[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 10
posted on 09 Apr 2010 02:56 by kameryuichi in servant
Part 10
“ซึงรี นายมาทำอะไรที่นี่” จุนซูเดินเข้าไปทักทายเพื่อนอย่างร่างเริง ในขณะที่ร่างโปร่งกำลังหน้าหงิกสุดๆ เพราะไม่สบอารมณ์ตั้งแต่เห็นหน้าซึงรีเข้ามา
“ว่าไงจุนซู เจอกันอีกแล้วนะ” ซึงรียิ้มให้จุนซู ก่อนจะตวัดสายตาท้าทายมองร่างโปร่งที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่ด้านหลัง ยูชอนเพียงแต่มองมาตรงๆเท่านั้น ไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป
“ว่าไงล่ะ ยังไม่ได้ตอบฉันเลยนายมาทำอะไรที่นี่” จุนซูเดินเข้าไปใกล้ แต่ก่อนที่มือบางจะได้แตะตัวซึงรี จียงก็เดินเข้ามาขวางเอาไว้ซะก่อน
“รู้จัก กับคนใช้ของฉันด้วยเหรอ” จียงแกล้งถาม ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเขารู้จักกัน ที่อยู่ๆเดินเข้ามาถึงห้องเรียนก็เพราะอยากเห็นหน้าคิมจุนซู ที่พี่ชายของเพียรย้ำนักย้ำหนาว่าให้มาตีสนิทด้วย แถมยังเป็นสุดที่รักของไอ้คนใช้กวนประสาทอีกต่างหาก ดูๆไปก็น่ารักดีนี่ แต่ก็ไม่เท่าไหร่ เราน่ารักกว่าตั้งเยอะ จียงคิดตามประสาน้องเล็กเอาแต่ใจ
“คนใช้ นายมาเป็นคนใช้ให้นักเรียนใหม่เหรอ” จุนซูหันไปถามเพื่อนเก่า
“ฉัน ชื่อจียง ควอนจียง ยินดีที่ได้รู้จักคิมจุนซู” จียงยื่นมือมาข้างหน้า จุนซูยิ้มให้อย่างน่ารัก ก่อนจะส่งมือเล็กๆเข้าไปสัมผัสกับมือบาง กระชับแน่นๆหนึ่งที
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน หวังว่าเราคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ”
จี ยงยกยิ้มนิดๆ หึ~ เป็นเพื่อนที่ดีเหรอ นายนี่มันช่างไร้เดียงสาจริงๆเด็กน้อย แถวนี้ไม่มีใครเขาอยากเป็นเพื่อนกับนายหรอก โดยเฉพาะฉัน ที่ถูกบังคับให้กลับมาเรียนม.ปลายใหม่เพราะนาย จียงตวัดสายตาไปมองคนรับใช้ด้านหลัง ก็พบกับแววตาอ่อนโยนที่ทอดมองคนตัวเล็กข้างหน้า ชิ~ เห็นแล้วหมั่นไส้ คอยดู ฉันจะแกล้งให้ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ว่าแล้วจียงก็คว้าตัวคนตัวเล็กเข้ามากอดแน่นๆหนึ่งที ก่อนจะทำเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิด จียงกดริมฝีปากบางกับแก้มนุ่มนิ่มของจุนซูหนึ่งที ทุกคนในห้องตาค้างกันไปหมด กับการทักทายสไตล์อเมริกันของเด็กนอก แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมา มือเรียวของยูชอนก็จับทั้งสองคนแยกออกจากกันทันที
“ขอโทษนะครับคุณ หนูควอน แต่คุณหนูคิมของเราคงไม่ชินกับการทักทายแบบนี้ คราวหน้ากรุณาอย่าทำอีกนะครับ” ยูชอนลากตัวคนตัวเล็กที่ยืนงงอยู่มาไว้ด้านหลัง จียงยักไหล่นิดๆ
“เหรอ ก็นึกว่าชิน อยู่อเมริกาเขาก็ทักกันอย่างนี้ทั้งนั้น หรือว่านายไม่เคยทำปาร์คยูชอน นายก็จบมากจากอเมริกาเหมือนกันนี่” จุนซูหันไปมองหน้ายูชอนทันที คนตัวเล็กหรี่ตามองยูชอน ก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง งานเข้าแล้วครับพี่น้อง
“คุณหนูควอนนี่ไม่ธรรมดาเลยนะแจจุง เข้ามาแป๊บเดียว หว่านระเบิดไว้ทั่วเลย” ยูฮวานกระซิบกระซาบกับแจจุง
“นั่นสิ” แจจุงพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย
“คุณ หนูครับ เราไปที่พักกันเถอะ” ซึงรีรีบลากคุณหนูของเขากลับที่พักทันที ก่อนจะหันไปยิ้มให้จุนซู จุนซูยิ้มตอบ แต่ทันทีที่ทั้งสองคนออกมานอกห้องเรียน จียงก็สะบัดมือซึงรีทิ้ง
