[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 8
posted on 02 Apr 2010 10:30 by kameryuichi in servant
Part 8
ยูชอนกวาดตามมองไปรอบๆเพื่อประเมิน สถานการณ์ตรงหน้า รอบๆตัวเขามีคนล้อมอยู่ประมาณ 7- 8คน ตอนนี้ยังไม่เห็นว่ามีอาวุธมาด้วยหรือเปล่า เพราะแถวนี้ค่อนข้างมืด ที่สำคัญเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ถ้าหากอยู่คนเดียว 7-8 คนแค่นี้จิ๊บๆ แต่นี่มีจุนซูอยู่ด้วย ทำอะไรก็ต้องรอบคอบหน่อย
“พวกนายมีธุระอะไรกับฉันหรือไง” ยูชอนถามเพื่อถ่วงเวลา ขณะกำลังมองดูทิศทางที่พวกเขาจะออกจากป่าไปยังจุดเริ่มต้น
“เราไม่ได้มีธุระอะไรกับคุณหรอกครับ คุณชายยูชอน” เสียง1ในชายฉกรรจ์ตอบมา
“รู้จักฉันซะด้วย ไม่ธรรมดานะพวกนายเนี่ย”
“แน่นอน ใครไม่รู้จักคุณก็แปลกแล้ว”
“ว่า แต่ ถ้าไม่มีธุระกับฉันก็ถอยไปได้แล้ว ฉันกำลังรีบ” ยูชอนกระชับมือคนตัวเล็ก ก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ก็ต้องชะงัก เพราะตรงหน้ามีคนมายืนกันไว้2คน
“คงไม่ได้หรอกครับ เพราะผมมีธุระกับคุณหนูคิมจุนซูซะด้วยสิ” จุนซูเงยหน้ามองยูชอน ร่างโปร่งเพียงแค่หันมาสบตาก่อนจะกระชับมือบางแน่นขึ้นอีก เพื่อให้รู้ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางปล่อยมือนี้แน่ๆ ก่อนที่จะก้มลงกระซิบเบาๆกับคนตัวเล็ก
“นายวิ่งเร็วไหม” จุนซูพยักหน้า
“ดี เดี๋ยวออกกำลังกายก่อนนอนกันหน่อยนะ” ก่อนจะหันไปตอบพวกที่ล้อมเขาอยู่
“ถ้างั้นก็แย่หน่อย พวกนายคงต้องมีธุระกับฉันด้วยแล้วล่ะ”
พูด จบยูชอนก็ยกขาถีบคนข้างหน้ากระเด็นไปข้างนึง แล้วรีบลากคนตัวเล็กวิ่งไปในทิศทางที่ตัวเองเล็งไว้แต่แรกด้วยความเร็ว จุนซูรีบวิ่งตามยูชอนเร็วที่สุดเท่าที่ขาสั้นๆของเขาจะก้าวได้ แต่เพราะยูชอนขายาวเกินไป ทำให้คนตัวเล็กต้องเร่งมากกว่าปกติ
“เฮ้ย มัวยืนบื้ออะไรอยู่วะ ตามไปสิ” คนพวกนั้นรีบวิ่งตามทั้งสองคนไปทันที
“อด ทนหน่อยนะ อีกนิดเดียวก็จะถึงจุดเริ่มต้นแล้ว” ยูชอนหันมาให้กำลังใจคนตัวเล็กขณะที่วิ่งไปด้วยกัน เพราะเขารู้สึกว่าคนตัวเล็กก้าวไม่ทันเขา
“อืม” จุนซูพยักหน้า พยายามเร่งความเร็วขึ้นอีก เพราะข้างหลังมีเสียงดังโวยวายจากพวกนั้นตามมาติดๆ ทั้งคู่จึงเร่งความเร็วขึ้นอีก แต่วิ่งมาได้สักพัก ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะข้างหน้าเขา มีคนกลุ่มนึงยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ถอยไป” ยูชอนตะโกน
“เสียใจ ด้วยนะครับคุณชาย เราคงทำอย่างนั้นไม่ได้” สักพักกลุ่มข้างหลังก็ตามมาทัน ตอนนี้คนที่ล้อมเขาอยู่มีเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จุนซูเริ่มตัวสั่นจนคนที่กุมมืออยู่รู้สึกได้
“ไม่ต้องกลัวนะจุนซู” ยูชอนกระซิบ สมองกำลังคำนวณความเป็นไปได้ที่จะสู้กับกลุ่มนี้
“ส่งคิมจุนซูมาให้เราดีกว่า จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
“อยากได้ก็เข้ามาเอาเองสิ”
“งั้นก็ได้ ผมเตือนคุณแล้วนะ อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”
คน ที่ล้อมอยู่ค่อยๆตีวงแคบเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่คนทางด้านซ้ายมือของยูชอนจะเข้ามาดึงแขนของจุนซูไว้ ยูชอนดึงแขนอีกข้างของจุนซูกลับมา ยกเท้าขึ้นถีบไปที่ข้อมือของคนที่เข้ามาดึงจุนซู ทำให้มือหลุดออกจากกัน ก่อนจะลากคนตัวเล็กมาไว้ข้างหลัง ชายอีกคนนึงก็โถมเข้ามาหายูชอน แต่ก็ถูกยูชอนเตะเข้าที่ชายโครง พลิกตัวหลบอีกคนที่พุ่งเข้ามาด้านข้าง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขายังต้องห่วงคนตัวเล็ก ที่ต้องคอยดึงไปทางซ้ายที ขวาทีเพื่อให้พ้นวิถีของคนที่จะเข้ามารุมทำร้าย
