[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 7
posted on 01 Apr 2010 02:21 by kameryuichi in servant
Part 7
“ว้า เสมอกันซะได้ อย่างนี้ก็ไม่มีใครได้รางวัลน่ะสิ” ยูฮวานพูดขณะที่กระโดดลงจากหลังสุดที่รัก
“นั่นสิ อย่างนี้เราก็ไม่ต้องให้รางวัลใครใช่ไหม” แจจุงหัวเราะชอบใจ
“แฮ่ กๆ นี่ ..จะ.. ไม่... ให้..อะไรเราหน่อยเหรอ วิ่ง .. แทบ.. ตาย..” ยุนโฮส่งเสียงประท้วง ขณะที่ทรุดลงไปนั่งหอบอยู่กับพื้นข้างๆชางมิน
“ก็ ไม่มีใครชนะนี่นา ไม่ต้องเอาหรอกนะ ไปเถอะยูฮวาน พวกนั้นมาครบแล้วล่ะมั้ง” แจจุงคว้าแขนเพื่อนเดินไปทันทีไม่สนสองหนุ่มที่นอนหมดแรงอยู่ตรงนั้น
“คอย..ดู..นะ กลับไป.. จะจับกดให้.. ฮึ่ย.. จริงๆเลย แฟนใครวะเนี่ย” ชางมินอาฆาตแค้นตามหลังสุดที่รักไป
“นั่น ..สิ.. วันนี้ .. จะลงโทษให้สาสม” สองหนุ่มพากันอาฆาตแค้นคนรักที่เดินไปด้วยกันอย่างไม่สนใจใยดี เอาไว้กลับหอก่อนเถอะจะจัดการให้น่าดู แต่ตอนนี้ขอพักก่อนแล้วกัน ไม่ไหวแล้ว ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนกับพื้นทั้งคู่
“แหม เบื่อพวกเอสคลาสจริงๆ สวีทไม่เกรงใจใคร จำไม่ได้หรือไง เขาห้ามสนิทสนมกับคนรับใช้ออกนอกหน้าน่ะ เดี๋ยวยัยพวกผู้คุ้มกฏมาเห็นก็เป็นเรื่องหรอก” ฮีซอลที่แต่งตัวเป็นผีเอ่ยขึ้นลอยๆ
“อย่ามาพูดเลย ทีพี่ยังทำไม่เห็นจะกลัวพวกนั้น เผลอล่ะก็ลวนลามคนรับใช้ตลอด ฉันว่าฮันคยองคงช้ำไปเยอะแล้วล่ะสิ” ยูฮวานพูดยิ้มๆ ปรายตาไปมองคนใช้ร่างสูงของฮีซอล ที่ตอนนี้อายม้วนไปไหนๆแล้ว
“ช้ำเชิ้มอะไรกัน ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย บื้อๆอย่างนี้ สอนลำบาก ถ้าเป็นอย่างคิบอมว่าไปอย่าง ใช่ไหมดงเฮ”
“อะไร อย่ามายุ่งกับคนใช้ฉันนะ” ดงเฮตวัดสายไปยังต้นเรื่องทันที คนอะไรวันๆจ้องแต่จะลวนลามคนใช้ชาวบ้าน
“พอๆๆ ทำไมชอบกัดกันจัง แล้วนี่พี่มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย เป็นผีก็ไปอยู่ส่วนผีสิ ออกมาทำไม” แจจุงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็ฉันเป็นหัวหน้านี่ ถ้าไม่มาจัดคิวให้พวกนายเข้าไป พวกนายจะรู้ไหมล่ะว่าต้องทำอะไรบ้าง”
“เออ นั่นสิ แต่พี่เล่นแต่งตัวออกมาอย่างนี้ใครเขาจะกลัว แบบนี้เขาก็รู้หมด” ยูฮวานหันไปมองฮีซอลตั้งแต่หัวจรดเท้า ถ้าแต่งแค่นี้เด็กอนุบาลยังไม่กลัวเลย
“ใช่ ผีที่ไหนแต่งตัวซะเช้งวับแบบนี้ ใครมันจะไปกลัว” ดงเฮเห็นด้วย เพราะดูจากชุดฮันบกสีเขียวตองขลิบด้วยสีบานเย็นตรงปลายอย่างสวยงาม และผมที่เกล้าเหมือนนางในในราชสำนักไม่มีผิดเพี้ยน ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนจะมาเป็นผีอยู่ในสุสาน
“ฉันไม่ได้เป็นผีหน้าเละ นี่ สวยๆอย่างฉันก็ต้องแต่งแบบนี้แหละ เน้นเอ็ฟเฟ็คเป็นหลัก ไม่ต้องพูดมาก แล้วจุนซูล่ะ ยังไม่เห็นมาเลย” ฮีซอลชะเง้อคอมองคนที่กำลังกล่าวถึง
