[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 11
posted on 13 Apr 2010 00:57 by kameryuichi in servant
Part 11
หลังจากฤดูแห่งการสอบผ่านพ้นไป จุนซูก็รู้สึกถึงความสว่างไสวของท้องฟ้าสีฟ้า ปุยเมฆสีขาว หลังจากที่เขาต้องจมอยู่กับหนังสือต่างๆมากมายเป็นกองทัพ เพราะการสอบครั้งนี้ของเขาเดิมพันด้วย สเตล่า3อัน และสนามฟุตบอล แค่คิดถึงตรงนี้คนตัวเล็กก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว
“จุนซู เป็นบ้าไปแล้วเหรอ หรืออ่านหนังสือมากไป ก็บอกแล้วว่าอย่าไปอ่าน เดี๋ยวจบเร็วไม่สนุกนะ” ยูฮวานหันมามองหน้าว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังทำหน้าแปลกๆ
“ฉันไม่ได้ บ้า ฉันกำลังรอลุ้นผลคะแนนน่ะ ถ้าสอบได้คราวนี้ฉันจะดีใจมากๆ” จุนซูยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสต่อไป ในขณะที่สองเพื่อนซี้หันมองหน้ากัน
“แย่แล้วแจจุง ถ้าหมอนี่มันเรียนจบก่อน พวกเราก็ไม่มีข้ออ้างอยู่เที่ยวเล่นในโรงเรียนอ่ะดิ” ยูฮวานกระซิบ
“นั่นสิ อย่างนี้เราต้องลากจุนซูมาเป็นแนวร่วม” แจจุงพยักหน้าเห็นด้วย พลางหันไปมองคนตัวเล็กที่ยังนั่งฝันหวานต่อไป
“จุน ซู ทำไมนายถึงอยากได้สเตล่านักล่ะ อยากแต่งงานกับปาร์คยูชอนหรือไง” แจจุงเลียบๆเคียงๆถาม จุนซูหันมามองหน้าเพื่อนอายๆ แก้มขาวใสเริ่มมีสีอมชมพูนิดๆ
“เปล่าสักหน่อย ฉันไม่ได้อยากแต่งกับเขานะ”
“ไม่อยากแต่งแต่ตอนนี้ตัวนายบิดเป็นผ้าขี้ริ้วไปแล้ว เขินอะไรหนักหนา” ยูฮวานแซว มีพี่สะใภ้น่ารักก็งี้แหละ น่าเอ็นดูดี
“จะบ้าเหรอ ฉันอยากได้สเตล่าเพราะอย่างอื่นต่างหากเล่า”
“อะไรล่ะ” แจจุงยื่นหน้าเข้ามาฟังทันที
“ก็ ยูชอนบอกว่า ถ้าฉันได้สเตล่า3อัน เขาจะให้สนามฟุตบอล แล้วถ้าได้เพิ่มทุกๆ3อัน ฉันจะได้ออปชั่นในสนามเพิ่ม” แจจุงกับยูฮวานได้ฟังก็ตาโต แต่อีกสองหนุ่มที่กำลังเดินเข็นรถอาหารเดินเข้ามาเสิร์ฟสุดที่รักหันมามอง ตัวต้นเหตุตาถลน
“โห~ พี่ยูชอนทุ่มอ่ะ ไม่เห็นเหมือนชางมินเลย รายนั้นบอกแต่ว่าให้รีบๆเรียน ไม่เห็นมีอัดฉีดเลย อิจฉาอ่ะ” ยูฮวานบ่น
“นั่น สิ ถ้ายุนโฮอัดฉีดหนักๆอย่างนี้บ้างนะ ป่านนี้ออกไปแต่งแล้ว” แจจุงกอดอกทำแก้มป่อง อิจฉาเพื่อนที่มีแฟนเป็นเจ้าบุญทุ่ม สองหนุ่มเริ่มเหงื่อตก
“ไอ้ยูชอนแกนะแกทำเรื่องอีกแล้ว ฉันอุตส่าห์อยู่มาได้โดยไม่มีการติดสินบน แล้วดูสิบรรดาสุดที่รักฉันตาเป็นประกายขนาดนั้น หมดตัวแน่” ชางมินหันไปกระซิบกระซาบกับบรรดาหนุ่มๆ
“ช่วยไม่ได้ พวกแกไม่ทุ่มก็ไม่ได้เชยชมนะเว้ย ไปก่อนล่ะ” ว่าแล้วร่างโปร่งก็เข็นรถอาหารมาเทียบข้างโต๊ะ จัดแจงบริการคุณหนูเต็มที่ อ่านหนังสือหนักมาหลายวันต้องโด๊ปกันหน่อย ในขณะที่อีกสองคนนั่งหน้ามุ่ย
“เป็นอะไรไปจ้ะแจจุง อาหารไม่ถูกปากเหรอเดี๋ยวไปเปลี่ยนให้ก็ได้” ยุนโฮถาม ทั้งๆที่จริงก็รู้คำตอบอยู่แล้ว
“เปล่า เบื่อคนไม่ลงทุน” น่าน ตูว่าแระ
“ลงทุนอะไร ไม่เข้าใจ” ยุนโฮทำหน้าแบ๊วสุดขีด
“ทำเป็นไม่เข้าใจ พวกนายสองคนนี่เหมือนกันเด๊ะเลย” ยูฮวานกระเง้ากระงอด
“อะไรกันครับที่รัก เป็นอะไรไปอีกแล้ว” ชางมินรีบเข้ามาแก้สถานการณ์
“ไม่ รู้ไม่ชี้ ไปกันดีกว่าแจจุง เบื่อพวกไม่ลงทุนชิ~” ว่าแล้วคนสวยกับคนหน้าหวานก็ควงกันเดินออกไปนอกห้องอาหารทันที ทิ้งให้สองหนุ่มมองหน้ากัน ก่อนจะวิ่งตามไปง้อคนรัก
“ยูชอน สองคนนั้นเป็นอะไรกันเหรอ” จุนซูเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนทั้งสองคน ที่ตอนนี้เดินเชิดไปอีกทาง ส่วนคนรับใช้กิติมศักดิ์ก็รีบวิ่งตามไปง้อ
“ไม่มีอะไรหรอกจุนซู กินไปเถอะ เดี๋ยวต้องเข้าเรียนตอนบ่ายอีกนะ” ยูชอนพูดพลางหั่นเนื้อพอดีคำวางไว้ในจานคนน่ารัก
“อื้อ~ ยูชอนไม่กินด้วยกันเหรอ” จุนซูเงยหน้าถาม
