[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 8
posted on 02 Apr 2010 10:34 by kameryuichi in emergency
Part 8
ยูชอนขับรถออกมาจากบ้านด้วยความหงุด หงิด มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไล่เบอร์ที่ต้องการ ก่อนจะโยนลงที่เบาะๆข้างๆ รอสัญญาณจากในบูลธูทดัง สักพักก็ได้ยินเสียงทุ้มของเพื่อนซี้ดังขึ้นที่ปลายสาย
“ว่าไงยูชอนโทรมาทำไม” ชางมินถามกวนๆ
“อะไร โทรไม่ได้หรือไง”
“ไม่ ได้ คราวที่แล้วแกไล่ฉันกลับบ้านอย่างกับหมูกับหมา แล้ววันนี้จะโทรมาหาสวรรค์วิมานอะไร คุณเลขาไม่อยู่ให้เชยชมหรือไงถึงโทรมาหาเพื่อนได้” ยูชอนแทบจะโยนบูลธูทโยนทิ้งเพราะเพื่อนพูดแทงใจดำ
“ไม่ใช่เว้ย แกว่างป่ะวันนี้ ไปเที่ยวกัน” ยูชอนเอ่ยปากชวน
“เที่ยวไหน”
“ที่ไหนก็ได้ ขอให้มีสาวเยอะๆ”
“แก จะบ้าหรือเปล่า นี่มันกลางวันแสกๆ แกจะไปหาสาวที่ไหนฟะ อีกอย่าง ฉันไม่ว่าง มีนัดแล้ว เสียใจ....ตื๊ด” ชางมินวางสายทิ้งอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้ยูชอนหัวเสียอยู่คนเดียว
“ไอ้มิน ชางมิน โธ่เว้ย อะไรวะ ทำไมวันนี้อะไรๆมันก็ไม่เป็นใจไปหมดเลย อารมณ์เสียวุ้ย” ยูชอนถอดบูลธูทโยนทิ้งไว้ที่เบาะข้างๆ กดเท้าเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้นอีกนิดตามแรงอารมณ์
“ทำไม ถึงหงุดหงิดขนาดนี้เนี่ย” ยูชอนบ่นไปตลอดทาง สักพักเสียงเครื่องมือสื่อสารก็ดังขึ้น ยูชอนเบาเครื่องหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอแสดงชื่อที่ร่างโปร่งต้องส่ายหัว ก่อนจะโยนเอาไว้ที่เบาะรถตามเดิม แต่เสียงเรียกเขาก็ยังคงดังกังวานไปทั้งรถ ยูชอนเหลือบตาไปมอง ก่อนจะคิดอะไรได้บางอย่าง หยิบบูลธูทขึ้นมาเสียบที่หู กดรับโทรศัพท์ สักพักเสียงหวานใสก็ดังขึ้น
“แหม คิดว่าจะไม่รับโทรศัพท์เจสซะแล้ว” เจสสิก้าขาวีนรีบออดอ้อน เพราะเธอเพียรพยายามโทรมาหลายรอบ แต่พ่อหนุ่มรูปหล่อก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์สักที
“รับสิครับ ทำไมผมจะไม่รับโทรศัพท์คุณล่ะ” ยูชอนกรอกเสียงทุ้มนุ่มละลายใจสาวๆตอบไป
“ก็ทุกวันที่เจสโทรมาคุณไม่เห็นเคยรับเลยนี่คะ” เสียงหวานใสกระเง้ากระงอด ยูชอนเบ้ปาก แต่เสียงกลับเป็นตรงข้าม
“โธ่ก็ทุกวันผมไม่ว่างนี่ครับ แต่วันนี้ผมว่างนะ เจสล่ะว่างหรือเปล่าครับ”
“ว่าง ค่ะว่าง เจสว่างทั้งวันเลยค่ะ คืนนี้เจสก็ว่างนะคะถ้ายูชอนต้องการ” ยูชอนส่ายหน้าแรงๆ ประมาณว่ารอบเดียวก็พอแล้วแม่คู๊ณ ที่รับโทรศัพท์เนี่ย อยากหาเรื่องแกล้งคุณเลขาต่างหาก
“งั้นเจสเตรียมแต่งตัวเลยนะครับ พอดีที่บ้านมีปาร์ตี้เล็กๆ ไม่รู้ว่าเจสอยากไปหรือปล่า”
“ไปค่ะไป อีกชั่วโมงยูชอนมารับได้เลยค่ะ เจสจะแต่งตัวรอ”
“เอ่อ พอดีผมต้องไปซื้อของให้คุณแม่น่ะครับ เจสมาเองได้ไหม ผมคงไปรับคุณไม่ทัน”
“ได้ค่ะ เจสไปเองก็ได้ กี่โมงคะ”
“6โมงครับ สัก6โมงครึ่งก็ได้”
“ค่ะ เจอกัน6โมง”
“ครับ” ยูชอนกดวางสาย ผิวปากอารมณ์ดี ดูสิคุณเลขาจะว่ายังไง นี่เขาหางานมาให้ถึงบ้านเลยนะเนี่ย ร่างโปร่งยกยิ้มเมื่อนึกถึงหน้าคุณเลขา คราวนี้จะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไปง่ายๆเหมือนทุกครั้งอีกแล้ว กลับไปรอดูผลงานที่บ้านดีกว่า ดูสิจะทำยังไงถ้าต้องเล่นบทเลิฟซีนต่อหน้าคุณแม่ด้วย ก่อนจะหักรถเลี้ยวกลับบ้านไปทันที
และแล้วผู้ร่วมขบวนการแปลง โฉมว่าที่ลูกสะใภ้ก็พร้อมออกเดินทาง ทั้งคุณนายปาร์ค ยูฮวานและจุนซู พร้อมที่จะออกไปตะลุยช้อปปิ้งครั้งใหญ่
“เอาล่ะพร้อมหรือยังจ้ะเด็กๆ” คุณนายปาร์คหันไปถามลูกทัวร์ช้อปปิ้ง
“พร้อมฮะ” ยูฮวานตอบ
“จุนซูล่ะจ้ะ”
“เอ่อ พร้อมฮะ” จุนซูตอบอย่างเกรงใจ
“โอ เค Let’s Go~” คุณนายปาร์คก้าวขึ้นรถ ไม่ลืมหันไปสั่งคนรับใช้เอาไว้ด้วยว่าไม่ให้บอกคุณชาย กันแผนแตกแถมยังย้ำข้อความที่สั่งให้ท่องจำไว้ด้วย ยังไม่อยากให้ลูกชายสุดที่รักรู้ว่าแม่จัดการซ้อนแผน เอ้ย พาว่าที่ลูกสะใภ้ไปแต่งองค์ทรงเครื่องเสียใหม่ ทั้งสามคนนั่งรถตู้เชฟโรเล็ทคันงามออกไปจากบ้าน สวนกับรถสปอร์ตสีแดงของยูชอนพอดี ร่างโปร่งจอดรถที่หน้าบ้าน ส่งกุญแจให้คนรถเอาไปเก็บ
“คุณแม่ไปไหน” ยูชอนถามสาวใช้ที่นั่งรออยู่ที่หน้าบ้าน
“ออกไปข้างนอกค่ะ”
“เห็นแล้วว่าไปข้างนอก แต่ไปไหนล่ะ” ยูชอนถาม
“ไปซื้อของนิดหน่อยค่ะ คุณนายว่าอาหารไม่พอสำหรับงานเลี้ยง เลยออกไปหามาเพิ่มค่ะ” สาวใช้ตอบตามบทที่คุณนายปาร์คสั่งไว้เด๊ะๆ
“แล้วคุณจุนซูล่ะ เห็นไหม” ยูชอนถาม พลางเดินนำเข้าไปในห้องรับแขกเพื่อมองหาคุณเลขาที่เขาทิ้งเอาไว้ก่อนออกไปข้างนอก