“หาจุนซูหรือหาใครกันแน่” ดงเฮขัดคอ
“หาจุนซูสิ แจจุงเพื่อนนายไปไหนทำไมมาช้าจัง จะได้เวลาอยู่แล้ว”
“มาแล้วๆ แหมถามหาแต่จุนซูนะ แล้วฉันล่ะ ไม่สนฉันเลยน้อยใจชะมัด” เสียงซองมินที่เดินมาถึงบริเวณนั้นพอดีเป็นคนตอบ
“ฉันก็นึกว่านายมาแล้วน่ะสิ ใครจะไปรู้ว่าพวกชอบทำตัวเป็นนินจาแว๊บไปแว๊บมาจะมาช้ากับเขาเหมือนกัน” ฮีซอลว่าให้
“เหรอออออออ เอาเถอะมากันครบแล้ว ปีนี้จะให้ทำอะไรบ้าง ว่ามา” ซองมินถาม
“หมายความว่าไง ไม่ใช่แค่เดินผ่านเฉยๆเหรอ” จุนซูถามขึ้น
“ไม่หรอก ทุกปีต้องมีภารกิจให้เข้าไปทำน่ะ ไม่งั้นจะสนุกได้ยังไง” แจจุงตอบ
“เอา ล่ะทุกคนฟังทางนี้ ปีนี้เราจะให้แต่ละคู่เข้าไปในสุสานที่พวกเราเตรียมของสุดสยองไว้รอพวก นายอยู่ ปีนี้จะไม่มีเป็นด่านๆเหมือนทุกปี ภารกิจมีอย่างเดียว เห็นนี่ไหม นี่คือป้ายสำหรับคนที่ผ่านการทดสอบความกล้า มันจะถูกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ ทั้งหมดมี 6อัน เพราะตัดพวกที่เป็นผีไปแล้ว4ก็เหลือแค่ 11คู่ ใครที่หาป้ายไม่เจอ ต้องอยู่ทำความสะอาดที่นี่ให้หมด เข้าใจไหม”
“โห ซ่อนไม่เป็นที่ด้วย พรุ่งนี้เช้าจะหาเจอไม่เนี่ย” ยูฮวานว่า
“พวก นายมีเวลาไว้3ชั่วโมง พอครบฉันจะให้สัญญาณยิงพลุขึ้นฟ้า ทุกคนต้องรีบออกมา ถ้าหมดเวลาแล้วใครหาไม่เจอ จะต้องถูกลงโทษ อ้อออกมาช้าเกินครึ่งชั่วโมงหลังยิงพลุ ถึงจะได้ป้ายมาก็ถือว่าหมดสิทธิ์นะ” ฮีซอลอธิบายกติกาให้ทุกคนเข้าใจ
“ลงโทษอะไรล่ะ” ดงเฮถาม
“ไม่ยากหรอก นอกจากทำความสะอาดแล้ว คู่ที่หาป้ายไม่เจอ จะต้องส่งคนรับใช้มาให้ฉันหอมคนละที ฮ่าๆๆๆ”
“หา!!!!” ทุกคนร้องพร้อมกัน โดยเฉพาะพวกคนรับใช้ ต่างก็ตั้งปณิธานไว้ว่าให้ตายก็ต้องหาให้เจอ
“เอาอีกแล้ว นี่กะจะลวนลามชาวบ้านเขาอย่างเดียวเลยหรือไง” ซองมินบ่น
“ใครที่หวงคนรับใช้ก็ต้องร่วมมือกันหาให้เจอสิ ถ้าไม่หวงก็ไม่ต้องหา ฮ่าๆๆๆ” ฮีซอลหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“อ้อใช่ ผีก็จะโผล่แบบสุ่มเหมือนกันนะ ถือเป็นอุปสรรคอย่างนึง ระวังเอาไว้ให้ดี เพราะปีนี้มีรางวัลพิเศษด้วย”
“รางวัลอ่ะไรล่ะ รีบๆบอกมาสิ อย่ากั๊ก” ดงเฮรีบขัดก่อนที่ยัยเจ้จะพล่ามยาวกว่านี้
“กำลัง จะบอกนี่ไง ขัดอยู่ได้ ป้ายทั้ง6อัน จะมีแค่2อันที่เป็นตั๋วพิเศษ สามารถขออะไรก็ได้ จากคนที่เราต้องการ ไม่เกี่ยงว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร คนที่ถูกขอก็ต้องทำตามทุกอย่าง คำขอมีอายุใช้งานแค่1อาทิตย์ ขอได้ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ว่าจะขอเมื่อไหร่ก็ได้ไม่จำกัดเวลา อ้อ ห้ามขอให้ไปทำอะไรผิดกฎหมายก็พอ เอาล่ะคู่แรก” ฮีซอลกางกระดาษรายชื่อที่เตรียมมาก่อนจะอ่านก็มีเสียงขัดขึ้น
