[Fic] ~ So catch me ~ Part 10
posted on 05 Apr 2010 02:12 by kameryuichi in catch
Part 10
หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ โดยจุนซูรีบซ้อนเวสป้าซึงฮยอนชิ่งไปคู่แรก เพราะไม่อยากให้ยูชอนตามมาทัน เหตุผลง่ายๆ จุนซูอยากกลับไปเล่นเกมแล้วน่ะสิ อีกไม่นานซึงฮยอนก็จะกลับอังกฤษ เดี๋ยวไม่มีคนเล่นเกมด้วย ถึงพี่ยูชอนจะสำคัญ แต่พี่อองรีสำคัญกว่าอยู่แล้ว ส่วนยูชอนก็ได้แต่ฮึดฮัดที่ตามไปไม่ทัน เพราะเขาต้องรอจ่ายเงินให้เรียบร้อย ความจริงอยากจะชิ่งตามคนน่ารักไปหรอกแต่ติดที่เพื่อนหมีรู้แกว กลัวว่าจะต้องจ่ายเงินเหมือนคราวก่อนอีก รีบชิงบอกว่าแจจุงจะรีบกลับบ้าน ขอตัวกลับก่อน ลากชางมินออกไปทั้งที่น่องไก่ยังคาอยู่ที่ปากเลยด้วยซ้ำ
พอกลับ ถึงบ้าน ยูชอนก็ได้แต่นอนคิด แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะทำยังไงถึงจะแย่งคนน่ารักกลับมาได้ หรือว่าเขาจะหมดหวังแล้วเพราะจุนซูมีไอ้หนุ่มเวสป้ามารับมาส่งทุกวัน ยิ่งคิดยิ่งจิตตก ตัวเขาเองก็ยังไม่เห็นทางที่จุนซูจะหันมาหาเขาได้เลย
~ก๊อกๆๆ ~
“เข้ามาเลยครับไม่ได้ล็อค” ยูชอนบอกทั้งที่ยังนอนเหม่อมองเพดานอยู่อย่างนั้น
“ยูชอนจ๊ะ แม่มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยจ้ะ”
“มีอะไรครับแม่ ผมกำลังง่วง” ยูชอนตอบส่งๆไป ตอนนี้ไม่อยากคุยกะใครทั้งนั้นแหละ
“ไม่นานหรอก ลุกมาคุยกับแม่ก่อน” ยูชอนจึงลุกขึ้นมานั่งบนเตียง
“คือแม่อยากจะวานให้ยูชอนช่วยรับแขกให้แม่หน่อย พรุ่งนี้งานวันเกิดแม่จำได้หรือเปล่าจ้ะ”
“จำได้ครับ แล้วแม่จะไปไหนล่ะครับ”
“เอ่อ เปล่าหรอกจ้ะ คือแขกในงานมันเยอะ แม่กลัวว่าจะดูแลไม่ทั่วถึงเลยอยากให้ยูชอนช่วยอีกแรงได้ไหมจ้ะ”
“ได้สิครับ แค่นี้เองไม่เป็นไรครับ”
“จ้ะ ขอบใจ พรุ่งนี้อย่าสายนะ แม่ชอบคนตรงเวลาลูกก็รู้” หลังจากสั่งงานเรียบร้อย คุณหญิงปาร์คก็เดินออกจาห้องไป ทิ้งให้ยูชอนจมกับความคิดของตัวเอง
“เฮ้อ หญิงแม่ฮะ จุนซูต้องไปจริงๆเหรอ งานคุณหญิงอะไรคนนั้นน่ะ” เสียงคนน่ารักบ่นมาแต่ไกล
“จริง สิจ้ะลูก ก็คุณหญิงแม่ติดงานนี่นา อีกอย่างคุณหญิงปาร์คเขาก็สนิทกับแม่ด้วย แม่ไม่อยากให้เขาเสียน้ำใจ ยังไงซึงฮยอนก็ต้องไปงานนี้อยู่แล้ว จะได้ไปเป็นเพื่อนกันไง”
“คุณหญิงปาร์คเหรอฮะ ปาร์คไหนอ่ะ แม่มีเพื่อนนามสกุลนี้ด้วยเหรอ” จุนซูถาม
“มีสิ เพื่อนทางสมาคมน่ะ จุนซูคงไม่รู้จัก แต่ยังไงก็ไปเป็นตัวแทนแม่หน่อย จะได้รู้จักกันเอาไว้”
“ก็ได้ๆๆ ผมจะไปแทนเอง แต่อยู่ไม่นานนะ ผมไม่ค่อยชอบงานเลี้ยง”
“ขอบใจจ้ะ จุนซูของแม่น่ารักที่สุดในโลกเลย”