“คุณจุนซูออกไปพร้อมกับคุณนายค่ะ คุณนายบอกว่านั่งคนเดียวกลัวจะเหงาเลยให้ออกไปพร้อมกัน” คนรับใช้ตอบตามบทที่ท่องสดๆเมื่อกี้
“แล้วคุณริคกี้ล่ะ”
“ไม่อยู่เหมือนกันค่ะ ออกไปด้วยกันหมดเลย”
“แสดงว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่ นอกจากฉันใช่ไหม” สาวใช้พยักหน้ารับ
“ให้ ตายสิ แล้วนี่ฉันจะกลับมาทำไมเนี่ย เล่นหนีออกไปหมด เฮ้อ~” ยูชอนทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างสุดเซ็ง ตาคมเหลือบมองนาฬิกา เข็มสั้นที่ชี้ที่เลข2พอดี
“เพิ่งบ่าย2 เฮ้อ แล้วฉันจะทำอะไรดีเนี่ย คุณแม่บอกหรือเปล่าว่าจะไปนานไหม”
“ไม่ได้สั่งไว้ค่ะ”
“แสดง ว่านานแน่ เฮ้อ~ น่าเบื่อ งั้นฉันขึ้นไปนอนก่อนแล้วกัน ถ้าเขากลับมาแล้ว เรียกด้วย” ยูชอนสั่ง ก่อนจะขึ้นไปนอนหลับบนห้อง เมื่อเช้าตื่นเช้าไปหน่อย ตอนนี้เลยรู้สึกง่วงนิดๆ ดีเหมือนกัน จะได้เตรียมตัวต้อนรับความสนุกที่จะเกิดขึ้นเย็นนี้
ขบวนการ แปลงโฉมว่าที่ลูกสะใภ้ก็เดินทางถึงจุดหมายในที่สุด คุณนายปาร์คก้าวลงจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยยูฮวาน และจุนซู พอลงจากรถคุณเลขาก็แทบจะช็อค ถ้าจำไม่ผิด พี่แจเคยชี้ให้ดูว่า ร้านนี้มันร้านของดีไซน์เนอร์ชื่อดังของเกาหลีเลยนี่นา จุนซูทำหน้าเบ้โดยที่ไม่รู้ตัว เพราะรู้ว่าร้านนี้ราคาแพงหูฉี่ สมองเล็กๆกำลังคิดหาทางปฏิเสธไม่เข้าร้านนี้ แต่ท่าทางของคุณเลขาอยู่ในความสนใจของสองแม่ลูกตระกูลปาร์ค คุณนายปาร์คพยักหน้าให้ลูกชาย ริกกี้เดินเข้าไปจูงมือคุณว่าที่พี่สะใภ้ พาเดินเข้าไปในร้าน
“ไปกันเร็วพี่จุนซู แม่โทรมาบอกให้คุณอีซานเตรียมชุดสวยๆไว้ให้เลือกเพียบเลย”
“เอ่อคุณริกกี้ ผมว่า...” จุนซูยังไม่ทันพูดจบ ยูฮวานก็ขัดขึ้นก่อน
“พี่จุนซู เรียกริกกี้ว่าอะไรนะ”
“คุณริกกี้ไงครับ”
“คุณ เคินอะไรกัน ริกกี้สิ เรียกริกกี้เฉยๆ จะมาเป็นพี่สะใภ้ของริกกี้จะมาเรียกห่างเหินได้ยังไงกัน ป่ะพี่จุนซู วันนี้คุณแม่ทุ่มไม่อั้น เข้าไปเลือกกันให้สนุกเลย” ริกกี้ดึงร่างเล็กเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกจุนซูรั้งเอาไว้ก่อน
“แต่มัน แพงนะริกกี้ พี่ว่า เราไปหาเอาแถวตลาดนัดไม่ดีกว่าเหรอ พกเงินไปแค่50,000วอนก็ได้ชุดเป็นกระบุงแล้วนะ” จุนซูกระซิบกระซาบกับว่าที่น้องสามีเบาๆ เกรงว่าถ้าคุณนายปาร์คได้ยินจะเป็นการเสียมารยาท
“ไม่เอาน่าพี่จุนซู พี่รู้ไหมว่าตระกูลเรารวยแค่ไหน จะมาให้ว่าที่ลูกสะใภ้ใส่ชุดตลาดนัดได้ยังไง เสียหน้าแย่ไปเร็ว คุณแม่ยืนรอนานแล้วนะ” ยูฮวานออกแรงฉุดอีกครั้ง จุนซูเดินตามไปอย่างไม่เต็มใจ
“เป็นอะไรไปจ้ะหนูจุนซู คุณแม่รอนานแล้วนะจ้ะ” คุณนายปาร์คเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าที่แปลกๆของว่าที่ลูกสะใภ้
“คือ..” จุนซูอ้ำอึ้ง
“พี่ จุนซูเขากลัวเรากระเป๋าฉีกน่ะฮะคุณแม่ เขาบอกว่าร้านนี้มันแพงไป เขาไม่กล้าใส่อ่ะ” ยูฮวานรายงาน เลี่ยงคำว่าไปซื้อแถวตลาดนัดก็ได้ออก เพราะเข้ามาในร้านแล้วเกรงใจคุณดีไซน์เนอร์
“แหม~ ไม่ได้หรอกจ้ะ ต้องซื้อที่นี่เท่านั้น ไว้วันหลังต้องออกงานคู่กับพี่เขา แม่จะให้พี่เขาพามาตัดชุดที่นี่นะ วันนี้เอาชุดลำลองใส่เล่นๆไปก่อน เออ.. เอาชุดทำงานด้วย ชุดนี้โละไปได้เลยนะจ้ะ อย่าให้แม่เห็นอีก บอกแล้วว่าแม่ไม่ปลื้ม”
“ฮะ” จุนซูรับคำ นี่เขาต้องลาชุดเรทโทรจริงเหรอเนี่ย โธ่!! ใส่เหมือนคนอื่นมันก็ไม่แนวอ่ะดิ
“คุณนายปาร์ค มาแล้วเหรอฮ้า ซันนี่กำลังรออยู่พอดีเชียว” ดีไซน์เนอร์สาวประเภทสองคนดังลงมาต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ด้วยตัวเอง
“จ้า ของที่สั่งให้เตรียมไว้พร้อมหรือยังจ้ะ” คุณนายปาร์คกอดทักทายเสร็จก็ถามเรื่องสำคัญทันที
“เรียบ ร้อยแล้วฮ่ะ ว่าแต่น้องริกกี้เปลี่ยนแนวเหรอจ้ะ ทุกที่ไม่เคยแต่งหวานอมเปรี้ยวแบบนี้เลยนี่นา” อีซานหันไปกอดทักทายกับริกกี้เป็นคนต่อไปอย่างคุ้นเคย
“ไม่ใช่ริกกี้หรอกฮะพี่ซันนี่ คนนี้ต่างหาก พี่ซันนี่ว่าพี่เขาจะเหมากับลุคนั้นหรือเปล่า”
ริกกี้พูดพลางดันตัวคุณเลขาก้าวมาด้านหน้า แค่เห็นสภาพคุณเลขา คุณดีไซน์เนอร์ก็แทบลมจับ นี่พวกไฮโซไม่มีอะไรเล่นแล้วใช่ไหม ถึงได้พาคุณลุงมาให้ดีไซน์อย่างเขาแต่งตัวให้
“คะ ใครเหรอฮ้าคุณนายปาร์ค” อีซานถาม ด้วยความที่อยู่วงไฮโซมานาน ทำให้รู้การควรไม่ควร ทีแรกอย่าจะถามด้วยซ้ำว่าตาลุงนี่เป็นใคร แต่ดูจากท่าทางของน้องริกกี้แล้ว ไม่น่าจะเป็นแค่ลุงธรรมดา พูดกลางๆไว้ก่อนดีกว่า
