Recommend

[Sf] ~ คนไม่ดีที่รักเธอ ~

posted on 21 Nov 2010 12:47 by kameryuichi  in sf

 

Title : คนไม่ดีที่รักเธอ
Author : Kameryuichi
Paring : Yoosu
Category : Comedy
Rate : ?
****









~ ก๊อกๆๆ ~


เงียบ ไม่มีสัญญาณชีวิตด้านในตอบกลับ คนเคาะจึงเพิ่มแรงเคาะรัวเร็วและถี่ขึ้นอีก


~ โครม ๆๆๆ ~



เหมือน เดิม ทั้งเงียบและสงบเหมือนกับเป็นห้องร้าง แต่คนเคาะก็ยังไม่ละความความพยาม ยังคงเคาะให้ดังมากขึ้นและกดกริ่งหน้าห้องดังสลับกัน สร้างความรำคาญให้กับคนที่กำลังนอนอยู่บนที่นอนอันแสนสุขและแอร์เย็นฉ่ำได้ เป็นอย่างดี แรกๆก็พอที่จะทนไหว พอเอาหมอนปิดหัวเอาไว้ ก็หลุดพ้นจากเสียงดังน่ารำคาญนั่นได้ แต่มันยังไม่หยุดแค่นั้น ดูเหมือนเสียงมันจะยิ่งดังมากขึ้นเรื่อย จนเขาเริ่มจะทนไม่ไหว

ชาย หนุ่มค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า หน้าตาบูดเบี้ยวเพราะไม่สบอารมณ์อย่างแรง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเพราะเจ้าตัวเพิ่งเอามือทึ้งหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด ที่มีคนมาสร้างความรำคาญให้ ที่สำคัญคนที่มาเคาะคงไม่ได้มาผิดที่เพราะคอนโดนี้ทั้งชั้น ไม่มีใครมาซื้ออยู่เนื่องจากเขาเหมาเอาไว้ทั้งหมด และสั่งผู้จัดการคอนโดไว้ว่าห้ามขาย ไม่ว่าใครซื้อเท่าไหร่ก็ห้ามขาย เลยทำให้ชั้นนี้ทั้งชั้นไม่มีคนอื่นอยู่อีกเลย เพราะฉะนั้นไอ้เสียงดังหนวกหูนั่นจึงไม่ได้ทำร้ายใครเลย นอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น

เสียงที่หน้าประตูยังคงดังอย่างต่อ เนื่อง ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงนอน คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันท่อนล่างเอาไว้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนที่มืดทึบจนแทบ ไม่เห็นแสงข้างนอก เดินหน้าตาบูดบึ้งมากระชากประตูหน้าบ้านออกอย่างแรง ปากที่กำลังจะอ้าออกระเบิดคำหยาบคายถูกกลืนลงคอทันทีที่เห็นว่าใครเป็นคนทำ เสียงดังหน้าบ้านเขา

“ไอ้ตัวเล็ก” เสียงทุ้มทักขึ้นอย่างแปลกใจ

“เมื่อไหร่จะเลิกเรียกผมอย่างนี้สักที” แขกผู้มาเยือนแหวใส่อย่างไม่เกรงใจ แถมยังเดินเข้าไปนั่งในห้องหน้าตาเฉย

“เฮ้ย ~ ฉันยังไม่อนุญาตให้นายเข้ามาเลยนะ เข้ามาได้ยังไงเนี่ย” คนตัวเล็กกว่าไม่ตอบ มือบางยื่นจดหมายฉบับนึงให้กับร่างโปร่งแทน ยูชอนรีบคว้าจดหมายมาอ่านทันที

‘ถึงยูชอนเพื่อนรัก คุณเพื่อนมีธุระด่วนต้องไปแอลเอ อีกสองอาทิตย์จะกลับ ฝากน้องชายที่น่ารักไว้ด้วยนะ แจจุงเพื่อนเลิฟ’ อ่านจบยูชอนก็ละสายตาจากจดหมายของเพื่อนหันไปมองสิ่งมีชีวิตที่นั่งเต๊ะท่า อยู่ที่โซฟา บรรลัยแล้วไหมล่ะ ยูชอนสบถในใจ ไม่กล้าพูดเสียงดังให้ได้ยินไม่ใช่กลัวหมอนี่ แต่ขี้เกียจฟังเสียงบ่น เด็กอะไรบ่นได้บ่นดี บ่นๆๆๆๆ บ่นทุกอย่าง ไม่เคยเว้นว่าง แล้วไอ้เพื่อนบ้าดันเอาน้องชายมาทิ้งไว้กับเขาตั้งสองอาทิตย์ นี่มันจะฆ่ากันหรือยังไง

“มีปัญหาอะไรไหม” เจ้าตัวเล็กหันมาถาม

“มี ที่นี่มีแค่ห้องเดียว นายจะนอนที่ไหน” จุนซูหันไปมองรอบๆห้อง ความจริงที่นี่ก็ออกจะใหญ่กว้างขวาง แต่ไหงมีห้องนอนอยู่ห้องเดียวเท่านั้นก็ไม่รู้ แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะชั้นนี้ทั้งชั้นมีห้องชุดแบบเดียวกัน ไม่สิ เพราะห้องอื่นมีหลายห้องนอนไม่เหมือนกับห้องนี้ อยู่ตั้งอีกหลายห้อง ทำไมเขาจะไม่มีที่นอนกันเล่า

“งั้นผมไปนอนห้องข้างๆคุณทางนั้นก็ได้” ร่างเล็กบุ้ยใบ้ไปยังห้องทางด้านซ้ายมือ

“ไม่ได้” ชายหนุ่มร้องห้ามเสียงหลง จุนซูขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“งั้นทางขวาอ่ะ” คนตัวเล็กเปลี่ยนห้อง

“นั่นก็ไม่ได้”

“งั้นห้องตรงข้าม”

“นั่นก็ไม่ได้”

“เอ๊ะ ห้องนั้นก็ไม่ได้ ห้องนี้ก็ไม่ได้ คุณจะให้ผมทำยังไงเนี่ย ทั้งชั้นนี่มันก็ว่างทุกห้องไม่ใช่หรือไง ทำไมผมถึงพักไม่ได้” จุนซูแหวอย่างขัดใจ

“บอกไม่ได้ก็ไม่ได้สิ นายกลับไปนอนบ้านไปไอ้ตัวเล็ก” ยูชอนรีบคว้าแขนคนตัวเล็กลากออกจากโซฟาทันที

“ไม่ ได้ ผมอยู่บ้านได้ที่ไหนล่ะพี่แจจุงเอากุญแจไปด้วยหมดเลย ผมเข้าบ้านไม่ได้ อีกอย่างถึงจะเข้าได้ คุณจะให้เด็กอายุ15อย่างผมอยู่บ้านคนเดียวงั้นเหรอ แล้วใครจะไปส่งผมไปโรงเรียน ตอนเย็นอีกล่ะใครจะไปรับผม แล้วไหนจะเรื่องอาหารการกินอีกล่ะ คุณจะให้เด็กตัวเล็กๆอย่างผมทำทุกอย่างเองงั้นเหรอ” จุนซูตีหน้าเศร้า ถ้าเป็นคนอื่นก็คงเชื่อเด็กน้อยหน้าตาน่ารักตรงหน้านี่แน่นอน แต่ขอโทษคนๆนั้นไม่ใช่ปาร์คยูชอนแน่นอน เพราะเขารู้จักหมอนี่ดี ต่อให้แจจุงพี่ชายมันหายหัวไปสักปีเด็กนี่ก็อยู่คนเดียวได้สบายๆ ในคฤหาสน์หลังใหญ่อย่างกับวัง พร้อมบริวารมากมายคอยรับใช้

“อย่ามา พูดเลยไอ้ตัวเล็ก ข้าทาสบริวารนายล่ะ มีออกเต็มบ้านเดินจะชนกันตาย อยู่คนเดียวที่ไหน” ยูชอนใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากมนแรงๆอย่างหมั่นไส้ คนตัวเล็กหน้างอทันที

“ไม่อยู่”

“ไปไหน”

“ไปพักร้อน” จุนซูตอนเสียงสะบัดๆ

“พักร้อน หมดบ้านเลยหรือไง” ยูชอนถามติดตลก เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะพร้อมใจกันพักร้อนแบบนั้น

“ใช่” คนตัวเล็กตอบเสียงดังฟังชัด

“เฮ้ย จะบ้าเหรอ”

“ไม่ ได้บ้า พูดจริง ทีนี้ให้อยู่ที่นี่ได้หรือยัง” จุนซูพูดมือเล็กยื่นไปข้างหน้าทำท่าขอกุญแจห้องพักประกอบท่าทางด้วย แต่สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นเมือใหญ่ที่ตีเพียะลงมาอย่างไม่ปราณีปราศรัย ไม่สนใจท่าทางเจ็บปวดและเสียงร้องโอดโอยของคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อย

“ไอ้ ตัวเล็ก อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะ ไปฉันจะพานายกลับบ้าน” ยูชอนกำลังจะเดินกลับเข้าไปแต่งตัวในห้อง ก็ต้องชะงักเพราะเสียงหวานใสดังขึ้นที่ประตูทางเข้า