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ”
“ผมก็ไม่อยากจะแตะคุณหนูหรอก คุณหนูเข้ามาทำอะไรที่นี่จำได้หรือเปล่า” ซึงรีย้ำ
“จำ ไม่ได้ ไม่อยากจำด้วย นายรวมทั้งพี่บังคับให้ฉันเข้ามาในนี้เอง ฉันไม่ได้เต็มใจเข้าสักหน่อย เพราะฉะนั้น ในเมื่อทุกคนทำตามใจตัวเองได้ ฉันเองก็จะทำเหมือนกัน” พูดจบจียงก็เดินนำหน้าซึงรีออกไปจากตึกเรียน
“เฮ้อ~ ชเวชีวอน ฉันว่าน้องนายนี่รับมือยากกว่านายซะอีกนะ” ซึงรีได้แต่ส่ายหัว ก่อนจะเดินตามคุณหนูไปที่หอพัก
“อะไรกันเนี่ย นี่จะให้ฉันนอนที่แบบนี้น่ะเหรอ” เสียงจียงแว๊ดขึ้นมาหลังจากที่เจ้าหน้าที่บอกทางให้เขามาพักที่หอพักของพวกอมบร้า
“ทำไม อยู่ไม่ได้หรือไง” ซึงรีปรายตามองคนตัวเล็ก ใบหน้ากลมแป้นงอหงิกเหมือนวันแรกที่เขาเจอเด๊ะ
“ไม่ ได้ ฉันนอนไม่ได้แน่นอน ฉันจะไปบอกพี่ ถ้าไม่ย้ายให้ฉันไปอยู่ที่อื่น ฉันก็จะกลับ” จียงหันหลังกำลังจะเดินออกไปจากหน้าที่พักแต่เสียงซึงรีขัดเอาไว้ก่อน
“แล้วคุณรู้หรือไงว่าพี่คุณอยู่ที่ไหน” ได้ผล ร่างบางชะงักหันกลับมามองซึงรี
“ถ้าไม่รู้ก็เข้าห้องพักก่อนเถอะ ผมเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” ซึงรีเดินเข้าไปที่พักก่อน ปล่อยให้ร่างบางยืนฮึดฮัดอยู่ตรงนั้นคนเดียว
“คน บ้า พูดอย่างกับมาฮันนีมูน เหนื่อยก็เข้าห้องก่อน ชิ~ ฉันเป็นเจ้านายของนายนะซึงรี” สักพักเขาก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มนึงเดินมาทางเขา จียงหันไปก็พบกับพวกของจุนซูกำลังเดินตรงมาทางเข้า ชิ~ จะมาเยาะเย้ยล่ะสิที่ฉันต้องอยู่ที่โทรมๆแบบนี้
“หวัดดีจียง ทำไมยังไม่เข้าไปอีกล่ะ” จุนซูทักทายเพื่อนร่วมหอคนใหม่
“ฉัน ไม่อยากอยู่ที่นี่ พวกนั้นต้องแกล้งฉันแน่ๆเลย” จียงทำแก้มป่อง จุนซูหัวเราะ เพราะดูจากท่าทางคุณหนูของจียงแล้วคงรับสภาพกับหอพักโทรมๆอย่างอมบร้าไม่ได้ แน่ๆ
“ไม่มีใครแกล้งนายหรอกนะ พวกที่มาใหม่ต้องอยู่ที่นี่ทุกคนจนกว่าจะสอบเลื่อนขั้น หรือสะสมสเตล่าครบน่ะ” แจจุงอธิบาย
“หา ต้องสอบด้วยเหรอ” จียงเบ้ปากไม่ชอบใจ
“อืม ถ้านายสอบไม่ได้ สเตล่าไม่ครบก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันกับซองมินที่นี่แหละ” จุนซูพูด จียงหันควับมาหาคนตัวเล็กตรงหน้าทันที
“หมายความว่านายก็อยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอ”
“ใช่แล้ว ฉันกับซองมินก็อยู่ที่นี่นั่นแหละ นายไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกน่า” จุนซูตบไหล่เบาๆเป็นเชิงปลอบใจ
“แล้วฉันต้องสะสมสเตล่ากี่อันล่ะถึงจะได้เลื่อนขั้น”
“อืม~ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเพิ่งเข้ามาก่อนหน้านายไม่กี่วันเองอ่ะ” จุนซูยิ้มเก้อๆ เขานี่เป็นนักเรียนเก่าที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ
“10อัน ทางโรงเรียนจะส่งระฆังเงินมาให้พวกนายที่ห้อง ของจุนซูน่าจะได้แล้วแต่หมอนี่เขามีเรื่องยุ่งๆตลอดเลยไม่ทันสังเกตมั้ง แต่ของนายคงยังไม่มา รอบๆระฆังเงินจะมีช่องเล็กๆเอาไว้เสียบสเตล่า อย่างนี้” แจจุงหยิบระฆังเงินของเขาขึ้นมาให้ดู รอบๆระฆังมีสเตล่าสีชมพูทั้งหมด9อัน
“โห!!! แจจุง นายมีสเตาล่าเพียบเลยอ่ะ” จุนซูทำตาโต ยูฮวานหัวเราะ หยิบระฆังเงินของคนสวยมาไว้ในมือ พร้อมกับคำอธิบาย
