[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 13
posted on 24 Apr 2010 22:26 by kameryuichi in servant
Part 13
ตอนเช้าที่อากาศสดใส ซอฮยอนรีบลืมตาขึ้นทันทีที่รู้สึกตัว ดวงตากลมโตหันไปมองที่เก้าอี้ข้างเตียง ด้วยความกังวล กลัวว่าคนที่ให้สัญญาไว้เมื่อวานจะหายไป แต่ก็ไม่ใช่อย่างที่คิด เขายังอยู่ตรงนั้น ร่างโปร่งที่คุ้นตา นั่งพิงพนักเก้าอี้ ศีรษะได้รูปเอนซบกับเสาเตียงที่เป็นเสาไม้ต้นใหญ่ มือข้างนึงวางไว้ที่ตัก ในขณะที่มืออีกข้างนึงยังคงกุมมือของเธอเอาไว้หลวมๆ ซอฮยอนยิ้มอย่างพอใจ ที่ตื่นขึ้นมาพบยูชอนเหมือนอย่างที่เขาสัญญาไว้
ร่างบางลุกขึ้น นั่ง พยายามไม่ขยับเขยื้อนมากเกินไป เพื่อไม่ให้ร่างโปร่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆเอื้อมไปปัดผมที่หล่นลงมาปรกหน้าออก เผยให้เห็นวงหน้าคมเข้มที่เธอหลงไหลมานาน ซอฮยอนยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน ไม่ว่าเมื่อไหร่พี่ยูชอนก็ยังคงดูดีอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะอยู่ในท่วงท่าไหนๆ เหมือนครั้งแรกที่เธอได้พบ ซอฮยอนย้อนคิดไปถึงครั้งแรกที่เธอได้พบกับยูชอน
“โอ้ย ทำไมอยู่สูงจัง” ซอฮยอนบ่นอย่างหัวเสีย เพราะพยายามหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ถูกลมพัดขึ้นไปติดบนกิ่งไม่ไม่สูงมาก แต่ด้วยความสูงของเด็กสาวอย่างเธอทำให้เอื้อมไม่ถึง ทั้งๆที่พยายามทั้งเอื้อมทั้งกระโดดอยู่นาน ได้แต่ยืนมองผ้าเช็ดหน้าด้วยความหงุดหงิด เกือบจะตัดใจจากผ้าเช็ดหน้าผืนสวยผืนนั้นอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงนุ่มๆเอ่ยทักขึ้นก่อน
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” ซอฮยอนเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย น้ำเสียงอ่อนโยนใจดี ทำให้หัวใจของสาวน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ
“คือ ผ้าเช็ดหน้าค่ะ ขึ้นไปติดที่เก่งไม้” นิ้วมือเรียวชี้ขึ้นไปที่กิ่งไม้เจ้ากรรม ยูชอนหันไปมองก็พบกิ่งไม้ที่ไม่ได้อยู่สูงกว่าศีรษะเขาไปเท่าไหร่ ระยะแค่นี้ถ้ากระโดดสักหน่อยก็คงถึง
“เดี๋ยวผมหยิบให้นะครับ คุณถอยออกไปยืนทางโน้นก่อน” ซอฮยอนรีบหลีกทางให้ ยูชอนก้าวไปข้างหลัง3-4ก้าว ก่อนจะกระโดดหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสวยผืนนั้นลงมาได้อย่างง่ายดาย พร้อมเดินมาส่งให้เด็กสาวตรงหน้า
“นี่ครับของคุณ”
“ขอบคุณค่ะที่ช่วย” ซอฮยอนรับผ้าเช็ดหน้ากลับมา
“ไม่ เป็นไรครับ งั้นผมขอตัวก่อน” ยูชอนพูดพร้อมหันหลังเดินกลับมุ่งหน้าไปที่ตัวบ้าน ทิ้งให้สาวน้อยอย่างซอฮยอนมองตามด้วยหัวใจที่เต้นแรง
“เอ่อ เดี๋ยวค่ะ คุณคะ ว้ายังไม่ถามเลยว่าเป็นใคร น่าเสียดายจัง”
ซอ ฮยอนยิ้มกว้างเมื่อคิดถึงตอนที่เธอเจอกับปาร์คยูชอนครั้งแรกที่คฤหาสน์ตระกู ลคิม รูปร่างสูงโปร่ง ใจดี อ่อนโยน สิ่งที่ต่างกันไปมีแค่สิ่งเดียวก็คือ ผมที่ยาวระต้นคอเลยลงมามากๆ ซอฮยอนจำทุกรายละเอียดเกี่ยวกันคนตรงหน้าได้ดี มีแต่ยูชอนเท่านั้นที่อยู่ในความนึกคิดของเธอ ยังจำได้ถึงความรู้สึกตื่นเต้น ที่คุณปู่บอกว่าจะให้หมั้นกับยูชอน คืนก่อนวันงาน เธอนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะความตื่นเต้น และยังจำได้แม้แต่ความรู้สึกตอนที่ยูชอนสวมแหวนให้ ว่ามันทำให้หัวใจสาวน้อยอย่างเธอซาบซ่านมากแค่ไหน