“เดี๋ยว ก่อนค่ะ” เสียงหวานใสดังขึ้น เรียกให้ทุกคนหันไปมอง ก็พบกับสาวน้อยน่ารักนั่งอยู่บนรถเข็นมีชายชุดชาวเข็นรถเข้ามาใกล้กลุ่มที่ พวกเขายืนกันอยู่
“ท่านลูเซีย หายป่วยแล้วเหรอครับ” ฮีซอลหันไปทัก
“ก็ค่อยยังชั่วค่ะ ว่าแต่เริ่มเล่นกันหรือยังคะ ฉันขอเล่นด้วยคนได้ไหม”
“แต่ว่า ท่านลูเซียไม่สบายนี่ แล้วจะมาออกแรงกับเราไหวเหรอ” ฮีซอลเดินเข้าไปถามเด็กสาวบนรถเข็น
“ไม่ เป็นไรค่ะ ฉันเล่นได้ ปีนี้มีของรางวัลน่าสนใจด้วยนี่คะ ฉันก็อยู่ห้องนี้เหมือนกัน ฉันก็น่าจะมีสิทธิ์เล่นได้” เด็กสาวยิ้มหวานให้กับหัวหน้าห้องจอมบงการ
“งั้นก็ได้ครับ เราเล่นกับแบบแฟร์ๆนะครับ ไม่มีต่อให้ทั้งนั้น ถึงจะเป็นท่านลูเซียก็เถอะ”
“ค่ะ ฉันเข้าใจ”
“โอ เค ฉันจะเรียกชื่อเข้าไปทีละคู่นะ พอหมดคนสุดท้ายฉันจะเข้าไปเป็นผีข้างใน ขอให้โชคดีสำลีแปะหัวนะทุกคน เอาล่ะคนแรก อีมินยอง ..เข้าไปสิ” ฮีซอลค่อยๆเรียกเพื่อนๆเข้าไปทีละคู่ แต่ละคู่ทิ้งช่วงห่างกัน 15นาที
“นี่ๆ ทำไมเขาต้องเรียกซอฮยอนว่าท่านลูเซียล่ะ” จุนซูถามขึ้นด้วยความสงสัย
“อ๋อ ท่านลูเซียเป็นตำแหน่งน่ะ ถ้าเทียบกับโรงเรียนอื่นๆก็คงประมาณประธานนักเรียนล่ะมั้ง แต่ที่นี่คนจะได้เป็นท่านลูเซียจะต้องมีคุณสมบัติของคุณหนูครบถ้วน ทั้งกริยามารยาท และการพูดจาน่ะ ซอฮยอนเขาเป็นคนหนูทุกกระเบียดนิ้ว เขาก็เลยได้ตำแหน่งนี้ไป ไม่เหมือนบางคน ซนไปหน่อยเลยชวดตำแหน่งนี้” ยูฮวานหันมาอธิบายให้จุนซูฟังแถมด้วยแขวะคนสวยข้างๆ
“นายว่าใครซน ถ้าอย่างฉันซน อย่างนายก็ม้าดีดกะโหลกแล้ว” แจจุงหันมันแขวะยูฮวานบ้าง
“แจจุง นายจะได้เป็นท่านลูเซียด้วยเหรอ” จุนซูหันมามองหน้าเพื่อนคนสวย
“ใช่ หมอนี่เขาถูกเลือกให้เป็นเป็นท่านลูเซียไปแล้วล่ะ แต่พอนึกได้ว่าถ้าเป็นท่านลูเซียจะมานั่งสวีทกับสุดที่รักไม่ได้ ก็เลยแกะสเตล่าทิ้งไปอันนึง เลยทำให้ขาดคุณสมบัติไปน่ะ” ยูฮวานอธิบาย
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง งั้นซอฮยอนเขาก็คงเรียนเก่งด้วยน่ะสิ”
“ก็ใช้ได้นะ แต่เขาไม่ค่อยได้ออกมาเรียนหรอก ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง นี่เห็นว่าจะไปอยู่เมืองนอกสักพักทำไมกลับมาไม่รู้”
“นายรู้จักกับเขาแล้วเหรอจุนซู” แจจุงถามขึ้น
“อืม เมื่อตอนบ่ายเจอกันแล้วล่ะ ซอฮยอนเรียนเก่งก็ดีสิ จะได้ช่วยคุณปู่ทำงาน ฉันน่ะเรื่องเรียนไม่ได้เรื่องเลยล่ะ”
“นาย ไม่เห็นต้องเรียนเก่งเลย แค่เรียนให้ผ่าน สะสมสเตล่าให้ครบ ขึ้นเป็นโซเล่ให้ได้ก็พอแล้ว เรื่องดูแลกิจการน่ะให้พี่ชายฉันเขาจัดการเอง ไม่เห็นต้องคิดมาก”
จุนซูเหลือบไปมองยูชอนที่ยืนอยู่ข้างหลังกับ พวกยุนโฮ พอเห็นว่าร่างสูงหันมามองเขาเหมือนกันก็รีบหันกลับทันที ทำเป็นสนใจเสียงเรียกชื่อตรงหน้ามากกว่า ฮีซอลเรียกชื่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงพวกเขา
“ปาร์คยูฮวาน”
“ป่ะชางมิน เราต้องเอาป้ายมาให้ได้นะ” ยูฮวานหันไปยิ้มกับคนรัก
“อืม สู้ตาย ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้คนแถวนี้มาหอมหรอก” ชางมินพูดหวาดๆ
“ไม่เป็นไรนะจ้ะที่รัก ยังไงเค้าก็ไม่ปล่อยให้ชางมินเสร็จเจ้หรอก”
“พอๆ เลย รีบๆเข้าไปซะ หมั่นไส้จริง ชิ~” ฮีซอลยืนฟังอยู่นานทนไม่ไหวออกมาดันทั้งสองคนเข้าสุสานไปด้วยความรำคาญ ทั้งสองคนหัวเราะ ชางมินยื่นมือมาให้ยูฮวาน ร่างบางก็ส่งมือนุ่มนิ่มให้มือหนาจูงมือเดินหายเข้าไปในความมืดด้วยกัน
“คิมแจจุง”
“สู้เขานะยุนโฮ ถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อคนแถวนี้” แจงจุงกับยุนโฮหัวเราะและเดินจูงมือหายเข้าไปในความมืดอีกคู่
“คิมจุน ซู” จุนซูก้าวออกมาด้านหน้า มองที่เส้นทางที่ต้องเดินเข้าไปแล้วทำท่าจะเดินกลับ มันน่ากลัวน้อยอยู่ซะที่ไหน ถ้าเดินมืดๆน่ะไม่เท่าไหร่ แต่นี่จะมีคนโผล่มาทำให้ตกใจเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ด้วย กลับตอนนี้ทันไหมนะ
“กลัวเหรอ” ยูชอนก้มลงมาถามเมื่อเห็นท่าทีของคนน่ารัก
“อืม” จุนซูพยักหน้า
“งั้น จับมือฉันไว้ แค่นี้ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว” ยูชอนยื่นมือมาให้คนตัวเล็กจับ จุนซูยิ้มสอดมือเล็กๆเข้าไปไว้ในอุ้งมือใหญ่ของยูชอน มือแข็งแรงกระชับมือนุ่มนิ่มเอาไว้เบาๆ
“พร้อมนะ”
“อืม” ทั้งสองคนเดินหายเข้าไปในความมืดเหมือนคนอื่นๆ
“คิมซอฮยอน” สิ้นเสียงประกาศของฮีซอล ชีวอนก็เข็นรถเข็นของซอฮยอนฝ่าความมืดตามคนอื่นๆไปเป็นคู่สุดท้าย
“เรียบร้อย ป่ะ ฮันคยอง ได้เวลาสนุกแล้ว” ฮีซอลเดินนำหน้าคนรับใช้เข้าไปอีกด้านนึงเพื่อไปเตรียมตัวหลอกเพื่อนๆที่เข้าไปก่อนหน้านี้
ระหว่าง ทางเดินอันมืดมิด แทบจะไม่เห็นอะไรเลยด้วยซ้ำ ในมือของทั้งคู่มีเพียงไฟฉายกระบอกเดียวนำทาง บรรยากาศรอบข้างก็มืดสนิททำให้ชวนขนลุก แถมบางทียังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนจากคนอื่นๆ เป็นสัญญาณว่าเจอดีเข้าให้แล้ว ยิ่งเดินลึกเข้ามาเท่าไหร่ ยูชอนก็รู้สึกได้ถึงแรงบีบมือที่แน่นขึ้นทุกที
“จุนซู กลัวมากเหรอ” ยูชอนก้มหน้าถามคนตัวเล็กที่หลับหูหลับตาเดินไม่ดูทางข้างหน้าเลยสักนิด
“อืม รีบๆหารีบๆออกได้ไหม ฉันกลัวจังเลย”
“ก็ได้ งั้นเราก็มาช่วยกันหาสิ นายมัวแต่หลับตาอย่างนี้ ฉันหาคนเดียวเมื่อไหร่มันจะเจอ”
“ฉันไม่กล้าลืมตานี่ กลัวว่าอยู่ดีๆพวกนั้นจะโผล่มา ฉันตกใจตายเลย”
“ไม่ต้องกลัวน่า เอางี้ ถ้าพวกนั้นโผล่มานายก็หันมากอดฉันซะก็สิ้นเรื่อง” ยูชอนพูดยิ้มๆ
“ไม่เอาหรอก เรื่องอะไรฉันต้องไปกอดนายด้วย”
“ไม่กอดก็ไม่กอด อ๊ะ จุนซู ข้างหลังนาย...”
