Recommend

[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 9

posted on 05 Apr 2010 02:33 by kameryuichi  in emergency

 

 

Part 9

 

 


“ว่าไงชางมิน ไหนแกบอกว่ามีนัด แล้วมาทำอะไรที่บ้านฉัน” ยูชอนนั่งลงข้างๆคุณเลขา โดยมีเจสสิก้าตามประกบอีกข้าง

“ก็ นี่ไงนัด แหม~ เอาคุณเลขาไปแปลงโฉมมาใหม่ก็ไม่บอก นี่กะจะเซอร์ไพรส์ฉันใช่ไหมเนี่ย” ชางมินยิ้ม ปรายสาตากรุ้มกริ่มไปทางคุณเลขา จุนซูยิ้มรับด้วยท่าทีเป็นมิตร แต่ท่าทางแบบนั้นทำให้คุณเจ้านายรู้สึกหงุดหงิดอย่างช่วยไม่ได้

“ยู ชอนขา ทานอะไรหน่อยไหมคะ เดี๋ยวเจสจะไปตักมาให้” เจสสิก้าเริ่มออดอ้อนซบศีรษะลงที่บ่าอย่างเอาใจ แต่ร่างโปร่งก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้เขากำลังสนใจคุณเลขามากกว่า

“ฉันไม่ได้เป็นคนเปลี่ยน คุณแม่ต่างหาก” ยูชอนตอบ

“งั้น ก็ต้องขอบคุณคุณแม่ที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกมาให้ฉันได้ชื่นชม” ชางมินยังคงหยอดต่อไปเรื่อยๆ แต่คนโดนหยอดก็เอาแต่กินเหมือนกัน ไม่ได้นำพากับศึกที่กำลังปะทุตรงหน้า

“ยูชอน เจสถามว่าจะทานอะไรไงคะ” เจสสิก้าแกล้งทำงอนที่ทุกคนบนโต๊ะไม่มีใครสนใจเธอ แต่หันไปสนใจใครก็ไม่รู้ที่นั่งกินเอากินเอาอย่างไม่มีมารยาท

“คุณจะไปตักอะไรก็เชิญเถอะ ผมกินได้ทั้งนั้น” ยูชอนพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่เจสสิก้ายิ้มแก้มแทบปริที่เห็นสุดที่รักหันมาพูดกับตัวเอง

“ค่ะ เจสจะไปตักของชอบของยูชอนมาให้นะคะ” ร่างโปร่งพยักหน้าอย่างขอไปที พอลับร่างบางของเจสสิก้ายูชอนก็หันมาหาทั้งสองคนที่กำลังตักอาหารให้กัน อย่างน่าหมั่นไส้อยู่

“ทานนี่นะครับคุณจุนซู อันนี้อร่อยมากเลย ผมมาทานบ่อย เชฟที่บ้านนี้เขาเก่งจริงๆครับ” ชางมินตักอาหารพลางชี้ชวนให้ดูเมนูตรงหน้า คุณเลขาก็ทำได้แค่พยักหน้ารับ เพราะกำลังหิวหน้ามืด

“แกไม่กลัวริกกี้จะเข้ามาลากคอแกหรือไง” ยูชอนนั่งพิงพนักเก้าอี้มองด้วยสายตาลุกเป็นไฟ ดีแต่ว่าคุณเลขาไม่ค่อยมีปฏิกิริยาอะไรตอบรับ อย่างที่ควรจะเป็น เอาแต่ก้มน่าก้มตากินอย่างเดียวเท่านั้น

“ไม่นี่ ริกกี้บอกให้ฉันช่วยดูแลคุณจุนซู เพราะคุณเจ้านายไม่ยอมลงมาสักที” พูดพลางตักของในจานตัวเองให้จุนซู ซึ่งคุณเลขาก็รีบยกจานขึ้นไปรับอย่างรวดเร็ว เพราะกำลังหิวจัด ใครจะแขวะใครก็ไม่สน

“ขอบคุณครับ” จุนซูกล่าวขอบคุณพร้อมส่งรอยยิ้มกระชากใจเจ้านายและเพื่อนคุณเจ้านายโดยที่ เจ้าตัวไม่รู้ตัว ให้ด้วยแทนคำขอบคุณ ยูชอนมองอย่างไม่พอใจ กับกิริยาของคุณเลขา

“ฉันมาแล้ว แกก็หลบไปนั่งทางโน้นได้แล้ว นู่นริกกี้ชะเง้อคอยาวอยู่นั่น” ยูชอนบุ้ยใบ้ไปทางน้องชาย ชางมินกลับยักไหล่ ก็วันนี้ริกกี้เปิดฟรีไทม์ให้หลีคุณเลขาได้เต็มที่ เรื่องอะไรจะปล่อยเวลาให้ผ่านไป

“คุณแม่ ริกกี้ว่าริกกี้เข้าไปช่วยดีกว่าไหม ดูท่าพี่จะไม่เชื่อที่ริกกี้จะให้พี่ชางมินมาคอยดูแลพี่จุนซูนะ” ยูฮวานหันไปกระซิบกันคุณนายปาร์ค

“ดีๆ เข้าไปเลย” ยูฮวานลุกขึ้นเดินไปหาชางมินทันที

“พี่ชางมิน ดูแลพี่จุนซูดีหรือเปล่าเนี่ย ดูสิ ให้พี่จุนซูกินแค่นี้ได้ยังไง” ยูฮวานเดินเข้ามาทำเป็นดูนั่นดูนี่

“ริกกี้ มาพาแฟนเราไปได้แล้ว พี่ดูแลจุนซูเองได้” ยูชอนทำน้ำเสียงไม่พอใจที่น้องชายปล่อยให้ชางมินมาคอยตอแยคุณเลขา

“แต่ พี่ชายก็มีคุณเจสสิก้าให้ดูแลอยู่แล้วนี่ พี่จุนซูก็ให้พี่ชางมินเขาดูแลแล้วกัน” ยูชอนชักเห็นความไม่ชอบมาพากล อยู่ดีๆคนขึ้หึงอย่างน้องชายเขาทำไมใจดีให้ชางมินมาดูแลจุนซู ทั้งๆที่เห็นชัดๆว่าไอ้มินมันจ้องจะเคลมคุณเลขาขนาดนั้น

“แต่จุนซู เป็นแฟนพี่ พี่ดูแลเองได้ไม่ต้องให้ใครมาช่วยหรอกน่า ริกกี้พาชางมินไปได้แล้ว” ยูชอนโบกมือไล่ทั้งเพื่อนทั้งน้องพร้อมๆกัน แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ยูฮวานยังหันไปสั่งความชางมินให้พี่ชายได้ยินชัดๆเต็ม2หู

“ไม่ ต้องมาไล่เลยพี่มิกกี้ ริกกี้อ่ะ อยากให้พี่ชางมินกับพี่จุนซูเขาสนิทกัน อีกไม่นานก็ต้องมาเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว ก็ต้องเริ่มทำความคุ้นเคยตั้งแต่ตอนนี้จริงไหม พี่ชางมิน ดูแลพี่จุนซูดีๆนะ ริกกี้จะไปนั่งทางโน้นกับคุณแม่ ฝากด้วยนะจ้ะที่รัก” ยูฮวานใช้มือเรียวหยิกแก้มชางมินแรงๆ1ทีด้วยความหมั่นไส้ ตามด้วยสายตาอาฆาตเล็กน้อยคอยดูเถอะพี่ชางมิน เสร็จงานนี้มีเคลียร์ ชางมินได้แต่ยิ้มรับ ร้องไม่ได้ เดี๋ยวเสียแผนหมด

“ได้จ้ะริกกี้ พี่จะดูแลคุณจุนซูอย่างดีไม่มีตกหล่นจ้ะ” ชางมินยกมือขึ้นลูบแก้ม อูย~ ดีนะที่เราดำ ไม่งั้นคงเห็นรอยแดงเทือกแน่ๆเลย

“พี่ จุนซูตามสบายนะฮะ จะเอาอะไรบอกพี่ชางมินได้เลย วันนี้ริกกี้ยกให้1วัน” จุนซูได้แต่พยักหน้ารับ เพราะตอนนี้กำลังเคี้ยวไก่ตุ้ยๆ ไม่สามารถเปิดปากตอบรับใครได้ทั้งนั้น ยูฮวานยอมยิ้มกับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคุณพี่สะใภ้ อะไรมันจะน่ารักขนาดนี้ พี่มิกกี้ไม่หลงให้เตะเลยเอ้า ยูฮวานคิดพลางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม

