[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 7
posted on 01 Apr 2010 02:29 by kameryuichi in Halloween
Part 7
ตกตอนค่ำ ทุกคนต่างมารวมกันที่หน้าปราสาทราชาปีศาจคนใหม่ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานเต้นรำก็ค่อยๆทยอยกันเข้าไปในบริเวณภายใน ปราสาท ส่วนคนทั่วไปก็รวมกลุ่มกันอยู่ด้านหน้า ร้องรำทำเพลงกันตามอัธยาศัย กลุ่มนักเรียนชั้นปีสุดท้ายของโรงเรียนปีศาจต่างก็แต่งตัวกันเต็มยศ เพื่อให้เหมาะกับงานและสถานที่ ก็มายืนรวมตัวกันอยู่หน้าปราสาท เพื่อเช็คชื่อและเข้าไปในปราสาทพร้อมๆกันทั้งหมด
“เอาล่ะ ทุกคน จำได้ไหมว่านี่คือการสอบ พวกเจ้าถึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปในงานเลี้ยง” เสียงอาจารย์ดังขึ้น
“ครับ/ ค่ะ”
“อย่า ทำตัวให้มีปัญหา อย่าทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนและ ตั้งใจสอบด้วย อย่าลืมว่า มีโอกาสแค่วันนี้วันเดียว มิฉะนั้น พวกเธอต้องกลับไปเรียนใหม่อีกปี เข้าใจไหม”
“ครับ/ค่ะ”
“ดีมาก ดูเพื่อนๆสิ มีใครยังไม่มามั่ง” ทุกคนต่างเหลียวหน้าเหลียวหลังสำรวจเพื่อนของตัวเอง ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“เอ่อ จุนซูยังไม่มาครับอาจารย์” ฮยอกแจตะโกนบอกอาจารย์ที่อยู่ข้างหน้า
“คิมจุน ซูเหรอ รายนั้นช่างเถอะ ยังไงเขาก็เข้าได้อยู่แล้ว เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วทุกคนตามครูมา อย่าแตกแถวนะ ไม่งั้นเข้าไม่ได้ครูไม่รับผิดชอบถ้าพวกเธอไม่ได้เข้าไปในงาน” อาจารย์เดินนำไปที่ทางเข้าปราสาทยิ้มทักทายหัวหน้าองค์รักษ์หนุ่ม ก่อนจะส่งบัตรเชิญให้กับยุนโฮที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล และต้อนรับทุกคนที่หน้าปราสาทเช่นเคย
“ตัวแทนกลุ่มนักเรียนค่ะ” อาจารย์บอกกับยุนโฮ ร่างสูงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปนับนักเรียนว่าครบตามจำนวนที่ส่งมาหรือเปล่า
“21คน ในรายชื่อแจ้งมา22คนนี่ครับ” ยุนโฮหันมาถามอาจารย์ที่ด้านหน้า
“คิมจุนซูยังไม่มาค่ะ คิดว่าคงไม่ต้องรอเพราะเขาเข้าได้เองอยู่แล้ว” อาจารย์ตอบ
ยุ นโฮพยักหน้า ส่งสัญญาณให้เหล่าองค์รักษ์เปิดทางให้พวกนักเรียนและอาจารย์เข้าไป ร่างสูงหันไปกระซิบกับองค์รักษ์เพื่อให้ทำหน้าที่แทน เพราะเขากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจุนซู ป่านนี้ถึงยังไม่มา ขายาวกำลังจะก้าวออกไปจากตรงนั้น พอดีกับเหลือบไปเห็นรถม้าจากตระกูลคิมมาจอดที่หน้าปราสาท ร่างสูงผ่อนลมหายใจออกช้าๆอย่างโล่งใจ เมื่อเห็นร่างเล็กที่คุ้นตาลงมาจากรถม้า ถึงแม้หน้าตาจะบึ้งตึงไปบ้าง แต่วันนี้คิมจุนซูก็น่ารักและดูสง่าในชุดเต็มยศประจำตระกูลสำหรับออกงาน เลี้ยง ยุนโฮยิ้มกว้างเมื่อคนตัวเล็กเดินหน้าบึ้งเข้ามาใกล้
“พี่กำลังจะไปตามอยู่เลย ทำไมมาช้านักจุนซู” ยุนโฮเอ่ยทักคนตัวเล็ก