“นี่ น่ะ เป็นของพวกโซเล่อย่างแจจุง ถ้าสเตล่าสีชมพูนี่ครบ 10อัน แจจุงก็จะได้เป็นท่านลูเซีย แต่หมอนี่ดันแกะออกซะก่อนเลยยังอยู่เป็นโซเล่อยู่อย่างนี้ เพราะถ้าเป็นท่านลูเซียครบ1ปี แจจุงก็จะเรียนจบ แต่ในกรณีที่มีคนมีคุณสมบัติพร้อมเกิน1คน ก็จะมีการคัดเลือก ส่วนคนที่ไม่ได้คัดเลือกก็จะเป็นนักเรียนธรรมดา แต่ครบ1ปีก็จะเรียนจบเหมือนกัน” ยูฮวานหยิบระฆังเงินของตัวเองออกมา ของเขามีสเตล่าสีเขียวอยู่9 อันเหมือกัน พร้อมอธิบายต่อ
“ส่วนฉัน เป็นพวกลูน่า จะมีสเตล่าเป็นสีเขียว ถ้าครบ10อันจะได้เลื่อนเป็นโซเล่ ของพวกนายน่ะสีแดง พอครบแล้วก็จะเลื่อนเป็นลูน่า” ยูฮวานอธิบาย
“อ้อ ทุกคนที่เข้ามาเรียนที่นี่เขาไม่จำกัดปีหรอกนะ ว่าพวกนายจะเรียนกันกี่ปี่ เพราะถ้ายังไม่จบเขาก็ถือว่ายังไม่ครบคุณสมบัติของคุณหนู เขาไม่ให้ออกกันง่ายๆหรอก”
เรื่องนี้ชางมินกับยุนโฮรู้ดี พวกเขาสองคนถึงได้เข้ามาคอยควบคุมให้สุดที่รักรีบเรียนรีบจบจะได้ออกไปแต่ง งานสักที แต่สองคนนี่ได้ชื่อว่าชอบแกล้งแฟนตัวเองที่สุด แถมพอสเตล่าเพิ่มปุ๊บ จอมป่วนทั้งสองก็แกะทิ้งปั๊บ ที่ได้ถึง9อันเพราะยุนโฮแอบเอากาวตราช้างมาหยอดไว้ไม่งั้นแม่เล่นแกะหมด ตอนแรกชางมินก็ไม่รู้ พอเห็นว่าจู่ๆแจจุงก็ได้เลื่อนเป็นโซเล่ เลยไปถามยุนโฮ พอได้เคล็ดลับมาก็จัดการหยอดให้ยูฮวานบ้าง ไม่งั้นไม่มีทางได้ตั้ง9อันหรอก
แต่คนที่ไม่รู้อีก3คนกำลังตาโต และคิดแตกต่างกันไป จุนซูกำลังคิดว่าเขาจะได้ไอ้สเตล่าพวกนี้ได้ยังไง รวมๆแล้วตั้ง30อัน เฮ้อ~ แค่เรียนยังไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ ส่วนยูชอน ก็กำลังคิดไม่ตกเหมือนกัน เพราะเท่าที่เห็นจุนซูไม่ใช่คนชอบเรียน แล้วก็ดูท่าจะเรียนตามพวกเพื่อนๆไม่ทันด้วย โอ้ย นี่เขาไม่ต้องอยู่ที่นี่จนแก่ตายเลยเหรอ ส่วนจียง ก็หน้าบูดเป็น2เท่า เพราะคิดว่าพี่ชายเขาช่างหาเรื่องให้เขามาตกนรก เข้าง่ายแต่ออกยากซะงั้น เฮ้อ~ เสียงถอนหายใจ3เสียงดังประสานกัน
“ไม่ต้องกลุ้มไปหรอกน่า สเตล่านี่เขาให้กับบ่อยๆ เรียนได้คะแนนถึงเกณฑ์เขาก็แจก ทำความดีสมเป็นคุณหนูเขาก็แจก เผลอๆเดี๋ยวยัยเจ๊ฮีแกเกิดเฮี้ยนทำกิจกรรมอะไรสักอย่างเขาก็แจก นี่ ไอ้ตั๋วที่นายได้มาน่ะจุนซู ถ้านายไปขอสเตล่ากับเจ๊ฮีเขาก็อาจจะบ้าให้ก็ได้นะ” ยูฮวานแนะนำ
“งั้น เหรอ” จุนซูตาเป็นประกาย เพราะถ้าขอได้เขาก็เรียนจบเร็วโดยไม่ต้องสอบ ไม่ต้องอ่านหนังสือสบายจะตาย แต่พอหันมาสบตามีความหวังของยูชอน คนตัวเล็กรีบส่ายหัวทันที
“ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากให้ใครบางคนแถวนี้สมหวังง่ายๆ เรียนไม่เก่งอย่างฉัน สงสัยอยู่เป็นปู่เฝ้าโรงเรียนอย่างเจ๊ฮีแน่ๆ”
“เจ๊ เขาไม่ได้อยู่เป็นปู่หรอกนะ รายนั้นเขาก็พร้อมจบเหมือนกัน แต่พี่แกชอบอยู่แกล้งน้องๆที่เข้ามาใหม่ อีกอย่างออกไปเจ๊เขาก็มีคนรอแต่งงานด้วย เขาก็เลยไม่ยอมเรียนจบน่ะ พูดง่ายๆ เจ๊แกไม่ยอมจากฮันคยองน่ะ” ยูฮวานหันมากระซิบ
“เห็นไหมจี ยง ไม่มีใครแกล้งนายหรอกนะ แต่นี่มันเป็นกฎ ยังมีอีกเยอะแยะมากมาย นายอยู่ไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็รู้เอง” แจจุงหันมาบอกเพื่อนใหม่
“นี่มันนรกชัดๆ ไม่ใช่โรงเรียนแล้วมั้ง” จียงทำหน้าเซ็ง