“อ๊ะคุณจุนซูครับ ดูสิ ซอสเลอะปากหมดแล้วครับ” ชางมินทำท่าตกอกตกใจร้องเสียงดัง ส่วนคุณเลขาก็พยายามยกมือป้ายทางนั้นทางนี้ทีเผื่อว่ารอยเลอะมันจะออกไปบ้าง

“ไม่ครับๆๆ ไม่ใช่ตรงนั้น มานี่ดีกว่าผมเช็ดให้” ชางมินใช้มือข้างนึงเชยคางคุณเลขาขึ้น อีกมือนึงก็ใช้ผ้าเช็ดปากเนื้อนุ่มบนตักตัวเอง บรรจงซับเบาๆที่ข้างริมฝีปากคุณเลขา แถมยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เล็งซ้ายเล็งขวาดูว่ามันหมดหรือยัง แค่นั้นคุณเจ้านายก็ลุกพรวดพราด เดินอ้อมไปกระชากตัวคุณเลขาลากติดมือเข้าไปในตัวบ้านด้วยกัน แถมยังเดินผ่านเจสสิก้าที่เพิ่งกลับมาจากไปตักอาหารไปอย่างไม่สนใจ

“อ๊ะ~ คุณแม่ พี่มิกกี้ลากพี่จุนซูเข้าไปแล้ว ริกกี้ขอตามไปดูก่อนนะ เดี๋ยวริกกี้จะมารายงาน” ยูฮวานรีบวิ่งตามไปดูด้วยความอยากรู้ ถึงแม้จะเคืองที่เล่นสมจริงไปหน่อยก็เถอะ แต่ปฏิกิริยาตอบรับโอเค ยอมยกผลประโยชน์ให้จำเลย


“ยูชอน ยูชอนจะไปไหนล่ะ” เจสสิก้าตะโกน พลางวิ่งไปวางจานอาหารที่โต๊ะ กำลังจะวิ่งตามไป ชางมินก็มาดึงเอาไว้ซะก่อน

“อะไร กันคะคุณชางมิน มาจับฉันไว้ทำไม ฉันจะรีบตามยูชอนเข้าไป” เจสสิก้าหันมาถามชางมิน ทั้งๆที่อยากจะสะบัดแขนออกจะได้วิ่งตามยูชอนไป ติดตรงที่ชางมินจับไว้แน่นเหลือเกินสะบัดยังไงก็ไม่หลุด

“รออยู่ นี่แหละครับ ยูชอนเขามีธุระนิดหน่อยเดี๋ยวก็คงมา” แต่เจสสิก้าก็ยังฮึดฮัดอยู่ คุณนายปาร์คเห็นท่าไม่ดี รีบสะกิดยูริให้ออกไปขัดตาทัพไว้ก่อน ก่อนที่จะไปขัดคู่โน้นเขา

“คุณเจสสิก้าจะไปไหนเหรอคะ” ยูริทำทีเป็นเดินเข้ามาถาม

“คือ เจสจะตามยูชอนไปน่ะค่ะ ไม่รู้รีบไปไหน” ว่าแล้วก็ทำท่าจะเดินตามไปอีก ยูริรีบจับแขนอีกข้าง พาเจสสิก้ามานั่งที่โต๊ะก่อนที่จะมีการวิ่งตามไปจริงๆ

“ไม่ ต้องห่วงค่ะ ฉันว่าคุณทานอะไรก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวก็ออกมาค่ะ พี่ยูชอนมีธุระจริงๆค่ะ ใช่ไหมคะพี่ชางมิน” ชางมินพยักหน้า ในเมื่อทุกคนยืนยันอย่างนั้น เจสสิก้าก็ทำอะไรไม่ได้ จะดื้อวิ่งตามไปก็คงจะเสียมารยาทไปนิด จึงต้องจำใจนั่งรออยู่ที่โต๊ะต่อไป ยูริยิ้มให้อย่างอ่อนหวานก่อนจะเดินกลับไปประจำที่ผู้ชมริงไซด์ โดยมีคุณนายปาร์คส่งสัญญาโอเคให้อย่างรู้กัน


ยูชอนลากคุณเลขา เข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดจนถึงขีดสุด ร่างโปร่งลากคนตัวเล็กเข้ามาไกลจากสนามหลังบ้านพอสมควร ก่อนจะเหวี่ยงคนตัวเล็กลงไปนั่งที่โซฟาภายในห้องรับแขก

“โอ้ย~ เจ้านาย ทำอะไรเนี่ย ลากผมมาทำไง ผมยังกินไม่อิ่มเลยนะ” จุนซูที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองโอดครวญ

“ทำ อะไร นี่คุณไม่เห็นหัวผมเลยหรือไง ทำไมปล่อยให้ไอ้มินมันมาแตะเนื้อต้องตัวขนาดนั้น” ยูชอนตะโกนใส่คุณเลขา ที่ยังงงไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนเดิม

“อะไรเล่า ผมทำอะไร ผมกินของผมอยู่ดีๆ คุณก็ลากผมออกมา แล้วยังมาตะโกนใส่ผมอีก” จุนซูตีหน้ายุ่งไม่สบอารมณ์ที่ถูกแยกออกมาจากไก่ทอดคลุกซอสที่รัก

“กินอยู่ดีๆเหรอ แล้วที่ยื่นหน้าไปให้ไอ้มินมันเช็ดปากนั่นเขาเรียกว่าอะไรหา”

“ก็มันเปื้อน ผมหาไม่เจอเขาก็เช็ดให้มันก็เท่านั้น คุณจะมาโวยวายอะไรเนี่ย” จุนซูตวัดตามองคุณเจ้านายอย่างเคืองๆ

“โวยสิ คุณเป็นอะไรกับผมรู้ไหม”

“เป็น เจ้านายกับเลขาไง” คำตอบของคนตัวเล็กทำเอาคุณเจ้านายชะงัก เออ~ นั่นสิ เขาไม่ได้เป็นอะไรกับคุณเลขาที่หว่า แล้วเราจะมาหงุดหงิดหาพระแสงดาบอะไรฟะ ก่อนที่ยูชอนจะปัดความคิดพวกนั้นไปให้พ้นๆ

“ผมหมายถึงคุณมาที่นี่ในฐานะอะไร แฟนผมใช่ไหม แล้วทำไมถึงให้ผู้ชายคนอื่นมาแตะตัวคุณอย่างนั้น แม่ผมจะคิดว่ายังไง”

“จะว่ายังไง ก็คงไม่ว่ามั้ง ก็ทีคุณยังมีคุณเจสสิก้าขาวีนควงมาได้เลยนี่” จุนซูตอบ

“คุณหึงเหรอ” ยูชอนถามยิ้มๆอย่างมีความหวัง

“ใคร จะไปหึงคุณ บ้าหรือเปล่า คุณจะพาใครมากี่ร้อยคนมันก็เรื่องของคุณสิ “ แต่แล้วก็ดับวูบลงด้วยคำตอบของคุณเลขา ยูชอนได้แต่ฮึดฮัด อะไรเนี่ย ไม่สนเลยหรือไง รู้งี้ไม่ตามยัยถ่วงนั่นมาดีกว่า เสียเวลาชะมัด ยูชอนยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ที่แผนของเขาไม่ได้ผล หันหลังไปสบถกับตัวเอง สักพักเขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้

“นี่คุณ ลืมอะไรไปหรือเปล่า”

“อะไร”

“ก็ เจสสิก้าไง คุณปล่อยให้มาตอแยกับผมได้ยังไง นั่นมันผู้หญิงในแบล็คลิสต์ของผมนะ ทำอย่างนี้ผมคงต้องหักเงินคุณแล้วมั้ง” ยูชอนกอดอกมองดูคุณเลขาที่กำลังตาโตเหมือนนึกอะไรได้

“อะไร ที่นี่ไม่ใช่ที่ทำงานสักหน่อย ทำไมผมต้องโดนหักด้วยล่ะ”

“ไม่ เกี่ยว ผมบอกแล้วไง คุณมีหน้าที่กันสาวๆในแบล็คลิสต์ คุณก็ต้องทำทุกที่ทุกเวลา ไป ทำหน้าที่ของคุณได้แล้ว” ยูชอนฉุดคุณเลขาขึ้นมายืน ก่อนจะโอบไหล่พาเดินออกไปด้วยกัน