ยู ชอนเหลือบไปเห็นช่องว่างระหว่างชายสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ร่างโปร่งรีบดึงจุนซูวิ่งไปทางนั้น แต่ยังไปไม่ถึงไหน ยูชอนก็รู้สึกถึงแรงฉุดจากด้านหลัง เพราะมีคนเข้ามาดึงแขนจุนซูเอาไว้ ยูชอนชกเข้าไปที่หน้าของหมอนั่นเต็มๆก่อนที่จะยันตัวของมันล้มลงไป และรีบพาจุนซูวิ่งไปทางนั้นทันที
สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ปรี่เข้า หาคนทั้งคู่ทันทีพร้อมชักมีดด้ามยาวออกมา ยูชอนปล่อยมือจุนซูก่อนจะพลิกตัวหลบมีดที่ฟันไปทางเขา จับข้อมือของมือมีดบิดจนมีดหล่นไปที่พื้น ยกเท้าถีบให้หน้าทิ่มไปอีกด้าน หันไปคว้าข้อมือคนตัวเล็กออกวิ่งอีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางสะดวกแล้ว ชายอีกคนวิ่งมาพร้อมคนเมื่อกี้รีบวิ่งตามยูชอนไปทันที ก่อนจะปามีดในมืออย่างแรง เฉี่ยวแขนด้านซ้ายของร่างโปร่งไป เรียกเลือดไหลซึมออกมาทันที แต่ยูชอนไม่สนใจ เพราะตอนนี้เขาต้องรีบพาคนตัวเล็กออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
แต่ คนพวกนั้นก็ยังคงวิ่งตามมาไม่ห่าง แต่เพราะขาของจุนซูสั้น หรือเป็นเพราะว่าเขาวิ่งมากเกินไปทำให้จุนซูสะดุดล้มลง ลากเอาร่างโปร่งที่วิ่งเต็มฝีเท้าสะดุดตามไปด้วย ทั้งสองคนจึงล้มไม่เป็นท่าลงไปกองกับพื้น
“จุนซูเป็นอะไรหรือเปล่า” ยูชอนลุกขึ้นหันมาพยุงคนตัวเล็กที่ยังลุกไม่ขึ้น
“ไม่เป็นไร” จุนซูส่ายหน้าเร็วๆ แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะลุกขึ้นอีกครั้ง พวกนั้นก็ตามมาทันพอดี
“อย่า คิดหนีดีกว่า ส่งตัวคิมจุนซูมาให้พวกเราได้แล้ว ผมยังไม่อยากทำอะไรรุนแรง” พูดจบก็ยกวัตถุสีดำเลื่อมในมือขึ้นมาเล็งไปที่ทั้งคู่
“ส่งตัวคิมจุนซูมาเดี๋ยวนี้ ผมจะนับแค่3 ถ้าไม่อยากตายก็ทำตามที่ผมบอกดีกว่า 1..” ยูชอนก็ยังคงนิ่ง
“ยูชอน อย่าขัดเขาเลยนะ ฉันจะไปกับพวกนายเอง” จุนซูตะโกน แต่ร่างโปร่งรั้งเอาไว้
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ฉันไม่มีวันจะปล่อยนายไปกับพวกนั้นหรอก”
“2... “
“แต่ว่า...”
“3... “ สิ้นเสียงนับ จุนซูโถมตัวเองเข้าไปกอดยูชอนทันที ร่างโปร่งพลิกตัวบังคนตัวเล็กไว้ คนทั้งคู่ได้ยินเสียงระเบิดของดินปืนดังก้องไปทั่ว พร้อมๆกับเสียงปืนพลุปิดการทดสอบความกล้า
“อ๊ากกกก!!!”
เสียง ร้องลั่น จุนซูที่หลับตาอยู่รีบลืมตามาดูทันที ไม่ใช่เสียงยูชอนนี่ แล้วเสียงใครกัน ภาพที่เขาเห็นก็คือ ผู้ชายคนที่เล็งปืนมาทางเขากำลังดิ้นเร่าๆอยู่กับพื้น มือที่เคยจับปืนอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน เมื่อหันไปอีกด้าน ก็พบชายชุดดำในมือมีปืนพร้อมอุปกรณ์เก็บเสียงที่ปากกระบอกยืนอยู่ ยังไม่มีใครได้ทันพูดอะไร ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาทางพวกเขา จุนซูขยับตัวไปข้างหลังแต่ยูชอนดึงเอาไว้ คนตัวเล็กจึงได้แต่มองชายชุดดำที่เดินเข้ามาหาอย่างกลัวๆ
“ท่านยูชอนครับ ขอโทษด้วยครับที่พวกผมมาช้าเกินไป” ชายชุดดำเข้ามาพยุงทั้งสองคนลุกขึ้น ขณะที่คนตัวเล็กมองหน้าทั้งสองสลับไปมา
“ไม่เป็นไร ก็ดีกว่ามาไม่ทัน” ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไร 1ในพวกคนร้ายก็ตะโกนออกมา
“แค่ ปืนกระบอกเดียวคิดจะรอดไปจากพวกเราได้หรือไง” คนร้ายที่ยืนรวมกลุ่มอยู่ชักปืนออกมา ชายชุดดำส่งสัญญาณเรียกลูกน้องพร้อมอาวุธครบมือกว่า20ชีวิตออกมาจากชายป่า