“ไม่ หรอก อยู่ไปเรื่อยๆนายจะเห็นว่าที่นี่มันเป็นสวรรค์ อย่างน้อยก็เป็นที่เดียวที่ทุกคนจะได้เล่นสนุกด้วยกัน พอเราออกไปเจอกับสังคมนอกโรงเรียนเขาก็ไม่มาเล่นสนุกกันแบบพวกเรา พวกนั้นเขาก็ต้องแก่งแย่งชิงดีกัน ตอนนี้มีเวลาสนุกเราก็สนุกให้เต็มที่ดีกว่า” แจจุงพูด
“นั่นสิ เรามาเล่นสนุกด้วยกันดีกว่า” จุนซูผู้ชอบเล่นเป็นชีวิตจิตใจรีบเสริม แต่ก็สลดทันทีเพราะยูฮวานทำให้ความฝันของเขาพังทลาย
“แต่นายเล่นไม่ได้หรอกจุนซู เพราะอาทิตย์หน้ามีสอบย่อย ได้ข่าวว่านายยังไม่เรียนไม่ทันชาวบ้านเขาเลย”
“เอางี้ ฉันติวให้เอาไหม”แจจุงเสนอ
“ไม่ต้องหรอกครับคุณหนูแจจุง เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณหนูจุนซูต้องมีวิธีติวแบบพิเศษ จะได้จำได้ขึ้นใจ” ยูชอนตอบ
“ฉันไม่อยากสอบเลยอ่ะ”
“แต่สอบย่อยคราวนี้ ถ้าทำคะแนนรวมกัน5วิชา เกิน300จะได้สเตล่า3อันเลยนะจุนซู” ยูฮวานพูด จียงตาโต
“3อันเลยเหรอ”
“อืม นายอยากได้ก็ต้องทำคะแนนให้ดีๆนะจียง” แจจุงหันมาให้กำลังใจเพื่อนใหม่
“สบาย อยู่แล้ว ก็เรื่องพวกนี้ฉันเรียน..อุ๊บ” จู่ๆเสียงของจียงก็หายไป เพราะมีมือปริศนายื่นมาปิดจากด้านหลัง ซึงรีใช้มือข้างนึงปิดปากจียงเอาไว้ ส่วนอีกข้างโอบรอบเอวร่างบาง
“ขอตัวก่อนนะครับ พอดีคุณหนูจียงต้องเข้าไปเตรียมตัวสำหรับเรียนพรุ่งนี้” ว่าแล้วก็ลากตัวจอมยุ่งติดมือเข้าไปด้วย โดยที่จียงพยายามตะเกียกตะกายให้หลุดจากวงแขนของซึงรี
“ช่วงนี้มีแต่นักเรียนใหม่ที่มีพฤติกรรมประหลาดๆทั้งนั้นเลยนะ” เสียงซองมินดังขึ้น
“มาไม่ให้สุ้มให้เสียงอีกแล้วนะซองมิน” ยูฮวานว่า
“ก็จะได้ตื่นเต้นไง พวกนายไม่กลับไปหออีกเหรอ เดี๋ยวเลยเวลานะ” ซองมินพูด
“นั่น สิ เรากลับก่อนนะจุนซู” แจจุงหันมาลา ตอนแรกก็ว่าจะเข้าไปคุยเรื่องวันนั้นในห้องจุนซู แต่บังเอิญมาเจอจียงซะก่อน เลยไม่ได้คุยกัน
“อืม แล้วเจอกันพรุ่งนี้” จุนซูกล่าวลากับทุกคน หลังจากที่ทั้งสองคนไปแล้ว ซองมินก็โอบไหล่จุนซูพาเดินเข้าหอไป ไม่สนใจสายตาจ้องจะกินเลือดกินเนื้อของยูชอน คยูฮยอนหัวเราะ เดินนำหน้าคนรับใช้กิติมศักด์เข้าไปในหอพักก่อน ยูชอนได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ก็เดินตามเข้าไปโดยดี
“ปล่อยได้แล้ว ทำบ้าอะไรของนาย” เสียงจียงตวาดแว๊ด ทันทีที่หลุดจากการเกาะกุมของซึงรี
“ผมต่างหากต้องถามคุณ ทำบ้าอะไร” ซึงรีถามกลับ เพราะถ้าเขาไปไม่ทัน เจ้าตัวยุ่งคงบอกกับทุกคนไปแล้วล่ะว่าตัวเองเรียนไปหมดแล้ว
“ทำอะไร ก็แค่คุยกับเพื่อน พี่ชายสั่งให้สนิทกับคนพวกนั้นนี่”
“แต่เขาก็ไม่ได้บอกให้คุณมาทำลายแผนนะ”
“แล้วทำไม ฉันไม่ได้สนับสนุนเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ชอบบังคับจิตใจกันนัก คราวนี้ล่ะฉันจะทำให้พังให้หมดเลย”
“คุณจะทำแบบนี้เพื่ออะไร” ซึงรีเดินเข้ามาใกล้
“เพื่อความสะใจไง อยากบังคับให้เข้ามาดีนัก” จียงตอบอย่างไม่เกรงกลัว
“ดี ผมจะได้ไปบอกพี่ชายคุณ ให้ดูแลน้องชายตัวเองหน่อย ก่อนที่แผนจะพัง”
“นายหวังดีกับจุนซูเขาจริงหรือเปล่า” จียงวกกลับเข้าเรื่อง
“ถามทำไม ผมต้องหวังดีกับจุนซูอยู่แล้ว”
“เหรอ ถ้าหวังดีรับข้อเสนอของพี่ทำไม เท่าที่ฉันเห็น ฉันก็ว่าปาร์คยูชอนเขาดูแลเพื่อนนายดีอยู่แล้ว นายไม่จำเป็นกับเขาอีกแล้วล่ะ”
“เรื่อง ของผม คุณไม่ต้องยุ่งมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไปเถอะ” ซึงรีพูดก่อนจะคว้ากระเป๋าตัวเองเดินเข้าห้องคนใช้ แต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงใสๆ
“รักเขาแต่เขาไม่ได้รักตอบน่ะ มันก็เหมือนคนโง่นั่นแหละ ทำอะไรไปเขาก็ไม่เห็น นายกับพี่นี่มันคนประเภทเดียวกันเลยนะ” ซึงรีทิ้งกระเป๋า ก่อนจะเดินเข้ามาหาร่างบาง
“ผมจะทำอะไรให้ใครเห็นหรือไม่ มันก็เรื่องของผม คุณไม่เกี่ยว”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันเกี่ยว ลากฉันเข้ามาด้วยทำไม”
“ผมไม่ได้เป็นคนลากคุณเข้ามา พี่คุณต่างหาก” ซึงรีเถียง
“ถ้านายไม่ตอบรับข้อตกลง พี่ก็คงไม่ลากฉันเข้ามา ทั้งหมดมันเป็นเพราะนายนั่นแหละ” จียงไม่ยอมแพ้
“จะคิดอะไรมันก็เรื่องของคุณ” ซึงรีไม่สนใจเดินกลับเข้าห้องคนใช้ไป ก่อนเสียงใสๆจะตะโกนตามไปอีกว่า
“นายจะไปไหน ฉันจะอาบน้ำ เตรียมน้ำให้ฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ผมบอกแล้วไง ผมเป็นคนใช้คุณเฉพาะต่อหน้าคนอื่นเท่านั้น” จียงได้แต่ฮึดฮัด ทำอะไรไม่ได้ กวาดข้าวของที่อยู่ใกล้ตัวทิ้งลงพื้นจนกระจุยกระจายเพื่อให้หายโมโห
“ทำ อะไรก็เก็บเองด้วยนะ ผมไม่เก็บให้หรอก” ซึงรีตะโกนออกมาจากห้อง ยิ่งทำให้คุณหนูควอนหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปเปิดน้ำในห้องน้ำเอง ทั้งๆที่เป็นงานที่เขาไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต
“นี่อะไรน่ะยูชอน” คนตัวเล็กทำหน้าเมื่อยพลางจ้องมองหนังสือที่กองอยู่ตรงหน้า
“หนังสือเรียนไง จุนซูไม่รู้จักเหรอ” ยูชอนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตอบ
“รู้แล้วว่าหนังสือเรียน แต่ให้อ่านหมดนี่เลยเหรอ”
“ใช่แล้ว นี่แค่ทดสอบย่อยนะ แต่เพราะจุนซูไม่ได้เรียนมาตั้งแต่ต้น ก็เลยต้องอ่านเยอะหน่อย” ยูชอนว่า
“งั้นฉันยอมแพ้ ไม่เอาแล้วสเตล่าอะไรนั่น ฉันจะอยู่เป็นปู่โรงเรียนแบบพี่ฮีซอล” คนตัวเล็กพูดพลางเดินโซซัดโซเซไปที่เตียงนอน
“ไม่ได้จุนซู นายต้องรีบเรียนรีบจบ จะได้ออกไปแต่งงาน ฉันไม่ยอมให้นายมาค้างเติ่งอยู่ในนี้หรอก” ยูชอนเดินตามคนตัวเล็กไป
“ไม่เอา ไม่เรียน เยอะขนาดนี้ใครจะไปอ่านหมด” จุนซูเอาหมอนปิดหัว เพื่อกั้นเสียงทุ้มๆเอาไว้
“แน่ใจนะว่าจะไม่เรียน” ยูชอนนั่งลงข้างๆคนตัวเล็ก
“แน่ ใจ ถ้าไม่ออกไปแต่งงาน นายก็ทำอะไรฉันไม่ได้ดีจะตายไป” จุนซูตะโกนตอบ ทั้งๆที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่ แต่สักพักเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่ที่หลังของเขา คนตัวเล็กเริ่มดิ้นยุกยิก
“ยูชอนทำอะไรน่ะ” จุนซูหันหน้ากลับมา ก็พบกับใบหน้าคมเข้มของว่าที่คู่หมั้น เพราะตอนนี้ยูชอนใช้แขนข้างนึงเท้าไว้ข้างๆตัวเขา อีกข้างนึงก็คงจะใช้ไต่หลังเขานั่นแหละ
“ก็จะทำให้ดูไง ว่าถึงไม่ได้เรียนจบฉันก็ทำอะไรที่นายว่าได้อยู่แล้ว”
ว่า แล้วคนตัวโตก็จับคนตัวเล็กพลิกตัวกลับมาก ร่างโปร่งจับข้อมือทั้งสองข้างของคนตัวเล็กเอาไว้ ตรึงติดกับที่นอน จุนซูได้แต่ทำตาโต เพราะกำลังจะร้องให้ซองมินเข้ามาช่วยเหมือนทุกที ริมฝีปากบางก็ถูกริมฝีปากร้อนของยูชอนประกบเอาไว้ก่อน คนตัวเล็กได้แต่ดิ้นยุกยิกไปมา ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแย่ เพราะตอนนี้คนตัวโตทาบร่างหนาของตัวเองลงมาทับคนตัวเล็กเอาไว้ มือที่จับข้อมือเอาไว้ทั้งสองข้างก็เปลี่ยนเป็นรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามากอด ยิ่งทำให้จุนซูอึดอัด เพราะตอนนี้นอกจากเขาจะหายใจไม่ออกเพราะถูกคนตัวโตกว่ารุกราน แถมตัวก็ยังถูกทับตรึงไว้กับที่นอนอีก