“ยูชอนคะ ใครทำเสียงดังเอะอะตั้งแต่เช้าคะเนี่ย” สาวสวยในชุดนอนวาบหวิวเดินมาเกาะที่ประตูห้องชุดของชายหนุ่มด้วยท่าทางเซ็ก ซี่ยั่วยวน

“ยูชอนคะ เสียงดังจังเลยคะ ไหนบอกวิกกี้ว่าบนนี้ไม่มีใครอยู่ไงคะ” สาวน้อยอีกคนก็เดินมาในสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ จุนซูมองภาพตรงหน้าก่อนจะหันกลับไปหาเจ้าของห้องที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องช้าๆ พร้อมกับย่างสามขุมไปใกล้คนตัวโตกว่าจงใจใช้รองเท้าหนังของตัวเองเหยียบลงบน เท้าเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม จนเจ้าตัวร้องลั่นพร้อมกับพูดเสียงรอดไรฟันพอให้ได้ยินกันสองคน

“นี่ใช่ไหมสาเหตุที่ไม่ให้ผมอยู่น่ะ” พูดจบก็เดินผละไปที่ห้องนอนชายหนุ่มพร้อมกับหันมาประกาศกร้าวอย่างไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น

“ผม จะนอนห้องนี้ เชิญคุณยูชอนไปนอนห้องอื่นเลย” พร้อมกับปิดประตูกระแทกเสียงดัง ปล่อยให้สองสาวยืนมองหน้ากันด้วยความงง ส่วนชายหนุ่มคนเดียวในห้องได้แต่ยืนกระโดดกระต่ายขาเดียวเพราะความเจ็บปวด



“ไอ้ ตัวเล็ก เปิดประตูเดี๋ยวนี้” ยูชอนตะโกนเรียกคนตัวเล็กที่ขังตัวเองอยู่ในห้องตั้งแต่เช้าจนบัดนี้ก็ยัง ไม่ยอมออกมากินข้าวในที่สุดเขาก็ต้องยอมรับเป็นผู้ปกครองของคิมจุนซูชั่ว คราวเพราะเช็คไปที่บ้านแล้วไม่มีใครอยู่จริงๆ แถมพี่ชายตัวดียังโทรข้ามทวีปมาฝากฝังน้องชายเสียดิบดี เพื่อนสุดประเสริฐอย่างเขาจึงทำได้แค่ยอมรับแต่โดยดี ที่จะต้องติดคุกไม่ได้ไปร่อนไหนอีกสองอาทิตย์เพราะมีเด็กน้อยมาอยู่ด้วย



“ไอ้ ตัวเล็ก ออกมาสักทีสิ ฉันจะได้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง” ยูชอนยังตะโกนอยู่หน้าห้องต่อไป แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบกลับมาจากคนในห้อง ร่างโปร่งค่อยๆแนบหน้ากับบานประตูเพื่อพิสูจน์ว่ายังมีคนอยู่ในนั้นจริงๆไม่ ได้หายไปไหน แต่ประตูเจ้ากรรมก็ดันเปิดออกซะก่อนเขาก็เลยเสียหลักเซไปด้านข้างเล็กน้อย จึงจำเป็นต้องหาหลักยึดกันล้ม แขนแข็งแรงจึงเอื้อมออกไปโดยอัตโนมัติคว้าตัวร่างเล็กที่เปิดประตูออกมาไว้ พอดี

จุนซูตกใจที่จู่ๆยูชอนก็มากอดตัวเองไว้ทำให้ชะงักอยู่อย่าง นั้นสายตาสองคู่จับจ้องกันอยู่นานในระยะประชิด ร่างเล็กรู้สึกว่าเลือดลมในกายของเขามันวิ่งขึ้นมาอยู่รวมอยู่บนหน้าพร้อมๆ กันจนรับรู้ถึงความร้อนผ่าวๆจึงรีบสะบัดตัวออกทันที ผลก็คือคนที่ยึดร่างเขาไว้เป็นหลักลงไปกองอยู่กับพื้นทันทีโดยไม่ทันได้ตั้ง ตัว

“โอ้ย ไอ้ตัวเล็กหลบทำไมเนี่ย อูย” เสียงยูชอนครางเบาๆก่อนจะค่อยยันตัวลุกขึ้นใช้มือคลำสะโพกตัวเองไปด้วย

“ใครใช้ให้มากอดผมล่ะ” คนตัวเล็กกว่าตีหน้าบึ้งตึงปกปิดความเขินอายเอาไว้

“ก็ ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆจะเปิดประตูออกมาเล่า เออ ออกมาก็ดีแล้ว ฉันจะได้เข้าไปแต่งตัวบ้าง คนอะไรยึดห้องคนอื่นเอาไว้เป็นวันๆ โน่นข้าวของนายกินซะ แล้วเอ่อ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนกี่โมงน่ะ เมื่อกี้พี่ชายนายโทรมาฝากฝังไว้อย่างดี ให้ตายสิทำไมจู่ๆฉันต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กน้อยด้วยนะ” ยูชอนบ่นเป็นชุด ทั้งหนาว ทั้งง่วงเพราะนอนไม่พอ แถมเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ใส่เพราะเจ้าตัวดีดันปิดประตูล็อคห้องซะงั้น

“ใครเป็นเด็ก ผมไม่ได้เป็นเด็กนะเลิกเรียกผมอย่างนี้สักทีได้ไหม” จุนซูตวาดแว๊ด

“ไม่ได้เป็นเด็กจริงๆอ่ะ” ยูชอนหรี่ตามอง

“ใช่ ผมโตแล้ว” ร่างเล็กเชิดหน้าท้าทาย

“งั้น ก็ดี โตแล้วก็ไปอยู่ที่อื่นคนเดียวได้ล่ะสิ แค่นี้ฉันก็สบายแล้ว” ยูชอนยักไหล่ยกยิ้มกวนๆที่มุมปาก จุนซูแทบเต้นที่เสียรู้โดนหลอกอีกจนได้ แต่ไม่มีทางซะล่ะ คราวนี้เขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อันยิ่งใหญ่เขาไม่มีวันปล่อยให้มันหลุด ลอยไปหรอก

“ผมหมายถึงว่า ผมอายุ15แล้วเลิกเรียกผมว่าเด็กน้อยสักที ผมไม่ใช่เด็ก7-8ขวบแล้วนะ” จุนซูเถียงไปข้างๆคูๆ ถึงจะไม่ชอบให้ยูชอนทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กๆ แต่คราวนี้เขาคงต้องยอมรับล่ะว่าความเป็นเด็กนี่แหละที่จะทำให้เขาอยู่ที่ นี่ได้ตั้งสองอาทิตย์

“อายุ15 อืม ยังไงก็เด็กน้อยอยู่ดีนั่นแหละสำหรับฉัน นายกับฉันห่างกันตั้ง10ปี แถมยังตัวเล็กอย่างกับมด พอๆๆ เลิกเถียงกันดีกว่า ไปกินข้าวซะ อ้อ แล้วส่วนเรื่องที่นอนน่ะ โน่น โซฟาโน่นนอนตรงนั้นแล้วกัน ฉันไม่ชอบให้ใครมานอนบนเตียงฉันรู้ไว้ซะด้วย” ยูชอนพูดพลางเดินเข้าห้องไม่รอฟังเสียโวยวายและทัดทานจากคนตัวเล็กเลย จุนซูโมโหทำเป็นพูดไม่ชอบให้ใครนอนบนเตียง ถ้าเป็นสาวๆอวบๆเมื่อกี้ล่ะได้ใช่ไหม จุนซูรีบวิ่งตามไปติดๆ เป็นตายร้ายดียังไงเขาก็ไม่ยอมนอนที่โซฟาหรอกเรื่องอะไรเล่า

“ไม่ เอานะ จะให้ผมนอนข้างนอกนี่ได้ไง หนาวก็หนาว แถมนอนที่โซฟาก็เมื่อยจะตายไป ผมจะนอน...” เสียงจุนซูขาดหายไปในลำคอเมื่อพบว่าทันทีที่ตัวเองพรวดพราดเข้ามาในห้องนอน ของชายหนุ่ม เจ้าของห้องก็ทิ้งผ้าเช็ดตัวที่พันเอาไว้หมิ่นเหม่ลงกลางห้องซะแล้ว จุนซูรีบหันหลังกลับทันทีใบหน้าน่ารักแดงซ่านไปด้วยความเขินอาย

“เป็นอะไร” ยูชอนถาม ไอ้เด็กนี่ทำท่าแปลกๆอีกแล้ว

“รีบๆ ใส่เสื้อผ้าเข้าสิ คนอะไรเดินไปทั่วบ้านโดยไม่ใส่เสื้อผ้าเนี่ย” จุนซูบอกแต่ร่างเล็กก็ยังคงหันหลังอยู่เช่นเดิม ยูชอนยกยิ้ม อ๋อเข้าใจล่ะ คุณหนูคิมจุนซูเป็นแบบนี้ประจำ

“จะใส่ทำไมนี่มันห้องฉัน แล้วอีกอย่างฉันก็อยู่คนเดียว ตามธรรมดาไม่ใส่อะไรเลยด้วยซ้ำนะ” ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงต่ำๆ แถมยังเดินเข้ามาใกล้จนจุนซูรู้สึกถึงลมหายใจแผ่วแถวๆหลังหูของเขาด้วย ยิ่งทำให้บนหน้าน่ารักขึ้นสีมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

