Recommend

[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 9

posted on 05 Apr 2010 02:21 by kameryuichi  in servant

 

 

Part 9

 

 



ซึงรีนั่งทอดอาลัยอยู่ในห้องพักของตัวเอง ในมือถือนามบัตรที่ได้รับมาจากชายแปลกหน้า ในสมองกำลังคิดเรื่องข้อเสนอที่ชายชุดขาวเสนอให้เขา รับ ไม่รับ คำสองคำนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขานี่ก็ปาเข้าไปวันที่2แล้ว วันสุดท้ายที่เขาจะต้องตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ ใจนึงเขาก็ไม่อยากจะรับข้อเสนอ เพราะรู้อยู่แล้วว่าโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ หมอนั่นต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ อีกใจนึงก็เป็นห่วงจุนซู ถ้าหากผู้ชายคนนั้นมีอะไรแอบแฝงจริง อย่างน้อยเขาก็น่าจะรู้เป็นคนแรกได้ไม่อยาก เพราะหมอนั่นก็ต้องบอกข้อแลกเปลี่ยนให้เขารู้บางส่วนอยู่แล้ว


“เอาวะ เป็นไงเป็นกัน” ซึงรีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ในนามบัตร และรอสัญญาณ ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงทุ้มๆดังขึ้น


“สวัสดีครับ”


“คุณชเวชีวอนใช่ไหมครับ” ซึงรีตอบกลับไป


“ครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ”


“ผมซึงรี คนที่คุณให้นามบัตรเมื่อ2วันที่แล้วไงครับ”


“อ๋อ ผมนึกออกแล้ว ว่าไงครับ โทรมานี่ตกลงรับขอเสนอของผมแล้วใช่ไหมครับ” ชีวอนถาม


“คุณจะทำให้ผมเข้าไปอยู่กับจุนซูได้จริงหรือเปล่า” ซึงรีถามเพื่อความแน่ใจ


“แน่ นอน ผมไม่เคยพูดอะไรพล่อยๆ สิ่งที่ผมบอกว่าทำได้ ผมก็ต้องทำได้อยู่แล้ว” ซึงรีเงียบ เพราะกำลังใช้ความคิดก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย


“ว่าไงครับ คุณจะรับหรือไม่รับครับ” ชีวอนเร่งเมื่อเห็นว่าปลายสายเงียบไปนาน


“คุณครับ”


“ถ้า ผมตกลง คุณจะทำให้ผมเข้าไปอยู่ที่นั่นได้เร็วที่สุดวันไหน” ในที่สุดซึงรีก็ตอบหลังจากที่เงียบไปนาน ชีวอนยิ้ม ก่อนจะกรอกเสียงลงไปตามสายอย่างใจเย็น


“เร็วที่สุด คุณจะได้เข้ามาในโรงเรียนนี้เร็วเท่าที่คุณต้องการ”


“ถ้าผมบอกว่าผมต้องการเข้าไปพรุ่งนี้ล่ะ” ซึงรีถามหยั่งเชิง


“พรุ่งนี้ก็ได้ ผมทำได้อยู่แล้ว” ซึงเรียบเงียบไปอึดใจ ก่อนจะให้คำตอบ


“ได้ งั้นผมรับข้อเสนอของคุณ คุณต้องการให้ผมทำอะไรบ้างล่ะ” ซึงรีถาม


“ไม่ต้องรีบร้อนครับ ว่าแต่คุณอยากเข้าไปอยู่วันไหนล่ะครับ”


“เร็วที่สุด”


“งั้นก็ได้ครับ พรุ่งนี้10โมงเช้า คุณไปพบผมที่โรงแรมโซลอีเทอร์นัล บอกกับรีเซฟชั่นที่นั่นว่าต้องการพบผม เขาจะพาคุณมาหาผมเอง”


“แล้วคุณจะให้ผมทำอะไรตอบแทน”


“เรื่องนั้นไว้คุยกันพรุ่งนี้แล้วกันครับ เจอกันพรุ่งนี้ สวัสดี”


ปลาย สายตัดไปแล้ว ในขณะที่ซึงรียังคงถือโทรศัพท์ค้างอยู่อย่างนั้น ถึงเขาจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะรับข้อเสนอ แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำมันจะถูกต้อง ฟังจากน้ำเสียงของชเวชีวอนแล้ว ดูท่าจะเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว เขาตกปากรับคำไปแล้ว เอาไว้ไปตายเอาดาบหน้าแล้วกัน ซึงรีล้มตัวลงนอนปัดความคิดสับสนวุ่นวายออกไปจากหัว ก่อนจะหลับตาเพื่อเร่งให้วันพรุ่งนี้มาถึงเร็วๆ



ซึงรี กระเด้งตัวขึ้นจากที่นอน เพราะว่าวันนี้เขานัดกับชเวชีวอนเพื่อไปคุยเรื่องสำคัญ ชายหนุ่มรีบร้อนแต่งตัวขับรถมุ่งตรงไปที่โรงแรมโซลอีเทอร์นัลทันที