~ อื้อ!!! ~
คนตัว เล็กเริ่มส่งเสียงประท้วง แต่ร่างโปร่งก็ยังไม่ยอมลุกขึ้นไป แต่ยังใจดีถอนจูบออกมาโดยดี เพราะกลัวว่าเจ้าตัวเล็กจะขาดใจตายซะก่อน ยูชอนมองคนน่ารักยิ้มๆ ตอนนี้จุนซูหน้าแดงแปร๊ดไม่รู้ว่าเขินหรือเหนื่อย ถ้าไม่ดิ้นก็ไม่เหนื่อยแล้วแท้ๆ
“ยิ้มอะไร” จุนซูพูดงอนๆ หันหน้าหนีไปอีกทางไม่อยากเห็นหน้าคนชอบเอาเปรียบ
“ยิ้มไม่ได้เหรอ ก็ตอนนี้นายน่ารักจะตายไป” ยูชอนใช้มือข้างนึงปัดปอยผมที่ละหน้าผากคนตัวเล็กออก
“ไม่ได้ ลุกเดี๋ยวนี้เลยนะ ตัวก็ใหญ่จะมาทับเขาทำไม” จุนซูเริ่มดิ้นอีกครั้ง แต่ร่างโปร่งก็ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
“ไม่ลุก เดี๋ยวจะแสดงให้ดูไงว่าไม่แต่งฉันก็ทำได้ ดีซะอีกไม่ต้องเสียค่าสินสอดด้วย” ยูชอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ใจร้าย ยูชอนใจร้าย ทำไมชอบรังแกฉันนักนะ”
“อย่างนี้เขาไม่เรียกว่ารังแกนะจุนซู เขาเรียกว่ารักต่างหากล่ะ ไม่รักเขาไม่ทำแบบนี้หรอก” ยูชอนพูดพร้อมพรมจูบไปทั่วใบหน้าน่ารัก
“รักอะไร อย่างนี้เขาเรียกรังแกต่างหาก” จุนซูพึมพำเบาๆ
“ว่าอะไรนะ ไม่ได้ยิน”
“ไม่รู้ไม่ชี้ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย หายใจไม่ออก”
“ไม่ จนกว่านายจะบอกว่าจะรีบเรียนรีบจบ แล้วออกไปแต่งงานกัน” ยูชอนขู่
“ถ้าฉันไม่รีบล่ะ”
“งั้นฉันก็จะจัดการนายตรงนี้ ทีนี้ไม่ว่านายจะเรียนจบหรือไม่ นายก็เป็นของฉันอยู่ดี”
“ถ้าฉันไม่กลัวล่ะ” จุนซูทำใจกล้าถามออกไป
“ไม่กลัวแน่ใช่ไหม” ยูชอนซุกหน้าเข้าไปไซร้ซอกคอคนปากเก่ง จุนซูส่งเสียงร้องพร้อมดิ้นปัดๆเป็นโลมาถูกไก่จิกทันที
“พอแล้วๆๆ กลัวก็ได้ ปล่อยฉันน้ายูชอนคนดี๊คนดี” จุนซูเริ่มใช้แผนอ้อนแทน
“ไม่ต้องมาอ้อนเลย ตอบก่อนจะตั้งใจเรียนไหม”
“ก็ได้ ถ้าฉันสอบผ่านฉันจะได้อะไรเป็นรางวัล” จุนซูต่อรอง
“ได้หัวใจฉันยังไม่พออีกเหรอ นายยังอยากได้อะไรอีก” ยูชอนจ้องเข้าไปในตาสีน้ำตาลของคนตัวเล็ก จุนซูได้แต่หลบตาด้วยความเขิน
“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้นะ”
“แล้ว อะไรล่ะ อยากได้ตัวด้วยเหรอ ว้า~ อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับนายแล้วล่ะว่านายจะยอมไหม” ยูชอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ คนตัวเล็กใช้มือข้างที่เป็นอิสระทุบหน้าอกคนเจ้าเล่ห์ไปทีนึง
“อูย~ เจ็บนะ รู้ไหมว่าฉันเจ็บต้องมีคนโดนทำโทษ”
“ก็ลองดูสิ จะทุบให้ตายตรงนี้เลย” ยูชอนหัวเราะ
“เอาล่ะ ถ้านายสอบได้นอกจากได้สเตล่าแล้ว ฉันจะให้นายจูบทีนึงเอาไหม”
“ไม่เอา อย่างนั้นฉันไม่ได้สักหน่อย นายต่างหากที่ได้” ยูชอนเลิกคิ้ว ทีงี้ฉลาดเชียว คราวหน้าต้องหลอกอย่างอื่นแล้วแหะ
“งั้นนายอยากได้อะไรล่ะ” คนตัวเล็กทำท่านึก ก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกายด้วยความหวัง
“สนามฟุตบอล ฉันอยากได้สนามฟุตบอลเป็นของตัวเอง” ยูชอนหัวเราะ
“เอาทีมฟุตบอลด้วยไหมล่ะ จะได้มีเพื่อนเล่น”
“ได้ด้วยเหรอ”
“ได้ สิ ถ้านายสอบได้ อยากได้อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ” จุนซูอมยิ้ม ลืมเรื่องที่เขาถูกยูชอนกดไปเลย แขนเล็กๆโอบรอบคอคนตัวโตรั้งเข้ามากอดเอาไว้อย่างดีใจ ทำให้ตอนนี้ร่างทั้งสองคนแนบชิดติดกันกว่าเมื่อกี้มากๆ
