[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 12
posted on 19 Apr 2010 21:07 by kameryuichi in servant
Part 12
“งั้นฉันขอใช้ตั๋วใบนี้กับพี่ค่ะ พี่ยูชอน” ซอฮยอนพูดพร้อมยื่นตั๋วพิเศษไปให้ยูชอน ร่างโปร่งและทุกคนในห้องยืนอึ้งอยู่พักใหญ่ ไม่คิดว่าซอฮยอนจะใช้ตั๋วอันนี้เพื่องานนี้ ที่สำคัญไม่ใช่กับคนรับใช้ตัวเองด้วย
“ว่าไงคะ พี่จะไม่รับเหรอคะ ตามกฎแล้ว ไม่ว่ายื่นให้ใครคนนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้นี่คะ ใช่ไหมคะพี่ฮีซอล” ซอฮยอนหันไปถามตัวต้นคิดเรื่องนี้ ฮีซอลได้แต่พยักหน้า
“เอามาใช้วันนี้มันจะไม่น่าเกลียดไปหน่อยเหรอซอฮยอน” แจงจุงพูด
“น่าเกลียดตรงไหนคะ ฉันไม่เข้าใจที่พี่พูดเลยค่ะ พี่แจจุง” ซอฮยอนหันมายิ้มให้กับแจจุงพร้อมกล่าวเสียงหวาน
“เธอ ก็รู้นี่ ว่างานนี้เขาเล่นเกมส์กันอยู่ ถ้าจับไม่ได้คู่ของตัวเองจุนซูเขาก็ไม่ได้สเตล่านี่ แล้วอยู่ๆเธอมาใช้ตั๋วอย่างนี้มันหมายความว่ายังไง” แจจุงพูด
“แจจุง” จุนซูเขย่าตัวเพื่อนรักเบาๆ
“แต่ ฉันก็ทำตามกติกาแล้วนี่คะ” ซอฮยอนตอบ ร่างบางหันกลับไปเผชิญหน้ากับแจจุง ดวงตากลมสวยเริ่มส่อแววไม่พอใจ เมื่อมีคนมาขัดจังหวะ แต่ก็แว๊บเดียวแล้วเลือนหายไป
“นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ เธอนี่มันยังไง” ยูฮวานเดินเข้ามาใกล้จุนซู
“พอได้แล้ว” จุนซูรีบห้ามเพื่อนทั้งสองคน ก่อนที่เรื่องจะลุกลามไปใหญ่
“เขาทำตามกติกาแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” จุนซูพูดพร้อมรั้งเพื่อนทั้งสองคนเอาไว้
“เห็น ไหมคะ พี่จุนซูไม่เห็นว่าอะไรเลย ขอบคุณนะคะพี่จุนซู” ซอฮยอนหันมายิ้มหวานให้คนเป็นพี่ ก่อนจะหันไปสบตายูชอน มือเรียวยกขึ้นรับตั๋วพิเศษใบนั้นไว้อย่างช่วยไม่ได้ ซอฮยอนยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“เอาล่ะ เอาเป็นว่าคราวนี้ยูชอนคู่กับซอฮยอนนะ” ฮีซอลสรุป
“แล้วจุนซูล่ะ จุนซูจะคู่กับใคร” แจจุงโวยวายขึ้น
“ก็คงต้องเป็นชีวอน เพราะตอนนี้ซอฮยอนคู่กับยูชอนไปแล้ว” ฮีซอลพูด
“ไม่ได้” เสียงนึงดังขัดขึ้น เรียกสายตาจากคนทั้งห้องให้หันไปมอง ก่อนที่ซึงรีจะก้าวออกมาจากข้างหลังที่นั่งของจียง
“ทำไมล่ะ มีเหตุผลอะไร” ฮีซอลกอดอกรอยืนฟัง
“ผม คิดว่าจุนซูคงไม่คุ้นเคยกับคุณชีวอนเท่าไหร่ ถ้าจะสลับกัน ผมว่าน่าจะให้คุณชีวอนมาคู่กับจียง แล้วผมจะไปดูแลจุนซูเอง” ฮีซอลพยักหน้า อย่างรับฟัง ก่อนจะถามคำถามต่อไป
“แล้วนายกับจุนซูรู้จักกันดีรึไง ถึงได้เสนอตัวเข้ามาดูแลจุนซู”
“ครับ ผมกับจุนซูเป็นเพื่อนกันมานาน ถ้าจะให้ใครมาดูแล ควรจะเป็นผมมากกว่า” ซึงรีตอบก่อนจะปรายตามองชีวอนที่ยืนตีหน้าเรียบเฉยอยู่ที่ข้างหลัง ในขณะที่ยูชอนมีสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถ้าเทียบระหว่างชีวอนกับซึงรี เขาน่าจะไว้ใจซึงรีได้มากกว่า
“งั้น นายก็ต้องถามคุณหนูของนายก่อนว่าจะยอมไหม” ซึงรีหันหน้าไปมองหน้าจียง ทุกสายตากำลังมองมาที่เขา จียงรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังต้องตัดสินอนาคตของคนอื่น ใบหน้ากลมแป้นหันไปมองซึงรี และพี่ชายสลับกัน
เขามาที่นี่เพราะพี่ ชายบังคับให้เข้ามา ตอนแรกเขาก็ไม่ได้อยากจะมา เกลียดทุกคนที่มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ รวมทั้งจุนซูด้วย เพราะเป็นต้นเหตุสำคัญ แต่หลังจากที่เข้ามาอยู่ในนี้ได้สักพัก จียงก็รับรู้ว่า จุนซูเป็นคนน่ารัก เรื่องที่เขาต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ไม่ใช่ความผิดของจุนซู และเขาก็รู้ดีว่า พี่ชายทำทุกอย่างได้เพื่อซอฮยอน และถ้าพี่ชายเขาใช้โอกาสนี้ทำร้ายจุนซูล่ะ ถ้าเราทำตามที่ซึงรีบอก จุนซูก็จะปลอดภัย พี่ชายก็ไม่สามารถทำอะไรจุนซูได้ เพราะซึงรีคงไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น และที่สำคัญ ซึงรีคงจะดีใจที่จะได้ไปอยู่กับคนที่เขารัก เราไม่ควรเห็นแก่ตัวรั้งซึงรีเอาไว้ หลังจากที่เงียบไปนาน จียงก็เงยหน้ามองสบตาทุกคน ก่อนจะตอบคำถามที่ทุกคนกำลังตั้งใจฟัง