“แต่ตอนนี้มีผม มาอยู่ด้วย นี่เป็นกฎ ห้ามคุณเดินแก้ผ้าแบบนี้ในบ้านอีกเข้าใจไหม” จุนซูพูดพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเพราะความตื่นเต้นจนเกินเหตุ เพราะกลัวว่ายูชอนจะรู้

“งั้นถ้าอยู่บนเตียงถอดได้ใช่ไหม” คนโตกว่ายิ่งเห็นว่าเด็กน้อยเขินก็ยิ่งแกล้งเข้าไปใหญ่ ยูชอนรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้แกล้งไอ้ตัวเล็ก จุนซูเป็นแบบนี้เสมอ ถ้าหากว่าเขาเข้าใกล้มากๆหรือทำอะไรที่มันล่อแหลมหมิ่นเหม่เด็กนี่จะมีท่า ทางเขินอายอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม รู้อย่างเดียวว่ามัน ... น่ารักดี

“ไม่ได้ ถ้าคุณถอดแบบนั้นแล้วผมจะนอนด้วยได้ไงล่ะ” คนตัวเล็กเถียงทั้งๆที่ไม่หันกลับมา

“ว้า แย่จังเลยไอ้ตัวเล็ก ถ้าหากนายนอนกับฉันที่ถอดเสื้อผ้าไม่ได้ นายก็คงต้องไปนอนที่โซฟาของนายนั่นแหละ” ยูชอนกระซิบเบาๆที่ข้างหูเด็กน้อย จุนซูข่มความเขินอายของตัวเองหันมาเผชิญหน้ากับร่างโปร่งตรงหน้า พยายามจ้องมองแต่ใบหน้าหล่อเหลาของยูชอนอย่างเดียวไม่พยายามองเลยต่ำไปข้าง ล่างเพราะกลัวจะเห็นอะไรที่เด็กอย่างเขาไม่สมควรได้เห็น

“แต่ผมจะนอนห้องนี้”

“ไม่ นี่มันห้องฉัน บ้านฉัน ฉันมีสิทธิ์บอกให้ใครนอนที่ไหนก็ได้”

“แต่ ผมนอนข้างนอกนั่นไม่ได้ คุณเล่นเปิดแอร์ทั้งห้องนี้แล้วก็ห้องนอนอย่างกับขั้วโลกเหนือจะให้ผมนอนที่ โซฟาที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนได้ยังไงกัน”

“งั้นก็ต้องนอนกับฉัน ที่ “แก้ผ้า” ตกลงไหม” ยูชอนตอบหน้าตายียวน เพราะรู้ว่ายังไงเจ้าหนูนี่มันต้องยอมแพ้เขา จุนซูเคยประกาศมาตั้งแต่ตอนอายุแค่8-9ขวบว่าจะไม่นอนกับเขาเป็นอันขาดถ้า หากว่าเขายังถอดเสื้อผ้านอนแบบนี้อยู่

“ก็ได้ ถ้าคุณกล้านอนถอดเสื้อผ้าแบบนั้น ผมก็กล้าจะนอนกับคุณ” จุนซูข่มความอายตอบเสียงดังฟังชัด ยูชอนแทบไม่เชื่อหู จู่ๆไอ้ตัวเล็กเป็นอะไรเนี่ย ทำไมถึงได้ทำท่าอย่างกับว่าต้องนอนห้องเขาให้ได้งั้นแหละ

“แน่ใจนะ” ยูชอนถามอีกครั้ง

“อืม” จุนซูพยักหน้าขึ้นลงเร็วๆ

“งั้น ก็ดี มาลองกันว่านายจะทนได้สักกี่น้ำ” ยูชอนคว้าคอคนตัวเล็กเข้ามากอด เดินลากไอ้ตัวเล็กของเขาไปที่เตียงจัดการสอดตัวเข้าไปที่ใต้ผ้าห่มก่อน แถมใช้มือข้างนึงตบที่นอนปุๆๆด้วยเพื่อเรียกให้เด็กน้อยที่ยืนทำท่ากล้าๆ กลัวอยู่ข้างเตียงมานอนข้างๆ

“เอ้ามาสิ ไหนบอกว่านอนได้ไง มาทดลองก่อนมาๆๆๆ” จุนซูสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะทำใจกล้าเดินไปยังอีกฝากนึงของเตียง ในใจก็ท่องแต่ทำคำว่า กล้าเข้าไว้ กล้าเข้าไว้ ๆๆๆๆ ซ้ำไปซ้ำมาเป็นเหมือนคาถาปลุกใจทำให้ตัวเองกล้ามากขึ้น ในที่สุดจุนซูก็หลับหูหลับตาดึงผ้าห่มอีกข้างขึ้นมาสอดตัวเข้าไปนอนข้างๆยู ชอนได้สำเร็จแต่ก็รีบนอนหันหลังให้ทันที

“เห็นไหมนี่ไงผมนอนได้ สบายมาก” เสียงใสตะโกนตอบ จุนซูรับรู้ถึงความอ่อนยวบของเตียงนอนข้างหลังเขาแว่บนึงแต่ก่อนที่จะขยับ ตัวหนีหรือทำอย่างอื่นได้ทัน ร่างเล็กก็ถูกแขนแข็งแรงกอดรั้งเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหูของเขาเบาๆด้วยว่า

“ฉันลืมบอกไป อีกอย่าง ฉันเป็นโรคติดหมอนข้าง ต้องกอดเอาไว้ทุกคืน ถ้านายจะมานอนด้วยกันก็มาเป็นหมอนข้างให้ฉันด้วยกันแล้วนะ” เท่านั้นแหละเด็กน้อยที่แสนใจกล้าหายวับไปกับตา รีบตะกายลงจากเตียงทันที วิ่งออกไปนอกห้องอย่าง ไม่เหลียวหลังกลับมามองชายหนุ่มที่นอนหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่บนเตียงเลย ด้วยซ้ำ

“โธ่ไอ้ตัวเล็ก นึกว่าจะแน่”



“คุณยูชอน” เงียบไม่มีการตอบรับจากสิ่งมีชีวิตที่ท่านเรียก

“คุณ ยูชอนครับตื่นได้แล้ว สายแล้ว” เสียงเล็กๆยังคงตะโกนเรียกต่อไปแต่ก็ไม่ทำให้คนตัวโตกว่าตื่นเลยแม้แต่น้อย จุนซูจิ๊ปากอย่างขัดใจ คนอะไรนอกจากงานจะไม่ทำ แล้วยังนอนขี้เซาอีก เมื่อคืนเขานอนอยู่ที่โซฟาเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจะแย่ แถมยังต้องทนเสียงหนวกหูเพราะเจ้าของห้องออกเที่ยวไนต์คลับมากว่าจะกลับก็ ตั้งตี2 แล้วนี่สัญญาว่าจะไปส่งเขาไปโรงเรียนตอนเช้าสงสัยจะชวดซะแล้วล่ะมั้ง

จุน ซูทรุดตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆร่างโปร่งที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง ผ้านวมเนื้อหนาร่นลงมาจนถึงครึ่งหน้าอกทั้งที่น่าจะหนาวจนเป็นไข้ แต่คนตรงหน้ากลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังเปิดแอร์ซะหนาวจัดด้วย จุนซูเอื้อมมือไปจับผ้านวมดึงขึ้นมาปิดจนถึงคอ เพราะไม่อยากให้ยูชอนหนาวตายก่อน และป้องกันไม่ให้ตัวเขาเองจ้องมองยูชอนนานจนเกินไป ผู้ชายคนนี้มีอะไรดีนะ เขาถึงได้หลงรักมาตั้งแต่เป็นเด็กจนกระทั่งถึงบัดนี้

พี่แจจุงพี่ ชายของเขาเป็นคนวางแผนครั้งนี้ให้ โดยบอกว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศสักสองอาทิตย์ เพื่อเปิดทางให้เขามาศึกษายูชอนให้เต็มที่ก่อนตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอก อีกหลายปี พี่แจจุงกับยูชอนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก พี่รู้ดีว่าเขาชอบเพื่อนพี่มากแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย เห็นเขาเป็นแค่น้องชายเพื่อนอยู่ร่ำไป พี่ชายเตือนเขาเสมอว่าอย่าไปรักคนอย่างยูชอนเลย นอกจากรวยและหน้าตาดีอย่างอื่นก็ไม่มีอะไร แถมยังเจ้าชู้สุดๆ ตอนเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน แต่ผ่านมาได้เพราะยูชอนเป็นคนหัวดีมากอ่านหนังสือทีเดียวก็จำได้ ทำให้คะแนนของเขาอยู่ในระดับท๊อปตลอด แต่เรื่องขี้เกียจนี่ขึ้นชื่อพอๆกับเรื่องเจ้าชู้ อายุ25เข้าไปแล้วยังไม่ทำงานอะไรเลยสักอย่างทั้งที่กิจการที่บ้านก็ออกจะ เยอะแยะ

