Recommend

[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 8

posted on 02 Apr 2010 10:31 by kameryuichi  in Halloween

 

 

Part 8





“ทนไม่ได้ถึงกลับต้องออกมานอกงานเลยหรือไง” เสียงทุ้มเอ่ยทักขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินขึ้นรถม้าเพื่อกลับปราสาท ยุนอาหันมามองทางต้นเสียง ชีวอนยืนกอดอกพิงต้นไม้สบายๆ ส่งสายตาเยาะเย้ยเธออย่างไม่ปิดบัง

“ข้าไม่ได้คิดอะไร ทำไมข้าจะต้องทนไม่ได้ด้วย” ยุนอาเชิดหน้าตอบกลับอย่างท้าทาย

“ข้า จะไปรู้เหรอ ก็เจ้าเป็นคู่หมั้นของท่านราชาปีศาจ แต่งานนี้กลับไม่ได้ออกหน้าออกตาอย่างที่ควรจะเป็น มันก็น่าทำให้เจ้าเสียหน้าบ้างใช่ไหม” ชีวอนยกยิ้มนิดๆให้สาวน้อยตรงหน้า

“เจ้าอยากจะคิดอะไรมันก็เรื่องของเจ้าไม่เห็นเกี่ยวกับข้า” ยุนอาเดินไปขึ้นรถม้าที่มาจอดรอหน้าปราสาทโดยไม่สนใจชายหนุ่มอีกเลย

“หึ~ แค่นี้ก็ทำเป็นทนฟังไม่ได้” ชีวอนมองตามรถม้าของหญิงสาวไปจนลับตา ก่อนจะหันมาสนใจงานที่ตัวเองจำเป็นต้องทำ เขามางานนี้ตั้งแต่ช่วงเย็นแต่ไม่ได้แสดงตัว เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเขามา คิดว่าในระหว่างที่มีงานเลี้ยงเขาคงจะได้ข้อมูลอะไรในปราสาทบ้าง แต่เปล่าเลย การวางกำลังรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก ชีวอนยกยิ้ม ช่างสมกับเป็นชองยุนโฮ คนพวกนี้ช่างฉลาดซะจริงนะ มีอะไรผิดปกตินิดเดียวไหวตัวได้ทันตลอด

“หึ~ ถ้าเล่นงานที่นี่โดยตรงไม่ได้ ข้าคงต้องเล่นงานจุดอ่อนเจ้าแทนซะแล้วปาร์คยูชอน ถึงแม้จุดอ่อนของเจ้าจะไม่ได้อ่อนอย่างชื่อเลยก็เถอะ ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะทำยังไง” ชีวอนหันหลังเดินกลับไปที่ปราสาทหมาป่าอย่างเงียบเชียบ


คนตัว เล็กวิ่งออกมาจนเกือบถึงหน้าปราสาทแต่ว่าถูกพี่ชายคว้าตัวเอาไว้ก่อน ร่างเล็กได้แต่สะบัดฮึดฮัดอย่างขัดใจ ที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ แถมยังต้องเสียหน้าที่ปล่อยให้ความรู้สึกที่เขาเก็บเข้าไปอยู่ลึกที่สุดของ หัวใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“จุนซู จะไปไหน น้องยังไม่ได้สอบเลย” แจจุงพูดเสียงอ่อน เพราะคิดว่าตอนนี้น้องคงหัวเสียมากๆ

“ไม่สอบแล้ว เข้าไม่สนใจ ข้าจะเรียนต่ออีกปี ใครจะทำไม” จุนซูตวัดเสียงตอบพี่ชายคนสวยอย่างหงุดหงิด

“จุนซู ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ อย่ามาทำตัวแบบนี้พี่ไม่ชอบ” แจจุงดุ

“ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ท่านพี่ข้าจะกลับบ้าน”

“พี่ ไม่เคยสอนให้น้องเป็นคนขาดความรับผิดชอบนะ ถ้าน้องกลับแล้วคู่เต้นของน้องล่ะ แชยอนก็ต้องตกไปกับเจ้าด้วยน่ะสิ จุนซู จะทำอะไรคิดหน้าคิดหลังก่อน อย่าเอาแต่หุนหันแบบนี้” แจจุงเตือนน้องชายเสียงเรียบ คนตัวเล็กก้มหน้านิ่ง ถึงแม้จะขัดใจแต่ที่แจจุงพูดก็ถูก ถ้าเขาไม่ได้เต้นกับแชยอนเธอก็จะตกไปด้วยตามที่อาจารย์คาดโทษเอาไว้ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในงานอย่างว่าง่าย


ร่าง เล็กเดินเข้ามาในบริเวณงาน ไม่ชายตากลับไปมองทางบัลลังก์แม้แต่นิดเดียว จุนซูเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อนๆที่ยืนอยู่ เจอกับแชยอนที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะโดนจุนซูตัดหน้าเต้นรำกับท่านราชาปีศาจก่อน แถมนี่ก็ปาเข้าไปหลายเพลงแล้ว ก็ไม่เห็นวี่แววว่าท่านราชาปีศาจจะออกมาเต้นกับใครอีกเลยด้วย ยิ่งทำให้หญิงสาวหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

“จะสอบหรือยัง” จุนซูถาม

“ก็ไปสิ มัวแต่ชักช้าอยู่นั่นแหละ แค่ได้เต้นด้วยกันเพลงเดียวอย่าคิดว่าจะชนะฉันได้นะ” แชยอนตอบ

