Recommend

[Sf] ~ Super star lover ~

posted on 08 May 2010 02:56 by kameryuichi  in sf

Title : Superstar Lover
Author : Kameryuichi
Paring : Yoosu
****









แสง แดดยามเช้าทอดเข้ามาผ่านผ้าม่านทึบแสงสีขาวขุ่น เป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ ร่างเล็กที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มให้ความอบอุ่นมาตลอดทั้งคืน ลุกขึ้นจากเตียงนอนมองไปรอบๆห้อง ช่างเป็นเช้าที่เงียบสงบอย่างเคย คนตัวเล็กก้าวออกจากห้องนอน เปิดกระจกบานเลื่อนรับอากาศยามเช้าที่แสนจะสดใสภายนอก ถึงแม้ที่นี่จะเป็นคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องอยู่ท่ามกลางมลพิษ เพราะข้างๆคอนโด มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ คอยสร้างอากาศสดชื่นให้อยู่เสมอ หลังจากสูดเอาอากาศสดชื่นเข้าปอดเต็มที่ เขาก็เดินมาหยุดที่ห้องนั่งเล่น มือเล็กหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวีพลาสม่าจอยักษ์ เปิดเครื่องเล่นเทปที่เขาตั้งอัดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ฉายให้เห็นภาพนักร้องหนุ่มซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลี กำลังให้สัมภาษณ์กับรายการวาไรตี้ชื่อดัง ที่ฉายทุกวันเสาร์ตอนกลางคืน มือเล็กกดรีโมทรีภาพพวกนั้นไปข้างหน้าจนพอใจ ก่อนจะปล่อยให้เครื่องเล่นฉายภาพตามปกติ

“เอาล่ะครับ มาถึงคำถามสุดฮิต ที่ไม่ถามไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้สาวๆทั่วทั้งเกาหลีกำลังตั้งตารอคอยคำตอบของคุณยูชอนอยู่ครับ ไม่ทราบว่าคุณมีแฟนหรือยังครับ” พิธีกรชื่อดังเจ้าของรายการยิงคำถามเด็ด ทุกครั้งไม่ว่าเขาไปออกสื่อไหน ทุกครั้งต้องมีคนถามเรื่องนี้

“ไม่มีครับ/ไม่มีครับ” เสียงคนตัวเล็กตอบพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มของคนในโทรทัศน์ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเหยียดออกเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้

“ตอบ แบบนี้ทุกที” คนตัวเล็กยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่ที่หน้าจอทีวี สักพักเขาก็รู้สึกถึงแขนแข็งแรงของใครบางคนเข้ามากอดเอวเอาไว้หลวมๆจากด้าน หลัง ตามด้วยลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดต้นคอขาวเนียน แถมด้วยริมฝีปากร้อนที่ทาบลงตรงซอกคออย่างเอาใจ

“หงุดหงิดอะไรแต่ เช้าครับที่รัก” เสียงคนตัวโตที่ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเพิ่งลุกมาจากที่นอนตามเขามาติดๆ ทั้งที่เพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมง

“ก็ใครล่ะ ตอบแบบนี้ทุกทีเลย” คนตัวเล็กทำแก้มป่องอย่างขัดใจ

“แล้วจะให้ตอบยังไง เขาถามว่ามีแฟนไหม ฉันก็ตอบว่าไม่มี ผิดตรงไหน” ร่างโปร่งยังคงซุกหน้าอยู่กับซอกคอหอมกรุ่นของคนตัวเล็ก

“แล้วฉันล่ะ เรียกว่าอะไร” จุนซูตวัดเสียงถาม

“สุด ที่รักไง จำไม่ได้เหรอ ฉันไม่เคยเรียกนายว่าแฟนนะ ฉันเรียกนายว่าที่รักตลอด เขาไม่ได้ถามนี่ว่ามีสุดที่รักหรือยัง ถ้าถามแบบนี้จะตอบทันทีเลยว่ามีแล้ว ชื่อคิมจุนซู จอมป่วน ขี้งอน เอาแต่ใจ” และคุณสมบัติอีกมากมายก่ายกองที่กำลังจะตามออกมา แต่คนตัวเล็กเอามืออุดปากช่างพูดไว้ก่อน

“พอเลย ไม่ต้องพูด ฉันไม่มีดีอะไรเลยใช่ไหม”

“มี สิ ดีที่รักฉันคนเดียวไง” จากท่าทีที่กำลังฮึดฮัดอยู่ กลายเป็นอ่อนอกอ่อนใจ ยูชอนเป็นแบบนี้เสมอ ทำให้เขาโกรธไม่ค่อยลง ถึงจะงอนก็งอนได้ไม่นาน

“แล้วนี่ตื่นมาทำไม เพิ่งจะนอนแป๊ปเดียวเอง” คนตัวเล็กถาม

“ก็ หมอนลุกหนีขึ้นมาอย่างนี้ จะให้นอนหลับได้ยังไงเล่า ก็รู้อยู่ว่าฉันเป็นโรคติดหมอน” ใบหน้าคมเงยขึ้นมองภาพในจอโทรทัศน์ วางคางไว้บนไหล่ของคนตัวเล็ก

“ไม่รู้จะอัดไว้ดูทำไม ดูทีไรก็อารมณ์เสียทุกที” ร่างโปร่งเริ่มโยกคนตัวเล็กไปมาเบาๆ

“ไม่อัดไว้จะเช็คได้ยังไงว่านายเผลอตอบอะไรแผลงๆอีกหรือเปล่า เดี๋ยวบริษัทก็มาเล่นงานฉันอีก”

“เฮ้อ~ ไม่หรอกน่า ฉันตอบตามที่ท่องมาเป๊ะๆ” คนตัวเล็กนิ่วหน้า

“พูดตามตายล่ะ พูดนอกเรื่องตลอด บอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ให้พูด ไหนจะท่าทีกวนๆนั่นอีก เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเป็นแบดบอยสักที”

“งั้นให้ทำตัวเป็นเพลย์บอยแทนเอาไหมล่ะ คุณผู้จัดการที่รัก”

“แล้ว ที่ทำอยู่นี่ไม่ใช่เลยนะ โน่น หนังสือพิมพ์หน้า1 ควงใครไปเที่ยวอีกล่ะนั่น บอกแล้วว่าให้เพราๆบ้างทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลย” จุนซูเริ่มบ่น และจะไหลไปมากกว่านี้ถ้าคนตัวโตกว่าไม่หยุดเอาไว้ซะก่อน

“ที่บ่น เนี่ย หึงใช่ไหม มันก็แค่แฟนเซอร์วิสเท่านั้น พอปาปารัสชี่เขาได้ภาพแล้วฉันก็กลับมาตายรัง ถ้าฉันไม่ได้นอนกอดนายฉันก็นอนไม่หลับหรอกนายก็รู้นี่” ยูชอนเปลี่ยนจากเกยคางไว้ที่ไหล่เป็นจับคนตัวเล็กหันมาเผชิญหน้ากัน

“เซอร์วิส มาก ไม่โทรไปตามก็ไม่กลับหรอก จะอยู่กันถึงเช้าเลยหรือไง” จุนซูทำหน้ามุ่ย ก็เมื่อวานถ้าไม่โทรไปตาม จ้างให้ก็ไม่กลับออกมาจากผับง่ายๆ

“ฉันรอโทรศัพท์นายอยู่ไง นายไม่โทรมา ฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นห่วงฉันไหม พอนายโทรมาปุ๊บฉันก็กลับปั๊บเลย” ยูชอนทำหน้าอ้อนสุดฤทธิ์

“ไม่ ต้องมาอ้อนเลย ยูชอนก็เป็นแบบนี้ทุกที ปล่อยให้ฉันรออยู่คนเดียวในผับบ้าง ในรถบ้าง เมื่อคืนฉันรอนายในรถถึงตี4แหนะ” คนตัวเล็บบ่น แก้มใสๆพองลมอย่างคนแสนงอน เรียกเสียงหัวเราะจากร่างโปร่งได้ดี

“ก็บอกให้เข้าไปด้วยกันทำไมไม่เข้าไปล่ะ”

“ไม่เอาหรอก เหม็นบุหรี่ ดูสิ กลิ่นยังติดอยู่เลย” จุนซูยื่นหน้าไปดมที่เสื้อคนตัวโต

“โม้ แล้ว ตัวนี้เพิ่งเปลี่ยนตอนเข้านอน จะมีก็แต่กลิ่นเหมือนแป้งเด็กของใครก็ไม่รู้นั่นแหละ คราวที่แล้วช่างแต่งหน้ายังถามเลยว่าเดี๋ยวนี้ฉันใช้น้ำหอมกลิ่นแปลกๆ คล้ายๆคุณผู้จัดการ” เท่านั้นแหละ คนตัวเล็กรีบดันคนตัวโตออกห่างทันที กลัวว่าน้ำหอมของเขาจะไปติดเสื้อยูชอนอีก

“ทำอะไรน่ะ”

