Recommend

[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 12

posted on 19 Apr 2010 21:13 by kameryuichi  in emergency
Part 12







ร่างเล็กขยับไปมาอย่างอึดอัด ทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ จุนซูรู้สึกว่าเช้านี้เขาตัวหนักผิดปกติ จะขยับไปไหนก็ลำบาก รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาทับเขาเอาไว้ หรือว่าผีอำ ไวเท่าความคิด คนตัวเล็กลืมตาขึ้นทันที เพราะเคยได้ยินว่า คนที่ถูกผีอำจะขยับไม่ได้ แต่ทันทีที่ลืมตา จุนซูก็ต้องเบิกตากว้างมากกว่าเก่า เพราะไม่ใช่ผีหรอกที่อำเขาจนขยับไม่ได้ คุณเจ้านายต่างหากล่ะที่อำเขาอยู่ นี่เราลืมไปได้ยังไงว่าคุณเจ้านายนอนอยู่ที่บ้านด้วย ตายล่ะ นี่คุณเจ้านายจอมหื่นมันทำอะไรเราหรือเปล่าเนี่ย คนตัวเล็กรีบจัดการสำรวจร่างกายตัวเองทันที แล้วก็ต้องถอนใจดังๆอย่างโล่งใจ เมื่อเสื้อผ้าที่เขาใส่เมื่อวานยังอยู่ครบไม่มีการเปลี่ยนแปลง จุนซูพยายามยกแขนของคุณเจ้านายที่โอบเอวเขาเอาไว้ออก แต่พอออกแรงขยับทีไร คุณเจ้านายก็เพิ่มแรงกอดแน่นขึ้นทุกที จนตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ เพราะคุณเจ้านายกอดเอาไว้ซะแน่น คุณเลขามองหน้าคุณเจ้านายที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างโกรธๆ จัดการฟาดแขนที่รัดตัวเองซะแน่นอย่างแรง

“โอ้ย~ เจ็บนะ ตีผมทำไมเนี่ย” ยูชอนสูดปากร้องโอดโอย ความจริงเขาตื่นตั้งนานแล้วล่ะ เขาเป็นคนนอนไว แค่คุณเลขาขยับนิดนึงก็ตื่นแล้วแต่แกล้งหลับต่อเพราะอยากจะกอดคุณเลขาอีกสัก หน่อย

“ปล่อยสิเจ้านาย ผมหายใจไม่ออก แล้วนี่ยังจะมาเนียนกอดอยู่ได้ ปล่อยได้แล้ว” คุณเลขาทำหน้ามุ่ย ด้วยความไม่พอใจ ถึงจะเป็นใบหน้าของคนเพิ่งตื่นนอน แต่ยูชอนก็รู้สึกว่า คุณเลขาก็น่ารักไปอีกแบบ อย่างนี้มันน่าจับฟัดซะให้หายน่ารัก

“บอก ดีๆก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องลงไม้ลงมือเลย คนกำลังนอนสบายๆ” ยูชอนทำหน้ามุ่ย ยิ่งทำให้คุณเลขาปรี๊ดแตก มาเนียนนอนบ้านเขา ยังจะมาทำเหมือนเขาเป็นคนผิดที่ปลุกให้ตื่นอีก เจ้านายนี่ยังไง

“ปล่อย ได้แล้ว ผมจะไปอาบน้ำ เหนียวตัวจะตายชัก ร้อนก็ร้อนกอดอยู่ได้” จุนซูรีบผลักคนตรงหน้าออก แต่ร่างโปร่งก็ไม่เขยื้อนแม้แต่น้อย ยังคงเนียนกอดต่อไป คนตัวเล็กเริ่มโมโห เพราะทำอะไรก็ไม่ได้ จะแกะมือก็ไม่ออก หันไปมองหน้าคุณเจ้านายอย่างเอาเรื่อง

“จะปล่อยดีๆ หรือจะปล่อยด้วยน้ำตา” จุนซูถามเสียงเครียด ยูชอนหัวเราะ คุณเลขานี่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ถามเขาด้วยประโยคเดิมๆ ตอนเจอกันครั้งแรกก็พูดแบบนี้

“คิดว่าผมจะกลัวเหรอ อย่างคุณจะทำอะไรผมได้ ตัวก็เล็กกว่า แถมตอนนี้แค่จะขยับให้พ้นจากที่ผมกอดยังทำไม่ได้เลย” ยูชอนยกยิ้มนิดๆ ยิ่งกวนอารมณ์คนตัวเล็กให้ขุ่นมากขึ้น คุณเลขาทำแก้มป่องหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ แต่สักพักเจ้าตัวก็หันมายิ้มหวานบาดใจคุณเจ้านายซะงั้น

“แหม~ เจ้านายอ่ะ ก็รู้อยู่ว่าผมสู้เจ้านายไม่ได้ แล้วยังจะมาแกล้งอีก”

คุณ เลขาพูด พร้อมกับเอามือลูบไล้ไปตามแขนของคุณเจ้านาย เล่นเอาคุณเจ้านายรู้สึกปั่นป่วนไม่น้อย ทั้งๆที่อยากจะเตือนคุณเลขาว่าอย่าทำแบบนี้ ไม่งั้นถ้าปุบปับจับกดขึ้นมาแล้วจะหาว่าหล่อไม่เตือน แต่คุณเลขาก็ยังคงใช้มือไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบริเวณแก้มอิ่มของคุณเจ้านาย มือเล็กลูบไล้เบาๆ ยิ่งทำให้ยูชอนเคลิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ แต่แล้วทุกอย่างก็สลายไปเพราะจู่ๆมือนุ่มนิ่มก็เปลี่ยนเป็นมือพิฆาต บีบแก้มคุณเจ้านายเต็มแรง เล่นเอาคุณเจ้านายร้องจ๊าก ปล่อยตัวคุณเลขาแทบไม่ทัน ส่วนคุณเลขาก็ใช้ช่วงชุลมุนรีบวิ่งไปอยู่อีกด้านนึงของห้องทันที

“ไง ล่ะ แบบนี้อ่ะ เจ็บป่ะ ชิ” ว่าแล้วคุณเลขาก็คว้าเสื้อผ้าเท่าที่จะหยิบได้วิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำไปทันที ปล่อยให้คุณเจ้านายนอนกุมแก้มดีดดิ้นไปมาอยู่บนที่นอนคนเดียว

“อูย~ จำไว้เลย มาหยิกแก้มกันได้ คอยดู ออกมาเมื่อไหร่จะจับจูบให้ช้ำเลย”

ยู ชอนได้แต่คาดโทษคนตัวเล็กที่บัดนี้วิ่งเข้าไปอาบน้ำสบายใจเฉิบ ถึงแม้จะเจ็บตัวไปบ้างแต่ก็คุ้ม เพราะเขาได้นอนกอดคุณเลขาทั้งคืน แถมตื่นมาก็ยังได้กอดอีกด้วย เฮ้อ~ ถ้าทุกเช้าได้เจอคุณเลขาอย่างนี้ทุกวันเขาจะมีความสุขมากแค่ไหนนะ ยูชอนเอามือประสานกันไว้ที่ท้ายทอย รอให้คุณเลขาออกมาจากห้องน้ำ แต่ก็ผ่านไปหลายสิบนาทีแล้ว คุณเลขาก็ยังไม่ออกมา ยิ่งนานเข้า เปลือกตาของเขาก็ยิ่งหนักขึ้น จนในที่สุดคุณเจ้านายก็กลับไปหลับฝันดีอีกรอบ