“เดี๋ยว” ยูชอนเลิกคิ้ว คุณเลขาควักสมุดจดที่แอบเอาใส่กระเป๋ากางเกงตอนเปลี่ยนชุดขึ้นมาจด

“โอบอีก1 ไปได้” จดเสร็จก็พับสมุดใส่กระเป๋าเรียบร้อย

“นี่ คุณยังพกสมุดนี่ติดตัวด้วยเหรอ” ยูชอนถามยิ้มๆ ขำคนงกตลอดเวลา

“แน่นอน วันนี้ได้หลายล้านแล้วด้วย” จุนซูเชิดหน้าด้วยความภูมิใจ ยูชอนหยุดเดิน ก้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหู

“แล้วบนห้องน่ะ คิดเท่าไหร่ แยกถูกไหมหรือจะให้ทำอีกที”

“ไม่ต้อง บนห้องผมคิดรวมๆไว้แล้ว ล้านนึง คุณเล่นจูบซะนาน ยังมีรอยนี่อีก คิดทบต้นทบดอกให้หมดเลย” จุนซูชี้นิ้วไปที่รอยจางๆบนต้นคอ

“ล้านนึงเหรอ งั้นเดี๋ยวผมแถมให้อีกล้านนึงเลยเอาไหม แต่ขอทำรอยอย่างนี้ทั่วตัวโอเคไหม” ยูชอนปรายตามองคุณเลขาทั่วทั้งตัว

“ไม่ เอา เรื่องอะไร เจ็บจะตายไป” ว่าแล้วคุณเลขาก็สะบัดตัวออกจากวงแขนของคุณเจ้านาย เดินนำลิ่วๆไปข้างนอก ปล่อยให้คุณเจ้านายยืนหัวเราะคนเดียว ก่อนที่จะรู้สึกตัวว่า ความหงุดหงิดเมื่อกี้มันหายไปตั้งครึ่ง คอยดูเถอะไอ้มิน ฉันจะไปแสดงฉากเลิฟซีนต่อหน้าแก เอาให้รู้ไปเลยว่าของใครเป็นของใคร

“คุณๆ” ยูชอนตะโกนเรียก ทำให้คุณเลขาต้องหันกลับมามอง

“คราว นี้ขอแรงๆหน่อยนะ เอาให้กระเด็นไปเลยไม่กลับมาติดหนึบอีกอ่ะ” ยูชอนบอกบทกับคุณเลขา ทำเอาคนตัวเล็กน่ามุ่ย แรงขนาดไหนเนี่ยถึงจะยอมไป เฮ้อ~ จุนซูเซ็ง

ทางด้านยูฮวานที่แอบตามมาดูแต่อยู่ไกลไปหน่อยเลยไม่ ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ก็ต้องผิดหวังอย่างแรงที่ไม่มีฉากเลิฟซีน คิดว่าพี่ชายจะกระชากตัวว่าที่พี่สะใภ้มาจูบซะอีก สงสัยยังเร่งปฏิกิริยาไม่พอ ต้องไปปรึกษาคุณแม่สักหน่อยแล้ว ยูฮวานรีบวิ่งปรู๊ดไปอีกข้างเพื่อกลับไปนั่งประจำที่ ทันทีที่ถึงโต๊ะ คุณนายปาร์คก็หันมองหน้าลูกชายคนเล็กลุ้นๆ แต่คำตอบกลับเป็นส่ายหัวเฉยๆ คุณนายปาร์ถึงกับเซ็งที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

“จะไปไหนครับคุณเจสสิก้า” ชางมินถามเมื่อเห็นสาวสวยกำลังจะเข้าไปในบ้าน

“ไปตามยูชอนน่ะสิคะ เจสเห็นเข้าไปนานแล้ว” เจสสิก้าตอบ

“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวเขาก็ออกมา”

“ไม่ ดีกว่าค่ะ เจสไปตามดีกว่า” ใจจริงอยากรู้ด้วยว่าคนที่ยูชอนลากเข้าไปเป็นใคร เมื่อกี้มองไม่ถนัด รู้แต่ว่ามีบางอย่างที่มันคุ้นๆตาอยู่

“โน่น เขาออกมาแล้วครับ” ชางมินยืนขึ้น ต้อนรับคนน่ารักที่เดินหน้ามุ่ยออกมา สมองเล็กๆกำลังคิดวิธีกำจัดยัยตังเม ก่อนที่ดุลในบัญชีมันจะขาดไปแสนนึงเพราะคุณเจ้านายยื่นคำขาดว่าจะตัดเงิน

“มาแล้วเหรอครับ มีอะไรกันหรือเปล่าเอ่ย” ชางมินถาม

“ไม่ มีอะไรหรอกครับคุณชางมิน ทานต่อเถอะ” จุนซูทรุดนั่งข้างๆชางมินก่อน สักพักคุณเจ้านายก็เดินตามออกมา ท่ามกลางความผิดหวังของผู้ชมริงไซด์

“เขาไม่ได้ทำอะไรกันเลยจริงๆเหรอริกกี้” คุณนายปาร์คกระซิบ

“ไม่ มีฮะคุณแม่ ริกกี้ก็ลุ้นจะตายตอนพี่มิกกี้เหวี่ยงพี่จุนซูไปที่โซฟานะ ริกกี้นึกว่าพี่มิกกี้จะตามประกบสักหน่อย เปล่าเลย ยืนพูดอะไรกันก็ไม่รู้ตั้งนาน แล้วเขาก็เดินออกมาเนี่ย” ยูฮวานรายงานเป็นฉากๆ คุณนายปาร์คพยักหน้าเนือยๆ ก่อนจะหันไปสนใจเหตุการณ์ตรงหน้า

“ยูชอนคะหายไปไหนมา มาค่ะเจสตักอาหารไว้ให้เยอะแยะเลยมาทานนะคะ” เจสสิก้าเดินไปควงแขนยูชอนเข้ามานั่งที่โต๊ะ

“นี่ ค่ะ เห็นไหม ของชอบของคุณทั้งนั้นเลยค่ะ มาค่ะเจสป้อน” เจสสิก้าตักอาหารขึ้นมาจ่อที่ปากยูชอน ในขณะที่คุณเจ้านายส่งซิกให้คุณเลขารีบจัดการ คนตัวเล็กได้แต่ลอบถอนใจ ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเอง ไปนั่งที่เท้าแขนเก้าอี้ของคุณเจ้านาย พอก้นนิ่มนั่งที่เท้าแขนปุ๊บ แขนแข็งแรงของคุณเจ้านายก็กอดเอวไว้ปั๊บ สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมริงไซด์และเจสสิก้าอย่างมาก

“โธ่~ คุณนี่ไม่เข็ดแหะ พี่ยูชอนเขามีแฟนแล้ว คุณก็ยังมาตามตอแยเขาอีก คุณนี่เป็นคนยังไงนะ สวยก็สวยไม่น่าคิดสั้นเลย” จุนซูพูดเสียงดัง เน้นคำว่าพี่ยูชอนหวานเจี๊ยบ เล่นเอาเจ้าของชื่ออมยิ้มอย่างถูกใจ มือบางของคุณเลขาเอื้อมมือไปหยิบช้อนออกจากมือยัยตังเมง่ายๆเพราะคนตรงหน้า กำลังช็อค

“พี่ยูชอน น่าตีจริงๆ ทำไมไปกินของที่คนอื่นป้อนล่ะ ทีหลังอย่าทำอีกรู้ไหม ไม่งั้นคราวหน้าจุนซูจะงอนนะ” คุณเลขาใช้มือข้างที่ว่างตบไปที่บ่าของคุณเจ้านายเบาๆอย่าน่ารัก ประกอบคำพูด

“ก็จุนซูไม่ยอมมาป้อนพี่เองนี่นา มัวแต่กินอยู่คนเดียวพี่ก็ต้องให้คนอื่นป้อนน่ะสิ” ยูชอนรับสมอ้างต่อทันที

“นี่มันอะไรกันคะ ยูชอน มันเป็นใคร อย่าบอกนะว่านอกจากตาเฉิ่มนั่นแล้วคุณยังมีผู้ชายในสต๊อกคนอื่นอีก” เจสสิก้าละลำละลักถาม