“ไร้ สาระ ไปเร็ว ฉันจะได้รีบกลับบ้านเบื่อจะแย่อยู่แล้ว” พูดจบคนตัวเล็กก็กำลังจะเดินออกไปรอแชยอนในฟลอร์แต่สายตาบังเอิญหันไปสบกับ อาจารย์ผู้คุมสอบ ทำให้คนตัวเล็กต้องเดินถอยหลังกลับมายื่นแขนให้แชยอนเกาะอย่างเสียไม่ได้

“อะไร” ร่างบางให้มาถาม

“เกาะ แขนสิ อยากสอบตกหรือไง” จุนซูพูดตอบ แชยอนได้แต่ฮึดฮัด ถ้าไม่ทำตามกฎเด๊ะๆมีหวังตกทั้งคู่แน่ แชยอนทำตามอย่างเสียไม่ได้แล้วทั้งคู่ก็ออกไปเต้นรำกลางฟลอร์ด้วยท่าทีแปลกๆ เพราะทั้งสองคนไม่อยากจะแตะโดนตัวกันเลยแม้แต่นิดเดียว แต่พบหันไปเห็นสายตาดุๆของอาจารย์ ที่มองมาอย่างคาดโทษ เลยทำให้ทั้งสองคนตัดใจ ยอมญาติดีกันสักครั้ง และรีบเต้นรีบจบ ทำให้ช่วงท้ายๆเพลงดูดีขึ้นมาหน่อย

ยูชอนนั่งมองคนตัวเล็กที่ทำตัว เป็นผู้นำที่ดี เต้นนำคู่เต้นด้วยความเอ็นดู แค่มองดูก็รู้ว่าสองคนนั้นไม่ค่อยถูกกัน แต่ว่าคงมีอะไรสักอย่างทำให้คนตัวเล็กต้องเต้นกับคนที่ไม่ชอบ ตั้งแต่อาการกำเริบเขาก็ไม่มีแรงที่จะเดินไปไหน ได้แต่นั่งอยู่ตรงนี้นิ่งๆ แถมตอนนี้ยังรู้สึกว่าภาพข้างหน้ามันดูพร่าๆอย่างบอกไม่ถูก ยูชอนยกมือขึ้นมาบีบที่ขมับ พยายามปรับสายตาให้ชัด แต่ก็ไม่ดีขึ้น

“ชางมิน” ยูชอนเรียกน้องชายที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ครับ”

“พี่ว่ายาคงเอาไม่อยู่แล้วล่ะ” ยูชอนพูดพร้อมสะบัดศีรษะไปมาเบาๆ

“งั้น ท่านพี่ขึ้นไปพักก่อน ข้าจะไปบอกพี่ยุนโฮ” ชางมินรีบเดินเร็วๆไปหายุนโฮทันที ร่างสูงกระซิบเบาๆกับพี่ชายสองสามคำ ก่อนจะเดินกลับมาที่บัลลังก์ ค่อยๆพยุงตัวยูชอนขึ้นมา

“อดทนหน่อยนะ ท่านพี่ อย่าทำให้ใครสงสัย” ยูชอนพยักหน้า พยายามตั้งลำตัวให้ตรง ถึงแม้ว่ามันจะดูโอนเอนไปเล็กน้อย แต่ถ้าไม่สังเกตกันจริงจังก็คงไม่มีใครดูออก พอพ้นจากประตูห้องโถงร่างโปร่งก็แทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดีแต่ว่าชางมินพยุงเอาไว้ ชางมินหันไปสั่งให้องค์รักษ์แถวนั้นมาช่วยกันพายูชอนขึ้นไปบนห้องทันที


“ว้า~ ท่านยูชอนไปไหนซะแล้ว แบบนี้คืนนี้ข้าก็ไม่ได้เต้นกับท่านยูชอนน่ะสิ” แชยอนบ่นเสียงดังหลังจากที่เต้นกับจุนซูจนจบเพลง จุนซูทำหน้าหน่ายๆ ก่อนจะเดินออกไปอีกทาง ไม่สนใจเสียงเรียกของฮยอกแจที่วิ่งตามมาข้างหลัง

“จุนซู เจ้าจะรีบไปไหนน่ะ” ฮยอกแจวิ่งมาดักหน้าเพื่อนได้ทันก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินออกนอกปราสาทไป

“กลับบ้านน่ะสิ สอบก็สอบแล้วจะอยู่อีกทำไม” จุนซูหันมาตอบ

“เจ้าไม่อยู่สนุกกับพวกข้าก่อนเหรอ”

“ไม่ล่ะ เจ้าเข้าไปสนุกคนเดียวเถอะ ข้าจะกลับบ้านล่ะ”

“แล้วเอ่อ~ “ ฮยอกแจอ้ำอึ้ง

“ไม่อะไรล่ะ จะพูดอะไรก็พูดมาสิ”

“ราชาปีศาจน่ะ เป็นอะไรเหรอ ทำไมเจ้าถึงไปอยู่ข้างๆเขาตั้งนานเมื่อกี้” ฮยอกแจถาม

“ไม่สบายน่ะ เขาเป็นแบบนี้เสมอแหละ มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ มีอะไรหรอก เจ้าจะกลับบ้านก็ไปเถอะ ระวังตัวด้วยล่ะ” ฮยอกแจบอกลาเพื่อน จุนซูยิ้มพร้อมกับโบกมือลา ฮยอกแจหันหลังเดินกลับเข้างานไป