กว่าจุนซูจะออกมาก็ ปาไปชั่วโมงนึง วันนี้เขาตั้งใจอาบน้ำนานผิดปกติ เพราะคิดว่าคุณเจ้านายคงจะไม่อยู่รอและกลับไปก่อนแล้ว แต่ผิดคาด คุณเจ้านายยังคงนอนอยู่บนเตียงของเขาอย่างสบายใจ ไม่ได้มีท่าทีว่าจะขยับไปจากที่เดิมเลย จุนซูเดินไปวางข้าวของต่างๆไว้ที่โต๊ะข้างๆหัวเตียง ค่อยๆนั่งลงบนที่นอนหนานุ่มอย่างแผ่วเบา ระวังไม่ให้คนตรงหน้าตื่น คนตัวเล็กกำลังคิดที่จะแกล้งคุณเจ้านายสักหน่อย แต่ก็ชะงักเอาไว้ก่อน เพราะว่าครั้งที่แล้วที่คิดจะไปแกล้งคุณเจ้านายก็ทำให้ตัวเองเข้าสู่ สถานการณ์ล่อแหลมสุดๆ จุนซูรีบลุกขึ้นจากที่นอน พอดีกับที่คุณเจ้านายหันมากำลังจะคว้าตัวคุณเลขา จุนซูเลยรอดไปหวุดหวิด

“กะแล้วเชียว เจ้านายลุกได้แล้ว ผมจะรีบไปทำงาน” คุณเลขาถอยหลังไปยืนชิดติดผนังอีกข้าง ปล่อยให้คุณเจ้านายนอนกลิ้งอยู่บนที่นอนตัวเอง

“โธ่~ ผมยังง่วงอยู่เลย คุณจะรีบตื่นทำไมแต่เช้าเนี่ย” ยูชอนเหลือสายตาไปมองนาฬิกา นี่มันเพิ่ง7โมงเองนะ ไม่รู้ว่าคุณเลขาจะขยันอะไรนักหนา

“เช้าอะไรเจ้านาย นี่มันสายแล้วนะ กว่าผมจะกินข้าว ทำอะไรๆในบ้านเสร็จ ปิดบ้าน ก็เกือบจะสายอยู่รอมร่อแล้ว” จุนซูบ่น

“ผม ก็มารับทุกวันอยู่แล้ว ยังไงคุณก็เข้างานทันไม่เห็นจะต้องรีบร้อนเลย จากบ้านคุณขับรถไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ มานอนต่อเร็ว” ยูชอนกวักมือเรียกคนตรงหน้าหยอยๆ แต่คุณเลขาก็เอาแต่ส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก เรื่องอะไรจะเดินไปให้หมอนั่นกอด นี่ยังไม่ได้จดลงสมุดเลย เฮ้อ~ หลังๆรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบยังไงก็ไม่รู้ แถมไอ้เจ้านายบ้านี่ก็ไม่มีที่จะเสียดายตังค์เลยสักนิด เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวหอม เดี๋ยวกอดอยู่นั่นแหละ

“ไม่เอา รีบลุกเลยนะ คุณจะไปทำงานทั้งชุดนี้หรือไง รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย ผมจะออกไปรอข้างนอก เร็วเข้า ผมต้องรีบไป เสียเวลาจริงๆ” คุณเลขาบ่นงึมงำ

ก่อน จะหันไปจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย ปล่อยให้คุณเจ้านายเดินเข้าห้องน้ำไป แต่คุณเลขาก็คิดผิด เพราะคนที่คิดว่าน่าจะเข้าห้องน้ำไปแล้ว กลับเดินมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเขาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ทันระวัง แขนแข็งแรงสอดเข้ามาโอบเอวคุณเลขาเอาไว้หลวมๆ พร้อมกับซุกหน้าสูดความหอมจากซอกคอหอมกรุ่นของคุณเลขา แถมด้วยกดจูบตรงซอกคอขาวเนียนทำเอาคุณเลขาขนลุก คนตัวเล็กหันกลับมาตวาดแว๊ดทันที

“เจ้านาย อีกแล้วนะ ทำไมชอบลวนลามผมอยู่เรื่อย นี่ผมจดไม่ทันแล้วนะ”

“อ้าว ~ ที่โกรธนี่โกรธเพราะจดไม่ทันใช่ไหม มาๆ ผมช่วยนับ อืม เมื่อเช้ามีกอดทีนึงอย่างนี้” พูดจบคุณเจ้านายก็รั้งตัวคุณเลขาเข้ามากอด แน่นๆแล้วผละออก

“อืม~ เมื่อคืนนี้ก็กอดแบบนี้ด้วยเหมือนกัน” แล้วก็รั้งคุณเลขาเข้ามากอดอีกที

“เมื่อกี้ นี้จูบตรงนี้ด้วย” แต่ยังไม่ทันที่ได้ก้มลงไปสูดความหอมจากคอขาวเนียนของคุณเลขา มือเล็กดันใบหน้าคมให้เบี่ยงออกพร้อมเสียงโวยวายลั่น

“เจ้านาย บอกว่าอย่าไง คนอะไรยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ แล้วดูสิ มาหอมผมอยู่ได้ น้ำก็ไม่อาบ หน้าก็ไม่ล้าง ฟันก็ไม่แปรง ไปเลยนะๆๆ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้” จุนซูดิ้น สองมือน้อยๆปัดป้องเป็นพัลวัน จนยูชอนต้องใช้อีกมือรวบมือเล็กเอาไว้ก่อน

“แล้วถ้าทำทุกอย่าง เสร็จแล้วจะจูบคุณก็ได้ใช่ไหม” ยูชอนมองหน้าคนตัวเล็กพร้อมส่งยิ้มหวานประจบประแจง เล่นเอาคุณเลขาวางหน้าไม่ถูก ก่อนจะปรับสีหน้าและท่าทางกลับมาเป็นคุณเลขาจอมวีนเหมือนเคย

“ไม่ ยังไงก็ไม่ได้ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เสื้อผ้ายับหมดแล้วเนี่ย” แต่คุณเจ้านายก็ยังคงกอดอยู่ แถมรัดแน่นกว่าเดิมด้วย

“ไม่เอาอ่ะ คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าถ้าทำเสร็จแล้วคุณจะให้ผมจูบไหม”

“จะบ้าหรือไง คุณนี่ยังไงวันๆจ้องแต่จะจูบผมอยู่ได้”

“ผม ก็คงเป็นบ้าจริงๆนั่นแหละ ถ้าวันไหนผมไม่ได้จูบคุณ ผมจะต้องเป็นบ้าตายแน่ๆ” ระหว่างที่คนตัวเล็กไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากร้อนของคุณเจ้านายก็ทาบทับลงมาที่ริมฝีปากนิ่มของคนตัวเล็กอย่าง แผ่วเบานุ่มนวล ก่อนจะถอนจูบออกอย่างช้าๆ

“เจ้านาย!!!” คุณเลขาตะโกนลั่น

“ทำไม ครับคุณเลขา จะว่าผมอีกล่ะสิ จะบอกให้ ผมน่ะ ตื่นก่อนคุณตั้งนานแล้ว อาบน้ำขัดสีฉวีวรรณเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ยังใส่ชุดเดิมอยู่เพราะผมพยายามคุ้ยหาเสื้อผ้าในตู้คุณ แต่ผมใส่ไม่ได้สักตัว เพราะฉะนั้นมันก็เลยเหมือนยังไม่ได้ทำอะไรเลยไง”

“ไม่จริงอ่ะ คนอย่างเจ้านายเนี่ยนะจะตื่นเช้า ไม่มีทาง ผมไม่เชื่อหรอก” จุนซูเถียง

“ทำไม จะตื่นไม่ได้ ต้องเรียกว่าผมยังไม่ได้นอนเลยมากกว่า ก็คุณน่ะ นอนดิ้นจะตายไป ไหนจะเตะ จะถีบ แล้วก็อะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะ ถ้าผมไม่นอนกอดคุณไว้แน่นๆล่ะก็ ป่านนี้ผมคงน่วมไปแล้วล่ะ”