“ไม่ หรอก แค่เห็นนายกินฉันก็อิ่มแล้วล่ะ อีกอย่าง เขาไม่ให้คนรับใช้กับคุณหนูกินข้าวพร้อมกันนะ” ยูชอนพูดพลางใช้ผ้าเช็ดปาดเช็ดคราบน้ำเกรวี่ออกจากริมฝีปากเล็ก
“นั่นสิ แล้วยูชอนจะไปกินตอนไหนล่ะ เดี๋ยวก็ต้องเข้าไปเรียนด้วยกันแล้ว”
“ไม่ เป็นไร เดี๋ยวไว้กินตอนเย็นที่ห้องทีเดียวก็ได้ รีบกินเถอะเดี๋ยวเย็นหมด” จุนซูพยักหน้า ก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารที่ยูชอนเตรียมไว้อย่างมีความสุข ในขณะที่อีกคนนึงได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ
“ไง เห็นไหมว่าเขาออกจะมีความสุขดีแล้ว นายจะเข้ามาทำไมก็ไม่รู้” จียงพูดขึ้นลอยๆ เรียกให้คนด้านหน้าหันไปมอง
“คุณยุ่งอะไรด้วย ผมจะคิดยังไง จะเข้ามาทำไมมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ” ซึงรีหันมาตอบ
“ทำไม จะไม่เกี่ยว ก็เพราะนายกับพี่อยากจะเข้ามานักนี่ ฉันก็เลยต้องมาติดแหงกที่นี่ ไม่ใช่ความผิดนายแล้วจะความผิดใคร” จียงเถียงอย่างไม่ลดละ
“เราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า คุณก็อยู่ส่วนของคุณไป อย่ามาก้าวก่ายงานผม แล้วนี่ตามมาทำไม”
“ก็ ใครล่ะบอกจะทำให้ทุกอย่าง ฉันหิวแล้วนะ ไหนล่ะอาหารของฉัน นายเป็นคนรับใช้ฉันนี่ มัวแต่ไปมองคนที่เขามีคนรับใช้แล้วทำไม ไม่รู้จักหน้าที่” จียงค่อนขอด
“ไปนั่งสิ เดี๋ยวผมไปเอามาให้” ซึงรีไม่สนคำค่อนขอดนั่น เดินเลี่ยงไปที่รถเข็นอาหารเอามาเสิร์ฟให้จียงที่กำลังนั่งหน้าบูด ส่วนสมองก็กำลังคิดถึงเรื่องที่เขาจะเข้าไปหาจุนซูได้ยังไง โดยที่ปาร์คยูชอนไม่เข้ามาขัด
ตอนเช้าอากาศสดใส ตาเรียวเล็กหันไปมองที่โต๊ะข้างเตียง เหมือนรออะไรสักอย่าง รอทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีวันจะเป็นไปได้ เพราะวันนี้วันที่ 15 ธันวาวันเกิดของเขา ถ้าเป็นเมื่อปีที่แล้วหรือทุกๆปี เขาจะต้องตื่นขึ้นมาพบกับกล่องของขวัญที่พ่อกับแม่จะเอามาตั้งไว้ที่ข้าง เตียงตอนเขาหลับ แต่ปีนี้ เขาไม่มีพ่อกับแม่เอาของขวัญมาให้อีกแล้ว เท่ากับว่าไม่มีใครที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา นอกจากซึงรี จุนซูหน้าสลดลงนิดนึงเมื่อนึกถึงความจริงอันเจ็บปวด ใช่สินะ ไม่มีพ่อกับแม่แล้ว ใครจะมาจำได้ว่าวันนี้วันเกิดเขา นี่เขากำลังหวังอะไรลมๆแล้งๆอยู่งั้นเหรอ
“ตื่นแล้วเหรอจุนซู” ยูชอนเดินเข้ามาใกล้ พร้อมผ้าเช็ดตัว
“อืม~ ยูชอนทำอะไรอยู่เหรอ ทำไมเพิ่งออกมา” จุนซูถามด้วยความสงสัย เพราะทุกครั้งยูชอนจะต้องเป็นคนมาปลุกเขา แต่วันนี้เขาตื่นทั้งๆที่ยูชอนยังไม่มาปลุก
“เอ่อ ~ ขอโทษ วันนี้ฉันทำงานเพลินไปหน่อยก็เลยลืมออกมาปลุก ไปอาบน้ำก่อนนะ” ยูชอนส่งผ้าเช็ดตัวให้คนตัวเล็ก จุนซูรับมาเงียบๆ นั่นสิ ยูชอนก็มีเรื่องต้องทำมากมายนี่นา
“ยูชอน วันนี้วันอะไรรู้ไหม” ร่างโปร่งเลิกคิ้ว
“วัน อังคารไงจุนซู ถามทำไมเหรอ” ยูชอนตอบ จุนซูที่รอคอยคำตอบอย่างมีความหวังหน้าสลดลงทันที นี่เขากำลังหวังอะไรอยู่นะ ยูชอนกับเขาเพิ่งจะรู้จักกันไม่เท่าไหร่ จะรู้ได้ยังไงว่าวันนี้วันอะไร
“ไม่มีอะไร ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”
“เดี๋ยว ฉันนึกออกแล้ว” ร่างโปร่งพูด เรียกให้คนตัวเล็กหันกลับมายิ้มหน้าบาน
“วันอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำใช่ไหม” ร่างเล็กส่ายหน้า “งั้นวันนกพิราบอ่ะ”
“ไม่ใช่หรอก ช่างเถอะ ไม่ต้องพยายามตอบแล้ว “ คนตัวเล็กเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“รีบ อาบเร็วๆนะจุนซู เดี๋ยวสาย วันนี้ฉันมีธุระเยอะด้วย” ยูชอนตะโกนตาม จุนซูค่อยๆถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหย่อนตัวลงแช่น้ำอุ่นที่ยูชอนเตรียมไว้ให้ มองไปรอบๆห้องน้ำอย่างเศร้าสร้อย
