Recommend

[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 13

posted on 24 Apr 2010 22:31 by kameryuichi  in emergency

 

 

Part 13





“หนูจุนซู อย่าลืมที่แม่บอกเมื่อกี้นะจ้ะ หนูต้องมาอยู่ที่บ้านนี้กับแม่นะ” คุณนายปาร์คย้ำ ก่อนที่คุณเลขาจะขึ้นรถเพื่อไปทำงานพร้อมคุณเจ้านาย

“แต่ว่า จุนซูไม่อยากรบกวนคุณแม่เลยฮะ ลำบากเปล่าๆ ไหนจะต้องเตรียมห้อง แล้วก็ต้องขนเสื้อผ้ามาจากบ้านโน้นด้วย จุนซูว่า...”

“ไม่ จ้ะ ไม่ต้องลำบากเลย หนูไม่ต้องขนอะไรมาทั้งนั้น เดี๋ยวห้องนี่แม่ให้แม่บ้านจัดเอาไว้ให้ ส่วนเสื้อผ้าก็ไม่ต้องเอามานะจ้ะ กลับมาจากบริษัทก็มาที่บ้านได้เลย แม่จะโทรไปสั่งให้คุณอีซานเอาชุดมาให้หนูที่นี่ เขามีไซร์อยู่แล้ว แป๊บเดียวเองจ้ะ”

“ไม่ต้องซื้อใหม่หรอกฮะคุณแม่”

“ไม่เป็นไร จ้ะ ไม่เสียเวลา ไม่ลำบากด้วยจ้ะ เอาตามนี้นะ กลับบ้านมาเร็วๆนะจ้ะ แม่จะคอย” คุณนายปาร์คพูดพลางสวมกอดว่าที่ลูกสะใภ้ ก่อนจะปล่อยให้ขึ้นรถ ที่ลูกชายสตาร์ทเครื่องรออยู่นานแล้ว

“กลับมาเร็วๆนะพี่จุนซู” ยูฮวานโบกมือล่ำราคุณเลขา จุนซูยิ้มแห้งๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถสปอร์ตของคุณเจ้านาย ยูชอนขับรถออกไปทันที เพราะตอนนี้ก็สายมากแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันประชุมตอน11โมง


“ยิ้มอะไรคุณเจ้านาย” คุณเลขาตวัดตามองคุณเจ้านายที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งแต่ออกจากบ้านมา

“อะไร ผมยิ้มก็ไม่ได้เหรอ คุณนี่ดุจังน้า” ยูชอนหัวเราะ

“ผม ไม่ใช่หมานะ เฮ้อ~ แล้วไปบอกคุณแม่ทำไมว่าผมอยู่คนเดียว ดูสิวุ่นวายกันไปหมด ทั้งข้าวของแล้วก็ต้องจัดห้องให้อีก เกรงใจคุณแม่จริงๆ” จุนซูบ่น

“ไม่เป็นไรหรอก ผมรู้ว่าแม่ผมเขาเต็มใจทำ รายนั้นน่ะ ถ้าไม่รักไม่หลงไม่มีทางทุ่มขนาดนี้หรอก”

“แล้วแม่คุณจะมารักอะไรผมนักหนาเล่า”

“ก็คุณเป็นแฟนผม เป็นว่าที่สะใภ้ใหญ่ คุณแม่ก็ต้องรักคุณเป็นธรรมดา เข้าตำรา ถ้าลูกรัก แม่ก็รักด้วยเหมือนกันไงล่ะ”

“ผม ไม่ใช่แฟนคุณสักหน่อย เราแค่มีสัญญาและผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น ตอนนี้คุณก็ไม่มีใครมาเกาะแกะแล้วนี่ งั้นเราก็เลิกตอนนี้เลยได้ไหม ก่อนที่อะไรๆจะยุ่งไปกันใหญ่” จุนซูเสนอ หลายวันมานี่เขาไม่เห็นว่าจะมีผู้หญิงคนไหนมาที่บริษัทอีกเลย ทั้งตัวจริง ตัวสำรอง พากันหายเงียบไปหมด หน้าที่ของเขาก็ควรจะจบได้แล้วเหมือนกัน

“ได้ ยังไง แล้วถ้าหากพวกนั้นกลับมา ผมจะทำยังไงล่ะ” ยูชอนรีบบอก ก็เขายังไม่อยากเลิกนี่ ให้ตายสิ ถ้ารู้ว่าบอกลาขาดกับพวกสาวๆพวกนั้นแล้วจะทำให้คุณเลขาขอถอนตัวล่ะก็ เขาจะไม่มีวันทำเด็ดขาด ก็สงสารเห็นว่าเหนื่อยเวลามีคนเข้ามาวุ่นวายมากๆ กลับกลายเป็นพอไม่มีใครแล้วจะทิ้งเขาซะนี้ ให้ตาย สงสัยต้องลากไอ้มินไปสะสมสาวๆในสังกัดใหม่ซะแล้ว

“แล้วจะให้ผมทำอะไรเล่า ก็ไม่มีใครมา แล้วนี่”

“คุณไม่อยากได้ค่าจ้างแล้วเหรอ” ยูชอนเปลี่ยนเรื่องทันที คุณเลขาชะงัก เออนั่นสินะ ถ้าหากว่าเลิกทำก็ไม่ได้โบนัสน่ะสิ

“ไง ลังเลใช่ไหม” ยูชอนถามยิ้มๆเมื่อรู้สึกว่าคุณเลขาเงียบไป

“ไม่อยากได้แล้ว” คุณเลขาตอบ

~ เอี๊ยดดด!!!! ~

เสียงห้ามล้อดังสนั่น พร้อมกับเสียงบีบแตรเสียงก่นด่ารถสปอร์ตสีแดงที่จู่ๆก็เบรกกะทันหัน แต่ตอนนี้ยูชอนไม่สนใจใครทั้งนั้น เขาฟังผิดหรือเปล่าเนี่ย งกขนาดคุณเลขาเนี่ยนะ จู่ๆก็บอกไม่อยากได้เงินพิเศษแล้ว

“คุณไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย” ยูชอนเอามือไปอังหน้าผากคุณเลขา แต่คุณเลขาปัดออกพร้อมเสียงแหวตามมา

“จะ บ้าหรือไงคุณ ผมไม่ได้เป็นอะไร ผมแค่ไม่อยากทำแล้ว เงินน่ะ แค่เงินเดือนเลขาอย่างเดียวก็พอแล้ว เพราะตอนนี้พี่ชายผมเขาไปถ่ายโฆษณา ได้เงินตั้งหลายสิบล้าน ผมไม่ต้องหาเงินพิเศษมาโปะค่าบ้านแล้วล่ะ อีกอย่าง คุณก็จ้องแต่จะลวนลามผมตลอดเวลา ถ้าเลิกทำซะผมจะได้ไม่ต้องโดนคุณลวนลามอีกไง ดีจะตาย” คุณเลขาอธิบายยืดยาว ดีจะตายงั้นเหรอ ดีตรงไหนเนี่ย ถ้าหากเลิกแล้วเขาจะได้กอดคนตัวเล็กน่ารักได้ยังไง แล้วถ้าเลิกสัญญากับเขา แล้วคุณเลขากลับไปกิ๊กกับไอ้หน้าปลาชนเขื่อนล่ะ ไม่ๆๆ ไม่มีทาง ปาร์คมิกกี้ไม่ยอมเด็ดขาด

“ยังเลิกไม่ได้”

“ทำไมอ่ะ ก็ไม่มีใครแล้วนี่ ผมจะเลิกคุณไม่สิทธิ์อะไรมาห้าม” จุนซูขึ้นเสียงอย่างโมโห แต่ก่อนที่สองคนจะทะเลาะอะไรกันต่อ ก็มีเสียงเคาะกระจกดังขึ้นที่ข้างคนขับ ยูชอนหันไปมอง พบกับคุณตำรวจจราจรที่ตีหน้าเคร่งอยู่ มือเรียวรีบเปิดกระจกทันที

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ ตอนนี้รถของคุณกำลังกีดขวางทางจราจรอยู่นะครับ”

“ขอ โทษครับ พอดีแฟนผมเขาไม่สบาย ผมก็เลยตกใจน่ะครับ ขอโทษด้วยนะครับ” คุณตำรวจหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ สบสายตากับคุณเลขาแสนน่ารัก ทำให้คุณตำรวจหน้าเคร่งเปลี่ยนเป็นยิ้มอ่อนหวานทันที ทำเอาคุณเจ้านายแทบเต้น ดูสิ นี่ขนาดบอกว่าเป็นแฟนเขาคุณเลขายังมีคนมาเกาะแกะอีก

“ไม่เป็นไรอะไรมากใช่ไหมครับ” คุณตำรวจพูดเสียงอ่อน

“ครับ ไม่เป็นไรครับ” คุณเลขารับสมอ้าง ทั้งๆที่เคืองอยู่ไม่น้อย ที่ไอ้คุณเจ้านายชอบโมเมว่าเขาเป็นแฟนเสมอต่อหน้าคนอื่น แล้วอย่างนี้เขาจะขายออกได้ยังไงกันเนี่ย

“ครับ แฟนผมไม่เป็นอะไรแล้ว ขอโทษด้วยนะครับ” พูดจบร่างโปร่งก็ไม่รอให้คุณตำรวจพูดหรือล่ำลาอะไรคุณเลขาเลยแม้แต่น้อย รีบกดกระจกไฟฟ้าปิดตัดการสนทนาทันที เหยียบคันเร่งทิ้งให้คุณตำรวจยืนงงอยู่ตรงนั้น

“อะไรเนี่ยคุณเจ้านาย ไม่มีมารยาทเลย คุณตำรวจยังพูดไม่จบเลยนะ”

“อยากฟังมากนักหรือไง” ยูชอนขึ้นเสียงเพราะตอนนี้อารมณ์กำลังขุ่นสุดๆ

“แล้ว ทำไมต้องมาตะโกนใส่ผมด้วย คุณต่างหากที่ผิด จอดรถกลางถนนยังจะมาโกรธผมอีก” คุณเลขากอดอกเชิดหน้า คนอะไรพาลเป็นที่สุด เขาไม่ผิดสักหน่อย

“ก็ไอ้ตำรวจนั่นมัน...” ยูชอนพูดได้แค่นั้นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมาก่อน

“ครับ พี่แจจุงเหรอ” เสียงคุณเลขาดูตื่นเต้นจนคุณเจ้านายหมั่นไส้

“จุนซูสบายดี พี่แจจุงล่ะ เหนื่อยไหม จุนซูคิดถึงพี่แจจุงทุกวันเลย” เฮ้ย~ จะมาบอกคิดถึงอะไรกันตรงนี้เนี่ย จะทนไม่ไหวแล้วนะ

“ครับ จุนซูไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลยนะ กลับบ้านตรงเวลาตลอด อื้ม~ จุนซูไม่เหนื่อยหรอก งานไม่หนัก พี่แจจุงล่ะเป็นไงบ้าง” คุณเลขายังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้รู้เลยว่าอีกคนกำลังเดือดปุดๆ

“ได้ สิ กลับมาเรานอนด้วยกันนะ” เท่านั้นแหละ สติคุณเจ้านายขาดผึง หักรถเข้าข้างทางทันที ในขณะที่คุณเลขากำลังคุณโทรศัพท์กับพี่ชายอย่างออกรสก็มีอันต้องเซแซ่ดๆ เพราะแรงเหวี่ยงของรถ

“ทำบ้าอะไรเนี่ยเจ้านาย จอดรถอย่างนี้มันอันตรายรู้ไหม” ไม่มีคำตอบจากคุณเจ้านาย ยูชอนคว้าตัวคนตัวเล็กเข้ามาจับประกบจูบด้วยความหมั่นไส้ กลับมาจะนอนด้วยกันเหรอ ฝันไปเถอะ คราวนี้เขาไม่มีวันปล่อยให้คุณเลขาอยู่คนเดียวอีกแล้ว

