[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 15
posted on 24 May 2010 14:03 by kameryuichi in servant
Part 15
“เอาล่ะ ตอนนี้เป็นช่วงฟรีไทม์ เชิญทุกคนสนุกกันให้เต็มที่ งานเลี้ยงของเราไม่ได้จบแค่เพียงเวลาเที่ยงคืน แต่งานของเรายังยาวต่อไปอีกจนถึงตี2 เพื่อให้คู่ที่เพิ่งหากันเจอได้มีเวลาสนุกสนานอยู่ด้วยกันบ้าง” สิ้นเสียงประกาศของฮีชอลก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปสนุกสนานตามส่วนต่างๆของงาน มีเสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานเฮฮาถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดงาน ว่าใครหาใครเจอบ้าง ยูชอนจับจูงมือคนตัวเล็กเดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนๆที่ยืนยิ้มหน้าบานต้อนรับ การกลับมาของเขา
“พี่ชาย ทำไมจู่ๆถึงมาเต้นกับจุนซูได้ล่ะ แล้วทำไมซึงรีถึงแต่งตัวเหมือนพี่ แล้วเรื่องที่พวกเราเตรียมกันอ่ะ แล้วจะเปลี่ยนแผนทำไมไม่บอก แล้วทำไม....” เสียงหวานใสของยูฮวานหายไปเพราะมือใหญ่ของชางมินปิดเอาไว้ ก่อนที่คนรักของตัวเองจะถามอะไรมากมายไปกว่านี้
“แผน แผนอะไรกันเหรอ” จุนซูมองหน้าคนโน้นคนนี้ทีงงๆ
“ไม่ มีอะไรหรอกจุนซู ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกนายได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ” แจจุงเอ่ยขัดขึ้น ก่อนที่เพื่อนตัวเล็กจะสงสัย
“อืม” คนตัวเล็กพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ไม่ถามซักไซร้อะไรอีก ตอนนี้เขากำลังมีความสุขที่ได้ยูชอนกลับมา ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าถ้าวันนึงเขาต้องขาดผู้ชายคนนี้ ไป เขาจะเป็นยังไง แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เขารู้ว่า เขาคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มียูชอนอยู่ด้วย คนตัวเล็กหันไปมองหน้าคมคายของคนใกล้ตัว พอดีกับที่ยูชอนหันหน้ามามองเขา จุนซูรีบหลบสายตาทันทีแต่ก็ไม่ทันคนตัวโตกว่าที่สังเกตเห็นสีเรื่อๆบนแก้มคน ตัวเล็กเสียก่อน ยูชอนยิ้มกับท่าทางเขินของคนตัวเล็กกว่า ก้มลงกระซิบถามข้างๆหูคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา
“เป็นอะไรจุนซู จู่ๆก็เกิดเขินอะไรขึ้นมาเนี่ย”
“ไม่ได้เขินนะ” คนตัวเล็กหันกลับไปเถียงเสียงดัง เรียกให้เพื่อนๆที่ยืนอยู่รอบๆหันมามอง
“อะไรกัน เจอกันไม่ทันไร นี่หันมาหวานจี๋จ๋ากันอีกแล้วเหรอ เฮ้อเบื่อจริง” ยูฮวานแกล้งบ่นขึ้นมาลอยๆ
“นั่น สิ เราไปหาที่สวีทกันบ้างดีกว่ายุนโฮ แถวนี้ปล่อยให้คนที่เขาไม่ได้เจอกันมาตั้งอาทิตย์คุยกันดีกว่า” แจจุงลากแขนคนรักเดินแยกไปอีกทาง
“ชางมิน เรายังไม่ได้เต้นกันเลยนะคืนนี้ เราไปเต้นกันดีกว่านะ” ยูฮวานเอ่ยเสียงหวาน