“ไม่จริงอ่ะ ผมไม่ได้นอนดิ้นขนาดนั้นสักหน่อย” คุณเลขาทำหน้ามุ่ย

“อยาก ดูหลักฐานไม่ล่ะ เมื่อคืนผมโดนคุณถีบไปทีนึง ขึ้นเป็นรอยเลยเนี่ย ว่าแล้วคุณเจ้านายก็ละมือออกจากการโอบเอวคุณเลขาไว้ข้างนึง ทำท่าจะปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก ทั้งๆที่ตอนนี้มันก็ปลดลงมาตั้งหลายเม็ดแล้ว

“ไม่ต้องๆๆ ผมไม่อยากดูหรอก” จุนซูส่ายหน้าดิ๊ก

“ทำไม เขินเหรอ ไม่เห็นต้องเขินเลยนี่” ยูชอนรีบโอบคุณเลขาไว้เหมือนเดิมก่อนที่คุณเลขาจะดิ้นหลุด

“ไม่ ได้เขิน ขืนให้คุณทำอะไรแบบนี้บนห้องผม ผมก็แย่น่ะสิ คุณยิ่งหาเรื่องปล้ำผมอยู่ทุกวัน” จุนซูพูดพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาคุณเจ้านาย ระยะหลังๆนี่เขารู้สึกว่าไม่อยากมองตาคุณเจ้านายตรงๆ ไม่ชอบสายตาเชื่อมๆที่เจ้าตัวมักใช้มองเขาตลอด ยูชอนหัวเราะ คุณเลขานี่เวลาเขินน่ารักชะมัด

“คุณรู้ได้ยังไง” ยูชอนทอดเสียงนุ่มๆ เรียกรอยริ้วสีแดงจางๆให้ขึ้นมาปรากฏบนแก้มใสของคุณเลขา

“หรือว่า คุณก็แอบหวังไว้เหมือนกัน” ยูชอนทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย จุนซูเงยหน้าทันที ด้วยความโมโห

“คุณ เจ้านาย ผมไม่ได้หื่น...อ๊ะ” เสียงคุณเลขาเงียบหายไปเพราะคุณเจ้านายกดจูบเบาๆไปที่ริมฝีปากบาง ก่อนจะรีบถอนออก ปล่อยมือจากเอวคุณเลขาแผ่นแนบไปที่ประตู ก่อนที่คุณเลขาจะทันรู้ตัว

“ผมไปรอข้างล่างนะ อย่าแต่งตัวนานนักล่ะ แค่นี้คุณก็น่ารักจะแย่อยู่แล้ว ผมหึงรู้ไหม” ก่อนจะวิ่งออกนอกประตูไป ปล่อยให้คุณเลขายืนค้อนลมค้อนแล้งอยู่คนเดียว

“ไอ้เจ้านายบ้า ไอ้เจ้านายประสาท” จุนซูได้แต่ยืนบ่นพึมพำ ก่อนจะหันไปจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าใส่เอกสารพอดีกับที่สายตาตัวเองประสานกันใน กระจก จุนซูรีบยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ มือเล็กแหวกคอเสื้อเชิ้ตให้กว้างออก เพื่อจะได้เห็นชัดๆ

“ไอ้เจ้านายบ้า เอาอีกแล้ว ดีนะทีเห็นก่อน ไม่งั้นไปทำงานทั้งอย่างนี้ต้องขายหน้าเขาแย่ คนอะไรหื่นตลอด คอยดูลงไปจะจัดการให้น่าดู” คุณเลขาบ่นหงุงหงิง หันไปคุ้ยหาเน็คไทด์ที่เข้ากับเสื้อมาเส้นนึงจัดการผูกให้เรียบร้อยก่อนจะ เดินหน้าตูมลงไปข้างล่าง

“ลงมาแล้วเหรอ ผมชงกาแฟให้น่ะ” ยูชอนหันมามองคุณเลขาที่เพิ่งลงมาจากห้องพร้อมใบหน้าบึ้งตึง

“เป็นอะไรล่ะ”

“ยังจะมีหน้ามาถามอีก เมื่อคืนคุณทำอะไรผม” จุนซูวางกระเป๋ากระแทกโต๊ะเสียงดัง

“ทำอะไร ไม่ได้ทำสักหน่อย” ยูชอนจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ ไม่สนใจคนที่กำลังหงุดหงิดเต็มพิกัดตรงหน้า

“ก็นี่ไง คุณทำรอยอะไรไว้อีกแล้ว” จุนซูใช้นิ้วจิ้มลงไปที่บริเวณคอตัวเอง ยูชอนหัวเราะ อ้อที่หน้ามุ่ยลงมาเพราะเรื่องนี้นี่เอง

“ช่วยไม่ได้ คุณดันน่ารักทำไม ผมก็เลยอดใจไม่ไหว ว้าเห็นซะแล้วเหรอ อุตส่าห์ทำให้มันลึกๆจะได้ไม่สังเกตเห็นนะเนี่ย” ยูชอนพูด

“จะบ้าเหรอ ไม่เห็นเลยนะ ดูสิวันนี้ผมเลยต้องใส่ไทด์เลย ร้อนจะตายชักหึ”

“ก็ดีแล้ว ผมไม่ชอบให้คุณใส่อะไรเปิดๆนักหรอกน่า”

“ผมจะใส่อะไรมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยเล่า ยุ่งจริง”

“เกี่ยวสิ ผมไม่ชอบให้คนอื่นมองคุณไม่รู้หรือไง ผมว่าคุณกลับไปแต่งตัวอย่างเก่าดีกว่ามั้ง” ยูชอนเสนอ

เขา ยอมรับว่าตอนแรกๆก็ถูกใจที่คุณนายปาร์คจับคุณเลขาไปแต่งตัวเสียใหม่ แต่ตอนนี้ชักไม่ค่อยชอบใจแล้ว หลายวันมานี่ เวลาไปไหนด้วยกันเขาเริ่มสังเกตเห็นว่า พวกหนุ่มๆชอบหันมาคุณเลขาตาปรอย เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด ขนาดมีเขาตีหน้ายักษ์อยู่ข้างๆยังจะมองกัน แล้วเวลาที่คุณเลขาไปไหนคนเดียวนี่ไม่อยากจะคิด ยิ่งเอ๋อๆอยู่ด้วย ไปเผลอทำท่าน่ารักใส่คนอื่นและยุ่งแน่ๆ เดี๋ยวได้มีหนุ่มๆตามมาเป็นพรวน เฉพาะไอ้หน้าปลาชนเขื่อนคนเดียวเขายังแทบคลั่ง ถ้ามาเยอะกว่านี้ สงสัยต้องให้คุณเลขาเลิกทำงานแล้วขังไว้ในบ้านอย่างเดียวพอ

“ช่วย ไม่ได้ ก็มันเป็นคำสั่งของแม่คุณ ชุดพวกนี้แม่คุณก็เป็นคนซื้อให้ แถมทำห้องแต่งตัวให้ด้วย โน่น เดี๋ยวสักพักช่างก็มาแล้ว กินเสร็จหรือยังล่ะ ผมจะได้รีบไปทำงาน” ยูชอนได้แต่ฮึดฮัด นั่นมันก็จริง ทุกอย่างคุณนายปาร์คเป็นคนจัดการทั้งนั้น สงสัยต้องไปบอกให้แม่เลิกซื้อเสื้อผ้าน่ารักๆให้ว่าที่ลูกสะใภ้ซะแล้ว เพราะตอนนี้คุณลูกชายกำลังจะเป็นบ้าเพราะหึงจนหน้ามืดตาลาย

“เสร็จก็ได้ คุณล่ะ ไม่กินข้าวหน่อยเหรอ อาหารแช่แข็งผมก็ซื้อมาให้ตั้งเยอะ ถึงมันจะไม่อร่อยเท่าของที่ทำสดๆก็เถอะ”