“ข้าไม่อยากเบียดกับคนอื่นน่ะพี่ยุนโฮ เลยออกมาช้าหน่อย พวกเพื่อนๆข้าล่ะ” จุนซูมองซ้ายมองขวาหานักเรียนที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน
“เข้า ไปเมื่อกี้ เจ้าก็ตามเข้าไปสิ อีกไม่นานงานจะเริ่มแล้ว เดี๋ยวไม่ทันเปิดฟลอร์” ยุนโฮพูดเสียงติดหัวเราะเหมือนจะแกล้งแซวคนตรงหน้า คนตัวเล็กตวัดสายตากลับมามอง พร้อมคำตอบที่ปั้นปึ่งสมเป็นคุณหนูคิมคนเล็ก
“ทัน ไม่ทันไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้าเลย รู้งี้มาช้ากว่านี้ดีกว่า” จุนซูพูดพลางเดินฝ่าองค์รักษ์เข้าไปด้านใน ทิ้งให้ร่างสูงยืนหัวเราะน้อยๆอยู่คนเดียว
“เฮ้อ~ จุนซูเป็นแบบนี้ทุกทีเลย” ยุนโฮส่ายหน้า หันไปจัดการกับงานของตัวเองก่อนจะตามเข้าไปภายในงาน
ภาย ในปราสาทถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ไม่แพ้งานช่วงเช้า แขกเหรื่อส่วนใหญ่เข้าไปรวมกันที่ห้องโถงกลางของปราสาท ที่จุคนได้เป็นร้อยๆ และตอนนี้ก็แน่นขนัดไปด้วย หัวหน้าเผ่าต่างๆ และแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายจนห้องโถงใหญ่ดูแคบไปถนัดตา รวมถึงคนตัวเล็กที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงภายในห้องโถงเหมือนกัน ตาเรียวกวาดตามองหาเพื่อนสนิท สักพักจุนซูก็เห็นร่างผอมแห้งของเพื่อนซี้ เท้าเล็กรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ แต่ด้วยความเร่งรีบ ทำให้ร่างเล็กชนเข้ากับร่างบางของใครอีกคนอย่างจัง
“เอ่อ ขอโทษฮะ พอดีข้าไม่ทันระวัง” จุนซูก้มตัวขอโทษเพราะเขาเป็นคนผิดเต็มๆ
“ไม่ เป็นไรค่ะ” อิมยุนอากล่าวกับคนตัวเล็ก ก่อนจะเดินข้ามไปอีกฝากของห้องโถง จุนซูมองตามร่างบางไปจนลับตา ร่างเล็กถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ไม่อยากจะเจอสักหน่อย แต่ในที่สุดก็เจอจนได้ ความจริงที่เขามาช้าไม่ใช่เพราะไม่อยากเบียดคน กะจะมาให้สายกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ว่าพี่แจจุงส่งคนจากทางปราสาทนี้ไปเร่งให้รีบมา เขาก็เลยต้องจำใจมาเพราะพี่ชายบังคับ
“จุนซู มานานแล้วเหรอ” ฮยอกแจเดินเข้ามาทักเพื่อนตัวเล็กเพราะเห็นว่ายืนนิ่งอยู่นานหลังจากที่ชนกับใครคนนึง
“เพิ่งมา นายล่ะ”
“เพิ่งมาเหมือนกัน” จุนซูพยักหน้า เดินตามฮยอกแจไปรวมกับเพื่อนๆที่รวมตัวกันด้านนึงของห้องโถงใหญ่
“มา แล้วเหรอคิมจุนซู นี่ถ้าฉันต้องตกซ้ำชั้นเพราะนาย ฉันจะตามจองล้างจองผลาญนายไปตลอดเลยคอยดู” แชยอนเดินเข้ามาใกล้คู่อริ พร้อมพูดกวนประสาทอย่างที่ทำประจำ แต่ผิดคาด คราวนี้ไม่มีเสียงตอบกับจากคนตัวเล็ก จุนซูเดินเลี่ยงไปอีกทางไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย
“ชิ ทำเป็นเมินฉันนะ คอยดูเถอะ จะแกล้งให้เต้นซะหลายๆรอบเลย” แชยอนได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันที่คู่อริไม่ยอมตอบโต้ ความจริงหมั่นไส้ตั้งแต่งานตอนเช้าแล้ว ทำไมคิมจุนซูถึงได้เข้างานตอนเช้าคนเดียว เธอเองก็เป็นลูกผู้นำเผ่าเหมือนกัน แต่กลับต้องยืนชะเง้อคออยู่ด้านนอก