แต่ทุกอย่างก็ ต้องมาสลายไป เพราะมันคนเดียว คิมจุนซู ตั้งแต่ที่คุณปู่สืบจนรู้ว่าลูกชายคนเดียวพักอยู่ที่ไหน และรู้ว่าตัวเองยังมีหลานชาย ตั้งแต่วันนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอก็เหมือนพังลงไปด้วย จู่ๆคุณปู่ก็สั่งให้เธอถอนหมั้นจากคนที่เธอรัก เพียงเพราะ เธอเป็นแค่หลานบุญธรรม เมื่อหลานตัวจริงกลับมา เธอก็ต้องคืนทุกอย่างให้ สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การยึดตำแหน่งผู้สืบทอดคืน แต่เป็นการพรากปาร์คยูชอนไปจากเธอ ทำไมคุณปู่ต้องแย่งยูชอนไปจากเธอ คุณปู่ทำเกินไป คุณปู่ใจร้าย คิดมาถึงตรงนี้ซอฮยอนก็เผลอกำมือแน่น ทำให้ร่างโปร่งที่กำลังหลับตื่นขึ้นมา ยูชอนสะบัดศีรษะไปมา2-3ที ก่อนจะเอ่ยทักซอฮยอน
“ตื่นแล้วเหรอ” ซอฮยอนรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะตอบเสียงหวาน
“ค่ะ พี่ยูชอนนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดเลยเหรอคะ เมื่อยแย่” ซอฮยอนเอ่ยถาม
“อืม ก็เธอบอกให้พี่นั่งเฝ้าตรงนี้ไม่ใช่เหรอ” ยูชอนตอบ พลางบิดตัวไปมาแก้เมื่อย
“ขอบ คุณค่ะที่พี่รักษาสัญญา แต่วันอื่นพี่ไปนอนที่ห้องก็ได้นะคะ ฉันไม่อยากให้พี่ต้องเมื่อยอยู่อย่างนี้ทั้งคืน” ซอฮยอนพูดอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็นไร แล้ววันนี้เธอจะไปเรียนด้วยไหมล่ะ” ยูชอนหันมาถาม
“ไปสิคะ ฉันไม่ได้เข้าเรียนมานาน อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้วฉันจะพลาดได้ยังไง” ซอฮยอนยิ้มหวาน
“ได้ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ไปเตรียมของให้ เธออาบน้ำได้เลยนะ” ยูชอนเดินออกไปจากห้อง ทันทีที่คล้อยหลังร่างโปร่ง ซอฮยอนก็พึมพำออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงต่ำๆ
“ฉัน จะไปดูหน้าพี่จุนซู ดูสิว่าจะทำยังไง ถ้าเห็นคู่หมั้นตัวเอง คอยดูแลคู่หมั้นเก่าอย่างฉัน” ซอฮยอนยกยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ
ที่ห้องเรียน จุนซูและเพื่อนๆกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างมีความสุข ไม่นานยูชอนก็เข็นรถพาซอฮยอนเข้ามาที่ห้องเรียน เรียกให้ทุกคนหันไปมองด้วยความแปลกใจ เพราะธรรมดาแล้ว ซอฮยอนไม่จำเป็นที่ต้องเข้าเรียนด้วยซ้ำ ในเมื่อนี่มันก็เป็นช่วงท้ายๆของการเรียนที่นี่ของเธอแล้ว ผิดกับกลุ่มของจุนซู ตอนนี้ยูฮวานและแจจุงนั่งหน้างอเป็นม้าหมากรุกเพราะเคืองคนบางคนแทนเพื่อน รักไปแล้ว ซอฮยอนยิ้มหวานทักทายทุกคน จนมากถึงที่นั่งหน้าห้องเรียนของพวกจุนซู
“สวัสดีค่ะพี่จุนซู เมื่อคืนหลับสบายไหมคะ” ซอฮยอนถามเสียงหวาน แต่นัยน์ตาฉายแววเยาะเย้ยออกมาวูบนึง และเลือนหายไป โดยที่คนตัวเล็กไม่ทันได้สังเกต
“เอ่อ สบายสิ ขอบใจมากนะที่ถาม”
คน ตัวเล็กอ้อมแอ้มตอบ ตาเรียวเล็กหลุบต่ำลงมองไปทางอื่น ไม่หันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ ริบฝีปากบางยกยิ้มอย่างพอใจในท่าทางตะกุกตะกักของพี่ชาย เพราะคิดว่า จุนซูคงทนเห็นยูชอนมาคอยดูแลเธอไม่ได้ ดี จะได้รู้ซะมั่งว่าเธอรู้สึกยังไง เวลาที่เห็นยูชอนอยู่กับคนตรงหน้า ไม่ได้รู้เลยว่า กิริยาอ้อมแอ้มตอบและหลบสายตาของจุนซูไม่ใช่เพราะความเสียใจ น้อยใจ แต่เป็นเพราะความเขินอาย เมื่อร่างเล็กเผลอไปสบตาคนตัวโตที่อยู่ข้างหลัง และเห็นว่ายูชอนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว และกำลังส่งสายตาหวานฉ่ำอย่างไม่ปิดปังมาให้ด้วย แถมริมฝีปากอิ่มยังยกยิ้มหน่อยๆอย่างพึงพอใจเมื่อได้คำตอบจากคนตัวเล็ก คนบ้ายิ้มอะไรอยู่ได้ เดี๋ยวปากก็ฉีกหรอก จุนซูค่อนขอดในใจ ก่อนจะหันหน้าไปหาญาติผู้น้องโดยไม่แม้แต่จะหันไปสบดวงตาคมที่มองเขาไม่วาง ตา
“แล้วซอฮยอนล่ะ หลับสบายไหม” จุนซูถามกลับ
“สบายสิคะ ก็ฉันมีพี่ยูชอนอยู่ข้างๆทั้งคืน เมื่อวานยังใจดีให้ฉันจับมือระหว่างที่หลับไปด้วยแถมยังนั่งเฝ้าทั้งคืนใช่ ไหมคะพี่ยูชอน” ซอฮยอนตอบเสียงหวาน พลางช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลัง
“จ้ะ ใช่” ยูชอนตอบ หญิงสาวยิ้มอย่างพึงใจที่ได้คำตอบตามที่ตัวเองหวังไว้ แต่ก็ต้องแปลกใจที่คำตอบของยูชอนไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกอะไรเลย ผิดกับเพื่อนอีกสองคนข้างหลัง แค่มองดูก็รู้แล้วว่า ทั้งแจจุงและยูฮวานอยากจะวิ่งเข้ามาตะปบเธอจะแย่ ติดที่ว่ายุนโฮกับชางมินรั้งเอาไว้
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ วันนี้มีซ้อมเต้นรำด้วย คงเหนื่อยหน่อย ไปกันเถอะค่ะพี่ยูชอน” ซอฮยอนหันไปพูดกับชายหนุ่มร่างสูงเสียงหวาน ท่าทางแบบนั้นยิ่งยั่วยุให้สองหนุ่มข้างหลังเกิดอารมณ์ อยากจะวิ่งเข้าไปหักคอซะให้รู้แล้วรู้รอด
“ยุนโฮมาจับฉันไว้ทำไม ฉันจะไปจัดการยัยแม่มดนั่น” แจจุงหันมาตะโกนใส่ยุนโฮ ที่รั้งเขาเอาไว้ตั้งนานสองนาน จนยัยแม่มดกำลังจะไปอยู่แล้วด้วยความโมโห
“ใช่ ชางมินปล่อยฉันสิ ปล่อย” ยูฮวานเองก็พยายามดิ้นให้หลุดจากแขนแข็งแรงของชางมินเหมือนกัน
“ใจ เย็นก่อนสิทั้งสองคน ดูจุนซูสิ เขาไม่เห็นว่าอะไรสักอย่าง” ยุนโฮพูดพลางบุ้ยใบ้ให้ทั้งสองคนมองไปที่จุนซู ที่กำลังล่ำลากับซอฮยอนอยู่
“ก็ จุนซูเป็นคนดีไง ไม่ทันยัยแม่มดนั่นหรอก อย่างยัยนั่นมันต้องฉันกับยูฮวานถึงจะเหมาะสม” แจจุงพูดพลางดิ้นไปมา ทำให้ยุนโฮต้องออกแรงรั้งเอวคนสวยเอาไว้มากขึ้น
“ใจเย็นๆก่อนได้ไหม โน่นไม่เห็นหรือไง สองคนนั่นน่ะเขาส่งโค้ดลับอะไรกันน่ะ มองดีๆสิ” ชางมินพูด ทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง และก็จริงอย่างที่ชางมินบอก พวกเขาหันไปทันเห็นปากของยูชอนขยับพูดแบบไม่มีเสียงให้จุนซูว่าคืนนี้เจอกัน เพราะตอนนี้ซอฮยอนกำลังหันหน้าเข้าหาจุนซูเลยไม่เห็นกิริยาเหล่านี้ ทำให้ทั้งยูฮวานและแจจุงค่อยสงบสติอารมณ์ได้
“ยูชอนบ้า” คนตัวเล็กพึมพำออกมาเบาด้วยความเขิน หลังจากที่ยูชอนหันหลังเข็นซอฮยอนไปที่นั่งตัวเองเรียบร้อยแล้ว
“มีอะไรกันหรือเปล่าจุนซู” แจจุงเดินเข้ามาถาม
“ไม่มีอะไร” คนตัวเล็กปฏิเสธ
“แน่ใจนะ” ยูฮวานคาดคั้น
“แน่ ใจสิ ไม่มีอะไรจริงๆ ไปๆๆ อาจารย์มาแล้วรีบไปเรียนเร็ว เดี๋ยวมีซ้อมตอนบ่ายด้วยนะ” จุนซูพูดพลางดันเพื่อนๆไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองเพื่อเริ่มเรียน
ตอน บ่ายนักเรียนทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่ห้องโถงสำหรับจัดงานปาร์ตี้วันคริสต์มาส เพื่อซ้อมเต้นรำโดยให้ซ้อมกับคนรับใช้ของตัวเองไปก่อนเพราะคืนวันงานทุกคน ต้องใส่หน้ากาก ทำให้ไม่รู้ว่าใครจะได้จับคู่กับใครกันแน่ แจจุง ยุนโฮ ยูฮวานและชางมิน ไม่ได้เข้าร่วมการซ้อมเพราะทั้งสี่คนให้เหตุผลว่ามีงานด่วนต้องรีบไปพบ อาจารย์ จุนซูจึงต้องมาที่ห้องโถงพร้อมกับซึงรีและจียง ภายในห้องโถงเริ่มมีการตกแต่งบ้างเล็กน้อย เพราะใกล้วันงานเข้ามาทุกที นักเรียนคนอื่นๆต่างซ้อมเต้นตามคู่ของตนเอง จุนซูมองคู่อื่นๆซ้อมเต้นรำด้วยความเพลิดเพลิน เพราะทั้งห้องโถงมีเสียงดนตรีจากเครื่องเปิดคลอไปด้วย ทำให้บรรยากาศในห้องดูสดใสมากๆ
“จุนซู นายจะซ้อมบ้างไหม” ซึงรีถามคนตัวเล็กที่มัวแต่มองคนอื่นๆอยู่ข้างๆ
“เอ่อ ไม่ต้องก็ได้มั้ง ฉันพอเต้นได้แล้วนี่” จุนซูตอบพลางสังเกตสีหน้าของจียงที่เริ่มออกแววหม่นเศร้าอย่างเห็นใจ
“ก็ ตามใจ ถ้าจะซ้อมก็บอกแล้วกัน” ซึงรีตอบไม่สนใจหันไปมองคนตัวบางที่ยืนข้างจุนซูเลย ใบหน้ากลมแป้นก้มลงมองพื้นด้วยความน้อยใจ ทำไมซึงรีถึงไม่ถามเขาบ้าง จุนซูมองเห็นท่าทางซึมเศร้าของจียงก็พอจะรู้ว่าเป็นเพราะอะไร คนตัวเล็กเลยทำหน้าที่เป็นกามเทพตัวน้อยๆทันที
“จียง นายอยากซ้อมเต้นรำบ้างไหม” จุนซูถาม ใบหน้ากลมแป้นหันมามองเพื่อนตัวเล็กพลางยิ้มเศร้าๆ
“ก็อยากอ่ะนะ แต่ว่าพี่ชีวอนไม่มา ฉันจะซ้อมกับใครได้ล่ะ” จียงตอบ
“งั้นซึงรี นายไปซ้อมกับจียงสิ” จุนซูรีบเสนอทันที
