Recommend

[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 10

posted on 09 Apr 2010 02:59 by kameryuichi  in emergency

Part 10





“พี่ยองพิล” คนตัวเล็กพึมพำชื่อคนตรงหน้าออกมาเบาๆ เรียกให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามอง ชายหนุ่มเพ่งพิจารณาอยู่นาน ก่อนจะทักออกมาเมื่อนึกขึ้นได้

“จุนซู จุนซูนี่” ยองพิลทัก

“ครับ ผมเอง พี่มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ” จุนซูกลั้นใจถาม ทั้งๆที่ใจจริงอยากจะไปให้ไกลจากคนๆนี้

“พี่มาธุระที่นี่ กำลังจะขึ้นไปพบท่านประธาน มีเรื่องต้องเรียนท่านโดยตรง จุนซูทำงานที่นี่เหรอ” ยองพิลถาม

“ครับ เอ่อ พี่จะขึ้นไปหาท่านประธานใช่ไหมครับ ไปกับผมก็ได้ ผมกำลังจะขึ้นไปพอดี” จุนซูชวนอย่างช่วยไม่ได้ ไหนๆเขาก็ต้องเจอกับคนตรงหน้านี่อีกทีหน้าห้องท่านประธาน ก็ไปด้วยกันเลยซะก็สิ้นเรื่อง

“ดีเหมือนกัน พี่มาติดต่อธุระสำคัญ ไปด้วยกันก็ดี พี่มีเรื่องอยากคุยกับจุนซูเยอะแยะเลย” ยองพิลยิ้ม คนตัวเล็กยิ้มน้อยๆอย่างฝืนๆ แต่ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่หรอก จุนซูนึกในใจ

“เชิญ ทางนี้ครับ” คนตัวเล็กเดินนำยองพิลตรงไปที่ลิฟท์ผู้บริหาร ทั้งสองคนก้าวเข้าไปข้างใน จุนซูหยิบคีย์การ์ดออกมารูด สักพักลิฟท์ก็ทำงาน

“จุนซูทำงานที่นี่นานหรือยัง” ยองพิลชวนคุย

“อาทิตย์เดียวครับ” จุนซูตอบ

“ตั้งแต่จบมาทำไมไม่ติดต่อพี่บ้างเลย”

“ผม ไม่ว่างครับ” คนตัวเล็กภาวนาให้ลิฟท์มันขึ้นไปเร็วกว่านี้ ทั้งๆที่ลิฟท์ผู้บริหารเป็นลิฟท์ที่เร็วที่สุดเพราะไม่ต้องหยุดชั้นอื่น แต่ทำไมวันนี้เขาถึงรู้สึกว่ามันผ่านไปช้าเหลือเกิน

“เหรอ เห็นฮยอนอาบอกว่าจุนซูไม่ค่อยว่างเหมือนกัน เลยไม่ติดต่อกลับมา” ในที่สุด ยองพิลก็เอ่ยชื่อคนที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดออกมา

“พี่ยังคบอยู่กับฮยอนอาเหรอครับ” จุนซูถามเบาๆ

~ แต๊ง ~

ก่อน ที่จุนซูจะได้คำตอบอะไร ลิฟท์ก็มาหยุดที่ชั้น23พอดี คนตัวเล็กรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ความจริงเขาก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อีก แค่ถามไปอย่างนั้นเพราะถ้าอยู่เฉยๆในลิฟท์มันน่าอึดอัด คุณเลขารีบก้าวนำออกไปจากลิฟท์ ในขณะที่ยองพิลก็เร่งฝีเท้าตามเหมือนกัน

“เดี๋ยว สิจุนซู พี่มีเรื่องคุยกับจุนซูเยอะแยะเลย วันนี้ไปทานข้าวกับพี่ได้ไหม เดี๋ยวพี่คุยธุระเสร็จแล้วจะลงไปรอที่ล็อบบี้” ยองพิลเดินมาดักหน้าคนตัวเล็ก พร้อมเอ่ยชวน

“คือว่าผม เอ่อ...” จุนซูอึกอัก ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง

“คุณ เลขา ผมให้เอาแฟ้มลงไปให้คุณอึนยองแป๊บเดียว หายไปเป็นชาติเลยนะ” เสียงคุณเจ้านายดังขึ้นเหมือนระฆังช่วยชีวิต เป็นครั้งแรกที่คุณเลขารู้สึกว่า วันนี้เสียงเจ้านายเพราะที่สุดเลย

“ขอ ตัวก่อนนะครับ เจ้านายเรียกแล้ว” จุนซูรีบแทรกตัวออกไปจากทางเดิน สาวเท้ายาวๆไปหาคุณเจ้านาย เหมือนลูกนกที่หนีปากนกแร้งได้อย่างหวุดหวิด

“ว่า ไง อู้อีกหรือไงคุณ นี่มันจะเที่ยงอยู่แล้ว อยากทำงานล่วงเวลาอีกหรือไง” คุณเจ้านายยังข่มขู่ต่อ เพราะคิดว่าคุณเลขามัวแต่ไปอวดโฉมอยู่ข้างล่าง จะตามลงไปก็น่าเกลียด มัวแต่มองคุณเลขา เลยไม่เห็นว่ามีแขกเดินตามคุณเลขามาติดๆ

“ขอโทษครับ เป็นเพราะผมเองทำให้จุนซูมาช้า” ยองพิลออกรับแทนคุณเลขา ยูชอนหันไปมองคนมาใหม่ หมอนี่เป็นใครกัน หน้าตาก็งั้นๆ ไหงบังอาจมาเรียกคุณเลขาซะสนิทสนมแบบนี้

“คุณอิมยองพิลครับเจ้านาย เขามาติดต่อธุระ บังเอิญเขาจะขึ้นมาขอพบเจ้านายด้วย ผมก็เลยพาเขาขึ้นมาครับ” คุณเลขาอธิบาย

“อิมยองพิลเหรอครับ อ๋อ มาจากอิมกรุ๊ปใช่ไหมครับ ที่จะมาขอโอดีสินเชื่อเพิ่ม” ยูชอนทำท่านึก

“ใช่ครับ ไม่ทราบพอมีเวลาคุยรายละเอียดกับผมไหมครับ” ยูชอนมองนาฬิกา อีกครึ่งชั่วโมงจะเที่ยง

“ได้ ครับ ผมคิดว่าคงไม่นาน เชิญข้างในครับ คุณจุนซูขอกาแฟให้คุณอิมด้วย” ยูชอนสั่ง ก่อนจะเปิดประตูให้ลูกค้าเข้าไปก่อน ร่างโปร่งปรายตามองลักษณะอาการแปลกๆของคุณเลขา อยากจะถามให้รู้เรื่องตอนนี้ แต่ติดว่าลูกค้ารออยู่ จึงตัดใจ เดินเข้าไปนั่งที่โซฟารับแขกด้านในแทน

“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมขอเข้าเรื่องเลยนะครับ” ยองพิลรีบเปิดประเด็น

“ครับ เชิญครับ” ยูชอนนั่งพิงพนักสบายๆ ในขณะที่คุณเลขาเข้ามาพร้อมถาดกาแฟ และของว่าง และเลือกวางตรงหน้ายองพิลก่อนในฐานะแขก

“ขอบ ใจจ้ะจุนซู” ยูชอนเลิกคิ้วขึ้นนิดนึง กับคำพูดเป็นกันเองระหว่างคุณลูกค้าและคุณเลขา ทำให้คุณเจ้านายเหมือนมีลางสังหรณ์สายตาคมมองหน้าคุณเลขาแต่คุณเลขาก็พยายาม หลบตาเขาอยู่ตลอดอย่างสงสัย เดี๋ยวรอให้ไอ้หน้าปลาชนเขื่อนนี่ไปก่อน เรามีเรื่องเคลียร์กันหน่อยคุณเลขา

“จุนซู เอาแฟ้มข้อมูลของอิมกรุ๊ปมาให้ผมด้วย” ยูชอนสั่ง คุณเลขาพยักหน้า ก่อนจะเดินไปหยิบแฟ้มอิมกรุ๊ปในตู้เอกสารเดินมาส่งให้คุณเจ้านาย แล้วเดินเลี่ยงออกไปนอกห้อง

