[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 16
posted on 15 Dec 2010 00:22 by kameryuichi in emergency
Part 16
“คุณแม่~!!!!!!” เสียงลูกชายคนเล็กดังมาแต่ไกล เรียกให้คุณนายปาร์คที่กำลังจดจ่ออยู่กับทีวีตรงหน้าต้องหันมามอง สักพักก็เห็นลูกชายคนเล็กวิ่งถลาเข้ามาในห้องนั่งเล่นหน้าตาตื่น
“เป็นอะไรริกกี้ เรียกซะตกอกตกใจ” คุณนายปาร์คถาม
“ริกกี้รู้แล้ว ว่าพี่ชายเป็นอะไร” ยูฮวานรีบนำเรื่องที่เขาเห็นวันนี้เล่าให้มารดาฟังเป็นฉาก คุณนายปาร์คนั่งฟังอย่างสงบไม่มีทีท่าเดือดร้อนอะไรทั้งนั้น
“คุณแม่ คุณแม่ไม่ตกใจเลยเหรอ นี่พี่จุนซูกำลังมีผู้ชายคนใหม่เข้ามานะ ท่าทางจะสูสีกับพี่ชายด้วยนะ แม่ไม่อยากได้พี่จุนซูเป็นลูกสะใภ้แล้วเหรอ” ยูฮวานถามด้วยความสงสัย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าแม่ของเขาชอบพี่จุนซูมากๆ ถึงแม้พี่จุนซูจะเป็นผู้ชาย อาจจะไม่ตรงตามเสป็คที่แม่หวังไว้ แต่ว่าคุณแม่ก็ไม่ได้มีทีท่าต่อต้านอะไรสักนิดเพราะว่าพี่จุนซูก็น่ารักถูกอกถูกใจแม่เขาอยู่มาก แล้วทำไมถึงได้ทำท่าเหมือนไม่สนใจอย่างนี้ล่ะ
“แล้วพี่เราเขาทำอะไรมั่งล่ะ แม่ยังไม่เห็นพี่เราเขาทำอะไรเลยนะ นอกจากเดินหน้าบูด ขับรถเฟี้ยวฟ้าวออกไปเนี่ย หรือไม่ก็กลับมาหมกตัวอยู่ในห้อง” คุณนายปาร์คหันมาถามลูกชายคนเล็ก ยูฮวานพยักหน้าหงึกๆ นั่นสินะ พี่ชายของเขาไม่เห็นจะทำอะไรเลย นอกจากเดินไปเดินมา ฟาดงวงฟาดงาใส่รถบ้าง ออกไปตะลอนตอนดึกบ้าง นอกนั้นไม่เห็นทำอะไรเลยสักอย่าง
“แต่ว่า คุณแม่รู้ได้ยังไงฮะ ว่าพี่มิคกี้ไม่ทำอะไรเลย” คุณนายปาร์คยิ้มที่มุมปากนิดนึง ก่อนจะหันไปเอาพัดมาคลี่ปิดปากไว้ประหนึ่งผู้ดีอังกฤษก่อนจะส่งเสียงหัวเราะคิกคักก่อนและไขข้อข้องใจลูกชายคนเล็ก
“ก็แม่เป็นคุณนายนักสืบนี่ เรื่องแค่นี้แม่จะไม่รู้ได้ยังไง” ยูฮวานตาโต อะไรกัน เรื่องนี้มันเพิ่งเกิดไม่ใช่เหรอ ถึงจะรู้ว่าแม่เขารวดเร็วเรื่องสอดส่องลูกชาย แต่ไม่คิดว่าเร็วขนาดนี้
“คุณแม่ส่งใครไปเป็นสายสืบเหรอฮะ”
“จะมีใคร ก็คุณอึนยองน่ะสิ แม่โทรไปถามเขากริ๊งเดียวก็ได้เรื่องแล้ว ว่ามีผู้ชายมารับหนูจุนซูไปกินข้าวเมื่อกลางวัน แค่นี้แม่ก็เดาออกแล้วว่าไอ้อาการหงุดหงิดงุ่นง่านที่พี่เราเขาเป็นเกิดจากอะไร ริกกี้ต้องเรียนรู้อีกเยอะนะจ้ะลูก” คุณนายปาร์ครวบเก็บพัดเคาะที่หน้าผากมนของลูกชายคนเล็กเบาๆอย่างเอ็นดู
“โธ่ คุณแม่อ่ะ ริกกี้จะไปตามคุณแม่ทันได้ยังไง” ร่างบางหน้างอทันที “ว่าแต่ คุณแม่จะทำยังไงล่ะฮะคราวนี้ ขืนเป็นอย่างนี้พี่จุนซูได้หลุดลอยแน่ๆเลย” ยูฮวานรีบถาม เพราะจากที่เขาเห็นผู้ชายคนนั้นก็ดูดีทีเดียว
“ไม่ทำอะไรทั้งนั้นแหละ” คุณนายปาร์คตอน พร้อมกับหยิบหมอนอิงมากอดสายตากลับไปจับจ้องทีวีที่กำลังฉายซีรี่ย์เรื่องโปรดต่อเลิกสนใจเรื่องตรงหน้าทันที
“อ้าว คุณแม่ ไหงงั้นล่ะฮะ” ยูฮวานงง
“เฮ้อ ริกกี้ พี่ชายเราน่ะเป็นคนยังไงเราก็รู้ดีอยู่แล้ว ทุกทีตามิกกี้มักจะได้อะไรง่ายๆเสมอ สาวๆก็เข้ามาหาเอง อยากจะสลัดทิ้งก็สลัดง่ายๆๆ ไม่เคยต้องขวนขวายลงมือทำอะไรด้วยตัวเองเลยสักนิด คราวนี้แหละ จะได้รู้ว่าความรักน่ะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยากได้อะไรมันก็ต้องลงแรงกันหน่อย” คุณนายปาร์คตอบ
ยูฮวานพยักหน้าหงึกหงัก มันก็จริงอยู่ พี่ชายมีสาวๆห้อมล้อมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยมีครั้งไหนที่พี่ต้องออกแรงเข้าแย่งชิงมาก่อนเลย พอมีใครเข้ามาแย่งไป พี่ชายเขาก็จะเป็นฝ่ายล้มเลิกเองซะทุกที เหมือนคราวนั้น ยูฮวานยังจำได้ดีว่าพี่ชายเขาหัวเสียมากแค่ไหน ที่จู่ๆผู้หญิงที่ตัวเองกำลังคิดจะไปจีบโดนชาวบ้านแย่งไป จนบัดนี้พี่ชายยังแค้นฝังใจกับเรื่องคราวนั้นอยู่ แต่จะโทษผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ถูก ต้องโทษพี่ชายที่เป็นคนแบบนี้ เพราะว่าได้อะไรมาง่ายๆตลอด เลยทำให้พี่เขาชอบคิดเองเออเองว่าสิ่งที่ทำอยู่มันเพียงพอแล้ว กับการที่จะรักใครสักคนจริงๆ เลยไม่คิดที่จะลงมือแย่งอะไรที่เป็นของตัวเองกลับคืนมาสักที
“แต่คุณแม่ฮะ คุณแม่ก็รู้ว่าพี่มิคกี้น่ะ เขาเป็นแบบนี้ แล้วคุณแม่จะไม่ช่วยพี่มิคกี้เลยเหรอฮะ”