“ได้ สิครับ วันนี้เรามัวแต่วุ่นวายเพราะใครก็ไม่รู้ แถมเหนื่อยฟรีด้วย คืนนี้ต้องฟัดน้องมันแก้แค้นซะหน่อย” ชางมินพูดพร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ให้ มันน้อยๆหน่อย ฉันยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคนแกยังกล้าพูดอย่างนี้อีก เดี๋ยวพ่อจับแยกกันซะเลย” ยูชอนหันไปตีหน้าเคร่งใส่น้องจอมแสบกับเพื่อนจอมกวน
“เสียใจ พี่ชายไม่มีทางแยกเราสองคนได้หรอก ไปกันเถอะชางมิน เราไปสวีทกันดีกว่า” พูดจบคนหน้าหวานก็ออกเดิน พร้อมฉุดคนรักเดินตาม ชางมินโอบเอวบางของคนรักเดินผ่านหน้าพี่ชายจอมหวงอย่างไม่สะทกสะท้าน
“หนอย~ คอยดู วันมาขอแต่งฉันจะเรียกให้หมดตัวเลย” ยูชอนตะโกนไล่หลัง
“ตามสบาย” ชางมินหันหน้ากลับมาตอบกลับทันที พร้อมก้มลงหอมแก้มนุ่มนิ่มของคนหน้าหวานอวดพี่ชายตัวดีซะด้วย
“ไอ้ชางมิน!!!” ยูชอนตะโกนอย่างเหลืออด
“ยูชอน คนอื่นมองกันใหญ่แล้วนะ” จุนซูสะกิด
“ช่างเขาสิ”
“แต่ฉันอายนี่ อีกอย่างไม่ต้องกลัวหรอก ที่นี่เขามีกฎไม่ให้คนใช้อยู่ใกล้กับคุณหนูมากๆนี่” จุนซูพูด
“แต่จะไว้ใจมันได้ที่ไหนเล่า ดูเมื่อกี้ ไม่เห็นมีใครทำอะไรมันได้เลย” ยูชอนยังคงตะโกนปาวๆเหมือนเดิม
“ทำอย่างกับตัวเองไมได้ทำงั้นแหละ” ซึงรีพูดขึ้นลอยๆ
“ว่าอะไรนะ” ยูชอนเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ทันที
“ไม่มีอะไร จียง ไปเต้นรำกันดีกว่า เมื่อกี้เต้นกับปาร์คยูชอนทั้งงานเลย ตาฉันมั่งล่ะ” ซึงรีหันมาจับมือจียงจะลากไปกลางฟลอร์
“แต่ว่า ฉันยังเมื่อยอยู่เลยนะ”
“จะ ไปไม่ไป ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องไป ฉันจะกลับล่ะ” ซึงรียื่นคำขาด แล้วก็ต้องลอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางสับสนของคุณหนูแสนเอาแต่ใจ ตอนนี้เขาต้องยอมรับกับตัวเองเลยว่า จียงน่ารักกว่าตอนแรกๆที่เขาเจอมากๆ เพราะนิสัยเอาแต่ใจท่าเดียวของจียงถูกลดทอนลงไปจนแทบไม่มีเหลือแล้วตอนนี้
“แต่ว่า..” จียงยังลังเล
“งั้นกลับ” ซึงรีหมุนตัวกลับทันที
“ก็ได้ เต้นก็ได้” จียงเอ่ยเสียงอ่อยๆ ซึงรีลอบยิ้มออกมานิดนึง ก่อนจะตีหน้าขรึมหันไปลากคนหน้ากลมไปกลางฟลอร์
“ชิ~ ซึงรีอ่ะ ชอบเขาแต่ก็แกล้งเขาอยู่ได้ สักวันจะยุให้จียงเอาคืน” คนตัวเล็กที่ยืนมองคู่เพื่อนซี้อยู่นานเอ่ยขึ้น หลังจากที่ทั้งสองคนเดินห่างออกไป ยูชอนหันมาสนใจคนตัวเล็กข้างๆ จับไหล่บางของคนข้างตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง
“ลุ้นแต่คู่คน อื่นเขา แล้วนายล่ะ พร้อมจะตอบคำถามฉันบ้างหรือยัง” ยูชอนถาม จุนซูก้มหน้ามองที่พื้น เพราะรู้ว่าคำถามที่ยูชอนจะถามเขามันคืออะไร แต่คนตัวเล็กก็แกล้งเฉไฉออกเรื่องอื่น
“ยูชอน ไปหาอะไรกินกันไหม ฉันยังไม่อิ่มเลย” จุนซูทำท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร แต่มือเรียวรั้งแขนคนตัวเล็กไว้ก่อน