“แม่ฮะ พ่อฮะ จุนซูคิดถึงพ่อกับแม่” น้ำตาใสๆเอ่อล้นลงมาจากดวงตาเรียว เสียงเล็กๆพึมพำขึ้นมาเบาๆ ไม่ให้คนข้างนอกได้ยิน
~ Happy Birthday to me Happy Birthday to me Happy Birthday Happy Birthday Happy Birthday to me ~
“จุนซูเสร็จหรือยัง” ยูชอนตะโกนมาจากหน้าห้องน้ำ คนตัวเล็กรีบปาดน้ำตาทิ้งเร็วๆ พร้อมวักน้ำใส่หน้าเพื่อปกปิดคราบน้ำตา
“เสร็จแล้วๆ จะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” จุนซูตะโกนตอบ
“เรา จะมามัวน้อยใจอะไรหนักหนา ก็เขาไม่รู้นี่ จะไปบอกเขามันก็ไม่ดี ช่างมันเถอะ” ร่างเล็กพูดอย่างตัดใจ หันไปฉีกยิ้มสดใสกับกระจก ก่อนจะก้าวออกไปข้างนอก เพื่อเตรียมตัวทานข้าวก่อนจะไปเข้าเรียน
ที่ สวนพักผ่อนของโรงเรียนเซ็นต์ลูเซีย เหล่าคุณหนูต่างออกมาพักหลังจากที่ทานกลางวันเสร็จเรียบร้อย แจจุงกับยูฮวานและจุนซูก็เช่นกัน ทั้งสามนั่นอยู่ที่ชิงช้ากลางสวนกุหลาบ จุนซูตัดสินใจจะบอกกับเพื่อนๆว่า วันนี้วันเกิดเขา มือเล็กจึงเอื้อมไปสะกิดยูฮวานที่กำลังกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย
“ยูฮวานคือว่าวันนี้...”
“แจจุง อย่าเอาไปสิ นั่นมันของฉันนะ” จุนซูกำลังจะบอกยูฮวานว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเองก็ชะงัก เพราะเพื่อนรักหันทางอื่นพอดี
“ขอหน่อยก็ไม่ได้ งก” แจจุงย่นจมูกใส่
“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะจุนซู” ยูฮวานหันมาถาม หลังจากแย่งของกินออกมาจากเพื่อคนสวยได้แล้ว
“ไม่ อะไรหรอก วันนี้ฉันปวดหัวน่ะ ช่วงบ่ายไม่มีเรียน ฉันขอกลับที่พักก่อนนะ ฝากบอกยูชอนด้วยนะว่าฉันกลับแล้ว” จุนซูพูด พลางเดินห่างออกมาจากสองคน แจจุงกับยูฮวานก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร นั่งเม้าท์กันต่อ ปล่อยเพื่อนตัวเล็กเดินไปคนเดียว เพราะตอนนี้เป็นช่วงพัก บรรดาคนรับใช้ต่างก็แยกย้ายกับไปเตรียมของว่างให้คุณหนู
“จุนซู จะไปไหนน่ะ” ซึงรีกำลังจะเดินกลับไปหาจียง เจอเข้ากับจุนซูกลางทางเอ่ยทักขึ้น
“กลับหอน่ะ นายจะไปหาจียงเหรอ”
“อืม~ แต่ฉันเดินไปส่งนายก่อนได้นะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายด้วย” ซึงรีรีบบอก
“ก็ได้ ไปสิ” จุนซูออกเดินนำหน้า ไปทางสวนใกล้ๆกับหอพัก
“มี อะไรเหรอซึงรี” จุนซูนั่งลงที่ม้านั่งในสวน ซึงรีเดินมานั่งใกล้ๆ มือใหญ่ล้วงลงไปในกระเป๋า หยิบของที่เขาเตรียมไว้ให้คนตัวเล็กตั้งแต่เช้าออกมา
“อะไรน่ะ” จุนซูหันไปมองงง
“ของ ขวัญวันเกิดนายไง วันนี้วันเกิดนายไม่ใช่เหรอ Happy Birthday จุนซู” ซึงรีวางกล่องเล็กๆลงบนมือของจุนซู น้ำตาใสๆที่เขาพยายามกักมันไว้ตั้งแต่เช้าไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ขอบใจนะซึงรี ฉันนึกว่าวันนี้จะไม่มีใครhappy birthday ให้ฉันซะแล้ว เพราะพ่อแม่ก็ตายไปแล้ว”
“ก็มีฉันนี่ไง ฉันยังจำได้เสมอว่าวันนี้วันเกิดนาย เราเอ่อ.. เป็นเพื่อนกันมานานแล้วนะ” จุนซูหัวเราะ
“นั่น สิ ก็มีแต่นายเท่านั้นแหละที่รู้ว่าวันนี้วันเกิดฉัน ฉันดีใจจริงๆเลย ว่าแต่นายเอาอะไรมาให้เหรอ” จุนซูหยิบกล่องขึ้นมาเอียงซ้ายเอียงขวา
“ลองเปิดดูสิ” จุนซูพยักหน้า มือเล็กเปิดกล่องของขวัญออก ข้างในมีจี้รูปหยดน้ำอันเล็กๆสีเงินแวววาววางไว้ จุนซูหันมายิ้มให้ซึงรี
“ขอบใจนะ”
“เอาไปใส่คู่กับสร้อยที่ฉันให้ปีที่แล้ว ฉันสัญญาว่าจะหาจี้มาให้นายด้วยไง”
“อืม แต่ทำไมต้องเป็นรูปหยดน้ำล่ะ” จุนซูชูจี้รูปหยดน้ำขึ้นมาดู
“ก็ เพราะนายชอบร้องไห้ ฉันเลยซื้อรูปนี้ให้นาย เวลานายร้องไห้ น้ำตานายมันก็ไหลมาเป็นรูปนี้แหละ ใส่เอาไว้จะได้คอยเตือนตัวเองว่า ตอนนี้นายจะต้องเข้มแข็ง และไม่ร้องไห้อีก”
“ขอบใจนะซึงรี นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย” จุนซูยิ้ม ซึงรียิ้มตาม