“เฮ้อ~ สมองเสื่อมหรือความจำสั้นเนี่ย นี่เป็นครั้งที่3แล้วนะที่เราเจอกัน ทุกครั้งคุณก็จะบอกว่าจำผมไม่ได้อย่างนี้ทุกที พี่ยูชอนนี่มีผู้หญิงในสต๊อกแต่ละคนความจำสั้นทั้งนั้นเลยเหรอ” จุนซูแสร้งถอนหายใจก่อนตอบพร้อมทั้งหันไปส่งสายตาหวานเยิ้มให้คุณเจ้านายอีก ด้วย เจสสิก้ายิ่งงงใหญ่ นี่เธอเคยเห็นหมอนี่จริงๆเหรอ

“นี่ฉัน ถามดีๆนะ ตอบดีๆหน่อยไม่ได้หรือไง คนอะไรกินก็ไม่สุภาพแล้วยังทำตัวต่ำๆอีก ตั้งแต่ฉันมานั่งฉันเห็นนายกินเอาๆอยู่นั่นแหละ” เจสสิก้าตอบกลับ หญิงสาวพยายามเดินเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากคนตัวเล็กให้ลงมาจากที่เท้าแขน แต่ก็ไม่เป็นผล ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุณเลขาขืนตัวไว้ หรือคุณเจ้านายกอดไว้แน่นกันแน่

“ต่ำอีกแล้ว คำก็ต่ำสองคำก็ต่ำ ผมบอกแล้วไง ผมสูงกว่าคุณ สมองเสื่อมจริงๆแน่ๆ พี่ยูชอนบอกเขาไปสิว่าจุนซูไม่สุภาพจริงๆเหรอ จุนซูเสียใจอ่ะ ทำไมเขาต้องว่าจุนซูอย่างนั้นด้วยอ่ะพี่ยูชอน จุนซูไม่เข้าใจ” คุณเลขาตอบพร้อมเอนหัวทุยเข้าไปซบตรงบ่าเจ้านายอย่างออดอ้อน เจสสิก้ายิ่งปรี๊ดหนัก

“ไม่หรอกครับ จุนซูของพี่ออกจะน่ารักขนาดนี้” ยูชอนอมยิ้ม วันนี้คุณเลขาเล่นดีแหะ ตีบทกระจาย ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกวันจะเป็นยังไงน้า

“ฉัน ถามก็ตอบมาเร็ว เป็นใครมาจากไหน เป็นผู้ชายในสต๊อกอีกคนรึไง” จุนซูถอนใจก่อนจะเอนหัวขึ้นมาจากบ่ากว้างของคุณเจ้านายและหันมาตอบคำถามกับ เจสสิก้า

“เอาล่ะๆ ผมจะบอกให้ก็ได้ ผมก็คือเลขาคุณเจ้านายที่คุณไปยื่นความจำนงขอเข้าพบ และวันนั้นคุณก็เป็นแฟนลำดับที่10ของวันของคุณเจ้านายไง ทีนี้จำได้หรือยัง” จุนซูแจกแจงอย่างละเอียดถี่ยิบ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เจสสิก้าตกใจ เพราะสิ่งที่หน้าตกใจกว่าตอนนี้คือ หน้าตา เสื้อผ้า หรือแม้แต่ผมเผ้า เจสสิก้าสูดหายใจเข้าปอดอย่างแรง ก่อนจะค่อยๆทบทวนความจำ เกี่ยวกับตาเฉิ่มที่จนบัดนี้ยังจำได้ติดตาทุกรายละเอียด

ทรงผมเรียบแปล้ปาดข้าง > > ทรงผมทันสมัยเฉี่ยวมีสไตล์
เสื้อเชื้อตัวโคร่งลายทาง > > เสื้อยืดเพ้นท์เก๋ๆ คอปาด
กางเกงทรงลุงย้วยๆๆ > > กางเกงทรงเดฟเอวต่ำ
เน็คไทด์เท่าฝาบ้าน > > สร้อยสีเงินเก๋ไก๋รูปกางเขนยาวจรดอก แถมแหวน เลท ต่างหู (ที่ซันนี่โปะให้)

“ไม่ จริ๊งงงงงงงงงง!!!!!” เจสสิก้าตะโกนดังลั่น เจสสิก้าผู้สวยเฉี่ยวกำลังเสียจริตแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ร่างบางลุกขึ้นยืน นิ้วเรียวตกแต่งเล็บอย่างดีและเคลือบด้วยสีแดงแปร๊ดชี้ไปที่เป้าหมายข้าง หน้าด้วยมืออันสั่นเทา

“แก แก นี่แกคือตาเฉิ่มคนนั้นจริงๆเหรอ”

“ก็ ใช่น่ะสิ ผมถึงได้บอกว่าคุณความจำสั้นไง ถามทุกครั้งที่เจอผมเลยนะ โอ้ย~ แล้วเลิกตะโกนได้ไหม ปวดหูไปหมดแล้วเนี่ย พี่ยูชอนจุนซูปวดหูอ่ะ ทำไมเขาต้องตะโกนเสียงดังด้วยอ่ะ จุนซูตกใจหมดเลย” คุณเลขาหันไปออดอ้อนคุณเจ้านายต่อ แถมยังยกมือทาบอกประกอบอาการให้รู้ว่าตกใจด้วย

“โอ๋ๆๆ ไม่เป็นไรนะครับที่รัก เดี๋ยวพี่ซื้อที่กรองเสียงให้ไหมครับจะได้ไม่ระคายหูที่รักอีก” จุนซูรีบพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยทันที

“หนูเจสกับหนูจุนซูเขาเป็นอะไรกันน่ะ ทำไมอยู่ดีๆก็ลุกขึ้นมาเต้นเป็นเจ้าเข้าอย่างนั้นล่ะ” คุณนายปาร์คกระซิบถามลูกทีม

“ยูริว่าเขาคงจะเคยเจอกันที่บริษัทมั้งคะ เพราะคุณจุนซูเป็นเลขาพี่ยูชอนนี่คะคุณป้า”

“อ๋อ จริงสิ มิน่ายัยเจสถึงได้ตกใจขนาดนั้น สงสัยเคยเจอหนูจุนซูตอนที่ใส่ชุดเรทโทรอยู่ล่ะมั้ง แต่หนูจุนซูนี่ก็ไม่ธรรมดานะเนี่ย ดูสิไม่มียอมอ่อนข้อให้เลย” คุณนายปาร์คพยักหน้า ก่อนจะตั้งใจฟังบทสนทนาข้างหน้าต่อไป

“นี่แก ลงทุนไปศัลยกรรมมาเพื่อจับยูชอนของฉันโดยเฉพาะเลยหรือไง ถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ แกนี่มันหน้าด้านจริงๆเลย” เจสสิก้าตะโกนสุดเสียง

“พี่ ยูชอน ดูสิเค้าว่าจุนซูไปทำศัลยกรรมอ่ะ พี่ยูชอนช่วยดูหน่อยสิว่าจุนซูมีตะเข็บสอยตรงไหนหรือเปล่า ดูใกล้ๆหน่อยนะจะได้เห็นชัดๆ” จุนซูยื่นหน้าเข้าไปใกล้ร่างโปร่ง หันซ้ายหันขวาให้ดู ตอนแรกว่าจะแหวกเสื้อด้วยแต่ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวเจ้านายมันจะหื่นยิ่งกว่านี้ อีกอย่างแหวกเสื้อไม่อยู่ในข้อตกลงเก็บเงินไม่ได้ด้วย แต่แค่นี้ก็เรียกเสียงกรี๊ดเดซิเบลสูงจากเจสสิก้าได้แล้ว ทำเอาผู้ชมริงไซด์ทั้งหลายหูดับไปชั่วขณะตามๆกัน

“โอ้ย คุณ เบาๆหน่อยสิ อยู่ใกล้แค่นี้ไม่ต้องเสียงดังก็ได้ แล้วอย่างผมน่ะไม่ต้องพึ่งมีดหมอหรอก ไม่เหมือน...” จุนซูไม่พูดต่อมีแต่สายตาที่ปรายมองคนตรงหน้า

“เหมือนอะไร พูดให้มันดีๆนะ”

“ไม่ รู้ เหมือนอะไรก็ไปคิดเอง อย่ามาตะโกนแถวนี้ได้ไหม หนวกหูจริงๆ” จุนซูไม่สนใจ หันกลับมาหาคุณเจ้านายถามเสียงหวานฉ่ำจนคุณเจ้านายถึงกลับเคลิ้ม