“เดี๋ยวมันติดไง” ยูชอนหัวเราะ

“นี่มันชุดนอน จะติดก็ไม่แปลกหรอก ฉันคงไม่เอาเสื้อตัวนี้ไปใส่เล่นที่รายการ หรือกองถ่ายไหนๆหรอกน่าไม่ต้องกลัวขนาดนั้น”

“ยู ชอนอ่ะ ชอบล้อฉันเรื่อยเลย แล้วนี่ตื่นมาทำไม เพิ่งจะนอนเอง กลับไปนอนก่อนไป วันนี้ไม่มีรายการสดที่ต้องถ่ายตอนเช้าที่ไหน มีแต่ไปลองชุดที่จะใส่ขึ้นคอนเสิร์ต แล้วก็ซ้อมร้องตอนบ่ายๆ ยังไม่เวลาอีกหลายชั่วโมง”

“ไปนอนด้วยกันสิ นายก็เพิ่งนอนพร้อมฉันเหมือนกัน จะรีบตื่นมาทำไม”

“ไม่ ได้ ฉันเป็นผู้จัดการนะ ฉันต้องโทรไปคอนเฟิร์มเรื่องงานอีก ไหนจะเรื่องนัดพรุ่งนี้ จัดคิวอะไรอีกเยอะแยะ นี่ขนาดนั่งทำในรถตอนรอยังไม่เสร็จเลย ฉันไม่มีเวลานอนหรอก ยูชอนน่ะไปนอนเถอะ เดี๋ยวไม่สบายไปอีกจะแย่กันใหญ่” คนตัวเล็กพูด ขณะเดินเลี่ยงไปยังโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่อีกด้านนึงของห้องชุด แต่มือเรียวก็รั้งไว้ก่อน

“ไม่เอา ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น คุณผู้จัดการรู้ไหมว่าถ้านักร้องนอนไม่พอมันจะเป็นยังไง”

“ถ้าคนอื่นน่ะไม่รู้ แต่สำหรับนายก็ไม่สบาย ไม่มีเสียงร้อง แถมงี่เง่าด้วย” จุนซูตอบ คนอย่างปาร์คยูชอน นอนไม่พอพ่อเม้งแหลก

“นั่นสิ แล้วรู้ไหมว่าอะไรจะทำให้ฉันนอนหลับสบาย”

“ไม่รู้ นมอุ่นๆเหรอ เดี๋ยวฉันไปอุ่นมาให้” คนตัวโตส่ายหน้า ก้มตัวช้อนคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในวงแขนก่อนจะกระซิบที่ข้างหู

“นาย ไงล่ะ ไม่มีนายแล้วนอนไม่หลับ” จากนั้นก็เดินเข้าห้องนอน ไม่ฟังเสียงทัดทาน คัดค้านจากคนตัวเล็กอีกเลย ยูชอนวางจุนซูไว้ที่เตียงด้านซ้าย ส่วนตัวเองก็ลงไปนอนที่ด้านขวา ใช้แขนรัดคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้ดิ้นไปไหน

“ยูชอน ฉันมีงานต้องทำ”

“ไม่เอา ถ้านายไม่นอน ฉันก็ไม่นอน” ยูชอนยื่นคำขาด

“ก็ได้ๆ” จุนซูไม่มีทางเลือกนอกจากต้องนอนไปพร้อมกับคุณนักร้องเอาแต่ใจ สักพักยูชอนก็หลับสนิท เหมือนกับทุกทีตั้งแต่เป็นเด็ก

จุน ซูได้แต่ถอนใจ เขากับยูชอนเป็นแฟนกันมา3ปีแล้ว แฟนแบบลับๆที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยูชอนเป็นนักร้องชื่อดัง ทางต้นสังกัดคงไม่ยอมแน่ถ้ารู้ว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน เขากับยูชอนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก คนตัวเล็กยอมรับเลยว่า เป็นคนหลงรักเพื่อนก่อนอาจเป็นเพราะท่าทีห่ามๆ หรือไม่ก็เสน่ห์ของยูชอน ที่ตอนนี้ไม่ว่าสาวไหนๆก็หลงเขาทั่วประเทศ จุนซูไม่เคยคิดว่าคนอย่างยูชอนจะหันมามองเขา เพราะยูชอนป๊อบในหมู่นักเรียนหญิงมาแต่ไหนแต่ไร เขาก็ได้แต่เป็นเพื่อนอยู่ข้างๆเท่านั้น

จนวันนึง วันที่เขาทำใจกล้า รวบรวมความกล้าทั้งหมดเท่าที่คนตัวเล็กอย่างเขาจะมี สารภาพรักกับเพื่อนที่คุ้นเคยกันมานาน เพราะถ้าเขาไม่บอกตอนนั้น เขาอาจจะไม่เจอยูชอนอีกแล้วก็ได้ เพราะยูชอนกำลังจะเดบิวต์เป็นนักร้องหน้าใหม่ วินาทีนั้นจุนซูกลั้นใจรอคำตอบ เวลาผ่านไปช้าๆ ยูชอนอึ้งไปนาน นานจนคนตัวเล็กคิดว่า เขาคงจะหมดหวัง และยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้โดยดี ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาทั้งสองมองหน้ากันไม่ติดอีกเลยก็ตาม แต่จุนซูก็บอกไปแล้ว เขาจำได้ว่ายูชอนเงียบไปนาน นานมากๆ เกือบชั่วโมงได้มั้งที่เขายืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆ โดยมียูชอนยืนอยู่ข้างหน้า แต่ในขณะที่เขากำลังจะตัดใจหันหลังเดินออกไป เสียงทุ้มๆของยูชอนก็หยุดเขาเอาไว้

“นายคิดดีแล้วเหรอที่จะมาเป็นแฟนฉัน” ยูชอนถาม

“ฮื่อ” คนตัวเล็กก้มหน้างุดไม่ยอมสบตา

“ไม่เสียใจแน่นะ ฉันอาจจะไม่มีเวลาให้นาย”

“ฮื่อ”

“งั้นก็ได้ เรามาเป็นแฟนกัน”

ง่ายๆ แค่นั้น จากวันนั้นถึงวันนี้ 3ปีแล้ว เขายังรู้สึกว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน ฝันที่เขาไม่อยากจะตื่น ยูชอนดีกับเขามาตลอดก็จริง แต่ยูชอนก็ยังเป็นยูชอนคนเดิม เที่ยวเก่ง มีผู้หญิงเป็นพรวน เพลย์บอยตัวฉกาจ แต่ทุกครั้งเขาต้องเอาจุนซูไปด้วย ไปนั่งรอ เพราะถ้าเมาแล้วขับรถไม่ไหว เขาก็ต้องเป็นคนขับให้ ยูชอนไม่เคยไปค้างที่ไหน จนจุนซูเริ่มจะชิน ชินกับความรักในแบบแปลกๆของยูชอน จุนซูค่อยๆขยับตัวลุกขึ้น ปล่อยให้ร่างโปร่งที่นอนหลับสนิทไปแล้วนอนอยู่คนเดียวบนที่นอนหนานุ่ม ส่วนตัวเองก็ไปเตรียมอาหารสำหรับตอนกลางวัน ก่อนที่ยูชอนจะตื่น สะสางงานที่ค้างเอาไว้ ยูชอนเป็นนักร้องดัง วันๆมีงานเข้ามาเยอะมาก ในฐานะผู้จัดการเขาต้องจัดตารางงานให้พร้อม ไม่ให้เกิดการผิดพลาด

เขา รู้ว่ายูชอนต้องการอะไรบ้าง วันๆนึงทำงานได้กี่ชั่วโมง ต้องพักกี่ชั่วโมง และที่สำคัญ ต้องหนีไปเที่ยวกี่ชั่วโมง คนตัวเล็กได้แต่ส่ายหัว หลังจากเคลียร์งานทุกอย่างเรียบร้อยก็เที่ยงพอดี คนตัวเล็กเดินไปที่โซฟา หยิบหนังสือพิมพ์บันเทิงขึ้นมาอ่านพาดหัวข่าวตัวเบ้อเริ่ม ปาร์คยูชอน คิมมินฮี คู่รักที่ฮอทที่สุดในวงการ แฟนคลับพากันสนับสนุน พร้อมภาพถ่ายที่ยูชอนโอบไหล่นักร้องสาวเข้าผับไป คนตัวเล็กได้แต่ถอนใจ มันก็จริงอย่างข่าวเขาว่า คู่นี่เหมาะกันจริงๆด้วย แฟนตัวจริงอย่างเขาเทียบไม่ติด หน้าตาก็จืดๆ ตัวก็เล็กๆป้อมๆ เฮ้อ ~ สู้เขาไม่ได้สักอย่าง ไม่แปลกเลยที่ทั้งสื่อ แล้วก็แฟนคลับจะเชียร์คู่นี้ จุนซูพับหนังสือพิมพ์ไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินเข้าไปปลุกคนขี้เซา เพราะตอนนี้ได้เวลาไปทำงานแล้ว