ยูชอนพลิกแฟ้มเอกสารเพื่อดูข้อมูลการของ กู้ครั้งที่แล้ว ระยะการชำระเงิน และอะไรอีกมากมายขึ้นมาอ่านคร่าวๆก่อนที่จะคุยกับลูกค้า ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม ทันเห็นคุณลูกค้ามองตามคุณเลขาตาปรอย แค่นี้คุณเจ้านายก็เริ่มหงุดหงิด ไอ้หน้าปลาชนเขื่อน ยังมีหน้ามามองตาเยิ้ม ยังไม่รู้ชะตาตัวเองซะแล้ว เดี๋ยวพ่อเรียกเก็บเงินกู้ทั้งหมดคืนซะหรอก โทษฐานหมั่นไส้

~ อะแฮ่มๆๆ ~

ยู ชอนกระแอมเสียงดัง เรียกให้ชายหนุ่มตรงหน้าหันมาสนใจเขา ก่อนที่เขาจะควบคุมตัวเองไม่ไหว จับลูกค้าเกรดเอโยนลงจากหน้าต่างชั้น23 โทษฐานมองคุณเลขานานมากเกินไป ยองพิลรู้สึกตัว หันมายิ้มให้กับยูชอนก่อนจะคุยเรื่องโปรเจคที่เขาเสนอมา

“ตามที่ผมได้ส่งแผนงานให้ท่านประธานดูเมื่ออาทิตย์ที่แล้วน่ะครับ วันนี้ผมจะมาชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสงสัยที่ทางคุณส่งไปให้ผม”

ยอง พิลเริ่มเข้าเรื่องและอธิบายเรื่องต่างๆที่ยูชอนถามเขาคราวที่แล้ว ในขณะที่ยูชอนค่อยๆคิดตามทีละสเต็ปอย่างรอบคอบ ความจริงโครงการที่อิมกรุ๊ปเสนอมาก็ไม่เลว มองแผนระยะยาวแล้วเขาก็คิดว่ามันน่าจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ถึงแม้ว่ายอดขอกู้มันจะเกินโอดีมามากไปหน่อย แต่ดูจากประวัติการชำระเงินแล้ว อิมกรุ๊ปไม่เคยทำพลาด แถมยังขยายงานออกไปได้เรื่อยๆ เหมาะจะสนับสนุนการลงทุนในครั้งนี้ เพราะบริษัทของเขาก็จะได้ดอกเบี้ยเป็นกอบเป็นกำเช่นกัน

แต่นั่นมัน ก่อนหน้าที่ไอ้หน้าปลาชนเขื่อนนี่มันจะมามองคุณเลขาของเขาตาปรอยแบบนั้น โครงการนี้เริ่มจะไม่น่าสนใจ เพราะเจ้าของโครงการอาจจะหาเรื่องมาหาคุณเลขาของเขาที่หน้าห้องบ่อยๆ ความจริงดอกเบี้ยเยอะขนาดนั้นไม่น่าจะเสี่ยงที่จะตัดออกเพราะบริษัทเงินทุน อื่นก็อาจจะตะครุบทันที แต่ถ้าเนื้อร้ายมันลามเร็ว ก็สมควรจะตัดไฟเสียแต่ต้นลม อีกอย่าง เงินเยอะขนาดนั้น นอกจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเขาแล้ว คงไม่มีใครมีทุนสำรองพอให้เอาไปลงทุนได้ขนาดนั้นหรอก ร่างโปร่งได้แต่ถอนใจ ทั้งที่อยากจะทำใจจะขาด แต่ว่างานก็คืองาน ไม่ควรเอามาปนกับเรื่องส่วนตัว หลังจากเงียบไปนาน ยูชอนก็ให้คำตอบกับชายหนุ่มตรงหน้าแบบแบ่งรับแบ่งสู้ หรือพูดให้ถูกคือ ขอดูพฤติกรรมก่อน

“ทางเราก็คิดว่ามันน่าสนใจนะ ครับคุณอิม แต่ว่าเงินเกินโอดีมากขนาดนี้ ก็ต้องคิดกันหนักหน่อย ผมขอเวลาตัดสินใจสัก 2-3วันได้ไหมครับ แล้วจะติดต่อกับไปทันที ที่ได้คำตอบ”

“ก็ได้ครับ ผมเข้าใจ เพราะเงินลงทุนมันสูงมากจริงๆ งั้นวันนี้ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน สวัสดีครับ” ยองพิลโค้งให้ยูชอนก่อนจะเดินนำไปที่ประตู ยูชอนเดินมาส่งยองพิลถึงที่ประตูหน้าห้องก่อนจะร่ำลากันอีกรอบ แต่ก่อนที่มือเรียวจะปิดประตู เขาก็ได้ยินเสียงยองพิลถามคุณเลขาที่นั่งทำงานอยู่หน้าห้องด้วยเสียงนุ่มนวล ชวนโดนเทคโอเวอร์บริษัทเป็นอย่างมาก

“ว่าไงครับจุนซู นี่ก็เที่ยงแล้ว ลงไปพร้อมพี่เลยหรือเปล่า” ยองพิลเท้าโต๊ะทำงานขนองคุณเลขา

“คือว่าผม.. “ คุณเลขามีท่าทีอึกอักเล็กน้อย

“ไป เถอะนะ พี่ไม่เจอจุนซูนาน น่ารักขึ้นเป็นกอง ขนาดว่าเมื่อก่อนจุนซูก็น่ารักอยู่แล้วนะ” ยองพิลพูดพลางมองคุณเลขาตั้งแต่ศีรษะเรื่อยลงมา แค่นั้นคุณเจ้านายก็สติแตก ผลักประตูห้องทำงานอย่างแรง เดินไปที่โต๊ะคุณเลขา แต่ยังไม่ทันที่ยูชอนจะได้พูดอะไร ร่างเล็กก็พุ่งจากเก้าอี้มาเกาะแขนเขาไว้ แถมทำเสียงออดอ้อนอย่างน่ารัก

“พี่ ยูชอน ทำไมออกมาช้าจัง จุนซูรอตั้งนานแน่ะ จุนซูหิวแล้วนะ ไหนบอกว่าคุยกันแป๊บเดียวไง” คุณเลขาใส่เป็นชุด เล่นเอาคุณเจ้านายมึนไปหลายวิ แต่ทันทีที่ตั้งสติได้ แขนแข็งแรงก็โอบเอวคุณเลขารั้งเข้ามาชิด แถมยกยิ้มเก๋ไก๋ให้คุณเลขาก่อนจะตอบเสียงหวานไม่แพ้กัน

“พี่ทำ งานอยู่นี่จุนซู ช้าไปแป๊บเดียวเองนะ” แค่นั้นยังไม่พอ ไหนๆคุณเลขาก็เดินมาให้กอดถึงที่ ต้องมากกว่านี้สักหน่อย จากที่โอบแขนข้างเดียวไว้หลวมๆ คุณเจ้านายก็เปลี่ยนเป็นใช้แขนทั้งสองข้าง รั้งเอวคุณเลขาเอาไว้ อยู่ในท่าตระกรองกอดกันหวานชื่นสุดๆ

“แป๊บอะไรกัน จุนซูหิวมากๆเลยอ่ะ ได้ยินเสียงท้องจุนซูร้องไหมเนี่ย” คุณเลขายังคงออดอ้อนต่อไป ไม่สนใจยองพิลที่ตอนนี้กำลังยืนงงอยู่

“ไหน ขอพี่ฟังหน่อยสิ” คุณเจ้านายดันตัวคุณเลขาห่างออกไปนิดนึง พลางก้มหัวลงแนบหูเพื่อฟังเสียงที่ท้องคุณเลขา ทำท่าประหนึ่งคุณพ่อกำลังฟังเสียงลูกน้อยดิ้นอยู่ในท้องแม่ แต่บังเอิญว่าตอนนี้ไม่ใช่

“ดังจริงๆด้วย ป่ะ วันนี้จะกินอะไรดีจ้ะ” ยูชอนหันมาถามคนตัวเล็กที่ทำหน้ามุ่ย แหมเจ้านาย ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ จุนซูคิดในใจ

“ที่ ไหนก็ได้ อร่อยๆแพงๆด้วยนะ จุนซูชอบอ่ะ” ระหว่างที่ทั้งสองคนโต้ตอบกันไปมา จนลืมบุคคลที่สามที่ยังยืนงงอยู่นั้น ยองพิลก็ได้สติ เรียกคนตัวเล็กเสียงอ่อยๆ

“ถ้าจุนซูไม่ว่างก็ไม่เป็นไร แล้วพี่จะติดต่อมาใหม่นะ ผมกลับล่ะครับท่านประธานปาร์ค” ยองพิลเดินกลับไปตาทางเดิม ด้วยท่าทางเศร้าสร้อย ทำเอาคนตัวเล็กที่แสดงฉากรักหวานแหววแทบจะวิ่งตามไปทันที แต่ถูกมือเรียวรั้งเอาไว้ก่อน