“ไม่ต้องหรอก ไม่เป็นไร” จียงรีบปฏิเสธ เพราะกลัวว่าจะเป็นการบังคับจิตใจซึงรี
“ไม่ เป็นไรน่าจียง ฉันก็ไม่ได้ซ้อม ซึงรีเขาก็ว่างพวกนายไปซ้อมกันเถอะ” จุนซูคะยั้นคะยอ แต่จียงก็ส่ายหน้าปฏิเสธ ท่าทางแบบนั้นกลับทำให้ซึงรีหงุดหงิด นี่ไม่อยากจะเต้นกับเขาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย มือแข็งแรงยื่นออกไปตรงหน้าจียง พร้อมเสียงเอ่ยห้วนๆ อย่างไม่พอใจ
“ไป สิ” จียงก้มหน้างุด เพราะคิดว่าตัวเขาเป็นต้นเหตุทำให้ซึงรีหงุดหงิด แต่ในขณะที่มือบางกำลังจะวางลงที่มือแข็งแรง จียงก็ถูกแรงกระชากจากอีกด้านให้ถอยออกไป
“พี่ชีวอน” จียงอุทานเสียงดัง ที่อยู่ๆก็ถูกพี่ชายลากออกมา
“จะ ซ้อมไม่ใช่เหรอ มาสิ เดี๋ยวพี่ซ้อมให้” ชีวอนลากจียงไปที่กลางห้องที่ใช้เป็นฟอร์เต้นรำ พอดีกับเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะเร็วๆ ชีวอนจับจียงหมุนออกไปจนสุดแขน ก่อนจะดึงเข้ามาชนตัวเองอย่างจัง ก่อนจะหมุนจียงเหวี่ยงออกไปอีกรอบ แต่คราวนี้ไม่ได้จับไว้เหมือนเดิม ชีวอนจงใจปล่อยมือให้น้องชายตัวเองลงไปกองกับพื้น เรียกให้สายตาหลายคู่หันกลับมามอง
“ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ” ชีวอนพูดน้ำเสียงรีบเฉย ไม่ได้มีทีท่าว่าเสียใจเหมือนคำพูดตัวเองสักนิด
“ไม่เป็นไรฮะ”
“ชเวชีวอน ทำบ้าอะไรของคุณ” ซึงรีรีบเดินเข้ามาพยุงจียง
“ผมกับน้องจะซ้อมเต้นรำกัน คุณเกี่ยวอะไรด้วย”
“ซ้อมเต้นภาษาอะไร ก็เห็นอยู่คนตั้งจะแกล้งจียง”
“เหรอ ทำไมผมต้องทำร้ายน้องตัวเองด้วยล่ะ ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรเลยนี่”
“มีสิ”
“อะไรล่ะ” ชีวอนมองหน้าอย่างท้าทาย
“ก็..”
“พอ เถอะ ฉันไม่เป็นไรจริงๆ พี่ชีวอนเขาไม่ได้ตั้งใจหรอก” จียงพยายามไกล่เกลี่ยทั้งสองคน ถึงแม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าก็ตาม แต่เขาไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต กลัวว่าซึงรีจะเผลอพูดอะไรออกมาทำให้พี่ชายเขาเสียหาย ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าที่ชีวอนทำไปทั้งหมดเพราะโกรธที่เขาเข้ามาขัดแผนการ
“เห็นไหม จียงยังไม่เห็นพูดอะไรเลย คุณเป็นใครมาเดือดร้อนอะไรด้วยไม่ทราบ โน่นคู่คุณยืนอยู่ตรงโน้น กลับไปดูแลคู่ของคุณดีกว่า ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ดูแล” คำสุดท้ายชีวอนพูดเบาๆให้ได้ยินกันสองคน ก่อนจะเดินเลยซึงรีไป ซึงรีได้แต่มองตามด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
“ไม่เป็นไรมากใช่ไหม” ซึงรีหันมาถามจียง
“ไม่เป็นไรหรอก” จียงยิ้ม ก่อนจะค่อยๆเดินกลับไปที่เก้าอี้ที่เตรียมไว้ให้คนในงานได้นั่งพักผ่อนด้วยท่าทางทุลักทุเล
“อย่ามาอวดเก่ง ข้อเท้าแพลงล่ะสิ” ซึงรีโอบไหล่ของจียงเอาไว้ พลางพยุงไปหาที่นั่ง จุนซูรีบวิ่งเข้ามาหาทั้งคู่ทันที
“จี ยงเป็นอะไรมากหรือเปล่า” คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เขามัวแต่ตกใจที่เห็นชีวอนแกล้งปล่อยมือจียงระหว่างหมุนตัว เลยไม่ได้เข้ามาช่วยจียงตั้งแต่แรก
“ไม่เป็นไรหรอกจุนซู ไม่ต้องเป็นห่วง” จียงตอบ
“ฉันว่ารีบพาจียงไปห้องพยาบาลกันเถอะ” จุนซูแนะนำ ซึงรีพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะช้อนตัวจียงขึ้นมาอุ้มเดินนำหน้าไปทันที
จุน ซูมองภาพนั้นยิ้มๆ ก่อนจะสาวเท้าตามคนทั้งคู่ไปที่ห้องพยาบาล แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะได้ยินเสียงคนในห้องฮือฮาขึ้น คนตัวเล็กหันไปมองก็พบยูชอนและซอฮยอนที่เพิ่งจะเข้ามาในห้องโถง ยูชอนเข็นรถของซอฮยอนมาไว้ที่ริมห้อง ก่อนจะส่งมือให้ซอฮยอนเกาะเดินมาที่กลางห้องเพื่อซ้อมเต้นรำเหมือนคนอื่นๆ แตกต่างกันตรงที่ ภาพที่ทั้งสองกำลังเต้นรำคู่กันเหมือนกับภาพวาดในนิยาย ที่มีเจ้าชายและเจ้าหญิงเต้นรำด้วยกัน กลางบรรยากาศสวยหรู ทุกคนในห้องหยุดซ้อม พลางเลี่ยงไปยืนอยู่ข้างห้องเพื่อมองดูการเต้นรำที่สง่างามของคนทั้งคู่