“ยูชอน ยูชอน” จุนซูเขย่าตัวร่างโปร่งที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง

“ยูชอน ตื่นได้แล้ว ไปกินข้าวอาบน้ำ เดี๋ยวสาย” จุนซูยังคงเขย่าตัวต่อไป แต่ก็เงียบ ไม่มีทีท่าว่าคุณนักร้องดังจะตื่นแต่อย่างใด

“ยู ชอน บอกให้ตื่นไง งั้นต้องใช้วิธีสุดท้าย” จุนซูป้องปาก กำลังจะตะโกนใส่หูคนขี้เซา แต่ผิดคาด มือเรียวรวบมือที่กำลังป้องปากดึงคนตัวเล็กมาไว้ในอ้อมกอด ใช้มือข้างนึงรั้งท้ายทอย ออกแรงกดให้ริมฝีบางสีเชอรี่ติดกับริมฝีปากอิ่มของเขา ยูชอนกดจูบแรงๆเนิ่นนาน และเรียกร้องหน่อยๆหนึ่งที ก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ

“บอกแล้วไง จะปลุกเจ้าชายนิทรามันต้องจุมพิตหวานๆเท่านั้น” คนตัวเล็กหน้ามุ่ย แบบนี้ทุกที

“ยูชอนอ่ะ อย่างนี้ทุกทีเลย ชอบแกล้งหลับ”

“บอกหลายหนแล้วไม่เชื่อเองนี่ ถ้านายจูบฉันทีนึง ฉันก็ตื่นแล้ว ฉันตื่นง่ายจะตาย”

“ง่ายเหรอ ปลุกตั้งนานยังไม่ยอมลุกเลย”

“บอกให้จูบไง นายไม่เคยทำสักครั้งอย่ามาบ่น” ยูชอนตอบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ

“ไม่มีทาง ถึงฉันจะทำจริงๆยูชอนก็ไม่ตื่นหรอก คนอะไรนอนเป็นตายขนาดนั้น”

“ลอง ทำซะก่อนเถอะ แล้วค่อยมาพูด” ยูชอนคว้าผ้าเช็ดตัวหายเข้าไปในห้องน้ำ จุนซูเตรียมชุดสำหรับใส่วันนี้ให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร เอาอาหารที่ทำเสร็จแล้วมาใส่ไมโครเวฟอุ่นให้ร้อน

“วันนี้มีอะไรกิน” ยูชอนเข้ามานั่งประจำที่

“เหมือนเดิม วันนี้ขี้เกียจทำ”

“แล้วทำไมไม่แต่งตัวล่ะคุณผู้จัดการ คุณนักร้องพร้อมแล้วนะครับ”

“เดี๋ยวฉันตามไปทีหลัง ยูชอนไปก่อนเถอะ” คนตัวเล็กง่วนกับการล้างจานพูดขึ้น

“เอางั้นเหรอ แล้วจะไปยังไง”

“รถไฟใต้ดินไง”

“ไม่เอา ไปด้วยกัน ไปเบียดกับคนอื่นทำไม ตัวยิ่งเล็กๆอยู่ จะทำอะไรทำไมไม่ไปพร้อมกัน” คนเอาแต่ใจเริ่มออกอาการทันที

“ก็ มีงานนิดหน่อย เดี๋ยวทำเสร็จแล้วจะตามไป” จุนซูเก็บจานบนโต๊ะไปวางที่อ่างล้างจาน กำลังจะเทน้ำยาล้างจาน คนตัวโตก็เข้ามากอดจากข้างหลัง

“จุนซู ไปด้วยกันนะ ไปพร้อมๆกัน”

“แต่ฉันยังทำงานไม่เสร็จ แล้วอีกอย่างยังไม่ได้ล้างจานเลย” จุนซูหันมาตอบ

“ถ้านายยังไม่ยอมไปแต่งตัว ฉันจะจัดการแต่งให้เอง อาบน้ำให้ด้วยเอาไหม” ร่างโปร่งขู่ แถมทำสายตาวิบวับอีกต่างหาก

“ไม่ กลัวหรอก ยูชอนก็ขู่อย่างนี้ทุกที นายไม่ทำอะไรหรอกฉันรู้” จุนซูยักไหล่ บอกใครเขาจะเชื่อ ว่าเพลย์บอยสุดแสบของวงการ ไม่เคยมีอะไรกับแฟนสักครั้งเดียว

“อย่าท้านะจุนซู” ยูชอนรั้งตัวคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ ประกบริมฝีปากอิ่มแนบริมผีปากบาง บดเบียดมอบจุมพิตที่เร่าร้อน เรียกร้อง อย่างที่คนตัวเล็กไม่เคยสัมผัสมาก่อน ร่างเล็กๆเริ่มสั่นด้วยความกลัว ก่อนจะส่งเสียงร้องประท้วง เพราะกำลังจะหมดเรี่ยวแรง ยูชอนกระซิบเบาๆ ทั้งๆที่ยังดูดเม้มริมฝีปากคนตัวเล็กอยู่ไม่ห่าง

“ไงล่ะ ทีนี้จะไปพร้อมกันได้หรือยัง” ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ จุนซูรีบดันร่างโปร่งออกวิ่งไปแต่งตัวทันที

“ก็แค่เนี้ย”

ยู ชอนทรุดนั่งลงที่โซฟา พิงพนักโซฟาอย่างสบายใจ สักพักร่างเล็กๆในชุดพร้อมออกจากบ้านก็ตามมา แต่ไม่วายขนงานไปด้วย ยูชอนส่ายหน้าอย่างระอา รู้หรอกว่าเป็นผู้จัดการ แต่ไม่ต้องทำงานตลอด24ก็ได้ สักวันตัวต้องเตี้ยกว่านี้เพราะไอ้แฟ้มงานนี่แน่ๆ ยูชอนเดินไปใกล้ คว้าแฟ้มคิวงาน สัญญา อะไรอีกจิปาถะที่เกี่ยวกับงานของเขามาถือไว้เอง ก่อนจะเดินไปรอนอกห้อง ให้คุณผู้จัดการตรวจความเรียบร้อยของบ้านล็อคห้องก่อนออกเดินทาง


“มาแล้วเหรอฮ้าสุดหล่อของพี่” เสียงช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองวิ่งมาต้อนรับทันทีที่ยูชอนก้าวเข้าไปในสตูดิโอ

“ครับ พี่จุนพยอ” ยูชอนทักทาย

“ว้าย เรียกอะไรอย่างนั้น จุนพงจุนพยออะไร เรียกพิงค์กี้สิจ้ะ พี่พิงค์กี้น่ะ ยูชอนนี่น่าตีจริงๆ” จุนพยอตบเบาที่หลังมือยูชอนอย่างหยอกล้อ จุนซูยิ้ม ภาพแบบนี้เห็นประจำ กองไหนกองนั้น ทั้งผู้หญิง กระเทย เกย์ ถ้าไม่วิ่งมาทักให้เตะเลย คนตัวเล็กเดินเลี่ยงไปทักทายผู้กำกับ คุยเรื่องงานวันนี้ คอนเซ็ปต์เสื้อผ้าคร่าวๆ ก่อนจะเดินไปหาร่างโปร่งที่นั่งแต่งหน้าอยู่

“วันนี้ต้องถ่ายภาพแจ็คเก็ตด้วยนะ เดี๋ยวเขาจะเอาเข้าที่ประชุมว่าลุคไหนจะเหมาะกับนาย” จุนซูบรีฟงานคร่าวๆของวันนี้ให้ฟัง

“อืม~ เข้าใจแล้ว”

“แหมน้องจุนซูคะ มาถึงก็ไม่ให้พักให้ผ่อนกันเลยเหรอ มีแต่งานๆๆ น่าจะมีรางวัลผู้จัดการดีเด่นให้นะคะ” จุนพยอจีบปากจีบคอค่อนขอด

“ก็อย่างนี้แหละครับ เขาเป็นคนตั้งใจทำงาน ถ้าไม่ได้เขาผมคงแย่ จัดคิวไม่ค่อยทัน”

“โถ~ พ่อรูปหล่อ สนใจเปลี่ยนผู้จัดการไหมจ้ะ ถ้าเป็นพี่ พี่จะไม่ให้หนูทำงานหนักเลยนะ จัดคิวให้สบายๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก อยู่หล่อๆแบบนี้ก็พอแล้ว” จุนพยอรีบเสนอตัวทันที ตำแหน่งผู้จัดการซุปเปอร์สตาร์อย่างปาร์คยูชอนใครไม่อยากได้ ได้อยู่กับคนหล่อทั้งวันทั้งคืน น่าอิจฉาจะตายไป ไม่แปลกที่จะมีคนคอยกระแนะกระแหนคิมจุนซูตลอด