จุนซูทำใจกล้าเอื้อมมือไปปัดปลายผมสีดำขลับของชายหนุ่มออก จากใบหน้าคม แต่ก็ต้องจะดุ้งตกใจเพราะทันทีที่เขาเอื้อมมือเข้าไปหามือใหญ่ก็คว้ามือเขา ไว้ทันที แถมยังเอามือเขาไปแนบแก้มสากๆของตัวเองด้วย ยิ่งทำให้จุนซูเขินเข้าไปใหญ่ใบหน้าน่ารักเริ่มขึ้นสีเรื่อๆอีกครั้ง เพราะคิดว่ายูชอนอาจจะรู้ว่าเขามานั่งจ้องอยู่นานก็ได้ จะบอกยังไงดีล่ะถ้าหากว่ายูชอนถาม จุนซูคิดคำถามคำตอบไปร้อยแปดแต่ทั้งหมดก็สะดุดลงเมื่อเสียงทุ้มต่ำอันแสน คุ้นเคยพูดขึ้นมาเบาๆว่า

“วิกกี้จ๋า มือวิกกี้นุ๊มนุ่ม มาให้พี่หอมทีนะ” พลางรั้งคอคนตัวเล็กเข้าไปใกล้ แต่ไม่ทันจะได้ถึงฝั่งฝันกำปั้นเล็กๆก็ทุบลงที่กลางอกเต็มแรงด้วยความ หมั่นไส้

“โอ้ย!!” ร่างโปร่งส่งเสียงร้องดังลั่นห้อง

“ไอ้ตัวเล็ก ทำอะไรของนายเนี่ย มาทุบฉันทำไม” ยูชอนคลำหน้าอกตัวเองด้วยความจุก

“ปลุกให้ตื่นไง สายแล้ว เดี๋ยวผมไปเรียนสาย” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินกระแทกเท้าออกไปนอกห้องทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งงงอยู่อย่างนั้น

“คน บ้า ไม่ได้เรื่องอย่างที่พี่แจจุงบอกจริงๆด้วย เรามันบ้าๆๆๆๆๆ บ้าไปเองที่ไปรักคนแบบนี้” จุนซูบ่นด้วยความโมโห กี่ครั้งแล้วที่เขาต้องหวั่นไหวแบบนี้ กี่ครั้งแล้วที่ต้องผิดหวัง และ.. กี่ครั้งแล้วที่เขาต้องพบว่า ยูชอนมีแฟนสาวที่น่ารัก และเขาก็ยังคงเป็นได้แค่น้องชายเพื่อนตลอดมา แต่เขาก็ไม่เคยจำ ยังคงหวังว่าสิ่งที่เขาต้องการมันจะเป็นจริงเข้าสักวัน




เสียง เครื่องยนต์ขนาดสี่สูบดังกระหึ่มมาจนถึงหน้าโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง อันเป็นสถานที่ศึกษาของคุณหนูคิมทันทีที่รถจอดจุนซูก็กระโจนลงจากรถทันที เขาไม่คิดว่ายูชอนจะมีนิสัยห่ามสุดขั้วขนาดนี้ นี่ถ้าพี่ชายเขาไม่ส่งเขามาศึกษาด้วยตัวเอง เขาก็คงจะหลงละเมอว่ายูชอนขับรถสปอร์ตโฉบไปโฉบมาจีบสาวอยู่ไมใช่ควบฮาร์เลย์ ดิวิสันคันใหญ่แบบนี้ แถมยังซิ่งซะจนเขานั่งเกร็งมาตลอดทาง

“โอ้ย.. ไอ้ตัวเล็ก ทำไมต้องกอดซะแน่นขนาดนี้ด้วยเล่า กระดูกกระเดี้ยวฉันหักหมดแล้วเนี่ย” ยูชอนบ่น พลางบิดตัวไปมาเพราะความขัดยอกจากการโดนจุนซูรัดซะแน่นมาตลอดทาง

“ก็ใครใช้ให้ขับน่ากลัวล่ะ ก็บอกแล้วว่าไม่เคยซ้อนๆ ยังจะพาขึ้นรถนี่มาอยู่ได้” จุนซูแหวทันที

“เอ๊า ก็นายบอกให้มาส่งฉันก็มาส่งแล้วไง ฉันมีแต่รถแบบนี้แหละ ถ้าไม่อยากขึ้นตั้งแต่พรุ่งนี้ก็มาเองก็แล้วกัน” ยูชอนตอบ เขารู้ดีว่ายังไงเด็กนี่ก็ไม่มีทางเลือกต้องนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์เขาทุกวัน นั่นแหละ คุณหนูคิมเคยไปไหนมาไหนเองที่ไหนกัน คนมารับมาส่งตลอด

“ก็รู้อยู่แล้วว่าผมนั่งรถอย่างอื่นไม่เป็น นี่คุณแกล้งผมใช่ไหม”

“ใคร แกล้ง เอาล่ะๆเข้าไปเรียนได้แล้ว เลิกกี่โมงเดี๋ยวฉันมารับ” ยูชอนลากคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ เอื้อมมือไปปลดหมวกกันน็อคออกจากหัวกลมๆของเด็กน้อย มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยเหมือนพออกพอใจอะไรสักอย่าง ตอนแรกจุนซูก็คิดว่ายูชอนยิ้มให้เขา แต่เมื่อถอดหมวกเสร็จก็หันไปเจอรุ่นพี่เกรด12กลุ่มใหญ่กำลังส่งตาหวานให้กับ ชายหนุ่ม แถมเพลย์บอยตัวพ่อก็ไม่เคยที่จะพลาดการบริหารเสน่ห์ส่งยิ้มบาดใจคนอื่นตอบ ทันที จุนซูจงใจใช้ส้นรองเท้านักเรียนเหยียบลงบนรองเท้าบูทหุ้มข้อตามสไตล์นักซิ่ง ของยูชอนพร้อมกระซิบเสียงต่ำๆพอให้ได้ยินกันสองคนว่า

“คุกนะครับคุณ ยูชอน” ก่อนจะเดินผละไป ทิ้งให้คนตัวโตกว่าเก็บอาการไม่ยอมร้องทั้งที่เจ็บน้ำตาเล็ดนั่งเก๊กหล่อ อยู่บนมอร์เตอร์ไซค์คนเดียวเท่านั้น




นับวันจุนซูก็ ยิ่งเห็นความไม่เอาไหนของยูชอน จากที่เคยหลงงมงายว่าเขารักยูชอนตอนนี้ก็เริ่มที่จะเห็นแล้วว่า เขาอาจจะไม่ได้รักก็ได้มั้ง มันอาจจะเป็นความฝันของเด็กๆ ที่มีคนมาทำดีด้วยเลยคิดเตลิดไปไกล แถมยูชอนเองก็ไม่เคยมองเขาเป็นมากกว่าน้องชายเลย ยังเล่นหัวหยอกเย้าเขาเสมอๆ ไม่ได้สนใจเขาในเชิงที่มากกว่าความเป็นพี่เป็นน้องเท่านั้น จุนซูเริ่มจะท้อใจ อาทิตย์นึงผ่านไปไม่ได้มีอะไรคืบหน้าขึ้น นอกจากความวูบไหวของเขาเองเวลาที่ยูชอนเข้ามาใกล้

จริงอย่างที่พี่ แจจุงบอกจริงๆด้วย ถ้าหากว่าเขารู้จักตัวตนของยูชอนมากพอ แถมได้อยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลาสักพัก เขาก็คงจะได้รู้จริงๆนั่นแหละว่าเขาชอบยูชอนจริงไหม และตอนนี้เขาก็คงเริ่มรู้ตัวแล้วมั้งว่าเขาคงแค่ปลื้มๆยูชอน ไม่ได้ชอบจนถึงขั้นรักอย่างที่ตัวเองคิดและเถียงพี่ชายมาตลอดเวลา เขาควรจะกลับไปเรียนต่ออย่างที่พี่ชายบอกล่ะมั้ง พอโตขึ้นกว่านี้เขาคงอาจจะเข้าใจอะไรๆได้ดีมากกว่านี้ ร่างเล็กคิด ระหว่างที่นั่งรอเจ้าของห้องกลับมา

ตั้งแต่เขามาอยู่ ยูชอนแทบจะไม่อยู่บ้าน ทั้งๆที่สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะอยู่บ้านคอยดูแลเขา ยูชอนมักหายตัวออกไปเสมอๆ แต่ก็ยังไปรับส่งเขาตลอดเวลาที่เขาไปโรงเรียน วันนี้ก็เหมือนกัน ยูชอนกลับช้าเช่นเคย จุนซูไม่เข้าใจเลยว่าไนท์คลับเสียงดังๆและเต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่และเหล้ามัน ดีตรงไหน ทำไมถึงได้ไปทุกวัน

“ยังไม่นอนอีกเหรอไอ้ตัวเล็ก” เสียงยูชอนทักเมื่อเข้ามาและพบกว่าจุนซูยังคงนั่งอยู่ที่โซฟาประจำของตัวเอง ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหลับเหมือนทุกครั้งที่เขากลับมา

“ยัง ก็เพราะใครล่ะ เวลาคุณยูชอนกลับมาชอบทำเสียงหนวกหู ผมนอนต่อไม่ได้” ยูชอนยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกินตามประสา

“ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ” จุนซูถาม

“กิน แล้ว แต่อยากหาอะไรกินอีกนิดหน่อย สงสัยเพราะไปต่อมาแน่ๆเลยหิว” คนตัวเล็กขมวดคิ้ว ไปต่ออะไรทำไมกลับมาหิว แต่ก็ถึงบางอ้อทันทีทีเห็นรอยแดงๆที่โผล่พ้นคอเสื้อหนังสำหรับใส่กันลมของ ชายหนุ่ม ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จุนซูรู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ไปหึงหวงอะไรทั้งนั้น ไม่สิ มันอาจะแค่ความหวงพี่ชายที่แสนดีของเขาเท่านั้นเองก็ได้ จุนซูนอนหันหลังซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม พยายามข่มความรู้สึกหงุดหงิดให้มันหายไป

“ท่องเอาไว้สิจุนซู เราไม่ได้คิดอะไรจริงๆ เราไม่ได้คิดอะไรจริงๆๆ” ร่างเล็กบ่นงึมงำเบาๆคนเดียว

“บ่นอะไรน่ะไอ้ตัวเล็ก” ยูชอนถามหลังจากคว้านมมาจากตู้เย็นได้กล่องนึง

“ไม่ มีอะไร รีบๆกินรีบๆปิดไฟนอนซะสิ“ จุนซูตอบยูชอนยักไหล่น้อยๆอย่างไม่เข้าใจ แต่คิดว่าจุนซูคงจะเหนื่อยจากที่โรงเรียน ชายหนุ่มจึงคว้าแก้วนมและขวดนมขึ้นมาถือไว้ กดปิดไฟห้องครัวและห้องรับแขกหายเข้าประตูห้องนอนไป

“คนบ้าๆๆๆ เราจะไม่สนใจคนแบบนี้อีกแล้ว คนอะไรหน้าไม่อาย ไป...” แค่คิดใบหน้าน่ารักก็แดงซ่านขึ้นมาทันที จนต้องเอามือกุมแก้มเอาไว้เพื่อขจัดความร้อนที่มีอยู่ออกไป และทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างแรงหลับตาปี๋ไม่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ อีกเพราะมันอาจจะทำให้เขานอนไม่หลับ



“พี่แจจุงเหรอ นี่จุนซูนะ” จุนซูตัดสินใจโทรหาพี่ชายในที่สุด เมื่อผ่านไปได้อาทิตย์กว่าๆ เขารู้แล้วว่ายูชอนไม่ได้คิดอะไรกับเขาจริงๆอย่างที่พี่ชายเคยบอก แถมความรู้สึกที่เขามีให้ยูชอน มันก็เป็นแค่ปลื้มๆเท่านั้นแหละ

“ว่าไงจุนซู ตัดสินใจได้หรือยัง” แจจุงรีบเปิดฉากถามสิ่งที่อยากรู้ทันที

“อื้อ” จุนซูตอบ

“เห็น ไหมพี่บอกแกแล้วว่าแกไม่ได้รักไอ้หมอนั่นหรอก แค่หลงๆตามประสาวัยรุ่นเท่านั้นเอง งั้นพี่จะส่งคำตอบรับจากไฮสคูลที่โน่นให้แกเลยนะ เรียนจบปริญญาแล้วค่อยกลับมาอีกที คุณป๋าต้องดีใจแน่ๆที่ได้ยินข่าวนี้” แจจุงดีใจเพราะว่าในที่สุดน้องชายของเขาก็ตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อ

เมื่อ สองอาทิตย์ที่แล้ว แจจุงหัวใจแทบหยุดเต้นไป เพราะน้องชายตัวดีดันมาบอกว่าจะไม่ไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพราะตัดใจจากยูชอนไม่ได้ แถมบอกว่าเรียนจบแล้วจะแต่งงานกับยูชอน จะไม่ไปเรียนต่อไฮสกูลที่นั่นเป็นอันขาด เขาและคุณป๋าต้องพยายามหว่านล้อมอยู่นาน แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งเขาไปเสนอกับน้องชายว่า ให้ลองไปอยู่กับยูชอนสองอาทิตย์แล้วค่อยตัดสินใจว่าตัวเองรักยูชอนจริงไหม แจจุงค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าทำอย่างนี้น้องชายจะต้องตัดสินใจกลับมาเรียนได้แน่นอน เพราะเขารู้จักเพื่อนรักของเขาดี และรู้ว่าเขาฝากความหวังไว้ที่มันได้ชัวร์

“จุนซูแกคิดถูกแล้วที่แกจะไปเรียนต่อ แค่นี้ก่อนนะพี่จะรีบโทรไปบอกคุณป๋า”

“อื้อ” ร่างเล็กตอบรับก่อนจะกดวางสาย ทำไมนะ พอบอกว่าจะไปเรียนต่อเขากลับรู้สึกโหวงๆยังไงบอกไม่ถูก ทำไมเขาไม่ดีใจอย่างที่พี่ชายเป็นเลยล่ะ ทำไมเขายังรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองตัดสินใจอะไรผิด ทำไมนะ ทำไมถึงได้คิดแบบนี้ ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่เขาจะโทรเขาก็แน่ใจตัวเองแล้วนี่ว่าเขาไม่ได้รักยูชอน มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกปลาบปลื้มเท่านั้น




“คุณยูชอน ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” จุนซูเดินเข้ามานั่งข้างๆที่โซฟาหน้าทีวี ยูชอนหันกลับมามองนิดนึงแต่ก็ไม่ตอบอะไร

“อีก สองวันผมจะไม่อยู่แล้วนะ ขอบคุณสำหรับที่พัก อาหารแล้วก็ที่ไปส่งที่โรงเรียนทุกวันด้วย” ยูชอนพยักหน้าเนือยๆ ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง มีแต่เสียงทีวีที่เปิดอยู่เท่านั้นที่ทำให้ห้องนี้ไม่เงียบจนเกินไป

“เอ่อ.. คือว่า” จุนซูไม่รู้จะบอกยังไงดี ทำไมก็อิแค่บอกยูชอนว่าจะไปเรียนต่อ และจะไม่กลับมาจนกว่าจะเรียนปริญญาตรีจบมันถึงได้ยากแบบนี้นะ

“มีอะไรล่ะไอ้ตัวเล็ก” ยูชอนเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน แต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าทีวีโดยไม่หันมามองคนที่อยู่ข้างๆเลยแม้แต่น้อย

“ผม..จะ ไปเรียนต่อที่อังกฤษครับ อาทิตย์หน้าจะบินแล้ว คุณยูชอนจะไปส่งผมไหม” จุนซูพูดดวงตาเรียวรีมองคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ และกลั้นใจฟังคำตอบไปด้วยพร้อมๆกัน ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ตัวว่าเขาไม่ได้รักยูชอนอย่างที่เขาคิด แต่การจากกันไปไกลขนาดนั้น เขาคงทนไม่ได้ที่จะไม่ได้ล่ำลายูชอนก่อนขึ้นเครื่องบินไปอังกฤษ ตั้ง7ปีเชียวนะกว่าเขาจะได้กลับมาอีกครั้ง แค่คิดทำไมจู่ๆเขาก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาก็ไม่รู้

“ไปสิ นายจะไปเรียนต่อทั้งทีทำไมฉันจะไม่ไปส่งนายล่ะ” ยูชอนหันมายิ้มกว้าง พร้อมกับยื่นมือมาขยี้ผมไอ้ตัวเล็กของเขาอย่างที่ทำประจำ ทุกครั้งต้องมีเสียงโวยวายแต่คราวนี้กลับเงียบสนิท ดวงตาเรียวรีกลับไม่มีแววสดใสอย่างที่เคยเห็นประจำ ถ้ามองไม่ผิดยูชอนเห็นว่ามันออกจะติดแดงเรื่อๆด้วยซ้ำ

“ฉันไปนอน ก่อนนะ นายเองก็ควรจะนอนเหมือนกัน เอางี้ไหม อีกสองวันนายจะไปอยู่แล้วพรุ่งนี้เราไปเที่ยวกัน นายอยากไปไหนล่ะ” ยูชอนเปลี่ยนเรื่อง ใบหน้าน่ารักยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินคำว่าเที่ยว อย่างน้อยเขาก็จะได้ใช้เวลาที่มีเหลืออยู่น้อยนิดกับคุณยูชอน อะไรจะดีไปกว่านี้อีก

“อืม พรุ่งนี้ไปเที่ยวสวนสนุกกันนะ เล่นมันทั้งวันเลย จุนซูจะไม่ได้ไปสวนสนุกกับคุณยูชอนอีกตั้งหลายปี เราไปเล่นกันนะ เหมือนตอนเด็กๆไง” จุนซูตอบอย่างร่าเริงไม่เหลือเค้าความเศร้าในดวงตาอีกเลย ยูชอนยิ้มหยิบรีโมทปิดทีวีเดินเข้าห้องส่วนตัวไปทิ้งปล่อยให้คนตัวเล็กได้ พักผ่อนอย่างเต็มที่ เพราะพรุ่งนี้พวกเขาอาจจะเล่นจนไม่มีแรงเหลือเลยก็เป็นได้ แต่ทันทีที่ประตูปิด ร่างโปร่งก็ยืนพิงประตูคล้ายกับคนหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากอิ่มขยับขึ้นลงราวกับพูดกับตัวเองเพื่อเตือนความจำ