“จุนซูเป็นอะไรไปหรือเปล่า” ฮยอกแจเดินตามมาถามด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่เข้ามาไม่เห็นจุนซูพูดคุยร่างเริงเหมือนทุกครั้ง
“เปล่า เมื่อไหร่จะสอบได้ล่ะ ฉันอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว” จุนซูบ่น ถ้าหากว่าไม่ติดสอบครั้งสุดท้ายที่งานนี้ เขาก็ไม่อยากจะกลับมาเหยียบที่นี่อีก โดยเฉพาะที่นี่ มีทั้งปาร์คยูชอน และอิมยุนอาอยู่ด้วยกัน
“ท่านราชาปีศาจ มาถึงแล้ว “ เสียงองค์รักษ์ประกาศให้ทุกคนรับทราบ สักพักร่างโปร่งในชุนเต็มยศก็เดินเข้ามาในห้องโถง พร้อมด้วยชางมินและยุนโฮที่เดินประกบด้านหลัง ยูชอนขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์โดยมีชางมินและยุนโฮยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะกล่าวเปิดงาน และบอกให้ทุกคนสนุกกันให้เต็มที่ หลังจากนั้นไม่นานเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง โดยเฉพาะสาวๆต่างเฝ้ารอเวลาที่ท่านราชาปีศาจจะเปิดฟลอร์เต้นรำ แถมมีข่าวแพร่กระจายว่า คนที่ท่านราชาปีศาจเลือกจะมีสิทธิ์ลุ้นเป็นราชินีองค์ต่อไป ยิ่งทำให้สาวๆต่างพากันคาดหวัง
“ครับ และตอนนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ข้าขอเชิญท่านราชาปีศาจเกียรติเปิดฟลอร์ด้วยครับ” ชางมินประกาศเรียกเสียงฮือฮาของสาวๆได้เป็นอย่างดี
กลางฟลอร์เต้น รำที่เต็มไปด้วยผู้คนยืนคุยกันมาตั้งแต่งานเริ่ม ค่อยๆแหวกเป็นพื้นที่ว่างกลางห้องโถง เหล่าบรรดาสาวๆทั้งหลายต่างเบียดกันมายืนด้านหน้า เพื่อให้ท่านราชาปีศาจได้เห็นชัดๆ ผิดกับคนตัวเล็ก จุนซูรีบถอยหลังไปอยู่ลึกที่สุด เท่าที่เขาจะค่อยๆเบียดตัวหายออกไปได้ เพราะไม่อยากเห็นภาพยูชอนเต้นรำกับคู่หมั้น แต่ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังจะเดินหลุดออกพ้นจากกลุ่มคนด้านหลังสุดก็มีอัน ต้องหยุดอยู่แค่นั้น เพราะชนกับพี่ชายที่มายืนดักเอาไว้ก่อน แจจุงคอยสังเกตท่าทางของน้องชายตั้งเดินเข้ามาในห้องโถงรู้ว่าน้องชายตัวดี ของเขาต้องหนีออกจากงานแน่ๆ จึงเดินมาดักตรงบริเวณที่คิดว่าจุนซูจะเดินออกมา แล้วก็จริงๆ แจจุงได้แต่ส่ายหน้า
“จะไปไหน”
“ไปห้องน้ำ” คนตัวเล็กตอบข้างๆคูๆ
“เจ้าเพิ่งมาไม่ใช่เหรอ” แจจุงดักคอ
“แล้วไง เพิ่งมาแล้วจะไปไม่ได้หรือไง ใครออกกฎ”
“ไม่มีหรอก แต่พี่ว่าเจ้าอย่าเพิ่งไปตอนนี้เลย” แจจุงเอ่ยยิ้มๆ
“แต่ข้าต้องไปเดี๋ยวนี้” คนตัวเล็กยังไม่ยอมแพ้
“เอา ไว้ให้ยูชอนเปิดฟลอร์เสร็จแล้วค่อยไปแล้วกัน ไปตอนนี้เสียมารยาท” แจจุงยึดข้อมือน้องชายไว้ ไม่ให้เดินไปไหนได้ คนตัวเล็กได้แต่ยืนหน้าบูด แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะที่ๆเขายืนมันก็เกือบแถวหลังสุด อีกอย่างเขาก็ตัวเล็กด้วยคนข้างหน้าตั้งมากมายแค่นี้เขาก็มองไม่เห็นยูชอน เต้นรำกับอิมยุนอาแล้ว