“อ๋อ ฉันลืมแนะนำให้รู้จัก หนูคนเนี้ยต่อไปจะมาเป็นลูกค้าประจำที่ร้านด้วยนะจ้ะ นี่หนูจุนซูจ้ะ นี่คุณอีซาน หรือเรียกว่าคุณซันนี่ก็ได้ ดีไซน์เนอร์ส่วนตัวแม่เอง จะว่าไปครอบครัวเราก็ให้เขาจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้หมดแหละจ้ะ นี่คิมจุนซู ว่าที่สะใภ้ใหญ่ของฉันเอง”
คุณนายปาร์คแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน จุนซูก้มตัวทักทายอย่างสุภาพ ผิดกับคุณดีไซน์เนอร์ที่ต้องนี้ช็อคค้างไปแล้ว แถมเสียงของคุณนายปาร์คที่แสนจะมีเดซิเบลธรรมดา ถึงค่อนข้างเบาด้วยซ้ำ แต่ทำให้สาวๆหลายๆคนๆที่กำลังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ในร้านชะงักค้างเป็นแถบ เช่นเดียวกัน
“คุณนายว่าอะไรนะฮะ ซันนี่ได้ยินไม่ได้ถนัด ขอย้ำอีกครั้งเน้นๆได้ไหมฮะ”
อี ซานเตรียมตัวแคะหูรอฟัง เหมือนกับที่สาวๆในร้านก็ตะแคงหูฟังเช่นกัน คุณนายปาร์คส่งยิ้มพิมพ์ใจให้ก่อน จะพูดเน้นชัดๆ ดังๆอีกครั้ง เพื่อเป็นการประกาศว่าปาร์คมิกกี้มีแฟนแล้ว เพราะฉะนั้นเลิกมากวนฉันสักที
“ฟังดีๆนะคะ นี่ว่าที่ลูกสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเราจ้ะ”
คุณ นายปาร์คโอบไหล่คุณเลขาเข้ามาใกล้ แสดงถึงความสนิทสนมและยอมรับเต็มที่ เล่นเอาคุณดีไซน์เนอร์ลมจับ จะไม่ให้ลมจับได้ยังไง นี่ถ้าบอกว่ารับผู้ชายเป็นสะใภ้ได้ จะเสนอตัวคนแรกเลย โธ่~ คุณยูชอนไม่น่ามองข้ามเจ้ไปเลย ถ้ารับตาลุงนี่ได้ ก็น่าจะรับกระเทยถึกอย่างเราได้เหมือนกัน ส่วนสาวๆในร้านก็ช็อคกันไปเป็นแถบตามระเบียบ พอได้สติพวกคุณเธอก็กดโทรศัพท์เช็คข่าวกันจ้าละหวั่น ทำไมข่าวใหญ่ขนาดนี้ถึงไม่มีใครระแคะระคายมาก่อน
“นี่ค่ะ ฉันของฝากหนูจุนซูได้ด้วยนะคะ ถ้าลุคที่ฉันคิดมันไม่เหมาะก็ลองหาลุคใหม่ๆให้ด้วยแล้วกัน ฉันจะรออยู่แถวนี้ เสร็จแล้วอย่าลืมเอาตัวออกมาให้ดูด้วยนะคะ ฉันจะได้ตัดสินใจครั้งสุดท้ายก่อนลงจะสั่งล็อตใหญ่”
“ได้ฮ่ะคุณนาย ปาร์ค เดี๋ยวจะแต่งให้เลิศแล้วจะพาไปให้ยลโฉมนะคะ” อีซานยิ้มให้กับคุณนายหวานเจี๊ยบ เรียกเด็กพาคุณนายปาร์คเดินไปรอที่ห้องรับรอง ทิ้งให้จุนซูอยู่กับพี่กระเทยร่างยักษ์ ที่ทันทีพอคุณนายปาร์คลับสายตา ก็กลายร่างเป็นคุณพี่หน้าโหดขึ้นมาทันที
“ตามมาสิ สภาพอย่างนี้ไม่รู้จะแต่งขึ้นหรือเปล่า อะไรเนี่ย ชุดอะไรเชยซะไม่มี เฮ้อ~ นี่คงไปอ้อนคุณนายปาร์คเขาล่ะสิ ถึงได้พามาชุบตัวใหม่ ถามจริงเถอะ หล่อนไปทำยาเสน่ห์อะไรใส่คุณยูชอนฮะ ที่ได้เข้าวินมาเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ได้เนี่ย”
เสียงค่อนขอดจากริมฝี บากช่างเจรจาเมื่อกี้พ่นพิษใส่ทันทีอย่างอิจฉาตาร้อน ก็คนเขาเล็งมาตั้งนาน อยู่ดีๆมีคนมาคาบไปต่อหน้าต่อตาจะไม่ให้วีนได้ยังไง คุณเลขขาได้แต่อ้าปากค้าง อะไรเนี่ย เมื่อกี้ยังหวานเจี๊ยบหวานจ๋อยอยู่เลย พอลับหลังใส่ซะให้คะแนนไม่ทัน ยิ่งเห็นว่าตาลุงไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ คุณกระเทยยิ่งได้ใจ ข่มขู่ต่อทันที
“แน่ะ ยังจะมามองหน้าอีก แล้วนี่ไปทำอีท่าไหนล่ะถึงได้ตัวคุณยูชอนของฉันไปน่ะ หน้าตาก็ไม่ได้เรื่อง สงสัยเอาตัวเข้าแลกล่ะสิ ขอบอกนะว่าคุณยูชอนน่ะเจ้าชู้ เฉิ่มๆเชยอย่างหล่อนน่ะกักเขาไว้ได้ไม่นานร๊อก เดี๋ยวน้ำตาก็เช็ดหัวเข่า จะเอาชุดไหนก็ว่ามา ไหนๆก็จะได้ใส่ไม่นานแล้ว” อีซานยังจีบปากจีบคอต่อว่าต่อขานคุณเลขาต่อไป
“ยังจะยืนบื้ออยู่ อีก ตามมาสิ เดี๋ยวคุณนายปาร์ครอนาน ฉันก็เสียลูกค้ากันพอดี อารมณ์เสีย” อีซานเดินนำหน้าไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงเล็กๆก็ดังขัดขึ้นก่อน
“เอ่อ ถ้าคุณไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมจะได้ไปบอกคุณแม่ว่าคุณไม่เต็มใจบริการ เราไปหาร้านอื่นกันก็ได้” จุนซูพูดเสียงเรียบ หลังจากที่อึ้งมานาน พอหาเสียงตัวเองเจอก็ต้องใส่สักหน่อย ไม่รู้จักคิมจุนซูซะแล้ว
“นี่ กล้าขู่ฉันเหรอ ฉันกับคุณนายปาร์ครู้จักกันมานาน อย่าสำคัญตัวผิดคิดว่าเขาจะฟังทุกอย่างที่หล่อนพูดนะยะ” อีซานหันมาเท้าเอวตอกกลับเสียงเขียว แต่คุณเลขาก็ยังใจเย็น ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆเหมือนเดิม
“อืม~ งั้นคงต้องลองกันหน่อยแล้วมั้งครับ ว่าคุณแม่จะเชื่อใคร ระหว่าง ว่าที่ลูกสะใภ้ กับเจ้าของร้านปากจัด พอลับหลังก็ด่าๆๆไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม อยากรู้จังเลยน้าว่าคุณแม่จะเลือกใคร แล้วถ้าคุณแม่รู้ว่าคุณทำอย่างนี้กับผม คุณแม่ยังจะปลื้มอยู่อีกไหม” ว่าแล้วคุณเลขาก็ทำท่าจะเดินไปทางห้องรับรอง ร้อนถึงคุณกระเทยต้องรีบวิ่งมาดักหน้า