“อ๊ากกก อะไรๆๆ มีอะไรอยู่ข้างหลัง มันไปหรือยังอ่ะ” จุนซูส่งเสียงร้องดังลั่น กระโจนเข้ากอดคนตรงหน้าทันที
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันล้อเล่น ไหนบอกว่าไม่กอดไงจุนซู กระดูกฉันจะหักอยู่แล้วนะเนี่ย” ยูชอนหัวเราะ
“ยูชอน เล่นอะไรบ้าๆ” จุนซูทุบไปที่หน้าอกคนเจ้าเล่ห์ตุ้บนึงแก้เขิน
“โอ้ย เบาๆสิ คนอะไรมือหนักจริงๆเลย” ยูชอนคลำหน้าอกป้อยๆ แกล้งยู่หน้าทำหน้าเจ็บปวดสุดฤทธิ์
“สมน้ำหน้า มาหลอกทำไม คนยิ่งกลัวๆอยู่”
“โอเคไม่แกล้งแล้ว ฉันแค่อยากรู้ว่านายจะเก่งจริงอย่างที่พูดหรือเปล่าเท่านั้นเอง”
“ชิ ไม่กลัวมั่งก็แล้วไป”
“เฮ้ สองคนนั้นน่ะ เขาไม่ได้ให้มาสวีทกันนะ เขาให้มาหาของ” เสียงน้องชายตัวแสบดังขึ้น สักพักยูฮวานกับชางมินก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้
“เดินมาก่อนตั้งนาน ทำไมยังอยู่นี่อีกล่ะเรา”
“ก็มาดักรอไง กะว่าคนแถวนี้ต้องมีลูกไม้อะไรมาเล่นแน่ๆ ไม่น่าเชื่อ มีจริงๆด้วยแหะ”
“จะไปไหนก็รีบไปเลยไป” ยูชอนรีบไล่ก้างไปทันที
“จุน ซู นายต้องระวังหน่อยนะ พี่ชายฉันน่ะ ขึ้นชื่อเรื่องมือปลาหมึก นอกจะหนุบหนับจับแหลกแล้ว ยังเกาะแน่นไม่ปล่อยด้วยนะ ชางมินเรารีบไปกันดีกว่า เดี๋ยวจะโดนขบหัวเอา”
“ยูฮวาน!!!” ยูชอนได้แต่ตะโกนไล่หลังยูฮวานไปเพราะตอนนี้เจ้าน้องตัวแสบหายวับไปกับความมืดแล้ว
“สงสัยต้องระวังอย่างที่ยูฮวานบอกแล้วล่ะ ยูชอนไว้ใจไม่ได้จริงๆด้วย” จุนซูเริ่มคล้อยตาม
“โธ่จุนซู อย่าไปฟังเด็กบ้านั่นพูดเลย ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ”
“ไม่รู้ จิ้งจกทักเขายังฟังเลย นี่น้องชายนายทั้งคน มันต้องจริงมั่งล่ะ”
“ไม่ จริ๊งไม่จริง เราไปหาป้ายกันต่อเถอะนะ ฉันไม่อยากถูกคนอื่นนอกจากนายหอมน่ะ” ยูชอนรีบเปลี่ยนเรื่องทันที แต่ไม่วายวกเข้าเรื่องตัวเองอีกจนได้
“ใครเขาจะไปหอมนายกัน”
“นายไม่หอมฉันหอมเองก็ได้” พูดจบคนหล่อก็ก้มหน้ามาขโมยหอมแก้มใสๆของคนตัวเล็กทีนึง
“อ๊ายย ยูชอนนี่” จุนซูรู้สึกร้อนซู่ไปทั้งหน้าเหมือนกับเลือดพร้อมใจกันวิ่งมารวมที่แถวๆแก้ม ของเขา รีบเดินหนีไปทันทีโดยไม่รอให้ยูชอนจูงมือเหมือนตอนเข้ามา
“อ้าวจุนซู นายไม่กลัวแล้วเหรอ” ยูชอนตะโกนตาม
“ไม่กลัวแล้ว ฉันว่านายน่ากลัวกว่าผีอีก อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ” ยูชอนหัวเราะกับคำตอบของคนน่ารัก แล้วรีบสาวเท้าตามคนตัวเล็กไปทันที
ทาง ด้านแจจุงกับยุนโฮก็กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาอะไรที่ดูเหมือนป้ายจนกระทั่งทั้งสองเจอกระดาษแผ่นนึง วางอยู่บนป้ายหินขนาดใหญ่ข้างๆต้นไม้
“ยุนโฮ เข้าไปดูทีสิ” แจจุงชี้ไปยังจุดเกิดเหตุ
“ทำไมล่ะ ก็เข้าไปดูด้วยกันสิ”
“ไม่เอาอ่ะ ถ้าเกิดผีโผล่ขึ้นมาทำไง”
“อะไร กลัวด้วยเหรอ ทุกทีเห็นแมนจะตาย”
“เอ๊ะ~ใครแมนเดี๋ยวเถอะ ไปเลยๆๆ เข้าไปดูเลยนะ”