“ไม่ดีกว่าครับ ผมว่าเขาก็ทำงานดีอยู่แล้ว จุนซู ฉันหิวน้ำน่ะ ขอน้ำเย็นหน่อยสิ” ยูชอนหันไปสั่งผู้จัดการ จุนซูรับคำก่อนจะเดินไปทางมุมเครื่องดื่มของกองถ่าย ระหว่างจัดแจงเทน้ำให้พ่อเจ้าประคุณ ทั้งสองคนก็สบสายตากันพอดี จุนซูยู่หน้าอย่างหมั่นไส้ บุ้ยใบ้อะไรบางอย่างใส่ช่างแต่งหน้าคู่อริ ยูชอนเห็นภาพนั้นอยู่คนเดียว กลั้นหัวเราะไม่อยู่ ต้องปล่อยก๊ากออกมา เล่นเอาคุณพี่ช่างแต่งหน้างง

“เป็นอะไรไปจ้ะยูชอน”

“เปล่าครับ พอดีนึกเรื่องขำๆได้ ก็เลยหัวเราะ”

จุน ซูเอาน้ำมาส่งให้ ก่อนจะแยกตัวไปนั่งทำงานเงียบๆคนเดียว ปล่อยให้กองถ่ายทำงานกันตามสะดวก เพราะตอนนี้หมดหน้าที่ของเขาแล้ว เสียงชัตเตอร์และเสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปหมด พวกสต๊าฟสาวๆที่ทำงานกันเสร็จแล้วจะมานั่งล้อมวง ดูสุดหล่อแอ๊คท่าหล่อกระชากวิญญาณสาวๆ ในขณะที่คนอื่นๆพากันชื่นชม แต่จุนซูกลับไม่สนใจ นั่งก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองไป

“คุณจุน ซูครับ น้ำครับ” ซึงรีผู้ช่วยตากล้องเอาน้ำมายื่นส่งให้คนตัวเล็ก พอดีกับที่ร่างโปร่งหันมามองหาผู้จัดการส่วนตัวพอดี จากสายตาขี้เล่นเจ้าเสน่ห์เปลี่ยนเป็นดุดัน ขุ่นมัวขึ้นมาทันที

“ยูชอน เก๊กหน้าดุๆหน่อย อย่างนั้นแหละ ดีมาก” เสียงตากล้องชม ไม่รู้หรอกว่า นั่นไม่ใช่การแสดง ของจริงต่างหาก

“เอาล่ะ เสร็จแล้ว เซ็ทสุดท้ายที่ใช้ได้เลยนะ ฉันว่าลุคนี้เหมาะกับนายนะ เถื่อนๆ ดูเจ้าอารมณ์ดี” ตากล้องชื่อดังเดินมาชมเชย

“ครับ ขอบคุณครับ บังเอิญผมถนัดเรื่องนี้มั้งครับ ขอตัวก่อนนะครับพี่ ผมมีงานต่อ” ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังคุยกับผู้ช่วยกล้องอย่างออก รส

“จุนซู เสร็จแล้ว ไปช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยสิ” ยูชอนเดินเข้ามาสั่งคนตัวเล็ก ก่อนจะเดินเข้าไปรอในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

“ขอตัวก่อนนะครับ” จุนซูหันไปพูดกับซึงรี

“ครับ ไว้เจอกันใหม่นะครับ” จุนซูรีบเดินตามร่างโปร่งเข้าไปที่ห้องแต่งตัว ทันที่ที่ร่างเล็กก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัว ก็ถูกคว้าตัวเข้าไปกอด ตามด้วยริมฝีปากร้อนที่ลงมาทาบปากเล็กๆอย่างแนบแน่น เนิ่นนาน ก่อนที่ยูชอนจะยอมละออกมา กระซิบเสียงเครียด นั่งคุยอะไรกันอยู่ได้ ไม่ได้มองเลยนะว่าฉันทำงานเสร็จแล้ว

“อะไรอีกล่ะ ก็แค่ทักทายกันเฉยๆ”

“ทักทายอะไร เห็นหรอกว่าคุยกันออกรสขนาดนั้น คุยกับเขาสนุกมากเหรอ”

“ยูชอนหึงเหรอ” จุนซูเงยหน้าถาม

“ใช่ ฉันไม่ชอบให้นายไปคุยกับคนอื่น”

“แต่ฉันก็ต้องทักทายคนอื่นบ้างนะ ทียูชอนยังทักคนอื่นได้เลย”

“มันไม่เหมือนกัน เป็นผู้จัดการไม่จำเป็นต้องคุยกับใครก็ได้ แต่ฉันต้องคุย ไม่งั้นเขาก็จะหาว่าฉันหยิ่ง”

“ตอนนี้ใครๆเขาก็หาว่าฉันหยิ่งทั้งนั้นแหละ” จุนซูทำแก้มป่อง

“ก็ช่างเขาสิ ไม่เห็นต้องไปแคร์อะไร” ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังโต้ตอบกัน ก็มีเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาใกล้

“ยูชอน เสร็จหรือยังจ้ะ พี่ต้องเอาชุดไปซักแห้งด้วย” เสียงฝ่ายคอสตูมดังขึ้น

“เดี๋ยวครับ กำลังถอดอยู่ อย่าเพิ่งเปิดนะครับเดี๋ยวตากุ้งยิง” ยูชอนตะโกนตอบ

“วุ้ย~ ถ้ายูชอนยอมให้พี่ได้ดูบ้าง เป็นสองตาพี่ก็ยอม” ยูชอนหัวเราะ มือก็ปลดเสื้อผ้าออกจากตัว ยื่นให้คนตัวเล็กรับไว้

“อย่า ดีกว่าครับ ปล่อยให้ผู้จัดการผมเป็นคนเดียวก็พอ” จุนซูทำหน้าเมื่อย ให้ตายสิ พูดอย่างนี้ทุกที รู้ไหมว่าคนทั้งกองเขาจะร่วมกับบอยคอดเขาอยู่แล้ว และก็จริงดังคาด พอคนตัวเล็กออกจากฉากกั้นยื่นเสื้อผ้าส่งให้ คุณคอสตูมเสียงหวานก็หน้างอหงิกใส่เขาทันที กระชากเสื้อผ้าออกจากมือเดินปึงๆกลับไปทันที

เช้าวันรุ่งขึ้น ยูชอนมีงานต้องไปให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ ทั้งคู่รีบออกจากบ้านแต่เช้า เพราะการถ่ายรายการใช้เวลาทั้งวัน จุนซูวิ่งวุ่นดูสคริปคำถาม อ่านดูคร่าวๆว่ามีคำถามอะไรที่จะทำให้นักร้องของเขาเสื่อมเสียไหม ไม่มีคำถามอะไรนอกจากเรื่องคิมมินฮี ซึ่งทางต้นสังกัดบอกว่ามันเป็นรักโปรโมทให้ตอบได้ จุนซูไม่เคยว่าเรื่องที่ยูชอนจะไปเจ้าชู้กับใคร หรือจะมีข่าวแรงๆกับสาวๆที่ไหน ถ้ายูชอนยังรักษาสัญญา ว่าจะไม่จูบใครอย่างที่จูบเขาก็พอ

“นี่ยูชอน สคริปต์คำถาม อ่านก่อนนะ เพื่อคิดอะไรไม่ออก” จุนซูยื่นสคริปต์ให้ตรงหน้า ยูชอนรับมามองผ่านๆ ก่อนจะโยนทิ้งอย่างไม่สนใจ

“ยูชอน อีกแล้วนะ ทำแบบนี้อีกแล้วนะ ไม่อ่านก่อนเดี๋ยวตอบไม่ได้ขึ้นมาเสียงภาพพจน์หมด” จุนซูบ่น

“เคยเห็นฉันตอบไม่ได้ด้วยเหรอ”

“ไม่เคย ก็นายมันกะล่อน เอาตัวรอดไปวันๆ”

“เฮ้อ~ น้อยใจจังน้า ที่รักทำไมชอบว่าฉันอยู่เรื่อย” ยูชอบรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามากอด

“ยูชอน ไม่เอา เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” จุนซูดิ้น สายตาก็มองซ้ายมองขวา กลัวใครจะเดินเข้ามาในห้องพัก

“ไม่ปล่อย ที่รักต้องไถ่โทษที่ว่าฉันก่อน ฉันถึงจะปล่อย” ยูชอนต่อรอง

“อะไร อีกล่ะ บอกมาสิ เดี๋ยวคนมาเห็นก็เป็นเรื่องหรอก” จุนซูละล้าละลัง ยูชอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ จิ้มนิ้วไปที่แก้มสองข้าง จริงๆอยากให้ทำอย่างอื่น แต่รู้ว่าคนตัวเล็กไม่ยอมแน่ๆ

“ไม่เอาอ่ะ” น่าน แค่นี้ยังไม่ยอมเลย

“ได้ งั้นฉันจะกอดไว้อย่างนี้ ดูสิ ถ้ามีคนมาเห็นที่รักจะแก้ตัวว่ายังไง” ยูชอนรั้งจุนซูเข้ามากอดแน่นขึ้นอีก