“ไม่กิน ตอนเช้าผมกินกาแฟแก้วเดียวนี่แหละ เพราะพี่ชายไม่อยู่ ไม่งั้นก็อาจจะมีขนมปังอะไรอีกนิดหน่อยก็พอแล้ว”

“ได้ไง แบบนี้เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะกันพอดี ไม่ได้แล้ว มานี่มา” ยูชอนจัดการเก็บข้าวของของคุณเลขา ลากตัวออกจากบ้านทันที

“โอ้ย~ ทำอะไรเนี่ย ผมยังไม่ได้ล้างถ้วยเลยนะลากผมออกมาทำไม”

“ไม่ต้องล้างหรอก เดี๋ยวให้คนของคุณแม่มาล้าง ยังไงเขาก็ต้องมาเฝ้าบ้านให้คุณตอนเขามาทำห้องให้อยู่แล้ว ไปเร็ว”

“ผม ยังไม่ได้ล็อคบ้านเลย” จุนซูประท้วง ยูชอนจิ๊ปากอย่างขัดใจ ก่อนจะสาวท้าวยาวๆไปจัดการล็อคบ้านให้คุณเลขาเสร็จสรรพ ลากคุณเลขาขึ้นรถไปด้วยกันทันที



อากาศยามเช้าที่แสนจะเย็น สบาย ทำให้คุณเออีคนสวยรู้สึกผ่อนคลายไปได้ หลังจากที่ทำงานหนักมาหลายวัน วันนี้เป็นวันแรกที่เขาไม่ต้องตื่นไปเดินตากแดดตัวดำตอนเช้าๆเหมือนทุกวัน เพราะวันนี้มีคิวถ่ายตอนกลางคืนที่ห้องจัดงานเลี้ยงของโรงแรม ทีมงานต้องเซ็ทฉากกันยิ่งใหญ่อลังการให้สมกับที่ไอ้คุณผู้กำกับมันต้องการ ทุกคนก็เลยต้องวิ่งวุ่นกันแต่เช้า จะเหลือก็แต่คุณนายแบบที่ไม่ได้มีกิจวุ่นวายอะไรกับเขาด้วย แต่ตอนแรกด้วยเป็นคนมีน้ำใจของแจจุง คุณเออีคนสวยก็จะไปเสนอตัวช่วยงานพี่น้องๆในกองที่รู้จักกันดี เพราะงานจะได้เสร็จไวๆ เขาจะได้รับกลับบ้าน เบื่อทั้งไอ้ผู้กำกับเพื่อนเก่าจอมขี้ตู่ แล้วตอนนี้ยังมีคุณลูกค้ามือปลาหมึกมาเพิ่มอีกคนด้วย

แต่ความหวังดี ของแจจุงเป็นอันต้องสะดุด เพราะระหว่างที่เดินไปที่ห้องจัดเลี้ยง เสียงไอ้ผู้กำกับมันก็ดังออกมานอกห้องจัดเลี้ยง ทำให้คุณเออีตัดสินใจเป็นคนไม่ดีสักวัน เขาไม่อยากเข้าไปให้เจอคำพูด ที่รักจ้ะที่รักจ๋าตอนเช้าๆแบบนี้ ขอหลบพักสักวันนึงก็แล้วกัน ทำให้ตอนนี้แทนที่จะอยู่ในห้องจัดเลี้ยงช่วยงานคนอื่น คุณเออีคนสวยก็กลับมานั่งที่เก้าอี้ผ้าใบใต้ต้นมะพร้าวที่จัดเอาไว้ให้แขกมา นั่งพักที่หน้าโรงแรม ดวงตากลมโตมองเหม่อไปที่ทะเลแสนกว้างใหญ่ มีละทะเลพัดมาเบาๆพอให้เย็นสบาย เพราะยังเช้าอยู่อากาศเลยไม่ร้อน แจจุงเหยียดแขนออกมาจนสุดทั้งสองข้าง สูดลมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด

“เฮ้อ~ สบายจังเลยน้า ถ้าแค่มาเที่ยวไม่ต้องทำงานก็ดีสิเนี่ย”

“ผม เพิ่งรู้ว่าคุณเป็นคนขี้เกียจขนาดนี้” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลัง ทำลายบรรยากาศที่สวยงามของร่างบางลงทันที แจจุงหันควับไปตามทิศทางของเสียง เจอกับใบหน้าคมเจ้าของมลภาวะทางเสียงเมื่อกี้ ร่างบางลุกขึ้นยืนเดินตั้งที่จะเดินออกไปจากที่ตรงนั้นทันที ไม่อยากจะเสวนาด้วย อยู่ใกล้ๆแล้วอันตราย คนอะไรไม่รู้ วันๆคิดแต่ว่าเขาเป็นเด็กไซด์ไลน์ตลอด แต่ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้เดินไปไหนไกล ก็ถูกมือของคุณลูกค้ารั้งแขนเอาไว้ซะก่อน

“ปล่อยผม”

“จะรีบไปไหนล่ะ อยู่คุยกับผมก่อนไม่ได้หรือไง” ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ ขัดกับแววตาที่เต้นระริกที่ดูล้อเลียนเขายังไงก็ไม่รู้

“ผม ไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ขอตัวก่อน” แจจุงพยายามแกะมือเหนียวหนึบออกจากแขนตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นผล แถมร่างบางยังถูกรั้งเข้ามาไว้ในอ้อมกอดคนตรงหน้าอีกต่างหาก

“เอ๊ะ คุณชอง ผมบอกให้ปล่อยผมไงล่ะ” แจจุงตวาดเสียงเขียวแถมตีหน้าดุ ถ้าเป็นแทนกุนป่านนี้คงรีบปล่อยแต่โดยดี เพราะรู้ฤทธิ์แม่เสือคิมแจดี แต่แทนที่จะกลัว ยุนโฮกลับคิดว่ามันเหมือนลูกแมวพยายามจะขู่เสือตัวใหญ่มากหว่า

“ถ้าผมไม่ปล่อย คุณจะทำอะไรผมครับคุณคิม” ยุนโฮไม่พูดเปล่า แถมยังก้มลงขโมยความหอมจากแก้มนิ่มของคนสวยด้วย

“คุณ ชอง ผมเตือนคุณดีๆแล้วนะ” แจจุงกัดฟันพูด ทั้งที่ตอนนี้ในใจกำลังเดือดปุดๆ ทุกทีเป็นเพราะเขาตั้งตัวไม่ทันหรอกถึงปล่อยให้คุณลูกค้าจอมขี้หลีนี่เอา เปรียบตลอด แต่วันนี้เขาไม่ได้ถูกแทกุนรวนจนเสียระบบมาก่อน วันนี้นายไม่รอดแน่ชองยุนโฮ

“เตือน ไหนล่ะครับที่คุณบอกว่าเตือน ไม่เอาน่าคุณคิม เราก็รู้ๆกันอยู่แล้ว คุณไม่ต้องมาปิดผมหรอก อย่าใช้หน้าตาซื่อๆใสๆของคุณมาหลอกผมเลย ผมน่ะ เจอคนประเภทคุณมาเยอะแล้ว รายไหนรายนั้น แค่ผมจ่ายหนักๆก็วิ่งถลามาแล้ว”

“ผมขอบอกอีกครั้งว่าผมไม่ใช่เด็กไซด์ไลน์ คุณกำลังดูถูกผมอย่างแรง ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ” แจจุงขู่ ยุนโฮหัวเราะเสียงดัง

“ผมถอนคำพูดไม่เป็นหรอกนะคุณคิม ผมทำเป็นแต่ถอนปากผมออกจากปากคุณเท่านั้น”