“ฉันเป็นได้แค่เพื่อนของนายใช่ไหม” ซึงรีพึมพำขึ้นมาเบาๆ
“อะไรนะ” จุนซูละจากจี้รูปหยดน้ำหันมาถาม
“ไม่มีอะไร ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหมจุนซู” ซึงรีเอ่ยขึ้น
“อะไรเหรอ”
“นายอยากอยู่ที่นี่จริงๆ หรือว่าโดนบังคับให้อยู่”
“ไม่รู้สิ ฉันไม่มีที่อื่นให้ไป บ้านก็ไม่มีแล้ว นายจะให้ฉันไปไหนล่ะ”
“ไปอยู่กับฉันก็ได้ ฉันเลี้ยงนายได้นะจุนซู” จุนซูยิ้ม
“ขอบ ใจนะ แต่มันจะเป็นการรบกวนจนเกินไป อีกอย่าง ฉันอยู่ที่นี่ ก็ไม่ได้อยู่กับคนอื่นนะ คุณปู่เป็นคนส่งฉันมาเรียน แต่ยังไงฉันก็ขอบใจที่นายหวังดีกับฉัน”
“นายแน่ใจเหรอว่าจะอยู่ ถึงแม้มันเสี่ยงมาก นายก็จะอยู่ใช่ไหม”
“นายรู้” จุนซูทำหน้าตกใจ
“ทำไม มีใครมาทำอะไรนายงั้นเหรอ” ซึงรีรีบถาม
“ก็ ก่อนที่นายจะเข้ามา มีใครก็ไม่รู้จะเข้ามาจับฉันไป แต่ยูชอนช่วยฉันเอาไว้” ซึงรีกำมือแน่น ชเวชีวอน มันจะมากไปแล้วนะ
“ฉันว่านายออกไปจากที่นี่ดีกว่า ที่นี่มันไม่ปลอดภัย”
“ไม่เป็นไรหรอกซึงรี มียูชอนอยู่ข้างๆ ฉันไม่กลัวหรอก ขอบใจนะที่เป็นห่วง” คนตัวเล็กยิ้ม
“เหรอ แล้วนี่เขาไปไหนล่ะ ไม่เห็นอยู่ข้างๆนายเลยนี่” ซึงรีย้อน
“เขา ไปเอาอาหารว่างไง แต่ฉันอยากกลับมานอน ก็เลยแยกตัวออกมา ยูชอนไม่ผิดนะ” จุนซูรีบแก้ตัวแทนทันที ถึงแม้จะน้อยใจอยู่บ้างที่ยูชอนไม่รู้ว่าวันนี้วันเกิดเขาก็ตาม
“ถ้านายเชื่ออย่างนั้น ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้ ยังไงก็ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกัน”
“ขอบใจนะซึงรี”
“ไป เราไปกันดีกว่า นายจะกลับหอไม่ใช่เหรอ ฉันจะไปส่ง”
ซึง รียื่นมือไปให้คนตัวเล็ก จุนซูเอื้อมมือไปจับ ทั้งคู่เดินจูงมือไปด้วยกัน เหมือนกับตอนที่พวกเขาเคยเรียนด้วยกัน ภาพของทั้งสองคนอยู่ในสายตาอีกคู่นึงตลอดเวลา จียงเดินมาตามซึงรีเพราะเห็นว่าหายไปนาย เขาเลยทันได้เห็นภาพของคนทั้งคู่เข้าพอดี จียงมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ รู้สึกชาๆที่อกข้างซ้าย เหมือนมีอะไรบางอย่างมาทับเอาไว้ ทำไมเขาต้องรู้สึกไม่ชอบใจเวลาที่ซึงรีอยู่ใกล้ๆจุนซู ทั้งๆที่รู้ว่าซึงรีคิดยังไงกับจุนซู
“เป็นบ้าอะไรนะจียง ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย เขาจะทำดีกับใครก็ช่าง ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเราเลย” จียงยกมือขึ้นปาดน้ำใสๆออกจากหางตา ก่อนจะเดินไปทิศทางตรงกันข้ามกับหอพักที่สองคนนั่นเดินจากไป
ร่าง เล็กที่นอนอยู่บนที่นอน รู้สึกถึงแรงยุบใกล้ๆตัว คนตัวเล็กจึงลืมตาขึ้นมามอง เขาก็เห็นใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคยทอดสายตามองเขาอย่างอบอุ่น
“มีอะไรเหรอยูชอน นี่กี่โมงแล้ว” จุนซูลุกขึ้นนั่ง
“ไม่สบายเหรอ ทำไมนอนแต่ตัวค่ำเลย” ยูชอนไม่ตอบคำถาม มือเรียววางทาบที่หน้าผากกลมมนของคนตัวเล็ก
“ตัวก็ไม่ร้อนนี่”
“ไม่ ได้เป็นอะไร เหนื่อยๆก็เลยอยากนอน” ที่จริงจุนซูกำลังคิดว่า ไหนๆก็ไม่มีใครรู้ว่าวันนี้วันเกิดเขา สู้นอนเร็วๆเร่งเวลาให้มันผ่านไปเร็วๆดีกว่าจะได้ไม่ต้องมานั่งน้อยใจ
“ยูชอนมีอะไรเหรอ”
“ถ้าไม่ได้เป็นอะไรก็ ไปเดินเล่นกับฉันหน่อยสิ” ยูชอนจับมือเล็กมากุมเอาไว้ จุนซูมองงงๆ
“เดินเล่น ตอนกลางคืนเนี่ยนะ ในโรงเรียนมีที่ให้เดินเล่นด้วยเหรอ”
“มี สิ ที่นี่มีสวนสวยๆเต็มไปหมด ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งสวยนะ ไปเถอะจุนซู วันนี้พระจันทร์สวยด้วยนะ ฉันอยากให้นายได้เห็น” ยูชอนออกแรงลากคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมาจากที่นอน
“เดี๋ยวๆๆ มองตรงนี้ก็ได้นี่ ที่หน้าต่างก็มองชัดจะตายไป ทำไมต้องออกไปข้างนอกด้วย หนาวจะตาย” จุนซูยังคงงอแงต่อไป ยูชอนหยิบเสื้อโค้ทที่เตรียมไว้ มาคลุมให้คนตัวเล็ก