“พี่ ยูชอนจะกินอะไรดีฮะ เดี๋ยวจุนซูป้อนให้ แต่ต้องป้อนตามแบบจุนซูถนัดนะ” คุณาเลขาเอนตัวไปพิงคุณเจ้านาย แขนเรียววางพาดไว้ที่บ่ากว้างข้างนึง มือข้างที่ว่างก็ชี้ชวนให้ดูของต่างๆบนโต๊ะ แถมด้วยเอียงคอถามอย่างน่ารัก

“อะไรก็ได้จ้ะ ถ้าจุนซูป้อนให้พี่กินทั้งนั้น”

จุน ซูยิ้มจนหวานหยดแต่ในใจกำลังคิดว่ากินได้หมดแน่นะเจ้านาย เดี๋ยวพ่อตักพริกให้กินดูสิจะกินไหวไหม แต่ปากกลับฉีกยิ้มหวานจ๋อย มือบางหันไปหยิบสตอเบอร์รี่ที่วางอยู่บนช็อตเค้กลูกโตขึ้นมาคาบเอาไว้ ก่อนจะก้มลงไปป้อนคุณเจ้านายด้วยปากพยายามไม่ให้ริมฝีปากแตะกัน เพราะมันเป็นแค่ฉากหนึ่งของการแสดงเพื่อไล่ยัยตังเมออกไปอย่างถาวรเท่านั้น

แต่ คุณเลขาพลาดอย่างหนัก เพราะทันทีที่สตอเบอร์รี่แตะปาก คุณเจ้านายก็ใช้ลิ้นเขี่ยสตอเบอร์รี่เข้าไปไว้ในปากตัวเอง มือเรียวเลื่อนจากที่โอบเอวคุณเลขาไว้ เปลี่ยนมากดท้ายทอยของคุณเลขาให้ริมฝีปากแนบชิดมากยิ่งขึ้น จุนซูตกใจกับการกระทำของคุณเจ้านาย แต่ก็ขัดขืนไม่ได้เลยต้องปล่อยเลยตามเลย และเพื่อความสมจริง แขนเรียวทั้งสองข้างก็ยกขึ้นโอบรอบคอแกร่งของคุณเจ้านาย กลายเป็นภาพสวีทหวานแหววของคนรักกันที่สวีทแบบไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม โลกนี้มีแต่สองเราเท่านั้น

ยูชอนขบสตอเบอร์รี่ในปากให้แตกออกจาก กัน รสหวานอมเปรี้ยวของสตอเบอร์รี่ปนกับความหอมหวานในโพรงปากของคุณเลขาทำให้ ร่างโปร่งลืมตัว ยกมืออีกข้างรั้งให้คุณเลขาลงมานั่งบนตัก ก่อนจะลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังนุ่มมือที่สัมผัสได้ถึงแม้จะมีผ้ากั้นเอาไว้ชั้น นึงก็ตาม และอาจจะต่อไปมากกว่านั้นถ้าไม่มีเสียงกรี๊ดแปดหลอดดังขัดขึ้น

~ กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!! ~

จุน ซูพยายามดันตัวออกจากคุณเจ้านายอย่างแนบเนียนโดยไม่มีใครสงสัย ทั้งๆความจริงแล้วคนตัวเล็กใช้มือที่โอบรอบคอแกร่งจิกลงไปที่หลังทำให้คุณ เจ้านายสะดุ้ง จะได้ปล่อยสักที หายใจไม่ออก ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มหันไปมองเจสสิก้าที่ตอนนี้หน้าแดงไปด้วยความโกรธ

“เป็น อะไรไป ไม่เคยเห็นแฟนเขาสวีทกันหรือไง กรี๊ดทำไม เสียบรรยากาศหมด” จุนซูใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามริมฝีปากของร่างโปร่ง เพื่อเช็ดคราบสตอเบอร์รี่ แล้วยกขึ้นมาเลียยั่วโมโหยัยตังเม ไม่ได้รู้เลยว่าท่าทางแบบนั้นมันยั่วอย่างอื่นของคุณเจ้านายให้ขึ้นตามไป ด้วย

“แก .. ไอ้หน้าด้าน แกทำอย่างนี้ต่อหน้าคนอื่นได้ยังไงหา หน้าไม่อาย” เจสสิก้าสรรหาคำด่าทอสารพัดเพื่อจะด่าให้หายแค้น แต่คุณเลขาก็ไม่ยี่หระ ยักไหล่ตอบเสียงใส

“โอ้ย~ อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าหน้าด้านหรอก เขาเป็นแฟนกันเขาก็ทำกันอย่างนี้แหละ คุณล่ะเป็นอะไรกับเขา มายืนเต้นแร้งเต้นกาอยู่ได้ กลับบ้านไปไป๊ แล้วอย่ากลับมาให้เห็นอีกนะ ถ้ารอบหน้าผมยังเห็นคุณมาป้วนเปี้ยนอยู่กับแฟนผมล่ะก็ ผมจะไปเรียกนักข่าวมาทำข่าวคุณหนูไฮโซตกอับ ต้องแย่งแฟนชาวบ้าน” คุณเลขาใส่เป็นชุด เรียกรอยยิ้มจากคุณเจ้านาย และผู้ชมริงไซด์ได้อย่างดี มีแต่เจสสิก้าเท่านั้นที่ปรี๊ดปรอทแตก

“เชิญพวกแกตามสบายเถอะ ฉันไม่สนแล้ว ทำไมคนอย่างฉันต้องลดตัวไปแย่งผู้ชายกับแกด้วย คนอะไรผู้หญิงมีไม่เอา ดันไปคว้าผู้ชายเฉิ่มๆมาควง ลาก่อน ลาขาดชาตินี้ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด” เจสสิก้าคว้ากระเป๋าเดินปึงปังออกไปไม่ล่ำลาใครสักคน ทันทีที่เจสสิก้าเดินออกไป คุณเลขาก็ลุกขึ้นจากตักปั๊บ กลับไปนั่งกินอาหารของตัวเองเหมือนเดิม ทำเหมือนเมื่อกี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ริกกี้ส่งสัญญาณเรียกให้ชางมินกลับมานั่งด้วยกันทันที

“มันต้องอย่าง นี้สิหนูจุนซู ยูริ ริกกี้ แม่ว่าแม่ได้คนที่เหมาะกับยูชอนแล้วล่ะ ไม่ต้องผ่านการทดสอบอะไรแล้ว แม่ว่าคนนี้ล่ะเหมาะสม ฟันธง”

“คุณป้าแน่ใจได้ยังไงคะ” ยูริหันมาถาม เพราะไม่เข้าใจว่าคุณนายปาร์คเอาอะไรมาตัดสิน ทำไมถึงได้มั่นใจมากขนาดนี้

“ก็ นี่ไง คนแบบนี้แหละเหมาะจะรับมือกับบรรดาสาวๆของยูชอน ขนาดยัยเจสที่ป้าปวดหัวมาหลายวันกว่าจะรับมือได้ แต่หนูจุนซูเข้าไปทีเดียว ยัยเจสวิ่งออกไปเลย แบบนี้สิถึงจะแน่จริง” คุณนายปาร์คยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในความสามารถของว่าที่ลูกสะใภ้

“รับมือสาวๆได้ แต่จะรับมือกับความเจ้าชู้ของพี่ยูชอนได้เหรอคะ” ยูริถาม

“เออ นั่นสิ ไม่เป็นไรเดี๋ยวดูกันไปเรื่อยๆ ยังไม่เสร็จศึกอย่างเพิ่งนับศพศัตรู เดี๋ยวรอดูเหตุการณ์ก่อน แต่ป้ามั่นใจขึ้นมาอีกอย่างแล้วล่ะ” ทุกคนหันไปมองหน้าคุณนายปาร์ค

“ป้าว่าตามิกกี้รักหนูจุนซูแน่ๆ ดูสิ มองหนูจุนซูอย่างกับจะกินเข้าไปอยู่แล้ว” คุณนายปาร์คยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คราวนี้ลูกชายจะเลิกเจ้าชู้สักที

“แต่ริกกี้เห็นตรงข้ามกับคุณแม่นะฮะ”

“อะไรล่ะ”