“ยู ชอน!!!” จุนซูตะโกนอย่างเหลืออด ให้ตายสิ ถ้ามีคนเข้ามาเจอไม่ใช่ยูชอนหรอกที่เดือดร้อน เขาต่างหาก ต้นสังกัดต้องเล่นงานเขาเละแน่ๆ

“ตะโกนทำไม จะบอกให้ ฉันได้ยินเสียงคนเดินมาทางนี้ด้วย เร็วจะทำหรือไม่ทำ” อย่างที่ยูชอนบอก จุนซูก็เริ่มได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาใกล้เหมือนกัน คนตัวเล็กตัดสินใจหลับหูหลับตาหอมแก้มสากๆข้างละที ก่อนที่ประตูจะเปิดยูชอนปล่อยมือจากเอวคนตัวเล็กได้ทันเวลา

“สุดหล่อ นั่งอยู่นี่เอง พี่หาตั้งนาน” ผู้กำกับเวทีเดินเข้ามาทัก ปรายตามองคุณผู้จัดการอย่างหมั่นไส้ แต่จุนซูชินแล้วกับสายตาอิจฉาของคนพวกนี้

“นั่งรอให้พี่คนสวยมาตามน่ะสิครับ เรียบร้อยแล้วเหรอครับ”

“จ้า ขยันปากหวานจริงๆนะ กินน้ำตาลวันละกี่กิโลเนี่ย”

“ไม่ ได้กินครับ ผมกินอย่างอื่น หวานเหมือนกัน” ยูชอนตอบ สายตาไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคุณผู้จัดการโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น จุนซูแลบลิ้นเร็วๆให้นักร้องจอมกะล่อนทีนึง

“อะไรล่ะ บอกพี่มั่งสิ เพื่อพี่จะหวานแบบยูชอนบ้าง”

“บอกไม่ได้หรอกครับ ความลับ”

“แหมความ ลับเยอะจริงเชียว พ่อซุปเปอร์สตาร์ ไปจ้ะได้เวลาแล้ว ทางเวทีพร้อมแล้วด้วย” พูดพลางถือโอกาสจับจูงมือเรียวเอาไว้ ลากไปที่หน้าเวที ยูชอนลุกตามไปง่ายๆ หันไปยักคิ้วให้คุณผู้จัดการเป็นการทิ้งท้าย

รายการเริ่มด้วยการ ถามคำถามต่างๆเกี่ยวกับอัลบั้มชุดใหม่ เพลงที่ยูชอนแต่ง โครงการข้างหน้าสำหรับแผนโปรโมทอัลบั้ม ซึ่งยูชอนก็ตอบได้อย่างฉะฉาน มีแทรกมุขตลกเล็กน้อยเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับที่มารวมตัวกันเต็มจนล้น สตูดิโอ จนมาถึงคำถามสำคัญ

“ข่าวนี้ไม่ถามไม่ได้เลยครับ ผมขออนุญาตถามนะครับ มันกำลังเป็นข่าวฮอทของวงการตอนนี้” ผู้ดำเนินรายการเริ่มเข้าเรื่อง

“ครับ ตามสบายครับ” ยูชอนตอบ

“ไม่ ทราบว่าคุณกับคุณคิมมินฮีกำลังคบกันอยู่หรือเปล่าครับ” ผู้ดำเนินรายการถาม ทุกคนในห้องส่งรวมไปถึงบรรดาสต๊าฟทั้งหลายกลั้นใจรอคำตอบ

“อืม~ เราเป็นเพื่อนกันครับ”

“เพื่อนสนิทคนพิเศษหรือเปล่าครับ”

“ก็อาจจะถึงแบบนั้น แต่ตอนนี้เราแค่สนิทกันมากกว่าธรรมดาก็เท่านั้น” ยูชอนตอบกำกวมเช่นเคย

“แล้วอย่างคุณคิมมินฮีนี่ใช่สาวในสเป็คของคุณหรือเปล่าครับ”

“ผมเคยบอกไปหลายครั้งแล้วนี่ครับ”

“แต่ ทุกครั้งไม่เคยเหมือนเดิมเลยนี่ครับ ถ้างั้นวันนี้ผมขอถามใหม่อีกรอบ สเป็คสาวในอุดมคติของคุณเป็นยังไงบ้างครับ” ยูชอนยิ้ม ปรายตามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่หลังกล้อง

“ก็ตัวเล็กๆ ผิวขาว ผมสีน้ำตาล หน้าตาน่ารัก แก้มป่องๆครับ”

“เห็นไหมครับ คราวที่แล้วคุณไม่ได้บอกอย่างนี้นี่ครับ” พิธีกรหัวเราะ จะไล่ให้ทันปาร์คยูชอนนี่มันช่างเป็นเรื่องยากอะไรอย่างนี้เนี่ย

“เหรอครับ ผมจำไม่ได้ซะด้วย เอาเป็นว่า ทุกครั้งรวมๆกันนั่นแหละครับ” ยูชอนหัวเราะ

“น่าเสียดายนะครับที่เวลาเราหมดซะก่อน ถ้ามีเวลามากกว่านี้ผมคงได้อะไรเพิ่มเติมแน่ๆ”

“ก็ไม่แน่นะครับ”

“ขอบคุณที่สละเวลามารายการของเรานะครับ” พิธีกรเริ่มต้นการจบรายการสำหรับวันนี้

“ไม่ครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่ให้โอกาสผมมาออกรายการ”

“ครับ ขอเสียงปรบมือให้กับคุณ ปาร์คยูชอนด้วยครับ แล้วพบกันใหม่อาทิตย์หน้า สวัสดีครับ” สิ้นเสียงคัท ยูชอนกล่าวลาพิธีกรและทีมงานทุกคน ก่อนจะเดินมาหาคุณผู้จัดการที่ยืนทำแก้มพองลมอยู่ข้างเวที

“ยูชอน ตอบแบบนี้อีกแล้ว คนอื่นเขายิ่งว่านายเป็นพวกขวางโลกอยู่”

“ช่วย ไม่ได้ ถ้านายอยากให้ฉันตอบเหมือนเดิม นายก็ทำหน้าให้เหมือนเดิมทุกครั้งสิ ก็ฉันตอบคำถามนี้โดยดูหน้านายทุกครั้งนี่” ยูชอนหันไปโบกมือให้บรรดาแฟนคลับที่ส่งเสียงเรียกกันเสียงดัง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว

หลังจากเสร็จงาน ยูชอนก็ขับรถไปที่ผับชื่อดัง ที่เขามักจะมาผ่อนคลายหลังเลิกงาน แต่คราวนี้ไม่ได้เข้าไปคนเดียว แต่ลากคุณผู้จัดการเข้าไปด้วย ไม่ยอมให้นั่งรออยู่ข้างนอกคนเดียวเหมือนทุกครั้ง

“ยูชอน ฉันไม่อยากเข้าอ่ะ เหม็นบุหรี่”

“น่าแป๊บเดียว” ยูชอนมองหาที่นั่ง สักพักบริกรก็เข้ามาพาทั้งสองคนไปที่มุมอับของร้าน

“นี่ไง ตรงนี้ไม่มีกลิ่นบุหรี่แล้ว”

“พาฉันเข้ามาทำไม ก็รู้ว่าฉันไม่ชอบ”

“ฉันก็อยากให้นายได้พักมั่งนี่”

“ฉันอยากกลับไปนอนมากกว่า ง่วง” จุนซูตอบ

“แต่ ฉันยังไม่ง่วง อยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ” สักพักเสียงข้อความก็ดังขึ้นจากมือถือของร่างโปร่ง ยูชอนหยิบขึ้นมาอ่าน ยิ้มนิดนึงก่อนจะหันมาบอกคนข้างตัว

“เดี๋ยวฉันมานะ”

พูดจบก็ เดินออกไปจากฉากกั้น ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว พร้อมแก้วเครื่องดื่ม จุนซูทำหน้าเบื่อ รู้ว่าข้อความนั่นต้องเป็นเพื่อนๆของยูชอนส่งมาแน่ๆ แล้ววันนี้เขาก็คงต้องขับรถกลับให้เหมือนเดิม จุนซูลุกจากโต๊ะ กำลังจะไปที่รถเพื่อเอางานเข้ามาทำต่อ เพราะยังไงก็ต้องอยู่รอจนกว่ายูชอนจะกลับ แต่ระหว่างทางเดินไปที่รถ เขาก็ผ่านโซฟาชุดใหญ่ จุนซูหันไปมอง ก็เห็นยูชอนนั่งรวมอยู่ในกลุ่มนักร้อง นักแต่งเพลง แดนเซอร์ ยูชอนนั่งหันหลังเลยไม่เห็นว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น แต่ก่อนที่จุนซูจะเดินไปที่รถ เขาก็เห็นยูชอนกำลังก้มหน้าเข้าไปหานักร้องสาวชื่อดัง ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ด้วยกัน คิมมินฮี จุนซูรู้สึกว่าตอนนี้เลือดในกายของเขากำลังจับตัวเป็นก้อนแข็ง ถึงแม้ว่ายูชอนจะเที่ยว จะมีข่าวกับใครก็ตาม แต่ก็ไม่เคยถึงขนาดนี้ ยูชอนคนบ้า ทำไมถึงผิดสัญญา ไหนบอกว่าจะมีทำแบบนี้กับใครไง คนตัวเล็กวิ่งออกไปจากที่นั่น เรียกรถแท็กซี่กลับคอนโด ทันทีที่ถึงคอนโดคนตัวเล็กรีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋า ทิ้งไว้แต่จดหมายฉบับเดียว ขึ้นรถแท็กซี่จากไปทันที