แจ จุงผลักยุนโฮไปข้างหน้า ทำให้ยุนโฮต้องเดินเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้ เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆป้ายหินด้วยความระมัดระวัง เกรงว่าจะมีอะไรซ่อนไว้ พวกคุณหนูพวกนี้ไว้ใจไม่ได้ มีของเล่นแปลกๆตลอด ระหว่างเดินก็ใช้เท้าแตะไปทั่วๆ เพื่อตรวจดูกับดักหรืออะไรที่อาจจะมาวางเอาไว้ แต่ก็ปลอดโปร่ง ยุนโฮจึงเดินเข้าไปหยิบป้ายที่วางไว้บนนั้น ทันทีที่มือหนาสัมผัสกับแผ่นป้าย ก็มีมือเย็นๆของใครก็ไม่รู้วางทับ พร้อมเสียงโหยหวน
“ม่ายยยย ห้ายยย หรอกกกกก”
“อ๊ากกกกกก กก!!!” ยุนโฮร้องดังลั่นเตะเข้าชายโครงผีไปทีนึง ก่อนที่จะคว้าป้ายวิ่งกลับไปหาสุดที่รักที่ยืนหัวเราะท้องแข็งอยู่ตรงนั้น
“แฮ่กๆๆ ขำอะไร” ยุนโฮถาม
“ขำคนกลัวผีน่ะสิ แล้วไปเตะเขาทำไมเนี่ย ตายแล้วป่านนี้ไม่กระดูกหักไปหมดแล้วเหรอ” แจจุงยังขำไม่เลิก
“ไม่รู้ ตกใจนี่เล่นอะไรบ้าๆ” ยุนโฮพูดพร้อมส่งป้ายกระดาษในมือให้คนสวย
“ใบอนุญาตผ่านด่าน ว้า~ เข้ามาแป๊ปเดียวก็เจอซะแล้ว ไม่สนุกเลย”
“เจอแล้วก็รีบออกไปกันเถอะน่า แค่นี้ก็ไม่โดนเจ้หอมแล้ว”
“แต่จะโดนฉันเตะ!!!!” เสียงฮีซอลแหวขึ้นมา ทั้งสองคนหันควับไปหาต้นเสียงทันที
“มา เตะฮันคยองทำไมเนี่ยไอ้หมียักษ์ ดูสิ โอ๋ๆๆ ฮันคยองของฉัน กระดูกหักหมดแล้วมั้งเนี่ย” ฮีซอลนั่งยองๆเอามือแตะไปทั่วตัวฮันคยองเพื่อหาร่องรอยการโดนทำร้าย ตอนนี้คนใช้รูปหล่อของเขานอนตัวงอเพราะโดนหมีเตะจุกจนพูดอะไรไม่ออกอยู่ตรง นั้น
“ใครจะไปรู้ คนมันตกใจอ่ะ ยั้งไม่ทัน ทีหลังก็อย่าเล่นอย่างนี้สิ” ยุนโฮเกาท้ายทอยแกรกๆ
“ยังจะมาพูดอีก เป็นผีนะเฟ้ย ไม่ทำให้ตกใจแล้วแกจะให้เขาร้องcheckmateหรือไงฟะ”
“ร้องได้ด้วยเหรอเพลงน่ะ พูดยังไม่ชัดเลย” ยุนโฮเถียง
“จะเถียงกันอีกนานไหม ฉันว่าพาฮันคยองไปห้องพยาบาลดีกว่า ดูสิช้ำในตายแล้วมั้งเนี่ย” แจจุงเดินเข้าไปดูอาการอีกคนพลางส่ายหน้าน้อยๆ
“ไอ้ หมียักษ์ มาพาฮันคยองของฉันไปห้องพยาบาลเร็วเข้า โทษฐานทำที่รักฉันเจ็บ” ฮีซอลเท้าเอวชี้นิ้วสั่งสุดหล่อ ยุนโฮทำหน้ามุ่ยทำไมเขาต้องพาหมอนี่ไปห้องพยาบาลด้วยฟะ ตัวก็พอๆกับเขา หนักแน่เลยอ่ะ
“ไปสิยุนโฮ ทำอะไรก็รับผิดชอบหน่อย” แจจุงดันตัวการเข้าไปแบกฮันคยอง เขาเลยจำเป็นต้องแบกผีจีนขึ้นหลังไปส่งที่ห้องพยาบาล โดยมีผีเกาหลีตามไปติดๆ แถมเสียงบ่นอีกยืดยาว
“ชางมินอ่า~ เดินมาทางนี้จะมีป้ายจริงๆเหรอ” ยูฮวานที่เดินมานานเริ่มบ่น
“มี สิ จากการคำนวณของฉัน ป้ายมี6อัน เขาก็ต้องวางไว้ทั่วๆ ทางโน้นมีคนเดินเยอะแล้ว ถ้าเราเดินตามไปเปอร์เซ็นต์ได้มันมีน้อย เราต้องไปทางนี้แหละ ไม่ค่อยมีคนมา เห็นไหมรอยเท้ามีไม่เยอะ ไม่เหมือนทางโน้น” ชางมินชี้ให้ดูที่พื้น
“เฮ้อ~ มีแฟนอัจฉริยะก็เงี้ยะ ทำอะไรก็คำนวณไปหมดเลย น่าเบื่อจริงอะไรก็ต้องตรงตามสมมุติฐานทั้งนั้น” ยูฮวานค่อนขอด
“เบื่อแล้วรักไหมล่ะ” ชางมินหยุดเดิน หันมาหาคนตัวเล็กที่หน้าเหมือนพี่ชายเด๊ะๆ แต่มองแล้วไม่ยักกวนบาทาเหมือนพี่ชาย