“ไม่ ให้ไป ฉันว่านายกินไปเยอะแล้วนะ มานี่ วันนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” ยูชอนไม่ฟังเสียง ลากคนตัวเล็กติดมือเดินออกไปจากห้องโถงทันที ไม่สนใจท่าทีขัดขืนของคนตัวเล็กเลยสักนิด
ซอฮยอนเดินออกมาจาก งานด้วยความโกรธ โกรธทุกคนไม่ว่าใคร ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องเป็นเธอทุกทีที่ต้องเป็นฝ่ายผิดหวัง และต้องยอมถอยให้คนอื่นตลอด ทำไมกัน ซอฮยอนรีบเดินจนไม่ได้สังเกตว่ามีคนยืนรออยู่แถวนั้น ทันทีที่เห็นเธอเดินผ่านไป ร่างสูงก็เดินออกมาดักเอาไว้
“งานเลิกแล้วเหรอ ทำไมเดินเร็วขนาดนี้ เดี๋ยวก็ล้มอีกหรอก” ชีวอนถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ ต้องมายุ่งกับฉัน เธอก็เหมือนกัน ไหนเธอเคยสัญญากับฉันว่าเธอจะทำให้ฉันทุกอย่าง แค่ทำให้พี่ยูชอนกลับมาหาฉันเธอยังทำไม่ได้เลย เธอมันก็โกหกปลิ้นปล้อนเหมือนคนอื่นนั่นแหละ” ซอฮยอนระเบิดอารมณ์ใส่ชีวอนเต็มที่ ก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง
“อะไร เกิดอะไรขึ้น มีอะไรไหนบอกมาซิ” ชีวอนจับร่างบางให้หับกลับมาเผชิญหน้าเขา
“เกิด อะไรขึ้น มัวแต่อยู่แถวนี้จะรู้ได้ยังไง รู้ไหม พี่ยูชอนหักหลังเราอีกแล้ว ตอนนี้เขาอยู่กับคิมจุนซู ได้ยินเต็มสองหูหรือยัง คนไร้ประโยชน์” ซอฮยอนสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของคนตรงหน้า เดินจากไปอย่างไม่ใยดี ไม่ได้หันกลับมามองสักนิด เลยไม่รู้ว่าคำพูดของเธอทำร้ายคนที่หวังดีกับเธอมาตลอดมากแค่ไหน
“คน ไร้ประโยชน์เหรอ นั่นสินะ ฉันมันคงจะไร้ประโยชน์จริงๆนั่นแหละ ฉันไม่เคยทำตามสัญญาที่ฉันให้ไว้กับเธอได้สักครั้ง สมควรแล้วล่ะ ที่เธอจะว่าฉัน” ชีวอนยืนหลับตานิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างข่มอารมณ์ นี่เขาหวังอะไรอยู่นะ ตลอดเวลาที่เขาดูแลซอฮยอนมา เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มเต็มที่เพราะการกระทำของเขาเลยสักครั้ง ผิดกับอีกคน ที่ถึงแม้เรื่องที่ทำให้กับซอฮยอนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เธอยิ้มได้อย่างเต็มที่ ทำไมคนนั้นถึงไม่เป็นเขาบ้าง
“ฉัน ต้องทำยังไงล่ะ ถึงจะมีประโยชน์ต่อเธอ หรือว่าฉันคงต้องทำสิ่งนั้นสินะ ถึงจะมีประโยชน์มากพอ” ชีวอนถอนใจอย่างหนักหน่วง สิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องทำ แต่เขาก็ทำไปแล้วครั้งนึง และครั้งนี้ เขาก็คงจะต้องทำมันอีกครั้ง เพื่อให้ได้สิ่งที่ซอฮยอนต้องการมากที่สุดมาครอบครอง มือหนาหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋า พร้อมโทรออกไปยังหมายเลขที่ต้องการ
“พวกแกอยู่ที่ไหน ... อืม .. ฉันคิดว่าเราคงต้องจัดการเรื่องนี้เร็วขึ้น.. อืม เตรียมการให้พร้อม ...ลงมือเลย คืนนี้” ชีวอนกดตัดสายหลังจากที่สั่งความกับลูกน้องเรียบร้อย
“นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันจะทำเพื่อเธอ” ร่างสูงหันหลังเดินไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่ร่างบางเดินไปอย่างเงียบเชียบ
“ยูชอน จะลากฉันไปไหน” เสียงคนตัวเล็กโวยวายมาตลอดทาง
“มาให้ไกลจากคนอื่นไงล่ะ ฉันจะได้ทำอะไรได้ถนัดๆหน่อย ไม่ต้องกลัวสายตาคนอื่นด้วย” ยูชอนตอบ เล่นเอาคนตัวเล็กรีบเบรกตัวโก่ง
“ไม่ เอานะยูชอน จะทำอะไรน่ะ ไม่เอานะ อย่าบ้านะ” จุนซูร้องโวยวาย เพราะคำพูดชวนให้คิดมากของร่างโปร่ง ยูชอนหัวเราะ หันกลับมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็กที่พยามเต็มที่ที่จะปลดมือของเขาออกจากข้อ มือเล็กของตัวเอง
“จะดิ้นไปไหนเล่า” ยูชอนจัดการรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้
“ปล่อย นะ ไม่ต้องมากอดเลย ฉันยังโกรธนายอยู่นะ บอกให้ปล่อย” จุนซูรีบโวยวาย เอาความโกรธเข้ามาข่มความเขินที่มันกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“โกรธอะไรล่ะ” ยูชอนถามเสียงนุ่มข้างๆหูคนตัวเล็ก ยิ่งเรียกสีชมพูจางๆให้มารวมที่ใบหน้าน่ารักได้มากขึ้น
“ยัง จะมาพูดอีก ไม่รู้หรือไงว่าฉันโกรธแค่ไหนที่อยู่ๆนายก็ไม่มาหาฉันเลยอ่ะ” จุนซูเชิดหน้าขึ้นตอบ แต่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองพูดทำให้หัวใจคนฟังพองโตมาแค่ไหน
“นี่ แสดงว่ารอฉันทุกคืนเลยเหรอ” ยูชอนยิ้มพอเห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า คนตัวเล็กก็เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป แทบอยากจะกัดลิ้นทีเดียวที่เผลอพูดอะไรที่มันเข้าตัวขนาดนั้น
“ไม่ได้รอ ใครจะไปรอ ดึกดื่นขนาดนั้นเขาก็ต้องนอนสิ” จุนซูเชิดหน้าไปอีกทาง
“จริงเหรอ เอ~ แล้วใครน้าที่ร้องไห้ทุกคืน ไม่ยอมนอนทุกคืน เพราะว่าฉันไม่ไปหาอ่ะ” ยูชอนยังจี้ต่อไป
“บอกว่าไม่ได้รอไง พูดไม่รู้เรื่อง ปล่อยนะ บอกให้ปล่อย” จุนซูดิ้นมือเล็กพยายามผลักอกคนตัวโตดันออกไปให้ห่างที่สุด
“อ้าว ~ ถ้าไม่ได้รอ แล้วโกรธเรื่องอะไรล่ะ บอกมาสิ ไม่งั้นฉันจะรู้ได้ยังไงอ่ะ ว่าสมควรจะได้รับโทษแบบไหน”
“ไม่ลงโทษ ไม่มีโทษอะไรทั้งนั้นแหละ ปล่อยนะ” จุนซูโวยวาย
“แต่ ฉันมีนี่ ฉันมีเรื่องอยากจะขอโทษ” ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีท่าทีแบบที่เล่นทีจริงเหมือนเมื่อกี้อีก ทำให้จุนซูที่มีท่าทีฮึดฮัดตั้งแต่แรกกลับสงบลงและตั้งใจฟัง
“เรื่องอะไรเหรอ”
“ก็ เรื่องที่จู่ๆฉันก็หายไป ไม่ได้ส่งข่าวมาบอกนายเลย ฉันขอโทษนะ ฉันรู้ว่ามันอาจจะแทนกันไม่ได้ แค่คำขอโทษมันคงจะไม่พอ ฉันรู้นะจุนซูว่านายไม่สบายใจ นายคงจะสับสน แต่ขอให้เชื่อฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ ฉันพยายามจะมาหานายแล้ว แต่ฉันก็ทำไมได้ เพราะว่า...” จุนซูยื่นนิ้วชี้ไปแตะที่ปากของร่างโปร่งเป็นเชิงให้หยุดพูด
“ไม่เป็นไรหรอกยูชอน”
“แต่..”