“จะไปไหน นี่คิดจะใช้ประโยชน์ผมแล้วชิ่งเหรอ อธิบายมาซะดีๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ยูชอนถามคุณเลขาที่ตีหน้ายุ่งเสียงเครียด

“ทำไมผมต้องบอกเจ้านายด้วยอ่ะ ทีเจ้านายใช้ผมเป็นตัวกันสาวๆ เจ้านายไม่เห็นบอกเหตุผลผมสักคำ” คุณเลขาย้อน

“ก็ ผมเป็นเจ้านาย ผมมีสิทธิ์จะบอกหรือไม่บอกอะไรคุณก็ได้ อีกอย่าง ทุกครั้งผมก็จ่ายเงินด้วยนะ ดูสิ เดือนนี้หมดไปหลายล้านแล้วด้วย” ยูชอนพูด

“ก็นั่นมันธุรกิจที่เราตกลงกันนี่ ไม่เห็นจะเกี่ยว”

“เรื่อง เมื่อกี้อยู่เหนือข้อตกลงของเราใช่ไหม ก็ได้เอางี้ ผมจะให้คุณเลือก ระหว่าง บอกผมเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายคนนั้นมาให้หมด หรือ จะให้ผมโทรไปตามเขามารับคุณออกไปทานข้าว” ยูชอนยื่นคำขาด

“ทำไมต้องมาคาดคั้นผมด้วยนะ” จุนซูกระแทกตัวนั่งกับเก้าอี้

“ผมจะนับ1-3 ถ้าคุณไม่ตอบ ผมจะกดโทรศัพท์เรียกเขากลับมาเดี๋ยวนี้ นับ1 ... นับ2 ...”

“ก็ได้ๆ ผมจะเล่าให้ฟัง คุณอย่าโทรไปเรียกเขามานะ ผมไม่อยากเจอหน้าเขา” จุนซูพูดออกมาในที่สุด

“เขาเป็นใคร” ยูชอนถามทันทีที่คุณเลขาตอบตกลง

“ผม หิวข้าว” แต่นี่คือสิ่งที่คุณเลขาตอบ คุณเจ้านายได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ เอาวะ ก่อนได้ยินเรื่องที่ทำให้กินข้าวไม่ลง กินให้ท้องอิ่มก่อนก็ได้ฟะ

“งั้นก็ได้ เราออกไปหาอะไรกินกัน แต่ระหว่างทานอาหารคุณต้องเล่าให้ผมฟังด้วยนะตกลงไหม” จุนซูพยักหน้า

“จะกินอะไรดีล่ะ”

“เจ้านายเลี้ยงใช่ไหม” จุนซูถามเพื่อความแน่ใจ

“ใช่”

“งั้น ไปกินอะไรที่แพงๆกัน ผมอยากกินหูฉลามมานานแล้วอ่ะ พาไปกินหน่อยนะ อีกอย่างพี่แจจุงก็ไม่อยู่ ผมไม่ได้กินข้าวเช้ามาด้วยอ่ะ” ยูชอนหัวเราะ

“คุณทำกินเองไม่เป็นเหรอ” คุณเลขาส่ายหน้า

“ผม เคยทำครั้งนึง แล้วไฟเกือบไหม้บ้าน ตั้งแต่นั้นพี่ก็ไม่ให้ผมจับเครื่องครัวอีกเลย” จุนซูเล่าเศร้าๆ แต่กลับเรียกรอยยิ้มจากคุณเจ้านายได้อย่างกว้างขวาง

“แล้วพี่คุณจะกลับเมื่อไหร่”

“อีก2อาทิตย์”

“เอา งี้ ตลอด2อาทิตย์นี้คุณกลับบ้านพร้อมผมแล้วกัน ผมจะพาไปหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยกลับเข้าบ้าน” คุณเลขาตาเป็นประกายวิบวับขึ้นมาทันที กระโดดเกาะแขนเจ้านายด้วยความดีใจ

“เช้า กับกลางวันด้วยนะ” คุณเลขาต่อรอง

“ก็ ได้ ทุกมื้อ ถ้าคุณทำตัวน่ารัก ผมจะจะแถมอาหารแบบแค่ใส่ไมโครเวฟก็ทานได้ทันทีด้วย” ยูชอนเอาของกินเข้ามาล่อ เพราะเริ่มซึ้งจากงานเลี้ยงเมื่อวานนี้ เห็นตัวเล็กๆอย่างนี้ เวลาจะกินขึ้นมา แทบจะกวาดคนเดียวทั้งโต๊ะ

“เย้ รอดตายแล้วเรา” คุณเลขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

“ไป ไปกินข้าวกัน แล้วอย่าลืมเล่าเรื่องหมอนั่นให้ผมฟังด้วยล่ะ” ยูชอนพูด พลางจูงมือคุณเลขาไปที่ลิฟท์ด้วยกัน โดยคุณเลขาก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืน


ท้อง ฟ้าสีฟ้าสวยสดใส ทะเลสีครามดูระยิบระยับงามจับตา ไม่ทำให้แจจุงมีความสุขกับบรรยากาศที่สดสวยตรงหน้าเลยสักนิด สาเหตุเนื่องมาจาก แสงแดดร้อนแรงที่แผดเผาอยู่นี่น่ะสิ มันร้อนจนผิวสีน้ำนมของเขาเริ่มเป็นสีแดงหน่อยๆ เพราะต้องใส่เสื้อกล้ามตัวบาง เดินไปเดินมาบนชายหาด แถมทรายใต้เท้านี่ก็ร้อนอย่าบอกใคร แต่ไอ้ผู้กำกับสุดติสท์นั่นมันก็ดันให้ถอดรองเท้าอีก ร้อนจะแย่อยู่แล้ว แจจุงเริ่มทำหน้ามุ่ย เมื่อคุณผู้กำกับสั่งให้เขาเดินเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้ง แต่ก็ยังไม่ถูกใจสักที

“แจจุงครับ ขออีกรอบนะครับ ทำให้หน้าให้สดชื่นที่สุดด้วยนะครับ”

แท กุนสั่งในขณะที่คุณเออีกำลังเดือดปุดๆ จะให้หน้าสดใสขนาดไหนฟะ นี่มันแดดตอนเที่ยง ร้อนก็ร้อน ใครจะไปสดใสเหมือนแกล่ะ นั่งอยู่ใต้ร่ม มีพัดลมตัวโตผึ่งอยู่ขนาดนั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ร่างบางเดินกระแทกเท้าปึงๆกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่

“โอเค อดทนอีกนิดนะครับที่รัก เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” แจจุงทำหน้าเมื่อย นี่มันเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วนะ ตั้งแต่เดินทางออกจากโซลจนมาถึงที่นี่ 3วันเข้าไปแล้ว เขาไม่รู้จะบอกเพื่อนเก่ายังไงว่า เลิกเรียกเขาว่าที่รักสักทีได้ไหม ดูทีมงานแต่ละคน หันไปซุบซิบนินทากันใหญ่

“ฉาก3เทค15 แป๊ก....” เสียงเด็กในกองตีเสลทดังขึ้น เรียกสติคุณเออีให้กลับมามีสมาธิต่อ ถึงแม้มันจะเหลือเพียงน้อยนิดก็ตาม

“แอคชั่น”

เสียง ท่านผู้กำกับดังขึ้น ร่างบางคลี่ยิ้มสดใสที่สุดในชีวิต แต่เป็นยิ้มที่แสนสาหัสมากๆในความรู้สึก พลางเดินชมความสวยงามของทะเลท่ามกลางแดดร้อนจัด เสื้อกล้ามสีขาว และกางเกงสามส่วนสีฟ้าสด ทำให้ภาพในมอร์นิเตอร์ออกมาดูสดใส ราวกับภาพวาด แจจุงพยายามยิ้มอย่างเต็มที่ เพราะกล้องจะถ่ายจากระยะไกล ทำให้ไม่เห็นว่า ถึงปากจะยิ้ม แต่ตาเขาไม่ยิ้มไปด้วยเลย แต่ก็ช่างมัน เพราะไอ้ผู้กำกับมันไม่เห็นสักหน่อย

“คัท โอเคครับ วันนี้พอเท่านี้ก่อน เราค่อยมาเก็บฉากตอนเย็นอีกรอบ”