“รัก สิ ไม่เห็นต้องให้บอกเลยนี่” ยูฮวานยิ้มแป้น ชางมินยิ้มตาม หันซ้ายหันขวา2-3ที เห็นว่าไม่ใครตามมาแน่ จึงรวบตัวคนหน้าหวานเข้ามากอด ให้รางวัลกับปากบางที่พูดจาถูกใจเขานัก ด้วยการกดจูบหนักหน่วงไปทีนึง เล่นเอาเด็กแก่นแก้วอย่างยูฮวานอายม้วนไปเลย
“ชางมินอ่า~ ทำแบบนี้เดี๋ยวเค้าฟ้องพี่เลยนี่”
“จะไปฟ้องที่ไหน ตอนนี้พี่นายมัวแต่ตามเอาใจจุนซู ไม่มาสนน้องจอมป่วนอย่างนายหรอกน่า” ชางมินเอานิ้วจิ้มที่หน้าผากมนๆทีนึง
“ชิ~ เห็นเค้าไม่มีพี่คุ้มครองเลยรังแกเค้าล่ะสิ คนอะไรนิสัยไม่ดี” ริมฝีปากบางปล่อยวาจาค่อนขอด ผิดกับนัยน์ตาหวานเชื่อมที่ช้อนมองคนรูปหล่อตรงหน้า ชางมินกำลังจะให้รางวัลริมฝีปากช่างเจรจาอีกสักหน่อย แต่ก็ต้องชะงัก
“อ๊ะชางมิน!!!” ยูฮวานร้องขัดขึ้น
“ทำไม พี่ชายนายมาหรือไง ฉันไม่กลัวหรอกน่า”
“ไม่ ใช่ บนต้นไม้นั่น มีป้ายอะไรก็ไม่รู้” ยูฮวานชี้ไปทางแผ่นกระดาษสีขาวที่แปะอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวพวกเขาขึ้นไป ชางมินเอี้ยวตัวมองขึ้นไปก็พบกระดาษที่ว่านั่นจริงๆ
“ใช่หรือเปล่าไม่รู้ เดี๋ยวฉันปีนขั้นไปดูเอง รออยู่นี่นะ”
“ระวังตัวด้วยนะ”
“อืม”
พูด จบก็สาวเท้าก้าวไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เปลี่ยนจากคุณชายชิมชางมินจอมอัจฉริยะเป็นลิงทันที ชางมินปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วพอถึงกิ่งไม้ก็ เอื้อมมือคว้ากระดาษและกระโดดลงมาที่พื้นอย่างปลอดภัย ยูฮวานรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“ใช่ไหมอ่ะ” ยูฮวานยื่นหน้าเข้าไปดู
“นี่ไง ในอนุญาตผ่านด่าน แต่ไม่มีรางวัลพิเศษนะ” ชางมินยื่นแผ่นป้ายให้ยูฮวานดูชัดๆ
“ช่างสิ ฉันไม่เห็นอยากได้รางวัลพิเศษเลย ไม่รู้จะขออะไร แค่มีชางมินคนเดียวฉันก็พอแล้วล่ะ”
“น่ารักจริงนะ งั้นเราออกไปรอพวกนั้นข้างนอกแล้วกัน ขืนช้าเดี๋ยวเสียสิทธิ์ ไม่อยากโดนเจ้หอมอ่ะ ขนลุก”
“อื้ม ป่ะ” ยูฮวานกางแขนออกกว้าง
“อะไรอีกล่ะ”
“ก็เค้าเมื่อยนี่ ชางมินอ่า~ เป็นม้าให้เค้าขี่หน่อยนะ” ชางมินส่ายหัวน้อยๆ เป็นแบบนี้ทั้งปี แต่ก็ยอมให้ยูฮวานขึ้นหลังโดยดี
“ไปเลย ฮี้กับๆๆ” ยูฮวานทำเสียงประกอบให้ม้าประจำตำแหน่ง แล้วทั้งสองคนก็เดินออกไปรอคนอื่นๆที่จุดเริ่มต้น
ชี วอนเข็นรถของซอฮยอนเข้ามาในสุสานร้างได้สักพัก ก็เลี้ยวเข้าไปแอบที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนึงข้างๆทาง ถอดเสื้อสูทของตัวเองคลุมไหล่ของซอฮยอนไว้
“มีอะไรเหรอชีวอน เอาเสื้อมาให้ฉันทำไม” ซอฮยอนเงยหน้าขึ้นถาม
“ตอนค่ำอย่างนี้อากาศมันเย็น ท่านลูเซียจะไม่สบายนะครับ”
“แล้วเธอล่ะ ไม่หนาวเหรอ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านลูเซียนั่งรออยู่ตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะไปเข้าไปเอาป้ายมาให้”