“ก็ ริกกี้ไม่เห็นพี่จุนซูเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรกับพี่ชายเลยอ่ะ จูบกันขนาดนั้นยังกลับมานั่งกินต่อเฉยเลย แต่ดูพี่ชายสิ เพ้อไปถึงไหนๆแล้ว” ยูฮวานพูด ทุกคนหันไปมองภาพตรงหน้า เห็นยูชอนกำลังนั่งมองดูคุณเลขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว แถมด้วยสายตาหวานเยิ้ม ซึ่งถึงจะส่งยังไงคุณเลขาก็ไม่มีวันได้เห็น เพราะคนตัวเล็กก้มหน้าก้มตากินอย่าเอาเป็นเอาตายขนาดนั้น

“เออนั่นสิ แม่ก็เพิ่งสังเกต นี่ตกลงลูกฉันรักเขาข้างเดียวเหรอเนี่ย” คุณนายปาร์คยกมือทาบอก

“สงสัย จะใช่ครับ ทุกทีผมไม่เคยเห็นไอ้ยูชอนมันจะหวงใครออกนอกหน้าขนาดนี้ สาวๆที่มันควงส่วนใหญ่ พอเบื่อมันก็เขี่ยทิ้งเหมือนเขี่ยยัยเจสเมื่อกี้ แต่คุณจุนซูเนี่ย แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย” ชางมินออกความคิดเห็น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“เอาล่ะ เป็นอันว่าวันนี้แม่ได้ผลที่น่าพอแล้วใจแล้ว ต่อไปเราก็คอยลุ้นว่าเมื่อไหร่หนูจุนซูจะหันมาหาตามิกกี้สักที”

“แล้วถ้าพี่จุนซูไม่หันมามองล่ะฮะแม่” ยูฮวานถาม

“ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคิดกันอีกทีแล้วกัน สงสัยต้องมีการระดมพลช่วยดันหนูจุนซูเข้าอวยกันมั่งล่ะ”


หลัง จากจบงานพรีปาร์ตี้ของคุณนายปาร์คเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ ยูฮวานเดินไปส่งชางมินที่รถ ในขณะที่คุณนายปาร์คเดินโอบเอวว่าที่ลูกสะใภ้มาส่งถึงที่รถตู้

“หนูจุนซูกลับบ้านดีๆนะจ้ะ แล้วอย่าลืมเอาชุดเรทโทรของหนูใส่รถตู้แม่กลับมาด้วยนะ” คุณนายปาร์คสั่ง

“ฮะ ขอบคุณคุณแม่มากฮะที่ซื้อของให้จุนซู”

“ไม่ เป็นไรจ้ะ แค่นี้เล็กน้อย นี่ยังไม่ได้ซื้ออีกหลายอย่างเลยนะ ไว้วันไหนว่างๆ แม่จะให้ตามิกกี้ไปรับมาหาแม่ดีไหมจ้ะ” คุณนายปาร์คตอบ

“เอ่อ ไม่รบกวนเจ้า..เอ๊ยพี่ยูชอนดีกว่าฮะ แค่นี้จุนซูก็คงใส่ไม่หมดแล้ว อีกอย่าง จะเอาไปเก็บที่ไหนยังไม่รู้เลย”

“เออ ตายจริง แม่ก็ลืมไป ขอโทษนะจ้ะ เดี๋ยวแม่ซื้อตู้ให้สัก2-3ใบดีไหม จะได้มีที่เก็บ ตายล่ะมัวแต่ซื้อของลืมที่ใส่เลย” คุณนายปาร์คบ่นความสะเพร่าของตัวเอง

“ไม่เป็นไรฮะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวจุนซูจะพับๆเก็บไว้ในกล่อง พอใส่ชุดไหนเบื่อแล้วค่อยเอาชุดใหม่มาใส่” จุนซูตอบ ตามสไตล์คนประหยัด

“ไม่ ได้ๆๆ จะใส่ซ้ำๆกันอย่างนั้นได้ยังไง ไม่เอาจ้ะ เอาอย่างที่แม่บอกนั่นแหละ เดี๋ยวจะให้คนส่งตู้ไปให้นะจ้ะ เอ~ ตู้มันอาจจะเกะกะ เอางี้เดี๋ยวแม่จะเรียกช่างไปสร้างห้องแต่งตัวแบบBuilt-in ให้เลยดีกว่า จะได้วางของได้เยอะๆหน่อย”

“คือว่า...”

“ไม่จ้ะๆ แม่ทำให้เอง เอาล่ะดึกมากแล้วกลับบ้านไปพักผ่อนนะจ้ะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก” คุณนายปาร์ครั้งตัวคุณเลขาเข้ามากอด หอมแก้มข้างละฟอด ก่อนจะปล่อยตัวคุณเลขาขึ้นรถตู้ไป

“เดี๋ยวสิ ผมยังไม่ได้ลาคุณเลยนะ” ยูชอนรั้งตัวคุณเลขาไว้ก่อน

“ตา มิกกี้ อย่ากวนน้องนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก แม่อุตส่าห์ไม่ให้เราไปส่งเพราะเดี๋ยวไปกวนเวลาพักผ่อนของน้องเขา” คุณนายปาร์คหันมาสำทับคุณลูกชาย

“ครับๆ ผมรู้แล้วน่า ถ้ากลัวจะนอนไม่พอก็ให้นอนที่นี่ซะก็สิ้นเรื่อง” ยูชอนตอบ คนเป็นแม่ก็เห็นดีด้วย แต่ไม่ทันที่ทุกคนจะพูดอะไร จุนซูรีบพูดขัดขึ้นก่อน

“ไม่ดีกว่าฮะ จุนซูเคยนอนที่บ้านไม่เคยไปค้างที่ไหน จุนซูเป็นห่วงบ้านด้วยฮะ”

“งั้นก็ไม่เป็นไร ตามิกกี้ อย่ารั้งน้องไว้นานนะ” คุณนายปาร์คสั่ง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปพร้อมๆกับยูริแลยูฮวาน

“มีอะไรอีกล่ะเจ้านาย” คุณเลขาเริ่มบ่น ก็วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน อยากกลับไปรักกับคุณที่นอนจะตายอยู่แล้ว

“ผมยังไม่ได้ลาคุณเลยนี่” ยูชอนพูด

“ก็ ลาซะสิ จะได้กลับง่วงแล้วรู้ไหม” คุณเลขาเริ่มงอแง ตามแบบฉบับน้องคนเล็กของพี่แจจุง ที่เวลาง่วงนอนจะงี่เง่าเป็นพิเศษ ยูชอนยิ้ม มือเรียวเชยคางคุณเลขาขึ้นมา กดจูบเบาๆหนึ่งที เล่นเอาคุณเลขาหน้ามุ่ย

“อะไรเนี่ย อีกแล้วเหรอ วันนี้ผมโดนคุณจูบไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย” คนตัวเล็กยกนิ้วขึ้นมานั่งนับ เผื่อจดขาด

“ความจริงผมอยากจะจูบนานกว่านี้อีกหน่อย แต่กลัวคุณขาดใจตายซะก่อน”

“โห~ นี่ขนาดกลัวนะเกือบขาดใจตายทุกรอบ” จุนซูตอบ ยูชอนได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ ทำไมถึงได้พูดออกมาง่ายๆอย่างนั้นน้า ไม่มีเขินบ้างเลยหรือไง

“ผมถาม จริงเถอะ คุณไปหัดไอ้ท่าทางลูกแมวยั่วเอ่อ ... ประสาทอย่างเมื่อกี้มาจากไหน” ยูชอนถาม ความจริงมันยั่วสวาทมากกว่า แต่ไม่กล้าถาม กลัวคุณเลขาไม่ยอมทำอีก

“ในโทรทัศน์ไง เห็นในละครเขาทำกัน ทำทีไรตัวอิจฉาวิ่งหนีหายไปทุกคนเลยยืมมาใช้ ไม่คิดว่าจะได้ผลจริงๆแหะ”

“เคยไปทำกับคนอื่นมาหรือเปล่า”

“ไม่เคยหรอก ผมจะไปทำกับใครเขาล่ะ”

“ดี ทีหลังอย่าไปทำอย่างนี้ให้ใครเห็นอีกรู้ไหม ทำกับผมได้คนเดียวเท่านั้น” ยูชอนสั่ง แต่คุณเลขาได้แต่ย่นจมูก