“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ” เสียงหวานของรีเซฟชั่นกล่าวต้อนรับ


“ผมมาขอพบคุณชเวซีวอนครับ” ซึงรีบอกจุดประสงค์ของเขา


“ไม่ทราบนัดไว้หรือเปล่าคะ”


“นัดครับ ผมซึงรี คุณชเวนัดให้ผมมาหาที่นี่ตอน10โมงเช้า”


“สักครู่นะคะ” รีเซฟชั่นคีย์ชื่อของเขาลงไปในคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจเวลานัด

“ตอนนี้คุณชเวกำลังรอพบคุณอยู่ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะให้คนพาไปนะคะ”


“ขอบคุณครับ”


ซึง รีเดินตามพนักงานขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น25ของโรงแรม ตอนแรกเขาคิดว่าคงจะนัดคุยกันในร้านอาหารของโรงแรม แต่พอลิฟท์เปิด ภาพที่เขาเห็นก็คือ คอกกั้นเป็นส่วนๆของพนักงานฝ่ายบริหารของโรงแรม พาเขามาผิดที่หรือเปล่าเนี่ย ซึงรีก้าวเท้าตามคนนำทางไปจนถึงห้องประธานกรรมการ


~ ก๊อกๆๆ ~


“เข้า มาได้” เสียงทุ้มดังขึ้น พนักงานของโรงแรมหลีกทางให้ซึงรีเดินเข้าไป ในห้องซึงรีพบชเวชีวอนนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บ่งบอกว่าเขาเป็นเจ้าของห้องนี้ แล้วหมอนี่เข้าไปทำอะไรในโรงเรียนเซนต์ลูเซียกันแน่


“สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อนสิครับ”


ชี วอนลุกขึ้นทักทายผู้เข้ามาใหม่ ซึงรีเดินไปที่ชุดรับแขก แต่ที่นั่นก็มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้วคนนึง เด็กหนุ่มอายุน่าจะมากกว่าจุนซู แต่น้อยกว่าเขาแน่ๆ นั่งหน้าบูดเป็นข้าวลืมอุ่นอยู่ตรงนั้น ใบหน้ากลมยิ่งดูกลมขึ้นเมื่อเจ้าของใบหน้าทำแก้มป่องประกอบเข้าไปด้วย ผมซอยสั้นสีทองอร่ามไปทั้งศีรษะ ยังการแต่งตัวแบบเด็กแนวเสื้อยืดเข้ารูปยาวลงมาถึงสะโพกสีแดงแปร๊ด เสื้อกั๊กหนังสีดำ กางเกงหนังรัดรูปสีดำ บูทหนัง สร้อยข้อมือหนัง ต่างหู แถมด้วยเขียนตาสโมกี้อาย โห! แนวจริงๆ ช่างเป็นการแต่งตัวที่ขัดหูขัดตาคนที่ได้รับการอบรมให้มาเป็นคนรับใช้ของคุณ หนูสุดๆ ดวงตารีปรายตามองซึงรีตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนที่จะบัดหน้าไปอีกทางอย่าไม่สนใจใยดี


“นั่นลูกพี่ลูกน้องผมเองครับ ควอนจียง” ชีวอนแนะนำ


“สวัสดีครับ” ซึงรีทัก แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงแค่ดวงตารีตวัดมองเร็วๆเท่านั้น


“จียง ทำไมเสียมารยาทอย่างนี้” ชีวอนเอ็ดคนหน้าบูด


“ก็ เขาเป็นคนใช้ไม่ใช่เหรอฮะพี่ ทำไมผมต้องไปเสวนากับพวกคนใช้ด้วย” จียงเชิดหน้าตอบอย่างท้าทาย เน้นคำว่าคนใช้เป็นพิเศษ เพราะพี่ชายเขาก็ทำหน้าที่นี้อยู่เหมือนกัน


“จียง พี่คิดว่าเราพูดกันรู้เรื่องแล้วซะอีก” ชีวอนเอ่ยเสียงเครียด


“ไม่ ผมไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องเรียกผมกลับมาจากอเมริกาทันทีอย่างนี้ ” จียงสะบัดหน้ากลับมาหาพี่ชาย


“เอาล่ะๆ เรื่องนี้ไว้คุยกันทีหลัง พี่ขอคุยกับคุณซึงรีเขาก่อน นายช่วยออกไปรอที่ห้องรับรองก่อนได้ไหม” จียงลุกขึ้นยืน แต่แทนที่จะเดินอ้อมโต๊ะตัวเล็กไปอีกทาง ร่างบางกลับเดินมาทางซึงรี แถมด้วยการกระแทกไหล่อย่างแรงอีกนึงที ก่อนจะเปิดประตูไปออกไปข้างนอก