“ไม่ ต้องพูดแล้ว ฉันเข้าใจ ฉันรู้ว่ายูชอนต้องมีเหตุผล เพราะฉันเชื่อใจยูชอน นายเป็นคนเดียวที่อยู่กับฉันในเวลาที่ฉันทุกข์ใจมากที่สุด และตลอดเวลานายก็ดูแลฉันเป็นอย่างดี ฉันถึงเชื่อใจนาย” จุนซูเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ
“ความจริง ตอนแรกฉันก็สับสน ฉันอยากรู้ว่าเพราะอะไร ทำไมนายถึงไม่มา ทำไมนายถึงปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว ทั้งๆที่นายเคยสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันไปไหน แต่ฉันจำได้ว่า นายเคยบอกให้ฉันเชื่อใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และฉันก็เชื่อตามนั้น และรอว่าเมื่อไหร่นายจะกลับมาบอกฉันทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้น แต่.... พอเอาเข้าจริงๆ แค่ได้เห็นหน้านาย แค่ได้รู้ว่านายไม่ได้เป็นอะไร นายยังกลับมาหาฉัน ไม่ได้ทิ้งฉันไว้คนเดียว แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร หรือเรื่องอะไร ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกแล้วล่ะ แค่นายกลับมาหาฉันก็พอ” จุนซูยิ้มให้กับคนตรงหน้า ยูชอนรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามากอดแน่นขึ้นอีก ใบหน้าคมซบลงที่ไหล่บางของคนตัวเล็ก
“ความจริงฉันกลัวแทบแย่ กลัวว่าระหว่างที่ฉันไม่อยู่ นายจะเป็นอันตราย ฉันกลัวมากเลยนะจุนซู กลัวว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของฉัน มันจะทำให้ฉันต้องเสียนายไป แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรนายได้” ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน และจริงจังจนคนตัวเล็กรู้สึกได้
“ทำไมถึง พูดอย่างนี้ล่ะ นายพูดอย่างกับว่าจะมีใครมาทำอันตรายฉัน” จุนซูถาม เขาไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียว ว่าทำไมยูชอนต้องจริงจังมากขนาดนี้
“ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีใครมาทำอะไรนายได้หรอก ถ้าหากฉันยังอยู่” ยูชอนเงยหน้าจากไหล่ของคนตัวเล็ก
“ยูชอน นายพูดอย่างกับว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับฉันงั้นแหละ” จุนซูเริ่มกังวล เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนวันทดสอบความกล้า
“ไม่ มีอะไรหรอก ฉันก็แค่ระวังตัวเท่านั้น ทำใจให้สบายนะ ว่าแต่ พร้อมจะตอบหรือยัง” ยูชอนเปลี่ยนเรื่องพูด เมื่อเห็นว่าจุนซูมีท่าทีกังวลมาก
“ตอบอะไร” จุนซูทำหน้าเหวอ อะไรเนี่ยจู่ๆก็เปลี่ยนเรื่องซะงั้น เล่นเอาคนตัวเล็กตามแทบไม่ทัน