“ก็คงจะมีบ้างแต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอก ขอแม่ดูก่อนว่าตามิกกี้รักหนูจุนซูจริงไหม ถ้าตามิกกี้ไม่ได้รักหนูจุนซูจริงๆ แต่ไม่ไปช่วยให้เขาได้หนูจุนซูมา แล้วทิ้งหนูจุนซูล่ะ อย่างนี้หนูจุนซูก็น่าสงสารแย่สิ” คุณนายปาร์คตอบ ยูฮวานหรี่ตามองคุณนายแม่ คุณนายปาร์คผู้รักลูกยิ่งชีพ สนใจแต่ลูกตัวเองเท่านั้น ทำไมจู่ๆมาสนใจด้วยว่าคนอื่นจะแย่ไหม ผิดวิสัยคุณแม่จริงๆ
“คุณแม่ คุณแม่รู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณแม่เปลี่ยนไปนะเนี่ย”
“ยังไง”
“ก็คุณแม่สนใจความรู้สึกของพี่จุนซูด้วยเหรอฮะ ทุกทีริกกี้เห็นคุณแม่ต้องลูกมาที่1ไม่ใช่เหรอฮะ” คุณนายปาร์คหัวเราะ
“ไม่รู้สิ สงสัยแม่จะหลงหนูจุนซูเหมือนที่พี่ชายเราหลงก็ได้มั้ง อ้าวยูริไหนบอกว่าจะกลับไปอยู่บ้านไงลูก ทำไมหอบข้าวของกลับมาบ้านป้าอีกล่ะ“คุณนายปาร์คหัวเราะ พลางหันไปทักทายหลานสาวที่เดินหน้างอนำหน้าบริวารที่กำลังหอบหิ้วกระเป๋าขึ้นไปเก็บข้างบน
“ไม่กลับแล้วค่ะคุณป้า ต่อให้คุณพ่อมาลากหนูก็ไม่กลับค่ะ” ยูรินั่งลงที่โซฟาข้างๆคุณนายปาร์คกับยูฮวาน
“เป็นอะไรไปล่ะ พ่อเราเขาทำอะไรอีกล่ะ”
“คุณพ่อจับหนูหมั้นกับใครก็ไม่รู้ค่ะคุณป้า หนูไม่รู้เรื่องด้วยเลย หนูจะไม่กลับไปบ้านนั้นอีกแล้ว จะหาใครมาแต่งแทนหนูก็เชิญเลย หนูไม่สนด้วยแล้ว” ยูริตอบ
“เดี๋ยวๆๆ อะไรกัน หมั้นอะไรกันลูก” คุณนายปาร์คปิดทีวี หันมาสนใจหลานสาวที่กำลังหัวเสียสุดๆแทน
“ก็คุณพ่อสิคะ หนูคิดว่าถ้ามาอยู่บ้านคุณป้าสักพักไม่กลับไป จะทำให้คุณพ่อล้มเลิกเรื่องที่คิดจะจับหนูแต่งงาน แต่ที่ไหนได้ถึงหนูไม่อยู่คุณพ่อก็รับหมั้นไว้แล้วเรียบร้อย คุณพ่อทำอย่างนี้ได้ยังไง แถมยังกำหนดวันแต่งเรียบร้อยแล้วด้วยนะคะ หนูไม่ยอมกลับแน่ๆ คุณพ่ออยากแต่งก็ให้แต่งกับเขาเองเลย” ยูริเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คุณนายปาร์คฟังอย่างละเอียด
“เฮ้อพ่อเราก็จริงๆน้า เดี๋ยวป้าไปพูดกับพ่อให้ไหมยูริใจเย็นๆก่อนนะลูก”
“ค่ะคุณป้า ถ้าคุณพ่อไม่ถอนหมั้นให้หนู หนูไม่กลับบ้านแน่นอนค่ะ”
“เอาล่ะ เดี๋ยวป้าจัดการให้ ตอนนี้ขึ้นไปพักก่อนเถอะนะ” ยูริพยักหน้ารับ ก่อนจะขอตัวเดินเลี่ยงขึ้นไปข้างบน
“พ่อพี่ยูรินี่ถอดแบบคุณแม่มาเป๊ะเลยนะฮะ สมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน” ยูฮวานหัวเราะ แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะโดนคนเป็นแม่ฟาดให้เพียะนึง
คุณนายปาร์คถอนใจกับความดื้อด้านของลูกชาย นี่มันวันที่เท่าไหร่เข้าไปแล้วนะที่ลูกชายของนางไม่หลับไม่นอน เดินไปเดินมาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นข้างล่าง แถมยังมีเหล้าและเครื่องดื่มมึนเมากองอยู่ข้างตัวอีกเยอะแยะมากมาย คุณนายปาร์คยืนมองอยู่ที่บันไดขั้นสุดท้ายอยู่นาน วันนี้นางคงต้องทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่ลูกชายของนางจะเป็นบ้าไปก่อน คุณนายปาร์คตัดสินใจเดินไปที่ห้องนั่งเล่น วันนี้นางจะต้องคุยกับลูกชายให้รู้เรื่อง
“มิกกี้” คุณนายปาร์คส่งเสียงเรียกยูชอนที่หน้าห้องนั่งเล่น ร่างโปร่งหยุดยืนหันไปมองคนเป็นแม่
“แม่ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” ยูชอนถาม ร่างโปร่งเดินไปรับคนเป็นแม่มานั่งที่โซฟาตัวยาว
“แม่จะนอนได้ยังไง ในเมื่อลูกชายแม่เป็นแบบนี้” คุณนายปาร์คพูดพลางลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีดำสนิทอย่างเอ็นดู
“ผมรบกวนแม่เหรอครับ ผมขอโทษ” คุณนายปาร์คส่ายหน้า
“ไม่ได้รบกวนหรอก แต่แม่นอนไม่หลับเอง คนเป็นแม่น่ะจะอยู่เฉยๆได้ยังไงเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองไม่สบายใจอยู่” ยูชอนหันกลับมามองหน้าคุณนายปาร์คนิดนึงก่อนจะหลบสายตามองไปทางอื่น
“ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับแม่ แค่นอนไม่หลับ”
“นอนไม่หลับมาเกือบอาทิตย์นะเหรอที่ลูกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก มิกกี้มีอะไรเล่าให้แม่ฟังได้นะลูก มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เรื่องที่ทำงาน หรือว่าเรื่องหนูจุนซู” คุณนายปาร์ควกเข้าประเด็นทันที เพราะรู้ว่าลูกชายตัวเองนอกจากไม่ชอบแย่งอะไรกับใครแล้ว ยังปากหนักเป็นที่1 นางเลยจำเป็นต้องรุกเอง
“ผมไม่..”