พูด จบใบหน้าคมก็ก้มลงมาขโมยความหวานจากริมผีปากสีเชอร์รี่ของคุณเออี ยุนโฮบดเบียดริมฝีปากรุนแรง เรียกร้อง และเร่าร้อนกว่าทุกครั้งที่เคยจูบคุณเออี เล่นเอาแจจุงที่ไม่เคยถูกสัมผัสลึกซึ้งอย่างนี้จากใครมาก่อนถึงกับเข่าอ่อน ไปเหมือนกัน ไม่ได้ อย่านะแจจุง ถ้าเผลอตามหมอนี่ไปเขาจะต้องเสียใจไปตลอดแน่ๆ อีกอย่างเขาไม่อยากเสียตัวตอนนี้ด้วย เรื่องอะไรจะต้องมาเสียตัวให้ไอ้บ้านี่ด้วย แจจุงพยายามดิ้นสุดแรงแต่ยุนโฮก็รัดเขาแน่นขึ้นอีก ก่อนที่จะหมดแรงไปเพราะจุมพิตหนักหน่วงของยุนโฮ แจจุงยกเท้าเหยียบลงบนเท้าของยุนโฮอย่างแรงแถมด้วยบดเท้าไปมาขยี้จนยุนโฮ ต้องยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน แจจุงรีบถอยหลังออกไปยืนไกลๆทันทีที่ถูกปล่อย คุณเออีคนสวยหอบหายใจจนตัวโยน เพราะถูกคนบ้าขโมยลมหายใจไปตั้งนานสองนาน

“คอย ดู ถ้าคราวหน้าคุณยังเข้ามาลวนลามผมอีกจะโดนหนักกว่านี้” ก่อนจะเดินเร็วๆออกไปจากที่ตรงนั้น ปล่อยให้ยุนโฮร้องโอดโอยรีบหาที่นั่งบีบนวดเท้าแทบไม่ทัน

“อูย~ กระดูกหักหรือเปล่านี่ เหยียบมาได้ ไม่เหยียบเปล่ายังขยี้เน้นๆอีกด้วย ร้ายจริงๆ” เขาต้องยอมรับกับตัวเองเลยว่า คุณเออีเป็นเด็กไซด์ไลน์คนแรกที่ทำให้เขาอยากเข้าใกล้มากขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะท่าทางเข้าถึงยาก ไว้ตัวโก่งราคา หึ~ ได้ไปตั้ง40ล้านแล้วยังไม่พออีกหรือไง จะโก่งตัวไปถึงไหน ยุนโฮนึกอย่างหมั่นไส้

“สักวันผมต้องได้คุณมาเป็นของผมให้ได้ คุณเออีคนสวย ดูสิว่าจะหยิ่งไปได้สักแค่ไหน” ยุนโฮพูดอย่างหมายมาด

ตอน แรกกะเอาไว้เป็นของเล่นฆ่าเวลา เพราะถูกตาต้องใจตั้งแต่ครั้งแรก แต่เพราะเห็นว่าแจจุงเป็นเจ้าหน้าที่ที่มาติดต่องานจากบริษัทโฆษณา เลยทำให้เขาไม่ค่อยกล้าที่จะรุกมากนัก แต่แล้วเขาก็เผลตัว เรียกชื่อคุณเออีกลางที่ประชุมตอนเลือกให้มาเป็นพรีเซ็นต์โฆษณา ไหนๆก็หลุดออกไปแล้วยุนโฮก็เลยต้องเลยตามเลย ได้มาเป็นพรีเซ็นต์เตอร์ก็ดี จะได้หาเรื่องเข้าหาง่ายๆหน่อย แต่ว่าคนสวยกลับมาปฏิเสธงานของเขา นั่นทำให้คนที่ไม่เคยแพ้ใครอย่างยุนโฮยอมไม่ได้ ทุ่มเงินเต็มที่เพื่อจะให้ได้แจจุงมาเป็นพรีเซ็นต์เตอร์ เขารู้จักกับคิมฮีชอลเจ้าของบริษัทนี้มานาน เพราะติดต่อเรื่องงานด้วยกันบ่อย ทำให้จับจุดได้ว่า ฮีชอลเป็นพวกเห็นเงินเป็นศาสดา แค่ให้เงินสูงๆ ฮีชอลก็แทบจะลากตัวแจจุงมากองตรงหน้าเขาอยู่แล้ว

ยุนโฮรู้สึก อารมณ์เสียไม่น้อย ที่ของเล่นที่เขายังไม่ได้แม้แต่จะเชยชม ดันถูกลูกพี่ลูกน้องคว้าไปซะก่อน หลังจากนั้นเขาจึงไม่ต้องรักษาภาพอีกต่อไป ในเมื่อคิมแจจุงไมใช่เด็กใสซื่ออย่างที่เขาเข้าใจ เขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้นวมอีก บวกกับท่าทางต่อต้านของแจจุงยิ่งทำให้เขายิ่งอยากเอาชนะ เขาต้องเอาคิมแจจุงมาเป็นของตัวเองให้ได้


“ฮึ่ย~ อะไรมันจะซวยขนาดนี้ อุตส่าห์ได้พักสบายๆ ยังจะมาเจออีตาเบื๊อกนี่อีก โว้ย~ นี่ฉันไปทำบาปเหยียบแมงสาบตายแล้วมันอาฆาตหรือเปล่าเนี่ย หมอนั่นถึงกัดไม่ปล่อย” แจจุงเดินมานั่งสงบสติอารมณ์แถวล็อบบี้โรงแรม สักพักเสียงเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กก็ดังขึ้น

“ฮัลโหล” แจจุงกรอกเสียงไปตามสาย

“ไอ้แจ นี่ฉันเอง” เสียงนางพญาประจำบริษัทดังมาตามสาย

“พี่ ฮีชอล มีอะไรเหรอครับ” แจจุงถาม ก่อนมาเขาก็เคลียร์งานให้เรียบร้อยแล้วนี่นา จะโทรมาจิกอะไรอีก อีกอย่างตัวเองเป็นคนยัดเยียดให้เขามาทำงานนี้เองด้วยซ้ำ

“ฉันจะโทร มาถามว่าแกเป็นไงบ้างน่ะสิ งานไปถึงไหนแล้ว หนอย~ ได้ค่าตัว40ล้านแล้วทำเป็นหยิ่งไม่สนใจเจ้านายอย่างฉันเลยใช่ไหม” นางพญาเจ๊ฮีตวาดแว๊ดมาตามสาย มือบางแทบเอาโทรศัพท์ออกจากหูไม่ทัน

“ไม่ ใช่ครับพี่ ผมกำลังหงุดหงิด ขอโทษครับ งานทางนี้ก็เรียบร้อยดี ยกเว้นแต่มันเดินช้าไปหน่อย เออพี่ พี่ช่วยบอกคุณชองให้หน่อยได้ไหมว่า ผมต้องรีบกลับไปทำงานน่ะ มีงานรอด่วนวางกองไว้เยอะแยะเลย เขาจะได้รีบๆถ่ายๆให้มันเสร็จๆสักที” แจจุงรีบออดอ้อนเจ้านาย เพราะเขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว แถวนี้มีแต่ตัวอันตราย แถมยังกวนโมโหที่สุด ขืนอยู่ต่อจนครบ2อาทิตย์ความดันเขาต้องผิดปกติแน่ๆเลย

“อ้อ ฉันจะโทรมาบอกแกเรื่องนี้แหละ” แจจุงยิ้มหน้าบาน พี่ฮีชอลช่างเป็นเจ้านายที่รู้ใจจริงๆ

“พี่จะเรียกผมกลับใช่ไหม”

“เปล่า”

“อ้าว~ หมายความว่าไง” คนสวยหน้าตูมทันที

“คุณ ชองเขาเพิ่งโทรมาเมื่อกี้ว่าขอลางานให้แกอีกสักอาทิตย์ งานไปช้ามากเลย ถ่ายยังไม่ไปถึงไหน สงสัยต้องเลื่อนวันเปิดตัวโรงแรมออกไปด้วย” แจจุงอ้าปากค้าง ไอ้คุณชองบ้า ทำอย่างนี้ได้ยังไง แล้วไหนบอกว่าจะต้องทำให้ทันวันเปิดตัว จู่ๆมาบอกว่าจะเลื่อนไปอีกอาทิตย์