พูด จบพร้อมหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่ หลังจากที่คุณหญิงคิมเดินไปแล้วจุนซูก็เฝ้ามองแต่โทรศัพท์ หวังว่าใครบางคนที่ขอเบอร์ไปจะโทรมาหาเขาสักที นี่ก็หลายวันแล้วนะ จะโทรก่อนก็ไม่ได้ เสียเชิงหมด เฮ้อ~ จะให้รอถึงเมื่อไหร่นะพี่ยูชอน
คืน วันงานจุนซูและซึงฮยอนอยู่ในชุดสูทสำหรับออกงานราตรีสุดหรู ซึงฮยอนเป็นคนขับรถไปเอง ไม่อยากให้คนขับรถบ้านจุนซูรอนาน เพราะไม่รู้จะได้กลับเมื่อไหร่ พอรถของทั้งสองคนเข้าไปในโรงแรม ซึงฮยอนจอดรถที่หน้าโรงแรมส่งกุญแจให้พนักงานรับรถมารับรถไปจอดอีกที ทั้งสองคนจึงเดินเข้างานไปด้วยกัน ระหว่างที่สองคนเดินเข้ามาในงาน ปาร์คยูชอนที่ทำหน้าที่รับแขกอยู่ด้านใน ก็เหลือบไปเห็นคนน่ารักพอดี กำลังจะเข้าไปทัก แต่ก็ต้องชะงักเพราะจุนซูไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับซึงฮยอน
“ชิ ควงกันออกงานเลยนะ มันจะมากไปแล้วเจ้าเปี๊ยก” พลางมองตามจุนซูที่เดินไปยังโต๊ะเครื่องดื่ม
ยู ชอนหาจังหวะเข้าไปทักจุนซูอยู่นาน แต่ติดที่เขาต้องรับแขกแทนแม่ ไม่ใช่แขกที่ไหนเลย สาวๆลูกของเพื่อนแม่ทั้งนั้น ถ้ารู้ว่าแม่เตรียมสาวมาสำหรับให้เขาเลือกแบบนี้ ไม่มาดีกว่า ถึงปาร์คจะชอบสาว แต่ไม่ชอบให้แม่จับยัดใส่ถุงหรอก ชอบแบบที่หาเองดีกว่า มันเร้าใจกว่าเยอะ จนกระทั่งเขาเห็นจุนซูกำลังเดินออกไปที่สวนด้านนอกคนเดียว ยูชอนจึงขอตัวกับสาวๆ แล้วเดินตามไปทันที
“เจ้าเปี๊ยก”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้จุนซูหันกลับมาทันที นี่เขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหม เสียงพี่ยูชอนจริงๆ
“ห้อย มาทำอะไรที่นี่น่ะ”
“มาตีกอล์ฟมั้ง ก็ต้องมางานเลี้ยงสิ แล้วนายล่ะ รู้จักกับใครถึงมางานนี้ได้”
“จะรู้จักใครมันก็เรื่องของฉัน เกี่ยวอะไรด้วย” พูดพร้อมเตรียมเดินผละออกไป แต่ยูชอนคว้าเอาไว้ก่อน
“จะรีบไปไหนล่ะ ไอ้หนุ่มเวสป้ามันไม่อยู่แล้วล่ะ เห็นเดินไปกับสาวทางโน้น แฟนนายนี่ก็เจ้าชู้เหมือนกันนะ” ยูชอนเอ่ยยิ้มๆ
‘ ไอ้บ้าซึงฮยอน จะฟ้องจีจี้’ จุนซูคิดอยู่ในใจ
“ทำไม รู้ว่าแฟนไปหาหญิงอื่นเงียบเลยรึไง”
“ทำไมต้องเงียบ มีแฟนหล่อก็งี้แหละ ต้องเจ้าชู้เป็นธรรมดาฉันทำใจแล้ว” จุนซูตอบอย่างไม่แคร์
“เหรอ ทำใจได้ใช่ไหม งั้นรับฉันไว้อีกคนสิ ฉันก็เจ้าชู้แล้วก็หล่อเหมือนกันนะ นายจะทำใจอย่างนั้นบ้างได้ไหมล่ะ” ยูชอนถามออกไป
“ว่าไงนะ” จุนซูถามแทบจะเป็นตะโกน แต่ก็เก็บอาการได้ทัน รีบทำหน้าตึงดูโกรธๆเอาไว้ก่อน
“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ ว่าไง”
“อย่ามาพูดเล่นแบบนี้นะ ฉันไม่ชอบ ปล่อยได้แล้ว”
“ไม่ ได้พูดเล่น พูดจริงเลยล่ะ” พร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน ถึงแม้จุนซูจะพยายามดิ้นแต่ก็ไม่พ้น เพราะยิ่งดิ้นยูชอนก็ยิ่งรัดแน่นเข้าไปอีก