“เอาล่ะ ไม่ต้องมาปฏิเสธแม่เลย แม่รู้ว่าเป็นเรื่องหนูจุนซูใช่ไหม ทำไมล่ะมิกกี้มีอะไรไม่เข้าใจกันทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องล่ะ แล้วมาหงุดหงิดอยู่คนเดียวอย่างนี้เมื่อไหร่จะรู้เรื่องกัน แม่รู้ มิกกี้เป็นแบบนี้ทุกที พอมีใครเข้ามาแย่งของๆลูกไป ลูกก็มักจะถอยออกมา แต่ถ้ามิกกี้ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป สักวันมิกกี้ก็จะต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่ามากที่สุดไปนะ มิกกี้ถามตัวเองสิว่าลูกรักหนูจุนซูเขาจริงไหม พร้อมที่จะเสียหนูจุนซูเขาไปเหมือนกับคนที่ผ่านมาหรือเปล่า มิกกี้เอาไปคิดให้ดีนะลูก” คุณนายปาร์คพูดจบก็ทิ้งให้ต่างโปร่งนั่งจมอยู่กับความคิดอยู่ที่เดิมคนเดียว
ก๊อกๆๆๆ~!!!
มือเล็กเคาะประตูห้องทำงานเบาๆก่อนจะเปิดเข้าไป จุนซูลอบถอนใจนิดนึงก่อนที่จะแทรกตัวผ่านประตูเข้าไปพลางปิดประตูลงอย่างเบามือ เพราะเกรงใจเจ้าของห้องที่ตอนนี้นั่งพิงพนักเก้าอี้ทำงานหลับตาสนิทศีรษะเอียงไปทางด้านซ้ายอย่างหมิ่นเหม่ว่าจะหลุดออกไปจากพนักพิงอันใหญ่ จุนซูจัดแจงวางแฟ้มงานไว้ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่อย่างเบามือ ก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน
มือเล็กค่อยๆช้อนศีรษะได้รูปขึ้นมาเบาๆ จัดให้อยู่ในท่าทางที่ควรจะเป็นขืนปล่อยให้หลับคอเอียงอยู่อย่างนั้นคุณเจ้านายก็เมื่อยแย่ หลังจากจัดท่าทางจนเป็นที่พอใจแล้ว ร่างเล็กก็ยืนพิงโต๊ะทำงานกอดอกมองคุณเจ้านายอยู่ตรงนั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานด้วยกันมาเกือบเดือนเขาไม่เคยเห็นคุณเจ้านายเป็นแบบนี้มาก่อน ปาร์คยูชอนเจ้านายของเขามักจะอารมณ์ดีร่าเริงอยู่ตลอดเวลา ถึงจะกวนโมโหเขาบ้าง แหย่เขาบ้าง หรือแม้กระทั่งลวนลามตามบทบาทของแฟนรับจ้างบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยเห็นคุณเจ้านายเป็นแบบนี้เลย
แม้บางครั้งเจ้านายจะทำงานอย่างเคร่งเครียดแต่ก็ไม่เคยที่จะนั่งหน้าบึ้ง หรือว่าเหนื่อยจนกระทั่งต้องมาหลับบนเก้าอี้ทำงานมาก่อนเลย เกือบอาทิตย์แล้วสินะจุนซูคิด หรือว่างานกับบริษัทพี่ซึงฮยอนจะมีปัญหา คุณเจ้านายถึงได้โหมทำงานหนักขนาดนี้ เพราะตั้งแต่ที่พี่ซึงฮยอนมาที่บริษัทบ่อยๆคุณเจ้านายก็เริ่มพูดน้อยลง ข้าวปลาก็ไม่ค่อยจะกิน จุนซูมองสำรวจใบหน้าของเจ้านายก็ต้องลอบถอนใจเบาๆ คุณเจ้านายผอมลงไปเยอะนะเนี่ย ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองยืนมองเจ้านายนานเกินไปแล้ว จึงขยับออกจากโต๊ะที่พิงอยู่หมุนตัวกำลังจะเดินไปจากตรงนั้น แต่ไม่ทันที่จะได้เดินออกไปมือใหญ่ก็เอื้อมมายึดข้อมือเล็กไว้ก่อน
“จะไปไหน” ยูชอนถาม จุนซูหันไปมองก็พบว่าคุณเจ้านายกำลังมองเขาอยู่ ไม่ได้หลับเหมือนเมื่อกี้นี้
“ตื่นแล้วเหรอครับ” จุนซูย้อนถาม แต่ก็ไม่ได้ดึงข้อมือออกจากการเกาะกุมแต่อย่างใด เพราะไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนลวนลามเหมือนทุกครั้ง จึงปล่อยเอาไว้อย่างนั้น
“อืม คุณมายืนตรงนี้นานหรือยัง” ยูชอนพูดเปลี่ยนจากที่ยึดข้อมือเล็กไว้เลื่อนมากุมมือเล็กแทนและออกแรงนิดหน่อยลากคนตัวเล็กเข้ามาหา จุนซูเดินเข้ามาหาอย่างว่าง่ายไม่มีท่าทีขัดขืนอะไรทั้งสิ้น ถึงยูชอนจะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ท้วงติงอะไรที่จู่ๆวันนี้คุณเลขาก็เกิดว่าง่ายขึ้นมา
“สักพักครับ เจ้านายไม่สบายเหรอครับ ทำไมมานอนที่นี่ จะให้ผมเอายามาให้ไหม” จุนซูพูดพร้อมกับยกมือข้างที่ว่างอยู่วางทาบที่หน้าผากของร่างสูงวัดอุณหภูมิไปด้วยในตัว
“ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา ตัวเจ้านายเย็นมากๆเลยนะเนี่ย ทำไมถึงชอบเปิดแอร์เย็นๆแบบนี้นะ” คุณเลขาบ่นอย่างไม่ค่อยชอบใจ