“ถ้า จะลองก็ได้นะ ขอบอกไว้ก่อนว่า บอร์ดี้การ์ดของฉัน เป็นนักแม่นปืนทุกคน รับรองได้ว่าทีเดียวจอด” ยูชอนหันไปบอกคนร้ายด้วยสีหน้ากวนๆ คนร้ายเห็นท่าไม่ดี รีบพากันหนีไปอีกทางทันที ทิ้งเพื่อนที่บาดเจ็บเอาไว้ บอร์ดี้การ์ดของเขากำลังจะวิ่งตามไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงทุ้มๆเอ่ยขัดขึ้นก่อน
“ไม่ต้องตามหรอก เอาตัวคนเจ็บนั่นไปรักษา แล้วถามให้รู้เรื่องว่าใครเป็นคนส่งมา”
“ครับท่านยูชอน” บอร์ดดี้การ์ดโค้งให้ก่อนจะเรียกคนมาช่วยกันหามคนเจ็บออกไป
“งั้นเราก็ไปกันมั่งดีกว่า ฉันได้ยินเสียงพลุแล้ว มีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงคงพอทัน” ยูชอนหันมาพูดกับคนตัวเล็กที่ตัวยังสั่นอยู่
“ไม่ต้องกลัวนะจุนซู ไม่มีอะไรแล้ว” ยูชอนรั้งคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้ จุนซูซบหน้ากับอกแกร่งก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาเพราะความกลัว
“ไม่ ต้องร้องไห้นะ ไม่ต้องกลัว” ยูชอนก้มลงไปจูบที่ข้างขมับเป็นการปลอบใจ จุนซูร้องไห้อยู่สักพักก็เริ่มได้กลิ่นคาวเลือด คนตัวเล็กเงยหน้าออกมาจากอกแกร่ง พยายามมองหาที่มาของกลิ่นคาวเลือด ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นกลิ่นของมือปืนเมื่อกี้ แต่ว่าบอร์ดดี้การ์ดของยูชอนก็พาไปแล้วนี่ ทำไมยังฉุนอยู่เลย และในที่สุดเขาก็พบที่มาของมัน
“ยูชอน แขนนาย”
“ไม่เป็นไร นิดหน่อยเอง” ยูชอนหันมามองแผลอย่างไม่ใส่ใจ
“เลือด ไหลเยอะเลยนะ ยูชอนไปห้ามเลือดก่อนดีกว่า ไปหาหมอนะ” จุนซูพยายามลากคนตัวโตกว่าไปห้องพยาบาลของโรงเรียน แต่ยูชอนรั้งตัวเอาไว้ก่อน
“ไม่เป็นไรน่า ถ้าฉันมัวแต่ไปห้ามเลือด ใบอนุญาตนี่ก็เป็นโมฆะสิ”
“ช่างมันสิ ฉันไม่รู้จะขออะไรอยู่แล้ว ไม่สนหรอก” จุนซูยังคงดึงคนตัวโตต่อไป
“ถ้างั้นเอางี้” ยูชอนหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพันไว้ที่บาดแผลเพื่อเป็นการห้ามเลือด
“เรียบ ร้อยแล้ว ทีนี้ก็ไปกันได้ ไว้รับรางวัลเป็นทางการก่อนแล้วค่อยทำแผลโอเคไหม” แต่จุนซูไม่ยอมแพ้ เขาจะเห็นของรางวัลสำคัญกว่ายูชอนได้ยังไง
“ไม่เอา ฉันไม่อยากได้ เราต้องไปทำแผลก่อน”
“แต่ ป้ายนี่ฉันตั้งใจหาให้นายเลยนะ นายไม่อยากได้งั้นเหรอ” ยูชอนทำเสียงเศร้าๆ ทั้งที่ในใจกำลังปลาบปลื้มที่คนตัวเล็กเองก็ห่วงใยเขาเหมือนกัน
“ฉันไม่อยากได้หรอก นายสำคัญกว่า ถ้านายเป็นอะไรไปแล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”
ยู ชอนยิ้ม รั้งคนตัวเล็กเข้ามากอด ก่อนที่จะให้รางวัลกับริมฝีปากบางด้วยริมฝีปากอิ่มของเขา ถึงจุนซูจะตกใจกับการกระทำนี้ของยูชอน แต่เขาก็รู้สึกว่ามันอบอุ่น และช่วยให้เขาลืมเหตุการณ์น่ากลัวที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ยูชอนค่อยๆบรรจงจูบคนตัวเล็กด้วยความอ่อนโยนนุ่มนวล เพราะรู้สึกได้ถึงอาการชะงักของคนตัวเล็ก มือเรียวรั้งศีรษะทุยเข้ามาให้ชิดอีกนิด ก่อนจะไล้ริมฝีปากอิ่มไปตามแก้มนิ่มเรื่อยลงมาถึงลำคอหอมกรุ่น และวนขึ้นมาหาริมฝีปากบางอันแสนอ่อนหวานของคนตัวเล็กอีกครั้ง ยูชอนค่อยๆถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย เมื่อคิดได้ว่าถ้าเขาไม่รีบหยุดซะตอนนี้ คงหยุดไม่ได้อีกแล้วแน่ๆ คนตัวเล็กได้แต่ก้มหน้านิ่ง ซ่อนอาการร้อนๆที่ลามไปทั่วใบหน้าเอาไว้
“เขินเหรอ” ยูชอนถามยิ้มๆ
“ยังจะถามอีก” จุนซูทุบเบาๆที่หน้าอกคนเจ้าเล่ห์