“โอ้ย ปล่อยสิ หายใจไม่ออก”
“ไม่ ตอบมาก่อนสิ”
“บอกให้ปล่อยไง จะทำอะไรน่ะ ถ้านายไม่ปล่อย ฉันจะตะโกนให้คนช่วยด้วยเดี๋ยวนี้”
พูด จบก็อ้าปากจะตะโกนทันที ยูชอนเลยได้โอกาสกดปากตัวเองลงไปที่ปากบางทันทีพร้อมแทรกลิ้นเข้าไปอย่าง ง่ายดาย จุนซูทำอะไรไม่ถูกได้แต่ดิ้นไปดิ้นมาสักพักก็หยุดเพราะตอนนี้เขาแทบจะหายใจ ไม่ออก ก็คนมันไม่เคยนี่นา พอจุนซูหยุดดิ้น ยูชอนก็ถอนปากออก ทำให้จุนซูที่กำลังจะขาดอากาศหายใจสูดหายใจเข้าอย่างแรงพร้อมเสียงหอบ ยิ่งทำให้ยูชอนชอบใจในความน่ารักของคนตัวเล็ก กดจูบอีกทีเพราะติดใจความหวานจากปากบางตั้งแต่ครั้งที่แล้ว
“ ทำอะไรน่ะ!!!!”
เสียง ซึงฮยอนดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที ‘เวรล่ะ เผลอพูดเสียงดังไปหน่อย’ ซึงฮยอนคิด นี่เขาไม่ได้ตั้งใจไปทำลายบรรยากาศของคู่นั้นเลยนะ แต่ตรงนั้นมันมืดก็เลยเผลอตะโกนถามออกไป เป็นเรื่องแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเป็นสองคนนั้น วันนี้โดนจุนซูเล่นงานอีกแน่ แต่ซึงฮยอนก็ต้องเดินไปหาคนตัวเล็กเพื่อไม่ให้ยูชอนสงสัย
“จุนซูเป็นอะไรหรือเปล่า”
พูด จบก็ทำเป็นจับเนื้อจับตัวคนน่ารักที่ยังอยู่ในอาการงงเลยไม่มีรังสีอหิตออก มตอนนี้ เขาเห็นปากของจุนซูบวมแดงนิดหน่อยก็เลยหยิบอันนี้เป็นข้ออ้างชิ่งหนีจากตรง นี้ก่อน ซึงฮยอนหันมาหายูชอนทันที พร้อมกับกำหมัดต่อยไปที่หน้าคนหล่อเบาะๆเอาแค่เซๆ แล้วรีบลากจุนซูไปทันที ทิ้งให้ยูชอนใช้นิ้วเช็ดเลือดออกจากมุมปากยืนมองจุนซูที่โดนซึงฮยอนลากออกไป ด้วยสายตาที่เหม่อลอย
จุนซูเดินตามซึงฮยอนออกมาจนนอกรัศมีการเห็นของยูชอนและเพิ่งได้สติจากอาการมึนงงเมื่อกี้ก็สะบัดมือออกจากซึงฮยอนทันที พร้อมตะวาดแว๊ด
“ซึงฮยอน นายจะบ้าหรือไง เข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือเล้ย อีกนิดเดียวจะไปเปิดห้องแล้วเชียว” จุนซูกระฟัดกระเฟียด
“ฉันเห็นนายเดินออกมานาน นึกว่าหลงนายยิ่งชอบหลงทางอยู่ด้วย พอดีมาเจอฉากนั้นพอดี เผลอพูดเสียงดังไปหน่อย เลยต้องเลยตามเลยอ่ะดิ”
“เลยตามเลยบ้านแกสิ ไปต่อยพี่ยูชอนเขาทำไมหา ดูสิเลือดออกเลย ฉันเห็นนะ”
“โหย~ แค่นั้นเบาะๆไม่เป็นไรหรอกน่า ผู้ชายน่ะธรรมดาเขาไม่เจ็บกับแผลแค่นั้นหรอกทำโวยไปได้”
“โวยสิ ไปทำให้เขาเจ็บตัวทำไม เดี๋ยวเขาไม่ตามฉันใครจะรับผิดชอบหา”
“เฮ้ย แล้วนายจะให้ฉันทำไง เห็นแฟนโดนคนอื่นจูบอยู่ จะให้ตบมือร้องไชโย3ครั้งรึไง ตามบทมันก็ต้องแบบนี้ล่ะ”
“โอ้ ย อารมณ์เสีย จะวิ่งกลับไปดูพี่ยูชอนก็ไม่ได้ เดี๋ยวแผนแตก แกนะแก ทีหลังจะเข้ามาให้มันดูเวล่ำเวลามั่ง ไปกลับบ้าน เสียอารมณ์” พูดจบก็เดินขึ้นรถไปทันที