“ได้ สิ นายไปดูแลจุนซูได้” จียงยิ้มร่า ทั้งที่ตอนนี้ในใจกำลังรู้สึกเหมือนมีเข็มเป็นพันทิ่มแทงลงมา เมื่อเห็นสีหน้าของซึงรีว่าดีใจมากแค่ไหน
“จียง ฉันไม่เป็นไรจริงๆนะ จะให้ฉันคู่กับคุณชีวอนก็ได้” จุนซูขัดขึ้น
“ไม่เป็นไรจริงๆ ฉันคู่กับพี่ชีวอนได้ ให้ซึงรีดูแลนายแหละดีแล้ว” จียงยิ้มให้ พร้อมเดินไปหาพี่ชายที่ยืนตีหน้าเรียบอยู่ด้านหลัง
“งั้น ตามนี้นะ ในเมื่อจียงเต็มใจแลกคู่ นับตั้งแต่วันนี้ปาร์คยูชอนคู่กับคิมซอฮยอน ซึงรีคู่กับคิมจุนซู และชเวชีวอนคู่กับควอนจียง ขอให้ทุกคู่เริ่มสลับคู่กันตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันงานเลยนะ จบโฮมรูมแค่นี้” ฮีซอลพูด
“หนอย ฉันชักจะไม่ชอบหน้ายัยซอฮยอนแล้วล่ะ เมื่อก่อนก็เห็นว่าเฉยๆ แค่ดูหยิ่งเพราะที่บ้านตัวเองมีกิจการใหญ่โตเป็นอันดับที่สองของเกาหลี แม่คุณเลยเชิดหน้าไม่มองใคร แต่คราวนี้ฉันว่ายัยนี่ทำเกินไป” ยูฮวานบ่นขณะที่เดินไปนั่งที่สวนในช่วยระหว่างพักกลางวัน
“ไม่เป็นไรจริงๆนะยูฮวาน” จุนซูหันไปยิ้มกับเพื่อน
“แล้วอย่างนี้นายจะได้สเตล่าได้ยังไงล่ะ” แจจุงพูด
“ก็แค่หาซึงรีให้เจอไง เปลี่ยนคู่ก็เท่ากับว่าฉันคู่กับซึงรี ถ้าอยากได้สเตล่าฉันก็ต้องหาซึงรีให้เจอ ใช่ไหมซึงรี” จุนซูพูด
“ก็คงอย่างนั้น” ซึงรีตอบ
“แต่ฉันก็ยังไม่พอใจอยู่ดีนั่นแหละ ทำไมต้องมาเปลี่ยนคู่ตอนนี้ด้วย” ยูฮวานยังคงโมโหแทนเพื่อนต่อไป
“ใจเย็นสิยูฮวาน ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางแก้สักหน่อย” ชางมินเอ่ยขึ้นหลังจากที่ยืนฟังมานาน
“ทำไงล่ะชางมิน” ยูฮวานหันมาถามทันที
“ไว้เป็นหน้าที่ของพวกฉันเอง พวกนายมีหน้าที่ซ้อมเต้นรำก็ซ้อมกันไป โดยเฉพาะจุนซู เต้นไม่เป็นเลยนี่” ชางมินหันมาถามคนตัวเล็ก
“ใคร บอก ฉันเคยเรียนนะ อีกอย่างเต้นคู่กับซึงรีก็ดีเหมือนกัน เพราะตอนที่อยู่โรงเรียนเก่าเราก็เต้นคู่กันใช่ไหม” จุนซูหันไปถามซึงรี แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ยิน เพราะตอนนี้เขากำลังคิดถึงอะไรบางอย่าง เลยไม่ทันฟังสิ่งที่จุนซูพูด
“ซึงรี” จุนซูเรียกย้ำ
“หา นายว่าอะไรนะ” ซึงรีเพิ่งรู้สึกตัว หันมาตอบคนตัวเล็ก
“นาย เป็นอะไรไปซึงรี ไม่สบายหรือเปล่า” จุนซูพูดพลางยกมือขึ้นวางทาบที่หน้าผากของซึงรี โดยไม่รู้ว่ามีสายตาสองคู่กำลังมองมาทางนี้พร้อมๆกัน ยูชอนมองภาพนั้นด้วยความไม่ชอบใจ กำลังจะก้าวเข้าไปหาคนทั้งคู่แต่กลับถูกมือนุ่มนิ่มของซอฮยอนดึงเอาไว้ก่อน
“พี่ยูชอน จะไปไหนคะ” ซอฮยอนถามเสียงหวาน
“พี่จะไปหาจุนซูหน่อย เดี๋ยวพี่มานะ” ยูชอนค่อยๆแกะมือนุ่มนิ่มออก แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหน เสียงหวานใสก็ร้องขึ้นมาก่อน
“โอ้ ย~ ฉันรู้สึกปวดหัวจังเลยค่ะ พี่ช่วยพาฉันกลับที่พักก่อนได้ไหมคะ” ซอฮยอนยกมือขึ้นกดตรงขมับ ใบหน้าหวานเริ่มบิดเบี้ยว เรียกให้ร่างโปร่งหันมามอง
“ซอฮยอน เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ยูชอนก้มลงถามด้วยความเป็นห่วง
“ปวดหัวค่ะ ฉันปวดหัวมาก” ซอฮยอนตอบ
“ไปห้องพยาบาลไหม เดี๋ยวพี่พาไป” ยูชอนพูดพลางเดินกลับไปประจำที่เพื่อเข็นรถให้ซอฮยอน แต่มือนุ่มนิ่มรั้งเอาไว้ก่อน
“ไม่ ต้องค่ะ แค่พาฉันกลับที่พักก็พอ นอนสักพักก็คงหาย” ซอฮยอนตอบ ยูชอนพยักหน้าก่อนสายตาคมจะเหลือบไปมองคนตัวเล็กที่กำลังอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ ตัดใจเข็นรถซอฮยอนกลับไปที่พัก โดยไม่รู้ว่า สายตาของคนตัวเล็กก็กำลังหันมามองเขาอยู่เหมือนกัน
“จียง” เสียงที่จียงคุ้นเคยดีดังขึ้นข้างหลัง ใบหน้ากลมแป้นละจากภาพที่กำลังจ้องมองอยู่หันกลับไปมอง
“พี่ชีวอน” จียงเรียก
“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย ตามมาทางนี้หน่อยสิ” ชีวอนเดินนำไปอีกทางนึง จียงเดินตามร่างสูงไป พอดีกับที่ซึงรีหันมาเห็นพอดี
“เอ่อ.. จุนซูฉันขอตัวเดี๋ยวนะ” พูดจบซึงรีก็รีบวิ่งไปทิศทางเดียวกับที่จียงและชีวอนหายไป
“เขาจะรีบไปไหนของเขา” ยูฮวานเอ่ยขึ้น