ยูชอนยิ้มน้อยๆ เขาไม่เห็นท่าทางแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ตั้งแต่ที่เขาพยายามตัดใจจากคนตัวเล็กนี่หรือเปล่า ทำไมทุกครั้งที่เขาคิดว่า คนนี้ดีพอแล้วสำหรับเขา จะต้องมีคนมาแย่งไปทุกที ทั้งๆที่เขาพยายามทำทุกอย่างที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว แต่เขาก็มักจะเสียคนที่เขารักไปให้คนอื่นทุกครั้ง ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน คุณเลขากับเพื่อนเก่าดูสนิทสนมกันมากจนเขาไม่รู้ว่าจะไปแทรกตรงไหน ตลอดเวลาที่ชเวซึงฮยอนมาติดต่องานที่นี่ ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะไม่เห็นร่างสูงไปหยุดยืนที่โต๊ะของคุณเลขา และทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนุกสนาน คุณเลขามักจะยิ้มให้คนคนนั้นเสมอ ยิ้มในแบบที่ไม่เคยยิ้มให้เขาสักครั้งเดียว นี่เขากำลังจะเสียคุณเลขาไปอีกคนแล้วใช่ไหม
“เจ้านาย เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” จุนซูถามเพราะสังเกตเห็นว่าคุณเจ้านายนิ่งไปนาน ยูชอนส่ายหน้าน้อยๆ
“เปล่าหรอก ผมไม่ได้เป็นอะไร ช่วงนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับน่ะ สงสัยจะเผลอหลับไป” ยูชอนพูด พลางปล่อยมือเล็กออกจากการเกาะกุม ขยับท่าทางพร้อมที่จะทำงานเต็มที่
“ไหน เอาแฟ้มมาให้เซ็นเหรอ อยู่ไหนครับ” ยูชอนหันไปถามคนตัวเล็กกว่า แต่คุณเลขาไม่ตอบ ได้แต่ยืนมองนิ่งๆ
“ทำไมนอนไม่หลับล่ะ เป็นอะไร” จุนซูถามเสียงอ่อนๆ ยูชอนมองเห็นอะไรบางอย่างในแววตาคุณเลขา อะไรบางอย่างที่เขาแยกไม่ออกว่ามันคือความห่วงใยหรือความสงสาร นี่เขาทำตัวน่าสมเพชจนถึงขนาดคุณเลขายังมองเห็นเลยเหรอเนี่ย
“ไม่มีอะไรหรอก คุณไม่ต้องเป็นห่วง สงสัยช่วงนี้ไม่มีใครเป็นหมอนให้มั้ง ผมเลยนอนไม่หลับ นี่ถ้าได้คุณยอมเป็นหมอนให้ผมหนุนนอนผมคงหลับไปแล้ว” ยูชอนพูดติดตลกพยายามทำตัวให้ร่าเริงขึ้น เขาไม่อยากได้แค่ความเห็นใจจากร่างเล็ก จุนซูส่ายหน้าน้อยๆอย่างอ่อนใจ เดินกลับไปที่ประตู มือเล็กบิดล็อคประตูเอาไว้ รูดมู่ลี่ปิดเข้ามา ยูชอนมองอย่างสงสัย คุณเลขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ร่างเล็กมาหยุดยืนที่ข้างๆเก้าอี้ทำงานของเขา เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ต่อสายภายใน
“คุณอึนยองครับ ผมโอนสายหน้าห้องทำงานผมไว้ที่เครื่องคุณนะครับ ช่วยรับเรื่องแทนผมที ผมมีธุระนิดหน่อย อ้อวันนี้ท่านประธานไม่รับแขกนะครับ ขอบคุณครับ” จุนซูจัดการฝากงานกับคุณอึนยองเรียบร้อยกดตัดสายทิ้ง วางหูโทรศัพท์ออกนอกเครื่องด้วย มือเล็กแบมือยื่นไปข้างหน้า ยูชอนมองอย่างสงสัย
“ขอมือถือด้วยครับเจ้านาย” จุนซูบอก ยูชอนยื่นให้อย่างว่าง่าย แต่ยังไม่เข้าใจการกระทำของคนตัวเล็กอยู่ดี จุนซูรับมือถือของยูชอนมาถือไว้จัดการกดปุ่มปิดเครื่องเรียบร้อยแล้ววางไว้บนโต๊ะทำงาน
“คุณจะทำอะไร” ยูชอนถาม คนตัวเล็กไม่ตอบแต่ยื่นมือไปกุมมือใหญ่เอาไว้และออกแรงนิดหน่อยฉุดคนตัวโตกว่าให้ลุกขึ้นยืน ยูชอนลุกขึ้นตามแรงฉุดของคนตัวเล็ก ในหัวเต็มไปด้วยความสงสัยว่าคุณเลขาต้องการอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่ถามอะไรปล่อยให้คุณเลขาเดินจูงมือไปหยุดยืนที่โซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน ร่างเล็กหันมาเผชิญหน้าคนตัวโตกว่า
“ถ้าผมยอมเป็นหมอนให้คุณจะหลับจริงๆนะ” จุนซูถามเล่นเอาคนตัวโตกว่ายืนอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าคุณเลขาจะถามเขาแบบนี้
“หมายความว่ายังไง” จุนซูไม่ตอบคำถาม แต่เอื้อมมือไปแตะที่แก้มสากของคุณเจ้านายเบาๆ
“เจ้านายไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วผมรู้ ดูหน้าตาคุณสิ โทรมอย่างกับอะไรดี ถ้าหากว่ามีผมเป็นหมอนแล้วเจ้านายหลับได้ผมก็จะยอมเมื่อยวันนึงแล้วกัน ถือเป็นการตอบแทนที่เจ้านายไปรับส่งผมอยู่นาน” จุนซูพูดพลางทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายข้างนึงของโซฟา ตบที่ว่างข้างๆตัวให้ยูชอนลงมานั่ง ยูชอนนิ่งไปสักพักก่อนจะเดินตามไปนั่งข้างๆคุณเลขา
“ทำไมจู่ๆก็ใจดีขึ้นมาล่ะ” ยูชอนถาม จุนซูทำหน้ามุ่ย ทำไมต้องถามมากนะ คนอุตส่าห์ใจดีให้นอนแล้วนะ เดี๋ยวปั๊ดเปลี่ยนใจเลย