~ อื้อ ~

คุณ เลขาส่งเสียงร้องประท้วง ทั้งตกใจ แล้วก็งุนงง เกิดอะไรขึ้นๆ จู่ๆคุณเจ้านายจอมหื่นเป็นอะไรไปอีกเนี่ย หรือจู่ๆก็เกิดหื่นขึ้นมากลางถนน โอ้ย ~ แล้วถ้าต้องไปอยู่บ้านเดียวกันเขามิแย่เหรอเนี่ย ในขณะที่มือน้อยๆ เริ่มทุบตีร่างโปร่งไม่ยั้ง เพื่อจะให้ร่างโปร่งเลิกบดเบียดริมฝีปากร้อนเขาตัวเองกับริมฝีปากของเขาสัก ที ยูชอนละริมฝีปากออกจากปากบางเมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมแขนตัวอ่อนลงเรื่อยๆ

“ไงล่ะ ทีหลังอย่าพูดแบบนี้ให้ผมได้ยินอีกนะ” ยูชอนพูดเสียงเครียด

“พูด บ้าอะไรของคุณอีก เป็นบ้าอะไรเนี่ย จู่ๆมาจูบผมทำไม ผมกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นะ” ยูชอนไม่สนใจ หันไปคว้าโทรศัพท์ในมือของคนตัวเล็กกดตัดสายแล้วโยนทิ้งไปที่เบาะหลัง ระดมจูบคุณเลขาอีกรอบให้หายโมโห อะไรกันเขานั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคนยังจะบอกคิดถึงคนอื่นอยู่ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ยูชอนเพิ่มแรงกดท้ายทอยของคุณเลขาเข้ามาให้แน่นขึ้นอีก จูบจนพอใจจึงปล่อยคุณเลขาให้เป็นอิสระ โดยที่คนตัวเล็กไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ได้แต่นั่งงง แต่ก็ไม่มีแรงที่จะต่อว่าอะไร เพราะตอนนี้คุณเจ้านายสูบเรี่ยวแรงของเขาไปหมดแล้ว ยูชอนออกรถแบบกระแทกกระทั้น ไม่พูดอะไรสักคำ


“จุนซู จุนซู โอ้ย~ อะไรเนี่ย เกิดอะไรขึ้น จุนซูตอบพี่สิ จุนซู” แจจุงเรียกอย่างร้อนใจ เมื่อจู่ๆก็ได้ยินเสียงกุกกักมาตามสายโทรศัพท์ แถมเรียกตั้งนานก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“จุนซูๆๆ เป็นอะไร ตอบพี่มาสิ” เงียบ ไม่มีเสียงตอบ แล้วที่ร้ายที่สุด ตอนนี้สายถูกตัดไปเรียบร้อย เขาพยายามโทรหลายรอบแต่ก็ไม่มีใครรับสาย

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ใครทำอะไรจุนซู”

แจ จุงเริ่มร้อนรน เขาไม่น่าปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวเลย หรือว่ามีใครเข้าไปทำร้ายน้องเขา ไม่ได้การแล้ว เขาต้องรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้ แจจุงรีบวิ่งไปที่ห้องพักทันทีเพื่อเก็บข้าวของ เป็นตายร้ายดียังไงเขาก็ต้องกลับบ้านให้ได้ แต่ระหว่างที่เขาจะออกจากโรงแรม เขาก็ต้องเจอกับอุปสรรคชิ้นโต พอเดินผ่านล็อบบี้ แจจุงก็พบกับคุณลูกค้าจอมเก๊ก ยืนคุยกับลูกน้องที่หน้าฟร้อนท์ ทันทีที่สายตาคมเหลือบมาเห็นเขา ร่างสูงก็เดินมาทางนี้ทันที

“จะรีบไปไหนล่ะคุณเออี อีกเดี๋ยวก็เขาก็จะถ่ายกันต่อแล้วนี่” ยุนโฮเดินมาดักหน้าคุณเออีคนสวยเอาไว้ พลางเหลือบมองกระเป๋าใบโตที่เจ้าตัวหอบลงมาด้วย

“แล้วนั่นทำไมต้องเอากระเป๋าลงมาด้วย”

“ผม ไม่มีเวลาอธิบาย แต่วันนี้ผมต้องรีบกลับโซล ขอทางด้วย” แจจุงตอบร่างบางเดินไปอีกทางเพื่อหลบยุนโฮที่ขวางทางไว้ แต่ยุนโฮก็เดินมาดักข้างหน้าอีกครั้ง

“เอ๊ะคุณ ผมบอกว่าผมกำลังรีบไม่รู้เรื่องหรือไง” แจจุงพูดเสียงดัง เรียกให้แขกที่ฟร้อนท์และพนักงานหันมามอง

“เสียงดังทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย”

“ก็ ผมบอกให้คุณหลีกไปไง ผมไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับคุณหรอกนะผมกำลังรีบ” แจจุงตะโกนต่ออย่างฉุนเฉียว และไม่มีท่าทางว่าจะลดเสียงลงแม้แต่น้อย

“คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องแหะ อยากตะโกนใช่ไหม ได้ งั้นมาทางนี้” พบจบมือหนาก็กำรอบต้นแขนบอบบางของคุณเออี พาลากออกไปทางสวนของโรงแรม

“ปล่อย นะ จากลากผมไปไหน ปล่อยผมเดี๋ยวนี้” แจจุงตะโกนไปตลอดทาง แต่ยุนโฮก็ไม่สนใจ ลากคุณเออีขี้โวยวายติดมือไปด้วยอย่างง่ายดาย ทิ้งความสงสัยให้บรรดาแขกแถวนั้น และพนักงานของโรงแรม


“เอ้า โวยเข้าไป ถ้าคุณยังไม่หยุด ผมจะจับคุณกดซะตรงนี้แหละ” ยุนโฮขู่ เล่นเอาคุณเออีชะงักไปเหมือนกัน