“เป็นแบบนี้มันดีแล้ว ยูชอน”




เช้า วันรุ่งขึ้นจุนซูลุกขึ้นมาแต่งตัวแต่เช้าเพราะยูชอนสัญญากับเขาว่าวันนี้จะ พาไปเที่ยว จุนซูมองไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนงามตอนนี้มันบอกเวลา8โมงครึ่ง ยูชอนยังไม่ออกมาแสดงว่ายังไม่ตื่นอีกตามเคย คนตัวเล็กจึงค่อยๆย่องไปที่หน้าประตู หวังว่าจะไปปลุกคนที่สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะแต่ไม่ตื่นสักที แต่ยังไม่ทันที่จุนซูจะจับลูกบิดประตู มันก็หมุนออกมาซะก่อน พร้อมกับเจ้าของห้องที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว

“อ้าว” จุนซูอุทาน

“อ้าวอะไรไอ้ตัวเล็ก”

“ก็คุณยูชอน” จุนซูพูดค้างแค่นั้น ยูชอนยิ้มเอื้อมมือมาขยี้หัวจุนซูอย่างหมั่นเขี้ยว

“ก็สัญญาแล้วไงว่าจะไปเที่ยวแต่เช้า พร้อมหรือยัง” จุนซูพยักหน้าตอบ

“งั้นก็ไปกันเลย let’s go” ยูชอนคว้าข้อมือเล็กลากหลุนๆๆออกนอกห้องไป ไม่สนใจเสียงร้องประท้วงข้างหลังเพราะขาสั้นกว่าเดินตามไม่ทัน


“คุณ ยูชอนเล่นไอ้นี่กัน” จุนซูร้องบอกพลางชี้นิ้วไปยังรถไฟเหาะตีลังกาที่น่ากลัวที่สุดของสวนสนุก ยูชอนส่ายหน้าพรืด นี่เขายังไม่หายเวียนหัวกับไอ้เครื่องเล่นถ้วยชาหมุนๆเมื่อกี้เลย สงสัยเขาคงต้องยอมรับกับตัวเองแล้วล่ะว่าแก่แล้ว ไม่สามารถเล่นเครื่องเล่นแบบนี้ได้อีกแล้ว

“มาเถอะน่าคุณยูชอน ไปเล่นกันๆๆๆ” จุนซูวิ่งเข้าไปกอดแขนยูชอนเอาไว้ลากมาด้วยกัน เพราะเจ้าตัวตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ขึ้นไอ้เครื่องนี้ มาทีไรก็เล่นไม่ได้เพราะความสูงไม่ถึง ตอนนี้เล่นได้แล้วเขาจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด

“จุนซู ฉันเวียนหัวน่ะ ไม่ไหวแล้วขอพักก่อน”

“แต่ ว่าตอนนี้คิวมันน้อยนะ รีบไปเถอะ ถ้าเล่นอันนี้เสร็จแล้วจุนซูจะให้คุณยูชอนพักนะ” จุนซูแทนชื่อตัวเองทุกครั้งที่ตั้งใจจะอ้อนเขา และเขาก็ไม่เคยต้านทานมันได้สักครั้ง

“ก็ได้ๆๆ แต่ถ้าฉันเกิดเล่นแล้วอาเจียนออกมานายต้องรับผิดชอบนะ” จุนซูหัวเราะ แต่ก็พยักหน้ารับคำโดยดี ลากคนตัวโตกว่าตามตัวเองไปยังเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวที่หมายตาไว้ 15นาทีหลังจากนั้น ทั้งสองก็ออกมาจากเครื่องเล่นแสนหฤโหด และอย่างที่คาดไว้ คนตัวเล็กต้องหิ้วคนตัวโตกว่ามานั่งพักที่ม้านั่งใกล้ๆแถวนั้น แถมยังต้องวิ่งไปซื้อพัดมาพัดให้อีกต่างหาก

“คุณยูชอนนี่แก่ชะมัดเลย แค่นี้ก็เวียนหัวแล้ว” จุนซูบ่น แต่ก็ยังพัดให้อย่างต่อเนื่อง

“ใครจะไปเด็กเหมือนนายล่ะ” จุนซูย่นจมูกนิดนึง ผู้ชายอะไรเพิ่งอายุ25แท้ๆ ทำตัวเป็นตาแก่ไปได้ เล่นนิดเล่นหน่อยทำเวียนหัว

“งั้นคุณยูชอนนั่งตรงนี้นะ เดี๋ยวจุนซูไปซื้อน้ำมาให้” พูดจบก็วางพัดกำลังจะวิ่งไปที่ร้านน้ำแต่ถูกมือใหญ่ยึดข้อมือไว้ก่อน

“มี อะไรเหรอ คุณยูชอนอยากได้อะไรอีกเหรอครับ” ยูชอนส่ายหน้า พลางควานมือไปข้างหลังกางเกงยีนส์ที่เขาสวมใส่อยู่ ดึงหมวกที่เขาใส่เป็นประจำเวลาออกข้างนอกมาสวมให้จุนซู

“แดดมันร้อน ดูสินายเล่นจนหน้าแดงหมดแล้วใส่นี่ไว้ซะ” จุนซูยิ้ม ยูชอนมักใจดีกับเขาแบบนี้เสมอ แล้วจะไม่ให้เขาหลงปลื้มได้ยังไงล่ะ

หลัง จากที่เล่นกันมาทั้งวัน สองคนพี่น้องก็กลับมาถึงบ้านซะที ยูชอนท่าทางดูแย่มากๆเพราะเล่นเครื่องเล่นเยอะ แถมแต่ละอันที่จุนซูเลือกก็น่าเวียนหัวซะจนเขาแทบจะทนไม่ไหว แต่ยูชอนก็เล่นทุกอย่างตามใจจุนซูเพราะสัญญาเอาไว้แล้ว จุนซูรู้สึกมีความสุขมาก อย่างน้อยก่อนที่เขาจะไป เขาก็จะได้เก็บความทรงจำดีๆอันนี้ไว้ ถึงแม้จะเป็นแค่ความหลงก็ตาม แต่จุนซูรู้สึกว่ามันดีมากจริงๆ เขาอาจจะลืมความสุขครั้งนี้ไม่ลงเลยก็ได้ใครจะรู้

“คุณยูชอนครับ” ยูชอนหันมามองก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้อง

“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะครับ คุณยูชอนอย่าลืมไปส่งผมนะครับ” ยูชอนยิ้มไม่ตอบอะไร เปิดประตูเข้าห้องนอนเหมือนทุกครั้ง

จุน ซูทรุดนั่งลงบนโซฟา มองสิ่งต่างๆรอบตัวเหมือนจะจดจำไว้ในใจ อีกนานกว่าเขาจะได้กลับมาที่โซลอีกครั้ง ถึงวันนั้นยูชอนจะมีใครอีกกี่คน จะมีผู้หญิงมานอนข้างๆห้องนี้เยอะมากแค่ไหน เวลา7ปียูชอนจะเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่าจะจำช่วงเวลาที่อยู่กับเขาได้บ้างไหม จุนซูได้แต่คิดๆๆ น้ำใสๆเอ่อล้นออกจากตาอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่คิดว่าเวลาแค่สองอาทิตย์ที่มาอยู่ที่นี่ จะทำให้เขารู้สึกผูกพันกับเจ้าของห้องมากยิ่งขึ้น ทำไมไม่เห็นเหมือนที่พี่แจจุงบอกเลยว่าเขาจะเก็บกระเป๋าออกจากห้องนี้ไปได้ ง่ายๆ ทำไมกัน ความหลงนี่มีอนุภาพมากขนาดนี้เลยเหรอ จุนซูได้แต่คิดๆๆ และหลับไปพร้อมๆกับความไม่เข้าใจ



1อาทิตย์หลังจากนั้น

“จุน ซู นายเตรียมของมาพร้อมหรือยัง พาสปอร์ต วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน” แจจุงเช็คของให้น้องชายตลอดเวลา จุนซูทำหน้าเมื่อย นี่มันรอบที่ร้อยเท่าไหร่แล้วนะที่เขาตอบคำถามพี่ชายวนซ้ำๆไปมา แถมเขายังต้องออกจากบ้านมาที่สนามบินอินชอนนี่ตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ทั้งๆที่จะบินตอนบ่าย ไม่รู้พี่เขาจะตื่นเต้นอะไรนักหนาที่เขาจะไปเรียน

จุน ซูมองดูนาฬิกาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวัน สายตาก็จับจ้องแต่ทางเดินขาเข้าสำหรับมาส่งผู้โดยสาร หวังว่าจะได้เห็นร่างของใครคนนึงโผล่มาสักที ทั้งๆที่สัญญากันแล้ว แต่ตลอดเวลา1อาทิตย์ที่ผ่านมาจุนซูไม่เคยมั่นใจเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะรักษา สัญญา เขาติดต่อยูชอนไม่ได้มาอาทิตย์นึงแล้วตั้งแต่ที่เขาย้ายออกมาจากห้องของยู ชอน จู่ๆยูชอนก็หายไปเลย โทรศัพท์ก็ปิด ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวหายไปไหน จุนซูได้แต่รอๆๆ และก็รอ ภาวนาให้เขามาทัน อยากเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจากไปไกลถึง7ปี แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนๆนั้นเลย