“กับ คุณก็ไม่ทำแล้ว คนอะไรฉวยโอกาส เดี๋ยวต้องกลับไปนับดีๆว่ากี่ทีกันแน่ โอ้ย~ ทีหลังอย่าจูบถี่นักสิ จดไม่ทันอ่ะ” คุณเลขาหน้ามุ่ยหลังจากยกนิ้วมานับก็แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะนับถ้วนหรือเปล่า ยูชอนหัวเราะกับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคุณเลขา

“ทีหลังไม่ต้องจดก็ได้ เพราะผมจะจูบคุณทุกวัน เช้ากลางวันเย็น เหมาวันละล้านไปเลยก็ได้” จุนซูตาโต

“แล้วถ้าวันไหนไม่ได้จูบอ่ะ”

“ไม่ได้จูบก็จ่าย เพราะผมคิดว่าคนอย่างผมไม่มีทางพลาดหรอกน่า” จุนซูอมยิ้ม วันละล้าน เดือนกว่าก็ตามพี่แจทันแล้วสิ โอ้ย~ ดีจัง

“แต่ความจริงผมไม่ชอบให้คุณจูบเลยอ่ะ”

“ทำไมล่ะ”

“ก็ผมหายใจไม่ออกนี่ คุณจูบนานขึ้นทุกวันๆ ผมเหนื่อยนะเนี่ย” คุณเลขาเริ่มมีอาการประท้วง

“ช่วยไม่ได้ คุณน่ารักเองนี่นา” จุนซูตวัดตาขึ้นมองหน้าคุณเจ้านายเคืองๆ

“อย่ามาพูด ตอนที่ผมเฉิ่มคุณก็จูบเหมือนกันนั่นแหละ” เออแหะรู้ตัวด้วย

“เอา เป็นว่า ยังไงก็จูบ คุณไม่มีทางเลี่ยง กลับบ้านได้แล้ว ถ้าคุณไม่กลับตอนนี้ ผมว่าผมต้องทำอย่างอื่นแทนแน่ๆเลย” จุนซูตาโต ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถตู้ หันมาโบกมือบ้ายบายคุณเจ้านายอย่างส่งๆ ก่อนที่รถตู้จะเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งให้คุณเจ้านายยืนอมยิ้มอยู่คนเดียว

“เมื่อไหร่คุณจะรักผมสักทีนะ คิมจุนซู” ก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไป

“อะไร กัน หมายความว่าเรารักคุณเลขาเข้าไปแล้วเหรอเนี่ย เฮ้ย~ ไม่จริงอ่ะ เป็นไปไม่ได้” ยูชอนยืนสะบัดศีรษะไปมา เพื่อให้ความคิดบ้าๆหลุดออกจากสมอง เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่ารักหมอนั่น แค่หลงนิดหน่อยเท่านั้นเอง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน


เช้าวันใหม่ จุนซูเอื้อมมือไปกดปุ่มบนตัวมิกกี้เม้าท์ที่ส่งเสียงร้องครวญคราง ปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน ร่างเล็กบิดขี้เกียจก่อนจะลุกจากที่นอนแสนรักคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำทำ ธุระส่วนตัว หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว จุนซูก็เดินมาที่กองเสื้อผ้าเท่าภูเขา ที่เขายังไม่ได้จัดแยกไว้เป็นสัดส่วน เมื่อคืนนี้ง่วงนอนจัดเลยบอกให้คนรถขนๆขึ้นมาเก็บ ก่อนที่คนรถจะรวบเสื้อผ้าเรทโทรทุกอย่างที่อยู่ในตู้ใส่รถตู้กลับไปที่บ้าน คุณนายปาร์ค ร่างบางเกาหัวยิกหันซ้ายหันขวาอยู่นาน ก่อนจะลงมือคุ้ยเสื้อผ้าตรงหน้า

“แล้วนี่จะหาเจอไหมเนี่ย ชุดทำงานๆๆ อยู่ไหนเนี่ย” จุนซูรื้อเสื้อผ้าถุงต่างๆออกมา ในที่สุดก็เจอถุงที่คิดว่าจะเป็นชุดทำงาน มือบางหยิบขึ้นมาดู

“อัน นี้คงใช้ได้ ขี้เกียจหาแล้วเหนื่อย” มือบางคว้าเสื้อ กางเกงเสื้อสูทเข้าไปในห้องน้ำ สักพักก็ออกมาพร้อมชุดทำงาน จุนซูเดินไปดูที่กระจก เสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนเข้ารูป กับเน็คไทด์เส้นเล็กสีเขียวเข้ม กางกางผ้าเนื้อดีสีดำพอดีตัว สวมทับด้วยเสื้อสูทเข้ารูป คนตัวเล็กหมุนซ้ายหมุนขวา มองอย่างพอใจ

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันแหะ” พลางหันไปรื้อถุงกระดาษใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างประตู2-3ใบ

“อัน นี้ต่างหูกับสร้อยแล้วก็แหวน อันนี้นาฬิกากับสร้อยข้อมือ อันนี้กระเป๋ากับเข็มขัด โห~ เยอะจัง แล้วนี่จะใส่หมดไหมเนี่ย” จุนซูพลิกไปพลิกมา ก่อนจะเลือกนาฬิกากับเข็มขัดออกมาอย่างละเส้น

“เรียบ ร้อยแล้ว เฮ้อ~ อีกกี่วันจะจัดของหมดนะเนี่ย แต่ก็ดี เลือกใส่ได้หลายแบบ อ๊า~ มัวแต่หาของจะ8โมงครึ่งแล้ว ตายๆๆ” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็คุ้ยกระเป๋าออกมาใบนึง โกยของที่เทออกจากกระเป๋าคุณลุงใบที่ถูกยึดไปแล้วมาใส่

“แว่นๆๆ อยู่ไหนอ่ะ” จุนซูหมุนซ้ายหมุนขวา

“เออ คุณแม่ยึดไปแล้วนี่นา หวาๆๆ ไม่ทันแล้วๆๆ” คนตัวเล็กรีบวิ่งปรู๊ดลงไปข้างล่างทันที จัดการล็อคบ้านเรียบร้อย วิ่งไปที่ประตูรั้ว ทันทีที่เปิดประตู ก็พบกับรถสีแดงเพลิงคุ้นตา และคุณเจ้านายยืนกอดอกพิงอยู่ข้างรถ ตาคมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ

“8โมงครึ่ง นี่ถ้าผมไม่มารับคุณคิดว่าจะไปทันทำงานไหม” คุณเจ้านายถามขึ้น

“มาทำอะไรน่ะ” คุณเลขาหันไปล็อคประตู

“มารับไง ก็เห็นๆอยู่”

“มา รับทำไม ผมไปทำงานของผมเองได้” ยูชอนกวาดสายตามองคุณเลขาตั้งแต่ตัวจรดเท้า วันนี้ไม่แต่งเรทโทรจริงๆแหะ คุณแม่ยึดไปหมดแล้วจริงๆด้วย

“ไหนบอกว่าชอบใส่แว่นไง” คุณเจ้านายถามเมื่อเห็นว่าคุณเลขาไม่ได้ใส่แว่นตา

“ก็แม่คุณยึดไปแล้ว”

“มองเห็นเหรอ คราวที่แล้วบอกว่ามองไม่เห็นนี่”

“เห็นสิ ผมไม่ได้สายตาสั้นสักหน่อย คุณเชื่อผมเองทำไมเล่า” คุณเลขาพูดพลางเดินผ่านหน้าคุณเจ้านายไปทางสถานีรถไฟใต้ดิน

“จะไปไหน” ยูชอนเอื้อมมือรั้งคุณเลขาเอาไว้

“ไปทำงานไง เจ้านายมาจับไว้ทำไม เดี๋ยวสายกันพอดี” จุนซูปลดมือคุณเจ้านายออก

“ก็นี่ไง ไปด้วยกัน คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยหรือไง”

“นี่มารับจริงๆเหรอ” จุนซูหันมามองอย่าไม่เชื่อ เป็นอะไรไปเนี่ย ของขึ้นหรือไง

“ใช่ ไปเร็ว อยากไปสายหรือไง” เท่านั้นคุณเลขารีบวิ่งขึ้นรถทันที

“เร็ว สิเจ้านาย เดี๋ยวสายมัวยืนทำอะไรอยู่” คุณเลขาเปิดประตูมาเร่งคุณเจ้านาย เพราะเห็นว่าเจ้านายไม่ยอมขึ้นรถสักที มัวแต่ยืนเก๊กอยู่ได้ ยูชอนเดินไปที่รถ ขับรถมุ่งไปที่ทำงาน