“ไม่โวยวายแล้วเหรอ” ยุนโฮยื่นหน้าเข้าไปใกล้ คุณเออีรีบเบี่ยงหลบไปอีกทาง

“ลากผมมาทำไม ผมบอกว่ากำลังรีบ พูดไม่รู้เรื่องหรือไง”

“จะรีบไปไหนล่ะ บอกกันก่อนสิ ถ้ามีเหตุผลดีๆผมอาจจะปล่อยกลับไปก็ได้” แจจุงถอนใจเฮือก ก่อนจะเหตุผลให้ร่างสูงฟัง

“ผมเป็นห่วงน้อง จู่สายก็ถูกตัดไป น้องผมกำลังตกอยู่ในอันตราย ทีนี้จะปล่อยผมได้หรือยัง”

“น้องคุณเป็นอะไร”

“ผม จะไปรู้เหรอ โทรไปแล้วไม่รับ แถมก่อนหน้านี้ยังได้เสียงดังแปลกๆด้วย ปล่อยผมสิ ผมจะรีบกลับไปดูน้อง ถ้าน้องผมเป็นอะไรเพราะคุณ ผมจะเอาเรื่องคุณให้ถึงที่สุด” แจจุงขู่ แต่ยุนโฮกลับไม่มีทีท่าว่าจะกลัวแม่เสือหน้าสวยเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากหนายกยิ้มนิด

“อย่ามาอ้างดีกว่าคุณเออี จะกลับไปรับงานที่ไหนหรือเปล่า เอ.. หรือว่าคิดจะเชิดเงินผม เงินก็ได้ไปแล้ว คิดจะหนีงานหรือไง” ยุนโฮตีความไปอีกทาง เพราะตลอดเวลาเขาคิดแต่ว่าแจจุงทำงานนอก บวกกับงานโฆษณาของตัวเองตลอด

“คุณ !! มันจะมากไปแล้วนะ เมื่อไหร่คุณถึงจะเลิกคิดเรื่องบ้าๆอย่างสักทีเนี่ย ปล่อยผม ผมจะรีบไปหาน้อง” แจจุงพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่มันยิ่งทำให้ยุนโฮรัดแน่นเข้า และเปลี่ยนมารวบเอวบางเอาไว้แทน

“คุณ ผมบอกให้ปล่อยไง”

“ไม่ ผมจะไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะบอกความจริง มาบอกเดี๋ยวนี้ เก็บเสื้อผ้านี่จะหนีใช่ไหม ได้เงินแล้วนี่ ผมไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณจะเป็นแบบนี้ คุณมันแย่ที่สุด”

~ เพี๊ยะ ~

เสียง มือบางกระทบกับใบหน้าคมสันอย่างแรง แจจุงเหลืออดกับคำพูดดูถูกคนตรงหน้า เขายอมทนมาหลายวันแล้วนะเพราะถือว่าเป็นลูกค้าของบริษัท เลยไม่อยากมีเรื่อง แต่วันนี้เป็นไงเป็นกัน เขาจะไม่ยอมให้ไอ้หมอนี่มาดูถูกอีกต่อไปแล้ว ยุนโฮเบือนหน้ากลับมา มองแจจุงด้วยสายตาดูแคลน จนร่างบางแทบทนรับสายตาแบบนั้นไม่ได้ เขาไม่เข้าใจเลยว่า อะไรทำให้ยุนโฮคิดว่าเขาเป็นเด็กไซด์ไลน์ แถมยังยัดข้อหาฉ้อโกงให้เขาอีก แค่เรื่องที่เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายคนเดียวแจจุงก็เครียดจนแทบ จะบ้าอยู่แล้ว ยังจะมาเจอคนพูดไม่รู้เรื่องอีก

“ทำไม พูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้หรือไง”

“คุณ อยากจะบ้าอะไรของคุณ ก็เชิญคุณบ้าไปคนเดียว ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ ผมจะรีบกลับ แล้วผมก็จะยกเลิกสัญญา จะทำอะไรก็เชิญ ผมไม่ทำแล้วเงินคุณก็ไปแคนเซิลซะ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้”

“หึ ~ ยอมทิ้งเงินมากมายตรงนี้เพราะมีคนให้มากกว่าผมหรือไง คุณต้องการเท่าไหร่ล่ะ แค่นอนกับผมคืนเดียว ผมทุ่มไม่อั้น” ยุนโฮพูด สายตาดูถูกทิ่มแทงจนร่างบางแทบทนไม่ไหว มือบางเงื้อขึ้นหมายจะตบสั่งสอนคนที่พูดจาดูถูกตัวเองอีกสักครั้ง แต่ยังไม่ทันที่มือบางจะได้แตะใบหน้าคม ยุนโฮก็ยกมือขึ้นรับมือข้างนั้นไว้ก่อน

“ไม่มีครั้งที่สองแล้วครับคุณเออี แค่ครั้งเดียวมันก็มากพอแล้ว”

พูด จบ ใบหน้าคมก็ก้มลงมอบจุมพิตร้อนแรงให้ร่างบางทันที แจจุงไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ร่างบางก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆเช่นกันเริ่มดิ้น ทุบตีคนตัวโตอย่างไม่ปราณีปราศรัย แต่ร่างหนาก็ไม่ได้นำพา นอกจากจะกดจูบจนริมฝีปากจนแดงช้ำแล้ว ริมฝีปากร้อนยังระเรื่อยไปตามซอกคอหอมกรุ่น ลามเรื่อยขึ้นมาจนถึงแก้มนิ่ม แต่ชายหนุ่มก็ต้องหยุดเพียงแค่นั้น เมื่อสัมผัสถึงความชื้นบริเวณแก้มนวล ยุนโฮละออกมาจากแก้มนิ่มอย่างแสนเสียดาย คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากัน เมื่อพบว่าคุณเออีคนสวยที่ขู่ฟ่อๆอยู่เมื่อกี้ เปลี่ยนไป กลายเป็นสงบนิ่ง และปล่อยให้น้ำใสๆไหลออกมาจากตากลมโตทั้งสองข้าง