“อะไรกัน จำไม่ได้เหรอ เรื่องสำคัญของเราเลยนะ” ยูชอนทำเสียงตัดพ้อ
“เรื่องอะไรล่ะ” จุนซูพยายามคิด แต่ก็คิดไม่ออก
“ก็ที่ฉันเคยถามนายว่า รักฉันบ้างไหมไง” เงียบไม่มีเสียงตอบจากคนตัวเล็ก
“ว่าไง รักฉันบ้างหรือยัง” ยูชอนถามย้ำอีกครั้ง แต่ก็เงียบ ไม่มีคำตอบจากคนน่ารักอีกตามเคย
“นายนี่ใจร้ายจังนะ ขนาดจากฉันไปตั้งนาน นายก็ยังใจแข็งเหมือนเดิม นี่จะไม่มองหน้าฉันเลยเหรอ”
ยู ชอนทำเสียงตัดพ้อ แต่ริมฝีปากอิ่มกลับจุดยิ้มอย่างพอใจ เพราะเขาสังเกตเห็นริ้วแดงๆที่เริ่มผุดขึ้นมาข้างแก้มของคนที่ก้มหน้างุดไม่ ยอมมองหน้าเขา มือเรียวเชยคางคนตัวเล็กขึ้น สายตาของทั้งคนมองสบกันสักพัก จุนซูก็เป็นฝ่ายหลบตาก่อนเพราะเขาไม่อาจจะทนประสานสายตากับดวงตาคมเข้มของยู ชอนได้ เพราะตอนนี้ดวงตาของยูชอนเต็มไปด้วยคำพูดมากมาย ที่เขาสัมผัสและรับรู้ได้ ยูชอนอมยิ้มกับกิริยาเขินอายของคนน่ารัก ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงประทับจุมพิตแสนหวานให้คนตรงหน้าเนิ่นนานให้เท่ากับ ความคิดถึงที่เขาสั่งสมเอาไว้ตลอดระยะเวลาที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมทุกฝี ก้าวของชีวอน
“ฉันรักนายนะจุนซู” ยูชอนกระซิบชิดริมฝีปากของคนตัวเล็ก ก่อนจะกดจูบอีกครั้งอย่างหนักหน่วงและแนบแน่นกว่าเดิม ทำให้จุนซูแทบจะละลายลงไปกองอยู่ตรงนั้นเพราะความรู้สึกทั้งอ่อนหวาน และอ่อนโยนของยูชอน
~ อื้อ ~
เสียงคนตัวเล็กร้องประท้วง เพราะตอนนี้เขาแทบจะหมดลมหายใจอยู่แล้ว เรี่ยวแรงก็แทบจะไม่มีเหลือ เหมือนกับเขาถูกยูชอนดูดเอาเรี่ยวแรงของเขาไปหมด ยูชอนยอมละริมฝีปากอิ่มออกจากริมฝีปากบางของคนน่ารัก แต่ก็ยังอ้อยอิ่งคลอเคลียอยู่ตามแก้มและซอกคอของคนตัวเล็กอยู่ไม่ห่าง
“ยูชอน พอเหอะนะ ฉัน...” จุนซูรีบห้าม เพราะเกรงว่ายูชอนอาจจะทำอะไรเกินเลยมากไปกว่านี้
“กลัวเหรอ” ยูชอนถามทั้งๆที่ยังคลอเคลียคนน่ารักอยู่ไม่ห่าง
“ก็.. นิดหน่อย” จุนซูอ้อมแอ้มตอบ ยูชอนหัวเราะในลำคอนิดๆ ก่อนจะยอมละออกจากซอกคอหอมกรุ่นของคนตัวเล็กอย่างเสียดาย
“แล้วตกลงจะบอกรักฉันได้หรือยังล่ะ” ยูชอนถามอีกครั้ง
“ฉัน ยังจะต้องบอกอีกเหรอ” จุนซุทำแก้มป่องอย่างขัดใจ ทั้งเขิน ทั้งโมโห คนอะไร เขายอมขนาดนี้ยังจะมาเรียกร้องให้เขาบอกรักอีก คนบ้า จุนซูนึก
“อ้าว ถ้าไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ”
“คนบ้า ไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้แล้ว” กำปั้นเล็กทุบไปที่หน้าอกของคนเจ้าปัญหาอย่างหมั่นไส้ ยูชอนหัวเราะ