“ไม่ รู้สิ” จุนซูตอบ แต่สายตาไม่ได้มองตามซึงรีไป คนตัวเล็กหันไปมองทางด้านที่ยูชอนกับซอฮยอนหายไปด้วยกันแทน ผิดกับสองหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลัง ยุนโฮพยักหน้ากับชางมิน ก่อนจะค่อยๆเร้นตัวหายไปจากกลุ่มโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต
“ทำแบบนี้หมายความยังไง” ชีวอนหันกลับมาหาจียงเมื่อเดินมาไกลจากคนอื่นพอสมควร
“ทำอะไร ผมไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง” จียงตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ทำไมถึงให้ซึงรีไปอยู่กับจุนซู” ชีวอนถามเสียงเย็น
“ก็ทำไมล่ะ พี่ให้เขาเข้ามาเพื่อพาจุนซูออกไปไม่ใช่เหรอ ทำแบบนี้เขาก็จะได้อยู่ใกล้กัน งานจะได้เสร็จเร็วขึ้นไง” จียงตอบอย่างไม่ลดละ
“แต่พี่ไม่อยากรอแล้ว พี่ต้องการจัดการตามวิธีของพี่” ชีวอนตอบ
“พี่จะทำอะไร จะทำร้ายจุนซูงั้นเหรอ” จียงเดินเข้าไปใกล้พี่ชาย
“แค่เข้ามาอยู่ที่นี่ไม่กี่อาทิตย์ เดี๋ยวนี้แปรพักตร์ไปเป็นพวกเขาแล้วหรือ” ชีวอนเดินเข้ามากระชากแขนจียง
“พี่ปล่อยนะ ผมเจ็บ” จียงพยายามบิดแขนออกจากมือแข็งแรงของพี่ชาย
“บอกพี่มาสิ ทำไมอยู่ๆถึงเข้ามาขวางทางพี่” ชีวอนตะคอกถามน้องชาย เขาไม่น่าให้จียงเข้ามาร่วมด้วยเลย
“พี่คิดจะทำอะไรจุนซูจริงๆงั้นเหรอ ทำไมพี่ทำแบบนี้ล่ะ ไหนบอกจะให้เวลาซึงรีไง” จียงตะโกนใส่หน้าคนเป็นพี่
“พี่ ให้โอกาสเขาแล้ว นี่มันก็เกือบเดือนเข้าไปแล้ว คุณหนูซอฮยอนทนรอต่อไปอีกไม่ไหว เธอต้องการปาร์คยูชอนเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคงไม่วู่วามใช้ตั๋วนั่นตอนนี้ ทั้งๆที่พี่ก็ห้ามไว้แล้วหรอก”
“หึ ซอฮยอนอีกแล้ว พี่นี่มันโง่จริงๆนั่นแหละ ยอมช่วยผู้หญิงที่เขาไม่หันมาเหลียวแลตัวเองเลย”
“แล้วทำไม พี่อยากให้คนที่พี่รักมีความสุข พี่ผิดตรงไหน” ชีวอนจับจียงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับตัวเอง มือแข็งแรงบีบต้นแขนเรียวเต็มแรง
“โอ้ ยพี่ผมเจ็บ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ” จียงพยายามสะบัดตัวออก แต่ก็เหมือนจะยิ่งทำให้มือแข็งแรงบีบรัดแน่นขึ้นอีกตามแรงอารมณ์ ที่กำลังคุกรุ่นเพราะความโกรธ โกรธที่น้องชายคนเดียวทำให้ทุกอย่างต้องล้มครืนลง
“พี่ไม่น่าพาแกเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เลยจริงๆ” ชีวอนพูดลอดไรฟันออกมาอย่างคนที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
“โอ้ ย พี่ผมเจ็บ” จียงส่งเสียงร้องดังลั่น เรียกให้ซึงรีรีบวิ่งเข้ามาทันที ภาพที่เห็นก็คือชีวอนผู้ที่เคยเป็นคนสุขุมรอบคอบ ตอนนี้กลับกลายเป็นคนดุร้าย เกรี้ยวกราด ซึงรีวิ่งตรงเข้าไปกระชากจียงออกมาทันที
“ทำบ้าอะไรของคุณ” ซึงรีถาม
“ยุ่ง อะไรด้วย ผมจะจัดการสั่งสอนน้องของผม คุณเกี่ยวอะไรด้วย” ชีวอนหันมาตะคอกใส่ซึงรี เสียงของชีวอนทำให้ยุนโฮที่แอบตามซึงรีมาหยุดอยู่ที่พุ่มไม้ใกล้กับที่ทั้ง สามคนยืนอยู่
“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ ก็ในเมื่อสิ่งที่คุณกำลังทำ มันเกี่ยวข้องกับผมโดยตรงไม่ใช่หรือไง” ซึงรีตอบอย่างไม่ลดละ มือแข็งแรงลากจียงให้มายืนอยู่ข้างหลังตัวเอง
“รู้ตัวด้วยเหรอ นายนี่เก่งนะ อย่างน้อยฉันก็ดูคนไม่ผิด” ชีวอนยกยิ้มนิดนึงที่มุมปาก
“ขอบคุณที่ชม ผมคิดว่าเราพูดกันรู้เรื่องแล้วซะอีก ไหนบอกจะให้เวลาผมเกลี้ยกล่อมจุนซูไง” ซึงรีพูด
“ผมให้เวลาคุณแล้ว ตั้งแต่คุณเข้ามา จนถึงวันนี้มันจะเดือนนึงอยู่แล้ว และผมก็ทนรอไม่ไหว” ชีวอนตอบ
“พี่หรือซอฮยอนกันแน่ที่รอไม่ไหว ทำไมพี่ถึงโง่อย่างนี้นะ” จียงพูดขึ้นอย่างเหลืออด
“คนอย่างแกจะไปเข้าใจอะไร ก็แกยังไม่เคยรักใคร จะมาเข้าใจสิ่งที่ฉันเป็นได้ยังไง” ชีวอนตะโกนอย่างเหลืออด
“ถ้า คนที่เขารักกันต้องทำอย่างพี่ งั้นซึงรีก็คงต้องจัดการปาร์คยูชอน เหมือนที่มีจะจัดการกับคิมจุนซูน่ะเหรอ” จียงพูด ทำให้ยุนโฮที่แอบฟังอยู่เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
“อยากจะทำก็ตามใจ สิ แต่สำหรับคิมจุนซูคงอยากหน่อย เพราะคนอย่างนายคงไม่มีวันเทียบปาร์คยูชอนได้หรอก” ชีวอนตอบ แถมมองซึงรีด้วยสายตาดูถูก