ร่างโปร่งค่อยๆลุกขึ้นจากบัลลังก์ สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้องโถงอย่างช้าๆ ตอนนี้แถวหน้าทั้งหมดในห้องโถงเต็มไปด้วยสาวๆมากหน้าหลายตา บางกลุ่มก็มีหนุ่มๆหน้าตาน่ารักมายืนออกันเต็มไปหมด ยูชอนยกยิ้มส่งให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร ก่อนจะก้าวลงจากบัลลังก์มาหยุดที่หน้าแจกันดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ มือเรียวหยิบกุหลาบสีแดงดอกที่สวยที่สุดในแจกันออกมา พลางสาวเท้าเดินตรงมาทางด้านซ้ายมือของตัวเอง
ผ่านสาวๆมากหน้าหลาย ตาที่ยืนอยู่ตั้งแต่ต้นแถวใกล้กับบัลลังก์ เดินเรื่อยมาจนใกล้กับอิมยุนอา หญิงสาวยิ้มแย้มอย่างอ่อนหวาน เพราะรู้ว่ายูชอนจะต้องเลือกเธอเพื่อเต้นรำเปิดฟลอร์ครั้งนี้แน่นอน แต่ผิดคาด ร่างโปร่งเพียงยกยิ้มให้ยุนอาก่อนจะสาวเท้าเดินผ่านหญิงสาวไป ยูชอนเดินมาจนถึงบริเวณเกือบท้ายห้องในกลุ่มที่มีพวกนักเรียนจากโรงเรียนของ จุนซูยืนอยู่ แชยอนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นว่า ท่านราชาปีศาจเริ่มเดินเข้ามาใกล้ทุกที หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย ยกยิ้มอย่างอ่อนหวานส่งให้ยูชอนแต่ไกล หัวใจสาวน้อยเริ่มเต้นรัวเมื่อเห็นว่าร่างโปร่งเดินมาหาตัวเอง แชยอนยิ้มหน้าบาน ในขณะที่สาวๆแถวนั้นกำลังหน้าบูดบึ้ง เพราะชายที่หมายปองเดินเข้าไปใกล้กลุ่มสาวๆ ที่ไม่ใช่ตัวเองมากขึ้น
ยู ชอนเดินมาหยุดที่หน้าแชยอน ทำให้หญิงสาวยิ่งตื่นเต้น เอื้อมมือไปรับดอกไม้ที่ยูชอนถือมา แต่ก็พบกับความว่างเปล่า เพราะยูชอนไม่ได้ส่งดอกไม้ให้เธอแต่อย่างใด ร่างโปร่งกลับเดินผ่านเธอเข้าไปในกลุ่มคนผ่านสาวๆ และนักเรียนจากโรงเรียนทั้งกลุ่ม เพื่อเดินไปหาคนที่คิดว่าตัวเองหลบพ้นจากภาพที่ตัวเองไม่อยากเห็นถ้าอยู่ตรง นี้ โดยไม่ได้คิดเลยว่า ไม่ว่าตัวเองจะอยู่ที่ไหน ก็ไม่เคยพ้นสายตาคมของยูชอนไปได้ ยูชอนเดินมาหยุดที่หน้าคนตัวเล็ก ยกยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังมองตัวเองตาค้าง ยูชอนก้มศีรษะน้อยๆเป็นเชิงอนุญาต ซึ่งคนที่ถูกขอจะอนุญาตหรือไม่ร่างโปร่งไม่รับรู้ มือเรียวหักก้านดอกกุหลาบก้านยาวให้สั้นลง เสียบไปที่กระเป๋าตรงหน้าอกด้านซ้ายของคนตัวเล็กอย่างถือสนิท ก้มตัวนิดๆยื่นมือออกมาด้านหน้า ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงนุ่มๆที่เป็นเอกลักษณ์
“ให้ เกียรติเปิดฟลอร์พร้อมกับข้าได้ไหม คิมจุนซู” คนตัวเล็กที่อึ้งไปนานเริ่มได้สติ กำลังจะปฏิเสธออกไปแต่จู่ๆมือเล็กของตัวเองก็เข้าไปอยู่ในมือใหญ่ของอีกฝ่าย เรียบร้อย โดยฝีมือของแจจุง พี่ชายคนสวยรีบจับมือน้องชายส่งให้ยูชอนทันที ก่อนที่จุนซูจะทันรู้ตัว ยูชอนหันไปยิ้มขอบคุณแจจุงก่อนจะจูงมือคนตัวเล็กให้เดินตามไปที่กลางฟลอร์ พยักหน้าน้อยให้ชางมิน ร่างสูงยิ้มรับ ส่งสัญญาณให้วงดนตรีเล่นเพลงสำหรับเปิดฟลอร์ ท่ามกลางสายตาทิ่มแทงหลายคู่ของทุกคนที่มองมาอย่างอิจฉา ยุนอามองภาพตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะลับตัวหายออกไปนอกงานโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต เพราะทุกคนมัวแต่มองไปกลางฟลอร์