“ห้อง รับรองนะจียง ถ้าพี่เรียกแล้วนายไม่มาภายใน10นาที เราจะได้เห็นดีกัน” ชีวอนสำทับ เพราะรู้ฤทธิ์ความดื้อของคนเป็นน้องดี จียงไม่พูดอะไร ได้แต่กระแทกเดินปึงๆออกไปนอกห้องอย่างขัดใจที่โดนพี่ชายรู้ทัน


“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่น้องชายของผมเอาแต่ใจไปหน่อย” ชีวอนหันมาหาซึงรี


“ไม่เป็นไรครับ ผมกับน้องชายคุณไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว”


“ใครว่าล่ะครับ ถ้าไม่มีน้องชายผมคุณก็เข้าไปในเซนต์ลูเซียไม่ได้”


“หา!!! อย่าบอกนะว่า คุณจะให้ผมเข้าไปในโรงเรียนผมเด็กหัวทองนั่น” ซึงรีชี้ไปทางร่างบางที่เดินออกไปนอกห้องแล้ว ชีวอนพยักหน้า


“ครับ คุณต้องเข้าไปในฐานะคนรับใช้ของจียง ผมจัดการใส่ชื่อพวกคุณลงไปแล้ว พรุ่งนี้คุณกับจียงก็เข้าไปในโรงเรียนได้เลย เร็วทันใจดีไหมครับ”


“ทำไมผมต้องเข้าไปเป็นคนรับใช้ของน้องคุณด้วย คุณไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือไง”


“ไม่ มีครับ ถ้าเข้าไปโดยวิธีอื่น คุณไม่มีทางได้เจอกับคิมจุนซูแน่ๆ เพราะนอกจากคนรับใช้แล้ว คนอื่นไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้เด็กนักเรียนเซนต์ลูเซียได้เลย”


“ผมกับน้องชายคุณคงไปด้วยกันไม่รอดหรอกครับ ดูเขาไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่”


“เรื่อง นั้นไม่ต้องเป็นห่วงครับ จียงต้องเข้าไปแน่นอน ผมจัดการเรื่องเขาได้ พรุ่งนี้คุณเตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาพบกันที่นี่ตอน10โมง ผมจะให้ฮอมารับคุณกับจียงไปส่งที่โรงเรียน เข้าใจนะครับ” ชีวอนนัดแนะ


“เดี๋ยวก่อน แล้วเรื่องที่คุณจะให้ผมทำแลกเปลี่ยนล่ะ”


“คุณนี่ใจร้อนจริงๆ”


“ผมต้องการรู้เรื่อง ไม่อยากให้มันค้างคา”


“งั้น ก็ได้ สิ่งที่ผมต้องการให้คุณทำมันไม่ยากเย็นอะไรหรอกครับ ผมต้องการให้คุณแยกคิมจุนซูออกจากปาร์คยูชอน แค่นั้นเอง” ชีวอนนั่งพิงโซฟาขณะที่เอ่ยข้อเสนอที่เขาคิดว่าคนอย่างซึงรีทำได้แน่นอน


“ทำไมต้องแยกด้วย คุณจะทำอะไรกันแน่”


“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องรู้หรอกครับ แค่แยกเขาสองคนออกจากกันให้ได้ก็พอ”


“แล้วถ้าผมไม่ทำล่ะ” ซึงรีถามกลับบ้าง


“ผม รู้ว่าคุณต้องทำอยู่แล้ว ความจริงงานนี้ผมไม่จำเป็นต้องขอให้คุณทำก็ได้ เพราะที่คุณต้องการเข้าไปในโรงเรียนก็เพื่อจะเอาตัวคิมจุนซูกลับไป นั่นก็เท่ากับแยกเขาออกจากกันแล้วล่ะครับ เห็นไหม อย่างที่ผมบอก งานนี้คุณมีแต่ได้กับได้”


“คุณต้องการอะไรกันแน่ คนเราลงทุนเยอะขนาดนี้ ไม่ต้องการผลตอบแทนมันเป็นไปไม่ได้” ซึงรีหรี่ตามองคนตรงหน้า


“ผม ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกครับ แค่อยากทำให้คนบางคนมีความสุขก็เท่านั้น เอาเป็นว่าเจอกันพรุ่งนี้ที่โรงเรียนนะครับ สวัสดี” ชีวอนตัดบท เพราะไม่ต้องการให้ซึงรีถามอะไรมากกว่านี้ ซึงรีจำเป็นต้องลุกขึ้นลาเจ้าของห้อง เพราะอยู่ต่อไปคนอย่างชีวอนก็คงไม่คายอะไรออกมาให้รู้แน่ เอาไว้ไปหลอกถามเจ้าเด็กหัวทองนั่นดีกว่า ซึงรีโค้งให้ทีนึง ก่อนจะก้าวออกนอกห้องไป