“อ้าว จะให้ออกตอนไหนก็บอกสิครับพี่ ผมจะได้ออกได้ถูกจังหวะ บทก็ไม่มีให้ ให้ด้นเองตลอดก็เงียะ เฮ้อ~~~~” ซึงฮยอนได้แต่ถอนใจ
เมื่อ กลับถึงบ้านจุนซูก็ไม่พูดกับใคร วิ่งขึ้นห้องพร้อมกระโดนคว้าตุ๊กตาปลาโลมาสุดที่รักมากอด กลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอนอย่างดีใจ โอ้ยๆๆๆ Deep kiss อ่ะ คราวนี้ไม่ใช่จุ๊บเหมือนครั้งที่แล้วด้วย Deep kissๆๆๆๆ เขินๆ แล้วคนน่ารักก็ลุกขึ้นมารำวงอย่างอารมณ์ดี
“ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดๆเข้าอีกหน่อย สวรรค์น้อยๆอยู่ในวงฟ้อนรำ”
โลมา น้อยร้องรำทำเพลงด้วยความอารมณ์ดีแบบผิดสัญชาติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าแผนที่ตัวเองวางไว้มันได้ผลดีเกินคาด เพราะนักแสดงสมทบเล่นสมบทบาทไปหน่อย
ผิดกับอีกคนนึง หลังจากจุนซูถูกซึงฮยอนลากไปต่อหน้าต่อตา เขาก็กลับมาที่งาน เพื่อจะบอกกับคุณหญิงปาร์คว่าขอตัวกลับก่อน ไม่สนใจกับสาวๆที่เดินเข้ามาทักทายเขาไม่ขาดสาย ออกไปจากห้องจัดงานทันทีเพื่อกลับบ้าน พอกลับถึงบ้านยูชอนก็ไม่ทำอะไรนอกจากนั่งกรอกเหล้าที่ไปกวาดออกมาจากตู้หมด ภายในเวลาไม่นาน นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่ในห้อง
ความรู้สึกของยูชอน ตอนนี้เหมือนกับว่าเขาทำอะไรพลาดไป ยูชอนได้แต่นั่งโทษตัวเอง ทำไมเขาไม่พูดกับคนตัวเล็กนั่นดีๆตั้งแต่แรก ทำไมเขาต้องไปทะเลาะกับเจ้าเปี๊ยกทุกครั้งที่เจอกัน เบอร์ที่ขอมายังไม่เคยโทรไปหาด้วยซ้ำ เพราะเขาเองไม่แน่ใจว่า ถ้าโทรไปจุนซูจะคุยกับเขาหรือเปล่า แต่นั่นแหละจะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะตอนแรกเขายังไม่ได้ชอบเจ้าเปี๊ยกเลยนี่นา พอรู้สึกตัวมันก็สายเกินไปแล้ว เขามีเจ้าของแล้ว อย่างเขามันจะไปทำอะไรได้
เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกสิ้นหวังแบบนี้ โดนต่อยมานี่ยังไม่สมกับความเลวที่เขาคิดจะแย่งแฟนคนอื่นเลย ยูชอนยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ตั้งแต่เป็นเพลย์บอยมาเขาไม่เคยถูกใครทิ้งมาก่อน พอจีบผู้ชายคนแรกก็โดนทิ้งเลย สงสัยสวรรค์คงจะแกล้ง หรือไม่ก็พวกสาวๆที่เขาทิ้งคงสาปแช่งเขาไว้ พอเมาได้ที่สติเริ่มไม่อยู่กับตัว ยูชอนก็กดโทรศัพท์ที่ตั้งแต่ขอเบอร์มาไม่เคยโทรไปหาเจ้าของเบอร์เลยสักครั้ง
どうして君を好きになってしまったんだろう
どんなに時が流れても君はずっと
ここにいると思ってたのに
もう帰れない
Doushite kimi wo suki ni natte shimattan darou
Donna ni toki ga nagarete mo kimi wa zutto
Koko ni iru to omotteta noni
Mou kawanai
เพราะเหตุใดสุดท้ายผมก็ต้องตกหลุมรักคุณ?