“จะนอนไม่นอน ถ้าไม่นอนจะได้ไปทำงานต่อ” จุนซูทำท่าลุกขึ้นแต่ยูชอนคว้าตัวเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป ผมแค่ถามดูเฉยๆจู่ๆวันนี้คุณเกิดใจดีขึ้นมา ผมก็เลยสงสัยน่ะสิ” จุนซูมองหน้าคุณเจ้านายอย่างอ่อนใจ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆถึงตัดสินใจอะไรแบบนี้ รู้แต่เพียงว่าคุณเจ้านายคงจะไม่ได้นอนจริงๆ แล้วก็คงไม่เรื่องไม่สบายใจอะไรอย่างหนัก แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไร ถ้าเขาช่วยทำให้คุณเจ้านายผ่อนคลายได้บ้างมันก็คงจะดี เขาคิดแค่นั้นจริงๆ
“ผมนอนได้จริงๆเหรอ” ยูชอนถาม จุนซูพยักหน้าน้อยๆแทนคำตอบ ยูชอนยกยิ้มนิดนึง ก่อนจะค่อยทิ้งตัวลงนอนบนตักนุ่มนิ่มของคุณเลขา ชายหนุ่มลืมตามองคุณเลขาอยู่อย่างนั้น จนจุนซูรู้สึกแปลกๆที่จู่ๆก็มีคนมานอนจ้องหน้าตัวเอง
“มองอะไร จะนอนก็หลับตาสิจ้องหน้าผมอยู่ได้”
“ผมกำลังคิดว่า ผมไม่ได้เห็นหน้าคุณใกล้ๆอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ” ยูชอนตอบ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันไม่เข้าใจคำพูดของยูชอน เขาก็มาทำงานทุกวัน ทำไมคุณเจ้านายถึงพูดแบบนี้ ชอบพูดอะไรแปลกๆอยู่เรื่อยเลย
“ไม่ต้องพูดมากแล้ว นอนซะ” มือเล็กจัดการปิดตาคนตัวโตกว่าที่นอนหนุนตักเองอยู่อย่างง่ายดาย ไม่ใช่แค่ต้องการให้คุณเจ้านายนอนหลับ แต่เขาไม่อยากให้คุณเจ้านายมานอนจ้องหน้าเขาอยู่อย่างนี้ต่างหาก มันทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก ยูชอนหัวเราะ
“ผมนอนได้นานแค่ไหนล่ะ”
“ผมให้เวลาคุณนอนตื่นนึงแล้วกันนะ แต่อย่านอนนานล่ะ เดี๋ยวผมเดินไม่ได้กันพอดี” จุนซูพูดแต่มือเล็กยังคงปิดตาคนตัวโตกว่าเอาไว้อย่างนั้น
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าคุณเดินไม่ได้ผมจะไปส่งคุณที่บ้านเอง ผมไม่ได้บ้านคุณมานานแค่ไหนแล้วนะ”
“อาทิตย์นึง” จุนซูตอบทันที ยูชอนเลิกคิ้วขึ้นนิดนึงอย่างแปลกใจ นี่คุณเลขารู้ด้วยเหรอว่าเขาไม่ได้ไปส่งอาทิตย์นึง เขาคิดว่าคุณเลขาไม่สนใจมันด้วยซ้ำ
“คุณจำได้ด้วยเหรอ”
“แหงล่ะ ก็ผมต้องเสียค่ารถไฟใต้ดินตั้งอาทิตย์นึงแหนะทำไมผมจะจำไม่ได้เล่า” จุนซูตอบ ยูชอนหัวเราะ เอาเถอะถึงมันจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตามแต่แค่รู้ว่าตัวเองเป็นส่วนนึงในควาทรงจำของคุณเลขาบ้างแค่นี้เขาก็พอใจแล้ว
“งั้นตั้งแต่เย็นนี้ไปผมจะไปรับไปส่งคุณเหมือนเดิมดีไหม”
“ถ้าคุณเจ้านายไม่ว่างก็ไม่เป็นไรหรอก ช่วงนี้เจ้านายดูงานยุ๊งยุ่ง กลับไปพักผ่อนเหอะไม่ต้องไปส่งผมหรอก ผมกลับเองได้” จุนซูตอบที่พูดนี่ยเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณเจ้านายไปรับไปส่งเพื่อทุ่นค่ารถเลยนะ แค่พูดขึ้นเฉยๆ เพราะเป็นคำตอบเดียวที่คิดได้ตอนนั้น เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงได้จำได้ว่าคุณเจ้านายไม่ได้ไปรับไปส่งนานขนาดนั้น
“ไม่เป็นไร แค่นี้ผมก็ได้พักแล้วล่ะ ขอบคุณนะที่มาเป็นหมอนให้ผมนอน” ยูชอนพูดพลางเอื้อมมือไปจับมือเล็กที่ปิดตาเขาไว้มากุมเอาไว้แทนโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด
“ผมเป็นเลขาเจ้านายนะ มีอะไรก็บอกผมได้นี่ ผมอาจจะช่วยคุณไม่ได้ แต่ถ้าได้ระบายออกมาบ้างมันก็ดีกว่าไปนั่งคิดอยู่คนเดียวนะ ผมเอ่อ... ไม่มีอะไร” จุนซูชะงักไว้แค่นั้น ยูชอนลืมตาขึ้นมองก็พบว่าบนหน้าน่ารักซับเลือดเป็นริ้วๆอย่างหน้ามอง ยูชอนยกยิ้มที่มุมปากนิดนึงอย่างอารมณ์ดี
“เป็นห่วงผมเหรอ”
“ใครห่วงคุณกัน ผมไม่ได้พูดสักหน่อย” จุนซูรีบแก้ตัว
“เอาเถอะคุณจะห่วงหรือไม่ก็ตามใจ แต่ผมจะคิดว่าคุณห่วงผมก็แล้วกัน” ยูชอนหลับตาลงอีกครั้ง ทั้งที่อยากจะมองภาพตรงหน้าไปนานๆ แต่จู่ๆความง่วงงุนก็ดันมาจู่โจมเขาตอนนี้ ถึงอยากจะลืมตานานอีกนิดเขาก็ไม่สามารถยกเปลือกตาที่แสนหนักอึ้งขึ้นได้เลยแม้แต่นิดเดียว ภาพคุณเลขาค่อยๆพร่าเลือนไปทุกที พร้อมๆกับสติของเขาที่เริ่มจะหลุดลอย ไม่นานนักยูชอนก็หลับสนิทจุนซูเห็นอย่างนั้นก็พยายามที่จะดึงมือของตัวเองออกจาการเกาะกุมของมือใหญ่ แต่ว่าพอเขาออกแรงดึงมือออกมาตัวคุณเจ้านายก็จะขยับทันที จุนซูกลัวว่าคุณเจ้านายจะตื่นก็เลยปล่อยให้คุณเจ้านายจับมือเอาไว้อย่างนั้น