“ก็ นายอยากน่ารักทำไมล่ะ อย่าน่ารักมากได้ไหม เราต้องอยู่ด้วยกันทุกวัน ถ้าฉันทนไม่ไหวขึ้นมา นายจะแย่เอานะ” ได้ยินอย่างนั้นจุนซูก็ตาโต รีบดันตัวออกมาจากร่างโปร่งทันที แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะยูชอนกอดเอวคนตัวเล็กไว้แน่นกว่าเก่า
“ปล่อยสิ นายนี่มันมือปลาหมึกเหมือนยูฮวานบอกจริงๆด้วย” ยูชอนหัวเราะ
“เอา ปล่อยก็ได้ เรารีบออกไปกันก่อนเถอะ นายไม่อยากได้ไม่เป็นไร แต่ฉันไม่อยากให้คนอื่นสงสัยว่าเราหายไปไหน อีกอย่างฉันไม่อยากถูกคิมฮีซอลหอมอ่ะ” จุนซูหัวเราะ
“แล้วแผลนี่ล่ะ ใครๆก็ต้องเห็นทั้งนั้นแหละ”
“ไม่เป็นไรหรอก เสื้อมันสีทึบน่ะ มองไม่ค่อยเห็นหรอกอีกอย่างนี่ก็ตอนกลางคืนคงจะพอพลางๆไว้ได้”
“แต่ผ้าเช็ดหน้านายน่ะ เห็นชัดเลยนะ” จุนซูชี้ไปที่ผ้าเช็ดหน้า
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพันไว้ข้างในก็ได้”
ยู ชอนหันไปมองก่อนที่จะเอื้อมมือไปแกะผ้าเช็ดหน้าออก มือเรียวแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินที่ใส่อยู่ออกทีละเม็ด เผยให้เห็นหน้าอกแกร่งที่มีมัดกล้ามพอประมาณอย่างคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จุนซูเห็นอย่างนั้นรีบหันหลังให้ทันที ยูชอนหัวเราะกับท่าทีของคนตัวเล็ก ถอดแขนเสื้อข้างที่มีแผลออก กำลังจะพันผ้าไว้ที่เดิมก็เปลี่ยนใจ เดินเข้าไปชิดคนตัวเล็กที่หันหลังให้
“จะหันหลังทำไมเล่า แล้วอย่างนี้ใครจะผูกผ้าเช็ดหน้าให้ฉันกันล่ะ”
“เมื่อกี้ ยังผูกเองได้เลยนี่” จุนซูไม่ยอมหันกลับมา จะหันมาได้ยังไงเล่า ถึงแม้เขาจะเคยเพื่อนๆในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนเล่นฟุตบอล แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาเขินอย่างนี้นี่
“ก็เมื่อกี้มันยังไม่เจ็บ แต่ตอนนี้มันเริ่มเจ็บแล้วนี่ ยกแขนไม่ขึ้นแล้วเห็นไหม โอ้ย~” ยูชอนร้องเสียงดังประกอบการแสดง เรียกให้ร่างเล็กที่ไม่รู้ว่าผู้ชายตัวโตๆก็มารยาเยอะเหมือนกันหันกลับมา มองอย่างรวดเร็ว
“เจ็บมากเหรอ” จุนซูหันไปดูที่แผล พยายามไม่มองไปที่อื่น
“อืม~ เจ็บสุดๆเลย ฉันคงผูกเองไม่ไหวแล้ว” ยูชอนยังคงเนียนแสดงเป็นคนเจ็บต่อไป
“เอา ผ้ามาสิ ฉันจะผูกให้” จุนซูก้มหน้าก้มตาแบมือขอผ้า ยูชอนส่งผ้าให้คนตัวเล็ก จุนซูค่อยๆพันผ้าเช็ดหน้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยเลือดรอบๆบาดแผลอย่างเบามือ ก่อนจะมัดปมไว้หลวมๆเพราะกว่าว่ายูชอนจะเจ็บ พอผูกเสร็จคนตัวเล็กก็ทำท่าจะผละออกไปทันที แต่มือเรียวรั้งแขนเอาไว้ก่อน
“จะ ไปไหนล่ะ ใส่เสื้อให้หน่อยสิ แขนฉันยกไม่ขึ้น” ยูชอนทำหน้าเจ็บปวดประกอบคำพูด้วย คนตัวเล็กได้แต่ถอนใจ ค่อยๆดึงเสื้อข้างที่ยูชอนถอดออกกลับมาใส่ให้คนเจ็บ ยูชอนยิ้มนิดๆ พอใส่แขนเสร็จจุนซูก็ตั้งท่าจะถอยอีก
“กระดุมล่ะ นายจะให้ฉันเดินไปอย่างนี้เหรอ”
จุน ซูได้แต่ทำแก้มพองลมอย่างขัดใจ ก็เขาไม่อยากจะมองนี่นา ยังจะบังคับให้ทำโน่นทำนี่อยู่ได้ แต่ก็ต้องใจอ่อน เมื่อนึกขึ้นได้ว่า ยูชอนคงจะเจ็บแขนจริงๆ หารู้ไม่ว่าคนหล่อแค่มารยาไปอย่างนั้นเอง จุนซูติดกระดุมเสื้อเชิ้ตไล่ตั้งแต่เม็ดล่างสุดขึ้นมา เพราะยังไม่อยากเงยหน้าขึ้นมองภาพที่ตัวเองพยายามเลี่ยง ไม่อยากเขินไปมากว่านี้ มือเล็กๆสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะความตื่นเต้น เป็นบ้าอะไรเนี่ย ทำอย่างกับไม่เคยติดกระดุมให้ใคร เขินอะไรนักหนา อีตาบ้านี่ก็จ้องอยู่ได้ รู้ว่าเขินก็มองอยู่นั่นแหละ จุนซูได้แต่นึกในใจ พลางก้มหน้าก้มตาติดกระดุมเสื้อให้คนเจ้าเล่ห์ จุนถึงเม็ดสุดท้าย ก่อนจะผละหนีไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีเสียงพูดขัด แต่กลายเป็นวงแขนแข็งแรงรัดร่างเล็กเอาไว้แทน จุนซูเงยหน้ามองคนเจ็บจอมเจ้าเล่ห์ทันที