“พอใจหรือยัง ถ้าพอแล้วก็ปล่อยผมไปสักที” แจจุงพูดอย่างอ่อนล้าเมื่อเห็นว่ายุนโฮหยุดการกระทำที่อุกอาจ

“ร้องไห้ทำไม” ยุนโฮถาม แต่แจจุงไม่ตอบ ร่างบางกลับคร่ำครวญอะไรที่เขาไม่เข้าใจ

“จุน ซู พี่ขอโทษ พี่ไปช่วยน้องไม่ทันแน่ๆเลย คนใจร้าย ทำไมต้องรั้งผมไว้ด้วย น้องผมกำลังอยู่ในอันตรายนะ” แจจุงทุบหน้าอกแกร่งพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นไปกันใหญ่ ยุนโฮเริ่มลังเล หรือว่าเรื่องที่พูดจะเป็นเรื่องจริง

“เกิดอะไรขึ้นกับน้องคุณงั้นเหรอ”

“ผม ไม่รู้ เรากำลังคุยกันดีๆ แล้วเสียงก็ขาดหายไป ผมโทรกลับไปหลายที แต่น้องก็ไม่รับโทรศัพท์ผม” แจจุงเล่าพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น ยิ่งทำให้ร่างสูงใจแป้วตาม หรือว่ามันจะจริง

“น้องคุณอาจจะไม่ว่างรับก็ได้” ยุนโฮพยายามปลอบ เมื่อเห็นว่าคุณเออีคนสวยชักจะร้องไห้หนักขึ้นเรื่อย

“ไม่ จริง น้องผมจะรับโทรศัพท์ผมตลอด ถ้าน้องไม่ว่าง น้องก็จะให้ฝากข้อความไว้ แต่นี่ๆๆ นอกจากไม่รับแล้วยังมีเสียงเหมือนต่อสู้กันด้วยก่อนสายตัด จุนซูต้องโดนคนร้ายทำร้ายแน่ๆเลย น้องอยู่บ้านคนเดียวด้วย ฮือๆๆๆ”

แจ จุงยังคงร้องไห้ต่อไป จากที่ดุดันและมีท่าทีดูถูกร่างบางยุนโฮก็กลับเปลี่ยนท่าทีกลายเป็นเห็นใจ เสียใจกับการกระทำของตัวเอง แถมยังเป็นห่วงร่างบางอีก เพราะร้องไห้ไม่หยุด และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดด้วย จากที่ใช้แขนสองข้างกอดร่างบางไว้เพราะกลัวว่าจะหนี ก็เปลี่ยนเป็น โอบกอดไว้หลวมๆ มือข้างนึงกดศีรษะได้รูปให้ซบลงที่หน้าอกแกร่ง แจจุงมีท่าทางฝืนๆตอนแรก แต่ก็ยอมแพ้ใช้หน้าอกของอีกฝ่ายเป็นที่ซับน้ำตา

“ไม่ต้องห่วงนะ คุณอยากลับไปดูน้องใช้ไหม” ยุนโฮกระซิบเสียงอ่อนโยน

“ใช่ ผมอยากกลับไปหาน้อง” แจจุงพูด พร้อมเสียงสะอื้นที่ยังคงอยู่

“งั้น เดี๋ยวผมพาไปเอง”

“จริง เหรอ คุณจะพาไปจริงๆเหรอ” แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้า ดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยน้ำตา พร้อมกับสายตามีความหวังแบบเด็กๆ ทำให้หัวใจของยุนโฮกระตุกไปวูบนึง ก่อนจะเบี่ยงหน้าไปอีกทางนึงอย่างขัดเขิน

“จริงสิ ขืนคุณไปเองคงไม่ทันได้ดูน้องชายหรอก” ยุนโฮตอบ

“ขอบ คุณมากนะ แล้วเราจะไปยังไงล่ะ เร็วเข้าสิ” แจจุงเร่ง หันรีหันขวางมองหารถยนต์หรืออะไรสักอย่างที่ยุนโฮบอกว่ามันจะเร็วกว่าที่เขา ไปเอง

“มาทางนี้สิ” ยุนโฮคลายอ้อมกอดออก มือข้างนึงจูงมือร่างบางเอาไว้ อีกข้างนึงถือกระเป๋าที่ลงไปกองตั้งแต่เขาทะเลาะกันให้

“อ้อ เช็ดน้ำตาซะก่อนสิ เดินไปแบบนี้เดี๋ยวใครๆก็ว่าผมรังแกคุณหรอก”

“แต่มันก็จริงนี่” แจจุงพูดงอนๆ พลางยกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าลวกๆ

“ทำ แบบนี้มันก็เป็นรอยหมดสิ มานี่” ยุนโฮวางกระเป๋าลง ก่อนจะใช้ข้อนิ้วไล้เบาๆไปตามคราบน้ำตาของคนสวย ดวงตาคมเข้มสบเข้ากับดวงตากลมโต ทำให้ยุนโฮต้องรีบหลบ วันนี้เขาเป็นอะไรไปเนี่ย หรือว่าเขากำลังแพ้ต่อสายตาของคนตรงหน้าซะแล้ว

“เสร็จหรือยัง” แจจุงเร่ง

“เสร็จ แล้ว ไปกันเถอะ” มือหนากลับมากุมมือบางอีกครั้ง เดินนำหน้าไปไม่ได้หันกลับมามอง ถ้าหากยุนโฮหันกลับมา คงจะได้พบกับรอยยิ้มนิดๆที่แต้มอยู่ที่มุมปากบาง แจจุงเริ่มรู้สึกว่า ความจริงคุณลูกค้าก็ไม่ได้เอาแต่โหดแล้วก็หื่นอย่างเดียวนะเนี่ย เวลาใจดีก็มีเหมือนกัน