เสียง ผู้กำกับสั่งคัท เหมือนเสียงสวรรค์สำหรับคุณเออีที่สุด ให้ตายเหอะ 40ล้าน จะคุ้มไหมเนี่ย เหนื่อยสุดๆ ใครบอกเป็นนายแบบสบายฟะ ทีมงาน ช่างแต่งหน้า ผู้ช่วยต่างวิ่งไปหาคุณเออีกันสุดฤทธิ์ ทั้งซับหน้า โบกพัด กางร่ม แถมหิ้วรองเท้ามาให้ด้วย แจจุงรับรองเท้ามาใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบน้ำที่เด็กยื่นมาให้ พร้อมส่งรอยยิ้มขอบใจ ที่เล่นเอาเด็กผู้ช่วยที่มาจากกองอื่นใจสั่น คนอะไรสวยชะมัด

“เป็น ไงบ้างครับ ผมขอโทษที่ทำให้คุณเหนื่อย” แทกุนลุกขึ้นยืนต้อนรับ พลางขยับที่นั่งให้แจจุงนั่งติดกับพัดลมตัวโตของเขา ร่างบางไม่พูดอะไรทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างหมดแรง

“หน้าแดงหมด เลย สงสัยตอนเย็นจะต้องเมคหน้าให้หนาหน่อย เดี๋ยวมันจะดูโดด” แทกุนนั่งลงข้างๆ พิจารณาดูหน้าตาของนายแบบกิตติมศักดิ์ แจจุงหันควับไปทันที

“ก็เพราะใครล่ะ ทำไมต้องถ่ายกลางแดดขนาดนั้นด้วย ฉันร้อนจะแย่อยู่แล้ว” แจจุงพูดขึ้นอย่างเหลืออด

“ผม ขอโทษ แต่ถ้าถ่ายตอนกลางวันแดดแรงๆอย่างนี้ ภาพมันจะออกมาดูใสๆไง ผมต้องการให้เขาเห็นว่าอากาศที่นี่มันใสแค่ไหน ขอโทษนะครับที่รัก” แทกุนพูดพร้อมยื่นมือมาลูบหลังแจจุงอย่างปลอบโยน แต่ร่างบางสะบัดออกแทบจะทันที

“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วแทกุน ฉันไม่ใช่ที่รักของนาย เลิกเรียกแบบนี้สักทีได้ไหม”

“ทำไมล่ะ เมื่อก่อนผมยังเรียกได้เลย” แทกุนแย้ง

“เมื่อ ก่อนฉันก็ไม่ได้อยากให้นายเรียกแบบนี้ แต่นายเรียกเอง อย่ามามั่ว” แจจุงสวนกลับ ตอนแรกก็ดีใจอยู่หรอกที่ได้เจอเพื่อนเก่า เพราะตั้งแต่จบมาเขาก็เอาแต่ทำงาน เพราะต้องส่งจุนซูเรียนให้จบด้วย เลยไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่นที่ไหน ได้เจอกับแทกุนก็เลยดีใจ ทั้งๆจริงๆเป็นคนที่เขาไม่ได้อยากเจอที่สุดในโลก เพราะหมอนี่มันนักตื้อ แทบจะตามติดทุกฝีก้าวเลยก็ว่าได้

“จ้ะๆๆ แต่มันติดนี่นา เอาอย่างนี้ เดี๋ยวคุณไปพักก่อนนะ อย่าเพิ่งอาบน้ำเย็นล่ะเดี๋ยวไม่สบายเอา” แทกุนรีบประคองร่างบางให้ลุกขึ้นก่อนที่แจจุงจะโมโห เพราะความโกรธของร่างบางนั้น เขาเป็นคนที่รู้ซึ้งมากที่สุด สมัยตอนตามตื้อเมื่อก่อนโดนบ่อย

“ไม่ต้องจับได้ไหม ร้อนฉันไปเองได้” แจจุงพยายามสะบัด แต่ก็ดิ้นไม่หลุดจากมือตุ๊กแกของแทกุนไปได้

“ทุกคน เลิกกองก่อน ตอนเย็นค่อยมาเซ็ทฉากใหม่ แยกย้ายกันไปพักได้” แทกุนหันมาสั่งทีมงาน ก่อนจะประคองร่างบางเข้าไปในโรงแรมที่พัก

“โห คุณผู้กำกับนี่ยังไง เวลาทำงานใช้พี่แจอย่างกับทาส พอเลิกงานปุ๊บ หันมาเอาใจปั๊บ ถ้าฉันเป็นพี่แจคงล่อพาราเซ็ทวันละหลายกำ ฉันว่าแล้วทำไมกองนี้มันถ่ายนานตั้ง2อาทิตย์ ก็ดู ถ้าแสงไม่โดนใจ พ่อไม่ถ่ายซะงั้น” เสียงผู้ช่วยผู้กำกับบ่นขึ้น ทุกคนในกองพยักหน้าเห็นด้วย กับความเปลี่ยนแปลงไปมาของคุณผู้กำกับ แต่ก็นะ เราจะไปทำอะไรได้ เรามันแค่ลูกจ้างตาดำๆ พลางช่วยกับเก็บข้าวของ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

แจจุงถูกแทกุนกึ่งประคองกึ่งลากขึ้นมาใน ตัวโรงแรม จากที่อยู่ในแดดแรงๆ จู่ๆก็เข้ามาในที่เย็นเฉียบเล่นเอาคุณเออีถึงกับหน้ามืดไปเหมือนกัน ร่างบางเซเข้าไปปะทะอกแทกุนน้อยๆ เพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน พอดีกับจังหวะที่ร่างสูงเดินออกมาจากลิฟท์พอดี ยุนโฮมองภาพตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยทักญาติผู้น้อง

“ไงแทกุน วันนี้ถ่ายเสร็จแล้วเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น เรียกให้ร่างบางเงยหน้ามอง

“อ้าว พี่ชาย ทำไมกลับไวจังครับเพิ่งไปแค่4วันเอง” แทกุนทักญาติผู้พี่

“งานเสร็จเร็ว พี่เลยจะมาดูนายทำงานด้วย ทำไมต้องออกกองตั้ง2อาทิตย์” ยุนโฮถาม

“ก็ แหมพี่ก็รู้นี่ฮะ ว่าผมน่ะ ถ้าไม่ได้แสงสวยถูกใจผมก็ถ่ายไม่ได้หรอก พี่ให้ผมทำให้พี่ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่” แทกุนตอบพี่ชายอย่างร่าเริง

“เอา เถอะ ยังไงก็ให้มันเสร็จทันแล้วกัน เพราะต้องถ่ายตั้งสองตัว ไหนจะต้องถ่ายในสาขาที่โซลอีก” ยุนโฮพูดอย่างเป็นการเป็นงานตามสไตล์ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง

“ครับ เสร็จทันอยู่แล้วน่า อ้อ พี่ครับขอตัวก่อนนะครับ ผมต้องพาแจจุงไปพักก่อน ไม่รู้ไม่สบายหรือเปล่า เห็นอยู่ๆก็เดินเซๆ” แทกุนเอ่ยขอตัว ก่อนจะประคองแจจุงเดินผ่านพี่ชายไป โดยที่ร่างบางไม่ได้มีโอกาสได้ทักทายลูกค้าตามมารยาทเลยสักนิด

“หึ~ มาทำงานแค่3วัน ถึงขั้นควงผู้กำกับเลยเหรอคุณคิม ไวไฟจริงๆนะ” ยุนโฮยกยิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินไปที่ฟร้อท์โรงแรม เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย และสอบถามเรื่องงานต่างๆกับผู้จัดการโรงแรม ไหนๆเขาก็มาถึงสาขานี้แล้ว

ความ จริงโรงแรมในเครือของเขาส่วนใหญ่ก็มียอดคนจองเข้าพักเยอะมากมายอยู่แล้ว แต่ที่ตัดสินใจทำโฆษณาที่นี่เพิ่มเพราะ ตามปกติพูซานเป็นเมืองชายทะเลก็จริง แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสวย บังเอิญเขาโชคดี ได้ทำเลเหมาะ ทะเลหน้าโรงแรมดูสวยกว่าทุกที่ในพูซาน เขาจึงต้องทำโปรโมท พร้อมกับโรงแรมที่โซลไปด้วยกัน เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าที่สนใจจะมาเที่ยวที่นี่