“ผมไม่จำเป็นต้องทำเหมือนคุณ ผมกับคุณเราต่างกัน ผมไม่ได้รักจุนซูจนหน้ามืดตามัวเหมือนที่คุณรักซอฮยอน คุณกำลังหลงเธอ และหลงผิดทำอะไรผิดๆมากมาย ผมขอบอกคุณเอาไว้ตรงนี้ ผมจะไม่ยอมให้คุณทำอะไรจุนซูได้ ไปจียง กลับ” ซึงรีโอบไหล่จียงหันหลังพากลับหอพัก ทิ้งให้ชีวอนยืนระงับอารมณ์อยู่ตรงนั้นคนเดียว
ชีวอนเงยหน้าขึ้น มองท้องฟ้า นี่เขาเป็นบ้าอะไร ทำไมเขาถึงควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำไมเขาถึงแสดงท่าทางขนาดนั้น ทำแบบนี้ทุกอย่างที่เขาสร้างมา มันก็พังไม่เป็นท่าน่ะสิ ชีวอนทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่ง ทั้งๆที่คิดว่าจะควบคุมตัวเองได้ ถ้าเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่นี่มันอะไร ทำไมเขาถึงควบคุมตัวเองไม่อยู่ เพียงแค่เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของซอฮยอน รอยยิ้มที่มีให้ผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ทำไมคุณถึงไม่หันมา มองผมบ้าง ถ้าคนที่คุณมีรอยยิ้มให้เป็นผม เรื่องทุกอย่างมันคงไม่เป็นอย่างนี้” ชีวอนพึมพำพลางหลับตา และทิ้งตัวนอนไปบนม้านั่งอย่างอ่อนแรง
ยุนโฮที่แอบฟังอยู่ใกล้กับ พุ่มไม้ ค่อยๆถอยออกมาจากตรงนั้น และรีบมุ่งหน้ากลับไปที่พัก วันนี้เขาคงต้องมีเรื่องคุยกับชางมินยาวหน่อย นอกจากเรื่องที่จะต้องจัดการทำให้จุนซูกับยูชอนได้เต้นรำกันวันงานแล้ว คงต้องคุยเรื่องความปลอดภัยของจุนซูอีกด้วย
“ขอบคุณนะ” จียงพูด เมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าห้องพัก
“ไม่เป็นไร” ซึงรีตอบ
“อืม ส่งแค่นี้ก็พอ วันนี้นายต้องไปดูแลจุนซูไม่ใช่เหรอ” จียงปรับเสียงให้ร่าเริง ทั้งๆที่ตอนนี้อยากจะร้องไห้เต็มที
“คุณอยู่คนเดียวได้แน่นะ” ซึงรีถาม
“ได้สิ ถึงพี่ชายจะไม่มาอยู่ด้วยก็เถอะ” จียงฉีกยิ้ม
“ถ้างั้น เดี๋ยวผมไปเตรียมของให้ดีกว่า แล้วค่อยไปหาจุนซู” ซึงรีเปิดประตูเข้าไปในห้อง แต่มือเล็กฉุดเอาไว้ก่อน
“ไม่เป็นไร นายไปดูจุนซูเถอะ ถ้าเกิดพี่ทำอะไรขึ้นมาจะช่วยไม่ทัน” จียงพูด พลางดันตัวซึงรีออกจากห้อง
“คุณอยู่คนเดียวได้แน่นะ” ซึงรีย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ได้สิ” จียงยืนยันหนักแน่น ซึงรีส่ายหน้าน้อยๆ มือแข็งแรงตบที่ศีรษะกลมแป้นของจียงเบาๆ
“ขอบคุณสำหรับวันนี้ ถ้าคุณไม่อนุญาตให้ผมดูแลจุนซู พี่ชายคุณคงทำอะไรจุนซูไปแล้วแน่ๆ” จียงยิ้ม
“ไปเถอะ เดี๋ยวจุนซูจะสงสัย” จียงดันซึงรีออกไป
“อืม ถ้ามีอะไรเรียกผมได้นะ” ซึงรีสั่งก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องของจุนซู จียงมองตามจนลับตา ก่อนจะปิดประตูห้องเพื่อหันมาพบกับความว่างเปล่า
“ไม่ เอาน่าจียง ตอนไปอยู่เมืองนอกก็ไม่มีใครสักหน่อย แม่บ้านแค่มาเตรียมของให้แล้วก็กลับ ทำไมเราจะอยู่ไม่ได้” พูดจบ ร่างเล็กก็เดินเข้าห้องน้ำ มือบางกำลังจะเปิดก๊อกน้ำก็ได้ยินเหมือนเสียงของซึงรีดังขึ้นมาในหัว
‘หมุน ทางขวาสิคุณ น้ำเย็นมันจะได้ออกมา เล่นหมุนซ้ายทั้งสองอันก็ได้แต่น้ำร้อนน่ะสิ’ จากที่กำลังจะหมุนไปข้างซ้ายทั้งสองข้าง ก็เปลี่ยนเป็นขวาข้างนึง ซ้ายข้างนึง แค่นี้จียงก็ได้น้ำอุ่นสมใจ
“ไม่เห็นจะยากเลยนี่” จียงพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินไปที่ห้องเก็บเสื้อผ้า เพื่อเตรียมชุดใหม่มาเปลี่ยนหลังอาบน้ำ
“อ้าวซึงรี กลับมาแล้วเหรอ” เสียงคนตัวเล็กทักอย่างร่าเริง
“อืม ขอโทษที่หายไปนาน” ซึงรีก้มตัวขอโทษอย่างเต็มพิธีการ
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ซึงรี เราเป็นเพื่อนกันนะ” จุนซูโบกไม้โบกมือพัลวัน
“ไม่ ได้หรอก เมื่อก่อนคุณหนูไม่รู้ แต่ตอนนี้คุณหนูรู้แล้วว่าผมเป็นใคร ผมจำเป็นต้องทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด” ซึงรียืนตัวตรงอย่างที่เคยได้รับการฝึกมา
“ไม่ต้องหรอกซึงรี เราเป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว ฉันไม่เคยเห็นนายเป็นคนใช้นะ” จุนซูเดินเข้ามาใกล้ พลางลากตัวเพื่อนมานั่งที่โต๊ะด้วยกัน