รถสปอร์ตสีแดงจอดที่หน้าตึกบริษัทเงิน ทุน11โมงตรงพอดี ร่างโปร่งเปิดประตูลงจากรถพร้อมกระแทกประตูอย่างฉุนเฉียว อารมณ์ยังคุกรุ่นอยู่ไม่หาย ยิ่งเห็นคนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยเพราะว่าเขาตัดสายโทรศัพท์เมื่อกี้ทิ้งยิ่งของ ขึ้น ยูชอนลากคนตัวเล็กเข้าไปที่ทางประตูหน้าทันที ไม่สนใจบรรดาพนักงานที่ทำความเคารพกันพึ่บพับ เอาแต่ลากคุณเลขาขึ้นลิฟท์ของผู้บริหารไป

“คุณจุนซูทำอะไรให้เจ้านายไม่พอใจอีกล่ะเนี่ย” เสียงพนักงานหน้าฟร้อนท์นางนึงพูดขึ้น

“ไม่ รู้สิ แต่ก็คงไม่ร้ายแรงอะไรหรอก คุณจุนซูเส้นใหญ่จะตาย ท่านประธานก็โอ๋ขนาดนั้น คงไม่มีอะไรหรอก” เสียงอีกคนนึงหันมากระซิบกระซาบตอบ

“นั่นสิ ฉันล่ะอยากเป็นคุณจุนซูจริงๆ ได้อยู่กันเจ้านายหล่อๆเหวี่ยงๆ โอ้ย~ ถ้าเป็นฉันนะ จะทำให้หงุดหงิดทุกวันเลย เออ~ ได้ข่าวไหม คุณอึนยองบอกว่า เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอ่ะ มีเลิฟซีนหน้าบริษัทด้วยนะเธอ”

“แอร๊ย!! จริงเหรอ อิจฉาคุณจุนซูจริงเลยๆอ่ะ”

“นั่นสิ ถ้าเป็นฉันนะ คงจะดีมากเลย”

“อย่าฝันไปเลยย่ะ พวกเราทำได้แค่มองเท่านั้นแหละ” แล้วทั้งสองสาวก็พากันถอนใจ


ยู ชอนลากคุณเลขาเข้ามาในห้องทำงาน ไม่สนใจว่าคุณเลขาจะประท้วงอะไรทั้งนั้น คนกำลังของขึ้น วันนี้ต้องคุยให้รู้เรื่อง ว่านอกจากไอ้หน้าปลาชนเขื่อนแล้ว คุณเลขายังมีใครในสต๊อกอีกมั่ง พ่อจะได้โละออกให้หมดทีเดียวเลย

“เจ้านายเป็นบ้าอะไรเนี่ย แล้วมาตัดสายโทรศัพท์ผมทำไม ผมยังพูดไม่จบเลยนะ” คุณเลขาตวาดแว๊ดทันที

“ยัง จะมาพูดอีก คิมจุนซู บอกผมมาดีกว่า ว่านอกจากไอ้หน้าปลาชนเขื่อนนั่น คุณยังไม่มีใครอีกมั่ง บอกมาให้หมดเดี๋ยวนี้” ยูชอนเข้าไปจับตัวคนตัวเล็กเขย่าอย่างแรง เล่นเอาคุณเลขาหัวคลอน

“มีอะไรนะ พูดอะไรของคุณ ผมไม่เข้าใจ”

“ก็บรรดาหนุ่มๆของคุณไง มีกี่คนบอกมาให้หมดนะ”

“หนุ่มๆไหน คุณเป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย” จุนซูถามอย่างไม่เข้าใจ ไอ้คุณเจ้านาย เป็นอะไรอีกเนี่ย

“หนุ่ม ไหน นี่ยังต้องให้ผมแจกแจงอีกเหรอ ก็นอกจากไอ้หน้าปลาชนเขื่อนแล้วก็ไอ้คนที่มันโทรมาหาคุณเมื่อกี้ คุณยังมีใครซุกอีกไหม” ยูชอนตะโกนใส่คุณเลขา

“คนที่โทรมาเมื่อกี้” จุนซูงง พี่แจจุงไปทำให้คุณเจ้านายโกรธล่ะเนี่ย

“ใช่ คนเมื่อกี้น่ะ ที่คุณคุยกับเขาซะหวานเจี๊ยบเลย มันเป็นใคร เป็นอะไรกับคุณ ทำไมถึงต้องนอนด้วยกัน บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” ยูชอนยังเขย่าคนตัวเล็กประกอบคำพูดต่อไป

“โอ้ย ปล่อยผมนะ คุณจะบ้าหรือไง นั่นมันพี่แจจุง พี่ชายผม ทำไมผมจะนอนกับเขาไม่ได้เล่า” คุณเลขาตะโกนออกมาอย่างเหลืออด เขาเริ่มมึนหัวแล้วนะ ถือว่าตัวใหญ่กว่าหรือไง เขย่าได้เขย่าเอา

“หา คุณว่าอะไรนะ” ยูชอนหยุดอาการคลุ้มคลั่งทันทีที่ได้ยินคำว่าพี่ชาย

“หู แตกหรือไง ผมว่าบอกว่า นั่นพี่ชายผม ทำไมผมจะนอนกับเขาไม่ได้ แล้วคุณมาโกรธอะไรผมเนี่ย” จุนซูตวัดสายตามองคนตรงหน้าตาอย่างขุ่นเคือง เขาต่างหากต้องเป็นคนโกรธ ยังคุยกับพี่ไม่รู้เรื่องเลย อยู่ดีๆก็มาตัดสาย ดูสิ ป่านนี้ยังไม่ได้โทรกลัยไปหาป่านนี้พี่เป็นห่วงแย่แล้ว

“เอ่อ พี่ชายคุณเหรอ”

“ก็ ใช่น่ะสิ แล้วนี่มาตัดสายผมเนี่ย รู้ไหมว่าพี่ชายผมเขาจะเป็นห่วงแค่ไหน คนอะไรงี่เง่าชะมัด ไม่ฟังอะไรเลยสักอย่าง” คุณเลขาว่าใส่เป็นชุดๆๆ

“ผม ขอโทษ” ยูชอนพูดเสียอ่อย อย่างรู้สึกผิด ก็ตอนนั้นมันโมโหนี่นา ใครจะไปรู้พูดซะหวานเจี๊ยบขนาดนั้น ไอ้เราก็นึกว่ามีใครโผล่มาให้ปวดใจอีก