“ไม่ เอานะครับพี่ ผมจะกลับบ้านแล้ว ถ่ายใกล้เสร็จแล้วด้วย เหลือแค่ฉากงานเลี้ยง กับฉากบนห้องพัก แล้วก็เก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อยแค่นั้น ทำไมผมต้องอยู่ต่ออีกอาทิตย์ด้วยอ่ะ แค่อีก8วันก็น่าจะพอแล้วนี่” แจจุงโวยวาย

“ก็ลูกค้าบอกว่างานยังไม่เสร็จนี่หว่า ฉันก็เลยต้องโทรมาบอกแก เพราะคุณชองเขากลัวแกไม่เชื่อ เลยต้องให้เจ้านายอย่างฉันโทรมาบอกลูกน้องอย่างแกไงไอ้แจ”

“หนอย~ ไอ้คุณชอง ดันตัดหน้าเราซะได้” แจจุงบ่นพึมพำ

“ว่าไงนะ”

“เปล่า มีอะไรครับพี่ เขาบอกอย่างนั้นจริงเหรอ มีอะไรอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า” แจจุงถาม ตามปกติคิมฮีชอลไม่เคยให้อะไรใครฟรีๆ จะรั้งตัวเออีคนเก่งประจำบริษัทไว้ต้องมีอะไรตอบแทนแน่ๆ

“ไม่มี๊ แกเห็นฉันเป็นคนยังไงวะไอ้แจ ฉันก็เป็นคนดีมีศีลธรรมเหมือนกันนะเว้ย ลูกค้าบอกว่ายังไม่เสร็จ ฉันก็ต้องให้แกอยู่ต่อสิ” ฮีชอลปฏิเสธเสียงสูง

“เอาความจริง” แจจุงพูดเสียงเรียบ

“ก็ ได้ๆๆ เขาให้เงินเพิ่มอีก20ล้าน ค่าเสียเวลาของฉันที่จะต้องสูญเสียรายได้ตลอดเวลาที่แกไม่ได้ทำงาน แล้วก็ ยังเพิ่มค่าตัวให้แกอีก20
ล้านด้วยนะ งานนี้แกรวยเละเลยว่ะ”

“ไม่เอา ไปบอกเขาเลยนะ ถ่ายจบแค่นี้พอแล้ว ผมไม่ถ่ายต่อ ขืนอยู่ต่อที่นี่อีกวันเดียว ผมเสียตัวแน่ๆ” แจจุงตะโกนใส่โทรศัพท์

“เฮ้ย ไม่ได้ พี่รับเงินเขามาแล้ว เขาโอนผ่านอินเตอร์เน็ตให้เรียบร้อย ของแกด้วยนะไอ้แจ 60ล้านนอนนิ่งอยู่ในบัญชีแกเรียบร้อยแล้วเมื่อกี้เลย ไม่เชื่อไปเช็คดูได้ ว่าแต่ อะไรเสียตัวนะ ฉันได้ยินไม่ถนัด” แจจุงถอนใจเฮือก ลองเงินเข้าปากคิมฮีแล้วไม่มีทางคายออกมาง่ายๆ สรุปเขาต้องอยู่ในสนามรบครั้งนี้ต่อไปอย่างช่วยไม่ได้

“พี่ ถ้าคราวนี้ผมไม่รอดกลับไป พี่เตรียมเก็บศพผมด้วยแล้วกัน” พูดจบก็กดตัดสายแกะแบตทิ้งทันที แทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าต้องเอาไว้โทรหาน้องชายสุดที่รักล่ะก็ ร่างบางนั่งพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ในล็อบบี้โรงแรม อย่างหมดอาลัยตายอยาก

“เดี๋ยว ต้องโทรไปบอกจุนซูว่ายังไม่กลับตามกำหนด ต้องเพิ่มเป็นอีกอาทิตย์ โธ่จุนซูของพี่ ป่านนี้ผอมแย่แล้วไม่มีคนทำอาหารให้กิน คอยดูนะคุณชอง ถ้ากลับไปบ้านแล้วน้องผมไม่อ้วนจ้ำม่ำเหมือนเดิมคุณต้องรับผิดชอบ”


ทาง ด้านคนตัวเล็กที่ถูกลากขึ้นรถคุณเจ้านายมา ก็เริ่มหันรีหันขวาง เพราะทางนี้เท่าที่จำได้มันไม่ได้ไปบริษัทนี่ คุณเจ้านายกำลังจะพาเขาไปไหนกันแน่

“เจ้านาย จะไปไหนน่ะ วันนี้มีประชุมตอน11โมงนะ อย่ามาพาผมเถลไถล เดี๋ยวคนเขาจะนินทาผมได้”

“คุณคิดว่าผมจะพาคุณไปไหน ก็คุณบอกเองว่าผมไปทำงานทั้งอย่างนี้ไม่ได้ ผมก็จะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านไง” ยูชอนหัวเราะ

“จะไปเปลี่ยนก็ไปคนเดียวสิ ทำไมต้องลากผมมาด้วย”

“แม่ บ่นคิดถึงคุณน่ะ ผมก็เลยพาคุณมาด้วยซะเลย” ยูชอนหาข้ออ้างขึ้นมาสดๆ เพราะถ้าบอกว่าเป็นอย่างอื่นคุณเลขาได้พาลร้องแง้วๆขอลงจากรถแน่ๆ

“เหรอ งั้นก็ได้ ถือว่าไปเยี่ยมคุณแม่ คุณน่ะ แต่งตัวให้มันเร็วๆหน่อยนะ เดี๋ยวไปประชุมสาย ผมต้องไปเตรียมรายงานการประชุมด้วย” จุนซูนั่งกอดอกวางท่าเหมือนตอนนี้เป็นเจ้านายยูชอนซะเอง

“คร้าบๆๆๆ คุณเลขา เดี๋ยวคุณเจ้านายจะรีบแต่งตัวให้เร็วเหมือนซุปเปอร์แมนเลยดีไหม แหม~ ช่างเอาการเอางานซะจริงๆ” ยูชอนประชดแต่คนตัวเล็กไม่สนใจ สักพักรถของยูชอนก็เลี้ยวเข้าบ้าน ทันทีที่รถจอดยูฮวานก็วิ่งมารับพี่ชายถึงที่รถ พร้อมข่าวร้ายสุดๆ

“พี่ ชาย มาแล้วเหรอ ไปเลยนะ คุณแม่กำลังเม้งแหลกเลยเรื่องพี่ชายไม่กลับมานอนบ้านเมื่อคืน” ยูฮวานรายงานเป็นชุด ไม่ทันมองคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆคนขับ

“ตายล่ะ เมื่อวานลืมบอกแม่ ริกกี้ แม่พิโรธขั้นไหนแล้ว” ยูชอนหันไปถามน้องชายตัวแสบ ตามธรรมดายูฮวานไม่ค่อยอยู่ข้างเดียวกับเขาเท่าไหร่ ยกเว้นเวลาคุณนายปาร์คโกรธ เพราะคุณแม่เขามักจะเป็นนางฟ้าใจดีเวลาใครทำอะไรถูกใจ แต่จะกลายเป็นนางยักษ์ใจร้าย ถ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปนอนข้างแรมที่อื่นโดยไม่บอกคุณนายแม่ก่อน ยูฮวานพลิกข้อมือดูนาฬิกา

“8โมงครึ่ง ริกกี้ว่าตอนนี้ใกล้จะถึงขั้นสูงสุดแล้วพี่ รีบเข้าไปเลย มีข้อแก้ตัวอะไรดีๆงัดออกมาให้หมดเลยนะ พี่ชาย” ยูฮวานรีบดันพี่ชายเดินเข้าบ้าน