“บาง ครั้ง การกระทำสำคัญกว่าคำพูดก็จริงนะจุนซู แต่บางครั้งฉันก็คิดว่า ถ้าเราได้ยินเป็นคำพูดไปเลย เราก็จะได้มั่นใจมากกว่า ว่า สิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเห็น มันไม่ใช่แค่ความคิดของเราฝ่ายเดียวไง”
“แต่ฉันเขินนี่” คนตัวเล็กก้มหน้างุด
“ไม่เห็นต้องเขินเลย ฉันยังบอกรักนายได้เลย ทำไมนายจะบอกฉันบ้างไม่ได้” ยูชอนตัดพ้อ
“ฉันไม่ได้หน้าหนาเหมือนนายนี่นา” ยูชอนหัวเราะ
“ก็ ได้ เอาไว้นายหน้าหนาเหมือนฉันเมื่อไหร่แล้วค่อยบอกแล้วกัน โอ้ย~” ยูชอนร้องลั่น ไม่ใช่อะไร เพราะตอนนี้เขากำลังถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักโดยเครื่องจักรทุบคนที่ชื่อ คิมจุนซู มือเล็กรัวก้ำปั้นเร็วๆแรงๆทุบไม่ยั้ง เล่นเอาคนเจ้าปัญหาจุกไปเหมือนกกัน
“พอแล้วๆๆ โอเคๆๆ ไม่ต้องรออะไรทั้งนั้นแหละ พอแล้วๆๆ เดี๋ยวฉันเป็นอะไรไปใครจะอยู่กอดนายล่ะ”
“ฮึ่ย~ ไม่พูดด้วยแล้ว” จุนซูสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมรีบเดินจ้ำไปอีกทาง ยูชอนหัวเราะ ก่อนจะเดินตามไปติดๆ แต่ก็ต้องชะงัก เพราะคนตัวเล็กทีเดินมาก่อนเขา ตอนนี้ถูกชีวอนจับตัวเอาไว้
“จะทำอะไร” ยูชอนถาม
“ขอตัวคิมจุนซูไปก่อนนะปาร์คยูชอน พอดีฉันมีธุระกับเขา” ชีวอนตอบเสียงเย็น
“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้” ยูชอนพูด
“เสียใจ คราวฉันคงไม่ใจดีเหมือนทุกครั้งแล้วล่ะ ฉันบอกนายแล้วไงว่าอย่าตุกติก แต่นายก็ผิดสัญญา” ชีวอนพูด
“ปล่อย เขา เดี๋ยวนี้” ยูชอนตะโกน พร้อมกับเดินเข้าไปหาชีวอน แต่ร่างโปร่งก็ต้องชะงัก เขารู้แล้วว่า เลือดในกายเย็นเฉียบนี่ลักษณะอาการมันเป็นยังไง เพราะตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างนั้น เมื่อเห็นวัตถุสีดำจ่ออยู่ที่ข้างขมับของคนตัวเล็ก
“นายจะทำอะไร”
“ถ้านายเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเป่าสมองเขาซะ” ชีวอนตอบ
“อย่านะ ห้ามทำอะไรเขาเด็ดขาด”
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับนาย ถ้านายตามมา ฉันจะยิงหมอนี่ทิ้งซะ”
“นาย จะพาเขาไปไหน” ยูชอนกลั้นใจถาม ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกหายใจติดขัด เพราะเกรงว่าชีวอนจะทำอะไรบ้าๆอย่างที่ขู่ เขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
“พา ไปไหนมันก็เรื่องของฉัน แต่คิดว่า ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกนายสองคนจะได้เจอกัน” ชีวอนพูด พร้อมกดปลายกระบอกปืนจิ้มลงไปที่ขมับของคนตัวเล็กจนศีรษะโยกไปข้างนึง
“นาย!!!” ยูชอนตะโกน แทบจะถลาเข้าไปหาชีวอน