ถึง แม้ว่าตอนนี้ห้องโถงยังตกแต่งไม่เรียบร้อย แต่การเต้นรำของคนทั้งคู่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป อาจจะเป็นเพราะท่วงท่าที่สง่างามของยูชอน และการเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อยของซอฮยอน เนรมิตให้ห้องโถงที่ยังไม่ได้ตกแต่ง มีบรรยากาศเหมือนงานเต้นรำในพระราชวังของชนชั้นสูง จุนซูมองภาพนั้นด้วยสายตาชื่นชม ถึงแม้ภายในใจจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาทำให้เขาหายใจติดขัด แต่คนตัวเล็กก็พยายามปัดมันทิ้งไป เขาจะต้องเชื่อมั่นในตัวยูชอน มันเป็นเพียงแค่การซ้อมเต้นรำเท่านั้น
“สองคนนี้เขาเหมาะสมกันดีเนอะ” เสียงนักเรียนหญิงคนนึงดังขึ้น
“อืม ก็เขาเป็นคู่หมั้นกันนี่” เสียงนักเรียนหญิงอีกคนตอบ
จุน ซูที่ยืนฟังอยู่หันกลับไปมองภาพตรงหน้า และเริ่มรู้สึกเห็นด้วยกับนักเรียนหญิงสองคนนั้น ยูชอนเหมาะกับซอฮยอนจริงๆนั่นแหละ เพราะถ้าเปลี่ยนจากซอฮยอนเป็นเขา คงจะทำให้มันดูงามสง่าอย่างนั้นไม่ได้ คนตัวเล็กค่อยๆถอยหลังออกจากห้องโถงไป ไม่หันกลับมามองภาพนั้นอีก เพราะกลัวว่ามันจะทำให้เขายิ่งหวั่นไหว ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรที่ยูชอนต้องไปอยู่กับซอฮยอน เขายอมรับกับตัวเองว่าหวั่นใจเหมือนกันในตอนแรก ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อคืนนี้ยูชอนมาหา เขาก็คงจะคิดมากเหมือนกัน ตอนนี้หัวใจที่เคยเข้มแข็งมาตลอดมันกำลังสั่นคลอน เขาเชื่อมั่นใจตัวยูชอนได้ใช่ไหม จุนซูเฝ้าถามตัวเองอย่างนี้ตลอดทางที่เดินไปห้องพยาบาล
ทางด้านยู ชอนขณะที่เต้นรำกับซอฮยอนอยู่ ร่างโปร่งแทบไม่ได้มองคู่เต้นตรงหน้า เพราะสายตาคมพยายามสอดส่ายมองหาร่างเล็กที่คุ้นตา แต่ก็หาไม่เจอ ยูชอนเริ่มร้อนใจ เพราะไม่รู้ว่าคนตัวเล็กหายไปอยู่ที่ไหน จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ซึงรีจะดูแลดีไหม เพราะตั้งแต่เมื่อวานเขายังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับซึงรีเป็นเรื่องเป็นราว เลยสักครั้ง สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มฉายแววกังวลมากขึ้นจนหญิงสาวตรงหน้าเริ่มรู้สึก
“พี่ยูชอนเป็นอะไรไปคะ เหนื่อยเหรอ” ซอฮยอนเอ่ยถามเสียงหวาน เรียกสติคนตรงหน้ากลับมา
“เปล่าพี่ไม่ได้เป็นอะไร เธอล่ะเหนื่อยหรือยัง พักก่อนไหม”
“ก็ได้ค่ะ ฉันก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกัน” ซอฮยอนพยักหน้าเห็นด้วย
“เอ่อ หิวน้ำไหมเดี๋ยวพี่ไปหาอะไรมาให้ดื่ม” ยูชอนถาม
“ไม่ ค่ะ ไม่เป็นไร” ซอฮยอนตอบเลี่ยงเพราะกลัวว่าถ้าให้ยูชอนห่างสายตาเธอไป ร่างโปร่งจะไปหาญาติผู้พี่ของตัวเอง และซอฮยอนก็คิดถูกยูชอนพยายามหาทางเลี่ยงไปหาจุนซูจริงๆ แต่ในเมื่อซอฮยอนปิดทางของเขา ร่างโปร่งก็ได้แต่ยืนนิ่งๆอยู่ข้างหนังเก้าอี้รถเข็นของซอฮยอน และภาวนาไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้นขณะที่เขาไม่อยู่
กลางดึกคืนนั้น ยูชอนส่งซอฮยอนเข้านอนเรียบร้อย และรอจนหญิงสาวหลับสนิท จึงค่อยๆย่องออกจากบ้านพัก กำลังจะรีบเดินไปที่หอพักของคนตัวเล็กที่เขาคิดถึงมาตลอดทั้งวันด้วยความ กังวลใจกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องชะงักกลางทาง เมื่อพบกับร่างสูงในชุดสีขาวยืนพิงต้นไม้ขวางทางอยู่
“จะรีบไปไหนปาร์คยูชอน” ชีวอนเอ่ยทักขึ้น
“ไม่ใช่ธุระอะไรของนาย” ยูชอนตอบพลางเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่ชีวอนก็เดินมาขวางทางเอาไว้