ทันทีที่เสียงเพลงเริ่ม ยูชอนก็โอบเอวคนตัวเล็กเข้ามาชิดอย่างเกินพอดี คนตัวเล็กเงยหน้ามองร่างโปร่งตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าน่ารักเริ่มบูดบึ้ง จะไม่ให้บึ้งได้ยังไง เขาไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็นคนเต้นเปิดฟลอร์ แถมยังออกมาเพราะพี่ชายตัวดีจับยัดใส่มาอีก ริมฝีปากบางเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างขัดใจ คนตัวเล็กเริ่มออกฤทธิ์ พยายามดันตัวออกห่างร่างสูงมากขึ้น แต่ยูชอนก็ขืนเอาไว้ แถมรั้งเข้ามาชิดมากกว่าเดิมจนแทบจะไม่มีที่ว่างเหลือระหว่างคนสองคน
“จะ รัดแน่นๆทำไม ข้าอึดอัด” จุนซูกระซิบเสียงเครียด ระยะหลังๆนี้เขาไม่อยากอยู่ใกล้กับคนตรงหน้ามากนัก ตั้งแต่วันที่สอนเต้นรำ คนตัวเล็กก็เริ่มรู้สึกถึงอาการแปลกๆ อาการที่มันเคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว และตอนนี้มันกำลังกลับมาใหม่ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ว่าเหตุใดมันถึงได้กลับมาอีก ทั้งๆที่เขาคิดว่ามันไม่น่าจะกลับมาได้อีก ในเมื่อเขากำจัดมันทิ้งไปหมดแล้ว
“ทำไมล่ะ จะเต้นรำก็ต้องอยู่ชิดๆกันหน่อย” ยูชอนตอบ พลางก้าวเท้านำคนตัวเล็กให้ล่องลอยไปตามจังหวะดนตรี สักพักคู่อื่นๆก็เริ่มทยอยกันลงมาเต้นจนเต็มฟลอร์
“จะบ้าหรือไง ไม่เห็นต้องชิดขนาดนี้ก็เต้นได้ ถอยออกไปนะ” จุนซูพยายามเดินออกห่างร่างโปร่ง ทำให้เกือบเสียจังหวะไปหลายที
“อยู่เฉยๆได้ไหม เดี๋ยวได้สะดุดขาล้มลงไป ขายหน้าคนอื่นเข้าแย่เลย”
“กลัวขายหน้าแล้วมาเต้นกับข้าทำไม” จุนซูตวาดแว๊ดอย่างลืมตัว
“จุ๊ๆๆ เบาๆหน่อยสิ ถึงดนตรีมันจะดัง แต่เสียงเจ้าแหวกอากาศขนาดนั้น เดี๋ยวเขาก็รู้ทั้งงานหรอกว่าเจ้ากับข้ากำลังจีบกันอยู่”
“พูด บ้าๆ” จุนซูสวนกลับแต่ระดับเสียงก็เบาลงกว่าเมื่อกี้มากนัก ร่างโปร่งยกยิ้มอย่างถูกใจ ที่วันนี้เจ้าตัวเล็กไม่ค่อยพยศเท่าไหร่ ตอนแรกที่เข้าไปขอเต้นเขาเองก็กลัวเหมือนกันว่าจะจุนซูจะปฏิเสธ ดีแต่ว่ามีแจจุงอยู่ด้วย สงสัยต้องให้รางวัลแจจุงสักหน่อยแล้ว
“ทำไม โมโหอะไร ไม่อยากเต้นกับข้าเหรอ”
“ใครจะไปอยากเต้นกับเจ้า ทำแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นเขาก็เข้าใจผิดกันหมด”
“เข้าใจผิดเรื่องอะไร” ยูชอนไม่เข้าใจ
“ก็ ..” จุนซูนิ่งไปพักนึง เขาไม่อยากจะพูด เพราะตอนนี้รู้สึกถึงเสียงบางอย่างในอกข้างซ้ายมันกำลังส่งเสียงดังออกมาอีก แล้ว ไม่ๆๆคิมจุนซู ตั้งสติหน่อยสิ เป็นอะไรไป หรือการที่กลับมาที่ปราสาทแห่งนี้ ทำให้เขานึกถึงเรื่องเก่าๆ ทำให้จิตใจที่เคยด้านชาไปแล้วกลับหวั่นไหวขึ้นมาอีก
“ว่าไงล่ะ” ยูชอนเร่ง