“ไหนบอกว่าเจ็บแขนไง แล้วทำไมทีนี้ถึงกอดได้”
“ก็ใส่เสื้อมันลำบากอ่ะ แต่ถ้ากอดนายเจ็บแค่ไหนก็ทนได้” ยูชอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ จุนซูยกก้ำปั้นเล็กๆทุบไปที่แผลคนเจ้าเล่ห์
~ โอ้ย~
ยู ชอนร้องลั่น คราวนี้ไม่ใช่มารยา เจ็บจริง ไม่มีตัวแสดงแทนด้วย ทุบมาได้ ถึงมันจะไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ แต่ถ้าโดนทุบขนาดนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ
“จุนซู ฉันเจ็บนะ”
“เหรอ สม” จุนซูเชิดหน้าไปอีกทาง
“เอาล่ะๆ เลิกงอนได้แล้ว รีบออกไปกันดีกว่า เดี๋ยวไม่ทัน พวกนั้นจะยิ่งสงสัย” ยูชอนคลายอ้อมกอด
“จากตรงนี้ไปจุดเริ่มต้นก็ไกลมากนะ”
“ไม่ หรอกน่า วิ่งแป๊บเดียวก็ถึง ป่ะวิ่งเพื่อสุขภาพ” พูดจบร่างโปร่งก็ลากคนตัวเล็กตามไปหลุนๆอีกรอบพร้อมเสียงหัวเราะสนุกสนาน ผิดกับคนที่ยืนหลบมุมต้นไม้ดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ชีวอนทุบกำปั้นใส่ต้นไม้อย่างแรง ด้วยความโกรธ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปอีกทาง
“ชีวอน ทำไมช้าจัง เขายิงพลุนานแล้วนะ” ซอฮยอนที่นั่งรออยู่ใกล้ๆกับทางออกเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนรับใช้ของตัวเองเดินออกมา
“ขอ โทษครับคุณหนู ผมมัวแต่หาป้ายให้คุณหนูเลยออกมาช้า รีบไปกันเถอะครับเดี๋ยวไม่ทัน” ชีวอนส่งป้ายให้ซอฮยอนก่อนจะอ้อมไปเข็นรถให้หญิงสาว
“แจ็คพ๊อต ดีใจจัง ขอบใจนะชีวอน เธอเก่งจังเลย” ซอฮยอนหันมายิ้มให้อย่างตื่นเต้น
“ไม่เป็นไรครับคุณหนู ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณหนูได้อยู่แล้ว”
“ขอบใจจ้ะ”
“เรารีบไปกันเถอะครับ”
“อืม” ซอฮยอนพยักหน้า ก้มลงมองตั๋วในมือ ด้วยความปลาบปลื้ม ถ้ามีตั๋วนี้เธอจะขออะไรก็ได้กับใครก็ได้ใช่ไหม ถึงแม้จะแค่อาทิตย์เดียวก็เถอะ ซอฮยอนยิ้มอย่างมีความหวัง
ที่จุด เริ่มต้นทุกคนมารอพร้อมกันหมดแล้ว ยกเว้นฮันคยองที่ยังออกมาไม่ได้เพราะลุกไม่ขึ้น สักพักชีวอนก็เข็นซอฮยอนออกมารวมกลุ่ม ฮีซอลยกนาฬิกาจับเวลาขึ้นมาดู ตอนนี้เหลือเวลาอีก30วิ ถ้าจุนซูยังไม่ออกมาจะถือว่าแพ้
“ฉันจะนับถอยหลังแล้วนะ 10..9..8..7..6..5..”
“เดี๋ยวๆๆๆๆ” เสียงจุนซูร้องมาแต่ไกล ทั้งคู่รีบวิ่งสุดชีวิต
“3..2..1..หมดเวลา” จุนซูและยูชอนก็เข้ามายืนหอบอยู่หน้าฮีซอลพอดี
“ทันใช่ไหม” จุนซูถาม
“ก็ทันนะ อีกนิดเดียวฉันจะได้หอมคนใช้นายอยู่แล้ว เสียดายอ่ะ” ฮีซอลค้อนเล่นเอาทั้งคนที่ถูกค้อนและเพื่อนร่วมห้องฮาครืน
“เอา ล่ะ ใครที่ไม่ได้ป้ายแยกไปทางขวา คนที่ได้ป้ายแยกไปทางซ้าย” ทุกคนต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง คนรับใช้ที่ได้ป้ายออกมาดูมีความสุขกับการที่ไม่ต้องโดนฮีซอลหอม ผิดกับพวกที่ไม่ได้ป้าย ทำท่าซังกะตายกันทุกคน 1ในนั้นมีคิมคิบอมอยู่ด้วย
“ใน ที่สุดฉันก็จะได้คิบอมมาเชยชม ไงล่ะดงเฮ คราวนี้มีอะไรจะขัดฉันอีกมะ” ฮีซอลหัวเราะร่าเมื่อหันไปมองทางคนที่ไม่ได้ป้าย พบหนุ่มน้อยน่ารักขวัญใจเจ้อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
“ชิ~ กฎก็ต้องเป็นกฎ ไม่เป็นไรนะคิบอม นิดเดียวเอง เดี๋ยวกลับไปฉันจะเอาแอลกอลฮอล์เช็ดให้ จะได้ไม่ติดเชื้อบ้า” คิบอมยิ้ม