“เอาล่ะ แค่นี้ก็ไม่หนาวแล้ว ไปเถอะ ฉันอยากดูพระจันทร์กับนายนี่” จุนซูถอนใจ นี่มันวันเกิดเขานะ ทำไมเขาต้องทำตามใจคนอื่นด้วย แต่เมื่อมองไปในดวงตาคมของยูชอน เขาก็ต้องยอมแพ้สายตาแน่วแน่ของยูชอน
“ก็ได้ อย่าไปไกลนักนะ ฉันขี้เกียจเดิน”
“ไม่ไกลหรอกน่า” ยูชอนจับจูงคนตัวเล็กให้เดินออกไปด้วยกัน
“ยูชอน ไม่เอาไฟฉายไปด้วยเหรอ ข้างนอกมืดจะตาย” จุนซูท้วง เมื่อเห็นยูชอนเดินไปตัวเปล่า
“ไม่ ต้องหรอกน่า ดูสิ ข้างนอกสว่างจะตาย บอกแล้วว่าพระจันทร์สวย แค่แสงจันทร์ส่องก็ทางให้เราได้แล้ว ไปเถอะ” ยูชอนไม่ฟัง จูงมือคนตัวเล็กเดินออกจากหอพัก มุ่งไปที่สวนหย่อมเล็กๆ ใกล้ๆกับหอพัก
“ยูชอน มันมืดอ่ะ ฉันกลัว” จุนซูผู้กลัวผีเป็นชีวิตใจจิต เริ่มสาวเท้าเข้าไปชิดร่างโปร่งข้างหน้า
“ไม่ ต้องกลัวน่า มีฉันอยู่ทั้งคน นายจะกลัวไปทำไม สัญญาไว้แล้วไงว่าจะไม่มีทางทิ้งนายเด็ดขาด” ยูชอนหันมายิ้มให้เป็นกำลังใจ จุนซูพยักหน้า จริงสินะ เขายังจำวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดี มือใหญ่ของยูชอน กุมมือเขาไว้ตลอด ไม่เคยปล่อยให้เขาถึงแม้ว่าจะต้องสู้กับพวกนั้นด้วยก็ตาม
“ขอบใจนะ”
“ฉันอยากได้ยินคำอื่นมากว่านะจุนซู” ยูชอนหยุดเดิน เงียบ ไม่มีเสียงตอบ
“ก็ได้ๆๆ สักวันฉันต้องได้ยินคำนั้นแน่ๆใช่ไหม” หัวกลมๆโยกขึ้นลงเล็กน้อย แทบจะมองไม่เห็น ร่างโปร่งยิ้ม อย่างน้อยก็ยังมีความหวัง
“เราไปกันต่อเถอะ” ทั้งสองคนเดินมาจนกระทั่งมาถึงใจกลางสวนหย่อม
“จุนซูเงยหน้าดูนั่นสิ พระจันทร์สวยไหม” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงัก นอกจากพระจันทร์แล้ว ที่นี่ยังมีดาวเต็มท้องฟ้าอีกต่างหาก
“สวยจังเลย” จุนซูหันมายิ้มให้ยูชอน
“ชอบไหม”
“อื้อ~ ขอบใจนะที่พาฉันมาดูของสวยๆแบบนี้ ฉันจะจำไปไม่มีวันลืมเลย” จุนซูยิ้ม อย่างน้อยถึงแม้วันนี้ยูชอนจะไม่รู้ว่าเป็นวันเกิดเขา แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
“ยังไม่หมดหรอกนะ นี่มันแค่เริ่มต้น” มือเรียวเอื้อมไปจับมือเล็กมากุมไว้ ก่อนที่จะสวมอะไรบางอย่างไว้บนนิ้วเล็กๆ จุนซูก้มลงมองในความมืด
“อะไรน่ะยูชอน”
“ของขวัญวันอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำไงที่รัก” ยูชอนตอบ
จุนซูตาโตตกใจ ในขณะที่มือเรียวเชยคางคนตัวเล็กขึ้นมา กำลงจะก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากอิ่มกับริมฝีปากเสียเชอร์รี่ เสียงใสๆของใครบางคนก็ตะโกนขึ้นขัดซะก่อน
~ Happy Birthday to you Happy Birthday to you Happy Birthday dear Junsu ~
ตาม ด้วยเสียงดังของอีกหลายเสียงร้องตาม จุนซูหันไปมองก็พบกับบรรดาเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ และแจจุงกับยูฮวานที่ประคองเค้กก้อนโตเข้ามาพร้อมด้วยเทียนอีก 18เล่ม ตามอายุของเจ้าของงาน
“แจจุง ยูฮวาน ทุกคน”
“รีบๆอธิฐาน แล้วก็เป่าเค้กซะสิ นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ เดี๋ยวก็เลยวันอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำหรอก” ยูฮวานเร่ง เพราะเขาก็ถือเค้กนี่รอนานมากจนเริ่มเมื่อยแล้ว ต้องขอบใจซองมินที่ตะโกนร้องเพลงขัดจังหวะพี่ชาย ไม่งั้นได้เมื่อยไปอีกนาน จุนซูเดินเข้ามาใกล้ หลับตาอธิฐานแล้วก็เปล่าเทียนดับภายในครั้งเดียว พร้อมกันเสียงร้องเพลงท่อนสุดท้าย
~ Happy Birthday to you ~
สิ้น เสียงร้องเพลงของทุกคน สวนย่อมก็สว่างไสวไปด้วยไฟหลากสี ที่ติดตามต้นไม้ พุ่มดอกไม้เต็มไปหมด จุนซูยิ้มหน้าบาน น้ำใสๆเริ่มล้นออกจากตาอีกครั้งด้วยความปลาบปลื้ม นี่เป็นงานวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้
“พวกนายรู้ด้วยเหรอว่าวันนี้..”