“ก็ เขาบอกว่า คนที่เจ้าเปิดฟลอร์ด้วยจะเป็น .... “ คนตัวเล็กเงียบไปทันทีที่เงยหน้าสบตากับสายตาคม ภาพเมื่อกลางวันกลับเข้ามาอยู่ในความทรงจำอีกครั้ง คำบอกรักอันคุ้นหูกลับมาก้องในโสตประสาทอย่างชัดเจนในความทรงจำ
‘พี่ยังรักเจ้าเหมือนเดิมนะจุนซู’
“เป็นอะไร พูดให้หมดสิ ข้ารอฟังอยู่” ยูชอนถามเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเงียบไปนาน
“เอ่อ ก็.. ก็.. ก็เป็น... คู่ของเจ้าในอนาคตไง” จุนซูก้มหน้าก้มตาตอบ เลี่ยงคำว่าราชินีของเจ้าเพราะเริ่มรู้สึกถึงไอร้อนๆที่มันเริ่มก่อตัวบนใบ หน้าน่ารัก ทำไมเขาต้องรู้สึกแปลกๆเวลาพูดเรื่องแบบนี้ด้วย ใบหน้าน่ารักก้มต่ำ ยูชอนยกยิ้มนิดๆ มือเรียวเปลี่ยนจากที่จับมือบางไว้ข้างในท่าเต้นปกติ เปลี่ยนมาเป็นโอบเอวคนน่ารักเอาไว้ทั้งสองข้าง รั้งให้คนตัวเล็กเข้ามายืนแนบชิดในอ้อมกอด ใบหน้าคมก้มลงกระซิบที่ข้างหูของคนน่ารัก
“งั้นเหรอ ใครน้าที่พูด ข้าไม่เห็นรู้เรื่องด้วยเลย” จุนซูเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ
“หมายความว่าไง”
“หมาย ความว่า ข้าไม่ได้พูดเรื่องนี้สักหน่อย มันเป็นแค่ข่าวลือ นี่เจ้าเชื่อด้วยเหรอ” ยูชอนยิ้มกว้าง อาจเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กกำลังตกใจ ทำให้ลืมตัว ในที่สุดเขาก็รู้ว่าที่เจ้าตัวเล็กพยายามก้มหน้าก้มตาอยู่ตลอดเวลา เพราะกำลังซ่อนใบหน้าที่มีริ้วสีแดงๆของเลือดฝาดเต็มไปหมด ยูชอนพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ก้มลงไปสูดความหอมจากแก้มที่กำลังขึ้นสีระ เรื่ออย่างยากลำบาก
“จุนซู หน้าเจ้าแดงไปหมดเลย เป็นอะไร” ยูชอนแกล้งเปลี่ยนเรื่องก่อนที่ตัวเองจะเผลอทำอะไรในที่ๆมีคนอยู่เยอะๆ เขายังไม่อยากถูกโกรธมากไปกว่านี้
“อะไร ข้าเป็นอะไร” จุนซูรีบเอาความโกรธเข้ากลบเกลื่อน ก่อนที่จะไขว้เขวมากไปกว่านี้
“ไม่ รู้สิ ข้าเห็นหน้าเจ้าแดงๆนี่ หรือว่าเจ้ากลัวว่าที่คนอื่นเขาคิดมันไม่เป็นจริงแล้วเจ้าจะถูกล้อเสียหาย ถ้างั้น ข้าทำให้มันเป็นจริงดีไหม” ยูชอนตอบ เรียกริ้วแดงๆให้ขึ้นมาแจ่มชัดอีกรอบ แต่คราวนี้จุนซูไม่ได้ก้มลงซ่อนหน้าไว้ เพราะมันมาจากความโกรธ ไม่ใช่ความรู้สึกหวั่นไหวเหมือนเมื่อกี้ จุนซูแกล้งเดินย้ำที่เดิมเพื่อให้เท้าของเขาเหยียบเท้าของร่างโปร่งอย่างพอ เหมาะพอเจาะ คนตัวโตสะดุ้ง เพราะไม่คิดว่าจะโดนไม้นี้
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” ยูชอนกระซิบ คนตัวเล็กไม่สนใจ เต้นรำต่อไปตามปกติหน้าตาเฉย
ใน ขณะที่คู่โน้นเขากำลังกัดกันกลางฟลอร์ ยุนโฮก็ค่อยๆเดินอ้อมฝูงชนมาด้านหลัง เพื่อเดินเข้ามาหาคนสวย ใช้โอกาสที่ยูชอนกำลังเต้นเปิดฟลอร์กับจุนซูมาทวงสัญญาคนสวยที่ให้ไว้กับเขา เมื่อตอนกลางวัน ยุนโฮเดินมาหยุดหลังแจจุง ร่างบางกำลังมองน้องชายเต้นรำอย่างมีความสุข เป็นภาพน่ารักๆอีกแบบที่ยุนโฮชอบมอง