“แต่ว่า..”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งสิ้น เออ แล้วนายหาไปไหนมากเหรอ” จุนซูถาม เพราะจู่ๆซึงรีก็วิ่งออกไป เขาหันกลับมาอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว
“มีเรื่องนิดหน่อยนะ ไม่ต้อห่วงหรอก แล้วนี่กินข้าวหรือยัง” ซึงรีถาม
“กินแล้ว ฉันทำกินเองได้ถึงจะไม่มียูชอนก็เถอะ” จุนซูตอบ
“เหรอ ดีแล้ว ไม่เหมือนบางคน นี่ไม่รู้จะหาข้าวกินเองได้หรือเปล่าเลย” ซึงรีพูดยิ้มๆเมื่อนึกใครอีกคนที่ป่านนี้ไม่รู้จะต้มตัวเองสุกไปอีกแล้วหรือ เปล่า
“ใคร จียงน่ะเหรอ”
“ใช่จะมีใคร หมอนั่นน่ะลูกคุณหนูทุกกระเบียดนิ้ว ขนาดน้ำเย็นน้ำร้อนยังเปิดไม่เป็นเลย”
“อืมๆ แล้วนี่นายไม่อยู่เขาจะหาข้าวกินเองได้เหรอ” ซึงรีเริ่มมีสีหน้ากังวล เขาลืมไปเลยว่าถึงตอนนี้จียงจะเปิดน้ำเองได้แล้ว แต่ก็ยังทำอาหารกินเองไม่เป็นอยู่ดี
“ซึงรี ห่วงเขาเหรอ” จุนซูเอียงคอถาม
“เปล่า สักหน่อย ยังไงก็มีชีวอนดูอยู่แล้วเขาคงไม่เป็นไรหรอกน่า” ซึงรีรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าชีวอนไม่มีทางมาทำอะไรให้จียงแน่ๆ ในเมื่อพวกเขาเพิ่งทะเลาะกันมาเมื่อกี้ จุนซูยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนสนิท ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าจียงน่าจะมีใจให้ซึงรี ดูจากท่าทางและการแสดงออกของจียงแล้วคงไม่ต้องสงสัย แต่ที่อยากรู้ก็คือท่าทีของเพื่อนเขามากกว่า
“ซึงรี เราเป็นเพื่อนกันนะ มีอะไรบอกฉันได้” จุนซูค่อยๆตะล่อมถาม
“มีอะไร ฉันไม่มีอะไรสักหน่อย” ซึงรีปฏิเสธเสียงแข็ง
“งั้น ก็ตามใจ เอางี้ไหม ยังไงฉันก็กินข้าวแล้ว เดี๋ยวจะเข้านอน นายไม่มีอะไรทำต้องทำแล้ว ฉันอนุญาตให้นายไปดูจียงได้” จุนซูเอ่ยขึ้นมา
“ทำไมฉันต้องไปดูหมอนั่นด้วยล่ะ” ซึงรีรีบปฏิเสธ
“ก็ ตามใจนายสิ เอาล่ะฉันจะนอนแล้ว จะไปหรือไม่ไปก็แล้วแต่นะ เอ~ ไม่รู้จียงจะกินข้าวหรือยังนะ ฮ้าว~ฉันไปนอนก่อนนะ” คนตัวเล็กทำท่าง่วงนอนสุดฤทธิ์ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอนของตัวเอง
“ปิด ไฟให้ฉันด้วยนะซึงรี” จุนซูตะโกนบอก เอื้อมมือหยิบผ้าห่มมาคลุมตัว ก่อนจะปิดตาสนิท ซึงรีเดินมาดูที่เตียง ก็เห็นว่าเพื่อนนอนหลับไปแล้ว จึงเดินไปปิดไฟอย่างที่จุนซูบอกแล้วเดินไปที่ห้องคนรับใช้ที่อยู่ติดกับห้อง น้ำ ร่างสูงเดินไปเดินมาที่หน้าประตูสักพัก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูออกไป ทันทีที่ประตูปิด คนที่ทำท่าง่วงนอนซะเต็มประดาก็ลืมตาขึ้น ปิดปากหัวเราะคิกคัก
“โธ่เอ้ยซึงรี นายห่วงเขาก็บอกมาเถอะ ปากแข็งจริงๆ” จุนซูพึมพำ ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนอีกครั้ง ดวงตาเรียวสดใสเหลือบมองไปที่หน้าต่างตรงข้ามกับเตียงนอน ท้องฟ้าภายนอกมีดวงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด
“ฝันดีนะยูชอน” คนตัวเล็กพึมพำเบาๆ ก่อนจะปิดตาลงนอนหลับไป
ทาง ด้านยูชอนก็กำลังทำทุกวิถีทางที่จะพาซอฮยอนเข้านอนให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้เขาเป็นห่วงจุนซูจะแย่แล้ว ปล่อยทิ้งไว้กับซึงรีแบบนั้น จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ไหนยังมีชเวชีวอนอยู่ใกล้ๆกันอีก ร่างโปร่งหันมามองหญิงสาวที่นั่งอ่านหนังสือ ยังไม่มีทีท่าว่าจะนอน แถมยังชวนเขาคุยตลอดตั้งแต่ตอนบ่ายที่ให้เขาพากลับมานอนเพราะปวดหัว
“ซอฮยอน พี่ว่าเราควรจะพักได้แล้วนะ ไหนบอกว่าไม่ค่อยสบายไง” ซอฮยอนเงยหน้าขึ้นจากหนังสือยิ้มกว้างกับคำพูดที่ดูเอาใจใส่ของร่างโปร่ง
“พี่ยูชอนห่วงฉันด้วยเหรอคะ” ซอฮยอนถามเสียงใส
“ก็เราเป็นเหมือนน้องสาวพี่ จะไม่ให้พี่ห่วงได้ยังไง” ยูชอนตอบเรียบๆ แต่ทำเอาคนที่กำลังมีความหวังสลดลงทันที
“น้องสาวเหรอคะ ฉันเป็นได้แค่นั้นเองเหรอ” ซอฮยอนช้อนตาขึ้นมอง
“ไม่เป็นน้องสาวแล้วจะเป็นอะไรล่ะ”
“คู่ หมั้นไงคะ ฉันเป็นคู่หมั้นกับพี่ ทำไมพี่ไม่มองฉันอยากคู่หมั้นพึงจะมองบ้าล่ะคะ” ซอฮยอนถามด้วยเสียงสั่นพร่าเพราะต้องกลั้นสะอื้นไว้เต็มแรง