หลังจากที่สอบถามผู้ จัดการถึงการดำเนินงาน และปัญหาที่พบแล้วเรียบร้อย ชายหนุ่มก็เลือกที่จะเดินไปหามุมสงบที่ร่มรื่น ตากลมเย็นสบายของทะเลสักหน่อย ถึงแม้แดดจะแรง แต่สำหรับยุนโฮแล้ว ที่นี่ถือเป็นที่พักผ่อนที่ดีที่สุดของเขา เพราะคนยังไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ ร่างสูงเดินมาจนถึงทำเลเหมาะๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งที่เก้าอี้ชายหาดสีสวยสดใส ที่โรงแรมจัดเอาไว้ให้ลูกค้าพัก สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสน้ำทะเล ดวงตาคมมองภาพผ่านแว่นกันแดดสีดำไปยังทะเลอันแสนกว้างไกลอย่างผ่อนคลาย

วันๆ เขาเอาแต่ทำงาน จนไม่มีเวลาพักผ่อน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในรอบปี ที่เขาได้นั่งเงียบๆ โดยไม่ต้องสนใจเรื่องงาน ไม่มีพีซี หรือโน๊ตบุ๊คที่เป็นเหมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 34 35 อยู่ใกล้ๆตัว ไม่แม้กระทั่งเสียงเลขาคอยรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ ยุนโฮหลับตาลงปล่อยใจล่องลอยไปกับความคิดต่างๆที่ค่อยๆผุดขึ้นมาในสมอง โดยไม่ต้องมีการเรียงลำดับขั้นตอนเหมือนทุกที แต่สิ่งที่ผุดขึ้นมาไม่ใช่เรื่องงานอย่างที่เขาคิดว่าควรจะเป็น แต่กลับเป็นภาพร่างบางของคุณเออี ที่เอนซบญาติผู้น้องของเขาอย่างอ่อนแรง

ยุ นโฮจุดยิ้มที่มุมปาก หึ~ คุณคิม ถ้ารู้ว่าไวไฟขนาดนี้ ผมคงไม่ต้องเสียเงินหลายสิบล้านเพื่อหาเหตุผลให้คุณมาอยู่ใกล้ๆหรอก แค่มาไม่กี่วันเกี่ยวน้องชายผมไปซะแล้ว คราวนี้ผมคงไม่ต้องระวังตัวอะไรมาก ตอนแรกก็คิดว่าเป็นคนใสๆ ซื่อๆ ที่ไหนได้ คุณก็คงไม่ต่างจากคนอื่นๆเหมือนกันล่ะมั้ง

“สงสัยผมคงต้องขอเก็บ กำไรคืนจากการลงทุนบ้างซะแล้วคุณคิม” ยุนโฮยิ้ม ก่อนจะหลับตาลงนอนหลับท่ามกลางสายลมพัดเอื่อยในยามบ่ายบนชายหาด เพื่อจะเก็บแรงสำหรับความสนุกที่กำลังรอเขาอยู่ข้างหน้า

ทันทีที่ ถึงห้องพัก แจจุงก็สะบัดตัวออกจากการประคองของแทกุนทันที เพราะเริ่มปรับตัวกับอากาศเย็นจัดในโรงแรมได้ แต่แทกุนกลับคิดว่าแจจุงงอนที่ไม่แนะนำให้รู้จักกับญาติผู้พี่

“ทำไมครับ โกรธอะไรผม” แทกุนรีบเข้าไปโอบร่างบางเอาไว้ แต่แจจุงสะบัดตัวออกอย่างรวดเร็ว

“อย่ามายุ่งได้ไหม ฉันจะพักผ่อน นายกลับไปได้แล้วไป” แจจุงไล่

“โกรธผมที่ไม่แนะนำคุณให้พี่รู้จักเหรอ” แจจุงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย คนอะไรฟะ ชอบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เรื่อย

“เปล่า ผมกับคุณยุนโฮเรารู้จักกันแล้ว คุณไม่ต้องแนะนำอะไรให้ยุ่งยาก” แจจุงอธิบายอย่างอดทน

“แต่ นั่นมันในฐานะคนทำงานด้วยกันต่างหาก คุณโกรธที่ผมไม่ได้แนะนำว่าคุณเป็นที่รักผมใช่ไหม” แทกุนพูดยิ้มๆ แต่ทำเอาร่างบางสติแตกทันที

“แทกุน ฉันบอกนายกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกเข้าข้างตัวเองสักที ฉันไม่ได้เป็นแฟนนาย ไม่เคยเป็น ทั้งตอนนี้หรือว่าเมื่อก่อน เลิกคิดไปเองคนเดียวได้ไหม”

“ทำไมล่ะ ก็คุณดีกับผมมาตลอด ถ้าคุณไม่มีใจให้ผม คุณจะมาดีกับผมทำไม”

“เพื่อน ไง ฉันเห็นนายเป็นเพื่อน เพื่อนเหมือนกับคนอื่นๆ พอทีฉันปวดหัวจะพักผ่อน อย่ามากวนใจฉันอีกเข้าใจไหม” ร่างบางหันกลับไปสอดคีย์การ์ดผลุบหายเข้าไปในห้องทัน

“แจจุง แจจุง ที่รัก เปิดประตูให้ผมก่อนสิ” แทกุนตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เขาหยุดตื้อได้เหรอ ไม่มีทาง

“คราวที่ แล้วผมต้องไปเรียนต่อเมืองนอก แต่คราวนี้ผมไม่มีวันปล่อยให้คุณหลุดมือไปได้หรอก” แทกุนพูดที่หน้าประตูห้อง ก่อนจะเดินกลับไปเข้าห้องของตัวเองที่อยู่ติดๆกัน

แจ จุงโยนคีย์การ์ดวางไว้บนโต๊ะอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเดินโซซัดโซเซทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่ม ร่างบางพลิกตัวขึ้นมองเพดาน อย่างเหนื่อยอ่อน

“นี่มันกรรมอะไรของฉัน ต้องมาทำงานที่ไม่ถนัด แถมยังเจอจอมตื้อที่สลัดไม่หลุด เหนื่อยก็เหนื่อย โว้ย~ นี่มันอะไรกันเนี่ย” แจจุงร้องออกมาอย่างสุดจะทน ก่อนจะลุกขึ้นไปจัดการอาบน้ำอาบท่า ทำตัวให้สบาย และคลานขึ้นเตียงหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน


ยูชอนพาคุณเลขามาที่ โรงแรมชื่อดังแห่งนึงกลางกรุงโซล ทันทีที่รถจอดที่หน้าโรงแรม จุนซูก็หันมามองหน้าคุณเจ้านายอย่างหวาดๆ เขาบอกให้พามากินข้าว พาเขามาโรงแรมทำไมเนี่ย

“เป็นอะไรคุณ” ยูชอนหันมามองก็พบกับท่าทางประหลาดของคุณเลขา

“คุณ พาผมมาที่นี่ทำไม ผมจะกินข้าวนะ คิดอะไรหื่นๆอีกหรือเปล่า” คุณเลขาใช้มือรวบคอเสื้อเข้ามา เหมือนกับว่าวันนี้ตัวเองใส่เสื้อคอลึก ทั้งๆที่ติดกระดุมผูกเน็คไทด์ไว้ด้วย

“จะบ้าหรือไง ก็คุณบอกอยากกินหูฉลามนี่ไง พามากินแล้ว ยังจะมาว่าเขาหื่นอีก เดี๋ยวก็จับกดมันตรงนี้ซะหรอก” ยูชอนปลดเข็มขัดออกจากตัวพร้อมเลื่อนเข้าไปใกล้คุณเลขา แต่ว่าแขนเรียวยกขึ้นยันหน้าอกแกร่งเอาไว้ก่อน

“ขอโทษๆๆ ใครจะไปรู้ เห็นพามาโรงแรม” จุนซูหลับหูหลับตาบอกขอโทษทันที ก่อนที่จะมีภัยมาถึงตัว

“ไม่ ยกโทษให้หรอก คุณว่าผมหื่น ผมก็ต้องขอหื่นให้สมคำครหาหน่อยล่ะ” มือเรียวรวบมือทั้งสองข้างเอาไว้ รั้งคุณเลขาเข้ามาใกล้ๆ จุนซูเบือนหน้าหนีไปด้านข้าง ทำให้ยูชอนได้แต่สูดความหอมจากแก้มนิ่มแทนที่จะเป็นริมฝีปากที่น่าหลงใหล

“พอๆๆ ผมหิวจนตาลายแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ” จุนซูรีบอ้อน ได้ผล คุณเจ้านายไม่หื่นต่อ แต่กลับเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดออกให้ จัดแจงจับเสื้อผ้ายับย่นจากแรงที่มือเล็กขยุ้มเมื่อกี้ให้เรียบร้อย แถมเอื้อมไปเปิดประตูให้อีกต่างหาก