“ทำไมจะไม่ใช่ธุระของผม คุณมีหน้าที่ดูแลซอฮยอนนี่ แล้วมาทำอะไรแถวนี้ไม่ทราบ”
“ถอยไป ผมกำลังรีบ”
“รีบไปหาคิมจุนซูน่ะเหรอ” ยูชอนไม่ตอบ ชีวอนยกยิ้มนิดๆก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ผม ว่าคุณกลับไปดีกว่า ตอนนี้ซอฮยอนคงจะรอคุณอยู่ที่บ้าน ส่วนคิมจุนซูไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรตุกติก คิมจุนซูก็จะยังปลอดภัย แต่ถ้ามีการเล่นตุกติกไม่ทำตามสัญญาที่ให้เอาไว้ล่ะก็ ผมไม่ขอรับรองความปลอดภัยของคิมจุนซู” ชีวอนพูดเป็นเชิงเตือน
“นายจะทำอะไรจุนซู”
“ก็ อาจจะแบบเดียวกับที่ทำกับพ่อและแม่ของคิมจุนซูก็ได้” ยูชอนมองชีวอนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ร่างโปร่งเงื้อหมัดชกเข้าไปที่หน้าของชีวอนเต็มๆด้วยความโกรธ
“ฉัน รู้ว่าเป็นฝีมือนาย แต่ไม่คิดว่าคนอย่างนายจะกล้าเอาเรื่องนี้มาขู่ หัวใจนายทำด้วยอะไรชเวชีวอน ทำไมถึงทำกับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างนั้นได้ลงคอ” ยูชอนพูดด้วยความแค้น เขาอุตส่าห์ไม่บอกเรื่องนี้กับจุนซูเพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะเสียใจเรื่องที่ เสียพ่อกับแม่ขึ้นมาอีก ทั้งๆที่ตอนนี้จุนซูกลับมาร่าเริงแล้วแท้ๆ
ชี วอนใช้นิ้วปาดเลือดที่ซึมออกมาเนื่องจากเนื้ออ่อนๆในปากกระแทกเข้ากับฟัน อย่างแรงโดยไม่ใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตามตัวให้หลุดออกไปด้วยท่าทางกวนประสาท
“จะทำด้วยอะไรก็ช่าง เพราะคนอย่างฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ซอฮยอนมีความสุข”
“ความ สุขอย่างคนเห็นแก่ตัวน่ะสิ ชเวชีวอนนายก็เป็นคนฉลาด แต่ทำไมถึงมาโง่ด้วยเรื่องแค่นี้ คิดว่าทำไปทั้งหมดเนี่ย ซอฮยอนจะหันมามองนายหรือไง แล้วถ้าฉันกับซอฮยอนแต่งงานกันแล้วนายจะมีความสุขงั้นเหรอ งี่เง่า”
“มัน ก็เรื่องของฉัน ฉันมีความสุขในแบบของฉัน นายไม่ต้องมายุ่ง คนอย่างนายไม่มีวันเข้าใจ ทำไม ซอฮยอนไม่ดีตรงไหน ทั้งที่เธอรักนายมากขนาดนั้น ทำไมนายถึงได้ยกเลิกการหมั้นง่ายดาย เพียงเพราะคิมจุนซู” ชีวอนเดินเข้ามากระชากคอเสื้อยูชอนพลางตะโกนใส่หน้ายูชอนอย่างเกรี้ยวกราด
“ก็เพราะฉันรักจุนซูไง แล้วฉันก็ไม่ได้ต้องการหมั้นกับซอฮยอนมาตั้งแต่แรก”
“แล้วไปให้ความหวังเธอทำไม ทำดีกับเธอ ทำให้เธอรัก แล้วมาตัดขาดกันอย่างนี้น่ะเหรอ”
“ฉัน ไม่ได้ให้ความหวังใคร ซอฮยอนคิดไปเองคนเดียว ถ้านายรักซอฮยอนจริงทำไมนายไม่ทำให้เธอหันมารักนาย ไม่ใช่มาทำอะไรแบบนี้ นายทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำให้จุนซูต้องเสียพ่อกับแม่ ความผิดนี้จะติดตัวนายไปจนตาย และถ้านายทำอะไรจุนซู ฉันก็ไม่เก็บนายไว้เหมือนกัน” ยูชอนสะบัดตัวออกจากการยึดเหนี่ยวของชีวอน เดินไปยังทิศทางที่จะไปบ้านพักของจุนซูไม่สนใจชีวอนอีก แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเสียงของชีวอนที่ดังขึ้นด้านหลัง
“ก็เอาสิ ถ้านายเดินไปอีกก้าว ฉันจะโทรไปบอกให้คนของฉันที่ซุ่มอยู่แถวตึกอมบร้า ให้จัดการเป่าหัวคิมจุนซูซะ” ชีวอนพูดพลางยกโทรศัพท์ขึ้นมาไว้ในมือ ยูชอนหันมามองชีวอน มือเรียวกำเข้าหากันจนเล็บแทบจิกลงไปในเนื้อ เขาไม่คิดว่าชีวอนจะใช้ไม้นี้กับเขา
“ชีวอนนาย” ยูชอนพูดเสียงลอดไรฟันอย่างโกรธแค้น
“จะ ลองดูก็ได้นะ สั่งฆ่าคนมาแล้วสองคน จะฆ่าอีกสักคนก็ไม่เป็นไรหรอก” ยูชอนยืนนิ่งไม่ไหวติง พยายามข่มอารมณ์โกรธที่มันเริ่มจะพลุ่งพล่านขึ้นมาเรื่อยๆ
“ว่าไง จะกลับไปหาซอฮยอนหรือจะไปหาคิมจุนซูที่ไร้วิญญาณ เลือกเอา” ชีวอนยื่นคำขาด ยูชอนนิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำแบบคนพยายามข่มอารมณ์เต็มที่