“เราคุยกันแล้วนี่ ว่าพี่เห็นเธอเป็นน้องสาวเท่านั้น”
“แต่ฉันไม่เคยเห็นพี่เป็นพี่ชาย ไม่เคยเลย”
“ซอฮยอน เหลวไหลใหญ่แล้ว พี่ว่าเธอไปนอนซะเถอะ” ยูชอนรีบตัดบท ก่อนที่มันจะเลยเถิดไปกว่านี้
“ไม่ ค่ะ ฉันจะไม่ยอมให้เวลาของฉันผ่านไปเพียงเพราะการนอน ฉันไม่อยากอยู่ห่างจากพี่” ซอฮยอนพูด พร้อมกับเดินเข้ามากอดยูชอนเอาไว้ ร่างโปร่งเพียงแต่ดันร่างของซอฮยอนออกเบาๆ แต่ก็ถูกกอดเอาไว้อีก
“ซอฮยอน พี่ว่า เราไว้คุยเรื่องนี้กันทีหลังนะ วันนี้ดึกมาแล้วเธอไปนอนเถอะ พี่ไม่ไปไหนหรอก พี่สัญญา” ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“จริงนะคะ พี่ไม่ไปไหนนะคะ พี่ต้องอยู่กับฉันไปตลอด” ซอฮยอนขอคำสัญญาจากยูชอน
“พี่ จะอยู่กับเธอจนถึงวันงานไง ตามคำขอในบัตร” ยูชอนตอบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ซอฮยอนต้องการ เธอต้องการให้ยูชอนอยู่กับเธอตลอดไปต่างหาก
“ไม่ค่ะ พี่ต้องอยู่กับฉันตลอดไป”
“ดึกแล้ว ไปนอนนะพี่จะพาไปส่ง” ยูชอนไม่ตอบ เลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นแทน
“ฉันไม่อยากนอนค่ะ ฉันไม่อยากให้พี่คลาดสายตาไปไหน” ซอฮยอนดื้อดึง
“พี่ก็ไม่ได้ไปไหน เอาอย่างนี้ พี่จะนั่งจับมือเธอเอาไว้อย่างนี้ดีไหม แล้วก็สัญญาว่าตื่นขึ้นมาเธอจะได้เห็นพี่คนแรก”
“ทุกวันนะคะ พี่จะต้องทำแบบนี้ทุกวัน” ซอฮยอนคาดคั้น
“จ้ะ พี่จะทำทุกวัน ไปนอนกันนะ” ยูชอนจับมือซอฮยอนเดินเข้าไปในห้องนอนที่ติดอยู่กับห้องนั่งเล่น ร่างโปร่งประคองร่างบอบบางของหญิงสาวให้นอนบนที่นอนหนานุ่ม ในขณะที่มือข้างนึงก็กุมเอาไว้อย่างนั้น
“หลับตาสิจ้ะ” ยูชอนพูด
“พี่จะไม่ไปไหนแน่นะคะ” ซอฮยอนย้ำ
“อืม พี่จะอยู่ตรงนี้ตลอด” ซอฮยอนพยักหน้า สักพักร่างบางก็เข้าสู่นิทรา เพราะวันนี้เธอฝืนไม่ยอมนอนมาหลายชั่วโมง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย พอหัวถึงหมอนก็หลับทันที ยูชอนค่อยๆดึงมืออกจากการเกาะกุม หันไปดึงแขนตุ๊กตาหมีตัวโตมาสอดเอาไว้แทน ก่อนจะค่อยๆย่องออกมานอกห้อง
ร่าง เล็กนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงนอน ไม่รับรู้เลยว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาจึงถึงที่นอนแล้ว ร่างโปร่งนั่งลงที่ขอบเตียง เอื้อมมือไปไล้ผิวแก้มนิ่มอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าจะรบกวนคนที่นอนหลับอยู่ แต่ความเย็นเฉียบของผิวทำให้ร่างเล็กต้องสะดุ้ง ลืมตาขึ้นมามอง แสงของดวงจันทร์ทำให้จุนซูมองเห็นเสี้ยวหน้าของคนที่คุ้นเคย ริมฝีปากบางพึมพำเบาๆ
“ยูชอน”
“ฉันเอง ขอโทษนะที่ทำให้ตื่น” ยูชอนกระซิบเสียงเบา เพราะกลัวว่าซึงรีที่อยู่ในห้องคนใช้จะตื่นออกมาขัดจังหวะซะก่อน
“มือ เย็นจัง เดินมาจากบ้านพักของซอฮยอนเหรอ” จุนซูกุมมือของยูชอนขึ้นมาจับไว้ข้างนึง มือเล็กสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบเพราะจากบ้านพักของซอฮยอนมาที่หอพักของเขา ไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ
“อืม ฉันเป็นห่วงนายน่ะ” ยูชอนตอบ พลางเอื้อมมืออีกข้างไล้ที่แก้มเนียนเบาๆ แต่จุนซูกลับรวบมือทั้งสองข้างเข้ามาไว้ในอุ้งมือเล็ก
“หนาวมากไหมยูชอน” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมอง
“ไม่ เป็นไรหรอก แค่นี้เอง” ยูชอนตอบพร้อมกับรอยยิ้ม จุนซูจับมือของยูชอนทั้งสองข้างถูไปมา เพื่อให้เลือดวิ่ง เพิ่มความอบอุ่นให้กับยูชอน แก้มทั้งสองข้างพองลมขึ้น ก่อนจะเป่าลมอุ่นๆไปที่มือเย็นเฉียบ
“ทำไมไม่ใส่ถุงมือมาด้วยล่ะ ถ้ายูชอนไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง” คนตัวเล็กจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ
“ฉันแข็งแรงจะตายจุนซู ไม่ต้องห่วงหรอก”
“แต่ ฉันเป็นห่วงนี่ ทียูชอนยังห่วงฉันได้เลย ทำไมฉันจะห่วงนายไม่ได้” จุนซูทำแก้มป่อง ทิ้งมือทั้งสองข้างของยูชอนลงกับพื้นเตียง หันไปกอดอกไว้แทน ยูชอนยิ้ม