“ดีใจจัง งั้นฉันจะตั้งใจอ่านหนังสือ 300คะแนะ พี่อองรี” จุนซูพึมพำ ร่างโปร่งขมวดคิ้ว ดันตัวขึ้นจากอ้อมกอดของคนตัวเล็ก
“พี่อองรี ใครน่ะ” ยูชอนถามเสียงเข้ม
“นักฟุตบอลสุดที่รักของฉันน่ะสิ ฉันอยากเจอเขามากๆ ยูชอนซื้อตัวมาให้หน่อยได้ไหม” ยูชอนหน้าบึ้ง
“ไม่ เอานักฟุตบอลเกาหลีไปก่อนแล้วกัน พี่อองรีน่ะ เอาไว้พาไปดู แต่ให้ดูอย่างเดียวนะ ห้ามแตะต้องฉันไม่ชอบ” จุนซูทำหน้ามุ่ย นึกว่าจะได้เจอพี่อองรีตัวเป็นๆซะอีก
“เอาอย่างนี้ ถ้านายได้สเตล่า3อันครั้งนี้ ฉันจะสร้างสนามฟุตบอลให้ ทุกครั้งที่นายได้สเตล่าเพิ่มขึ้น3อัน ฉันจะเพิ่มออปชั่นให้สนามฟุตบอลนายดีไหม” จุนซูยิ้มแก้มปริ พยักหน้าหงึกหงักทันที
“ยูชอนน่ารักที่สุดในโลกเลย”
“น่ารักไม่แล้วรักไหมล่ะ” คนตัวเล็กเงียบ ไม่มีเสียงตอบเหมือนกับทุกครั้งที่เขาถามเรื่องนี้
“ก็ ได้ ฉันไม่บังคับนายตอนนี้ก็ได้ เฮ้อ~ รักเขาข้างเดียวก็เงี้ยแหละปาร์คยูชอนเอ๊ย” ยูชอนทำเป็นบ่นกับตัวเอง คนตัวเล็กได้แต่อมยิ้ม
“เราไปอ่านหนังสือดีกว่า ถ้าอยู่ท่านี้นานๆ ฉันว่าเราได้ทำอย่างอื่นกันแน่ๆ” ยูชอนรั้งร่างคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งตามเขา ก่อนจะจูงมือคนน่ารักกลับไปนั่งที่โต๊ะ เริ่มเปิดการติวเข้มทันที
ซอฮยอนนั่งเหม่อมองป้ายพิเศษในมือเงียบๆ ก่อนจะเข็นรถเข้าไปหาชีวอนที่เตรียมอาหารเย็นให้อยู่ด้านในบ้านพัก
“เมื่อไหร่เธอจะให้ฉันใช้ป้ายนี้สักทีล่ะ”
“มันยังไม่ถึงเวลาครับ รอก่อนนะครับ ผมกำลังดำเนินการทุกอย่างเพื่อท่านลูเซียอยู่” ชีวอนตอบ
“แล้ว มันจะอีกนานไหม ฉันจะรอไม่ไหวอยู่แล้วนะ ฉันจะขาดใจเวลาเห็นพี่ยูชอนยิ้มให้คิมจุนซู” ซอฮยอนพูดในมือก็เริ่มขยำป้าย ชีวอนเดินเข้ามาใกล้ ทรุดนั่งลงข้างหน้ารถเข็น ค่อยๆแกะมือซอฮยอนออกจากป้าย
“ไม่นานหรอกครับ อีกไม่นานท่านลูเซียก็จะสมหวัง ทั้งเรื่องปาร์คยูชอน และเรื่องทายาท” ชีวอนเงยหน้ามองใบหน้าหวานเศร้าของซอฮยอน
“จริงนะ ถ้าฉันกลับไปเป็นทายาทอีกครั้ง ฉันจะได้เป็นคู่หมั้นพี่ยูชอนใช่ไหม”
“ครับ ผมจะพยายามเต็มที่” ชีวอนให้สัญญา ก่อนจะเข็นรถพาซอฮยอนไปที่โต๊ะกินข้าว หลังจากส่งซอฮยอนเข้านอน เขาก็นัดซึงรีออกมาพบที่สวนหลังโรงเรียน ไม่นานซึงรีก็ออกมา
“เป็นไงบ้าง มีจังหวะคุยกับคิมจุนซูหรือยังล่ะ” ชีวอยเอ่ยถาม
“จังหวะเหรอ คุณไปถามน้องชายคุณดีกว่ามั้ง ตั้งแต่เข้ามา หมอนั่นขัดขวางผมตลอด นี่คุณกำลังจะทำอะไรอยู่กันแน่” ซึงรีโวยวาย
“จี ยงน่ะเหรอ ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก เด็กนั่นก็แค่เด็กเอาแต่ใจ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณหาวิธีเกลี้ยกล่อมคิมจุนซูให้ได้เถอะ ผมให้เวลา 3เดือน” ซึงรีเลิกคิ้ว
“ทำไมต้อง3เดือน”
“ก็เพราะอีกเดือนซอฮยอนจะเรียนจบ เธอต้องการรีบแต่งงานกับปาร์คยูชอนทันทีที่เรียนจบ”
“ถ้าผมทำไม่ทันก่อน3เดือนล่ะ” ชีวอนยกยิ้มร้ายกาจแว๊บนึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มธรรมดา แต่ซึงรีก็มองเห็น
“ผมอาจต้องใช้วิธีของผม ซึ่งคุณอาจจะไม่ชอบใจ”
“คุณจะทำอะไร”
“ทุกอย่าง เพื่อให้คิมจุนซูหายไปจากชีวิตคิมซอฮยอน” แค่ได้ยินซึงรีรู้สึกถึงความเย็นชาของคนพูดได้ดี หมอนี่ต้องรู้เห็นเรื่องพ่อแม่ของจุนซูแน่ๆ