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด
ผมยังคงเอาแต่คิดว่าคุณยังอยู่ตรงนี้
แต่เราไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนก่อนได้อีกแล้ว
เสียง caller ring ของจุนซูดังขึ้น ยิ่งทำให้ยูชอนจิตตกหนักเข้าไปอีก เจ้าเปี๊ยกเอ๊ย ใช้เพลงนี้มันจี๊ดนะเนี่ย ยิ่งฟังตอนนี้ยิ่งจี๊ดเข้าไปใหญ่ ยูชอนกดปิดโทรศัพท์ทันทีหลังจากที่ฟังท่อนนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ นี่เขามาช้าไปจริงๆล่ะมั้ง ขนาดจะโทรไปหาเจ้าเปี๊ยกเพลงมันยังตอกย้ำเขาเลย เขาคงหมดหวังแล้วล่ะ ยูชอนจึงผล็อยหลังไปทั้งที่มีเพลง caller ring ของจุนซูดังอยู่ในหัวตลอดเวลา
จุนซูที่อยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงโทร ศัทพ์ดังอยู่นาน แต่ก็ออกมารับไม่ทัน เขาจึงไม่ได้สนใจ คิดว่าเดี๋ยวไว้โทรกลับก็ได้ พอแต่งตัวเสร็จก็เดินมาดูเบอร์ที่ miss call ขึ้นว่า ไอ้ห้อย^^ จุนซูจึงรีบโทรกลับไปทันที แต่ก็ไม่มีใครรับสาย โทรอยู่นานจนสัญญาณขาดหายไปเพราะแบตหมด จุนซูคิดไม่ออกว่ายูชอนโทรมาทำไม ได้แต่โกรธตัวเองที่ไม่รีบออกมารับ
“โธ่ไม่น่าเลยเรา ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ไปถามที่โรงเรียนก็ได้” จุนซูก็ปิดไฟนอนทันที
วัน รุ่งขึ้น จุนซูมาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อจะดักพบยูชอน เพราะอยากรู้ว่าเมื่อคืนโทรมาทำไม แต่ก็ไม่พบใครอย่างที่หวัง เพราะวันนี้ยูชอนไม่ได้มาโรงเรียน จุนซูอยากจะไปหายูชอนที่บ้านแต่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ถามชางมินเจ้าตัวแสบก็บอกให้จ่ายค่าจ้างมาแล้วจะพาไป จุนซูเลยไม่ง้อ เพราะยังไงเดี๋ยวพี่ยูชอนก็ต้องมาโรงเรียนอยู่ดี
ผ่านไปอาทิตย์นึง ยูชอนก็ยังไม่มาโรงเรียนจุนซูเริ่มกระสับกระส่าย นั่งไม่ติด เพราะยูชอนไม่ยอมรับโทรศัทพ์ ติดต่อไม่ได้ โรงเรียนก็ไม่มา
“โบแจ พี่ยูชอนเป็นอะไรน่ะ ทำไมไม่มาโรงเรียน” บ่นขึ้น
“ว่าแต่นายนั่นแหละ ไปทำอะไรให้พี่เขาโกรธหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่มีนะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาโกรธเลยอ่ะ” จุนซูนั่งนึกอยู่นานนึกยังไงก็นึกไม่ออก