“ฉันไม่แค่เป็นห่วงนายนะ ฉันหวงด้วย ซึงรีทำอะไรนายหรือเปล่า” ยูชอนเอื้อมมือจับคนแสนงอนให้หันกลับมาหาเขา
“จะทำอะไร ซึงรีเขาไม่ได้ปากว่ามือถึงอย่างนายนี่ เขากับฉันเป็นเพื่อนกัน นายไม่ไว้ใจฉันเหรอ”
“ไว้ใจสิ ฉันไว้ใจนาย แต่ฉันไม่ไว้ใจซึงรี ฉันรู้ว่า..” ยูชอนเงียบไปก่อนจะพูดคำสุดท้ายออกมา
“ว่าซึงรีรักฉันเหรอ ตาถั่วจริงๆ ตอนนี้น่ะซึงรีเขาคงไม่ได้รักฉันแล้วล่ะ ฉันว่าเขารักคนอื่นมากกว่า”
“ใครเหรอ”
“ไม่บอก ที่มาตั้งไกลเนี่ยจะพูดแต่เรื่องนี้ใช่ไหม งั้นก็กลับไปเลย” จุนซูหันหน้ากลับไปอีกทาง
“ไม่ใช่หรอก ฉันมาเพราะคิดถึงนายต่างหาก” ยูชอนรั้งตัวคนแสนงอนเข้ามากอด
“คิดถึงอะไร ไปยังไม่ถึงวันเลย” จุนซูอุบอิบตอบเสียงเบา แก้มขาวทั้งสองข้างกำลังซับสีระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ฉันจะทนอยู่ห่างนายจนถึงวันงานไหวหรือเปล่าไม่รู้” ยูชอนกระซิบเสียงหวานข้างๆหูคนตัวเล็ก เล่นเอาจุนซูอายม้วนไปเลย
“จะบ้าหรือไง เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน”
“ก็ ได้แต่เห็น ไม่ได้กอดนี่นา นายก็รู้ว่าฉันต้องนอนกอดนายทุกคืน ไม่งั้นนอนไม่หลับ” จุนซูตีที่แขนคนเจ้าเล่ห์ ตั้งแต่ที่ได้รับบาดเจ็บวันนั้น ยูชอนก็หาเรื่องนอนบนเตียงกับเขาตลอด ยังจะมาพูดเรื่องนี้ให้เขินอีก
“ก็นี่ไม่ได้กอดหรือไง คนบ้า”
“ก็ได้กอดแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวพอเช้าฉันก็ต้องไปแล้ว” ยูชอนตอบ จุนซูหันมามองตาโต
“นี่นายจะนอนที่นี่งั้นเหรอ วิ่งไปวิ่งมาก็เหนื่อยแย่”
“ไม่เป็นไร ถ้าให้ฉันนอนกระสับกระส่ายที่โน่น สู้ฉันมานอนกับนายที่นี่ แล้ววิ่งกลับตอนเช้าดีกว่า”
“นายนี่ท่าจะบ้า แค่อาทิตย์เดียวเองนะ เดี๋ยวพอหลังเลิกงานเราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว”
“ตั้งอาทิตย์นึงต่างหาก จุนซูฉันง่วงแล้วอ่ะ นอนกันเถอะนะ” ยูชอนพูด พลางเลื่อนตัวเข้าไปอยู่ผ้าห่มของคนตัวเล็ก
“อ๊ะ ยูชอน อย่าสิ เดี๋ยวที่นอนเปียกหมด” จุนซูร้องโวยวายลั่น เพราะร่างโปร่งเล่นลงมานอนทั้งๆที่ไม่ถอดเสื้อโค้ทออก
“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวซึงรีก็ออกมาหรอก” ยูชอนปิดปกจุนซูเอาไว้ แต่มือเล็กแกะออกมาก่อน
“อยู่ที่ไหน ซึงรีเขาไปอยู่กับจียงโน่น ไม่รู้เรื่องเลย” ยูชอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“งั้น ก็ดี ถ้างั้นฉันจะมานอนกับนายทุกคืน เพราะไม่มีคนคอยอยู่ด้วยฉันไม่ไว้ใจ” ยูชอนพูดพลางถอดเสื้อโค้ทโยนไปพาดกับเก้าอี้ข้างเตียง ส่วนตัวเองก็สอดตัวลงไปนอนในผ้าห่ม แถมแขนแข็งแรงยังรั้งคนตัวเล็กให้ลงมานอนด้วยกัน
“อย่ากอดแน่นนักสิ หายใจไม่ออก” คนตัวเล็กดิ้นยุกยิก
“ไม่แน่นสักหน่อย แต่ถ้าดิ้นมากจะทำมากกว่ากอดนะ” ได้ผล จุนซูนอนนิ่งทันที
“ไม่ดิ้นแล้วเหรอ โธ่อดเลย” ยูชอนพึมพำ
“ไหนบอก จะนอน พูดอยู่ได้เดี๋ยวก็ตื่นไม่ทัน ซอฮยอนจับได้ไม่รู้ด้วย” จุนซูพูด แต่คำตอบที่ได้รับไม่ใช่เสียทุ้มนุ่มที่ได้ยินอยู่บ่อย แต่กลายเป็นริมฝีปากอุ่นร้อนทาบลงมาแทน และเพราะความอ่อนโยนที่คนตัวเล็กได้สัมผัส ทำให้จุนซูอยากที่จะลองทำตามอย่างร่างโปร่งบ้าง เพื่อตอบรับจุมพิตอันแสนหวานที่ร่างโปร่งมอบให้ ยูชอนเลิกคิ้วนิดนึง ก่อนจะกดจูบหนักหน่วงขึ้น เพื่อสอนประสบการณ์อีกขั้นให้กับคนตัวเล็ก ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย
“ไปหัดมาจากไหน” ยูชอนถามเสียงแผ่วเบา
“จะไปหัดจากไหนเล่า ถามแปลกๆ” จุนซูอ้อมแอ้มตอบ ยูชอนหัวเราะ
“อยากรู้ไหมว่าทำแบบนี้จะได้อะไรตอบแทน” หัวกลมๆส่ายไปมาอยู่แถวหน้าอกคนตัวโต
“ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปนายก็จะจูบเก่งขึ้น แล้ว.. ” ยูชอนหยุดเว้นจังหวะนิดนึง จุนซูเงยหน้ามองอย่างสงสัย
“แล้วอะไร” คนตัวเล็กถาม ยูชอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“แล้ว ฉันก็คงจะหยุดเพียงแค่จูบแบบเด็กๆไม่ได้น่ะสิ มันคงต้องไปไกลกว่านั้น” พอได้ยินคำตอบคนตัวเล็กก็ตาโต พยายามดันตัวออกห่างจากผู้ใหญ่จอมหื่น