“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นอย่ามาหาว่าฉันใจร้าย”
“เรา มาคุยกันดีๆดีกว่าชเวชีวอน นายต้องการอะไร ฉันทำให้นายได้ทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่าทำอะไรจุนซู” ยูชอนต่อรอง ตอนนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าต่อรองกับชีวอน เพราะตอนนี้เขาไม่มีอาวุธติดตัวมา ไม่คิดว่าชีวอนมันจะลงมือเร็วขนาดนี้
“ทำได้ทุกอย่างเหรอ .. ถ้าฉันบอกให้นายกลับไปแต่งงากับซอฮยอนนายจะทำได้ไหม”
“นายก็รู้คำตอบอยู่แล้ว เรื่องนี้ฉันทำไม่ได้” ยูชอนตอบทันที
“นั่น สินะ เพราะอย่างนั้นฉันจึงต้องทำแบบนี้ไง ในเมื่อนายรักหมอนี่ ฉันก็ต้องเอาตัวหมอนี่ไป เมื่อไม่มีคนกลาง นายก็กลับไปหาซอฮยอนได้อย่าสะดวกใจจริงไหม” ชีวอนถาม
“นายจะทำอะไรกับเขา”
“ไม่ รู้สิ ผิวขาวๆ น่าตาน่ารักขนาดนี้ จะฆ่าทิ้งก็เสียดาย นายคิดว่าฉันควรเอาไปทำอะไรดีล่ะ .....” ชีวอนเงียบไปสักพัก พลางก้มหน้าลงสูดความหอมใกล้ๆตัวคนน่ารักทำให้ยูชอนแทบอยากจะวิ่งไปกระชากชี วอนออกจากคนตัวเล็กแทบตาย
“ตัวหอม นุ่มนิ่ม น่ารัก นายนี่โชคดีจังนะ แต่เสียใจ นับตั้งแต่นี้ไป คิมจุนซูเป็นของฉัน และต่อให้นายหาจนพลิกแผ่นดิน นายก็จะไม่มีวันได้เจอเขาอีก” ชีวอนบอก ก่อนจะลากตัวคนตัวเล็กให้เดินตามไป
“ปล่อยนะ จะพาฉันไปไหน” จุนซูที่เพิ่งหายช็อคจากการโดนปืนจ่อที่หัวเพิ่งจะส่งเสียงร้อง
“ปล่อย สิ ฉันบอกให้ปล่อย ยูชอน ยูชอนช่วยด้วย” เสียงคนตัวเล็กร้องลั่น ยูชอนรีบขยับตามไปทันทีที่ชีวอนก้าวเดิน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเดินออกไป ชีวอนก็หันกลับมา หันปลายกระบอกปืนเล็งไปที่ร่างโปร่ง
~ ปัง!!!!! ~
เสียง ดินปืนระเบิดออกจากลำกล้องดังมากจนทำให้คนตัวเล็กหูอื้อ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขาคือ ร่างโปร่งที่กำลังค่อยๆทรุดลงกับพื้น พร้อมกับเลือดสีแดงฉานตรงบริเวณท้อง เรียกเสียงกรีดร้องจากร่างเล็กได้เป็นอย่างดี
“ยูชอน!!!!!!!!! ยูชอน!!!!!!!!!!!” ร่างเล็กถูกคนตัวโตกว่าลากให้เดินตามไปอย่างแรง แต่จุนซูก็ดิ้นรนที่จะกลับไปหายูชอนให้ได้ จนชีวอนต้องต่อยเข้าที่ท้องของคนตัวเล็ก ร่างบางจุกจนร้องไม่ออก ชีวอนแบกร่างของจุนซูขึ้นบนบ่า และภาพสุดท้ายที่คนตัวเล็กได้เห็นคือภาพที่ยูชอนค่อยๆยันกายจากพื้นอย่างยาก ลำบาก พยายามตะเกียกตะกายมาหาเขา พร้อมๆกับระยะห่างที่เคลื่อนออกไปไกลจากร่างโปร่งเรื่อยๆ
“จุน... ซู...”
%%%%%%%%
TBC
*ยิ้มหวานแล้วเดินจากไป* ฟ้าววว~



หายไปนานอ่ะไรท์เตอร์คิดถึง
#1 By เด็กน้อย_BABY on 2010-05-24 19:01