ทันที ที่คล้อยหลังเพื่อน คนตัวเล็กก็มีสีหน้าครุ่นคิด นั่นสิ ทำไมปาร์คยูชอนถึงได้ดูอ่อนแอมากๆในบางครั้ง ทั้งที่ตามปกติแล้วเป็นคนแข็งแรงจะตายไป เวลาถามใครก็มักจะมีคนบอกเขาว่ามันเป็นโรคประจำตัว แต่ไม่มีใครเคยบอกว่ามันเป็นโรคอะไร คนตัวเล็กได้แต่สงสัย แต่ก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับปาร์คยูชอน มันไม่ควรจะเกี่ยวกับเขาด้วย เพราะเขากับปาร์คยูชอนไม่ได้เป็นอะไรกัน คนที่สมควรจะต้องรู้เรื่องพวกนี้น่าจะเป็นอิมยุนอามากกว่า ไม่ใช่เขา จุนซูเดินออกจากปราสาทขึ้นรถม้ากลับไป แต่ไม่วายก็ยังเก็บเรื่องนี้กลับมาคิด ทั้งๆที่เฝ้าบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขาอยู่ตลอดเวลาก็ตาม


กว่า จะเลิกงานและส่งแขกทุกคนกลับหมดก็เลยเวลาเที่ยงคืนมามากแล้ว ยุนโฮและแจจุงที่ช่วยกันดูแลงานหลังจากที่ยูชอนขอตัวกลับขึ้นไปพักผ่อน ก็แทบจะหมดแรง ไหนจะต้องคอยรับแขก ไหนจะต้องคอยส่งแขก ดูแลเรื่องสถานที่ อาหาร และอะไรต่อมิอะไรมากมาย ทำให้ทั้งคู่แทบจะไม่มีเวลาได้คุยกันเลย ยุนโฮเดินเข้ามาในห้องโถงหลังจากส่งแขกคนสุดท้ายขึ้นรถม้าขับออกจากปราสาทไป ก็พบกับร่างบางของใครคนนึง นั่งอยู่บนเก้าอี้ ศีรษะได้รูปพิงอยู่กับเสาต้นนึงในห้องโถง ยุนโฮเดินเข้ามาใกล้ ยืนมองภาพตรงหน้ายิ้มๆ นี่คงเหนื่อยมากสินะ ถึงได้เห็นแจจุงผู้เพียบพร้อมหลับไม่เป็นที่เป็นทางแบบนี้ มือหนาเอื้อมไปแตะร่างบางตรงหน้าเบาๆ

“แจจุง แจจุง” เสียงทุ้มเรียกเจ้าของชื่อเบาๆ2-3ครั้ง แต่ก็เงียบ ไม่มีปฏิกิริยาจากคนตรงหน้าเลยสักนิด ยุนโฮทรุดลงนั่งข้างหน้าแจจุง ริมฝีปากจุดยิ้มบางๆ นี่ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงไม่กล้ามองหน้าแจจุงตรงๆอย่างนี้ คงเป็นเพราะดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อ มอบความเป็นมิตรให้ตลอดเวลาล่ะมั้ง ที่ทำให้คนที่คิดอะไรไม่ซื่อกับร่างบางอย่างเขาไม่กล้าสบตานานๆ กลัวว่าดวงตากลมโตจะรู้เข้าสักวันว่าเขาไม่ได้เห็นว่าร่างบางเป็นเพื่อนมา ตั้งแต่แรก มือหนาเอื้อมไปจับมือบางขึ้นมากุมไว้ พร้อมกับจรดริมฝีปากที่หลังมือของคนตรงหน้าเบาๆ

“ข้าขอแค่นี้เจ้าคง ไม่ว่าอะไรนะแจจุง” ก่อนจะลุกขึ้นช้อนร่างบางขึ้นมาแนบอก เพื่อพาคนขี้เซาไปนอนให้เป็นที่เป็นทาง ยุนโฮพาแจจุงเข้ามานอนในห้องพักที่เปิดไว้ตั้งแต่เมื่อบ่าย วางร่างบางลงบนเตียงนอนอย่างแผ่วเบา จัดท่านอนสบายๆให้ คลี่ผ้าห่มคลุมให้จนถึงช่วงอก

“ราตรีสวัสดิ์นะครับนางฟ้า” ยุนโฮเป่าดับเทียนที่หัวเตียง ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง ปิดประตูอย่างแผ่วเบา พอประตูงับกันสนิท ดวงตากลมโตที่หลับอยู่นานก็ลืมตาขึ้น ใบหน้าหวานหันหน้าไปตามทิศทางที่เจ้าของร่างสูงเพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ ก่อนจะยกยิ้มอ่อนหวานที่คนตัวโตไม่มีโอกาสได้เห็น

“ราตรีสวัสดิ์นะ คุณลิลลี่” แจจุงเอ่ยเบาๆ ก่อนจะหลับตาเข้าสู่นิทราไป พร้อมกับรอยยิ้ม


ตอน เช้าแสงแดดอ่อนๆ ทอแสงลงมาสาดส่องทำให้ทุกอย่างดูสวยสดไปหมดในสายตาของร่างบาง โดยเฉพาะตอนนี้ ตรงหน้าเขามีสวนขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่าไร่ เต็มไปด้วยลิลลี่สีขาวบานสะพรั่งเต็มไปหมด ร่างบางเดินเข้าไปในสวนอย่างลืมตัว ไม่สนใจว่าจะเป็นสวนของใครหรือว่าเป็นดอกไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะตอนนี้กำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้าอยู่ ร่างบางชื่นชมกับภาพตรงหน้าอย่างเต็มที่ แถมยังเด็ดดอกไม้ติดมือมาด้วย ไม่ทันรู้ตัวว่าเดินมาไกลมากแค่ไหน จนกระทั่งได้ยินเสียงของใครคนนึงดังขึ้น