“จะไปไหน”
“ไปบอกคุณ แม่ไง ก็คุณไม่เต็มใจ ผมก็ไม่ฝืนใจคุณหรอก รู้ว่าความอิจฉาน่ะมันไม่เข้าใครออกใคร เดี๋ยวเกิดช็อคตายเพราะความอิจฉาไปซะก่อน จะไม่เห็นวันแต่งงานของผมกับพี่ยูชอนนะ” จุนซูลอยหน้าลอยตาตอบ เล่นเอาคุณกระเทยปรี๊ดแตก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่อย่างนั้น แล้วก็ไม่คิดว่าคนเชยๆอย่าตาลุงนี่จะปากจัดเหมือนกัน
“ว่าไง” จุนซูกอดอกถาม
“ก็ ได้ เห็นแก่คุณนายปาร์คที่เป็นคนดี อย่างจะลอกคราบคางคกที่อยากจะขึ้นวอ มาสิ มาเปลี่ยนชุด เดี๋ยวต้องเซ็ทผมอีก ไม่รู้ต้องใช้เวลากี่ชาติถึงจะลอกคราบออกได้หมด” อีซานเดินนำหน้าไปอย่างกระฟัดกระเฟียด จุนซูได้แต่ถอนใจ
“เฮ้อ~ นี่ฉันต้องรับมือแม้กระทั่งกระเทยเลยเหรอเนี่ยคุณเจ้านาย จะโปรยเสน่ห์ก็ให้มันเลือกสปีชี่ย์หน่อยไม่ได้หรือไง” เท้าเล็กๆก้าวเดินตามกระเทยร่างยักษ์ไปข้างใน
“เอ้า ชุดนี้ เอาไปเปลี่ยนซะ” คุณเลขารับชุดมาดู เป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนธรรมดา แต่มีลูกเล่นที่อกเสื้อเป็นลายดอกไม้น่ารัก ตัดเข้ารูปนิดๆให้พอดีตัว ยาวคลุมสะโพกเล็กน้อย แขนทบขึ้นพับมีสายรัดติดเอาไว้อย่างน่ารัก ตามด้วยกางเกงพอดีตัวสีดำเนื้อดี คุณเลขาพลิกไปพลิกมาอยู่นาน ก่อนจะมองหน้าคุณกระเทย
“ทำไม ใส่ๆไปเถอะน่า” จุนซูพยักหน้า ก่อนจะเดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เสียงนกกระจอกแตกรังข้างหลังก็ดังเข้าหูซะก่อน
“พี่ซันนี่ นั่นใครอ่ะคะ” เสียงช่างแต่งหน้าสาวเข้ามาเลียบๆเคียงๆถาม
“ว่าที่สะใภ้ใหญ่ของคุณนายปาร์คน่ะสิ” พอได้ฟังคำตอบทุกคนก็ร้องเสียงหลง ที่คุณชายสุดที่รักโดนสอยไปแล้ว
“ต๊าย~ หน้าตาอย่างนี้ต้องเอาตัวเข้าแลกชัวร์ คุณชายผู้แสนดีถึงได้ตกลงปลงใจด้วย” เสียงช่างทำผมดังตามมา
“นั่น สิ พี่ก็คิดอย่างนั้น หน้าตาก็งั้นๆ ชิ~ ไม่รู้ออดอ้อนอีท่าไหนคุณยูชอนถึงได้ติดใจ” เสียงค่อนขอดยังตามาอีกเป็นระลอก จุนซูยืนฟังอยู่นาน เดินกลับไปหาคุณกระเทยและพวกทันที
“อยากรู้ใช่ไหมว่าทำท่าไหนถึงได้ ใจพี่ยูชอน” จุนซูพูดเสียงหวานใสบาดหูพวกขี้อิจฉา จงใจเรียกชื่อคุณเจ้านายซะหวานจ๋อย ปรายตามองไปทีละคนอย่างท้าทาย ก่อนจะพูดต่อให้พวกนั้นเต้นเป็นเจ้าเข้า
“ความจริงมันก็ท่าธรรมดานี่ แหละ แต่พวกคุณไม่มีวันได้ทำบ้างก็เท่านั้นเอง” พูดจบก็เดินเชิดๆไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งให้พวกข้างนอกกรีดร้องเสียงดัง คุณเลขาได้ยืนหัวเราะอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
“สม~ บังอาจจมาว่าฉันชิ~ เห็นเราเป็นเด็กกว่าข่มได้ข่มเอา ฉันไม่อยากจะได้หรอกคุณเจ้านายเนี่ย หื่นก็เท่านั้น มือไวก็เท่านั้น แต่เอ~ ไอ้ท่าที่พวกนั้นว่าเมื่อกี้ มันท่าอะไรอ่ะ แต่ก็ช่างเถอะ แค่ทำให้พวกนั้นกรี๊ดๆก็พอแระ” สักพักคุณเลขาก็ออกมาพร้อมกันชุดใหม่ เดินผ่านคุณกระเทยไปนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่เก้าอี้สำหรับทำผม
“หึ~ เดี๋ยวคุณนายปาร์คก็จะรู้ ว่าชุดช่วยอะไรไม่ได้ หนังหน้ามันไม่ใช่ แต่งยังไงก็ไม่ขึ้น”
อี ซานเลือกชุดที่คิดว่าไม่สวยที่สุดในร้านให้คุณเลขาใส่ กะสกัดดาวรุ่งเต็มที่คุณดีไซน์เนอร์หันเก้าอี้กลับเพื่อไม่ให้คุณเลขาได้ดู กระจก พยักหน้าให้คุณช่างทำผมเข้าไปจัดการยีผมเรียบแปล้ให้เป็นทรงอย่ามั่วๆอยู่ นาน แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่ได้ดั่งใจ ไม่ว่าจะยุ่ง จะมั่วแค่ไหน ผลที่ออกมา มันก็ส่งให้ใบหน้าของคุณเลขาน่ารักขึ้นทุกทรง จนช่างทำผมเริ่มอ่อนใจ
“นี่แก ฉันบอกว่าให้ทำมั่วๆ ไม่ได้ยินหรือไง” อีซานกระซิบ
“ทำ แล้วพี่ พี่คิดว่านี่มันเป็นทรงเหรอ ฉันก็มั่วๆไปงั้นแหละ แต่มันดันเข้ากับหน้าหมอนี่ทุกทรงเลย ฉันว่าเราคงต้องยอมแพ้แล้วล่ะพี่” คุณช่างทำผมเริ่มถอดใจ อีซานเดินเข้าไปมองใกล้ๆ ก็เริ่มเห็นด้วย ขนาดชุดที่เขาว่ามันเห่ยที่สุดในร้าน แต่พออยู่บนตัวของคุณเลขามันกลับดูดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ก่อนจะตัดใจพาคุณเลขาไปส่งที่ห้องรับรอง
“มาแล้วฮ่ะคุณนายปาร์ค” อีซานส่งเสียงเรียก สองแม่ลูกที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารฆ่าเวลา พลางดันคุณเลขาขึ้นมาอวดโฉมอย่างไม่เต็มใจ
“โอ้โหพี่จุนซู น่ารักจังเลย นี่ขนาดชุดมันธรรมดานะเนี่ย” ยูฮวานเดินเข้ามาใกล้ พลิกตัวคุณเลขาหันไปหันมา