“เดี๋ยวสิ เฮ้ยริกกี้ พี่ยังไม่ได้นึกเลย จะรีบดันไปไหนเล่า” ยูชอนโวยวาย เพราะตอนนี้เขาถูกน้องชายดันหลุนๆเข้าไปในบ้าน เพื่อไปเผชิญกับคุณนายปาร์คในมาดนางมารร้าย

“ไม่ทันแล้ว พี่มิกกี้เดินไปคิดไปก็แล้วกัน ช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ริกกี้ว่าคุณแม่จะเพิ่มเป็นขั้นสุดยอดแล้วนะ ไปเร็วเข้า” ยูฮวานไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทั้งผลักทั้งดันพี่เข้าบ้านไปทันที ปล่อยให้คุณเลขายืนงงอยู่ตรงนั้นคนเดียว

“บ้านนี้เขาทำอะไรกัน แปลกๆแหะ” คุณเลขาได้แต่ส่ายหน้า แต่ก็เดินเข้าตามเข้าไปในบ้าน ยังไม่ทันถึงห้องรับแขกด้วยซ้ำ เขาก็ได้ยินเสียงคุณนายปาร์คถามลูกชายด้วยเสียงเหยียบเย็น เล่นเอาคุณว่าที่ลูกสะใภ้สะดุ้งไปเหมือนกัน

“ตามิกกี้ เมื่อคืนไปไหนมา ทำไมไม่โทรมาบอกแม่ก่อน รู้ไหมว่าแม่คอย” คุณนายปาร์คถาม เพราะตามปกติถ้าคนในบ้านยังกลับไม่ครบ คุณนายปาร์คจะเป็นห่วง ไม่ยอมหลับยอมนอน ถ้าจะมีการค้างอ้างแรมจะต้องบอกกล่าวก่อน นี่เป็นอีกเหตุผลที่ไม่ว่าจะเที่ยวดึกแค่ไหน ยูชอนจะต้องโทรมาบอกแม่ให้เข้านอนก่อนทุกครั้ง และสัญญาว่าตื่นเช้าขึ้นมาแม่จะเห็นรถของเขาจอดในโรงรถแน่ๆ แต่เมื่อวานด้วยความรีบเขาก็เลยไม่ทันได้โทรบอกแม่

“คือว่า ผม.. “ ยูชอนพยายามหาคำแก้ตัวต่างๆนาๆขึ้นมา แต่ก็คิดไม่ออก เพราะตามธรรมดาจะต้องเตรียมข้อแก้ตัวตั้งแต่ยังไม่เข้าบ้าน แต่นี่ลืมไปสนิทเลยก็เลยได้แต่อ้ำอึ้ง

“ว่าไง แม่ถามตอบมาสิมิกกี้” คุณนายปาร์คถามเสียงเย็นๆอีกรอบ เล่นเอาสองพี่น้องเสียวสันหลัง

“คือ ว่า เอ่อ.. ผมไป” ยูชอนกำลังหาข้อแก้ตัวให้ถูกใจมารดาบังเกิดเกล้ามากที่สุด แต่ก็นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก คุณเลขาเห็นท่าจะไม่ดี ความจริงไม่อยากจะช่วยหรอกนะ แต่ถือว่าเป็นการตอบแทนเรื่องค่าอาหารแล้วกัน เลยเสี่ยงเดินเข้าไปในห้องรับแขกท่ามกลางสถานการณ์ตรึงเครียด

“พี่ ยูชอนเขาไปค้างที่บ้านผมน่ะครับคุณแม่ พอดีว่าดึกแล้วผมก็เลยให้พี่ยูชอนนอนที่บ้าน ขอโทษนะครับที่ไม่ได้บอกคุณแม่ก่อน” เสียงคุณเลขาดังขึ้นจากประตู ทั้งสามแม่ลูกหันไปมอง

“สวัสดีครับคุณแม่ ขอโทษที่จุนซูเสียมารยาทมาแทรกตอนนี้นะครับ พอดีว่าเมื่อคืนจุนซูลืมของน่ะครับ พี่ยูชอนเขาก็เลยขับรถกลับไปเอาให้ จุนซูเห็นว่ามันดึกมากแล้วกลัวว่าจะพี่เขาจะขับรถกลับไม่ไหวก็เลยให้นอนที่ ห้องพี่ชายน่ะครับ” คุณเลขาทำหน้าเศร้าอย่างสำนึกผิดที่ทำให้คุณนายปาร์คต้องไม่สบายใจ ใบหน้าหวานก้มต่ำนิดๆ คุณนายปาร์คคลี่ยิ้มน้อยๆอย่างเอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้ อารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆกลับเย็นลงอย่างรวดเร็วเหมือนมีใครเอาน้ำมาสาดดับ ถ่านที่กำลังแดงๆให้มอดลง

“งั้นเหรอจ้ะ ถ้าพี่เขาอยู่กับหนูแม่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกจ้ะ มานี่มา มานั่งข้างๆแม่ คิดถึงจังเลย ไม่เจอกันตั้งหลายวัน” คุณนายปาร์คยิ้มเดินมาจูงมือว่าที่ลูกสะใภ้ไปนั่งข้างๆ เปลี่ยนจากนางยักษ์เป็นนางฟ้าทันที สองพี่น้องหันมามองหน้ากันงงๆ

“พี่ มิกกี้ พี่จุนซูเขาเล่นของหรือเปล่าอ่ะ ปกติคุณแม่องค์ลงถ้าไม่ครบสองชั่วโมงไม่มีทางออก ขนาดคุณพ่อว่าดุๆยังแพ้บายมาแล้วหลายรอบเลย” ยูฮวานกระซิบกระซาบกับพี่ชาย

“ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าตอนนี้พี่รอดตัวแล้ว”

~ เฮ้อ ~ สองพี่น้องพร้อมกันประสานเสียงถอนหายใจ

“ว่าไงจ้ะ ยังไม่ได้บอกแม่เลยว่าลมอะไรพัดมาหาแม่ตั้งแต่เช้าอย่างนี้ หรือว่าจะมาส่งพี่มิกกี้จ้ะ” คุณนายปาร์คถาม

“พี่ยูชอนเขาจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะครับ วันนี้มีประชุมตอน11โมง”

“เหรอ จ้ะ ตามิกกี้รีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดสิ ไปอยู่กับน้องทำไมไม่บอกแม่ อ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่นแหละ หรือว่าเมื่อคืนนี้...” คุณนายปาร์คแกล้งพูดทิ้งไว้ คุณเลขาส่ายหน้าเร็วๆ

“ไม่มีอะไรนะครับคุณแม่ จุนซูกับพี่ยูชอนนอนคนละห้องกัน” จุนซูรีบปฏิเสธทันทีก่อนที่ไอ้คุณเจ้านายมันจะหลุดอะไรออกมา

“ว้า เหรอ แย่จัง ทำไมไม่นอนห้องเดียวกันอ่ะ แม่จะได้มีลูกสะใภ้ไวๆ” จุนซูสะดุ้ง หันไปมองคุณเจ้านายที่ยิ้มแก้มแทบปริ ไม่เหมือนตอนแรกที่หน้าหดเหลือสองนิ้วดูน่าสงสาร รู้งี้ไม่ช่วยซะดีกว่า ชิ~

“คุณ แม่ครับ พูดแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวจุนซูเขาเขิน แล้วมาพาลมางอนผมอีก ผมก็แย่สิครับ ยิ่งง้อยากๆอยู่คนนี้อ่ะ” ยูชอนได้ทีรีบหยอดคุณเลขาทันที