“หลับให้สบายนะครับ คุณเจ้านาย” จุนซูก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูคุณเจ้านายเบาๆ ก่อนที่ทั้งห้องจะปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง
ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในท่าที่สบาย แต่ว่าเขาก็ยังรู้สึกว่ามันไม่สบายอยู่ดีทำไมวันนี้หมอนหนุนของเขามันถึงได้แข็งขนาดนี้นะ จุนซูจัดการใช้กำปั้นทุบลงที่หมอนหนุนอย่างไม่ปรานีปราศรัยเพื่อจะทำให้มันนุ่มขึ้นเขาจะได้นอนสบายๆหน่อยแต่ว่าหมอนของเขากลับส่งเสียงร้องดังลั่น ทำให้เจ้าของหมอนสะดุ้งลืมตาลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันที
“โอ้ยคุณทุบมาได้ ขาคนนะไม่ใช่หมอนทุบเอาทุบเขา แล้วอย่างนี้ผมจะขับรถไหวไหมเนี่ย” ยูชอนบ่นอุบ มือใหญ่จับมือเล็กที่จ้องทำร้ายขาเขาเมื่อกี้เอาไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย
“เจ้านาย~!!!” จุนซูตะโกนดังลั่น
“ก็ผมน่ะสิ คุณคิดว่าเป็นใครกันเล่า”
“แล้วทำไม...” จุนซูนั่งงง เขาจำได้ว่าเขาเป็นคนให้คุณเจ้านายหนุนตักนอนนี่นา แล้วทำไมตอนนี้กลายเป็นเขาที่หนุนตักคุณเจ้านายนอนแทนล่ะ เกิดอะไรขึ้น จุนซูรีบก้มมองตัวเองก่อนอันดับแรกเพราะคราวที่แล้วที่เขามานอนที่ห้องนี้เขาก็ไม่ปลอดภัยกลับไป
“ผมไม่ได้ทำอะไรคุณหรอกน่า ผมตื่นขึ้นมาก็แค่เห็นว่าคุณนั่งหลับคอพับคออ่อนเลยเปลี่ยนมาเป็นหมอนให้คุณหนุนบ้างก็เท่านั้น เห็นผมเป็นอะไรวันๆก็จ้องจะลวนลามคุณหรือไง” ยูชอนบ่นละมือออกจากมือบางเมื่อเห็นว่าเขาจะไม่โดนทำร้ายซ้ำอีก
“ก็มันจริงๆไมล่ะ คุณจ้องลวนลามผมมาตลอด ผมก็ต้องกลัวไว้ก่อนสิ” จุนซูหน้างอ เขาไม่ผิดสักหน่อยที่จะคิดอย่างนั้น ก็คุณเจ้านายแหละที่ทำแบบนั้นมาตลอดจะไม่ให้เขาหวาดระแวงได้ยังไงกัน
“แล้วถ้าต่อไปนี้ผมไม่ทำแล้วล่ะ คุณจะไว้ใจผมบ้างไหม” ยูชอนถาม ตาคมจ้องมองเข้าไปที่ดวงตารีเรียวของคุณเลขา จุนซูไม่มองตอบหันไปทางอื่นแทน
“แล้วผมจะได้เงินเท่าเดิมหรือเปล่าล่ะ” ยูชอนหัวเราะ ยังงกไม่เปลี่ยนแปลง งกสมกับเป็นคุณเลขาที่รักจริงๆ
“เหมือนเดิม ผมยังให้เงินคุณเท่าเดิม ตอนนี้ก็ไม่มีสาวๆที่ไหนมาให้คุณห้ามทัพแล้วนี่ มีแต่ผมเองที่ต้องคอยห้ามทัพหนุ่มๆของคุณ” ยูชอนพึมพำเบาๆประโยคท้ายทำให้คนตัวเล็กได้ยินไม่ถนัด
“ว่าไงนะ”
“ไม่มีอะไร เย็นมากแล้วเรากลับบ้านกันเลยดีกว่า” ยูชอนพูดพลางขยับตัวลุกขึ้นยื่นมือส่งให้คุณเลขาด้วย จุนซูทำหน้างงเย็นแล้วอะไรกัน ก็ตอนที่เขาเข้ามาเนี่ยมันยังไม่เที่ยงเลยด้วยซ้ำ
“งงอะไรกันคุณ”
“ก็ตอนที่ผมเข้ามาเนี่ยมันยังไม่เที่ยงเลยนี่นา แล้วทำไมคุณถึงชวนกลับบ้านล่ะ”
“ดูนาฬิกาซะก่อนสิครับคุณเลขา นี่มันกี่โมงแล้ว” จุนซูรีบพลิกดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง พอเห็นว่าเป็นเวลาอะไรเท่านั้นแหละจุนซูรีบผุดลุกยืนขึ้นทันที
“5โมง อะไรเนี่ย ทำไมคุณไม่ปลุกผมล่ะ” จุนซูโวยวาย นี่แสดงว่าวันนี้เขามาหลับที่ทำงานอีกแล้วล่ะสิ ให้ตายสิจุนซูเอ๊ยทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ หลับทีไรยาวแบบนี้ทุกทีเลย
“ขนาดผมเปลี่ยนมาเป็นคนนั่งให้คุณหนุนแทนตั้งนานคุณยังไม่รู้สึกตัวเลย แล้วคิดว่าผมปลุกคุณคุณจะรู้เรื่องเหรอ” ยูชอนตอบ
“จะว่าผมนอนขี้เซาใช่ไหม” จุนซูหน้ามุ่ย
“ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย ไปกลับบ้านกันดีกว่าวันนี้ผมอารมณ์ดีเราไปหาอะไรกินกันอร่อยๆดีกว่านะ” ยูชอนชวนยื่นมือไปกุมมือบางของคุณเลขาไว้
“แต่ผมยังไม่ได้เคลียร์งานเลย ทิ้งไว้ให้คุณอึนยองทั้งวันตายๆๆ คุณอึนยองบ่นตายแน่ๆเลย” จุนซูตีหน้ายุ่ง แล้วเขาจะไปบอกคุณอึนยองว่าอะไรล่ะเนี่ย ทิ้งงานให้เขาทำทั้งวันเลยส่วนตัวเองดันมาหลับปุ๋ยอยู่ในห้องคุณเจ้านายอีกแล้ว
“เรื่องงานช่างเถอะนี่มันเลยเวลาเลิกงานแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาทำนะ” ยูชอนยิ้ม
“แต่ว่า..”