“นั่น สิ คุณซันนี่คะ ไม่มีชุดที่ดีกว่านี้แล้วเหรอคะ” จุนซูปรายตามองตัวต้นเหตุ ยิ้มๆ ประมาณว่าเห็นไหม ว่าใครเหนือว่า อีซานได้แต่ฮึดฮัด แต่ก็ยอมรับความจริงโดยดีว่า ชุดที่แสนจะธรรมดาแต่พอหมอนี่ใส่แล้วมันก็น่ารักจริงๆอย่างที่ว่า
“เอ่อ คือซันนี่อยากให้ลองแบบธรรมดาก่อนฮ่ะ แต่ชุดนี้ก็น่ารักดีนะฮะ” ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องยอมหันกลับมาเป็นมิตรดีกว่า เพราะอย่างน้อยถ้าเป็นมิตรก็จะได้เงินเข้าร้าน แต่ถ้าเป็นศัตรู สงสัยจะชวดทั้งตระกูลแน่เลย
“งั้นเหรอ หนูจุนซูชอบไหมลูก” คุณนายปาร์คเดินเข้ามาดูใกล้ๆ
“ชอบฮะคุณแม่ จุนซูว่ามันก็น่ารักดี คุณอีซานอุตส่าห์เลือกให้นี่ฮะ” จุนซูยิ้ม
“แต่แม่ว่ามันธรรมดาไปนิด มีแบบอื่นอีกไหมคะ” คุณนายปาร์คหันไปถาม
“มีฮ่ะ มีอีกเยอะ”
“งั้นก็ลองดูแบบอื่นมั่งดีไหมจ้ะหนูจุนซู”
“แต่จุนซูกลัวว่ามันจะช้า เสียเวลาพี่เขาด้วยนะฮะ” จุนซูทำหน้าเกรงอกเกรงใจเต็มที่ พลางปรายตาไปมองคู่อริ
“ไม่ เสียเวลาหรอกฮ่ะ พี่เตรียมชุดไว้เยอะเลย จะได้ลองผมทรงใหม่ด้วยไงฮะ” อีซานรีบบอก เพราะดูท่าคุณลูกค้ากิตติมศักดิ์จะโอนเอียงตามเจ้าตัวแสบ จากที่จะสั่งสัก 10ชุด จะกลายเป็นชุดเดียวกันพอดี
“นั่นสิจ้ะ กว่าจะถึงเวลาอาหารก็ตั้งนาน จุนซูไปลองชุดให้แม่ดูดีกว่า เดี๋ยวต้องสั่งชุดทำงานด้วย” คุณนายปาร์คเดินมาแตะไหล่
“ฮ่ะๆๆ ไปกันเถอะฮ่ะน้องจุนซู ไปเปลี่ยนชุดกัน” อีซานรีบลากคุณเลขากลับไปที่หลังร้านทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดอะไรทำลายยอดการขายของเขา
“อ้าว ก็คุณไม่เต็มใจไม่ใช่เหรอ มารั้งพวกผมไว้ทำไม” จุนซูถามเสียงเรียบ ทันทีที่เดินเข้ามาหลังร้าน
“แหม~ อย่าคิดเล็กคิดน้อยกับพี่อย่างนั้นสิจ้ะน้องจุนซู พี่ว่าเรามาดีกันดีกว่านะ ไอ้ที่พี่พูดไปเมื่อกี้ลืมๆมันไปเถอะ พี่มันก็ปากไม่ดีอย่างนี้แหละ แต่น้องจุนซูต้องเข้าใจหัวอกพวกพี่กันนิดนึงนะจ้ะ ก็แฟนน้องหล่อลากดินน่ากินขนาดนั้น พวกพี่ก็ต้องเสียดายและเสียใจกันเป็นธรรมดา” อีซานพูดพร้อมทำท่าทางออดอ้อนคนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่า หมอนี่มันเอาจริงแหะ อย่างนี้ไม่สมควรเป็นศัตรูอย่างยิ่ง
“แล้วคุณมาพูดกับผมดีๆแบบนี้ ทำใจได้แล้วเหรอฮะ” อีซานพยักหน้าเนือยๆ จุนซูที่ตีหน้าเคร่งมานาน ปล่อยก๊ากทันที
“ขำอะไรคะคุณน้อง” อีซานถามอย่างตกใจ
“ก็ขำคุณนั่นแหละ คนอะไร เมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะฆ่ากันให้ตายไปข้างนึง ตอนนี้กลับมาพูดดีด้วยซะงั้น”
“พี่ก็เป็นแบบนี้แหละ ว่าแต่น้องจุนซูคงไม่ถือพี่นะจ้ะ” อีซานยังคงออดอ้อนต่อไป
“ก็ได้ ถือว่าเมื่อกี้พี่ไม่ได้พูด แล้วผมก็ไม่ได้ยินแล้วกัน” จุนซูยิ้ม
“จ้า ขอบใจมากนะจ้ะที่ไม่ถือโทษโกรธพี่ น้องจุนซูนี่น่ารักจริงๆ ไปๆ เราไปเลือกชุดงามๆกันดีกว่านะจ้ะ เดี๋ยวคุณนายแม่รอนาน” อีซานพูดพลางลากคนตัวเล็กที่ข้างหลัง จัดการแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ให้ไฉไลกว่าเก่า เพราะตอนนี้พอโยนอคติกับความอิจฉาที่มาสอยสุดหล่อไปเมื่อกี้ทิ้งไปหมด อีซานก็ต้องยอมรับว่าปาร์คยูชอนตาถึงจริงๆ ก็คุณน้องจุนซูนี่น่ารักจะตาย
“โอ้ ย~ น้องจุนซู แต่งเปรี้ยวก็ขึ้นนะคะเนี่ย ลุคนี้ก็โอนะคะ” อีซานชม หลังจากจับคุณเลขาใส่กางเกงยีนส์เอวต่ำ ข้างบนเป็นสื้อยืดสีขาว เพ้นท์ลายเท่ๆ คอปาดเผยให้เห็นผิวขาวผ่อง กับรอยอะไรไม่รู้ที่คอย อีซานเดินเข้าไปดูใกล้ๆ คุณดีไซน์เนอร์ก็ต้องเอามือปิดปากกลั้นเสียงตกใจ แบบนี้ชัด คุณยูชอนของเจ้เสร็จคนน่ารักไปแล้วแน่ๆ
“พี่อีซานเป็นอะไรไปเหรอครับ” จุนซูละจากหน้ากระจก หันไปมองคุณดีไซน์เนอร์ที่ทำท่าเหมือนจะเป็นลม
“เปล่า ค่ะๆๆ ไปค่ะน้องจุนซู ไปทำผมใหม่ กับใส่Accessoryอีกนิดหน่อย เดี๋ยวเราออกไปให้คุณนายปาร์คดูกัน” สักพักจุนซูก็ออกมาพร้อมลุคใหม่ เปรี้ยวเฉี่ยวนำสมัยซะ ยูฮวานมองตาค้าง ไม่คิดว่าคนที่แต่งตัวเรทโรทหลุดยุคเมื่อกี้กับคนนี้จะเป็นคนเดียวกัน
“พี่จุนซู แนวมั่ก ริกกี้คอนเฟิร์ม คุณแม่ดูสิ พี่จุนซูนี่แต่งอะไรก็ขึ้นนะ” ยูฮวานพูดพลางหมุนตัวคุณเลขาไปมา
“นั่น สิจ้ะ งั้นคุณซันนี่จ้ะ ฉันขอชุดแนวๆอย่างนี้สัก10ชุด หวานๆอย่างเมื่อกี้สัก 10ชุด แล้วก็ขอชุดทำงานที่ดูน่ารักๆ เหมาะกับหนูจุนซูสัก 15ชุด เอาแบบที่มิกซ์แอนด์แมชได้ด้วยนะ หนูจุนซูเขาจะได้เลือกแต่งได้หลายๆสไตล์หน่อย” คุณนายปาร์คสั่งยาวเหยียด อีซานรีบจดออร์เดอร์มือเป็นระวิง