“นั่นใครน่ะ” เสียงทุ้มดังขึ้น ทำให้ร่างบางสะดุ้ง

“จะขโมยดอกไม้หรือไง”

“ปะ เปล่านะ ข้าไม่ได้ขโมย”

“ไม่ ได้ขโมย แล้วในมือเจ้าเรียกอะไร” ร่างบางมองดูดอกไม้ในมือตัวเอง ก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะตอนแรกเขาไม่คิดว่าทุ่งดอกไม้นี้จะมีเจ้าของด้วยนี่นา ก็เลยเก็บดอกไม้ติดมือจะเอาไปใส่แจกันที่บ้าน

“คือ เอ่อ~”

“จะแก้ตัวอะไรก็ว่ามา แต่หลักฐานอยู่ในมือขนาดนั้น แก้ยังไงก็คงไม่ขึ้นแล้วล่ะมั้ง” คนตัวโตหรี่ตามองด้วยสายตารู้เท่าทัน

“ข้า ไม่ได้จะแก้ตัว ข้าไม่รู้จริงๆนี่ว่าที่นี่มีเจ้าของ ใครใช้ให้เจ้าปลูกดอกไม้เป็นทุ่งขนาดนี้ล่ะ” ร่างบางเถียง ไม่ชอบให้ใครมามองตัวเองด้วยสายตาแบบนี้ คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด

“เป็นความผิดข้างั้นสิ ที่มีพื้นที่เยอะไปหน่อย เลยทำให้คนอื่นคิดว่าดอกไม้ของข้ามันไม่มีเจ้าของ” ร่างสูงเอ่ยเยาะ

“ใช่ เป็นความผิดของเจ้านั่นแหละ” ร่างบางเถียงกลับ

“โอ๊ะ เจ้านี่ผิดแล้วยังไม่สำนึกอีกนะ บอกมาว่าชื่ออะไร ลูกเต้าเหล่าใคร ข้าจะได้ไปบอกพ่อแม่เจ้าถูก ทำไมถึงไม่ดูแล เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านเป็นขโมย”

“ข้าไม่ได้เป็นขโมย แล้วอีกอย่าง ข้าไม่ได้เป็นเด็กด้วย ข้าชื่อมินโฮ ข้าอายุตั้ง17แล้ว ไม่ใช่เด็กอย่างที่เจ้าว่า” มินโฮเถียง

“มิ นโฮเหรอ เจ้าเด็กน้อย อายุ17นี่ก็เด็กอยู่ดีนั่นแหละ ว่ามา เป็นลูกใคร ข้าจะได้ไปบอกพ่อแม่เจ้าถูก” ชางมินเดินเข้ามาใกล้ มินโฮเดินถอยกรูดอย่างรวดเร็วทำให้เสียหลักเกือบล้มหงายหลังลงไป ดีว่าชางมินรีบเข้ามารับได้ทัน

“ปล่อยข้านะ” มินโฮดิ้น เพื่อให้หลุดจากแขนแข็งแรงที่เกี่ยวเอวเขาไว้

“ไม่ต้องดิ้นหรอกน่า ข้าไม่ได้อยากจะแตะเจ้าหรอกเด็กน้อย”

“ข้า บอกว่าข้าไม่ใช่เด็ก ข้าโตแล้ว ไม่รู้เรื่องหรือไงลุง ปล่อยข้านะ ปล่อยๆ” ชางมินเลิกคิ้ว นี่เขาแกพอจะเป็นลุงเจ้าเด็กนี่ได้แล้วเหรอ ด้วยความหมั่นไส้ บวกกับอยากแกล้งคน จู่ๆชางมินก็ปล่อยแขนที่รั้งคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น

“โอ้ย~ เจ็บนะ ผู้ใหญ่รังแกเด็กนี่” มินโฮสูดปากพร้อมกับร้องโวยวายไปด้วย

“อ้าว ก็ไหนว่าตัวเองไม่ใช่เด็กไง เจ้านี่จะเอายังไงกันแน่” ชางมินหัวเราะ มินโฮลุกขึ้นจัดการปัดเศษหญ้าออกจากตัวเอง พร้อมกับเอาดอกไม้ในมือปาใส่คนตรงหน้าด้วยความโมโห

“เอาดอกไม้ของเจ้าคืนไป” มินโฮเชิดหน้าเดินหันหลังกลับไปยังทิศทางที่มาทันที

“ไม่ เอาแล้วเหรอดอกไม้น่ะ เด็ดมาทิ้งอย่างนี้มันเปลืองนะ รู้ไหมว่าข้าจะปลูกได้ตั้งนาน เจ้าเด็กแก่แดด” ชางมินตะโกนตามหลังคนตัวเล็กไป มินโฮหันมาแลบลิ้นให้ก่อนจะวิ่งหายไปในสวนดอกลิลลี่

“ให้ตายสิ ตั้งหลายดอกช้ำหมดแล้ว จะเอาไปสกัดเป็นยาก็ไม่ได้ เด็กอะไร” ชางมินส่ายหัวไปมา

“หึ~ ข้าเพิ่งจะ23 ยังไม่แก่พอจะเป็นลุงของเจ้าหรอกน่า” ก่อนจะหันไปเก็บดอกลิลลี่คุณภาพดีเพื่อจะเอาไปสกัดยาให้ยูชอน