“คุณลงไปรอก่อนนะ อ้อ อย่าเพิ่งเดินไปไหนไกลล่ะ เดี๋ยวหลง” ยูชอนพูดยิ้มๆ แต่คุณเลขาหน้ามุ่ยทันที

“ผมไม่ใช่เด็กๆนะ”

“จะ ไปรู้เหรอ เห็นตัวนิดเดียว เกิดหายไป ผมคงใจหายตามไปด้วย” จุนซูสะบัดหน้าพรืด ไม่สนใจกับคำหยอดของคุณเจ้านาย ลงไปยืนหน้าตึงอยู่ข้างรถ แถมปิดประตูดังปัง กระแทกให้คุณเจ้านายนั่งหูอื้ออยู่ในรถ

“อูย~ กระแทกเข้ามาได้ เดี๋ยวแก้วหูพังกันพอดี” ยูชอนบ่น พลางก้าวลงจากรถ จัดการล็อครถเรียบร้อยเดินไปโอบเอวคุณเลขาเดินเข้าโรงแรมไป

“ทำไมต้องโอบด้วยอ่ะ” จุนซูหันมาถาม

“เดี๋ยวเขาไม่รู้ว่าเรารักกัน” คุณเจ้านายตอบหน้าตาเฉย

“ประสาท” คุณเจ้านายไม่ว่าอะไร เพียงแต่อมยิ้ม เดินพาคุณเลขาไปที่ร้านอาหารจีนชื่อดัง

“สั่งสิคุณ อยากกินอะไร” ยูชอนพูดหลังจากที่บริกรพามานั่งที่โต๊ะเรียบร้อย ไม่ต้องรอกางเมนู คุณเลขาเงยหน้าสั่งฉอดๆ

“หนูฉลามน้ำแดง หอยเป๋าฮื้อ เอาเป็ดย่างด้วยนะ แล้วก็พระกระโดดกำแพง แค่นี้ก่อน” จุนซูยิ้มหวานให้บริกร

“นี่ คุณ สั่งไปแต่ละอย่างเนี่ย กินหมดแน่นะ ที่นี่เขาไม่มีเสิร์ฟเป็นถ้วยเล็กหรอกไอ้อาหารที่คุณสั่งน่ะ” ยูชอนพูดหลังจากที่บริกรเดินห่างออกไปแล้ว

“ไม่หมดก็ห่อกลับบ้านสิ โง่จังเจ้านายเนี่ย” คุณเลขาตอบหน้าตาเฉย

“นี่มันโรงแรม5ดาวนะคุณ ห่อกลับทำไมขายหน้าเขา”

“คุณขายหน้า แต่ผมไม่ ถ้าไม่หมดผมจะสั่งห่อกลับ เหลือทิ้งไว้ทำไมเสียดายของ คุณไม่สั่ง ผมสั่งเองก็ได้” จุนซูพูดอย่างไม่สนใจ

“ก็ตามใจ ไหนเล่ามาสิว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร” ยูชอนเข้าเรื่องทันที

“คน กำลังหิว ไม่มีอารมณ์เล่า อิ่มก่อนได้ไหม” จุนซูต่อรอง ตอนนี้กำลังอารมณ์ดีๆ ไม่อยากพูดเรื่องที่มันหดหู่ คุณเจ้านายนี่ทำไมถึงอยากรู้นักนะ

“ก็ได้ งั้นถ้าอิ่มแล้วไม่เล่า ผมจะสร้างอารมณ์ให้คุณเองคอยดู” ยูชอนคาดโทษ แต่คนตัวเล็กไม่สนใจ เพราะถ้าอิ่มแล้ว เขาก็หาทางเลี่ยงได้เองนั่นแหละ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ขอกินก่อนดีกว่า

สักพักอาหารที่สั่งก็ลำเลียงมาเสิร์ฟ แต่ละอย่างมีขนาดเท่ากับ4ที่ทั้งนั้น จุนซูมองอาหารน้ำลายแทบหยด ยูชอนอมยิ้มกับความน่ารักของคุณเลขา ตามธรรมดาคู่เดทของเขาแต่ละคน ไม่เคยมีใครมานั่งน้ำลายหกกับอาหารตรงหน้า เพราะทุกคนจะสั่งแต่ น้ำส้ม สลัดน้ำใส แถมด้วยท่านั่งกินราวนางพญา สู้ท่าทางน่ารักๆของคุณเลขาตอนนี้ไม่ได้สักคน ดูสิ แน่ะยังมาทำตาปรอยอีก จุนซูเงยหน้าขึ้นสบตาคุณเจ้านายตาปรอย เพราะพี่แจจุงสอนว่า ต้องให้เจ้าภาพเปิดก่อนค่อยกินได้

“มองหน้าผมทำไม” เดี๋ยวก็จับจูบตรงนี้หรอก อย่ามายั่วกันดีกว่า อันนี้คิดในใจไม่ได้พูดออกไป

“ก็คุณทำไมไม่กินสักที ผมจะได้กินบ้าง”

“อ้าว คุณกินไปสิ ทำไมต้องรอผมอ่ะ” ยูชอนถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ พี่ผมสอนว่า ต้องรอให้เจ้าภาพเปิดก่อน เราถึงจะกินได้ตามมารยาทอ่ะ” คุณเลขาตอบ แถมทำแก้มป่องไม่พอใจที่เรื่องแค่นี้เจ้านายก็ไม่รู้เรื่องอีก

“ไม่ ต้องรอหรอก คุณกินเหอะ” เท่านั้นคุณเลขาก็ยิ้มร่า จัดการกับอาหารตรงหน้าทันที เพราะตอนนี้คุณกระเพาะร้องครวญครางจะแย่อยู่แล้ว ยูชอนนั่งมองคุณเลขากินอย่างเอร็ดอร่อยอย่างมีความสุข ไม่นาน อาหารตรงหน้าก็พร่องไปเยอะ โดยฝีมือคุณเลขาคนเดียว เพราะคุณเจ้านายมัวแต่มองคนน่ารักเพลินจนไม่รู้สึกหิว

“คุณไม่กินเหรอ” จุนซูถามเมื่อรู้สึกว่าท้องกำลังจะแตกอยู่รอมร่อ

“ไม่หรอก แค่ดูคุณกินอย่างมีความสุขผมก็อิ่มแล้ว”

“คุณนี่ท่าจะบ้า ผมกินแล้วคุณจะอิ่มได้ไง กระเพาะไม่ได้ติดกันสักหน่อย”

“เรื่องของผมน่า อิ่มแล้วใช่ไหม งั้นเล่ามาได้แล้ว”

“เล่าอะไร ผมไม่เห็นรู้เรื่อง” คุณเลขาเริ่มปฏิบัติการแถ

“ก็เรื่องหมอนั่นไง” ยูชอนคาดคั้น

“ทำไมเจ้านายต้องอยากรู้ด้วยล่ะ”

“ผมอยากรู้ทุกเรื่องของคุณนั่นแหละ เพราะฉะนั้นเล่ามา”

“เจ้านายจะอยากรู้ไปทำไม ทีผมยังไม่เห็นอยากรู้เรื่องเจ้านายเลยนี่” จุนซูเถียง

“แต่ผมอยากรู้ จะเล่าไม่เล่า”

“ไม่ เล่า” จุนซูตอบทันทีโดยไม่คิด ยูชอนขัดใจ ร่างโปร่งลุกขึ้นทันที เดินเข้าไปหาคุณเลขาที่นั่งอืดอยู่กับเก้าอี้ลุกไปไหนไม่ได้ คว้าตัวมาจูบแรงๆให้หายโมโห ที่ถามอะไรแล้วก็ไม่ยอมตอบ คุณเลขาได้แต่ดิ้นๆ แต่ก็ดิ้นได้ไม่เท่าไหร่ กินเยอะไปหน่อยอึดอัด

“จะบอกได้หรือยัง ถ้าไม่บอกผมจะจูบคุณจนกว่าคุณจะบอก”

“จะ บ้าหรือไงคุณ นี่มันห้องอาหาร ทำอะไรน่ะ” คุณเลขาหน้าแดงเถือกที่อยู่ๆคุณเจ้านายก็เกิดบ้าเลือดกระชากเขาขึ้นมาจูบ ไม่แคร์สื่อ ไม่แคร์ใครทั้งสิ้น