“ได้ ผมจะจัดการให้ หวังว่าคุณคงไม่ใจร้อนทำอะไรบุ่มบ่ามก่อน3เดือนหรอกนะ” ซึงรีพูดเพื่อขอคำยืนยัน
“ตกลง แต่อย่าให้ผมรอนานล่ะ ผมไม่ชอบรอ” พูดจบชีวอนก็เดินจากไป ทิ้งให้ซึงรีนั่งหมดแรงอยู่ตรงนั้น จุนซู ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะพานายออกไปจากที่นี่ได้ยังไง
สักพักซึงรีก็กลับมาที่ห้องพัก แต่เงียบ ไม่ได้ยินเสียงคุณหนูเอาแต่ใจออกมาพูดจาเสียดสีออก ซึงรีเดินไปดูรอบๆห้องก็ไม่พบแม้แต่เงา กำลังจะกลับเข้าห้องก็เห็นประตูห้องน้ำเปิดอยู่ แถมด้วยควันลอยเต็มห้อง ซึงรีจึงค่อยๆเปิดเข้าไปดู ตอนแรกเขาก็มองไม่เห็นอะไรเพราะไอน้ำลอยออกมาเต็มห้อง ซึงรีสาวเท้าก้าวเข้าไปในห้องน้ำก็ต้องสะดุ้ง เพราะตอนนี้ที่พื้นส่วนที่เป็นอ่างอาบน้ำเต็มไปด้วยน้ำร้อน ก่อนจะพบร่างไร้สติของจียง นอนอยู่บนพื้นเนื้อตัวแดงเถือก ซึงรีสบถออกมคำนึง ก่อนจะหาผ้าเช็ดตัวพันรอบร่างจียงอุ้มออกไปนอกห้องน้ำ วางไว้บนที่นอน จัดการหาน้ำเย็นจัดมาเช็ดตัวเพื่อลดความร้อน ดีนะที่ไม่ใช่น้ำร้อนมากๆ แค่ทนความร้อนไม่ไหวเลยหมดสติไป
“เด็ก บ้า น้ำร้อนจะตายชักแช่เข้าไปได้” ซึงรีบ่นขณะเช็ดไปตามตัวของจียง พอร่างกายเริ่มคลายความร้อน ซึงรีก็จัดแจงแต่งตัวให้กับจียง สักพัก จียงก็เริ่มมีสติ หันมาเจอคนรับใช้ขี้เก็กนั่งอยู่ข้างๆ พร้อมผ้าเช็ดตัวกำลังเช็ดหน้าให้เขาอยู่
“ทำอะไรน่ะ” เสียงอ่อนระโหยโรยแรงถาม
“เช็ดตัวไง เป็นบ้าหรือไงน้ำร้อนขนาดนั้นยังลงไปอาบอีก” ซึงรีอดไม่อยู่ว่าจะไม่ว่าแล้วเชียว
“ก็ฉันเปิดน้ำเย็นไม่เป็นนี่ ก๊อกไหนๆก็น้ำร้อนทั้งนั้น”
“แล้วทำไม่เรียก” ซึงรียังก้มหน้าก้มตาเช็ดตัวต่อไป
“ก็ นายบอกเองว่าไม่ทำให้ ฉันต้องทำเอง ชิ~ แล้วใครจะไปกล้าเรียก” ใบหน้ากลมแป้นเชิดไปอีกทาง ทั้งๆที่ยังไม่มีแรง ซึงรีได้แต่หมั่นไส้ ไม่ไหวก็ยังอวดเก่งอีก
“มีอะไรอีกไหมที่คุณทำไม่เป็น ผมจะได้ทำให้” จียงหันมามอง
“ไม่เต็มใจก็ไม่ต้อง”
“ก็ไม่ได้เต็มใจหรอก แต่ไม่อยากเก็บศพคุณหนูไปฝัง บอกมาสิ”
“ทุกอย่าง ฉันไม่เคยทำอะไรเองเลย มีคนทำให้ตลอด พอใจยัง” ซึงรีถอนใจพรืด นี่เขากะจะไม่ทำอะไรให้เจ้าเด็กนี่ เพราะอยากจะดัดนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง แต่สงสัยต้องเปลี่ยนเป็นทำให้ทุกอย่างซะแล้ว
“ก็ได้ ต่อไปนี้คุณก็นั่งชูคอเป็นคุณหนูต่อไป ผมทำเอง เข้าใจไหม”
“ฮื่อ” จียงรับคำอย่างว่าง่าย ซึงรีเหลือบตาขึ้นมองอย่างสงสัย ทุกทีต้องเถียงก่อนนี่นา แต่แล้วเขาก็รู้คำตอบ ตอนนี้คุณหนูจอมดื้อหลับไปแล้วซึงรีโคลงศีรษะไปมา
“เฮ้อ~ นอกจากจะชอบขัดแล้ว ยังเพิ่มภาระให้อีก”
ซึง รีกลับมาจมกับความคิดตัวเองเรื่องจุนซู เขาจะทำยังไงถึงจะช่วยจุนซูออกไปจากที่นี่ได้ ที่นี่มีแต่ตัวอันตราย หรือเขาจะบอกปาร์คยูชอนดี หมอนั่นจะได้คอยระวังตัวด้วย เฮ้อ~ ไม่รู้สิ ขอดูท่าทีของชเวชีวอนก่อนแล้วกัน ถ้าไม่ไหวสงสัยคงต้องเตือนให้ระวังไว้บ้าง ทั้งๆที่ไม่ค่อยชอบหน้าหมอนั่นเท่าไหร่ ความจริงเขาก็พอจะมองออกว่าสองคนนั้นคงจะมีใจให้กัน แต่เขายังไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้ตอนนี้ ซึงรีลุกจากที่นอนไปเปลี่ยนน้ำ ก่อนจะหันมาเช็ดตัวลดความร้อนให้กับจียงต่อไปยันเช้า
%%%%%%
TCB.



ปาร์ค ป๋ามากค่ะ จะสร้างสนามฟุตบอลให้แถมออปชั่นด้วย
#1 By rui (158.108.228.216) on 2010-04-09 13:35