“หึ~ ถ้าคุณไม่ทำ ผมคงต้องเป็นคนแยกคู่นั้นเอง ถึงตอนนั้นผมคงรับรองความปลอดภัยให้คิมจุนซูไม่ได้หรอก ซึงรี” ชีวอนเอ่ยขึ้นเบาๆไล่หลังซึงรีที่เดินออกจากห้องไปแล้ว ร่างสูงเดินไปที่โต๊ะกดอินเตอร์คอม สั่งให้เลขาพาตัวจียงเข้ามาพบแทน


ร่าง บางเปิดประตูก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงๆไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟาอย่างแรง บอกถึงความไม่พอใจสุดๆ ก็จะให้พอใจได้ไง เขากำลังเรียนด้านการตกแต่งอยู่ที่อเมริกา อยู่ดีๆเมื่อวานคุณพี่ชายก็โทรศัพท์ข้ามประเทศไปหา ไอ้ตอนแรกก็นึกว่าคิดถึงแต่ที่ไหนได้ สั่งให้กลับเดี๋ยวนั้น ยังไม่ได้ล่ำราเพื่อนๆสักคน ไหนจะต้องดร็อปเรียนอีก แค่คิดความโมโหก็เริ่มพุ่งขึ้นมาอีกแล้ว


“จียง พี่ว่าเราคุยกันแล้วนะ” ชีวอนพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ


“ไม่ ผมไม่เข้าใจ ทำไมพี่ต้องลากผมมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ผมไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลย ทำไปยัยง่อยนั่นก็ไม่หันมามองพี่หรอก” จียงพูดอย่างเหลืออด เขารู้ว่าพี่ชายเขาหลงรักคิมซอฮยอนมานาน ถึงขนาดลดตัวไปเป็นคนใช้ให้กับยัยง่อยนั่นเองเลย


“อย่าไปว่าซอ ฮยอนเขาอย่างนั้น เขาไม่ได้เป็นง่อย” ชีวอนพูดเสียงเย็น แต่จียงไม่สนใจ ถึงเขาจะกลัวพี่ชาย แต่คราวนี้ไม่ว่าหน้าไหนเขาก็พร้อมจะเหวี่ยงใส่ทั้งนั้น


“ทำไม จะไม่เป็น คนอะไรเดินเองก็ได้ นั่งรถเข็นอยู่ได้ ทำอย่างกับไม่สบายนักหนา ทั้งๆที่รักษาหายไปเป็นชาติแล้ว ยัยนั่นถ้าไม่เป็นง่อยก็ต้องเป็นโรคจิตแล้วล่ะ”


“จียง!!!!” ชีวอนเรียกเสียงเฉียบขาด แต่จียงก็ยังไม่สะทกสะท้าน


“ไม่ รู้อะไรก็อย่ามาพูด รู้ไหมว่าซอฮยอนเขาน่าสงสารแค่ไหน พ่อแม่ก็ไม่รัก ถูกขอมาเลี้ยงเป็นหลานบุญธรรมคุณปู่ก็ไม่ได้เอาใจใส่ แถมยังเป็นโรคเจ็บออดๆแอดๆตลอดเวลา พอเจอหลานคนใหม่ก็ยิ่งไม่สนใจซอฮยอนเข้าไปใหญ่ ตอนนี้ยังถูกพรากคนรักไปอีก นายไม่เห็นหรือไงว่าเขาน่าสงสารแค่ไหน” ชีวอนอธิบาย


“คนรัก เหรอ ปาร์คยูชอนเขาเคยสนใจยัยนั่นหรือไง ไม่มีปัญญาทำให้เขาสนใจเอง ใช้เป็นแต่มารยาล่อให้พี่เป็นคนทำให้ พี่นี่โง่หรือเปล่า” จียงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้


“จียง ถ้ายังดูถูกซอฮยอนอีกที อย่าหาว่าพี่ใจร้าย”


“ผม ไม่ได้ดูถูก แต่เพราะยัยนั่น ทำให้ใครๆต้องเดือดร้อนไปหมด พี่ก็ไม่ได้ทำงานต้องไปเฝ้าทั้งวันทั้งคืน ผมเองก็ต้องดร็อปเรียนแล้วอย่างนี้พี่จะให้ผมเห็นเขาเป็นคนดีอีกเหรอ มีแต่พี่นั่นแหละที่หลงงมงายอยู่ได้”


~ เพียะ!!! ~


เสียง ฝ่ามือหนากระทบเข้ากับใบหน้ากลมน่ารักของจียงอย่างแรงส่งผลให้ผิวหน้าขาวอม ชมพูดของจียงขึ้นเป็นผื่นแดงทันที ทั้งห้องเงียบสงบไปอึดใจนึงก่อนที่จียงจะแค่นหัวเราะออกมา


“ไง ล่ะ พี่ไม่เคยทำร้ายร่างกายผมมาก่อน พี่ยังทำได้เพราะยัยนั่น พี่ชายที่ใจดีและมีเหตุผลของผมหายไปไหน ทำไมเหลือแต่คนงี่เง่าที่ไม่มองอย่างอื่น มองเห็นแต่ความน่าสงสารจอมปลอม พี่มันโง่”