ยู ชอนลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับชางมินที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะใกล้ๆกับ เตียง ชางมินทำตามที่บอกไว้จริงๆว่าจะไม่ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวอีกต่อไป ยูชอนยิ้มนิดๆ ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง เสียงการเคลื่อนไหวเพียงแผ่วเบาทำให้ชางมินละจากหนังสือตรงหน้า หันมามอง ร่างสูงรีบเดินมาพยุงพี่ชายให้นั่งตัวตรง พร้อมกับเอาหมอนรองหลังไว้ให้ด้วย

“จะลุกขึ้นมาทำไม พี่ยังไม่แข็งแรงเลยนะ” ชางมินบ่น

“พี่ไม่เป็นไรแล้วน่า”

“ไม่ เป็นไร พี่รู้ไหม พี่สลบไปกี่วัน วันนี้วันที่4แล้วนะ พี่หลับนานขึ้นเรื่อยๆ ข้าว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ต้องไปทำพิธีให้ได้” ชางมินพูดเสียงเครียด

“แล้วถ้ามีคนตามล่ะ ยังไงเราก็ต้องเลิกเดินทางอยู่ดี” ยูชอนตอบ

“ข้า จะไปกับพี่เอง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้ารับหน้าไว้เอง พี่ไม่ต้องห่วง” ชางมินตอบ ยูชอนเลิกคิ้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อฝีมือน้องชาย ถึงแม้ว่าชางมินจะเป็นหมอ และไม่เคยออกไปไหนเลย เขาก็รู้ดีว่าชางมินเก่งพอตัว แต่ชางมินเป็นประเภทไม่ชอบรบกับใคร แต่คราวนี้ถึงกับออกปากเอง แสดงว่าอาการเขาคงเข้าขั้นอยู่เหมือนกัน

“ไหนเจ้าบอกว่าไม่ชอบใช้กำลังไงล่ะ”

“คน แรกที่ข้าจะใช้ด้วยคงต้องเป็นพี่นี่แหละ คราวนี้ถ้าพี่ไม่ให้ข้าไปด้วย ข้าจะจับพี่ยัดใส่รถม้าลากไปด้วยกันให้ได้” ชางมินพูด ยูชอนหัวเราะ

“เอาล่ะ ถ้าเจ้าอยากไปก็ได้ คงไม่ต้องถึงกับจับข้ายัดใส่รถหรอก ตอนนี้ข้าก็พอไหว”

“ก็ไม่แน่นะ คราวนี้ข้าก็จะไปด้วยเหมือนกัน” ยุนโฮที่เพิ่งเดินเข้ามากล่าวต่อท้าย

“จะแห่ไปทำไมกันเยอะแยะ ถ้าเจ้าไปแล้วใครจะดูที่นี่ล่ะ” ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงจริงๆ

“ที่ นี่ไม่มีอะไรน่าห่วง ข้าว่าเจ้านั่นแหละที่น่าห่วงกว่า เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือไงว่ามีคนตามเจ้า ข้ากับชางมินถึงต้องตามไปคุ้มครองเจ้าไงล่ะ” ยุนโฮตอบ ยูชอนได้แต่ส่ายหน้า กำลังจะอ้าปากเถียงแต่ก็ต้องหุบฉับ เพราะทั้งสองพี่น้องหันมามองด้วยสายตาดุๆ

“ไม่ต้องปฏิเสธเลยนะ ถ้าเจ้าไม่ยอม ข้าคงต้องจับเจ้ายัดรถม้าอย่างที่ว่าจริงๆ” ยุนโฮพูด

“เอาล่ะๆ จะทำอะไรก็เอาเถอะ” ยูชอนพูดอย่างยอมแพ้

“คืน นี้วันเพ็ญ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางแต่เช้า เจ้ารีบนอนเถอะ เก็บแรงเอาไว้เผื่อมีเหตุการณ์อะไรจะได้รับมือได้” ยุนโฮบอก ยูชอนพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้เขาก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยๆแล้วเหมือนกัน

“ชา งมิน เตรียมของให้เรียบร้อยนะ” ยุนโฮหันมาสั่งน้องชาย ชางมินพยักหน้า ยุนโฮเดินออกไปนอกห้องปล่อยให้ยูชอนได้พักผ่อน ชางมินจัดการจัดท่านอนให้พี่ชาย ก่อนจะหันกลับไปนั่งอ่านหนังสือของตัวเองไปตามเดิม


ก่อนที่ ท้องฟ้าจะสาง ยูชอน ชางมิน ยุนโฮ ขึ้นนั่งประจำบนหลังม้าคู่ใจ ควบออกจากปราสาทไป โดยที่ไม่รู้ว่า มีใครบางคนตามมาข้างหลังไม่ห่าง แต่ด้วยความรีบร้อนทั้งสามเลยไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ ประมาณครึ่งชั่วโมง ม้าทั้งสามตัวก็พาพวกเขามาถึงชายป่าด้านนึงของเมือง ยุนโฮชักม้าชะลอความเร็ว มองไปรอบๆตัว เขาเริ่มรู้สึกถึงอะไรผิดปกติ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมาในระยะใกล้ๆ ทั้งสามก็ควบม้าทะลุชายป่ายังป่าทึบที่ไม่มีใครเคยกล้าเข้าไป เพราะรู้ว่าชายป่าแถบนี้เป็นที่อาศัยของสัตว์ร้ายนาๆชนิด

“หายไป ไหนแล้วเนี่ย ให้ตายสิ คลาดสายตาไปนิดเดียวเอง” เสียงชายปริศนาเอ่ยขึ้น แต่ไม่ทันที่เขาจะชักม้าตามทั้งสามคนไป ร่างของเขาก็หล่นวูบลงจากหลังม้าด้วยแรงกระชาก