“เฮ้อ~ พี่ยูชอนทำไมไม่รับโทรศัทพ์เล่า จะได้คุยให้รู้เรื่อง กลุ้มอ่ะ ชางมิน นายไปถามพี่นายให้หน่อยสิ”
“ได้สิ แต่นายต้องเลี้ยงข้าวฉันนะ เอาแบบไม่อั้นด้วย” ชางมินได้ทีรีบขูดเลือดโลมาทันที
“ก็ได้”
“พันวอนไม่เอานะ” ชางมินรีบสวนขึ้น
“เออ รู้แล้วน่า ถ้าได้ข่าวถูกใจ จะเลี้ยงเต็มที่”
“ไม่เอา เลี้ยงก่อน ไม่งั้นไม่ถามให้หรอก เดี๋ยวเบี้ยว”
“ก็ได้ เรื่องมากจริง แต่ถ้าไม่ได้คำตอบที่ดีล่ะก็ นายโดนอัดแน่ชางมิน”
“โอเค เดี๋ยวเย็นนี้ถามให้เลย ไม่ต้องห่วง”
เช้า วันต่อมา จุนซูก็มานั่งรอคำตอบจากชางมินที่หน้าโรงเรียนพร้อมแจจุง จริงๆโทรไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ไอ้เพื่อนตัวดีมันกยักท่า บอกให้รอก่อนเดี๋ยวบอกทีเดียวพรุ่งนี้ คอยดูนะ ถ้าคำตอบไม่ถูกใจ จะอัดให้เละเลย ใกล้ๆมือแบบนี้ด้วย พอเห็นชางมินเดินเข้าโรงเรียนมาจุนซูก็ถลาเข้าไปจับแขนลากมาตรงที่นั่งทันที
“ว่าไง พี่ยุนโฮว่าไงบ้าง”
“พี่ยุนโฮบอกว่าพี่ยูชอนไม่อยากมาโรงเรียน ตอนนี้กำลังอกหัก”
“หา~ อกหักเหรอ ใครทำอ่ะ” จุนซูถามขึ้น
“ยัง จะมีหน้ามาถาม ก็นายนั่นแหละทำ ตอนนี้คนที่พี่ยูชอนจีบก็มีแต่นายคนเดียวนั่นแหละ” ชางมินพูดพลางเอานิ้วจิ้มหน้าผากของเพื่อนจอมวางแผน
“อกหักจากฉัน ฉันยังไม่ได้ปฏิเสธอะไรเลยนี่ หักได้ยังไง” จุนซูยังงงไม่เลิก
“ตัว เองทำอะไรไว้แล้วยังมางงอีก นายไปแกล้งพี่เขาทำไมล่ะ ตั้งแต่ดึงญาตินายมาเล่นละครแล้ว ฉันก็ว่าพี่เขาเริ่มๆชอบนายแล้วนะ หาเรื่องจริงๆ เป็นไงตอนนี้เขายอมแพ้ไปแล้วด้วย” ชางมินได้ทีทับถมคนตัวเล็กที่นั่งทำหน้ามุ่ยเพราะยังนึกไม่ออกว่าไปทำอะไร ที่ดูเป็นการปฏิเสธสุดที่รักไป แต่ก็เถียงข้างๆคูๆไปก่อน
“ไม่รู้ล่ะ พี่ยูชอนเขายังไม่บอกรักฉันเลย ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ”
“โอ้ย เล่นเอาแฟนมา ใครหน้าไหนมันจะไปบอกรักนายได้เล่า”
“นั่นสิ” แจจุงที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง ฉันไม่แน่ใจเขานี่”
“จุนซู นายก็ไปบอกพี่เขาสิ ว่านายกับท็อปไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่เขาจะได้เลิกเข้าใจผิด” แจจุงเสนอความคิด
“ไม่ได้หรอก ทำมาขนาดนี้แล้ว เลิกง่ายๆได้ยังไงกัน” จุนซูยังไม่ยอมแพ้
“งั้นพวกฉันก็ไม่รับรู้ด้วยแล้ว นายเริ่มเอง แก้เอาเองแล้วกัน”