“ทำไม ล่ะจ้ะจุนซู หนูก็รู้ว่าแม่รักหนูจะตาย ร่ำๆจะไปขอให้พี่เขาอยู่ทุกวัน ติดแต่ว่าพี่ยูชอนบอกว่าพี่ชายหนูไม่อยู่ แม่ก็เลยต้องรอไปก่อน” แรงทั้งแม่ทั้งลูก จุนซูคิดหน่าย ๆ นี่ถ้าพี่แจกลับมาจะปิดให้เงียบกริบเลยทีเดียว

“เอ่อ จุนซูกับพี่ยูชอนเพิ่งคบกันไม่ถึงเดือนเลยนะฮะ คุณแม่ ให้จุนซูแน่ใจกว่านี้ก่อนได้ไหมว่าพี่ยูชอนจะไม่นอกใจ ไปหาเศษหาเลยกับคนอื่นอีก” คุณเลขาหาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองชงเข้าทางคุณเจ้านาย ยูชอนรีบเสียบทันที

“พี่ ไม่นอกใจแน่นอน พี่รักจุนซูคนเดียวนะ” คุณเลขาตวัดตามองหน้าคุณเจ้านายตาขุ่น ริมฝีปากบางขยับขมุบขมิบเจริญพรคุณเจ้านายแต่เช้าด้วยความหมั่นไส้

“นั่นสิ ถ้าพี่เขานอกใจ บอกแม่ได้เลยจ้ะ แม่จัดการให้เอง พี่เขากลัวแม่จะตายไป” คุณนายปาร์ครีบเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้ทันที

“จุน ซูว่าเรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีไหมฮะ นี่สายมากแล้วกว่าจะไปถึงที่ทำงาน เดี๋ยวจุนซูเตรียมรายงานการประชุมไม่ทัน” จุนซูรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนที่มันจะเข้าตัวไปมากกว่านี้

“อาไร้ เพิ่งจะมาเอง จะไปแล้วเหรอ ประชุมกี่โมง”

“11โมงฮะ”

“ริก กี้เอาโทรศัพท์ให้แม่ที” ไม่ต้องรอพูดซ้ำ ยูฮวานรีบแจ้นไปเอาโทรศัพท์มาส่งให้คุณหญิงแม่ทันที คุณนายปาร์คกดหมายเลขที่ต้องการ ก่อนจะกรอกเสียงหวานแต่ทรงอำนาจไปตามสาย

“สวัสดี คุณอึนยองเหรอคะ จ้ะฉันเอง วันนี้มีประชุมตอน11โมงใช่ไหม อืมๆ ถ้ายังไงช่วยจัดรายงานการประชุมแทนจุนซูด้วยนะ จุนซูเขาอาจจะไปสายสักหน่อย จ้ะๆๆ ขอบใจจ้ะ แค่นี้เองเรียบร้อยแล้ว จุนซูมานั่งคุยกับแม่มา” จุนซูทำหน้าเมื่อย แม่ลูกพอกัน เอาอะไรก็เอาให้ได้ดั่งใจ

“กินข้าวเช้ามาหรือยังจ้ะ” คุณนายปาร์คถาม

“กิน...” คุณเลขากำลังจะตอบ แต่คุณเจ้านายก็แย่งตอบซะก่อน

“ยังเลยครับแม่ พี่ชายจุนซูเขาไม่อยู่ เลยไม่มีคนทำอาหารเช้าให้เขากิน จุนซูเขาก็เลยกินกาแฟแก้วเดียวทุกเช้าเลย”

“ต๊าย ไม่ได้นะคะลูก กินแต่กาแฟได้ไง แล้วพี่ชายหนูไปไหนล่ะคะ”

“พี่ ผมไปทำงานต่างจังหวัดนะครับ อีก7-8วันก็กลับแล้ว” พูดจบคุณเลขาก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก เพราะประโยคต่อไปของคุณนายปาร์ค ทำเอาคุณเจ้านายยิ้มแฉ่ง

“ตั้งนาน แบบนี้จุนซูก็เสียสุขภาพแย่สิจ้ะ ไม่ได้แล้ว ตามิกกี้ วันนี้ไม่ต้องไปส่งน้องที่บ้านนะ พากลับมาที่นี่เลย เดี๋ยวแม่จะให้เด็กจัดห้องไว้ให้ จุนซู นอนที่บ้านแม่นะจ้ะ ไว้พี่ชายกลับมาแล้วค่อยย้ายกลับไปนะ” คุณนายปาร์คสั่งเป็นชุด

“เอ่อ คุณแม่ครับ อย่าเลยครับลำบากเปล่าๆ ต้องขนของไปมาอีกยุ่งยาก จุนซูอยู่คนเดียวได้ อีกอย่างที่บ้านมีอาหารแช่งแข็งตั้งเยอะ อยู่ได้อีกหลายวันเลยฮะ”

“ตายๆๆ แม่จะเป็นลม กินอาหารแช่แข็งมันไม่ดีนะจ้ะลูก คุณภาพของอาหารมันด้อยกว่ากินแบบทำใหม่ๆสดๆ ไม่รู้ล่ะ ตามนี้แล้วกันแม่จะบอกให้เด็กจัดการจัดห้อง จุนซูต้องมานอนบ้านแม่

“แต่..”

“ไม่ มีแต่จ้ะ ไปๆๆ ตามิกกี้ไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัว แม่จะพาหนูจุนซูไปทานอาหารเช้า เราด้วยไม่ได้กินเหมือนกันล่ะสิ รีบๆลงมานะเดี๋ยวน้องหิว ไปจ้ะจุนซูไปกับแม่” คุณนายปาร์คเดินจูงมือคุณเลขาไปพาไปที่โต๊ะอาหาร ยูชอนยิ้มแก้มปริ แบบนี้เขาก็ได้อยู่กับคุณเลขาทุกวันเลยสิ ทำไมต้องจัดห้องใหม่ด้วยนะ นอนห้องเขาก็ได้นี่นา

“แหมพี่ชาย หุบยิ้มมั่งก็ได้หรอก ออกนอกหน้าไปแล้ว คนนี้จริงจังเหรอเนี่ย” ยูฮวานได้ทีแซว

“เปล่าสักหน่อย ยุ่งน่า จะไปไหนก็ไปๆ พี่จะไปแต่งตัว” ยูชอนเดิมฮัมเพลงขึ้นไปข้างบนอย่างสบายอารมณ์

“โธ่ เอ๊ยคนเรา รักเขาจะแย่อยู่แล้วทำมาเป็นปากแข็ง เดี๋ยวไม่ช่วยซะเลยนี่” ยูฮวานบ่น ก่อนจะเดินตามว่าที่พี่สะใภ้กับคุณนายปาร์คไปที่ห้องอาหาร

%%%%%%%%


TBC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณแม่ขาทำอย่างนี้ถูกใจมากเลย

เยี่ยมมากๆค่า เข้าทางชายปาร์คสุดๆ

#1 By little g (110.49.57.82) on 2010-04-19 22:23

คุณแม่ขา ได้ใจมากๆเลยค่ะ

#2 By rui (58.8.143.253) on 2010-04-20 00:18

คุณเลขานอนบ้านคุณเจ้านาย!!
โอ๊ย..เข้าทางซิเนี้ย อิ อิ cry
เฮ้อ..จุนจังจะรอดมั้ยเนี้ย(เอาใจช่วยน้าให้เป็นปาร์คจุนซูเร็วๆ double wink )

#3 By patongko (58.8.26.109) on 2010-04-20 08:33

อ๊าก ตาปาร์คแอบเนียนอ่ะ ชอบจัง

คุณหญิงแม่ทามดีมากค่า ว้าวๆๆ

อยากอ่านต่อแล้วซิ มาต่อไวๆๆน่ะค่ะ

#4 By *-* (125.25.152.93) on 2010-04-21 00:57

คุณแม่สุดยอดมากค่ะ อิอิ
แล้วแจจะรอดมือชายชองไหม
มาต่ออีกน้า รออยู่จ้า

#5 By bruin (222.123.221.231) on 2010-04-21 07:14