“ใครวะ บังอาจมาทำข้า” ชายปริศนาหันกลับมามองอย่างเอาเรื่อง พบกับร่างสูงขององค์รักษ์ท่านราชาปีศาจยืนเด่นอยู่ต่อหน้า

“ชองยุนโฮ”

“ใช่ข้าเอง ตามพวกเรามาทำไม” ยุนโฮเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ใครตามเจ้า พูดบ้าๆ ป่าไม่ได้เป็นของพวกเจ้าทำไมข้าจะมาไม่ได้” ชายปริศนาตอบ

“คน อื่นอาจจะมาได้ แต่สำหรับเจ้าข้าคงจะเชื่อได้ยากหน่อย ชายป่าแถบนี้มีแต่ตัวสัตว์ร้ายอาศัยอยู่เต็มไปหมด คนขี้ขลาดอย่างเจ้าคงไม่กล้ามาคนเดียวหรอกใช่ไหมชินดง” ยุนโฮตอบ

“ทำไม คนอย่างข้าจะมาที่นี่คนเดียวมันผิดตรงไหน” ชินดงยังคงแถต่อไป ในขณะที่สายตาก็สอดส่ายหาทางหนีทีไล่

“ชีวอนให้เจ้าตามพวกเรามาทำไม”

“ใคร ทำไมท่านชีวอนต้องให้ตามพวกเจ้าด้วย ไม่เห็นมีความจำเป็น”

“งั้นเหรอ ถ้าไม่จำเป็นเจ้าจะเสี่ยงเข้ามาที่นี่ทั้งๆที่กลัวแทบตายงั้นเหรอ”

“ข้า บอกว่าไม่ได้ตามก็ไม่ได้ตามสิ” ชินดงเถียง ขณะรีบปีนขึ้นม้าเพื่อจะหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ถ้าหากต้องปะทะกำลังกันล่ะก็ คนอย่างเขาจะไปสู้หัวหน้าองค์รักษ์อย่างชองยุนโฮได้ยังไง

“เดี๋ยว ใครบอกให้เจ้าไป” ยุนโฮเดินมาขวางทางไม่ให้ม้าของชินดงออกไปจากตรงนั้น แต่ชินดงไม่สนใจ ชักม้าควบผ่านไปทันทีเพื่อหนีเอาตัวรอด ยุนโฮเบี่ยงตัวออกนิดนึง ก่อนจะส่งลูกบอลสีน้ำเงินซัดใส่ชินดงจนร่วงลงมากองกับพื้น ชินดงจุกจนไม่สามารถลุกไปไหนได้อีก ยุนโฮเดินเข้ามาใกล้ จับคอเสื้อของชินดงยกขึ้น ลากตัวร่างอวบกลมของชินดงมาผูกติดเอาไว้กับต้นไม้ รอให้ยูชอนทำพิธีเสร็จแล้วค่อยมาปล่อยไป

“จับข้าไว้ทำไม”

“เพื่อความปลอดภัย ถ้าพูดกันดีๆตั้งแต่ครั้งแรกเจ้าก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว” ยุนโฮพูดขณะมัดปมเชือกอย่างแน่นหนา

“ไว้ ข้ากลับมาจะมาปล่อยเจ้านะ” ยุนโฮเดินกลับไปขึ้นมาของตัวเองควบออกไปจากตรงนั้น โดยไม่รู้ว่า นอกจากชินดงแล้วยังไม่อีกคนนึงที่ตามมาด้วย ร่างเล็กบนลาตัวน้อยค่อยๆเยื้องย่างเข้าไปตามทิศทางที่ยุนโฮไปอย่างช้าๆ เท่าที่ความเร็วของลาตัวนึงมันจะสามารถไปได้


“เรียบร้อยแล้วเหรอพี่” ชางมินหันมาถาม ขณะที่ยุนโฮกำลังลงจากม้า

“อืม~ ยูชอนล่ะ”

“โน่น” ชางมินบุ้ยใบ้ไปทางลานกว้าง ตอนนี้ใกล้รุ่งสาง พระจันทร์เต็มดวงกำลังคล้อยต่ำลงมาเรื่อยๆเพื่อหลบทางให้ดวงตะวันร้อนแรงมา ทำหน้าที่แทนในตอนเช้ากำลังค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่ง ยูชอนนั่งคุกเข่าอยู่ที่หน้าแท่นทำพิธีเพื่อรอเวลาให้พระจันทร์เคลื่อนมาตรง กับศีรษะของเขา ชางมินและยุนโฮถอยออกมายืนอยู่ไกลพอสมควร เพื่อให้ยูชอนได้ทำพิธีได้สะดวก โดยไม่ต้องกลัวว่าพลังที่เขาจะปล่อยออกมาจะพลาดไปโดนคนที่อยู่ในระยะใกล้ๆ

สัก พักพระจันทร์สีนวลก็ค่อยๆเคลื่อนมาตรงศีรษะของยูชอน แสงจันทร์ทอดลงมาผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นล้อมรอบบริเวณแท่นพิธีอย่างมีระเบียบ ยูชอนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ด้านบน แขนทั้งสองข้างยื่นออกไปข้างลำตัว เปลือกตาปิดสนิทก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีนิลแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงแห่งธาตุสายฟ้า มือทั้งสองข้างเริ่มก่อประจุไฟฟ้าสีม่วงขนาดย่อม และค่อยๆขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนลูกบอลสีม่วงทั้งสองลูกประสานกันจนเป็นโดมใหญ่คลุมร่างของยูชอนไว้ทั้งหมด และรอเวลาจนพลาสม่าสีม่วงเข้มกลายเป็นสีม่วงอ่อนเพราะได้รับการชำระล้าง จากดวงจันทร์เป็นอันเสร็จพิธี