“ก็ ได้ หวังว่านายจะรักษาสัญญา” ยูชอนเดินกระแทกไหล่ชีวอนกลับไปที่บ้านพักของซอฮยอน ทิ้งให้ชีวอนยืนยิ้มชั่วร้ายอยู่คนเดียวในความมืด
“พี่ไปไหนมาเหรอคะ” เสียงหวานใสทักทายทันทีที่เขาก้าวเข้าไป
“พี่ไปเดินเล่นน่ะ เธอตื่นขึ้นมาทำไม” ยูชอนพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ
“เหรอ คะ งั้นก็ไปนอนเถอะค่ะ ฉันแค่ออกมาดูว่าพี่นอนหลับสบายหรือเปล่าเท่านั้น” ยูชอนพยักหน้า เดินผ่านร่างบางของหญิงสาวเข้าไปในห้องตัวเอง ปล่อยให้ซอฮยอนมองตามด้วยสายตาเกรี้ยวกราด นี่ขนาดหนีไปหากันตอนกลางคืนเลยเหรอ ถ้าชีวอนไม่มาบอกเมื่อกลางวัน ฉันคงจะเป็นคนโง่ให้พี่หลอกอีกใช่ไหม
คนตัวเล็กนั่งเหม่ออยู่ใน ห้องนอนคนเดียว เพราะวันนี้เขาอนุญาตให้ซึงรีไปช่วยจียงที่ห้องเหมือนเคย เพราะคิดว่าใครบางคนจะต้องมาหาเขาอีก แต่จุนซูก็คิดผิดอีกตามเคย ตอนนี้เข็มสั้นชี้ไปที่เลขสี่เป็นเครื่องหมายว่า ตอนนี้เข้าสู่เวลาของเช้าวันใหม่ แต่ร่างโปร่งที่คุ้นเคยก็ยังไม่มีวี่แววมาให้เห็น นี่เป็นคืนที่เท่าไหร่แล้วนะ ตั้งแต่คืนวันแรกที่ยูชอนมาหาเขา หลังจากนั้นยูชอนก็ไม่มาอีกเลย เจอหน้ากันที่ห้องเรียนก็ไม่มีการทักทาย หรือส่งสัญญาณอะไรมาอีกว่าเกิดอะไรขึ้น คนตัวเล็กยกขาขึ้นมานั่งกอดเข่า ความหวั่นไหวที่สะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์เริ่มเข้ามาครอบงำจิตใจ ทำให้เขาเริ่มอ่อนแออีกครั้ง
จุนซูสะบัดหัวไล่ความคิดเหลวไหลพวก นั้นทิ้งไป ยูชอนต้องมีเหตุผลสิ เราต้องรอฟังจากปากยูชอนเท่านั้นว่าเกิดอะไรขึ้น อย่ามาคิดเอง อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ถึงแม้สมองจะสั่งให้ทำแบบนั้น แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง เพราะตอนนี้ต่อมน้ำตาของเขามันเริ่มทำงานอีกแล้ว มันไม่ยอมทำตามสมองสั่งเลย เขาสั่งให้มันไม่ต้องผลิตน้ำใสๆออกมา แต่มันก็ยังทำ จุนซูก้มหน้าลงซับศีรษะกลมๆกับหัวเข่า แบบนี้หรือเปล่านะที่เขาเรียกน้ำตาเช็ดหัวเข่า ตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในอาการแบบนั้นอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆที่ทุกคนรอบข้างพยายามปลอบใจ แจจุงกับยูฮวานถึงขนาดๆจะวิ่งเข้าไปทำร้ายซอฮยอนหลายครั้งเลยด้วยซ้ำ คนตัวเล็กอมยิ้มให้กับวีรกรรมของเพื่อนทั้งสอง ดีแต่ว่ายุนโฮกับชางมินฉุดคนรักของตัวเองเอาไว้ได้ทุกครั้ง จุนซูกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเสียงประตูก็ดังขึ้น เรียกให้คนตัวเล็กหันไปมองอย่างมีความหวัง
“จุนซู ยังไม่นอนอีกเหรอ” ซึงรีเอ่ยทัก เขาจะกลับมาในตอนเช้าเพื่อดูแลเพื่อนตัวเล็กที่ระยะหลังๆเริ่มมีอาการซึม เศร้า สาวเท้าเดินเข้ามานั่งข้างๆจุนซูบนที่นอน
“ฉันนอนไม่หลับ ซึงรีนี่วันอะไรเหรอ” จุนซูเอ่ยถาม ซึงรียิ้มบางๆ พลางยกมือขึ้นลูบหัวเพื่อนตัวเล็กเบาๆ
“25ธัน วา วันคริสต์มาสไงล่ะ วันนี้มีงานเลี้ยงตอนกลางคืน กลางวันไม่ต้องไปเรียน นายนอนพักสักหน่อยนะ ถึงเวลาแล้วฉันจะมาปลุก” ซึงรีตอบ
“วันงานแล้วเหรอ เวลาผ่านไปเร็วจังนะ” จุนซูตอบ
“อืม พรุ่งนี้ปาร์คยูชอนก็จะกลับมาหานายแล้ว นายจะได้เลิกเศร้าซะที” คนตัวเล็กทำแก้มป่อง
“ฉันไม่ได้เศร้าสักหน่อย”
“ใครๆเขาก็ดูออก อย่าคิดมากนะจุนซู บางทีปาร์คยูชอนเขาอาจจะมีเหตุผลที่เขาไม่มาหานายก็ได้”
“นายรู้เหรอ” จุนซูหันมาถาม
“รู้สิ ฉันเป็นคนรับใช้ของนายนะ ฉันก็ต้องคอยดูแลนายเหมือนกัน” ซึงรียิ้ม
“ขอบใจมากนะซึงรี นายเป็นเพื่อนที่ดีของฉันเสมอเลยนะ”
“อืม นายนอนซะนะ แล้วเดี๋ยวใกล้เวลาฉันจะมาปลุก” ซึงรีจัดแจงขยับท่าทางให้คนตัวเล็กนอน
“แต่เขาไม่ให้เราเจอกันก่อนเข้างานนี่ซึงรี”
“ฉัน ก็มาก่อนหน้านั้นไง มาเตรียมชุดให้นาย นอนซะ ไม่ต้องคิดมาก งานคืนนี้ต้องสนุกแน่ๆเลยเชื่อฉันสิ” ซึงรีพูดพลางกดตัวจุนซูลงกับที่นอน