“ถ้าอายก็บอกมาสิ” จุนซูจิ๊ปากอย่างขัดใจ

“ก็ ได้ๆ แต่ยังไม่บอกตอนนี้ได้ไหม ผมยังไม่สะดวกใจที่จะเล่า” จุนซูต่อรอง มือเล็กพยายามแกะแขนคุณเจ้านายจากเอว เพราะตอนนี้ลูกค้าในร้านเริ่มมองพวกเขาเป็นตาเดียว จุนซูได้แต่ยิ้มแห้งๆ

“คุณ สัญญาแล้วนะ” ยูชอนยอมถอย เพราะเห็นท่าทางลำบากใจของคุณเลขา ทั้งที่ใจจริงอยากจะคาดคั้นถามให้รู้เรื่องกันไปเลยไม่อยากให้ค้างคา เขาต้องยอมรับล่ะว่า ไอ้หน้าปลาชนเขื่อนนั่นมันทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อยเหมือนกัน

“ปล่อย ผมได้แล้ว คนมองกันใหญ่แล้ว” จุนซูกระซิบ ยูชอนมองไปรอบๆตัว ยกยิ้มนิดนึงให้กับคุณเลขา ก่อนจะพูดเสียงดังให้ได้ยินกันทั้งร้านว่า

“ขอ โทษนะครับ พอดีแฟนผมเขาขี้งอนน่ะครับ ถ้าผมไม่ง้อด้วยวิธีนี้เขาจะไม่หายงอน ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ” ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่เป็นคู่รัก หรือไม่ก็สาวๆที่มาจับกลุ่มเม้าท์กับเพื่อนต่างมองคนรูปหล่อตาปรอย แกมอิจฉาคนตัวเล็กในอ้อมกอด ถ้ามีแฟนง้อด้วยวิธีนี้มั่งก็ดีน่ะสิ

“โอ้ย” ยูชอนสะดุ้ง เพราะรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้างเอว “หยิกผมทำไมอ่ะ”

“ใครขี้งอน จะบ้าเหรอพูดอย่างนี้เขาก็หาว่าผมบ้าน่ะสิ”

“ไม่เห็นมีใครว่าคุณบ้าเลย เขาต้องอิจฉาคุณสิที่มีแฟนน่ารักอย่างผมต่างหาก” จุนซูเชิดหน้าไปอีกทางนึงอย่างหมั่นไส้

“ปล่อยได้แล้ว” ยูชอนปล่อยให้คนตัวเล็กกลับไปนั่งที่เดิม ก่อนจะเรียกบริกรมาคิดเงิน

“น้องครับ ห่อพวกนี้กลับให้ด้วยนะ” เสียงคุณเลขาสั่งเสียงใส

“ครับผม” ยูชอนมองหน้าคุณเลขาพลางกลั้นหัวเราะ

“ก็ มันเสียดายอ่ะ” คุณเลขาพูดงอนๆ เป็นอันว่า วันนี้เขาได้กินข้าวฟรี ถามอาหารห่อกลับบ้าน ดีจังเลยน้า ถ้าพี่แจจุงอยู่ก็ดีสิ จะได้เอาพระกระโดดกำแพงให้กินด้วย อร่อยเป็นบ้าเลย ตอนนี้พี่แจจุงเป็นยังไงบ้างน้า ไม่เห็นโทรมาหาบ้างเลยอ่ะ ไม่สนใจน้องบ้างหรือไงน้า พี่ใจร้าย



~ กริ๊ง ~

เสียง โทรศัพท์ในห้องพักกรีดเสียงดังขึ้น เรียกให้ร่างบางที่กำลังหลับสบายต้องตื่นขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ตากลมโตหันไปมองที่นาฬิกาข้อมือที่ถอดไว้หัวเตียง 4โมงเย็น ยังไม่ถึงเวลาอาหาร ยังไม่ถึงคิวถ่าย ใครโทรเข้ามาเนี่ย มือบางเอื้อมคว้าโทรศัพท์ ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่พยายามจะทำให้สดใส

“ครับ”

“คุณ คิมครับ ผมชองยุนโฮ ผมมีเรื่องอยากปรึกษา ไม่ทราบว่าคุณสะดวกหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มๆดังมาตามสาย แจจุงได้แต่นิ่วหน้า อะไรกันเนี่ย จะมามีปัญหาอะไรกันตอนนี้ ง่วงนะเนี่ย ถ้าตอบว่าไม่สะดวกแล้วจะยังโทรมาตามอีกไหม แจจุงเอ๊ย ท่องไว้ๆๆ ลูกค้าๆๆๆ

“ครับๆ ได้ครับ คุณชอง จะให้ผมไปเจอที่ไหน” แจจุงยันตัวเองลุกขึ้นจากที่นอนอย่างลำบากเตรียมพร้อมที่จะไปจัดการตัวเองก่อนจะไปพบลูกค้า

“ผมอยู่หน้าห้องคุณแล้ว มาเปิดประตูสิครับ”

“หา!!! หน้าห้องเหรอ เอ่อ.. ครับๆๆ” แจจุงรีบวางโทรศัพท์ ด้วยความตกใจบวกความรีบเร่ง ทำให้ร่างบางวิ่งไปเปิดประตูทันที ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุด ไม่ได้หวีผมหรืออะไรทั้งนั้น อารามรีบแจจุงจอมโก๊ะจึงลืมหมดทุกอย่าง

ทันทีที่ประตูเปิด ยุนโฮก็อดอมยิ้มกับรูปลักษณ์ของคุณเออีไม่ได้ ดวงตากลมโตดูบวมหน่อยๆ บอกให้รู้ว่าเขาคงโทรมาขัดตอนเพิ่งตื่นนอน แถมด้วยหัวยุ่งเป็นยุงตีกันนั่นอีก ก่อนจะปรายสายตาลงมาเรื่อยๆ พบกับชุดนอนสุดเซ็กซี่ เสื้อยืดตัวบางกับกางเกงขาสั้นอวดขาเรียวยาว อมแดงนิดๆ เพราะกรำแดดมาหลายวัน นี่ตกลงจะวางแผนยั่วผมด้วยใช่ไหมคุณคิม ร่างสูงคิดในใจ

“สวัสดีครับคุณชอง เอ่อ เชิญเข้ามาก่อนไหมครับ” แจจุงเอ่ยชวนให้เข้ามาในห้อง ทั้งๆที่ร่างบางไม่ได้คิดอะไร แค่เชิญตามมารยาท แต่ยุนโฮไม่ได้คิดแบบนั้น ยุนโฮก้มหัวให้นิดนึง ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในห้อง

ทันทีที่แจจุงปิดประตู ร่างบางก็ถูกแขนแข็งแรงรวบเข้ามาชิด ยังไม่ทันที่จะได้ส่งเสียงร้องตกใจ ริมฝีบากอุ่นก็ทาบลงมาติด แจจุงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ร่างบางนิ่งเหมือนถูกสะกดเอาไว้ ปล่อยให้ยุนโฮทำตามใจชอบโดยไม่มีทีท่าขัดขืน ยิ่งทำให้ยุนโฮคิดว่าแจจุงต้องการเชิญชวนเขาจริงๆ แขนแข็งแรงช้อนตัวคุณเออีลอยจากพื้น ในขณะที่ริมฝีปากก็ยังขโมยความหอมหวานจากริมฝีปากสีเชอร์รี่อย่างต่อเนื่อง ขาวยาก้าวไปที่เตียงที่แจจุงเพิ่งลุกขึ้นมา ค่อยๆวางร่างบางลงที่เตียงนอน พร้อมคนตัวโตที่ลงไปทาบทับร่างบางทั้งตัว แจจุงก็เพิ่งได้สติ

นี่ มันไม่ถูกต้องแล้ว เกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆเขาถึงได้ถูกจูบรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว แถมตอนนี้ แจจุงรู้สึกถึงมือร้อนๆของคนตัวโตกว่าลุกลามเข้ามาในเสื้อยืดตัวนิ่ม เท่านั้นล่ะ แม่เสือคิมแจจุงก็อาละวาดทันที แจจุงรวบรวมสติดิ้นรนสุดแรงเกิด เท้าทั้งสองข้างถีบคนตัวโตกว่าทุกที่ เท่าที่ขาของเขาจะยกและพยายามถีบได้ แขนทั้งสองข้างเริ่มทั้งจิกทั้งข่วนคนตรงหน้าอย่างสะเปะสะปะเพื่อหาทางรอด แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนตัวโตจะหยุดรุกราน แถมยังใช้ขาข้างนึงทับขาเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง มือใหญ่ตรึงแขนเรียวที่ทำร้ายร่างกายเอาไว้กับที่นอน แจจุงเริ่มรู้สึกกำลังจะหมดแรง เนื่องจากใช้แรงในการดิ้น แถมไอ้บ้านี่ก็ไม่ยอมละริมฝีปากออกไป เหลือวิธีสุดท้ายแล้ว ฟันซี่เล็กๆกัดไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มของยุนโฮอย่างแรง จนรู้สึกได้ถึงรสเลือดฝาดๆที่ไหลออกมา