“นายจะพูดอะไรฉันไม่สน ถ้าพรุ่งนี้นายไม่มาเจอกับซึงรีที่ลานจอฮอของโรงแรม อย่าหวังว่าพี่จะส่งเรากลับไปเรียนที่เดิมอีก” ชีวอนยื่นคำขาด


“พี่!!” จียงตะโกนเสียงดัง


“ไม่ ต้องพูด แล้วไปเตรียมเก็บข้าวของ คุณซอลมีเรียกรถมารับคุณหนูจียงกลับบ้านด้วย” ชีวอนหันไปกดอินเตอร์คอมสั่งเลขาหน้าห้อง จียงจ้องหน้าพี่ชาย แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาไม่คิดว่าพี่ชายเขาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว


“สักวัน พี่คงต้องฆ่าคนเพราะผู้หญิงคนนั่นแน่ๆ”


จี ยงพูดก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจาห้องไป ทิ้งให้ชีวอนยืนนิ่งอยู่ในห้องคนเดียว ร่างสูงยกมือข้างที่ตบหน้าน้องชายขึ้นมามอง ก่อนจะกำมือข้างนั้นไว้จนแน่น ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยตบตีจียงเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องทำร้ายร่างกายญาติผู้น้องที่เขารักมากที่สุด หรือเขาจะเปลี่ยนไปเหมือนที่จียงว่าจริงๆ คำพูดสุดท้ายของจียงเมื่อกี้ยังดังก้องอยู่ในหูของเขา


‘สักวัน พี่คงต้องฆ่าคนเพราะผู้หญิงคนนั่นแน่ๆ’


“ถ้าพี่บอกว่า พี่ทำไปแล้วล่ะ นายจะว่ายังไงจียง” ชีวอนพึมพำเบาๆกับตัวเอง



เช้า วันรุ่งขึ้น ซึงรีสะพายกระเป๋ามาที่ลาดจอดฮอของโรงแรมโซลอีเทอร์นัล แต่วันนี้ไม่มีชเวชีวอนอยู่ด้วย คงจะกลับไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึงรียกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา ตอนนี้มัน10โมงครึ่งเข้าไปแล้ว ทำไมยังไม่ออกเดินทางกันอีก หรือว่าเจ้าเด็กหัวทองนั่นมันจะทำฤทธิ์ขึ้นมาอีก ซึงรีเริ่มอยู่ไม่สุข นี่ถ้าไอ้เด็กบ้านั่นมันเบี้ยวขึ้นมา เขาจะทำยังไงดี ไม่นานนัก ร่างเล็กของจียงก็ก้าวออกมาจากลิฟท์ ข้างหลังมีบรรดาบอร์ดี้การ์ดของชีวอนตามมาเป็นพรวน เหมือนถูกคุมตัวมาส่งไปโรงเรียน


“มัวนั่งบื้ออะไรอยู่ได้ ไปสิ” เสียงคนตัวเล็กกว่าสั่ง


“ผมน่าจะถามคุณมากกว่า ที่บ้านไม่มีนาฬิกาหรือไง ทำไมถึงได้ช้าขนาดนี้” ซึงรีลุกขึ้นสะพายกระเป๋า


“มี แต่อยากจะมาตอนนี้ มีปัญหาไหม” ใบหน้ากลมลอยหน้าลอยตาท้าทาย


“ไม่ มีหรอกปัญหาน่ะ แต่ผมจะได้จำไว้ว่า คุณหนูควอนเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ” พูดจบซึงรีก็เดินผ่านหน้าไป ปล่อยให้คนตัวเล็กที่กำลังโกรธหน้าดำหน้าแดงยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว ก่อนที่จะมีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาตามหลัง


“เดี๋ยว เป็นคนใช้ไม่ใช่หรือไง มาเอากระเป๋าฉันไปด้วยสิ” ซึงรีหันกลับมา พบกระเป๋าใบใหญ่ของคุณหนูจียง แถมเจ้าของยังยืนกอดอกเชิดหน้าอีกต่างหาก ซึงรียกยิ้มนิดนึงก่อนจะตอบด้วยเสียงเรียบๆ


“เสียใจ ผมเป็นคนใช้คุณแค่ในโรงเรียน เฉพาะต่อหน้าคนอื่น ถ้าอยู่กันตามลำพังผมไม่ใช่คนใช้คุณ อีกอย่างคุณก็เด็กกว่าผมหลายปี ไม่มีเด็กคนไหนใช้ผู้ใหญ่หรอกนะ”


“เด็กกว่าอะไร นายกับฉันตัวพอๆกัน อย่ามาโม้หน่อยเลย”