“ขอบ ใจนะซึงรี ฉันว่านายเองก็ควรจะบอกอะไรกับจียงเขาบ้างนะ อย่าให้เขาคิดเองฝ่ายเดียว เดี๋ยวมันจะเข้าใจไม่ตรงกัน” จุนซูเอ่ยยิ้มๆ คนตัวเล็กยังมีแก่ใจทำหน้าที่กามเทพตัวน้อย
“อย่ามายุ่งกับเรื่อง ฉันเลยน่า เอาตัวเองให้รอดก่อน นอนได้แล้ว” ซึงรีจิ้มนิ้วไปที่หน้าผากมนของเพื่อนตัวเล็กอย่างหมั่นไส้ เพราะจุนซูคอยย้ำอยู่ทุกวันนี่แหละ เขาถึงรู้ว่า ตอนนี้เขาไม่ได้รักเพื่อนตัวเล็กนี่เหมือนเดิมอีกแล้ว มีแต่ความเป็นเพื่อนเท่านั้นจริงๆ แต่ยังไม่อยากบอกเจ้าของหน้ากลมแป้นนั่นให้รู้ความจริง เขาชอบเห็นท่าทางซึมเศร้าไม่ดื้อไม่ซนของจียงมากกว่า ท่าทางแก่นแก้วเอาแต่ใจซะอีก เลยเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
“คนอุตส่าห์หวังดี” จุนซูพูดงอนๆ
“นอน ซะ พักให้เต็มที่นะ” ซึงรีพูดเสียงอ่อนโยนกับเพื่อนตัวเล็ก จุนซูพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเปิดเปลือกตาลงและเข้าสู่นิทราไปอย่างง่ายดาย เพราะว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน
“นอนซะนะจุนซู วันคืนร้ายๆของนายกำลังจะผ่านไปแล้ว” ซึงรีพึมพำเบาๆ ก่อนจะทิ้งให้คนตัวเล็กนอนหลับอยู่บนเตียงคนเดียว
ซึง รีเดินออกมาจากตึกอมบร้า มุ่งหน้าไปที่สวนหลังโรงเรียนเป็นจุดนั่นพบของพวกเขา ทันทีที่เดินเข้าไปภายในบริเวณ เขาก็พบกับชายหนุ่มอีก4คนยืนรออยู่แล้ว
“มาช้าจังทำอะไรอยู่” แจจุงเอ่ยถามขึ้น
“ส่งจุนซูเข้านอนน่ะสิ วันนี้หมอนั่นไม่ได้นอนอีกแล้ว” ซึงรีตอบ
“เหรอ พี่ชายไม่ได้มาหาอีกใช่ไหม” ยูฮวานถามอย่างเป็นห่วง
“อืม ว่าแต่พวกนายเตรียมของเสร็จหรือยังล่ะ” ซึงรีให้มาถามประเด็นที่พวกเขาต้องมารวมตัวกันวันนี้
“เรียบร้อย เหลือแต่ส่งของพวกนี้ให้ตัวละครหลักของเรา ใครจะเป็นคนเอาไป” ชางมินถาม
“ฉันเอง เรื่องแบบนี้ฉันถนัด” ซึงรีตอบ เขาเป็นคนเดียวในกลุ่มที่สามารถเล็ดรอดเข้าไปใกล้ตัวยูชอนได้โดยที่ไม่ทำให้ชีวอนรู้ตัว
“อืม ฝากด้วยนะ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับนายคนเดียวเลย” ยุนโฮหันมาตบไหล่ซึงรีเบาๆ
“ไม่เป็นไร ว่าแต่พวกนายซักซ้อมกันเรียบร้อยแล้วนะ” ซึงรีหันมาทวนแผนการทั้งหมดเพื่อความแน่ใจ
“ไว้ ใจพวกเราได้เลย ตอนนี้เรารีบแยกย้ายกันไปดีกว่า เดี๋ยวจะมีใครสงสัย ซึงรี เรื่องนี้บอกจียงไม่ได้นะ ฉันไม่อยากดึงหมอนั่นเข้ามาร่วมด้วย เดี๋ยวจะเจอพี่ชายจอมโหดเล่นงานอีก” แจจุงสำทับซึงรีอีกที เพราะไม่อยากให้จียงเดือดร้อน
“อืม เข้าใจแล้ว ฉันไปนะ ทุกคนระวังตัวด้วยล่ะ” ทุกคนพยักหน้า ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปคนละทางเพื่อไม่ให้ใครสงสัย
ซึง รีแยกไปอีกทางมุ่งหน้าไปที่บ้านพักของซอฮยอน ค่อยๆแอบแฝงกายไปตามพุ่มไม้ต่างๆ เพื่อไม่ให้คนของชีวอนที่อยู่รอบๆบ้านพักรู้ตัว เขาเคยร่วมมือกับชีวอนมาพักนึง ทำให้เขารู้ว่าหมอนั่นวางคนไว้ตรงไหนบ้าง งานนี้จึงเหมาะกับเขามากที่สุด ซึงรีหลบสายตาคนของชีวอนเข้ามาจนใกล้บ้านพักของซอฮยอน ร่างโปร่งค่อยๆ แง้มหน้าต่างห้องของยูชอนเข้าไป จรดฝีเท้าเหยียบพื้นห้อง แต่ยังไม่ทันได้ปิดหน้าต่าง ก็มีคนเข้ามาล็อคคอจากด้านหลังพร้อมด้วยวัตถุแข็งๆที่เย็นเฉียบจ่อที่ข้าง ขมับ ซึงรีหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างทันที เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม สถานการณ์ตอนนี้กำลังตึงเครียด แย่ล่ะสิถ้าเขาถูกคนของชีวอนจับได้ ทุกอย่างที่เตรียมไว้ก็จบกัน เขาจะทำยังไงดี จุนซู ฉันจะช่วยนายได้ไหม
%%%%%%%%%%%
TBC



แล้วคัยอ่ะที่จับ ซึงรี
ทำไมซอฮยอน แกถึงได้ร้ายแบบนี้น่ะ
มาต่อไวๆๆน่ะค่ะ รออ่านค่า เปนกะลังใจให้ค่า
#1 By *-* (125.25.151.220) on 2010-04-24 23:47