ทันทีที่คุณเลขากับคุณ เจ้านายก้าวเข้าบริษัท ทุกคนที่ฟร้อนท์ก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพเจ้านาย ก่อนจะหันไปมองคนที่เดินตามเจ้านายขึ้นลิฟท์ผู้บริหารไปงงๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายตัวเล็กน่าตาน่ารักเมื่อกี้เป็นใคร ทำไมขึ้นลิฟท์ไปกับเจ้านาย เอ~ แล้วคุณเลขาไปไหน นี่ก็สายแล้วทำไมไม่มาทำงาน

ก่อนเที่ยงจุนซูเดินเอาเอกสารลงมาส่ง ให้กับหัวหน้าฝ่ายบุคคล ทันทีที่คนตัวเล็กเปิดประตูเข้าไป คุณอึนยองก็หันมามองงงๆ เอ~ ลูกค้าเหรอ ทำไมขึ้นมาถึงบนนี้ได้เนี่ย

“มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” คุณอึนยองถาม จุนซูทำหน้างง

“คุณอึนยอง ผมเอารายงานที่คุณฝากให้เจ้านายเซ็นต์เมื่อวานศุกร์มาให้ไงครับ” จุนซูตอบ

“รายงาน ให้เจ้านายเซ็นต์ อ้าว~ แล้วคุณจุนซูล่ะคะ ไปไหน คุณมาทำงานใหม่เหรอคะ ทำไมไม่เห็นมารายงานตัวเลย” คุณอึนยองก็ยังไม่เก็ทอยู่ดี จุนซูหัวเราะ อ้อนึกออกแล้ววันนี้เขาแต่งตัวแปลกๆนี่เอง

“คุณอึนยอง นี่ผมเอง จุนซูไง” จุนซูตอบ เล่นเอาคุณอึนยองเอ๋อไปพักนึง

“คุณ จุนซู จริงเหรอ อย่ามาล้อเล่นน่าก็คุณเลขาน่ะเชยจะตาย” คุณอึนยองพูดอย่างไม่เชื่อถือ จุนซูส่ายหน้า ก่อนจะปัดผมทรงโมเดิร์นที่เซ็ทไว้เมื่อเช้า ให้ไปอยู่ข้างเดียวกัน แถมยังคว้าแว่นของคุณอึนยองเอามาใส่ ถึงแม้มันจะเล็กกว่ากันครึ่งนึงก็ตาม

“หา!!! คุณจุนซู” คุณอึนยองตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นว่าเป็นจุนซูจริงๆ

“ก็ใช่น่ะสิครับ แค่เปลี่ยนนิดหน่อยเอง ทำเป็นจำผมไม่ได้ น่าน้อยใจจริงๆ” จุนซูพูดงอนๆ

“นิดหน่อยที่ไหนกันคะ ดูสิ น่ารักขนาดนี้ โอ้ย~ อยู่ๆทำไมแต่งตัวอย่างนี้ล่ะคะ” คุณอึนยองถาม

“เรื่องมันยาวครับ เล่าไปก็คงไม่เชื่อ เอาเป็นว่าต่อไปนี้ผมคงไม่ได้แต่งเรทโทรของชอบแล้วล่ะ” จุนซูตีหน้าเศร้า

“ไม่ ต้องแต่งหรอกค่ะ แบบนี้น่ารักจะตาย งั้นคนที่บอกว่าหน้าตาน่ารักเดินมาพร้อมเจ้านายเมื่อเช้าก็คุณจุนซูเหรอคะ” จุนซูพยักหน้า ทั้งๆที่ไม่เคยได้ยินเรื่องที่เขาเล่าลือมาก็เถอะ แต่คนที่เดินมากับเจ้านายเมื่อเช้าก็เขานี่ล่ะ เพราะตั้งแต่เช้าเจ้านายยังไม่ได้ไปไหนเลย นั่งเคลียร์งานอยู่ในห้องตลอด

“ขอบคุณครับที่ชม เออ~ แล้วมีงานจะให้เจ้านายเซ็นต์อีกไหม ผมจะได้เอาขึ้นไปด้วย” จุนซูถามคุณอึนยองรีบหันไปหยิบแฟ้มกองโตมาให้ทันที

“นี่ค่ะ เยอะหน่อยนะคะคุณจุนซู พอดีนี่มันใกล้สิ้นเดือนน่ะค่ะ มีเรื่องที่ต้องเสนอเยอะเลย” จุนซูยิ้ม รับแฟ้มกองพะเนินมาถือ

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” จุนกล่าวลาก่อนจะลับตัวออกจากห้องไป

“โอ้ ย~ น่ารักอ่ะ คุณเลขาน่ารักขนาดนี้เลยเหรอ ตายๆๆ เดี๋ยวกลางวันนี้ต้องขยายสักหน่อย นอกจากเส้นก๋วยจั๊บแล้ว ยังน่ารักน่าฟัดอีกต่างหาก มิน่าเจ้านายถึงได้จูบเอาๆ แอร๊ยยยย คิดแล้วเขินแทน” คุณอึนยองคิดไปก็อายม้วนอยู่คนเดียว เพราะเป็นคนเดียวที่เห็นภาพวาบหวามมากับตาจะๆ


จุนซูเดินหอบ แฟ้มกองโตออกมาจากห้องฝ่ายบุคคลกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟท์ กำลังจะเลี้ยวมุมคอกกั้นของพนักงานก็ชนเข้ากับผู้ชายคนนึงที่เดินเข้ามาตรง นั้นพร้อมกันพอดี

~ โครม~

“ขอโทษครับ ผมไม่ทันได้ระวัง” ชายหนุ่มกล่าวขอโทษ พลางช่วยเก็บแฟ้มให้กับจุนซู

“ไม่ เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่ทันระวัง พอดีแฟ้มมันบังเลยมองไม่เห็น” จุนซูก้มหน้าก้มตาเก็บแฟ้มที่กระจายไปคนละทิศละทาง ก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นยืนรับแฟ้มจากคนตรงหน้า เพียงแค่เห็นหน้าคนตรงหน้าเท่านั้น คนน่ารักก็อึ้งไปพักนึงด้วยความตะลึง

“พี่ยองพิล”

%%%%%

TBC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จับน้องกดเลยดีมั้ยจ๊ะมิก อิ อิ

#1 By patongko (58.8.25.37) on 2010-04-05 11:04

ปาร์คเอาชนะใจจุนให้ได้นะ
ยองพิลคือใคร?

#2 By bruin (125.26.27.173) on 2010-04-05 13:26

ปาร์คยูชอนนนนนนนนนนนนนน

อยากจะจ่ายวันละล้านบ้างจัง

#3 By jeja (202.139.223.18) on 2010-04-05 20:53

อ๊ายยยยยยยยยยน้องจุนเยี่ยมไปเลย เจสหนีแทบไม่ทัน

อยากเห็นน้าท่าทางกินสตรอเบอรี่เนี่ย

ปาร์คเอ้ยมีกองหนุนชั้นยอดอย่างนี้จุนหนีไปไม่รอดแน่confused smile confused smile

#4 By little g (113.53.94.57) on 2010-04-06 12:03

"...ดันหนูจุนซูเข้าอวย..." เอ่อ อวยเหรอ แล้วจุนซูเป็นอะไรล่ะนี่
แล้วยองพิลเคยไปทำอะไรไว้กับจุนซูหรือป่าวเนี่ย น้องถึงไม่เปิดใจรับปาร์คซักที~

น่ารักมั่กๆ อันนี้ชมคนแต่งนะ อัพไวมาก หลายเรื่องด้วย ขอบคุณค่า

#5 By Someone (58.8.174.122) on 2010-04-06 14:18

อัพไวดีเเท้

อ่านไม่ทันเลย ฮ่าๆๆ

สนุกอ่ะ เรื่องนี้สนุกมากเลย >> สนุกทุกเรื่องเลย

ถึงเม้นไม่ครบก็โทดทีนะคับไรเตอร์(ขี้เกียจเล็กน้อยถึงปานกลาง 55+)

ขอทวงคับ เมื่อไหร่ satan killer จะลงคับ รออ่านอยู่น๊า~~~

#6 By UU (112.142.147.152) on 2010-04-08 08:16