“ขอ โทษนะครับคุณหนูควอน บังเอิญผมมันคนตัวเล็ก ผมก็เลยกลมกลืนกันเด็กๆได้ดี แต่ความจริงผมน่ะ รุ่นเดียวกับพี่คุณนะ เชิญยกมาเองเถอะกระเป๋านั่นน่ะ” ซึงรีหันหลังเดินขึ้นฮอไปทันที ไม่รอคุณหนูจียงที่กำลังเดือดดาลตาลุกเป็นไฟอยู่ตอนนี้


“ได้ เป็นเฉพาะในโรงเรียนใช่ไหม ฉันจะใช้ให้อานไปเลยคอยดู ยกขึ้นไปสิ ยืนมองอะไรอยู่ได้ พี่สั่งให้มาคุมอย่างเดียวหรือไง” จียงหันไปสั่งบอร์ดี้การ์ดของพี่ชาย ก่อนจะกระแทกเท้าปึงๆไปขึ้นฮอ เมื่อผู้โดยสารครบแล้ว เฮลิคอปเตอร์ก็ออกบินมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนเซนต์ลูเซียทันที



~ โอ้ย!!! ~


เสียง ร้องดังลั่นมาจากทางห้องคนใช้ เรียกให้คนตัวเล็กวิ่งไปดู ทันทีที่เปิดประตูห้องเขาไป จุนซูก็เห็นยูชอนกำลังพยายามพันแผลให้ตัวเอง คนตัวเล็กนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะลากคนตัวโตด้วยมือข้างนึง อีกข้างนึงคว้ากระเป๋าพยาบาลออกมาด้วย จัดแจงดันคนตัวโตลงไปนั่งที่เตียง


“บอกแล้วไงว่าจะทำให้แผลเนี่ย เกรงใจอยู่ได้” จุนซูพูดมือเล็กกำลังสะลาวันกับการหายาล้างแผล


“ก็ จุนซูอาบน้ำอยู่นี่ ถ้ามัวแต่รอกันเดี๋ยวก็ไปเรียนสายกันพอดี” ยูชอนทำเสียงอ่อยแต่นัยน์ตาแพรวพราว แต่คนตัวเล็กไม่เห็นเพราะกำลังก้มหน้าก้มตาหาของอยู่


“มันจะ ช้าแค่ไหนกันเชียว แผลยูชอนก็ไม่ได้ล้างยากอะไรนี่ แค่นี่ฉันทำได้น่า” จุนซูหันมาหาคนตัวโตที่หุบยิ้มฉับ เปลี่ยนเป็นทำหน้าเจ็บซะเต็มประดา ทั้งๆที่แผลก็ดีขึ้นมากแล้ว


“ยังเจ็บอยู่อีกเหรอ” จุนซูทำหน้าเป็นกังวล


“ก็นิดหน่อย”


“ไหน ยุนโฮบอกว่าแผลไม่ค่อยลึกไงล่ะ ทำไมยูชอนยังเจ็บอยู่อีก หรือว่ามันอักเสบ ถ้างั้นวันนี้ไม่ต้องนอนกอดฉันเลยนะ เดี๋ยวไม่หายกันพอดี”


“ไม่ๆๆ ไม่ได้อักเสบ โธ่จุนซูอ่า~ ถ้าฉันไม่ได้นอนกอดจุนซู ฉันก็ไม่หายน่ะสิ รู้ไหมว่ากลางคืนมันหนาว คนป่วยต้องการความอบอุ่น” คนตัวเล็กยกมือขึ้นแตะหน้าผากคนตัวโต คิ้วเล็กขมวดกันเป็นโบว์


“ยูชอนตัวก็ไม่ร้อนนี่ ทำไมถึงยังเป็นไข้อยู่อีกล่ะ”


“มันไม่ได้ร้อนข้างนอกไง แต่มันร้อนข้างใน จุนซูไม่เคยถูกมีดแทงมาก่อนใช่ไหมเลยไม่รู้”


“มีแบบนี้ด้วยเหรอ แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ยูชอนจะหายล่ะ” มือเล็กหยิบผ้าพันแผลขึ้นมาพันให้หลังจากล้างแผลใส่ยาให้เรียบร้อย


“สัก2เดือนมั้ง”


“โห ทำไมแผลยูชอนเป็นนานจังเลย” จุนซูเอียงคอถาม


“ฉันเป็นพวกหายช้าน่ะ เป็นอะไรทีกว่าจะหายนานกว่าคนอื่นเขา”


“เหรอ งั้นก็แย่หน่อยนะ ยูชอนใส่เสื้อซะสิ เดี๋ยวฉันจะเอากระเป๋ายาไปเก็บเราจะได้ไปเรียนกัน” ก่อนที่คนตัวเล็กจะลุกขึ้น แขนแข็งแรงของคนตัวโตก็ตวัดรวบร่างเล็กเข้ามากอด


“ยูชอน” จุนซูทำหน้ามุ่ย เพราะตอนนี้แทนที่เขาจะได้เอากระเป๋ายาไปเก็บ กลายเป็นว่าต้องมานั่งบนตักของคนเจ้าเล่ห์แทน