“หลัง จากนั้นจะทำอะไรก็ตามใจ ยังไงฉันก็ได้หอมอยู่ดี” ฮีซอลไม่สนใจท่าทางกวนประสาทของดงเฮ หันมาทางพวกที่ได้ป้ายก็ยิ่งขัดใจ รู้งี้นับไวๆดีกว่า ยูชอนกับจุนซูจะได้มาไม่ทัน ชิ~ ไม่น่าทำตัวเป็นคนตรงต่อเวลาเลย เสียดาย
“คนที่ได้ป้ายกลับไปพักได้ ใครได้แจ็คพ็อตช่วยเดินมาข้างหน้าหน่อย” จุนซูก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับรถเข็นของซอฮยอน
“คิมจุน ซูกับท่านลูเซียสินะ โชคดีจัง ป้ายนี้ไม่มีหมดอายุอย่างที่บอก แต่ขอได้แค่ครั้งเดียว มีอายุการใช้งานแค่1สัปดาห์เพราะฉะนั้นคิดให้ดีๆว่าจะขออะไร แค่นี้ล่ะ ทุกคนแยกย้ายกันไปพักได้ คนที่แพ้มานี่ ส่งคนรับใช้ของพวกนายมาให้ฉันซะดีๆ”
เหล่าคนรับใช้ของคนที่แพ้ได้ แต่ยืนคอตกเดินเรียงแถวเข้าที่ประหาร เริ่มจากคิบอม ฮีซอลกดจูบหนักๆไปที่แก้มยุ้ยๆของคิมบอมแรงๆ จนได้ยินเสียงฟอดดังสนั่น เล่นเอาดงเฮเต้นเป็นเจ้าเข้า เพราะนอกจากจะหอมแรงแล้ว อีเจ้มันยังหอมสองข้างด้วย ฮึ่ย~คนอะไรโกงชะมัด
“ยูชอนไหวไหม เขาให้กลับแล้วเรารีบไปทำแผลกันดีกว่า” จุนซูกระซิบ เพราะสังเกตว่ายูชอนเริ่มยืนไม่ค่อยอยู่ เพราะนอกจากเสียเลือดแล้ว ยังต้องวิ่งเต็มที่อีกด้วย
“ไม่เป็นไร นายจะอยู่ดูต่อก็ได้นะ สนุกดี”
“ไม่เอา เรากลับกันเถอะ” ยูชอนพยักหน้าตามใจ
“จะไปกันแล้วเหรอ เอ๊ะพี่ เป็นอะไรน่ะ” ยูฮวานทักเพราะเพิ่งสังเกตว่าพี่ชายหน้าซีดๆ
“อย่าเสียงดังสิยูฮวาน เดี๋ยวพวกนั้นก็แห่กันมาหรอก ไม่มีอะไรหรอกน่า” ยูชอนดุน้องชายจอมโวยวาย
“ไม่มีอะไรได้ไง ยูฮวาน พี่ชายนายถูกมีดแทงมา เราถูกลอบทำร้ายเมื่อกี้” จุนซูหันไปบอกกับทุกคน
“งั้นรีบไปห้องพยาบาลดีกว่า มาเดี๋ยวฉันพยุงไปเอง” ยุนโฮดึงยูชอนเข้ามาใกล้
“ไม่เป็นไร ขืนไปห้องพยาบาลก็ได้แตกตื่นทั้งโรงเรียนน่ะสิ” ยูชอนขืนตัวเอาไว้ เพราะถ้าอยู่ดีๆมีคนมาพยุงทุกคนจะยิ่งสงสัย
“งั้น ก็ได้ เดี๋ยวพอพ้นสายตาพวกนั้นฉันจะพยุงนายเอง ชางมินนายไปขอเครื่องมือปฐมพยาบาลมาที แล้วเจอกันที่ห้องจุนซู” ชางมินพยักหน้าก่อนจะรีบวิ่งจากไปทันที
“พี่เจ็บมากไหม” ยูฮวานถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร รีบไปกันดีกว่า”
ยู ชอนค่อยๆก้าวเดินช้าๆ เพราะตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกตาลาย เพราะออกกำลังมากไป ทั้งหมดเดินล้อมรอบตัวยูชอนเอาไว้ เพื่อว่าถ้าล้มลงมาจะได้ช่วยรับทัน ยูชอนแข็งใจก้าวเดินมาไกลพอสมควร จู่ๆร่างโปร่งก็ทรุดลง ดีที่ยุนโฮรับไว้ทัน แบกยูชอนขึ้นหลังพากกลับไปที่ห้องของจุนซู
“ยุ นโฮ ยูชอนจะเป็นอะไรมากไหม ต้องส่งโรงพยาบาลหรือเปล่า” จุนซูถามขึ้นอย่างร้อนรน เพราะทันทีที่ถึงห้อง คนตัวเล็กถูกกันออกไปรออีกข้าง เพราะมัวแต่เดินไปเดินมาเกะกะสองหนุ่มที่กำลังทำแผลให้ยูชอน
“ไม่ เป็นไรหรอก เสียเลือดมากหน่อยเพราะออกแรงมากไป แต่ไม่ถึงกับต้องให้เลือดเพิ่ม นอนพักสักคืนก็พอ ดีนะที่แผลไม่ใหญ่มาก” ยุนโฮหันมาบอกให้คนตัวเล็กสบายใจ
“จุนซูเกิดอะไรขึ้น” ยูฮวานหันมาถามคนตัวเล็ก
“ไม่รู้เหมือนกัน หลังจากที่ฉันกับยูชอนเจอป้ายเราก็กำลังจะกลับมาที่จุดเริ่มต้น แต่อยู่ๆก็มีคนแปลกหน้าหลายคนมาล้อมเราไว้”
“ใครเหรอ” ยูฮวานถาม
“ไม่ รู้ เขาบอกว่าจะมาเอาตัวฉันไป ฉันไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครหรอก หลังจากนั้นยูชอนก็พาฉันหนีออกมา แต่ไม่รู้ว่าไปโดนมีดของพวกนั้นตอนไหน ฉันกลัวมากเลยล่ะ” จุนซูเล่าให้ทุกคนฟัง
“มีดพกอาวุธเข้ามาในโรงเรียนได้ด้วยเหรอ” ชางมินทำหน้าครุ่นคิด
“อืม มีปืนด้วยนะ ดีนะที่บอร์ดดี้การ์ดของยูชอนมาช่วยไว้ทัน ไม่งั้นฉันก็ยูชอนคงไม่รอดแล้วล่ะ” จุนซูเล่าต่อ