ชา งมินพูดแล้วหันไปพยักหน้ากับแจจุงเป็นเชิงหาคนสนับสนุน แจจุงก็เห็นด้วยกับชางมินเหมือนกัน ก็เพื่อนเขาทำให้มันยุ่งเองนี่ ต้องแก้เอาเองแล้วล่ะ จุนซูเห็นดังนั้น ก็ได้แต่นั่งเอามือเท้าคาง คิดหนักอยู่คนเดียว เขาจะทำยังไงดีน้า พี่ยูชอนถึงจะไม่เข้าใจผิด แล้วยังหันมาบอกรักเขาด้วย ว่าแต่ พี่ยูชอนโกรธเรื่องอะไรนะ คิดยังไงก็คิดไม่ออก
“ทำไมพี่ยูชอนไม่รับโทรศัพท์นะ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย” คนตัวเล็กบ่นขึ้นขณะที่มือก็กดโทรศัพท์มือเป็นระวิงอยู่คนเดียว
“เขาไม่สนนายแล้วมั้ง” ซึงฮยอนพูดขึ้นมาลอยๆ
“ฉัน นึกออกแล้ว ทำไมพี่ยูชอนถึงได้เป็นแบบนี้ เพราะนายนั่นแหละ หนอยไปต่อยพี่เขา เป็นเรื่องเลยเห็นไหม” จุนซูหันไปจ้องทำร้ายร่างกายญาติทันที
“อ้าว ก็บอกแล้ว ตามบทมันก็ต้องเป็นแบบนี้ นายนั่นแหละจะให้ทำอะไรไม่เคยบอกก่อน พอออกมาไม่ได้เรื่องก็มาโทษกันอีก”
“ก็เพราะใครล่ะ เพราะนายคนเดียว เรื่องนี้นายต้องรับผิดชอบ” จุนซูหันไปคาดโทษ
“รับผิดชอบอะไร ฉันจะกลับอยู่พรุ่งนี้ ไม่อยู่ช่วยนายอีกแล้วล่ะ เชิญจัดการเองตามสบาย” พูดจบก็ล้มตัวลงนอนบอนโซฟาทันที
“ยังมีหน้ามากลับอีกนะ ทำเรื่องไว้แล้วชิ่งเลยหรือไง”
“แล้วจะให้ทำไง โรงเรียนก็ไม่มา โทรศัพท์ก็ไม่รับ จะตามไปที่บ้านไหมล่ะ เดี๋ยวไปส่ง”
“ไม่ ทำแบบนั้นไม่ได้ ขอคิดก่อน” นั่งเงียบไปสักพัก จุนซูก็ร้องออกมา “คิดออกแล้ว”
“อะไรอีกอ่ะ หวังว่าฉันคงไม่เกี่ยวด้วยนะ”
“เกี่ยวสิ ก็นายทำให้เรื่องมันยุ่ง นายก็ต้องช่วย พรุ่งนี้เครื่องออกกี่โมง ตั๋วอยู่ไหน”
“ออกบ่าย4 ตั๋วอยู่ข้างบน ถามทำไม” จุนซูไม่ตอบ วิ่งขึ้นไปเอาตั๋วกับพาสปอร์ตเป็นตัวประกันทันที
“เฮ้ย เล่นอะไรน่ะ ไม่ขำนะเฟ้ย ฉันจะรับกลับไปหาจีจี้” ซึงฮยอนรีบมาแย่งไป แต่ไม่ทันเพราะคนน่ารักโยนเข้าเก๊ะล็อคเรียบร้อย พร้อมขู่สำทับด้วย
“ยังไงนายก็ต้องช่วย ไม่งั้นฉันจะโทรไปฟ้องจียงเดี๋ยวนี้ ว่าวันงานนายแอบไปหลีสาว”
“อ๊ะ อย่านะ ก็ได้ๆๆ แต่อย่าทำให้ฉันตกเครื่องแล้วกัน ขี้เกียจจองใหม่”
“ตกก็เรื่องของนายสิ ไปลุ้นเอาเองแล้วกัน” จุนซูไม่สนใจ คว้าโทรศัพท์แล้วโทรหาชางมินทันที
“ชางมิน นี่ฉันนะ ช่วยอะไรหน่อยสิ เออๆๆ เลี้ยงก็เลี้ยง ถ้าสำเร็จจะให้พี่ยูชอนปิดร้านเลี้ยงเลย”
%%%%%%
TBC