“เป็น วันอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำน่ะเหรอ โธ่รู้สิ นายไม่ได้เป็นแค่เพื่อนฉันนะ นายยังเป็นว่าที่พี่สะใภ้ฉันด้วย ทำไมฉันจะไม่รู้เล่า” ยูฮวานบอก
“แล้วทำไม”
“ที่ ทุกคนทำเป็นไม่รู้น่ะเหรอ โน่นไปถามคนรับใช้นายสิ ฉันล่ะอยากจะบอกนายแทบแย่ แต่เขาไม่ให้บอก นี่ไปแอบร้องไห้มากี่ยกล่ะเนี่ย” แจจุงเดินเข้ามากอดร่างเล็ก ที่กำลังสับสนว่าจะร้องไห้ดีหรือยิ้มดี
“ยังจะร้องไห้อีก นายนี่จริงๆเลย” ซองมินบ่น
“ก็ฉันดีใจนี่ นี่เป็นงานวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตฉันเลยนะ” จุนซูยังร้องไห้ไม่หยุด
“เอ้า ๆๆ มัวแต่ร้องไห้ นี่ของขวัญ ปาร์คยูชอน ที่หลังจะทำอะไรบอกเร็วกว่านี้สักอาทิตย์สิ ฉันหาของไม่ทัน” ฮีชอลบ่น พลางยื่นกล่องของขวัญขนาดย่อมให้คนตัวเล็ก
“ใช่ๆๆ ฉันก็ต้องให้คยูฮยอนนั่งฮอไปซื้อมาเลยนะเนี่ย” ซองมินก็บ่น แต่มือก็ยื่นของขวัญมาให้คนตัวเล็ก และยังมีเสียงบ่นอีกหลายคนตามมาเป็นระลอก พร้อมทั้งคลื่นของขวัญ ไม่เว้นแม้กระทั่งจียง
“อ่ะ ฉันไม่รู้จะให้อะไร แต่นี่ฉันทำสุดฝีมือเลยนะ” จียงยื่นเสื้อแขนกุดสีดำตัวนึงให้จุนซู จนซูคลี่ออกมาดู ก็พบว่ามันเป็นเสื้อเพนท์ลายแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร จุนซูยิ้ม
“ขอบใจนะจียง” จียงพยักหน้าให้ทีนึง ก่อนจะเดินไปรวมกับเพื่อนๆ
“ขอบคุณทุกคนมากนะ ฉันจะไม่ลืมวันนี้เลย” จุนซูเริ่มพูด น้ำตาใสๆก็เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง
“โอ้ ยไม่ต้องร้องไห้หรอกน่า ปีหน้าเราก็จะจัดให้นายอย่างนี้อีกแหละ รับรองจะเลิศกว่านี้ด้วย เพราะไม่ต้องรอใครบางคนมาบอกแบบกระชั้นชิดแบบนี้ แค่นี้จิ๊บๆ “ ฮีชอลเดินเข้ามาโอบจุนซูเอาไว้ จุนซูยิ้ม
“งั้นเรามาตัดเค้กกันดีกว่า ฉันอยากกินเค้กนี่จะแย่อยู่แล้ว” ซองมินพูดพร้อมยื่นมีดตัดเค้กให้คนตัวเล็ก
“เค้ก นี่มันก็น่าอร่อยนะ แต่ว่า เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ยูฮวานยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะใช้มือขยำเข้าไปที่เค้กแล้วป้ายหน้าเจ้าของวันเกิด เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน จุนซูไม่ยอมน้อยหน้า ปาดครีมป้ายหน้าแจจุงที่ยืนขำไม่เกรงใจใครข้างๆ และแล้วสงครามป้ายเค้กก็อุบัติขึ้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะ อย่างมีความสุขทั้งของเจ้าของงาน และเพื่อนๆ ยูชอนที่หลบจากสงครามออกมายืนมองเงียบๆข้างๆได้แต่ยืนอมยิ้ม
“ไง เอาใจเต็มที่แบบนี้ เขาเรียกหลงเด็กนะเว้ย” ยุนโฮเดินมาตบบ่าเพื่อนเบาๆ
“ก็ทำไงได้ รักเขาไปแล้วนี่” ยูชอนตอบ ชางมินกับยุนโฮหันมามองหน้ากันเอง
“อะไรนะ นายยอมรับเหรอว่ารักเขาน่ะ” ชางมินถาม
“ก็ ใช่ จะตกใจทำไม” ยูชอนพิงต้นไม้ มองคนตัวเล็กที่กำลังสนุกกับสงครามเค้ก ผิดกับคิมจุนซูคนที่เสแสร้งแกล้งทำเป็นสดชื่นเมื่อเช้าเป็นคนละคน
“ก็ไหนนายบอกว่าจะไม่ตกหลุมรักใครง่ายๆไง” ยุนโฮพูด
“ใคร ว่าง่ายล่ะ ฉันตามดูเขามาตั้ง2ปีแล้ว พวกนายลืมไปหรือเปล่า 2ปีกว่าฉันจะพูดได้เต็มปากว่ารักเขาเนี่ย แกคิดว่ามันง่ายหรือไง” ยูชอนตอบ
“นั่นสิ เร็วนะ ตั้งแต่ที่แกรู้ว่าต้องเปลี่ยนตัวคู่หมั้น” ยุนโฮพูด
“ว่าแต่นายรู้หรือยังเรื่องคนที่ฆ่าพ่อแม่จุนซูน่ะ” ชางมินถาม รอยยิ้มของยูชอนสะดุดลง