“ดี นะที่พี่เอาบอร์ดดี้การ์ดมาด้วย ไม่งั้นแย่แน่ๆ” ยูฮวานหันไปมองพี่ชายที่หลับสนิทด้วยความเป็นห่วง ชางมินดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด เพราะเขารู้ว่าสองคนพี่น้องนี่รักกันมากแค่ไหน ถึงจะกัดกันเป็นประจำก็เถอะ
“ไม่ต้องห่วงหรอกยูฮวาน ยูชอนเก่งแค่ไหนนายก็รู้ไม่ใช่เหรอ แค่แผลเล็กน้อยเองพี่ชายนายไม่เป็นไรหรอก” ชางมินปลอบ
“ขอโทษนะยูฮวาน ถ้าไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นตัวเกะกะ ยูชอนคงจะไม่แบบนี้” จุนซูก้มหน้านิ่ง
“ฉันไม่โทษนายหรอก ก็พี่เขาตัดสินใจแล้วนี่ว่าจะมาดูแลนาย พี่เขาก็คงไม่โกรธนายเหมือนกัน” ยูฮวานจับมือจุนซูขึ้นมากุมไว้
“นั่นสิ ไม่ต้องคิดมากหรอก มันไม่ใช่ความผิดของนาย” แจจุงพูด
“ฉันว่าเราปล่อยให้ยูชอนพักผ่อนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ดีไหม” ยุนโฮพูดขึ้น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
“พัก ผ่อนนะจุนซู ฝากดูแลพี่ชายด้วยล่ะ” ยูฮวานบอก ทุกคนจะทยอยกันกลับไป จุนซูเดินไปปิดประตูก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงของเขาที่ยูชอนนอนอยู่
“ฉันขอโทษนะ ที่ทำให้นายต้องเจ็บตัว”
“ขอโทษทำไม ฉันไม่ได้ว่าอะไรนายสักหน่อย” ยูชอนลืมตาขึ้นมามองคนตัวเล็ก
“นายไม่ได้นอนเหรอ”
“เปล่า จุนซูมานี่สิ” จุนซูลุกขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆยูชอน แขนแข็งแรงเอื้อมรั้งคนตัวเล็กลงมากอดเอาไว้ ใช้มืออีกข้างลูบหัวทุยๆของคนตัวเล็ก
“ไม่ต้องคิดมาก อย่างที่ยูฮวานบอกนั่นแหละ ฉันตัดสินใจที่จะมาดูแลนาย ฉันก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องมีการบาดเจ็บกันบ้าง ไม่แน่คราวหน้าอาจจะมากกว่านี้ก็ได้”
“ไม่เอา อย่าพูดแบบนี้นะ” จุนซูดันตัวออกห่าง
“อย่าร้องไห้สิ ขี้แยจริง เอาเป็นว่าฉันจะเลี่ยงการบาดเจ็บทุกชนิดให้มากที่สุดตกลงไหม” จุนซูพยักหน้าทั้งที่น้ำตายังไหลไม่ขาดสาย
“นายเองก็เหมือนกัน อย่าบาดเจ็บนะ อย่าให้ใครมารังแกนายได้อีก”
“อืม” ยูชอนขยับที่ให้คนตัวเล็กขึ้นมานอนข้างๆ
“ทำอะไรน่ะ” จุนซูถาม
“ก็แบ่งที่ให้นายนอนไง นี่มันเตียงนายถ้าไม่นอนตรงนี้นายจะไปนอนที่ไหน”
“ห้องคนใช้ไง”
“แต่ฉันหนาวนี่ ลองจับตัวดูสิ” จุนซูเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของยูชอน
“ตัวนายร้อนนี่”
“อืม เป็นไข้เพราะอักเสบแน่ๆเลย” ยูชอนทำท่าทางเนือยๆ
“เดี๋ยวฉันไปเอายาให้นะ” แต่ยูชอนคว้าข้อมือบางเอาไว้ก่อน
“ไม่ต้องหรอก ยุนโฮให้กินแล้ว แต่มันยังหนาวอยู่อ่ะ”
“งั้นฉันไปเอาผ้าห่มให้”
“ตรงนี้ก็มีเยอะแล้ว แต่มันก็ยังไม่อุ่น คืนนี้ฉันขอนอนกอดนายได้ไหม”
“แต่ว่า~” จุนซูลังเล
“นะ เห็นแก่คนป่วยหน่อยสิ จะปล่อยให้ฉันหนาวตายหรือไง” ยูชอนทำหน้าอ้อนสุดฤทธิ์ เผื่อโลมาจะใจดีมาเป็นหมอนข้างให้กอด แต่คนตัวเล็กก็ยังเงียบ
“จุนซูอ่า~” อ้อนครั้งที่1 คนตัวเล็กก็ยังเงียบ
“จุนซูจ๋า~” อ้อนครั้งที่2 คนตัวเล็กก็ยังเงียบ
“จุนซูที่..” มือเล็กๆรีบปิดปากคนตัวก่อนที่จะทนเขินไม่ไหว
“ก็ได้ๆ ไม่ต้องพูดแล้ว” จุนซูเดินไปปิดไฟดวงใหญ่ เหลือแต่ไฟที่หัวเตียง
“ปิดไฟก่อนสิ”
“ปิดทำไม เดี๋ยวนายก็เดินสะดุดหรอก ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่ด้วย”
“บอก ให้ปิดก็ปิดสิ ฉันเขิน” ยูชอนหัวเราะ เอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง ห้องมืดสนิทเห็นแต่แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากทางหน้าต่าง ร่างเล็กๆเคลื่อนที่ช้าๆเป็นเงาตะคุ่มมาทางเตียงนอน