“พอหรือยัง” ยูชอนทำหน้าเซ็ง หันไปถามมินฮีที่ส่งข้อความมาบอกว่า มีนักข่าวตามเข้ามา เขาถึงรีบเดินมาที่โต๊ะเพื่อมาแสดงบทคนรักสวีทหวานแหวนเพื่อกลบข่าวคุณผู้ จัดการ

“พอแล้วมั้ง สงสัยไปแล้วล่ะ” มินฮีกระซิบบอก

“ขอบใจมากนะที่ส่งข้อความไปบอก”

“อืม~ แล้วนี่บอกจุนซูหรือยัง เดี๋ยวเข้าก็เข้าใจผิดอีกหรอก บอกแล้วว่าให้บอกๆว่ามินฮีเป็นญาติกับยูชอน” นักร้องสาวคนดังพูดหลังจากดูจนแน่ใจแล้วว่าปาปารัชซี่ออกไปจากที่นั่นแล้ว

“ยัง เลย พอเข้ามาปุ๊บเธอก็ส่งข้อความไปปั๊บ” ยูชอนกระซิบบอก ไม่มีใครรู้ว่าเขากับมินฮีเป็นญาติกัน รวมทั้งจุนซูด้วย จะบอกหลายทีแล้วแต่งานมันยุ่งๆเลยไม่ได้บอกสักที

“รีบๆบอกเขาล่ะ ฉันไม่อยากโดนเข้าใจผิด”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า จุนซูเขามีเหตุผล ฉันขอตัวก่อนนะเดี๋ยวเขารอนาน”

“อืม~ แล้วจะโทรหานะ” มินฮีโบกมือลา ยูชอนพยักหน้าให้นิดนึง ก่อนจะหันไปลาทุกคนในวงเพื่อกลับไปหาคนตัวเล็กที่เอาไปซ่อนไว้หลังฉาก แต่เมื่อเขามาถึงก็พบกับความว่างเปล่า ยูชอนกดโทรศัพท์ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ

“หายไปไหนของเขานะ น้องๆ เห็นผู้ชายตัวเล็กๆที่นั่งอยู่ตรงนี้ไหม” ยูชอนเรียกบริกรเข้ามาถาม

“อ๋อ พี่เขากลับไปแล้วครับ จ่ายเงินเสร็จแล้วด้วยครับ”

“เหรอ ขอบใจนะ รีบกลับทำไมไม่บอก” ยูชอนรีบออกไปที่ลานจอดรถ ขับรถกลับไปที่คอนโดทันที


ร่าง โปร่งรีบขึ้นไปที่ห้อง เพราะเขาสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง ทันทีที่เปิดประตูห้อง เขาก็พบกับความว่างเปล่า ไม่มีคนตัวเล็กอยู่ในนี้ ยูชอนสาวเท้ายาวๆรีบเดินเข้าไปที่ห้องนอน เปิดตู้เสื้อผ้าออกดู จริงอย่างที่กลัว จุนซูไปแล้ว ร่างโปร่งทรุดนั่งที่เตียงอย่างหมดแรง นี่แสดงว่าเห็นตอนที่เขาอยู่กับมินฮีน่ะสิ ให้ตาย ทำไมถึงได้ขี้งอนขนาดนี้ ทำไมไม่รอฟังเขาก่อน เขายังไม่ทันอธิบายอะไรด้วยซ้ำ ยูชอนหันไปเจอกับจดหมายที่จุนซูทิ้งเอาไว้ที่โต๊ะข้างเตียง

“ยูชอน คนใจร้าย ผิดสัญญา ฉันจะไม่ยกโทษให้นายอีกแล้ว ลาก่อน คิมจุนซู” หลังจากอ่านข้อความจบ ยูชอนก็ได้แต่นั่งนิ่ง ทำไมนายไม่รอถามฉันก่อนเหมือนทุกที ฉันไม่ได้ทำอะไรมินฮีสักหน่อย โธ่เอ๊ย~ มือเรียวรีบกดหาคนตัวเล็กทันที แต่ก็เงียบ ไม่มีสัญญาณตอบรับ แต่ก่อนที่เขาจะคว้ากุญแจไปตามคนตัวเล็กที่บ้าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นก่อน

“ยูชอนเหรอ พอดีภาพที่ถ่ายไว้คราวที่แล้วมันเสียไปเซ็ทนึง รีบมาที่สตูได้ไหมต้องรีบถ่ายเดี๋ยวนี้”

“พี่ครับ ผมไม่ว่างครับ ไว้พรุ่งนี้ได้ไหม”

“พี่ขอโทษจริงๆ แต่พรุ่งนี้ต้องเอารูปเข้าประชุม รีบมาหน่อยนะ”

“ครับก็ได้” ยูชอนตัดสายทิ้ง ก่อนจะถอนใจหนักหน่วง จุนซูรอฉันก่อนนะ ไว้ฉันทำงานเสร็จแล้วจะรีบไปหานาย


แต่ หลังจากนั้น ยูชอนก็ไม่ได้กระดิกตัวไปไหนอีกเลย ตารางงานที่จุนซูเคลียร์ไว้ให้ทั้งเดือนก่อนเริ่มคอนเสิร์ตเริ่มอัดแน่นเข้า มาเรื่อยๆ จนเขาแทบไม่ได้นอน กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยตลอดทั้งอาทิตย์ จนคนรอบข้างเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ปาร์คยูชอนที่เคยร่าเริงแจ่มใส กลายเป็นคนเงียบขรึม ร่างกายทรุดโทรม ขอบตาดำคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน แค่อาทิตย์เดียวจากเทพบุตรสุดหล่อ กลับโทรมไปอย่างถนัดตา

“ยูชอน เป็นอะไรหรือเปล่า คุณผู้จัดการไปไหน” จุนพยอช่างแต่งหน้าเข้ามาถาม เพราะเขาก็ไม่เห็นคุณผู้จัดการมาเป็นอาทิตย์แล้วเหมือนกัน เห็นอาการเหม่อลอยเวลาอยู่หลังกล้องแล้วชักเป็นห่วงพ่อนักร้องรูปหล่อ เลยตัดสินใจเข้ามาเลียบๆเคียงๆถาม

“เขาโกรธผม เขาคงไม่มาอีกแล้วล่ะครับ” ยูชอนตอบ

“ไปทำอะไรให้เขาโกรธล่ะ” จุนพยอค่อยๆตะล่อมถาม เผื่อจะมีอะไรดีขึ้น

“เขา เข้าใจผิด เขาคิดว่าผมมีคนอื่น” จุนพยอตาโต นี่หมายความว่า ยูชอนกับคุณผู้จัดการ ว้าย~ อกอีแป้นแล่นลึกเข้าตึกแขก ข่าวใหญ่ของวงการ เดี๋ยวสงบจิตสงบใจถามให้แน่ๆก่อน

“แล้วทำไมไม่บอกเขาไปล่ะ”

“ตารางงานแน่นขนาดนี้ผมจะไปหาเขาได้ยังไง”

“แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง ทำไมถึงได้โทรมขนาดนี้ล่ะ” จุนพยอยังค่อยๆถามต่อไป

“กินบ้างไม่กินบ้าง ผมไม่อยากกินอะไรถ้าไม่ใช่จุนซูทำ” ชัด แต่ยังไม่ชัดเจน ขออีกนิดนะคะพ่อรูปหล่อ

“แล้วได้นอนมั่งหรือเปล่า นี่ตาคล้ำมากเลยนะ พี่เสียรองพื้นไปเยอะเลยกว่าจะปิดได้หมด”

“ผม นอนไม่หลับ ผมต้องนอนกอดเค้าทุกคืน แต่เค้าไม่อยู่แล้วผมก็เลยไม่ได้นอน” ว้าย~ ชัดเจ้าค่ะ ชัดเจนเปลี่ยน โถ~ พ่อรูปหล่อของเจ้ เสร็จผู้จัดการผู้น่ารักไปซะแล้ว อันที่จริงก็ไม่อยากยอมรับหรอก แต่ถ้าเห็นสภาพแบบนี้แล้วทำใจไม่ได้ ขอได้หมั่นไส้ตาผู้จัดการ แต่เห็นหน้าหล่อๆใสๆดีกว่า ไม่ได้แล้ว เราต้องทำอะไรสักอย่าง