“เริ่มรู้ตัวแล้วล่ะ แต่ฉันยังไม่อยากเชื่อ ขอความแน่ใจอีกนิด ช่วงนี้ก็ต้องคอยระวังกันไปก่อน”
“อืม มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ เรายืนอยู่ข้างนายเสมอ” ชางมินตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“ขอบ ใจ” ยูชอนพยักหน้า ก่อนจะให้กลับไปสนใจกับคนตัวเล็กที่กำลังวิ่งไล่เพื่อนๆอย่างสนุกสนาน สักพักคนตัวเล็กและคู่หูสุดป่วนก็เบนเข็มมาที่พวกเขากำลังยืนอยู่
“ยู ชอน มาทำอะไรตรงนี้” จุนซูและพรรคพวกเดินเข้ามาใกล้ ทั้ง3หนุ่มเริ่มมองอย่างไม่ไว้ใจ ก็ทุกคนเล่นเดินมายิ้มหวานหยด แถมเอามือไขว้หลังออกต่างหาก
“อะไรอยู่ข้างหลังน่ะจุนซู”
“ไม่ มีอะไร ยูชอนมาใกล้ๆฉันหน่อยสิ” จุนซูเรียก แจจุงกับยูฮวานก็เช่นเดียวกัน แต่สามหนุ่มไม่ยอมขยับ เพราะคาดว่าถ้าเข้าไปใกล้รัศมี อาจจะมีรายการเปื้อนกันได้
“ไม่เอาอ่ะ นายไปเล่นกับเพื่อนๆเถอะ เดี๋ยวตีหนึ่งก็ต้องกลับไปนอนกันแล้ว” ยูชอนพูด
“ชิม ชางมิน จะเข้ามาไหม” ยูฮวานเรียกเสียงห้วน ได้ผล ชางมินผู้ไม่เคยขัดใจสุดที่รักก้าวเข้าไปใกล้ หลับตาปี๋ พร้อมรับเค้กเต็มที่ แต่ไม่ใช่ ยูฮวานไม่ได้ป้ายเค้ก แต่กลับโน้มคอคนตัวโตลงมาหอมแก้ม1ที เล่นเอาพี่ชายตาค้าง
“รางวัล วันนี้เหนื่อยกับการติดไฟมาทั้งวันไม่ใช่เหรอ” ว่าแล้วก็เผ่นลงไปเล่นปาเค้กต่อ ปล่อยให้ชางมินอมยิ้มอยู่ตรงนั้น
“ชองยุนโฮ” แจจุงเรียก ยุนโฮเดินเข้าไปใกล้ และได้รางวัลอย่างเดียวกัน
“ปา ร์คยูชอน” จุนซูเรียก ยูชอนเดินเข้าไปใกล้ คิดว่าตัวเองจะได้รางวัลบ้าง แต่กลับกลายเป็นครีมเค้กป้ายเต็มสองแก้ม พร้อมเสียงหัวเราะสดใส
“นี่ คือการลงโทษที่ทำให้ฉันร้องไห้ทั้งวัน แบร่~” จุนซูแลบลิ้นให้1ที ก่อนจะวิ่งไปเล่นกับเพื่อนๆต่อ เสียงหัวเราะของเพื่อนซี้ดังขึ้นประสานกัน เรียกให้ยูชอนหันควับไปหา
“หัวเราะอะไร”
“ก็หัวเราะคนต้นคิด ออกเงิน ออกแรง แต่ได้เค้กแทนน่ะสิ เราไปกันดีกว่า เดี๋ยวคนแถวนี้มันอิจฉาที่ไม่ได้รางวัลจะให้มากัดเอา” ชางมินกอดคอยุนโฮเดินไปอีกทาง ปล่อยให้ยูชอนยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียว
“ฝากไว้ก่อนเถอะจุนซู แต่งงานเมื่อไหร่จะกดให้ช้ำไปทั้งตัวเลย ฮึ่ย~”
เสียง เหล่าบรรดาคุณหนูที่กำลังนั่งเม้าท์กันสนั่นห้อง ก่อนที่จะถึงเวลาเรียนประจำวัน ทำให้ฮีชอลต้องตบมือดังๆหลายรอบกว่าเสียงนกกระจอกแตกรังจะหยุดลงได้
“ทุกคนฟังทางนี้ นี่ก็ใกล้วันคริสมาสต์แล้ว ฉันมีเรื่องจะมาประกาศ” ฮีชอลประกาศหน้าห้อง เรียกให้ทุกคนหันไปมอง
“จะเล่นอะไรอีกล่ะ “ ดงเฮถาม
“จะฟังมะ นายนี่ยังไงชอบขัดฉันจริง” ฮีชอลส่งสายตาพิฆาตไปให้
“คริสต์มาส ปีนี้ เราจะจัดงานเลี้ยงฉลองครั้งใหญ่ แต่ปีนี้เราจะเพิ่มจากงานเลี้ยงสังสรรค์ธรรมดา เป็นงานปาร์ตี้เต้นรำหน้ากาก ย้ำว่าทุกคนต้องใส่หน้ากาก ไม่เว้นแม้แต่คนรับใช้ และทุกคู่จะออกมาพร้อมๆกันไม่ได้ ทุกคนห้ามแสดงตัวว่าเป็นใคร จนกว่าจะถึงเที่ยงคืน ที่สำคัญ คนที่จับคู่ถูกจะได้รับรางวัลเป็นสเตล่า 5 อัน ห้ามโกงนะ” สิ้นเสียงประกาศ ทุกคนหันไปมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น ยกเว้นยูฮวานกับแจจุง ที่ทำหน้าเบื่อหน่าย สเตล่าอีกละ นึกว่าจะได้ตั๋วไปทัวร์โตเกียวดิสนีย์แลนด์ หรือไม่ก็ช้อปที่ฮ่องกงซะอีก