“คุณนายจะให้เตรียมรองเท้า แล้วก็พวกเข็มขัด สร้อยแหวน นาฬิกา ต่างหูด้วยไหมคะ ซันนี่เห็นน้องจุนซูเขาเจาะหูไว้ข้างละสองรูด้วยค่ะ”
“ไหนๆ ริกกี้ดูหน่อย จริงด้วยคุณแม่ พี่จุนซูเขาเคยแต่งเปรี้ยวๆจริงๆด้วยอ่ะ ถึงขนาดเจาะหูเนี่ย”
“ก็ ดีจ้ะ งั้นเลือกๆมาสักหน่อยแล้ว กัน รองเท้าก็เอาแบบใส่ได้ทุกไสตล์นะ สัก10คู่เป็นไง พอใส่ไหมจ้ะหนูจุนซู” คุณนายปาร์คหันไปถามคุณเลขาที่ตอนนี้กำลังงง สมองน้อยๆกำลังคำนวณเงินที่กำลังจะไหลออกจากระเป๋า มือเล็กหันไปหยิบป้ายราคาเสื้อข้างหลังมาเล็ง ตัวและแสน โอ้ย~ ตายแน่ฉัน
“ว่าไงจ้ะหนูจุนซู” คุณนายปาร์คถามย้ำ
“คือว่า พี่อีซานฮะ ของผมคุยกับคุณแม่ก่อนได้ไหมฮะ” อีซานพยักหน้า เดินออกรอหน้าห้องรับรอง
“มีอะไรฮะพี่จุนซู แหมคุณแม่กำลังมันส์เลย” ริกกี้ถาม
“จุน ซูว่ามันเยอะไปไหม รวมๆแล้วตั้ง 20ชุด ใส่ไม่หมดหรอกฮะ แถมชุดทำงานอีก ไหนจะรองเท้า โอ้ยเยอะอ่ะ คุณแม่จุนซูเกรงใจ แค่ชุดนี้ก็พอแล้วมั้งฮะ” คุณนายปาร์คยิ้ม
“พออะไรกันจ้ะ แม่ว่านี่มันยังน้อยไปนะ ไว้คราวหน้าแม่จะพามาซื้อใหม่ อันนี้แค่ใส่แก้ขัดไปก่อน แม่ไม่ทันได้เตรียมตัว ไม่เอาจ้ะ เดี๋ยวแม่ไปสั่งของคุณซันนี่ก่อน จุนซูนั่งรออยู่นี่นะจ้ะ ไปริกกี้ไปช่วยแม่เลือกของให้พี่เขาหน่อย” คุณนายปาร์คพาลูกชายคนเล็กออกไปด้วย ทิ้งให้คุณเลขานั่งหน้ามุ่ยอยู่ในห้องรับรองคนเดียว
“เหมือนกันทั้ง บ้าน เผด็จการ จะเอาอะไรก็เอาให้ได้ดั่งใจ โอ้ย~ แล้วนี่พอเสร็จงาน ฉันจะหาเงินที่ไหนมาคืนเขาค่าชุดพวกนี้ล่ะเนี่ย นึกว่าจะเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำแล้วซะอีก” คุณเลขาเอนศีรษะพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง ผิดกับคุณนายปาร์คและคุณชายริกกี้ พอลับหลังออกมา ทั้งสองคนก็ออกมาประเมินผลกันทันที
“แม่ว่าอย่างนี้ผ่านไหมฮะ พี่จุนซูเนี่ย แต่งออกมาแล้วน่ารักมากเลย ขนาดริกกี้ยังอดใจแทบไม่ไหว จะกระโดดหอมแก้มหลายทีแล้วนะ”
“นั่น สิ ตามิกกี้นี่ตาถึงแหะ นี่ขนาดจ้างมานะเนี่ย ไม่ได้แล้ว แม่จะปล่อยให้หนูจุนซูลอยนวลไปไม่ได้แล้ว ต้องจับแต่งกับตามิกกี้ให้ได้” คุณนายปาร์คหมายหมั้นปั้นมือ
“ดีฮะคุณแม่ ริกกี้ช่วยเต็มที่”
“ว่าแต่ เรื่องตัวเร่งอะไรของลูกไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“เย็นนี้เจอกันฮะ พี่ชางมินบอกว่า เดี๋ยวจะยั่วให้เต้นเลย กำลังแค้นที่คราวที่แล้วโดนพี่มิกกี้ไล่กลับบ้าน” ยูฮวานรายงาน
“ดี แต่ยูฮวานไม่กลัวชางมินจะสนจุนซูมากกว่าเหรอ ไม่ได้นะนี่ของพี่มิกกี้เขา” คุณนายปาร์คเริ่มออกอาการห่วง เพราะชิมชางมินนี่ก็เพลย์บอยน้อยซะที่ไหน
“ไม่หรอกฮะคุณแม่ รายนี้ริกกี้เอาอยู่ แค่บีบน้ำตานิดหน่อย พี่ชางมินก็ไม่กล้าแล้ว”
“โอ เค เดี๋ยวเราไปเลือกชุด เลือกรองเท้า แล้วก็Accessory น่ารักๆให้พี่เขาดีกว่า” ว่าแล้วคุณสองแม่ลูกก็เข้าไปเลือกเสื้อผ้าตุ๊กตากันอย่างสนุกสนาน ปล่อยให้ตุ๊กตานั่งคอตก เพราะกลัวว่าต้องหมดตัวกับค่าเสื้อผ้าไปคนเดียว
5โมง เย็นขบวนการเปลี่ยนโฉมคุณว่าที่ลูกสะใภ้ก็เดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิ์ภาพ แถมหอบข้าวของพะรุงพะรังมาด้วยเต็มพิกัด คุณนายปาร์คสั่งให้คนเอาของไปเก็บไว้ในรถตู้อีกคัน เพราะต้องขนไปให้จุนซูที่บ้านตอนกลับ จุนซูมองภาพชุลมุนวุ่นวายตรงหน้านี่ถ้าพี่แจกลับมาเห็นจะว่ายังไงบ้างนะ ก่อนจะโดนลากเข้าไปในตัวบ้าน
“อ้อ หนูจุนซูจ้ะ เดี๋ยวพอถึงบ้านี่เอาเสื้อผ้าที่แม่ซื้อให้ไปจัดใส่ตู้ได้เลยนะ ที่นี่เขาซักรีดเอาไว้แล้ว ใส่ได้เลย แล้วชุดเก่าๆของหนู ทุกตัว ย้ำนะจ้ะว่าทุกตัว โล๊ะใส่รถตู้ของคุณแม่กลับมาเลยจ้ะ แม่จะเอาไปบริจาค แล้วแว่นนี่คุณแม่ยึดนะคะ ไม่ให้ใส่อีก” คุณนายปาร์คสั่งเป็นชุด คุณเลขาได้แต่พยักหน้ารับ
“คุณมิกกี้กลับมาหรือยัง”
“กลับมาแล้วค่ะ ขึ้นไปนอนบนห้อง ตั้งแต่บ่ายแล้ว” คนรับใช้รายงาน
“ดี เดี๋ยวไปเรียกคุณมิกกี้ลงมาได้เลยนะ อ๊ะ~ ไม่ต้องดีกว่า เดี๋ยวให้คนอื่นไปเรียก พวกเธอไปจัดการเตรียมข้าวของ จัดปาร์ตี้ได้แล้วฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะลงมาดูอีกที”
“ค่ะคุณนาย” คนรับใช้เดินเลี่ยงออกไป คุณนายปาร์คหันมาหาว่าที่ลูกสะใภ้สุดน่ารัก ตีหน้าซื่อตาใสบอกกับคุณเลขาว่า
“หนู จุนซู ช่วยไปปลุกพี่ยูชอนให้แม่หน่อยนะจ้ะ แม่กับยูฮวานจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกให้พี่เขาลุกมาแต่งตัว เดี๋ยวจะได้ลงมางานเลี้ยงกัน”
“แต่จุนซูไม่รู้จักห้องเจ้า..เอ๊ย พี่ยูชอนนี่ฮะ”