“ทำไมล่ะ เขาห้ามโกงนะชีวอน ฉันต้องเข้าไปหาด้วยสิ”
“เรา ไม่ได้โกงนะครับ ผมแค่เป็นตัวแทนเดินเข้าไปหาให้เท่านั้น คุณหมอไม่ให้ตื่นเต้นมากจำได้ไหมครับ แล้วข้างในนั้นจะมีหลอกผีกันด้วย ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นผมคงรับผิดชอบไม่ไหว นั่งรออยู่ตรงนี้เถอะครับ ผมสัญญาว่าจะหาป้ายมาให้ได้”
“เอางั้นเหรอ ก็ได้ ระวังตัวด้วยชีวอน ออกมาเร็วๆล่ะ” ซอฮยอนยิ้มน้อยๆ
“ครับ เดี๋ยวผมกลับมา อย่าไปไหนเองนะครับ ทางในนี้มันไม่เรียบ ดันล้อไปเองลำบาก”
“อืมเข้าใจแล้ว รีบไปรีบมานะ” ชีวอนโค้งให้ทีนึงก่อนจะเดินลับหายเข้าไปในความมืด ปล่อยให้ซอฮยอนนั่งรออยู่แถวนั้นคนเดียว
จุน ซูและยูชอนเดินเข้ามาจนถึงส่วนในสุดของสุสานร้าง ตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่เจอผีสักตัว สงสัยมัวแต่ไปหลอกคนอื่นอยู่ เลยไม่โผล่มาให้เห็น ทั้งสองคนเลยพุ่งเป้าไปที่การหาป้ายอย่างเดียว เดินไปสักพัก สายตาขอยูชอนก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นสีขาววางอยู่ที่พื้น โดยมีหินทับไว้ก้อนนึง
“จุนซู ตรงนั้นมีกระดาษท่าทางคล้ายๆกับแผ่นป้ายเลย เดี๋ยวฉันเข้าไปดูก่อนนะ”
“อืม ระวังด้วยนะ เผื่อมีผีซ่อนอยู่ตรงนั้น”
ยู ชอนพยักหน้า ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ก้อนหิน ก้มลงหยิบก่อนหินขึ้น ทันทีที่ก้อนหินถูกยก กลไกลก็ทำงานทันที ตาข่ายอันใหญ่ถูกปล่อยลงมาจากบนต้นไม้ เพื่อคลุมตัวคนที่เข้าไปหยิบป้ายที่อยู่ใต้หิน แต่ยูชอนพลิกหลบได้ทันเวลา แถมยังคว้าป้ายออกมาได้ด้วย ทำให้เขาไม่ได้ถูกตาข่ายยักษ์คลุมเอาไว้อย่างที่คนวางกับดักตั้งใจ ยูชอนปัดฝุ่นออกจากตัวเล็กน้อย เดินเอาป้ายมายื่นให้คนน่ารักที่ยืนลุ้นระทึกอยู่ห่างๆ
“ยูชอน เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” จุนซูเข้าไปสำรวจทั่วๆ
“ไม่เป็นไรหรอก อ๊ะนี่ป้าย” จุนซูหันมามองยูชอนตาโต
“ยูชอนนี่มัน”
“อืม ใบอนุญาตผ่านด่านไง แต่ใบนี้พิเศษหน่อยมีแจ็คพอตด้วยนะ” ยูชอนยิ้ม
“เราโชคดีจังเลยเนอะ” จุนซูยิ้มแป้น
“ยินดีด้วยนะ ว่าแต่จะขออะไรดีล่ะ”
“ไม่รู้สิ เอาไว้คิดทีหลัง เขาไม่ได้ระบุเวลาสักหน่อยต้องคิดนานๆ”
“งั้น เรากลับกันดีกว่า เดี๋ยวออกไปไม่ทัน หมดสิทธิ์กันพอดี” จุนซุพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสองเดินออกมาจากตรงนั้นได้สักพัก อยู่ดีๆยูชอนก็หยุดเดิน
“ยูชอนมีอะไรเหรอ หรือว่าผีโผล่มาอ่ะ” จุนซูมองไปรอบๆอย่างหวาดๆ
“ผี หรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าใช่ มันก็คงมากันเยอะไปหน่อย” สิ้นเสียงยูชอน ปรากฏร่างชายฉกรรจ์7-8คนโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ ยูชอนกันจุนซูให้ไปอยู่ข้างหลังเพื่อความปลอดภัย เพราะตอนนี้พวกเขากำลังโดนคนพวกนั้นล้อมไว้ทุกด้าน
%%%%%%
TBC


เอาใจช่วยยูซูนะ
#1 By chebi (124.120.125.187) on 2010-04-10 10:25