“จะรีบไปไหนล่ะ ลืมอะไรไปหรือเปล่า”


“ลืมอะไร ไม่ลืมนี่” คนตัวเล็กนั่งคิด ก่อนที่จะสะดุ้ง เพราะริมฝีปากอุ่นๆทาบเข้ามาที่แก้มนิ่มตามด้วยเสียงดังฟอด


“นี่ไง ทำมาตั้ง2-3วันแล้วทำเป็นลืม”


“ยู ชอนอ่ะ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ” คนตัวเล็กเริ่มดิ้นยุกยิก แต่ก็ดิ้นไปไหนไม่ได้ เพราะแขนแข็งแรงเพิ่มแรงกอดเข้าไปอีก แต่ก่อนที่ใบหน้าคมสันจะโน้มลงมาแตะริมฝีปากอิ่มกับริมฝีปากบางก็มีเสียง บางอย่างดังขึ้นก่อน


“อะแฮ่ม~ แหมปาร์คยูชอน มากไปหน่อยแล้วมั้ง” คนตัวเล็กรีบผละออกจากคนตัวโตทันที ใบหน้าน่ารักแดงแปร๊ด ผิดกับยูชอนที่กำลังขัดใจเต็มที่ ไม่เห็นเจ้ากระต่ายมันมาขัดตั้งนาน จู่ๆก็โผล่มาอีกแล้ว ดูนั่น เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงไม่พอ ยังนั่งกินอาหารเช้าของจุนซูเฉยเลย


“ซองมิน~” จุนซูเรียกเสียงอ่อย เหมือนเด็กทำความผิดแล้วโดนจับได้


“ไม่ ต้องห่วง ฉันจะทำเป็นไม่เห็นแล้วกัน ทีหลังก็อย่าทำอะไรให้มันประเจิดประเจ้อนักสิ” พูดพลางจิ้มไส้กรอกหอมกรุ่นเข้าปาก ประเจิดประเจ้อที่ไหน ได้ข่าวว่าแกเข้ามาเองนะไอ้กระต่าย ยูชอนได้แต่ฮึดฮัดไปพลาง สวมเสื้อเชิ้ตไปพลาง


“อืม~ จุนซู อาหารเช้านายอร่อยมากเลยอ่ะ ปาร์คยูชอนนี่ทำอาหารเก่งเนอะ วันหลังทำให้กินมั่งดิ” ซองมินหันไปหาคนที่กำลังทำท่าเหมือนจะกระโจนมาบีบคอเขาโทษฐานเข้ามาขัดคอ


“ฝันไปเถอะ” ยูชอนพึมพำเบาๆ


“อะไรนะ” ซองมินทำเป็นตะแคงหูฟัง ทั้งๆที่ได้ยินชัดเจนแจ่มแจ๋ว


“ได้สิครับคุณหนูซองมิน” ยูชอนกัดฟันพูด


“อืม~ แล้วจะมากินด้วยทุกวันเลย ทั้งเช้า แล้วก็เย็นดีไหมจุนซู” ซองมินหันไปถามความเห็นเพื่อนตัวเล็ก จุนซูพยักหน้า เพราะเขาไม่ชอบกินข้าวคนเดียวมีซองมินมากินด้วยก็ดีน่ะสิ ผิดกับคนตัวโตที่ตาค้าง เฮ้ย นี่จะมาทั้งเช้าทั้งเย็น แล้วฉันจะไปสวีวี่วีกับที่รักตอนไหนล่ะฟะไอ้กระต่ายนี่


“เป็นอะไรปาร์คยูชอน หน้าบูดเชียว ไม่พอใจเหรอ หรือว่า2เวลามันน้อยไป งั้นจุนซู ไว้วันไหนว่างๆฉันจะมานอนด้วยได้ไหม”


“ไม่ได้ เตียงคุณหนูเล็กนิดเดียว จะนอนสองคนได้ยังไง” ยูชอนรีบตีลูกกันเอาไว้ก่อน


“ทำไมจะไม่ได้ ก็คนบางคนยังนอนกอดกันทุกคืนเลย”


~ ฉึก!!! ~ ~แค่กๆๆ~


“เป็นอะไรไปจุนซู สำลักเหรอ เอ้าๆกินน้ำ ไม่ต้องรีบกินก็ได้มีเยอะแยะ” น่าน พูดอย่างกับมันเป็นของตัวเองซะงั้น


“นายหมายถึงใครน่ะซองมิน” จุนซูถาม หลังจากสำลักไส้กรอกแถมไอแค่กๆอยู่นาน


“พี่ ฮีซอลไง รายนั้นเขานอนกอดฮันคยองทุกวันนั่นแหละ เขาบอกว่ามันอุ่นดี” ซองมินพูดแต่ปรายตามองปาร์คยูชอน ร่างโปร่งก็จ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้