“ขอ โทษ หึ~ ให้ตายสิ ทีหลังทำอะไรก็หัดคิดหน้าคิดหลังมั่งนะเจ้านาย เอาอะไรก็เอาให้ได้อย่างใจตลอด นิสัยไม่ดี” คุณเลขายังคงต่อว่าต่อขานต่อไป ยูชอนยู่หน้านิดนึง ก่อนจะรวบตัวคุณเลขาเขามากอด

“ผมขอโทษ ก็ทำไมคุณไม่บอกผมล่ะ ว่านั่นน่ะพี่ชายคุณ” ยูชอนพูดเสียงอ่อนๆ ทำหน้าสำนึกผิดสุดฤทธิ์

“เหอะ~ ให้อธิบาย ถามตัวเองหน่อยสิ ฟังมั่งไหม อะไรก็ไม่รู้ จูบเอาๆๆอยู่ได้ คนอะไรหื่นไม่มีที่สิ้นสุด ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ แล้วนี่มากอดอีกทำไม เจ้านาย” จุนซูเริ่มดิ้น อะไรเนี่ย เมื่อกี้เขายังด่าอยู่เลย จู่ๆ โดนกอดซะงั้น เบื่อคนมือปลาหมึกจริง

“โธ่ ก็ผมกำลังทำความดีชดใช้ความผิดอยู่ไง พอผมกอดคุณก็ได้เงิน เดี๋ยวถ้าผมจูบคุณก็จะได้เงินอีก แล้วจะเอาเท่าไหร่ดีนะ คุณอยากได้เท่าไหร่ล่ะวันนี้ ถือเป็นค่าปลอบขวัญไง” ยูชอนพูดเสียงอ้อน

“ไม่ เอา ไม่เอาทั้งนั้นแหละ ไม่อยากได้ ปล่อยนะ ถ้าอยากขอโทษแค่ปล่อยผมก็พอแล้ว ปล่อยสิ” คุณเลขายังคงดิ้นต่อไป แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่พ้นอ้อมแขนแข็งแรงของคุณเจ้านายไปได้

“รับไปเหอะน่า ผมอยากให้” พูดจบคุณเจ้านายก็พยายามลวนลามคุณเลขาทันที แต่เสียงเคาะประตูขัดขึ้นก่อน

“ท่านประธานคะคือว่า...”

อึน ยองเปิดประตูเข้ามาหลังจากเคาะประตูเสร็จเรียบร้อย ภาพที่เห็นทำให้คุณอึนยองเกือบกรีดร้อง เพราะตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาของท่านประธานกำลังคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอขาวเนียน ของคุณเลขา คุณอึนยองอ้าปากค้าง ก่อนจะรีบกล่าวคำขอโทษปิดประตูห้องทำงานทันที

“เดี๋ยวคุณอึนยองครับ คุณอึนยอง”

จุน ซูเรียกหัวหน้าฝ่ายบุคคลแต่ก็ไม่ทันซะแล้ว ตอนนี้หน่วยขยายข่าวประจำบริษัทกำลังวิ่งปรู๊ดไปที่ลิฟท์ เพื่อขยายข่าวที่เพิ่งได้รับมาสดๆร้อน เห็นจะๆกับตา นี่ถ้าเธอไม่ตัดสินใจขึ้นมาตามท่านประธานไปประชุมล่ะก็ คงไม่ได้เห็นช็อตเด็ดสะท้านทรวงเมื่อกี้แน่ๆเลย คิดแล้วก็อิจฉาเป็นที่สุด ประชงประชุมคงไม่ต้องแล้ว ท่านประธานไม่ว่าง แค่รายงานการดำเนินงานเอง ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่านั้นตั้งเยอะ

“เจ้านาย ปล่อยนะ ดูสิคุณอึนยองเข้าใจผิดแล้วแน่ๆเลย แบบนี้ผมเสียหายนะ” คุณเลขาขาโวยวาย

“เสียหายตรงไหน ก็คุณกับผมจะแต่งงานกันอยู่แล้ว แค่นี้ธรรมดานะ” คุณเจ้านายตอบ แต่ใบหน้าคมก็คงยังคลอเคลียร่างเล็กไม่ห่าง

“ใคร จะไปแต่งด้วย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” คุณเลขาใช้มือดันคุณเจ้านายออกห่าง แต่คุณเจ้านายกลับกอดแน่นเข้า พลางเลื่อนใบหน้ามาจ้องคุณเลขา แถมส่งสายตาหวานเชื่อมให้คุณเลขาอีกต่างหาก จุนซูหลบสายตา ไอ้เจ้านายบ้า มาจ้องอย่างนี้ทำไมเนี่ย

“มองหน้าผมสิ แล้วบอกอีกทีได้ไหม ว่าคุณจะแต่งงานกับผมไหม” ยูชอนเชยคางคุณเลขาขึ้นมา

“ไม่แต่ง คุณจะบ้าหรือไง เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมจะไปแต่งกับคุณทำไม” คุณเลขาหันไปมองทางอื่น ไม่ยอมสบตาอย่างที่คุณเจ้านายต้องการ

“แล้วถ้าเป็นล่ะ”

“หมายความว่าไง” จุนซูหันหน้ากลับมามองคุณเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย

“ก็ หมายความว่า เรามายกเลิกสัญญาทั้งหมด แล้วคุณมาเป็นแฟนผมจริงๆได้ไหม” ยูชอนพูดพลางส่งสายตาเต็มไปด้วยความหมายมากมาย เล่นเอาคุณเลขาอึ้งไปนาน เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง

“คะ .. คุณต้องล้อเล่นแน่ๆเลย” จุนซูพูดตะกุกตะกัก ไอ้เจ้านายบ้า ทำไมชอบทำอะไรห่ามๆอย่างนี้นะ ไม่มีการให้ตั้งตัวกันบ้างเลย