“ยูชอนอยากให้พี่ช่วยไหม” ร่างโปร่งหันมาหาจุนพยอทันทีอย่างมีความหวัง

“พี่ช่วยได้จริงเหรอครับ”

“อืม แต่ยูชอนต้องบอกพี่มาตามตรงนะ เธอกับคุณผู้จัดกาเป็นแฟนกันเหรอ” ยูชอนส่ายหน้า

“เขาไม่ได้เป็นแฟนผมครับ แต่เป็นสุดที่รักผมต่างหาก” หึ~ ยิ่งฟังยิ่งหมั่นไส้

“เอา งี้ เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพี่จัดการเอง ยูชอนทำงานของเธอไปเถอะ” จุนพยอแตะบ่าเป็นเชิงให้กำลังใจ ในฐานะแฟนคลับอันดับหนึ่งต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อกู้เอานักร้องสุดหล่อคนเดิมกลับมา

หลังจากนั้นจุนพยอก็ตาม เก็บภาพต่างๆของยูชอนเวลาอยู่หลังกล้อง รวบรวมเอาไว้ แล้วก็ไปโหลดใส่ยูทูปพร้อมด้วยรูปตัวการณ์ที่ทำให้สุดที่รักของเหล่าแฟนคลับ ต้องเป็นแบบนี้ ค่อยๆเผยแพร่ไปตามเว็บบอร์ดแฟนคลับของปาร์คยูชอน จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่ว ทันทีที่แฟนคลับเห็นสภาพทรุดโทรมของนักร้องสุดที่รักก็เริ่มทนอยู่เฉยๆไมได้ ออกตาล่าตัวคิมจุนซูกันจ้าล่ะหวั่น

จุนซูที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว อะไรก็ยังคงเดินไปตามท้องถนน เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อลืมคนใจร้ายที่ชื่อปาร์คยูชอน จุนซูคอยตามดูรายการต่างๆที่ยูชอนไปออก ก็เห็นท่าทีปกติยิ่งหมั่นไส้ นี่เขาไม่แคร์เลยใช่ไหม ไหนบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรา เชอะ~ คนโกหก แต่คนตัวเล็กไม่ทันได้สังเกตว่า วันนี้ต่างไปจากทุกวัน ข้างหลังเขาเริ่มมีคนกลุ่มใหญ่เดินตามเขา พากันหันไปซุบซิบกับตัวเอง กว่าคนตัวเล็กจะรู้ตัว ตอนนี้เขาก็ตกอยู่ในวงล้อมของคนกลุ่มใหญ่มาก

“จะทำอะไรน่ะ”

“พี่ชื่อคิมจุนซูใช่ไหม” เสียงเด็กสาวในชุดนักเรียนเอ่ยถาม

“ครับ มีอะไรกันเหรอครับ” ทุกคนหันไปมองหน้าก่อน ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก จุนซูค่อยๆถอยหลัง เพราะไม่แน่ในว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนดูมีท่าทีคุกคามอย่างหนัก แถมยังเดินรุกไล่จนตอนนี้เขาถอยหลังติดกับกระจกร้านเสื้อผ้าแล้ว

“มีอะไรกันเหรอครับ พวกคุณต้องการอะไร”

“ถ้าเราบอกพี่จะทำให้เราได้ไหม”

“ใช่ๆๆ” เสียงคนอื่นๆดังรับเป็นทอดๆ

“บอกมาก่อนสิครับ”

“พี่เป็นแฟนพี่ยูชอนใช่ไหม” เสียงเด็กสาวคนนึงถามขึ้น จุนซูเริ่มเหงื่อตก นี่มันอะไรกัน ทำไมอยู่ๆทุกคนถึงได้รู้เรื่องนี้

“พี่ไม่ต้องมาปฏิเสธ เรารู้หมดแล้ว”

“เอ่อ คือ” แต่ก่อนที่จุนซูจะแก้ตัวอะไร อยู่ๆคนทั้งหมดก็พากันคุกเข่า คนตัวเล็กได้แต่ยืนงง นี่มันอะไรกันเนี่ย

“ยกโทษให้พี่ยูชอนได้ไหมคะ พวกเราขอร้อง”

“อะไรนะครับ”

“พี่โกรธพี่ยูชอนอยู่ไม่ใช่เหรอ ยกโทษให้พี่เขาเถอะนะคะ” เสียงทุกคนดังเซ็งแซ่ไปหมด

“กลับไปหาพี่ยูชอนเถอะนะคะ ตอนนี้พี่เขาโทรมมากเลย พวกเราเป็นห่วง” จุนซูได้แต่ยืนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้น

“เขาบอกให้น้องๆมาทำอย่างนี้เหรอ” จุนซูเริ่มปะติปะต่อเรื่อง เขากำลังคิดว่าคนเจ้าเล่ห์เป็นคนวางแผนนี้ขึ้นมา

“เปล่า หรอกคะ พี่เขาไม่ได้พูดอะไร แถมยังทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีคนส่งคลิปนี่มาให้พวกเราดู พวกเราก็เลยรู้ว่าพี่เขากำลังเศร้า กลับไปหาพี่เขาเถอะนะคะ”

“คลิปอะไร” เด็กสาวรีบควักมือถือขึ้นมาโหลดคลิปให้จุนซูดู ในภาพเขาเห็นยูชอนนั่งเหม่อ ไม่ทักทาย ไม่พูดคุยกับใคร เอาแต่ซึมเศร้า

“เห็นไหมคะ พี่เขาน่าสงสาร “

“นะคะพี่ กลับไปหาพี่เขาเถอะนะคะ”

“แล้วน้องรู้เหรอว่าพี่โกรธเขาเรื่องอะไร”

“เรา ไม่รู้หรอกค่ะ พี่ก็กลับไปคุยกันสิคะ พวกเราอยากได้พี่ยูชอนคนเดิมกลับมา” เสียงทุกคนดังขึ้นอีกครั้ง จนคนที่อยู่แถบนั้นเริ่มหันมามอง

“ไม่ พี่ไม่กลับหรอก จนกว่าเขาจะมาขอโทษพี่เอง” จุนซูเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้กลุ่มเด็กสาวหน้าเศร้าเป็นแถบที่ช่วยอะไรไม่ได้

“ยูชอนๆมาดูอะไรนี่” จุนพยอหอบโน๊ตบุ๊คเข้ามาหา

“มีอะไรครับ”

“นี่ไง” สักพักเขาก็โหลดภาพขึ้นมาให้ร่างโปร่งดู

“จุนซูนี่ แล้วพวกนั้นใครครับ”

“แฟนคลับเธอไง เขาไปขอให้จุนซูยกโทษให้ แต่เขาไม่ยอม เขาบอกว่าเธอต้องไปขอโทษเขาเอง” ยูชอนได้แต่ทำหน้าเศร้า

“งานผมมีตลอดทั้งวัน ผมจะไปตอนไหนได้ล่ะ” สักพัก ร่างโปร่งก็เงยหน้าขึ้นเหมือนตัดสินใจอะไรได้

“ผมรู้แล้วจะทำยังไง พี่ช่วยบอกให้จุนซูดูถ่ายทอดสดวันนี้ด้วยได้ไหมครับ” จุนพยอพยักหน้า รีบจิ้มโทรศัพท์หาคนตัวเล็กทันที

รายการ สัมภาษณ์สดครั้งนี้ ยูชอนได้รับเชิญมาเป็นแขกของรายการ เมื่อเริ่มรายการพิธีกรก็ถามเรื่องงานตามปกติ สักพักก็มีกระดาษโน้ตเข้ามาส่งให้ พร้อมกับคำถามพิเศษ ที่มีผู้ชมทางบ้านอยากให้ถาม

“คุณยูชอนครับ วันนี้แฟกซ์เราเข้ามาเยอะจริงๆครับ แต่มีคำถามนึงที่ตอนนี้กำลังดังไปทั่ว เกี่ยวกับอาการไม่สบายของคุณ ได้ข่าวว่าช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับหรือครับ มีแฟกซ์ส่งเข้ามาเยอะเลย”

“ครับ ใช่ครับ”

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”

“เปล่าหรอกครับ พอดีสิ่งที่ช่วยทำให้ผมหลับสบายเขาไม่อยู่ ผมก็เลยนอนไม่หลับ”

“จุนซูเหรอ” จุนพยอตื่นเต้นที่ในที่สุดจุนซูก็รับโทรศัพท์จนได้

“ครับ พี่มีอะไรเหรอครับ”

“เปิดทีวีเร็วสิ เดี๋ยวก็พลาดโอกาสกันพอดี”

“มี เรื่องด่วนอะไรครับ” แต่มือก็หยิบรีโมทขึ้นมากดช่องที่ต้องการ ที่จอภาพฉายให้เห็นหน้าคนใจร้ายพอดี จุนซูกำลังจะกดปิด แต่ได้ยินคำถามเสียก่อน