“พี่แจจุง ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“เข้า อีกแล้ว นายเข้ากี่ครั้งแล้วเนี่ย ไปๆๆ อีกสองชั่วโมงต้องเข้าเกทแล้วนะเร็วๆด้วย” แจจุงบ่น จุนซูรีบเดินออกมา จริงๆเขาไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำหรอก แต่เดินออกมาให้ห่างพี่ชายและกลุ่มที่ตามมาส่งกลุ่มใหญ่เพราะว่าต้องการ โทรศัพท์หายูชอนต่างหาก กลัวว่าเขาจะไม่ยอมมา แต่ก็เหมือนเดิม ยูชอนยังคงไม่เปิดโทรศัพท์ จุนซูเริ่มจะท้อ

“นี่เขาจะไม่มาจริงๆ เหรอ คิดจะจากกันแบบนี้เลยใช่ไหม คนใจร้าย” มือบางยกขึ้นปาดน้ำตารื้อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาจะร้องไห้ไม่ได้นะ เดี๋ยวพี่แจจุงสงสัย

จุนซูตัดสินใจเดินไปสูดอากาศที่สวนหย่อมข้างๆ สนามบิน เพราะไม่อยากกลับไปนั่งข้างๆพี่ชายแล้วต้องคอยตอบคำถามทุกๆ5นาทีอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันเลี้ยวมุมตึกของสนามบิน จุนซูก็พบกับคนที่เขารอมาตั้งแต่เช้า เขากำลังจะเดินเข้าไปหาด้วยความดีใจแต่ก็ต้องชะงัก เพราะยูชอนไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว แต่พี่แจจุงก็ยืนอยู่ด้วย แถมยังคุยอะไรกันอยู่สีหน้าเคร่งเครียด จุนซูตัดสินใจค่อยๆย่องเข้าไปแอบฟังข้างๆตึกระยะไม่ห่างจากทั้งสองคนมากนัก

“ขอบใจมากนะยูชอนที่นายร่วมมือด้วย” แจจุงพูดพลางตบบ่าเพื่อนเบาๆ

“อืม ไม่เป็นไร” ยูชอนตอบเนือยๆ

“เอา น่า 7ปีเองเดี๋ยวน้องฉันก็กลับมานะ คิดว่าเพื่ออนาคตน้องฉัน แกจะทนเห็นจุนซูเลิกเรียนตั้งแต่อายุ15แล้วไปแต่งงานกับแกได้เหรอ ทั้งที่จุนซูออกจะหัวดีปานนั้นอ่ะ” แจจุงพูด

“ไม่ต้องมาพูดดีเลย แกคิดได้ยังไงส่งน้องแกมาอยู่กับฉันตั้งสองอาทิตย์ นี่แกกะจะให้ฉันช่วยส่งน้องแกไปเรียน หรืออยากจะแกล้งฉันกันแน่หา” ยูชอนพูดอย่างหงุดหงิด

“เอาน่า ถ้าไม่ใช้วิธีนี้น้องฉันมันจะยอมไปเรียนเหรอ” แจจุงปลอบ

“แล้วถ้าฉันเกิดหน้ามืดปล้ำน้องชายแกขึ้นมาแกจะว่ายังไงหา ไอ้บ้า”

“แก ก็ได้ตายคารองเท้าบูทสวยๆของฉันนี่ไง เฮ้ยไม่เอาน่า แกทนมาได้ตั้งหลายปี ทนต่ออีกสัก7ปีจะเป็นไรไป รอให้น้องฉันโตก่อนนะ” แจจุงพูดติดตลก อันที่จริงเขารู้มานานแล้วว่ายูชอนรักน้องชายเขามากแค่ไหน แต่จุนซูยังเด็กมากจนยูชอนไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น กลัวไปหมด กลัวเด็กมันว่าแก่แล้วยังคิดไปเคลมอีก

แจจุงฮากลิ้งสุดๆตอนที่ เพื่อนมาสารภาพว่าชอบน้องชายเขา ขอได้ไหมคนนี้ จะไม่ให้ฮาได้ไง ก็ไอ้บ้านี่มันเล่นจองน้องชายเขาตั้งแต่5ขวบ ตอนแรกเขาก็คิดว่าเพื่อนเขาจะเล่นๆ แต่เมื่อเห็นความดีของมันที่พยายามเอาใจใส่น้องเขา ไม่เคยทำอะไรเกินเลย เขาก็เริ่มเชื่อว่ามันเอาจริง ติดอยู่ตรงที่น้องเขาอาจจะไม่รู้สึกอะไรด้วย แต่เขาก็เกือบช็อคตกเก้าอี้ วันที่จุนซูเดินมาบอกว่าจะไม่ไปเรียนต่อ จะแต่งงานกับยูชอนให้ได้ เขาเลยรีบมาบอกเพื่อนทันที และขอร้องให้ช่วยเล่นละครให้หน่อยเพราะน้องยังเด็กไว้โตกว่านี้ก่อน เพราะยังไงก็ใจตรงกันขนาดนี้แล้วไม่น่าพลาด เอ่อ ถ้าไม่นับว่าจุนซูจะไปเจอคนอื่นที่ถูกใจกว่านะ

“อย่ามาตลก แล้วแกจะรับประกันได้ไหมว่า7ปีข้างหน้าเนี่ย จะไม่มีมดตัวไหนมาไต่น้องแกหา ถ้ามีนะ ฉันจะยำแกคนแรกเลยไอ้แจ” ยูชอนคาดโทษ แต่ยังไม่ทันที่แจจุงจะตอบอะไรเขาก็เหลือบไปเห็นตัวต้นเหตุยืนหน้าบึ้งอยู่ ข้างหลังเพื่อนเขาซะก่อน

“เอ่อ คือ ถ้าแกอยากรู้ก็ถามกันเอาเองแล้วกัน ฉันไปก่อนล่ะ” ว่าแล้วแจจุงก็วิ่งกลับไปยึดฐานที่มั่นข้างๆคุณป๋าดีกว่า เพราะยังไงจุนซูก็คงไม่กล้าเอาเรื่องเขาต่อหน้าคุณป๋าหรอก

“เดี๋ยวสิเฮ้ย แกจะให้ฉันไปถามใคร” ยูชอนตะโกน

“ถามผมไงคุณยูชอน” เสียงเล็กดังขึ้นข้างหลังร่างโปร่ง ยูชอนชะงักหันไปตามเสียง

“จุนซู”

“ไม่เรียกไอ้ตัวเล็กล่ะ” จุนซูประชด

“เอ่อ มาได้ยังไง แล้ว... ไอ้เวรแจทิ้งเรื่องให้กูอีกแล้ว” ยูชอนสบถอย่างหัวเสีย

“บอกมานะ นี่มันอะไรกัน แผนอะไร คุณยูชอนวางแผนอะไรกับพี่ชายไว้” จุนซูเดินย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวโตกว่า ยูชอนถอยกรูดไปตั้งหลัก

“ไม่มีอะไร แผนเผินอะไรกัน ไปกันดีกว่าจุนซูเดี๋ยวตกเครื่อง” ยูชอนพูดพลางเอื้อมมือไปจับข้อมือคนตัวเล็กมากุมไว้ แต่จุนซูสะบัดออก

“เล่นอะไรกัน ทำแบบนี้หมายความว่าไง ทำไมต้องหลอกกันด้วย”

“ไม่ได้หลอกนะจุนซู “ ยูชอนปลอบ

“ไม่ ต้องมาพูดเลย รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่ได้นอนเลยนะ ผมเอาแต่คิดๆๆถึงเรื่องนี้ ผมเชื่อไปแล้วด้วยซ้ำว่าไอ้ที่ผมรู้สึกเนี่ยมันเป็นความหลง ไม่ใช่ความรัก” จุนซูตะโกน เขารู้สึกโกรธมากๆที่พี่ชายเขากับยูชอนมาเล่นตลกกับความรู้สึกของเขา

“แล้ว จุนซูคิดว่าพี่ได้นอนเหรอ รู้ไหมว่าตลอดเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมามันทรมานมากแค่ไหน ที่จะต้องมีจุนซูอยู่ข้างๆ แต่พี่ทำอะไรไม่ได้ เลยสักอย่าง” ยูชอนพูด

“ทำ อะไรล่ะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย คุณยูชอนไม่เห็นจะเป็นอะไรสักอย่าง ก็เห็นไปเที่ยวเล่นดีนี่นา ไหนจะยังแกล้งผมได้ทุกวัน...” เสียงตะโกนปาวๆของคนตัวเล็กเงียบหายไปเพราะถูกริมฝีปากอิ่มร้อนประกบทับ อย่างรวดเร็ว จุนซูตัวแข็งทื่อเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขามาก่อน ยูชอนค่อยๆละเลียดบดริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวลที่สุด เพราะจุนซูยังเด็กมากนัก และอดยิ้มไม่ได้เมื่อไอ้ตัวเล็กของเขาพยายามเลียนแบบที่จะจูบตอบเขาด้วย ยูชอนถอนริมฝีปากออกมาอย่างแสนเสียดาย แต่ก็ยังไล่จูบไปตามแก้มนิ่มและเรื่อยลงมาหยุดที่บริเวณลำคอหอมกรุ่นของไอ้ ตัวเล็ก