“เหรอ ค่อยยังชั่ว” จุนซูทำท่าโล่งอก


“ทำไม นายกับปาร์คยูชอนนอนกอดกันด้วยเหรอ”


“เปล่าๆๆ มันผิดกฎนี่ ถ้าไม่ใช่พี่ฮีซอลใครจะไปกล้าทำ” จุนซูอ้อมแอ้มตอบ


“ก็ ดี เราไปเรียนกันดีกว่านะ” ซองมินลุกขึ้น ฉุดข้อมืนคนตัวเล็กให้วิ่งตามไปด้วย ทิ้งให้คนรับใช้สองคนไว้ที่ห้อง อีกคนนึงกลั้นหัวเราะเต็มที่ แต่อีกคนนึงก็กลั้นโทสะเต็มที่เหมือนกัน


“เอา น่า คุณหนูเขาหยอกเล่นหรอก” คยูฮยอนหันมาปลอบใจ ก่อนที่จะเดินออกไปนอกห้อง ปล่อยให้ยูชอนฮึดฮัดอยู่คนเดียวที่ทำอะไรซองมินไม่ได้


“คอยดู สักวันจะจับกระต่ายมาย่างกินซะให้เข็ด” ก่อนที่จะสาวเท้าตามจุนซูและซองมินไปที่ตึกเรียน



เมื่อ ทุกคนมาถึงห้องเรียนก็ต้องประหลาดใจ เพราะตอนนี้ห้องที่น่าจะเต็มไปด้วยคุณหนูกับคนรับใช้กลับโล่งมากๆ เหลือแค่แจจุง ยุนโฮ ยูฮวาน และชางมิน


“เขาไปไหนกันหมดอ่ะ” จุนซูถาม


“อ๋อ โรคเห่อนักเรียนใหม่น่ะ ได้ข่าวว่ามาจากเมืองนอกด้วย” แจจุงเงยหน้าจากหนังสือมาตอบ


“แล้วพวกนายไม่ไปดูกันเหรอ” จุนซูถาม


“โอ้ย เราไม่ใช่พวกบ้าเด็กนอกน่ะ ก็เลยไม่ไป เดี๋ยวเขาก็ต้องเข้ามาที่ห้องอยู่แล้ว จะวิ่งไปดูทำไมก็ไม่รู้” ยูฮวานตอบ


“แต่ฉันอยากรู้นี่” จุนซูชะเง้อคอมองไปที่หน้าห้อง เผื่อจะมาใครเดินเข้ามาบ้าง


“ไม่ ต้องตื่นเต้นหรอกจุนซู” ซองมินเอ่ยยิ้มๆกับอากัปกิริยาของจุนซู สักพักพวกเขาก็ได้ยินเสียงอึกกะทึกครึกโครมดังมาตามทางเดิน จุนซูและพื่อนๆหันกลับไปมอง ก็พบกับเจ้าของร่างเล็ก ผมสีทองอร่ามไปทั้งศีรษะ การแต่งตัวแนวอย่าบอกใคร ตามธรรมดาคนที่มาเข้าโรงเรียนต้องแต่งชุดนักเรียนมาเลย แต่นักเรียนใหม่กลับใส่ชุดเด็กแนวสุดเฮ้วเข้ามาซะงั้น ดวงตารีกวาดตามองไปทั่วห้อง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าเข้ามาหาจุนซู


“นายชื่อคิมจุนซูใช่ไหม” เสียงแหลมเล็กถาม


“ใช่ รู้จักฉันด้วยเหรอ” จุนซูตอบ แววตามีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มไปหมด


“รู้จักสิ รู้จักดีซะด้วย…” แต่ก่อนที่จียงจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ ไหล่บางก็ถูกมือหนาของใครบางคนรั้งตัวกลับมา


“คุณหนู ทำไมไม่รอผมก่อน เดินมาอย่างนี้ได้ยังไง” เสียงคุ้นหูของจุนซูดังขึ้น จนร่างเล็กต้องชะโงกหน้าไปดูคนข้างหลังให้เห็นชัดๆ


“ซึงรี!!!” จุนซูตะโกนเสียงดัง ด้วยความตื่นเต้น


%%%%%%

TBC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีใจที่สุดเลย ในที่สุดก็อัพแล้ว
Yes
ขอบคุณมากนะ writer
ชอบเรื่องนี้มากๆ
พยายามจะMentทุกตอนนะ
ตอนนี้เรียนหนักมากๆเลย
หนังสือก็ต้องอ่านทุกวัน
สู้..สู้..นะ Writer

#1 By Bojae (58.8.90.198) on 2010-04-05 17:37

สนุกขึ้นเรื่อยๆเลย
โดนมากกับคำพูดของจียง
ซีวอนเป็นแบบนั้นจริงๆ
แล้วลูเซียนี่ เดินได้ทำไมไม่เดิน
หรืออยากให้คนสงสาร
เอาใจช่วยยูซูนะ

#2 By chebi (124.120.125.187) on 2010-04-10 13:32