“เดี๋ยวๆๆ ฟังให้จบก่อน อย่าลืมนะ ทุกคนห้ามส่งซิก ห้ามบอกเด็ดขาดว่าตัวเองเป็นใคร เพราะก่อนจะเปิดหน้ากากทุกที่จะต้องไปเต้นรำเพลงสุดท้ายก่อนเที่ยงคืน ทุกคนจะต้องอยู่ที่กลางฟอร์ ฉันจะให้สัญญาณนับถอยหลัง หลังจากนับถอยหลังจบ ต้องจูบคู่ของตัวเอง1ที ก่อนเปิดหน้ากาก”
“หา!!!” เสียงทุกคนร้องดังลั่น
“อะไรอ่ะ แบบนี้ไม่แฟร์นี่ ทำไมฉันต้องจูบกับคนใช้ด้วย” กึนยองโวยวาย จะให้จูบกับชินดงเนี่ยนะ ตายดีกว่า
“ใช่ๆๆ เรื่องอะไรล่ะ” หลายเสียงเริ่มโวยวาย
“ฟัง ให้จบก่อนสิ ฉันไม่ได้บังคับนี่ ถ้าหากคู่ไหนจูบก่อนเปิดหน้ากาก แถมยังเปิดออกมาเป็นคู่ตัวเอง ฉันจะแถมสเตล่าเพิ่มขั้นให้อีก1อัน หมายความว่า ถ้าเป็นอมบร้าอยู่ ก็จะได้ขึ้นเป็นลูน่า แล้วถ้าเป็นลูน่าก็จะได้เป็นโซเล่ แต่ถ้าไม่จูบ ก็ได้แค่สเตล่าไป ก็เท่านั้น”
“แล้วถ้าเป็นโซ่เล่อยู่แล้วล่ะ” แจจุงถาม
“นายก็จะจบในอีก1ปีข้างหน้าไงแจจุง” แค่ได้ยินคำตอบแจจุงก็ส่ายหน้า
“ไม่เอาอ่ะเรื่องอะไร ฉันจะไม่ยอมหานายให้เจอหรอกยุนโฮ”
“โธ่ ยังไม่หายงอนอีกเหรอ ก็บอกว่าจะเหมาหลุยส์คอลเลคชั่นใหม่ให้แล้วไง อย่างอนน้า” ยุนโฮก้มลงไปกระซิบข้างหูแจจุง
“ไม่ สน นั่นมันสินบนของอันอื่น ถ้าอยากให้หาให้เจอ ต้องหาของมาให้ใหม่ ไม่งั้นไม่เอา” แจจุงเชิดหน้า ชางมินหันมามองร่างเล็กตรงหน้าที่มีท่าทางไม่ต่างกับเพื่อนรัก ก็ส่ายหน้าน้อยๆ ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ สงสัยงานนี้ต้องเหมาหลุยส์ กุชชี่ ปราด้าทั้งห้างล่ะมั้ง
“แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าใครทำหรือไม่ทำ” ซองมินถามบ้าง
“รู้สิ เพราะฉันมีนี่” ฮีชอลยกกล้องขนาดเล็กขึ้นมาโชว์
“ฉัน จะติดกล้องวงจรปิดนี่เอาไว้ทั่วๆห้องโถง ฉันจะเอาภาพมารีดูทีละจุด ทีละคู่ไปเลย เอาล่ะทุกคนไปเตรียมหน้ากากของแต่ละคนได้แล้ว ย้ำนะว่าอย่าให้ใครรู้ ไม่งั้นฟาวล์ลูกเดียว อ้อ ฉันมีทริกให้สำหรับคนที่ได้ตั๋วพิเศษจากเกมคราวนี้ที่แล้ว ถ้านายใช้ตั๋วกับคนใช้ตัวเองยึดคู่เอาไว้ก็ได้นะ ไม่ผิดกติกา และที่พิเศษ นายจะใช้ตั๋วได้ตั้งแต่วันนี้ และหมดอายุหลังจากงานเต้นรำ1วันพอดี ถือเป็นการยืดเวลาให้เป็นโบนัสพิเศษ เอาล่ะจบโฮมรูมแค่นี้” ฮีชอลตอบ คนตัวเล็กตาเป็นประกาย นี่เขาจะใช้กับเรื่องนี้ได้ด้วยเหรอ งั้นออปชั่นในสนามบอลก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วสิ
“ขอฉันเล่นด้วยคนได้ไหมคะ” เสียงหวานใสดังขึ้น
“ท่านลูเซีย วันนี้เข้าเรียนด้วยเหรอครับ” ฮีชอลถาม เพราะอีกไม่นานซอฮยอนก็จะจบแล้ว ความจริงไม่จำเป็นต้องมาเรียนก็ได้
“ค่ะ ฉันอยากเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆก่อนจบ” ซอฮยอนยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร
“แต่ ท่านลูเซียยืนไมได้นี่ครับ แล้วจะเต้นรำได้ยังไง”
“ใครว่าล่ะคะ” ซอฮยอนเข็นเก้าอี้ตัวเองผละจากชีวอน เข้าไปใกล้กับยูชอน ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้น เดินไปหายูชอน ทุกคนในห้องหันมามองกันงงๆ
“ฉัน พอยืนได้ค่ะ ถ้าไม่นานก็ไหว เต้นเพลงสุดท้ายคงพอได้มั้งคะ” ซอฮยอนยิ้มหวานให้ยูชอน ร่างโปร่งยิ้มให้ในฐานะน้องสาวที่รู้จักกันมานาน ซอฮยอนหยิบตั๋วพิเศษขึ้นมาถือไว้
“พี่ฮีชอลคะ ถ้าฉันใช้ตั๋ววันนี้ได้ใช่ไหมคะ” ซอฮยอนหันไปหาฮีชอล หัวหน้าชั้นพยักหน้า ก็เขาเพิ่งประกาศไปเมื่อกี้
“ครับ ใช้ได้”
“งั้นฉันขอใช้ตัวนี้กับพี่ค่ะ พี่ยูชอน”
%%%%%%
TBC



#1 By ด.ญ.ข้างหน้าต่าง on 2010-04-13 01:02