“ไม่เอานะ ไม่เอาอ่ะ ฉันกลัว” แต่แขนแข็งแรงของยูชอนก็รวบตัวเอาไว้ได้ ก่อนจะกระซิบข้างหูเบาๆ
“มัน ไม่น่ากลัวหรอกนะจุนซู แล้วฉันจะค่อยๆสอนนายเอง รับรองไม่น่ากลัวอย่างที่คิด” แต่คนตัวเล็กกลับส่ายหัวไปมาอย่างไม่เห็นด้วย พร้อมตอบเสียงดังฟังชัด
“ไม่ ฉันจะไม่ทำอย่างนี้กับนายอีกแล้ว”
“เสียใจ ไม่ทันแล้วล่ะจุนซู พอนายลองทำไปครั้งนึง นายก็จะติดเป็นนิสัย ไม่เชื่อลองอีกครั้งก็ได้” พูดจบริมฝีปากอิ่มก็กดจูบไปที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง แค่คราวนี้จุนซูกลับนิ่งไม่มีปฏิกิริยาเหมือนเมื่อกี้ ยิ่งเห็นว่าจุนซูทำเป็นนิ่ง ร่างโปร่งยิ่งกดจูบหนักหน่วง เร้าอารมณ์ และเว้าวอนอยู่ในที จนคนตัวเล็กไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จูบตอบร่างโปร่งอย่างเผลอไผล ยูชอนยกยิ้ม ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมา
“เห็นไหม นายเลิกไม่ได้จริงๆด้วย”
“ก็นายนั่นแหละ บังคับ” จุนซูทุบหน้าอกคนตัวโตจอมเจ้าเล่ห์ไปทีนึง
“ฉันไม่ได้บังคับสักหน่อย” ยูชอนใช้มือข้างนึงลูบบริเวณที่โดนทุบ
“ไม่บังคับที่ไหนเล่า”
“ไม่ ได้บังคับจริงๆ ก็แค่ถ้านายไม่จูบตอบ ฉันก็จะจูบไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง” จุนซูรัวกำปั้นใส่ไม่ยั้ง เล่นเอายูชอนต้องรีบรวบมือเล็กๆมาไว้ด้วยกัน ก่อนจะช้ำในตาย
“พอได้แล้ว เดี๋ยวฉันก็ตายก่อนพอดี”
“ดีให้ตายไปเลย หมั่นไส้นัก” จุนซูพูดงอนๆ
“แล้วใครน้า ที่บอกว่าไม่ให้ฉันตายตอนที่โดนมีดน่ะ” ยูชอนทำท่านึก
“นั่นมันตอนนั้น แต่ตอนนี้ไม่อยากให้อยู่แล้ว”
“จริงเหรอ งั้นฉันไปก็ได้” ยูชอนลุกขึ้นจากที่นอนทันที แต่มือเล็กรีบคว้าตัวไว้
“แค่นี้ก็งอนด้วย ทีหลอกจูบเค้าตั้งหลายทีเค้ายังไม่งอนเลย” จุนซูพูดงอนๆ
“ไม่งอนตรงไหน เห็นงอนทุกรอบนั่นแหละ”
“ก็เค้าไม่ชอบนี่” จุนซูอ้อมแอ้มตอบ แต่ผลคือยูชอนสะบัดแขนออกจากมือเล็ก รีบเดินไปที่ประตูทันที
“ยูชอน” จุนซูเรียกด้วยความตกใจ
“ขอโทษนะที่รบกวน” ยูชอนเปิดประตูออก แต่จุนซูวิ่งไปขวางไว้ก่อน
“แค่นี้โกรธด้วยเหรอ” จุนซูยืนหน้ามุ่ย
“ไม่ได้โกรธ แต่เสียใจต่างหาก”
“ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายเสียใจนี่” จุนซูก้มหน้าตอบอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร นายไม่เคยรักฉันนี่ มีแต่ฉันที่รักนายเท่านั้น ฉันจะไปโกรธนายได้ยังไง ถอยไป” ยูชอนตอบเสียงขื่นๆ
“ฉันขอโทษไง อย่าเพิ่งไปเลยนะ” จุนซูเงยหน้ามอง ดวงตารีเริ่มมีหยดน้ำเกาะพราวรอบๆขนตา
“ร้องไห้ทำไม” ยูชอนเอื้อมมือปาดหยดน้ำออกจากดวงตาเรียว
“ไม่ รู้ แต่ฉันไม่อยากให้ยูชอนโกรธนี่ ฉันขอโทษ” ยิ่งพูดคนตัวเล็กก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ จากที่มีแค่น้ำตาหยด ก็เริ่มมีเสียงสะอื้นตามมาด้วย ยูชอนได้แต่ส่ายหน้า นี่เขาจะไปโกรธจุนซูได้ยังไง เขาไม่ควรไปบังคับให้จุนซูมารักเขา แค่จุนซูยอมอยู่ด้วยก็น่าจะพอใจแล้ว แขนแข็งแรงรั้งคนตัวเล็กเข้ามากอด
“ฉันขอโทษนะ ฉันทำให้นายร้องไห้อีกแล้ว” จุนซูส่ายหน้าแรงๆ
“ไม่ใช่ความผิดยูชอนนะ ฉันผิดเองแหละ ฉันมันไม่ดีเอง” จุนซูยังร้องไห้ต่อ
“ไม่ต้องร้องนะ ฉันไม่ไปแล้วล่ะ ไปนอนเถอะนะ” ยูชอนประคองคนตัวเล็กไปนอนที่เตียงอีกครั้ง
“ยูชอนไม่โกรธฉันแล้วใช่ไหม” จุนซูพูดด้วยน้ำเสียงติดสะอื้น
“อืม นอนเถอะ” ยูชอนจัดการกดคนตัวเล็กนอนกับที่นอน จัดการห่มผ้าให้เรียบร้อย แต่จุนซูกลับลุกขึ้น รั้งให้คนตัวโตเข้ามานอนด้วยกัน
“จุนซู”
“นอน ด้วยกันนะ ถึงฉันจะไม่ชอบให้นายจูบ แต่ฉันก็ชอบนอนกอดนายนะ” จุนซูก้มหน้าลงซ่อนใบหน้าที่เริ่มซับสีระเรื่อให้พ้นจากสายตาร่างโปร่ง ยูชอนอมยิ้ม เอาวะ แค่นี้ก็ยังดี สงสัยเราต้องเริ่มนับ1ใหม่ ไม่น่ารุกเร็วเกินไปเล้ย ยูชอนไม่ตอบคนตัวเล็ก แต่แทรกตัวเข้าไปนอนในผ้าห่มด้วยกัน แขนแข็งแรงโอบเอวคนตัวเล็กไว้หลวมๆ ในขณะที่แขนเรียวก็โอบเอวคนตัวโตไว้เช่นเดียวกัน ทั้งคู่ผล็อยหลับไปด้วยกันอย่างมีความสุข
%%%%%%
TBC



จุนจัง จูบตอบด้วย อิอิ
#1 By rui (58.8.145.34) on 2010-04-20 00:04