แต่วันนี้มีสิ่งที่แปลกไป ชางมินเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ โดมสีม่วงเข้มของยูชอนสีไม่จางลงแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เวลาก็ผ่านมานานมากแล้ว ฟ้าเริ่มจะสาง แสงแดดเริ่มจะทอมาทับแสงจันทร์ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอาซะเลย ตามธรรมดาสีม่วงเข้มจะเปลี่ยนเป็นสีจางใช้เวลาแค่ครึ่งชั่งโมง และจะเสร็จก่อนที่แสงของดวงอาทิตย์จะมาแทนที่ แต่ทว่าตอนนี้นอกจากสีจะไม่จางทั้งๆที่ผ่านมาเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว โดมยังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากที่ค่อยๆขยาย ตอนนี้มันโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชางมินหันมามองหน้าพี่ชายทันที

“ทำยังไงดีพี่ พี่ยูชอนควบคุมมันไม่ได้แล้ว” ชางมินพูดอย่างเป็นกังวล

“แย่ล่ะสิ ขืนปล่อยมากขนาดนี้ยูชอนจะเป็นอันตราย” ยุนโฮพูดด้วยสีหน้ากังวล แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าไม่มีใครเข้าใกล้ยูชอนได้เลยตอนนี้

“เราจะหยุดได้ยังไงล่ะพี่ยุนโฮ แบบนี้พี่ยูชอนต้องแย่แน่ๆ” ชางมินหันรีหันขวาง

“แล้วเราต้องทำยังไงล่ะ ยูชอนถึงจะหยุดปล่อยพลัง”

“เดี๋ยวนะ ข้าขอคิดแป๊บนึง” ชางมินเดินไปเดินมา สักพักก็หันมาหายุนโฮ

“ต้องทำให้พี่ยูชอนคืนสติ หรือไม่ก็ ทำให้พลาสม่าหายไป”

“แล้วจะทำยังไง”

“ทำ ลายพลาสม่านั่นพี่ยุนโฮ เร็วเข้า ก่อนที่มันจะระเบิดออกมา” ชางมินเรียกลูกบอลสีขาวขึ้นมาสองลูก ใหญ่พอที่จะทำลายต้นไม้ต้นใหญ่ได้ภายในพริบตา กระแทกใส่พลาสม่าของยูชอน แรงระเบิดทำให้พื้นที่แถวนั้นสะเทือน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ แถมลูกพลังของตัวเองยังสะท้อนออกมา ชางมินกลิ้งหลบไปอีกทาง ยุนโฮหันมาซัดพลังของตัวเองเข้าไปบ้าง ได้ผลเหมือนกัน ทั้งสองพี่น้องมองหน้ากัน พยายามคิดวิธีที่ทำให้พลาสม่าแตกออกจากกัน แต่ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคิด พวกเขาก็ได้ยินเสียงยูชอนร้องลั่น

~ อ๊ากกกกกก!!!!~

ก่อน ที่ใครจะได้ทันทำอะไร พลาสม่าสีม่วงเข้มก็ระเบิดออกแรงระเบิดกระแทกร่างของชางมินและยุนโฮอัดกับ ต้นไม้ที่อยู่แถวนั้นอย่างจัง ทำให้ทั้งสองคนขยับตัวไม่ได้ เพราะกระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรง ก่อนที่สติของชางมินจะดับลงไป เขามองเห็นร่างของยูชอนร่วงลงไปกองกับพื้นพร้อมๆกับที่สติของเขาหลุดลอยออก ไป


ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ร่างสูงของชางมินเริ่มขยับ เขารู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว แทบจะขยับไปไหนไม่ได้ ทันทีที่ได้สติเต็มที่ ร่างสูงหันไปมองยังทิศทางที่เป็นแทนพิธี สายตาของเขาก็พบกับร่างของยูชอนที่สลบกองอยู่กับพื้น ชางมินตกใจรีบวิ่งไปหายูชอนทันที แต่พอขับตัวเขาก็ต้องร้องออกมาเพราะแรงกระแทกเมื่อกี้คงทำให้เขาได้รับบาด เจ็บพอสมควร ชางมินมองซ้ายมองขวาหายุนโฮ ก็พบว่าพี่ชายของเขาเพิ่งจะได้สติ ยุนโฮค่อยๆขยับตัวอย่างลำบาก ค่อยๆเดินมาหาเขาช้าๆ

“พี่ยุนโฮ พี่ยูชอน” ยุนโฮไม่พูดอะไร รีบพยุงน้องชายเดินไปหาร่างของยูชอนทันที เท่าที่สังขารของพวกเขาจะทำได้ ชางมินและยุนโฮทรุดตัวนั่งลงข้างๆร่างของยูชอน ยุนโฮจัดการพลิกตัวยูชอนขึ้นมา ทันทีที่หันหน้ามาทั้งสองคนก็หน้าซีดเผือด ตอนนี้ร่างกายของยูชอนเย็นเฉียบและขาวซีด ชางมินรีบก้มลงฟังเสียหัวใจของยูชอน แล้วก็ต้องถอนใจเพราะเขายังได้ยินเสียงหัวใจเต้นแผ่วๆ

“เป็นไงบ้างชางมิน”

“ยังไม่ตาย แต่ว่า..” ชางมินเงียบไป

“แต่ อะไร พูดมาให้หมดสิ” ยุนโฮเขย่าตัวน้องชายอย่างลืมตัว ทั้งๆที่ทั้งเขาและชางมินก็ได้รับบาดเจ็บพอสมควร แต่ตอนนี้ทั้งสองคิดแต่เรื่องของยูชอนเท่าไหร่ ชางมินหันมามองหน้าพี่ชาย สายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“ชางมิน พูดมาสิ” ยุนโฮตะคอก