“ผมหิว ผมไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้า คุณเองก็เหมือนกันยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยเพราะหลับยาวขนาดนั้น นะเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน” ยูชอนชวนคุณเลขาง่ายๆ เหมือนคุณเจ้านายคนเดิมที่มักจะทำอะไรรวดเร็ว แล้วก็เอาแต่ใจตัวเองเสมอ ผิดกับคนเมื่อเช้านี้เป็นคนละคน แต่คนตัวเล็กก็ส่ายหัวปฏิเสธ เขาคงจะไปกินข้าวกับคุณเจ้านายไม่ได้หรอก
“ทำไมล่ะ คุณไม่หิวเหรอ”
“เปล่าหรอก ผมจะไปกินข้าวกับคุณได้ยังไง ตอนนี้พี่ผมคงทำอาหารเย็นรออยู่ที่บ้านแล้ว ถ้าผมไปกับคุณพี่ผมก็กินข้าวคนเดียวสิ ไม่เอาล่ะคุณไปทานคนเดียวเถอะ” จุนซูตอบ
“ถ้างั้นเราไปหาซื้ออะไรเข้าไปกินที่บ้านคุณก็ได้ ผมจะได้รู้จักกับพี่ชายคุณด้วย” ยูชอนเสนอ แต่คนตัวเล็กกว่ารีบห้ามไว้สุดกำลัง เขาจะไปบอกพี่ชายว่าอะไรล่ะ จู่ๆเจ้านายก็อยากจะไปทำความรู้จัก อยากจะไปกินข้าวด้วย แถมเขายังบอกพี่ไปแล้วด้วยเรื่องที่เขาโดนคุณเจ้านายจ้างให้เป็นแฟน ที่สำคัญพี่ชายเขาบอกให้มายกเลิกสัญญากับคุณเจ้านาย ตอนนี้คุณเจ้านายกำลังอารมณ์ดี เขาไม่อยากเป็นสาเหตุทำให้คุณเจ้านายหงุดหงิดตอนนี้
“ไม่เอาดีกว่า คุณไม่ต้องไปหรอกนะ” จุนซูจับมือคนตัวโตกว่าไว้ไม่
“ทำไมล่ะ”
“เอ่อคือว่า..” จุนซูอ้ำอึ้งไม่รู้จะบอกยังไงกับคุณเจ้านายดี
“มีอะไรก็พูดมาสิ”
“คือ.. ผมบอกพี่ชายผมไปแล้วเรื่องของเรา เอ่อ.. เรื่องที่คุณจ้างผมให้เป็นแฟนปลอมๆไง พี่ชายผมสั่งให้ผมมาบอกยกเลิกสัญญากับคุณด้วย ผมไม่อยากให้พี่ชายเจอคุณตอนนี้ ถ้าพี่แจจุงรู้ว่าผมยังไม่ได้บอกยกเลิกสัญญาพี่แจจุงต้องเล่นงานผมแน่ๆเลย คุณอย่าไปเลยนะ” จุนซูขอร้อง ยูชอนอึ้งไปนิดเขาไม่คิดว่าพี่ชายคุณเลขาจะสั่งให้น้องชายยกเลิกสัญญา
“คุณอยากยกเลิกไหมล่ะ” จุนซูไม่ตอบ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองอยากยกเลิกหรือไม่อยาก รู้แต่ว่าตอนนี้คุณเจ้านายมีเรื่องไม่สบายใจอยู่ ไม่อยากให้เรื่องเล็กๆแบบนี้ต้องมารบกวนคุณเจ้านายในขณะนี้
“ผมก็ไม่รู้ แต่ถ้าพี่บอกว่าให้เลิกผมก็คงต้องเลิกแหละ” จุนซูตอบ ยูชอนถอนใจนิดนึงเขาคิดอยู่แล้วว่าคุณเลขาอาจจะอยากเลิก แต่ก่อนจะยกเลิกสัญญาครั้งนี้เขาก็มีเรื่องที่จะคุยกับพี่ชายคุณเลขาสักหน่อย
“งั้นไปกันเถอะ” ยูชอนออกเดินนำหน้าคุณเลขา
“ไปไหนล่ะ”
“ไปซื้อของไง แล้วเราไปบ้านคุณกัน”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าอย่าไป ผมไม่อยากโดนพี่ดุนะ” จุนซูขืนตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินตามแรงยูชอนลาก
“เอาน่า ผมไม่ให้คุณโดนดุหรอก เดี๋ยวผมโดนเองก็ได้ ถ้าพี่ตีคุณผมจะเป็นโดนตีเองโอเคไหม” ยูชอนพูดไม่สนใจท่าทางฮึดฮัดของคุณเลขาเดินนำหน้าออกจากห้องทำงานไป
แจจุงรู้สึกเบื่อๆจึงออกมาเดินเที่ยวที่ห้าง ทั้งที่เขาบอกว่าขอเวลาอยู่กับน้องชายแค่2-3วันแต่จนถึงตอนนี้เป็นอาทิตย์แล้วเขาก็ยังไม่ได้รับการติดต่ออะไรเลยจากกองถ่ายโฆษณา หรือแม้แต่จากชองยุนโฮ ไหนบอกว่ากลัวเขาเบี้ยวไม่ถ่ายต่อไง นี่เขาก็ไม่เบี้ยวสักหน่อยแต่ฝ่ายโน้นเองต่างหากล่ะที่ไม่ติดต่อมา
แจจุงเดินทอดน่องมาดูร้านรวงต่างๆภายในห้างอย่างเบื่อหน่าย ตอนที่เขายังไม่มีเงินมากนักทำไมของในตู้ดิสเพลย์พวกนี้มันถึงได้ดูน่าดึงดูดใจน่าซื้อไปหมด ตอนนี้เขามีเงินอยู่เต็มจนล้นกระเป๋าสามารถซื้อได้สบายๆแต่ทุกอย่างทำไมมันถึงได้ดูไม่สวยไม่ถูกใจไปซะหมดเลย ร่างบางไปหยุดยืดที่ร้านเสื้อผ้าชื่อดัง จ้องมองหุ่นโชว์ที่ใส่ชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเข้ารูปกับกางเกงผ้าเนื้อดีอย่างตั้งใจ ความจริงชุดนี้เขาเล็งตั้งแต่ก่อนจะไปถ่ายโฆษณา แต่ด้วยราคาของมันทำให้เขาได้แต่ยืนมองน้ำลายยืด เพราะแค่เงินเดินเออีอย่างเขาไม่สามารถซื้อมันมาใส่ได้แน่ๆ วันนี้เบื่อเลยคิดว่าจะมาซื้อชุดที่ตัวเองหมายตาไว้ แต่พอมาถึงชุดมันก็กลับไม่ดึงดูดใจเท่าเมื่อก่อน
“ทีตอนไม่มีเงินล่ะอยากซื้อแทบตาย ตอนนี้เงินก็มีแล้วทำไมไม่อยากจะซื้อนะ เฮ้อ~!!” แจจุงกำลังจะผละเดินออกไปจากตู้โชว์สินค้าร้านนั้นถ้าสายตาไม่สะดุดเอากับร่างที่แสนคุ้นตาเสียก่อน ร่างบางยื่นหน้าแทบเข้าไปชิดกับกระจกหน้าร้านเพื่อมองให้มันชัดๆ แล้วก็ใช่จริงๆด้วย คุณลูกค้าจอมโหด กำลังยิ้มหัวกับสาวร่างเล็กที่กำลังทาบเนคไทด์เส้นนึงลงบนหน้าอกของร่างสูง แถมยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ราวกับจะลองว่าอันไหนเหมาะที่สุด
“ชิส์ อย่างนี้นี่เอง แล้วอ้างเรางั้นโง้นงี้ว่าเราจะเบี้ยวงานที่ไหนได้ ตัวเองมาสนุกอยู่กับสาวๆนี่เอง” แจจุงสะบัดหน้าออกจากร้านนั้นทันที รู้สึกหงุดหงิดขึ้นกว่าเก่าหลายร้อยเท่า ไม่สนใจจะซื้อของอะไรอีกแล้ว ก้าวเร็วๆออกจากตรงนั้นไปทันที พอดีกับที่ยุนโฮเบนสายตามาที่หน้าร้าน เพราะเขารู้สึกเหมือนกับมีคนกำลังจ้องอยู่ ยุนโฮคิดว่าเขาตาฝาดที่เห็นคุณเออีกำลังเดินออกไปจากหน้าร้าน ไม่ต้องรอมองให้ชัดอีกครั้งยุนโฮรีบเดินออกจากร้านไปทันที ปล่อยสาวน้อยคนนั้นไว้ในร้านคนเดียว
แจจุงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังบันไดเลื่อนเพื่อที่จะลงไปชั้นล่างจะได้หารถแท็กซี่กลับบ้านให้เร็วที่สุด เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงหงุดหงิด รู้อย่างเดียวว่าเขาไม่ชอบภาพเมื่อกี้เอาเสียเลย ให้ตายสิเขาไม่น่าออกมาจากบ้านเลย อยู่บ้านก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ
“แจจุง” เสียงทุ้มตะโกนเรียกจากด้านหลัง แต่นั่นก็ไม่ทำให้ร่างบางหยุดกับยิ่งสาวเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิม แจจุงเปลี่ยนใจจากที่จะเดินลงบันไดเลื่อนเพราะเห็นว่าลิฟท์แก้วที่อยู่ข้างๆบันไดเลื่อนเปิดประตูรับผู้โดยสารทันที ร่างบางจึงรีบเดินเข้าไปในลิฟท์ทันที ไม่รอให้คนที่ตามมาได้เข้าถึงตัวเลย
“โธ่เว้ย” ยุนโฮสบถอย่างหัวเสีย ที่ตามร่างบางมาไม่ทัน ลิฟท์แก้วก็ลงไปที่ชั้น1เรียบร้อยแล้วด้วย ตอนนี้ต่อให้วิ่งลงบันไดเลื่อนก็คงจะไม่ทัน เขาไปดักรอแจจุงที่บ้านคงจะง่ายกว่า ร่างสูงรีบวิ่งกลับไปที่ร้านเมื่อกี้นี้เพื่อบอกกับสาวน้อยที่มาด้วยกัน
“พี่ยุนโฮไปไหนมาคะ” หญิงสาวเอ่ยถามทันทีที่เห็นชายหนุ่มก้าวเข้ามาในร้าน
“พี่มีธุระกับบ้านเองก่อนแล้วกันนะ” พูดจบยุนโฮก็ก้าวเร็วๆออกจากร้านไป ไม่รอฟังคำทัดทานของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
ยูชอนขับรถมาจอดที่หน้าบ้านคุณเลขาหลังจากที่ไปตระเวนซื้อของกันมาซะเต็มรถ คุณเลขามีท่าทีอัดอึดน้อยลงไปแล้วตอนที่ซื้อของด้วยกัน แต่เมื่อมาถึงหน้าบ้าน จุนซูก็กลับมีท่าทางกังวลอีกครั้ง ยูชอนเอื้อมมือมาจับมือคุณเลขาเอาไว้เหมือนจะให้กำลังใจ จุนซูหันกลับมามอง ตอนนี้เขากำลังสับสน กะอีกแค่จะให้คุณเจ้านายไปพบกับพี่ชายของเขาทำไมเขาต้องรู้สึกอึดอัดแบบนี้นะ เขาไม่อยากให้คุณเจ้านายเสียใจเพราะว่าพี่ต้องบอกให้เขาเลิกสัญญาแน่ๆ คุณเจ้านายเพิ่งจะอารมณ์ดีแท้ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากให้พี่ชายโกรธถ้ารู้ว่าเขายังไม่ยกเลิกสัญญานั้นไปซะ เขาจะทำยังไงดี
“เป็นอะไรไปคุณ มือเย็นเชียวตื่นเต้นเหรอ” ยูชอนพูดติดตลก
“ตื่นเต้นอะไรของคุณ ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” จุนซูตอบ
“นี่ขนาดไม่ได้เป็นอะไรมือคุณยังเย็นขนาดนี้เลย ทำไม คุณทำท่าเหมือนกำลังจะพาแฟนไปให้พี่ชายเลยนะ” ยูชอนพูดยิ้มๆ แต่คุณเลขาหันควับมองคุณเจ้านายด้วยสายตาดุๆ
“พูดอะไรของคุณ คุณกับผมไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ผมแค่กลัวว่าพี่ชายผมจะว่าเท่านั้นแหละ อีกอย่างคุณก็เพิ่งจะอารมณ์ดี ผมไม่อยากให้คุณกลับไปแย่เหมือนเมื่อเช้านี้ก็เท่านั้นเอง” จุนซูตอบยืดยาว
“สรุปว่าห่วงผม ห่วงก็บอกมาเถอะน่า” ยูชอนหัวเราะแต่ก่อนที่คุณเลขาจะทันได้เถียงอะไร ก็มีแสงไฟจากรถอีกคันมาจอดหน้าบ้าน จุนซูพยายามจ้องมองว่ารถใครแต่ก็มองเห็นไม่ชัดเพราะว่าแสงไฟจากหน้ารถส่องเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคนพอดี สักพักรถฝั่งตรงข้ามก็ดับเครื่องทั้งสองคนถึงได้เห็นว่าใครที่จอดรถหน้าพวกเขา
“คุณยุนโฮมาทำไมนะ” จุนซูพึมพำเบาๆ กับตัวเองแต่ยูชอนได้ยินชัดเหมือนจุนซูกำลังตะโกนอยู่ข้างๆหูเขาเลยทีเดียว ยูชอนปล่อยมือออกจากคนตัวเล็กข้างๆรีบเปิดประตูลงไปหาคู่อริทันที อารมณ์ที่กำลังดีๆเมื่อกี้สลายกลายเป็นฝุ่นละอองไปทันทีเมื่อพบว่าคนที่มาจอดรถหน้าบ้านคือคู่อริตัวเอง
“มาทำไม” ยูชอนเปิดฉากตะโกนถามก่อนทันทีที่ลงจากรถ ยุนโฮหันมามองตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตว่ามีรถอีกคันจอดอยู่จนกระทั่งได้ยินเสียงคุ้นเคยของเพื่อนเก่าดังขึ้นถึงได้หันกลับไปมอง
“แล้วนายล่ะมาทำไม” ยุนโฮถามกลับ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูบ้านของแจจุง มือข้างนึงล้วงกระเป๋ายืนมองยูชอนที่เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ๆอย่างใจเย็น
“ฉันถามนายก่อน ไม่ได้ให้นายมาย้อนถามฉัน” จุนซูรีบเปิดประตูลงมาจากรถ ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้างงๆ คุณเจ้านายกับคุณยุนโฮรู้จักกันด้วยเหรอ แล้วทำไมต้องทำท่าทางจะกินกันอย่างนั้นด้วยล่ะ
“อยากให้ฉันตอบจริงๆเหรอ” ยุนโฮมองหน้ายูชอนที่เดินมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะไล่สายตาไปยังคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลัง แค่นี้เขาก็พอจะนึกอะไรออกแล้ว ไอ้เพื่อนเก่าเขาคงมาจีบน้องชายของแจจุงแน่ๆ และมันก็กำลังคิดว่าเขาจะมาแย่งมันไปอีกล่ะสิ ยุนโฮยิ้มนิดนึง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มๆตามสไตล์ตัวเองว่า
“ฉันก็มาหาแฟนฉันไง”
%%%%%%%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ



#1 By patongko (58.8.26.156) on 2010-12-15 12:11