“ไม่ทราบว่าถามได้ไหมครับว่าเป็นอะไร” ยูชอนยกยิ้ม

“แมวนะครับ ตัวกลมๆ มันหนีผมไปเป็นอาทิตย์แล้วด้วย ตอนนี้ผมกำลังตามหามันอยู่ครับ” จุนซูยู่หน้าใส่โทรทัศน์ หนอยมาเขาว่าฉันเป็นแมว

“เหรอครับ ขอให้หาเจอไวๆนะครับ”

“มีคนหาเจอแล้วครับ แต่มันก็ไม่ยอมกลับมา” จุนซูยิ่งเชิดหน้าเป็นสองเท่า

“เอาล่ะครับ คำถามสำคัญ มีคนถามมาอีกแล้วครับ ว่าคุณยูชอนมีแฟนหรือยังไง”

“ยังครับ”

“ทั้งปี ตอบแบบนี้อีกแล้ว” จุนซูค่อนขอด

“เดี๋ยวสิน้องจุนซูฟังให้จบก่อน” จุนพยอรีบห้ามเอาไว้ กลัวคนตัวเล็กจะรีบปิดโทรทัศน์

“ผมยังไม่มีแฟน ผมมีแต่สุดที่รักเท่านั้นแหละครับ” พิธีกรได้แต่อึ้ง ไม่น่าเชื่อว่าปาร์คยูชอนจะยอมเผยเรื่องนี้ในรายการเขา

“ผมขอพูดอะไรกับสุดที่รักผมหน่อยได้ไหมครับ”

“เชิญครับๆๆ”

“จุน ซูอ่า ~ กลับมาหาฉันเถอะนะ ฉันขอโทษ นายเข้าใจผิด มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด กลับมาหาฉันเถอะนะ ไม่มีนายฉันคงอยู่ไม่ได้หรอก กลับมาหาฉันนะ” คนตัวเล็กตอนนี้กำลังอึ้ง ในความบ้าระห่ำของคนตัวโต

“พี่ ปล่อยให้ยูชอนพูดอย่างนี้ได้ยังไง เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก”

“ไม่ รู้ ก็ตอนนี้เขาไม่มีผู้จัดการแล้วนี่ ไม่มีใครคอยดูเขาก็เฮี้ยวอย่างนี้แหละ แค่นี้นะ” จุนพยอรีบวางสายทันที หันไปส่งสัญญาณให้กับคนที่ห้องส่งอย่างรู้กัน

“เฮ้อ ชอบสร้างเรื่องซะจริง” พูดจบจุนซูก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ขับรถไปที่สถานีทันที วันนี้เขาต้องโค้งขอโทษทุกคนเป็นร้อยๆครั้งแน่

ทันที ที่ถึงหน้าสถานี เขาก็พบกับฝูงนักข่าวที่แห่กันมาออเต็มสถานีไปหมด ไหนจะแฟนคลับอีก จุนซูเลี้ยวรถเข้าไปข้างหลังสตูดิโอ รีบวิ่งไปที่ห้องส่ง พบกับตัวการที่ยืนยิ้มร่าอยู่ในห้องแต่งตัว

“ยูชอน เป็นบ้าอะไรเนี่ย พูดอย่างนี้ได้ไง”

“จุนซู กลับมาแล้วเหรอ คิดถึงจังเลย” ยูชอนไม่สนใจ รั้งตัวคนน่ารักเข้ามากอด

“เดี๋ยวๆ คุยกันให้รู้เรื่องก่อน แล้วแบบนี้จะทำยังไง”

“ก็ไม่ทำยังไง ใครจะว่าอะไรก็ช่าง ตอนนี้ฉันได้นายกลับคืนมาก็พอแล้ว” ยูชอนยิ้มกว้าง

“ฉันไม่ตลกด้วยหรอกนะ ถ้าความนิยมนายตก นายก็จะไม่ได้ร้องเพลงอีก ไม่กลัวหรือไง”

“งั้น เราไปถามเขาด้วยกัน ถ้าฉันจะรักนายด้วย ร้องเพลงให้พวกเขาฟังด้วย เขาจะยอมกันไหม” ยูชอนลากคนตัวเล็กติดมือออกไปผจญกับกองทัพนักข่าวและแฟนคลับข้างนอกทันที พอเห็นทั้งสองคนออกมา เสียงถามก็ดังกระหึ่มขึ้นมาจากทุกทิศ ไหนจะแสงแฟลชที่คนตัวเล็กไม่ชิน แต่ยูชอนกลับยิ้มกว้างรับทุกมุมกล้อง

“คุณยูชอนครับ ประกาศตัวแฟนอย่างนี้ไม่กลัวเรทติ้งตกเหรอครับ”

“อันนี้ต้องถามแฟนๆของผมครับว่ารับได้หรือเปล่า” ไม่ต้องรอให้ถามซ้ำ เสียงแฟนคลับตอบกันเสียงดังฟังชัด

“ได้” ยูชอนยักไหล่

“แล้วคบกับคุณจุนซูมานานหรือยังครับ”

“อันนี้ไม่ขอตอบ ผมแค่ต้องการรู้ว่าแฟนๆของผมยอมรับได้ไหม ถ้าผมจะรักเขาไปพร้อมๆกับร้องเพลงให้ทุกคนฟัง”

“ได้”

“ขอบคุณครับ เห็นไหมจุนซู ทุกคนเขาไม่เห็นว่าอะไรเลย นายกลัวไปเอง ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อยได้ไหม”

“จะบ้าเหรอยูชอนคนตั้งเยอะ”

“จูบเลยๆๆๆๆๆ”

“มี เสียงเชียร์ด้วย เร้าใจดีไหมล่ะ” พูดจบริมฝีปากอิ่มก็ประกบริมฝีปากบางทันที ไม่รอให้คนตัวเล็กได้ประท้วง พร้อมๆเสียงกรี๊ดกร๊าดถูกใจของเหล่าบรรดาแฟนคลับ ยูชอนหันไปหอมแก้มคนตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นลูกตำลึงอีกรอบเพื่อของคุณ แฟนคลับ พลางก้มลงกระซิบบอกคนตัวเล็ก

“คราวนี้เราก็ไม่ต้องแอบรักกันอีกแล้วนะครับที่รัก”



The end

 

 

เอาฟิคสั้นมาให้ลองอ่านกันค่ะ เพื่อจะแก้เหงาได้มั่งนะคะ

แต่งไว้นานแล้วค่ะ ไม่ได้เบี้ยวฟิคยาวไปแต่งฟิคสั้นนะคะ

ความจริงมีหลายเรื่องค่ะ แต่มันลงในนี้ไม่ได้ 5555 เดี๋ยวโดนแบน

เลยเลือกเรื่องที่ไม่โดนแน่ๆมาให้อ่านกันเล่นๆ

แล้วถ้างานซาเมื่อไหร่จะค่อยๆมาอัพฟิคให้อ่านกันนะคะ  

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบอ่ะ
มิคไม่แคร์สื่อจริงๆ อิอิ
น่ามี nc ซักหน่อยนะ
ไรเตอร์หายไปนานเหมือนกัน
สู้ สู้นะ
เป็นกำลังใจให้

#1 By chebi (124.120.114.65) on 2010-05-08 13:21

สนุกค่ะ น่ารักกกกก
ขอบคุณค่ะ

#2 By bruin (222.123.221.100) on 2010-05-08 18:39

Yoosu never care everything in the world 55

so sweet na writer ;’D

#3 By Bihengki (203.144.187.6) on 2010-05-08 18:39

เป็นฟิคสั้นทีน่ารักจริง ๆ ๆ

ฮ่าๆ ๆ

แต่นะ เจอน้องง่ายไปมั้ยยยย

น่าจะยากกว่านี้หน่อย สมน้ำหน้าพ่อหล่อ ฮ่าๆ ๆ

อยากอ่านหลาย ๆ เรื่องค่ะ

ลงไม่ได้ก็ลงมาให้โหลดก็ได้นะคะ

ติดตามต่อไป ขอบคุณค่ะ

เพลง intoxication หลอนหูดีจริง ๆ

#4 By lady PYL on 2010-05-08 23:33

ไรเตอร์สู้ค่ะ รออ่านและเป็นกำลังใจให้อยู่ค่ะ อิอิ ^__^

#5 By jondapin (183.89.166.109) on 2010-05-08 23:35

ถึงจะเป็นฟิคสั้น ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยอะไรเตอร์
ปร้ากมะแคร์สื่อ แบบนี้เอาไปเต็มๆเลย

#6 By (118.172.205.192) on 2010-05-09 12:17

แหมมมมมมม

ไม่ค่อยเท่าไหร่เล้ยชายปาร์ค

เป็นนิสัยที่สมกับเป็นซุปเปอร์สตาร์จริงๆมีครบทุกอย่างเชียว

แต่ก็รักเดียวใจเนะ

#7 By little g (125.26.225.145) on 2010-05-11 09:48