“แม่ บอกทางให้ไงจ้ะ เดินขึ้นบันไดทางนี้ไปนะจ้ะ เลี้ยวขวา ห้องที่2ทางขวามือ เปิดเข้าไปได้เลยจ้ะ พี่ยูชอนเขาไม่ค่อยชอบล็อคห้อง” พูดจบก็รุนหลังคุณเลขาขึ้นไปข้างบน จุนซูผู้ไม่เคยขัดผู้ใหญ่ได้จำใจเดินขึ้นไปหาคุณเจ้านายบนห้อง
“คุณแม่ ไม่เก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์เหรอฮะ ส่งลูกแกะไปให้หมาป่าขย้ำทำไมอ่ะ” ริกกี้หันมาถามคุณนายปาร์ค หลังจากที่จุนซูเดินไปแล้ว
“ตอน แรกกว่าจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์ แต่ถ้าอย่างนั้นมันช้า กว่าจะตกใจ กว่าจะตะลึงในความน่ารัก อยู่ต่อหน้าคนอื่นมันทำอะไรขนาดนั้นไม่ได้ ตามิกกี้น่ะฟอร์มจัดจะตาย ส่งขึ้นไปให้ถึงที่นี่แหละดีแล้ว เพื่อจะเกิดอะไรขึ้น ไม่แน่พรุ่งนี้แม่อาจจะได้จัดงานแต่งเลยก็ได้” คุณนายปาร์คยิ้ม
“อ้าว แล้วอย่างนี้จะให้พี่ชางมินมาทำไมล่ะฮะ”
“ก็มาทำให้มันแน่ใจมากยิ่งขึ้นน่ะสิ ไปๆๆ ไปแต่งตัวเดี๋ยวลงมารับแขก แม่จะไปดูเขาจัดโต๊ะสักหน่อย”
“ไม่ ต้องหรอกค่ะคุณป้า ยูริจัดการให้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่คุณแขกทั้งหลายยังไม่เสร็จนี่ล่ะค่ะ” ยูริเดินมาจากทางสวนด้านหลังเข้ามารายงาน
“ขอบใจจ้ะ” คุณนายปาร์คตอบ
“พี่ ยูริมาช้า เลยไม่เห็นพี่จุนซูลุคใหม่เลย นี่คุณแม่ส่งขึ้นไปประเคนพี่ชายข้างบน ลงมาไม่รู้จะยังสภาพเดิมอยู่หรือเปล่า” ยูฮวานรีบบอก
“ว่าแต่ ยูริเลือกข้างหรือยังไงจ้ะ” คุณนายปาร์ครีบถาม
“เอ่อ .. ยูริก็ต้องอยู่ข้างคุณป้าสิคะ” ยูริตอบเสียงใส ทั้งๆที่ตอนกลับมาถูกยูชอนข่มขู่เอาไว้เหมือนกัน ว่าให้มาเป็นนักสืบรายงานข่าวทางนี้ แบบนี้เป็นนกสองหัวชัดๆเลยเรา โอ้ย~คนสวยกลุ้ม
“ดี ป้าจะได้มีกำลังเสริม งั้นเราไปแต่งตัวกันดีกว่า จะได้ลงมารอต้อนรับแขก กว่าสองคนนั้นจะลงมา แขกรอตายเลย” คุณนายปาร์คพูดพลางเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมกับลูกชายคนเล็ก ทิ้งยูริที่ยังไม่ยอมเดินไปไหน ได้แต่บ่นตามหลังสองแม่ลูกไป
“เฮ้อ~ แม่ก็แบบนี้ คุณลูกชายก็เอาแบบนั้น ยูริเริ่มเห็นใจคุณจุนซูซะแล้ว แบบนี้คงหัวปั่นไปอีกนานเลย” ก่อนที่สาวเท้าขึ้นไปเปลี่ยนชุดเหมือนกัน
ทาง ด้านคุณเลขา พอไปถึงห้องคุณเจ้านาย ก็จัดแจงเปิดประตูเข้าไปอย่างที่คุณนายปาร์คสั่ง ในห้องนอนคุณเจ้านายเต็มไปด้วยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีห้องนั่งเล่นส่วนตัวอยู่ด้านนอก ก่อนถึงประตูบานเลื่อนด้านในที่เป็นกระจกกรุลายสวยงาม จุนซูค่อยๆเดินไปเลื่อนบานประตูด้านใน จรดเท้าเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความเย็นฉ่ำของแอร์คอนดิชั่น และเตียงขนาดใหญ่รูปแบบทันสมัย บนเตียงนอนมีร่างโปร่งของคุณเจ้านายนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอนหนานุ่ม ใต้ผ้านวมผืนใหญ่สีน้ำเงินเข้ม ท่ามกลางแสงไฟสีนวลตา
“นอนหลับสบาย อยู่คนเดียว รู้ไหมเนี่ยว่าผมเปลี่ยนชุด ทำผมอยู่ตั้งนาน เมื่อยแค่ไหน หิวก็หิว อย่างนี้มันต้องแกล้งสักหน่อย” จุนซูบ่นพึมพำเบาๆ ร่างเล็กๆค่อยปืนขึ้นไปบนเตียงนอนอ่อนนุ่ม ชะโงกหน้าไปดูคุณเจ้านายที่หันหน้าไปด้านข้าง สองมือซุกไว้ใต้หมอน ที่สำคัญคุณเจ้านายนอนถอดเสื้อด้วย
จุนซูเบ้ปาก คนอะไรหนาวจะตายชัก นอนถอดเสื้อเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก คุณเลขามองซ้ายมองขวา หาอุปกรณ์แกล้งคน ก็พบกับกล่องกระดาษทิชชู่กล่องใหญ่วางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง ค่อยๆเลื่อนตัวเอื้อมมือไปหยิบ กระดาษมาพันเป็นเกลียว ก่อนจะเคลื่อนตัวไปใกล้คุณเจ้านายที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่องอีกครั้ง สอดกระดาษที่ม้วนเกลียวไชเข้าไปในหูคุณเจ้านาย จนร่างโปร่งเริ่มขยับตัวพยายามปัดสิ่งของรบกวนออก จุนซูกลั้นเสียงหัวเราะ แกล้งแหย่ต่อไปเรื่อยๆ และด้วยความที่กำลังสนุก เลยไม่ทันได้ระวังตัว ร่างเล็กก็ถูกคนตัวใหญ่กว่ารวบเอวไว้ พลิกตัวกลับมาคร่อมตัวคุณเลขาแทน
“ทำ อะไรน่ะ คนกำลังนอนมากวนทำไม” ความจริงเขารู้ตั้งแต่ที่คุณเลขาเลื่อนประตูเข้ามาแล้ว เพราะกลิ่นน้ำหอมเหมือนแป้งเด็กที่ไม่เหมือนใคร แต่แกล้งหลับไว้ก่อน ดูสิคุณเลขาจะทำอะไร แล้วก็อย่างที่คิด ซนจริงๆเลย
“เจ้านาย ไม่ได้นอนนี่ ตาใสขนาดนี้” จุนซูทำแก้มพองอย่างขัดใจ ยิ่งเรียกรอยยิ้มให้คุณเจ้านายได้