~ โครม ~
“จุนซู เป็นยังไงบ้าง” ยูชอนถามปนเสียงหัวเราะ กะแล้วว่าต้องชนอะไรสักอย่างแน่ๆ
“ไม่ต้องหัวเราะเลย อูย~” จุนซูคลำหน้าแข้ง เพราะเตะเอาเก้าอี้ที่ลากมานั่งเมื่อกี้อย่างจัง
“มา นี่สิ” คนตัวเล็กลังเลนิดนึง ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงค่อยๆสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ยูชอนรู้สึกถึงร่างนุ่มนิ่มที่เบียดเข้ามาใกล้ ใช้แขนข้างที่ไม่เจ็บเป็นหมอนให้คนตัวเล็กหนุน แขนอีกข้างโอบเอวคนตัวเล็กไว้หลวมๆ
“ไม่เมื่อยหรอ” จุนซูหันไปถาม
“ไม่หรอก สบายดีออก” กระชับแขนให้แน่นขึ้น ลากคนตัวเล็กเข้ามาชิดกว่าเดิม
“แต่ฉันอึดอัดนี่ ฉันไม่เคยมีใครกอดตอนนอนแบบนี้มาก่อน” ยูชอนยิ้ม
“ก็ หัดไว้ไง ฉันชอบนอนกอดหมอนทุกคืน แต่ต่อไปจะต้องเปลี่ยนจากหมอนเป็นนาย จะได้ชินไงล่ะ” จุนซูหน้าแดงแปร๊ด แต่ห้องมืดยูชอนเลยไม่เห็น แต่รับรู้ได้จากอาการที่คนตัวเล็กซุกหน้าเข้ามาหาอกเขา เขินล่ะสิ น่ารักจริงๆเลย
“บ้า ใครเขาจะไปให้นายกอดทุกคืน นี่เห็นว่านายไม่สบายหรอก” จุนซูอ้อมแอ้มตอบ
“ตอน นี้ไม่ได้ไม่เป็นไร ไว้แต่งงานก่อนเถอะ จะกอดให้ช้ำเลย” ยูชอนกระชับแขนเข้ามาอีก แกล้งคนน่ารักที่กำลังดิ้นยุกยิกเพราะอึดอัดที่ถูกกอดแน่นๆ
“โอ้ย หายใจไม่ออก” ยูชอนยอมคลายแขนออกโดยดี ก้มลงมองหน้าคนน่ารักก็เห็นแค่กลุ่มผมสีน้ำตาลสลวยเท่านั้น เพราะตอนนี้จุนซูไม่เงยหน้ามามองเขาอีกเลย
“จุนซู ฉันรักนายนะ” ยูชอนกระซิบที่ข้างหูคนน่ารัก จุนซูไม่ตอบ
“นายจะไม่บอกฉันบ้างเลยเหรอ”
“……” เงียบไม่มีเสียงตอบจากคนตัวเล็ก
“น้อย ใจจังเลยน้า ฉันรักนายอยู่ข้างเดียวเหรอเนี่ย” ไม่มีคำตอบจากคนตัวเล็ก แต่แขนนุ่มนิ่มโอบไปที่เอวหนาของร่างโปร่ง กอดกระชับเข้ามาแน่นขึ้น ทำให้ใบหน้าน่ารักที่แนบอยู่ที่หน้าอกแกร่งแนบชิดเข้าไปยิ่งขึ้น ริมฝีปากเล็กๆชนเข้ากับตำแหน่งหัวใจของร่างโปร่งพอดี เหมือนกับจุนซูจูบเขากลายๆ ยูชอนอมยิ้ม กดจูบไปที่กลุ่มผมสีน้ำตาลเบาๆ
“ยัง ไม่บอกตอนนี้ก็ได้ แต่จำเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็รักนายเสมอ” แขนเล็กๆรัดเอวหนาแน่นขึ้นแทนคำตอบ ทั้งสองคนนอนกอดกันอย่างมีความสุข ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามายามค่ำคืน
“โห~ ข้างในเขาทำอะไรกันก็ไม่รู้เนอะ แต่ฟังจากเสียงแล้ว ไม่อยากเชื่อคนอย่างปาร์คยูชอนมีโมเม้นท์นี้ด้วย” หน้าห้องนอนแสนโรแมนติกที่คนยืนอยู่ข้างนอกรู้สึกได้ถึงออร่าสีชมพูที่ กระจายออกมาจากในห้อง ปรากฎร่างกระต่ายกับท่อนไม้ยืนเงี่ยหูฟังสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องอยู่อย่าง ใจจดใจจ่อ
“วันนี้คุณหนูคงไม่เข้าไปแกล้งเขาหรอกนะครับ” คยูฮยอนถามคุณหนูจอมซนของเขา
“แหม~ ขืนเข้าไปตอนนี้ฉันก็ได้โดนปาร์คยูชอนเหยียบน่ะสิคยูฮยอน” ซองมินทำแก้มป่อง คยูฮยอนหัวเราะ
“งั้นเรากลับห้องกันเถอะครับ ปล่อยพวกเขาอยู่ตามลำพังบ้าง”
“อืม” ซองมินพยักหน้า ก่อนจะเดินไปที่ห้องก็หันมาหาคนรับใช้รูปหล่อของตัวเอง
“คยูฮยอนอ่า~ วันนี้ฉันก็หนาวเหมือนกันนะ” คยูฮยอนหัวเราะ
“ก็ได้ครับ วันนี้ผมจะเป็นผ้าห่มให้คุณหนูเอง”
“ใจดีจัง” ซองมินยิ้มร่าเริง เดินกลับห้องไปอย่างมีความสุข
“เอ~ วันต่อไปจะแกล้งอะไรคุณชายปาร์คดีนะ”
%%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ



จุนจัง ยูชอน
อยากมีหมอนกอดแบบนี้บ้างง่า เนอะ
#1 By *-* (125.25.113.9) on 2010-04-02 16:23