“ข้า ... ไม่รู้ว่าพี่ยูชอนจะอยู่ได้นานแค่ไหน” ชางมินตอบพร้อมกับก้มหน้า ยุนโฮได้ฟังถึงกับหมดแรง ทิ้งตัวนั่งลงไปนั่งอยู่ข้างๆยูชอน

“ทำไมล่ะ มันเกิดอะไรขึ้น”

“คงเป็นเพราะพี่ยูชอนไม่ได้มาทำพิธีนานติดต่อกันหลายครั้ง ทำให้ควบคุมพลังไม่อยู่ แล้วตอนนี้ ร่างกายก็รับไม่ไหว” ชางมินตอบ

“ชา งมิน เจ้ามีวิธีใช่ไหม เจ้ารู้ใช่ไหมว่าจะทำยังไงเขาถึงจะไม่...” ยุนโฮพูดได้แค่นั้น เหมือนกับมีก้อนแข็งๆขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ ทำให้เขาพูดอะไรออกมาไม่ได้ ชางมินนิ่งเงียบ มองร่างของยูชอนด้วยสายตาว่างเปล่า ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกแม้แต่อย่างเดียว ทุกอย่างเหมือนกับพังทลายลงตรงหน้า คิดสิชางมิน คิดสิ จะยื้อชีวิตของพี่ชายได้ยังไง

“ชางมิน เจ้าได้ยินพี่ไหม ชางมิน” ยุนโฮเขย่าตัวน้องชาย

“ข้า ..ข้า..” ชางมินเงียบไปสักพัก ก่อนที่ร่างสูงจะหันไปมองมองหน้ายูชอน

“มีอยู่วิธีเดียว แต่ว่า..” ชางมินเงียบไปอีก ยุนโฮรีบหันมาหาชางมินทันทีอย่างมีความหวัง

“แต่ อะไร บอกมาสิ ไม่ว่าไกลแค่ไหนพี่ก็จะไปเอามาให้” ยุนโฮพูด ทั้งๆที่รู้ว่าสภาพของเขาตอนนี้ขยับแต่ละทียังลำบาก แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องช่วยยูชอนให้ได้

“จุนซูไง มีแต่จุนซูเท่านั้นที่จะช่วยพี่ยูชอนได้ พี่คิดว่าพี่จะทำให้จุนซูมาที่นี่ได้ทันเวลาไหม” ชางมินถาม ยุนโฮเงียบไป เพราะทั้งเขาและชางมินรู้ดีว่า จุนซูคงไม่ยอมมาช่วยยูชอนง่ายๆแน่นอน

“วิธี อื่นละ มีวิธีอื่นอีกไหม วิธีที่จะช่วยยื้อชีวิตยูชอนเอาไว้ก่อน” ยุนโฮหันมาถามหลังจากที่เงียบไปนาน ชางมินได้แต่ส่ายหน้าช้าๆเป็นคำตอบ

“ไม่ จริง เจ้าต้องรู้สิ มันต้องมีวิธี ข้าไม่ยอมให้ยูชอนตายง่ายๆอย่างนี้หรอก” ยุนโฮตะโกนเสียงดัง ระหว่างที่ทั้งสองกำลังหมกมุ่นอยู่กับร่างไร้สติของยูชอน ทำให้คนที่ระวังตัวเองตลอดเวลาอย่างยุนโฮ ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่ามีคนมายืนอยู่ข้างหลังเขาทั้งสองคนได้สักพักแล้ว

“ใคร จะตาย” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง เรียกให้ทั้งสองคนหันไปมอง ชางมินมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา มันเป็นไปได้ยังไง คนที่เขาไม่คิดว่าจะมาอยู่ตรงนี้ในเวลาแบบนี้ แต่ดันมาปรากฏอยู่ต่อหน้าพวกเขา ชางมินและยุนโฮกำลังอึ้งกับภาพที่เห็นตรงหน้า ไม่มีใครตอบคำถามนั่นเลยสักคนเดียว

%%%%%%

TBC

 

ถึงตอนล่าสุดแล้วค่ะ ต่อไปนี้ก็คงต้องรอกันนิ๊ดนะคะ ^^

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คิมจุนซู

มาทันใช่ไหมค่ะ

คุณลิลลี่กับนางฟ้า หวานนนนนนนนนนมาก

รอได้ค่ะ สู้ๆนะค่ะ

#1 By jeja (116.58.237.92) on 2010-04-02 12:40

ขอให้เป็นน้องจุนน้า~

จ้าๆรอจ้า surprised smile

#2 By patongko (58.8.25.176) on 2010-04-02 17:00

หวังว่าคนที่มาจะเป็นจุนนะ

#3 By bruin (222.123.201.36) on 2010-04-02 17:34

ลุ้นอะ
จุนจางงงงง
please...........
จะตั้งตารอตอนต่อนะ
สู้ๆ

#4 By pp (125.27.111.190) on 2010-04-03 14:48

จุนจังเเน่นอน

เเต่...


ใครขี่ลามาอ่ะ ใช่ป่าวหว่า~~~~~

#5 By UU (114.128.191.36) on 2010-04-04 08:43

อยากให้คนนั้นเป็นน้องจุนอ่ะ
มิคจะเป็นไรมากมั้ยเนี่ย

#6 By chebi (125.24.123.62) on 2010-04-05 22:24