“ถ้า ผมนอน ผมจะรู้ไหมว่ามีเลขาขี้เล่นขนาดนี้ แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะ” ยูชอนมองคุณเลขาตั้งแต่หัวลงมาจนถึงเนินไหล่ขาวผ่อง อวดรอยแห่งความทรงจำของเขา ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม น่ารักดีแหะ นี่ถ้าไม่เคยเห็นความน่ารักมาก่อนสงสัยตกใจตายไปแล้ว ดีนะมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง
“ก็คุณแม่คุณให้ใส่ ผมก็ต้องใส่น่ะสิ มองอะไร” จุนซูเริ่มไม่ไว้ใจ ดูตาคุณเจ้านายเยิ้มๆชอบกล
“คุณแม่นี้รู้ใจจังน้า รู้งี้ไม่เรียกคนมาเพิ่มงานดีกว่า แต่ก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะได้โบนัส” ยูชอนพึมพำ
“พูดอะไรน่ะ” จุนซูขมวดคิ้ว
“ไม่ มีอะไร คุณเข้ามาในห้องอย่างนี้ ไม่กลัวผมทำอะไรหรือไง” ยูชอนใช้มือข้างนึงยันที่นอนไว้ อีกข้างก็ไล้แก้มนิ่มลงมาจนถึงคอขาวผ่องของคุณเลขา
“คุณจะทำอะไร ผมขึ้นมาปลุกคุณเฉยๆ คุณนายปาร์คสั่งให้ขึ้นมาหรอก”
“เหรอ แต่เท่าที่ผมรู้ คุณมาแกล้งผมมากกว่ามั้ง อย่างนี้มันต้องเอาคืน”
พูด จบปากอิ่มก็กดประทับที่ปากเล็กอย่างอดใจไม่อยู่ ก็เล่นแต่งมายั่วกันถึงที่ห้อง จะปล่อยผ่านไปมันก็เสียชื่อมิกกี้ยูชอนแย่สิ มือเรียวสอดเข้าในเสื้อยืดตัวบางของคุณเลขา สัมผัสกับผิวนุ่มนิ่มอย่างไม่อยู่สุข ในขณะที่คุณเลขาก็ดินพราดๆ มือเล็กเปะป่ายกั้นมือที่รุกรานตัวเองเต็มที่ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะตอนนี้คุณเจ้านายเลื่อนมือรั้งเสื้อคุณเลขาขึ้นมา เผยให้เห็นผิวขาวใส ริมฝีปากระเรื่อยลงมาจากต้นคอ ข้ามเสื้อตัวสวยมากที่แถวบริเวณหน้าอกช่วงบน กดจูบแรงๆจนเกิดรอยสีกุหลาบจนคุณเลขาร้องประท้วง
“เจ้านาย ปล่อยนะ”
“ทำไมล่ะ กำลังสนุกเลย” คุณเจ้านายยิ้มกวนประสาท
“บอกให้ปล่อยไง นี่มันเกินข้อตกลงแล้วนะ” คุณเลขาหอบหายใจเข้าแรงๆ ก่อนจะตอบ
“เกิน ตรงไหน ยังไม่เกินเลยนะ คุณบอกว่า กอด จูบ ลูบ คลำไง ผมก็ทำตามข้อตกลงเป๊ะเลย” ยูชอนพูดขณะที่ก้มลงไปสูดความหอมกรุ่นจากคอของคุณเลขา
“บอกว่าเลย ก็เลยสิ ปล่อยนะ” จุนซูใช้มือยันอกแกร่งของร่างโปร่งเอาไว้ มือเย็นๆของคุณเลขาที่สัมผัสกับผิวขาวจัดของคุณเจ้านาย ยิ่งทำให้คุณเจ้านายรู้สึกเหมือนจะคุมตัวเองไม่ได้เข้าไปทุกที
“แล้ว เมื่อกี้ทำอะไร ทำไมมันเจ็บๆล่ะอ๊ะเหมือนรอยมดกัดที่คอเลยอ่ะ หรือว่าคุณ..” คุณเลขาใช้มือเลื่อนเสื้อที่ขึ้นมากองข้างบนลง เห็นรอยแดงๆเหมือนกับที่ต้นคอเปี๊ยบเลย
“ ใช่ ผมเองแหละที่กัดคุณ ไม่ใช่มดหรอก จะเอาดีดีทีมาฉีดผมไหมล่ะ” ยูชอนหัวเราะ คุณเลขาได้แต่ฮัดฮึด ก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่น
“คุณ อย่างนี้แสดงว่าคุณแอบจูบผมน่ะสิ ขี้โกง ไม่รู้ตัวอย่างนี้ผมจะคิดเงินได้ยังไง”
“เฮ้อ~ งกจริง ถือว่าเป็นของแถมแล้วกันนะ”
“ไม่ได้ เล่นซะเป็นรอยเลย ไอ้เราก็คิดว่ามดกัด” คนตัวเล็กบ่อนอุบอิบ เรียกรอยยิ้มให้กับร่างโปร่งได้เป็นอย่างดี
“ถามจริงเถอะ คุณรักผมบ้างไหม” ยูชอนกระซิบถามเสียงแผ่วเบาข้างหูคนตัวเล็ก
“ไม่รัก” จุนซูตอบเสียงดังฟังชัด เล่นเอาคุณเจ้านายหมดแรง ทิ้งตัวลงนอนข้างๆคุณเลขาที่ลุกพรวดพราดออกจากเตียงทันที
“คุณ ลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน เดี๋ยวผมจะตามลงไป” ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ คุณเลขาวิ่งปรู๊ดออกไปนอกห้องทันที ทิ้งให้คุณเจ้านายนอนซึมอยู่บนที่นอน
“แล้ว ผมต้องทำยังไงล่ะ ถึงจะรักผมบ้าง” ยูชอนลุกขึ้น สลัดหัวไปมา ก่อนจะแต่งตัวแล้วตามคุณเลขาลงไปข้างล่าง ทันที่ร่างโปร่งปรากฏตัวขึ้นที่สวนหลังบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงแหลมใส พร้อมแรงโถมเข้ากอดจากคนตรงหน้า
“เจส”
“ค่ะ เจสมาแล้วค่ะ ยูชอนปล่อยให้เจสรอตั้งนาน”
ยู ชอนหันไปมองคุณแม่กับน้องชายที่ตอนนี้ปั้นหน้าเคร่งไม่ชอบใจที่มีแขกไม่ได้ รับเชิญ ก่อนจะไล่สายตาไปเจอกับภาพบาดตา เพราะตอนนี้คุณเลขากำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดีกับไอ้เพื่อนมินอยู่ ไม่สนใจเขากับเจสสิก้าสักนิดด้วย ร่างโปร่งลากสาวสวยไปนั่งโต๊ะเดียวกับคุณเลขาทันที
“หึ ตอนแรกแม่ว่าจะเม้งตามิกกี้ที่ปล่อยให้หนูเจสเข้ามาที่งานโดยไม่ได้รับเชิญ สักหน่อย แต่พอเห็นท่าทางตามิกกี้แล้ว แม่ว่าอย่างนี้ก็สนุกดี เอาล่ะ เราปล่อยพวกเขาไว้โต๊ะตรงโน้นดีกว่า มาริกกี้ ยูริ มานั่งเป็นผู้ชมริงไซด์กันหน่อยดีกว่า” คุณนายปาร์คเดินนำลูกและหลานสาวไปนั่งอีกทาง รอดูศึกชิงนางอยู่เงียบๆ
%%%%%%
TBC



คุณแม่ก็แผนเยอะคุณลูกชายก็ร้ายสนุกสนานจริงๆบ้านนี้
#1 By jeja (116.58.237.92) on 2010-04-02 12:30