพี่ชาย แต่เขาก็ไม่ชอบให้ใครมาตวาดคุณเลขาของเขาแบบนี้

 

“อ๋อ ผมลงกับคุณแน่ ว่าไง ตกลงจะรับผิดชอบไหม”

 

“เอาล่ะ ผมจะไม่ถามแล้วว่าคุณจะให้ผมรับผิดชอบเรื่องอะไร ผมถามมานานแล้วคุณก็ไม่บอก เอางี้ คุณจะให้ผมรับผิดชอบยังไงบอกมาดีกว่า ถ้าทำได้ผมก็จะทำ” ยูชอนบอกอย่างยอมแพ้

 

“ดี พูดง่ายๆอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่มีเรื่องแล้ว ผมต้องการให้คุณแต่งงานกับน้องชายผมเป็นการรับผิดชอบที่คุณได้ย่ำยีน้องชายผม” สิ้นเสียงแจจุง ห้องทำงานก็เงียบสนิทได้ยินแต่เสียงเครื่องทำความเย็นชั้นดีเท่านั้นที่ส่งเสียงดังที่สุดในห้อง คนตัวเล็กได้สติก่อน หันมาถามพี่ชายด้วยเสียงตกใจ

 

“เมื่อกี้พี่ว่าอะไรนะ”

 

“แต่งงานไง ก็เขาทำร้ายจุนซูขนาดนั้น พี่ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆหรอก เขาต้องรับผิดชอบจุนซู ต้องแต่งงานกับจุนซู” จุนซูอ้าปากค้าง นี่พี่ชายเขาไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่าเขามีอะไรกับคุณเจ้านาย มิน่าถึงได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้ จุนซูเพิ่งถึงบางอ้อ

 

“ว่าไง คุณจะรับผิดชอบน้องชายผมไหม” แจจุงถามย้ำอีกที ยูชอนถึงกับใบ้กิน เขาเนี่ยนะ ทำอะไรคุณเลขา ได้ข่าวว่า แค่จูบ หรือไม่ก็กอด แค่นี้เขาก็เกือบจะหมดตัวอยู่แล้ว ขืนทำถึงขนาดนั้น คุณเลขาไม่เรียกเอาทั้งบริษัทเลยเรอะ

 

“ถามทำไมไม่พูด คุณจะรับผิดชอบน้องชายผมไหม”

 

 

“รับค่ะ” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นทางประตูห้อง   เรียกให้สายตาทั้งสามคู่หันไปมอง คุณนายปาร์คคลี่พัดโบกเบาๆวางมาดนางพญาอยู่หน้าประตู พร้อมกับเดินเข้าไปในห้อง ตามด้วยมือขวาอย่างยูฮวาน และมือซ้ายฝึกหัดอย่างยูริ คุณนายปาร์คทิ้งตัวลงนั่งที่โซหาตัวยาวในห้องทำงานของลูกชาย ปล่อยให้ทุกคนมองหน้าไปมาอยู่อย่างนั้นอย่างงุนงง

 

 

%%%%%%%%%%%%%%%

 

TBC

 

 

 

สุขสันต์วันปีใหม่ไทยค่ะ ในที่สุดก็เข็นตอนนี้ออกมาจนได้ค่ะ เนื่องจากคอมที่ใช้ทำงานเสีย ทำงานไม่ได้ อิคนแต่งเลยมีเวลานั่งปั่นฟิคได้ตอนนึง ยาวไปหน่อย แหะ ๆ  เลยเอามาลงให้ก่อนวันสงกรานต์ สำหรับคนที่กำลังจะไปเที่ยว จะได้ฮาก่อนไปเที่ยว และสำหรับคนที่ไม่ได้ไปไหนยู่กับบ้านกันค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ เดินทางปลอดภัยทุกคนค่า

 

แล้วเจอกันใหม่