“ก็ทำแบบนี้ไงล่ะ ทีนี้รู้หรือยังว่าถ้าเริ่มแล้วมันจะหยุดไม่อยู่แบบนี้” ยูชอนพูดขณะที่ยังเคล้าคลอเคลียคนตัวเล็กไม่ห่าง จุนซูรู้สึกเขินและปั่นป่วนแปลกๆ เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เด็กไม่ประสาอย่างเขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“คุณ ยูชอน ปล่อยจุนซูนะ” จุนซูพยายามดิ้นออกจากท่อนแขนแข็งแรงที่รวบเขาเข้ามากอดเมื่อกี้ แต่ก็ไม่สำเร็จยูชอนยังคงรัดตัวเขาเอาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก

“ขอกอดหน่อยน่า จะไปตั้ง7ปี จุนซูจะใจร้ายกับพี่ได้ลงเหรอ” ยูชอนออดอ้อนคนตัวเล็กกว่าด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนให้หลงไหล

“ก็ ใครล่ะอยากให้เค้าไป ก็จะไปให้แล้วไง” จุนซูพูดอย่างแสนงอน ยูชอนละริมฝีปากจากลำคอขาวผ่องหันมาจ้องใบหน้าน่ารักที่เริ่มเป็นสีเรื่อๆ อย่างน่ามอง อดใจไม่ไหวก้มลงกดจูบแรงๆที่ริมฝีปากบางอีกทีนึง

“จุนซู พี่หวังดีกับจุนซูนะ อยากให้จุนซูไปเรียนหนังสือ แล้วถ้าโตกว่านี้ เราค่อยมาเริ่มกันใหม่ก็ยังไม่สายนะ “ ยูชอนพูดอย่างนิ่มนวล อธิบายให้คนเด็กกว่าเข้าใจความตั้งใจของเขา

“แต่จุนซูไม่อยากไปเรียนนี่ จุนซูอยากจะอยู่กับคุณยูชอน” จุนซูก้มหน้างุดอย่างเขินอาย ยูชอนยิ้ม

“ให้ตายสิ อย่าน่ารักมากได้ไหม เดี๋ยวฉันก็พากลับบ้านซะเลยหรอกไม่ต้องไปรงไปเรียนมันแล้ว” ยูชอนพูดอย่างหมั่นเขี้ยว

“ก็เอาสิ ใครไปห้ามล่ะ”

“เฮ้อ จุนซู ไม่เอานะ ฟังพี่ให้ดี พี่อยากให้จุนซูไปเรียน ความรู้จะทำให้จุนซูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ประสบการณ์ชีวิตที่เมืองนอกอาจจะทำให้จุนซูโตขึ้น ไม่เอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้ การเรียนสำคัญมากนะจุนซู” ยูชอนพยายามสอนอย่างใจเย็น

“ถ้าการเรียนสำคัญ ทำไมคุณยูชอนไม่เรียนต่อล่ะ” ยูชอนหัวเราะ ในที่สุดก็โดนเด็กย้อนเข้าจนได้

“พี่ จะเรียนไปทำไมล่ะ ในเมื่องานที่พี่ทำมันไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ระดับด๊อกเตอร์นี่นา แค่ปริญญาตรีปะฝาบ้านก็พอแล้ว จุนซูก็เหมือนกัน ไปเรียนซะ แล้วถ้ากลับมาจุนซูยังไม่มีใคร และแน่ใจว่ายังรักพี่ เราก็จะแต่งงานกัน” ใบหน้าน่ารักแดงมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าเมื่อได้ยินคำว่าแต่งงานจากปากของชาย หนุ่ม กำปั้นเล็กๆทุบลงที่กลางอกของยูชอนอย่างไม่ปราณีปราศรัย

“ใครว่าเค้าจะแต่งกับตัวล่ะ”

“เหรอ แล้วใครที่ไปบอกไอ้แจมัน จนมันต้องวิ่งโร่มาขอให้พี่ช่วยเนี่ย” จุนซูยิ้มเขิน

“นะ จุนซู ไปเรียนก่อนนะ ไว้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราจะได้ทำอะไรแบบผู้ใหญ่ๆโดยที่ไม่มีไอ้แจมาคอยห้ามไงล่ะดีไหม” ยูชอนยิ้มเจ้าเล่ห์แต่ผลที่ได้ก็คือโดนทุบอีกตุ้บไปตามระเบียบ

“พูดอะไรก็ไม่รู้ คุณยูชอนอ่ะ ไม่เอาแล้วจุนซูไม่พูดด้วยแล้ว” ร่างเล็กพยามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขน แต่มีหรือที่ยูชอนจะปล่อยไปง่ายๆ

“ตกลง จะไปเรียนให้จบเร็วๆแล้วกลับมาทำอะไรแบบผู้ใหญ่กับพี่ใช่ไหม” จุนซูไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าเร็วๆเท่านั้น ยูชอนหัวเราะให้รางวัลกับคนน่ารักเป็นจูบแสนอ่อนหวานและอ่อนโยน ริมฝีปากอิ่มไม่ได้หยุดแค่ชิมความหอมหวานจากริมฝีปากบางเท่านั้นยังไล้ เรื่อยไปตามแก้มและลำคอหอมกรุ่นอย่างอดใจไม่อยู่

“คุณยูชอนฮะ”

“หือ? อะไรเหรอจุนซู” ยูชอนกระซิบตอบแต่ก็ยังไม่ละจากความหอมกรุ่นตรงไหน้า

“คุกนะ ผมยังไม่บรรลุนิติภาวะ” ยูชอนสะดุ้งผละออกจากร่างนุ่มนิ่มทันที จุนซูหัวเราะคิกอย่างถูกใจ

“ร้าย นักนะเรา” ยูชอนคาดโทษอย่างหมั่นเขี้ยวแต่คนตัวเล็กไม่สนใจ รีบผละออกจากอ้อมแข็งแรงโดยเร็วในขณะที่ยูชอนเผลอ วิ่งออกไปหยุดยืนห่างจากยูชอนพอประมาณ พร้อมกับตะโกนเสียงใสๆกลับมาหาชายหนุ่มด้วยความร่าเริง

“แล้วจุนซูจะ รีบเรียนจะได้กลับมาทำอะไรที่ผู้ใหญ่เขาทำกันนะฮะ ตาแก่” แล้วก็รีบวิ่งกลับไปหาพี่ๆน้องๆที่รออยู่ทันที ยูชอนส่ายหน้าน้อยๆกับพฤติกรรมแบบเด็กๆของไอ้ตัวเล็ก แต่เขาก็ต้องยอมรับอย่างนึงล่ะว่าไอ้ตัวเล็กมันนุ่มนิ่มน่าฟัดจริงๆ

“คุกก็ยอมล่ะวะ เดี๋ยวจะตามไปฟัดถึงอังกฤษเลยคอยดู”





The end


อ่านให้สนุกนะคะ แว๊บบบบบ~!!!

ysparadise_ys-love.gif

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบตอนจบจริงๆเลย cry
น่ารัก น่าหยิก มากเลยจ๊ะไรเตอร์ ^^

#1 By patongko (58.8.22.103) on 2010-11-22 09:30

+555
น่ารักมากเลย
ตอนแรกแอบโกรธยูชอนด้วย สงสารน้องอ่ะ

แต่พอมารู้ว่ายูชอนเองก็ชอบน้อง
อดจะเขินแทนไม่ได้

#2 By TVXQ! & I on 2010-11-22 10:16

ฟิคน่ารักมากค่ะ
แรกๆเหมือนจะธรรมดานะ
แต่ก็ลุ้นว่าจะจบยังไง
ดูท่ามิคจะไม่รักน้องจริงๆหรือ
ตอนท้ายๆจึงไขข้อสงสัย
แอบเศร้านิดๆนะ
แต่นี่แหละความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวและอดทน
น้องจุนน่ารักมากมาย
ชอบตรงทีเ่รียกมิคว่า \"ตาแก่\" อ่ะ อิอิ

#3 By chebi (124.121.228.86) on 2010-11-22 15:12

จบได้น่ารักน่าหยิกจริง ๆ ค่ะ
ปาร์คมีทิ้งท้ายไว้แบบนี้ มาทำให้คนอ่านอยากรู้นี่บาปน้า

#4 By ania (202.129.32.218) on 2010-11-24 00:56

ป้า
นี่เค้าหลงมาเจอบล็อกป้าได้ไงเนี่ย
ว่าไปก็สนุกแฮะเรื่องนี้ แหมมม ปาร์คนะปาร์ค จุนออกจะน่ารักน่าฟัดขนาดนี้ แกทนอยู่ได้ยังไงตั้งสองอาทิตย์ ฮ่าๆๆ
ว่าแต่ จะตามไปฟัดที่อังกฤษ เพราะคิดว่าแจตามไปขวางไม่ได้ใช่ไหมล่า (ปัดฝุ่น ในคุกไว้รอปาร์ค)

ปล. ป้า เอาเพลงลงบล็อกทำไงอ่ะ เค้าทำไม่เป็นอ่ะ ป้าสอนเค้าที

#5 By Baby BoJae on 2010-12-11 10:22