“ล้อ เล่นที่ไหน ผมรักคุณจริงๆนะ ผมอยากแต่งงานกับคุณ แต่งงานกับผมได้ไหม” คุณเลขาอึ้งไปพักใหญ่ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่า เวลาปลามันโดนทุบหัว มันคงจะงงเหมือนที่เขากำลังเป็นอยู่แบบนี้แน่ๆเลย

“อย่ามาล้อผมเล่นนะ ผมไม่ตลกด้วยหรอก”

“ผม ต้องทำยังไงล่ะ คุณถึงจะรู้สักทีว่าผมพูดจริง ผมรักคุณจริงๆนะ นับวันผมก็ยิ่งหลงรักคุณมากขึ้นเรื่อยๆ คุณไม่รู้ตัวบ้างหรือไงนะ ว่าผมกำลังจะคลั่งตายเพราะรักคุณ” ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ไม่มีท่าทีทีเล่นทีจริงเหมือนทุกครั้ง ยิ่งทำให้คุณเลขาสับสนเข้าไปใหญ่

“แล้วที่คุณบอกว่า จะรอเวลาจนกว่าจะหาคนมาแต่งงานด้วยล่ะ”

“ก็คุณไง ผมไม่ไปหาใครแล้วล่ะ คุณนี่แหละที่ผมอยากจะแต่งด้วย แต่งงานกับผมนะ” ยูชอนไล้มือไปตามใบหน้าน่ารักที่ตอนนี้กำลังงงสุดฤทธิ์

“ตกใจ เหรอ โอ๋ ~ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจให้คุณตกใจเลยนะ” ยูชอนรั้งคนตัวเล็กเข้ามากอด แต่ก่อนที่จุนซูจะตอบอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง คุณเลขารีบผลักคุณเจ้านายออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีใครเข้ามาเห็นอย่างเมื่อกี้ แต่คราวนี้กลับไม่ใช่คุณอึนยอง แต่เป็ฯชายหนุ่มหน้าตาดีคนนึงเปิดประตูเข้ามาแทน

“เอ่อ ขอโทษครับ พอดีผมเห็นว่าที่โต๊ะด้านนอกไม่มีใครอยู่ ก็เลยมาเคาะประตูที่ห้องนี้” ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาคมเข้มพูดขึ้น น้ำเสียงคุ้นเคยทำให้คนตัวเล็กหันไปมอง ภาพชายหนุ่มตรงหน้าทำให้คุณเลขาชะงักไปครู่นึง ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

“พี่ซึงฮยอน”

“จุนซู”

%%%%%%%%%%


TBC

 

 

เรามีข่าวมาแจ้งค่ะ หลังจากนี้เราอาจจะหยุดอัพฟิคสักระยะนะคะ

พอดีว่าเรากำลังปิดต้นฉบับเรื่องคนใช้ฯ ให้เสร็จน่ะค่ะ เพื่อจะได้สรุปสักที

ว่าราคาเท่าไหร่ เลยทำให้อัพฟิคเรื่องอื่นช้าไปด้วย ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ

แล้วถ้าเสร็จแล้วจะกลับมาอัพฟิคเรื่องอื่นๆต่อด้วยค่ะ  

  

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตกลงว่าเป็นคนนี้ใช่ไหมที่อยู่ในกรอบรูปนั่น
งานเข้าของจริงแล้ว ตาปาร์คเอ๋ย

พร้อมจะรอ จนกว่าคนแต่งจะอัพต่อค่า~

#1 By Someone (61.90.18.167) on 2010-04-24 23:57

ว้าวสารภาพรักแล้ว น่ารักจัง จุนจังก้ตอบตกลงซะทีซิน่ะ

รอค่า เปนกะลังใจให้ค่ะ

#2 By *-* (125.25.151.220) on 2010-04-25 00:20

ซึงฮยอน คู่แข่งตัวจริงของปาร์ค ชิมิ
คู่ยุนแจเขาเริ่มหวานกันแล้ว อิอิ
รอจ้า

#3 By bruin (222.123.219.164) on 2010-04-25 01:55

กรี๊ดๆๆชอบสุดๆ

จะติดตามตอนต่อไปนะค่ะ

#4 By ice (206.53.152.69) on 2010-04-25 10:52

กรี๊ดๆๆชอบสุดๆ

จะติดตามตอนต่อไปนะค่ะ

#5 By ice (206.53.152.69) on 2010-04-25 10:52

งานเข้าแล้วค่า~
มาต่อเร็วๆน้าจะรอจ้า double wink

#6 By patongko (111.84.141.89) on 2010-04-25 20:03

รอได้ค่ะ สู้ๆๆนะค่ะไรท์เตอร์

#7 By jeja (202.139.223.18) on 2010-04-25 20:25

กรี๊ดดดดดดด

โดนตัดฉับบบบบบบบ

มีพี่คนนึงแนะนำให้อ่าน แล้วก็สนุกอยากที่พี่เค้าคอนเฟริมมาเลย

----

พี่ซึงฮยอนนี่อีซึงฮยอนรึป่าวคะ ว้าวววว

ชอบคุณท่านประธานทั้งสอง แต่ว่าเหมือนว่าประธานชองจะแอบหื่นกว่านะเนี่ย คิดจะเคลมเค้าตั้งแต่แรกเห็นเลยรึยังไง

นู๋คิมจุนจ๋ามีใจให้พี่ยูชอนเค้าเหอะนะลูก (เสียงจากคุณนายแม่&reader)

คู่อริเค้าต้องได้เป้นดองกันแน่ ๆ

ฮ่าๆ ๆ ๆ

อยากเห็นฉากน้องริกกี้กะพี่ชางมินมั่งจังค่ะ


สงสัยว่าต้องขอสมัครเป็นแฟน เรื่องนี้อีกคนนะคะ

ไรท์เตอร์สุ้ ๆ ค่ะ

#8 By lady PYL on 2010-05-07 00:44

อ้าววว ปาร์ค งานเข้าแล้วไหมล่ะ

รออ่านอนต่อไปนะคร้าบบบบบ

สู้ สู้ น้า

#9 By Bloommint on 2010-05-22 17:31