~ อ๊ะ~

คนตัวโตกว่า สบถเบาๆ ก่อนจะละออกจากริมฝีปากสีเชอร์รี่ ที่ตอนนี้เริ่มบวมนิดหน่อย พลางใช้ลิ้นเลียตรงรอยที่โดนกัด ตาคมหันมามองหน้าคนที่เขาคิดว่าสมยอมแท้ๆ ทำไมอยู่ดีๆกลับมีฤทธิ์ขึ้นมาได้ แจจุงนอนหอบน้อยๆอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเค้นเสียงออกมาอย่างโกรธจัด

“ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”

“อ้าว ก็คุณชวนผมเองไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮตอบด้วยเสียงเรียบๆ

“ใครชวนคุณ จะบ้าหรือเปล่า” แจจุงแทบคลั่งกับคำตอบที่ได้ยิน เขาไปเชิญไอ้หมอนี่ตอนไหนฟะ

“ก็คุณบอกเอง เข้ามาก่อนหรือเปล่า นี่ยังไม่ชวนผมอีกเหรอ”

“ผมเชิญตามมารยาท ให้คุณเข้ามาคุยในห้อง ก็คุณบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา ไม่ใช่ให้คุณมาทำแบบนี้ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” แจจุงเริ่มดิ้น

“คุณ แน่ใจเหรอ อย่ามาโกหกผมเลยน่า ผมดูออกหรอก ไม่งั้นมาทำงานแค่3วันจะควงน้องผมขนาดนั้นได้ยังไง” ยุนโฮพูดต่อ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยแจจุงอยู่ดี

“จะบ้าหรือไง ใครควงน้องคุณ ประสาท”

“อ้าว ก็เห็นประคองกันเข้ามาเมื่อตอนบ่าย ถ้าไม่ใช่เขาจะเรียกอะไรเล่า”

“นั่นผมหน้ามืด อยู่ในแดดนานๆ เข้ามาในที่เย็นๆก็ต้องหน้ามืดเป็นธรรมดา” แจจุงตวัดเสียงตอบ

“เหรอ ผมก็คิดว่าคุณเลื่อนขั้นซะอีก ความจริงถ้าคุณจะคิดทำอะไรกับน้องผมล่ะก็ ผมว่าอย่าดีกว่า หมอนั่นน่ะหลักลอย ดีแต่ถ่ายภาพเท่านั้นแหละ ถ้าอยากได้แบบมั่นคง หันมาหาผมดีกว่า” แจจุงตาโต เฮ้ยนี่มันอะไรกัน เพราะว่าเขาอยู่ในช่วงเบญจเพสใช่ไหม มันถึงได้ซวยตลอดอย่างนี้ อยู่ๆก็มีคนเสนอให้ขายตัวซะงั้น

“โอ้ย พูดไม่รู้เรื่อง ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมไม่ได้เป็นเด็กไซด์ไลน์นะ ไอ้บ้าปล่อยเดี๋ยวนี้” แจจุงดิ้นต่อแต่ไอ้ยักษ์นี่มันก็ไม่กระเทือนสักนิด รู้อย่างนี้เชื่อแม่ดีกว่า แม่บอกให้กินเยอะๆจะได้ตัวโตๆ เพิ่งรู้ว่าตัวเล็กแล้วมันเสียเปรียบก็ตอนนี้นั่นแหละ แต่ก่อนที่จะมีการฟาดฟันกันไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งสองคนเงียบราวกับนัดกันไว้

“พี่แจจุงตื่นหรือยัง ลงไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวต้องถ่ายต่อช่วงเย็นด้วย” เสียงเด็กในกองถ่ายมาเคาะประตูเรียกให้เตรียมตัว ยุนโฮบุ้ยใบ้ให้แจจุงตะโกนตอบไป ร่างบางสะบัดค้อนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะปรับเสียงให้เป็นปกติตะโกนตอบกลับไป

“เดี๋ยวพี่ลงไป นายลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน”

“ครับ เร็วๆนะพี่” เด็กกองถ่ายตะโกนตอบสักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆห่างออกไป

“ปล่อย สิ ผมต้องลงไปทำงาน” แจจุงหันมาขู่ฟ่อๆใส่คนที่นอนทับตัวเอง ยุนโฮยิ้มนิดๆ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างที่นอน ปล่อยให้คุณเออีคนสวยนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะเหน็บชา เนื่องจากถูกคนตัวโตทับอยู่ตั้งนาน ยุนโฮยื่นมือส่งมาข้างหน้า แจจุงมองมือที่ยื่นออกมาตาขุ่น

“ทำไม”

“ลุกไม่ขึ้นไม่ใช่เหรอ ผมช่วย”

“ไม่ต้อง ฉันลุกเองได้” แจจุงยันตัวเองขึ้นมาอย่างยากลำบาก พร้อมกับตวัดตากลับมามองร่างสูงอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

“ออก ไปได้แล้ว ผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้า” ยุนโฮยักไหล่ เดินผละออกไปจากเตียงง่ายๆ แต่ยังไม่ทันไปถึงไหน คนตัวโตก็เดินกลับมาที่เตียง รวบตัวร่างบางที่นั่งอยู่ไม่ได้ระวังตัวเข้ามากอด กดจูบหนักๆที่ริมฝีปากบวมนิดๆอีกทีก่อนจะละออกอย่างแสนเสียดาย

“แล้ว คราวหน้าเราค่อยมาต่อกันนะคุณเออี ผมชักจะติดใจคุณซะแล้วสิ” ก่อนจะปล่อยให้ร่างบางร่วงลงไปนั่งบนที่นอนอีกครั้ง เดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์ออกไปนอกห้อง

“โว้ย~ นี่มันอะไรกันเนี่ย ฉันอยากจะบ้า ไอ้ประธานชอง ไอ้บ้ากาม ไอ้.. โอ้ยไม่รู้จะด่าว่าอะไรดีแล้ว” แจจุงทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนอย่างแรงพร้อมดิ้นปัดๆให้หายแค้น เพราะทำอะไรใครไม่ได้สักคน ได้แต่ลงกับข้าวของอยู่รอบตัวอย่างหงุดหงิด เพื่อระบายอารมณ์โมโหที่สุมอยู่ในตัวให้ออกมาซะบ้าง ไม่งั้นเขาต้องอกแตกตายก่อนแน่ๆ


%%%%


TBC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณเลขาทำอะไรก้อน่ารักไปหมดเนอะ ^^
จะไม่น่ารักก็ตรงเรื่องคาใจเฮียปาร์คนี่แหละ
ส่วนคุณเออีจะรอดมั้ยน้า double wink

#1 By patongko (58.8.20.153) on 2010-04-09 09:29

แต่ละคู่เริ่มมีคู่แข่งโผ่ลออกมาแล้วสิ

เนื้อหอมเหลือเกินตระกูลนี้

ก็คนมันน่ารัก ช่วยไม่ได้เนาะ

question question question

#2 By little g (125.26.231.153) on 2010-04-09 10:21

น่ารักทั้งสองคู่เลย

มาต่ออีกน้า

#3 By bruin (118.174.89.81) on 2010-04-09 11:45

สงสัย พี่ยองพิลกับฮยอนอาเป็นใคร embarrassed

#4 By rui (158.108.228.216) on 2010-04-09 13:20

คุณชองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงเห็นไม่ค่อยพูด

บทจะรุกก็รุกเลยนะ คุณเออีงงไปเลย

ส่วนเลขากะเจ้านายน่ารักจริงๆ

#5 By jeja (202.139.223.18) on 2010-04-09 13:46

คุณเลขาน่ารักมากๆ เจ้านายปาร์คไม่รักไม่หลงให้รู้ไป
ส่วนยุนรุกแจหนักเลยนะ งานนี้แจจะเอาตัวรอดยังไงเนี่ย
ลุ้นๆๆquestion

#6 By poory (124.122.150.225) on 2010-04-09 16:52

ไม่อะไรมาก มาเม้น มารอคนอัพฟิค อิยะฮะฮะ(เสียงคุนๆเนอะ)...ฟิ้ววว

#7 By XiBollRYll on 2010-04-09 19:09