แจจุงเป็นคนรักน้อง อะไรที่ทำแล้วน้องชายมีความสุข แจจุงจะรีบทำทันทีโดยไม่รั้งรอ วันนี้ก็เช่นกัน แจจุงรู้ดีว่าน้องเขายังรักยูชอนอยู่ แต่ด้วยทิฐิหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้น้องชายของเขามักจะปฏิเสธความรู้สึกนี้มาโดยตลอด คนเป็นพี่อย่างเขาจึงต้องยื่นมือเข้ามาจัดการ มัวแต่คิดถึงเรื่องน้องชายทำให้แจจุงไม่รู้ว่าตอนนี้ยุนโฮเดินมาอยู่ข้าง หลังตั้งนานแล้ว ยุนโฮรอให้ร่างบางหันมา แต่แจจุงก็ไม่มีทีท่าว่าจะละสายตาจากภาพตรงหน้าได้ นี่มันก็ปาเข้าไปครึ่งเพลงแล้ว ยุนโฮตัดสินใจ ส่งเสียงเรียกแทนที่จะยืนมองคนสวยอยู่อย่างนั้น
“แจจุง” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลัง เรียกให้แจจุงหันกลับไปมอง
“ว่าไงหรอยุนโฮ” แจจุงหันมาถาม ใบหน้าสวยหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม คงกำลังมีความสุขที่เห็นน้องชายเต้นรำวันนี้
“ข้ามามาทวงสัญญาไง” ยุนโฮตอบ มือหนายื่นมาข้างหน้า แจจุงยิ้มรับ ก่อนจะวางมือบางไว้บนมือหนาและปล่อยให้ร่างสูงจูงตัวเองไปกลางฟลอร์
ยุ นโฮโอบแขนข้างนึงหลวมๆวางไว้ที่เอวของร่างบางอย่างสุภาพ ก่อนจะพาล่องลอยไปกับดนตรีแสนหวานด้วยกัน ยุนโฮแทบจะลืมหายใจ เพราะตอนนี้เขากำลังอยู่ใกล้คนที่ตัวเองหลงรักมานาน ใกล้มากที่สุดเท่าที่เขาได้เคยสัมผัส อกข้างซ้ายของเขามีก้อนเนื้อก้อนนึงกำลังทำงานอย่างหนัก เพราะตอนนี้เขาเริ่มได้ยินเสียงมันเต้นแรงมากๆ จนกลัวว่ามันจะทะลุออกมากองข้างนอกด้วยความตื่นเต้น แต่ยุนโฮก็สามารถตีหน้าเรียบเฉยได้อย่างไม่มีที่ติ ตามแบบฉบับของนักรบ ถึงข้างในจะหวั่นไหวแค่ไหน แต่ด้านนอกก็ไม่แสดงอาการให้รู้
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าก็เต้นรำเก่งเหมือนกัน” แจจุงพูดขึ้นทำลายความเงียบ
“ไม่เก่งหรอก ก็แค่พอเต้นเป็นเท่านั้น”
“เหรอ ทุกทีไม่เห็นเคยเต้นรำเลยนี่ ทำไมวันนี้อยู่ดีๆอยากเต้นล่ะ” แจจุงถาม จะให้เค้าตอบว่ายังไงดีล่ะ จะบอกว่าเขาทนเห็นคนอื่นมาขอเต้นรำกับนางฟ้าของเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หรือจะบอกว่า เพราะวันนี้อยากเต้น หรือจะบอกว่าเพราะเจ้าสวยดี ไม่ว่าจะเหตุผลไหนๆ ยุนโฮก็เห็นว่ามันไร้สาระสิ้นดี เพราะมันเป็นเพียงความคิดข้างเดียวของเขาเท่านั้น
“ไม่อยากตอบก็ ไม่เป็นไร ข้าขอโทษที่พูดอะไรทำให้เจ้าลำบากใจนะ ข้าแค่ชวนคุยเท่านั้นเอง” แจจุงพูดขึ้นเมื่อเห็นว่ายุนโฮเงียบไปนาน เลยคิดว่าเขาคงจะพูดอะไรทำให้ยุนโฮไม่พอใจ จึงรีบขอโทษอย่างเกรงใจ
“ข้าไม่ได้ลำบากใจอะไรหรอก ข้าแค่.. เอ่อ” ยุนโฮอ้ำอึ้ง
“ไม่เป็นไร ถ้าตอบไม่ได้ข้าก็ไม่อยากจะรู้หรอก” แจจุงยิ้ม
“ขอ โทษนะ พอดีว่าเจ้าถามกะทันหัน ข้าก็เลยไม่ได้คิดคำตอบมาก่อน เลยตอบเจ้าไม่ได้” ยุนโฮตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆตามปกติ แต่นั่นทำให้ร่างบางหลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ยุนโฮขมวดคิ้ว นี่เขาพูดอะไรตลกงั้นเหรอ
“ขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะ เจ้าต้องเตรียมคำตอบทุกครั้งเลยเหรอ เวลาคุยกับคนอื่นน่ะ” แจจุงถาม
“อืม ข้าไม่อยากตอบอะไรที่ทำให้คนอื่นเสียใจ มันเป็นนิสัยของข้าที่ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เขาเป็นองค์รักษ์ ต้องรักษาหน้าที่อย่างเคร่งครัด การเผลออะไรแม้แต่นิดเดียว อาจจะทำให้คนที่ข้าคุ้มครองเป็นอันตรายได้” ยุนโฮตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง แจจุงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เจ้านี่น้า ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีแต่เรื่องงานๆๆในสมองตลอดเวลา ข้าไม่เห็นว่าจะมีใครมาทำอะไรยูชอนเลยหลายปีแล้วนะ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เพราะตอนนั้นเจ้าไม่ได้อยู่กับเขา เจ้าไม่เห็นต้องเคร่งครัดตลอดเวลาก็ได้นี่ รู้จักผ่อนคลายบ้างก็ดีนะ” ยุนโฮยิ้ม ไม่ตอบอะไร เพราะเรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่ควรให้คนอื่นรู้มากนัก ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ แต่ไม่อยากให้ร่างบางตรงหน้า และน้องชายจอมดื้อต้องลำบากไปด้วย
“ข้าก็เป็นของข้าแบบนี้แหละ”
“ก็เพราะงี้ไง ถึงไม่มีคนรักกับเขาสักที”
“ข้าคงไม่มีบุญหรอก คนอย่างข้าอาจจะไม่มีคู่ก็ได้”
“ไม่ หรอก เจ้าไม่หาเองต่างหาก เอาแต่ทำงานอยู่นั่นแหละ เอางี้ ข้ามีเพื่อนสวยๆเยอะเลย ข้าแนะนำให้เอาไหม หรือเจ้ามีคนที่ชอบอยู่แล้วแต่ไม่กล้า ถ้างั้นให้ข้าช่วยไหม ถึงข้าจะอยู่แต่ในบ้าน แต่เรื่องเป็นกามเทพนี่ข้าถนัดนะ” แจจุงเสนอตามประสาคนใจดี แถมยังชอบจับคู่ให้คนอื่นเสมอๆ
“ขอบใจ ไว้ข้าเจอคนที่ถูกใจข้าจะบอกเจ้าคนแรก แต่เจ้าจะช่วยได้ไหมก็อีกเรื่องนึง” ยุนโฮพูดพลางยกยิ้มนิดๆ ถ้าบอกว่าคนๆนั้นเป็นเจ้า เจ้าจะช่วยข้าได้ไหมแจจุง
“อืม อย่าลืมบอกข้านะ ข้าช่วยเต็มที่” แจจุงยิ้มกว้าง ไม่นานเพลงก็จบลง คู่เต้นรำทั้งหมดบนฟลอร์โค้งให้กันอย่างสุภาพ ก่อนที่ฝ่ายชายจะพาฝ่ายหญิงไปส่ง ยูชอนยื่นแขนให้คนตัวเล็กเกาะ จุนซูเอื้อมไปเกาะอย่างจำใจ เพราะนี่เป็นประเพณีที่ต้องปฏิบัติจะไม่ทำก็ไม่ได้ ถือเป็นการเสียมารยาท แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆยูชอนก็เซไปข้างหน้า คนตัวเล็กตกใจ รีบโอบเอวคนตัวโตกว่าเอาไว้ จากที่เกาะแขนอยู่ ก็กลายเป็นว่า จุนซูกำลังประคองคนตัวโตกว่าเอาไว้
ยูชอนหลับตาลงสักพัก ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมอง ตอนนี้ภาพข้างหน้าเริ่มพร่าเลือน จนเขาแทบจะมองไม่เห็นอะไร ร่างโปร่งเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ พยายามรวบรวมกำลังและสติของตัวเองให้กลับมาเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด เขาไม่อยากล้มลงที่นี่ ถ้าเขาเกิดล้มลงกลางงานต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่
“เป็น อะไร ไม่สบายเหรอ” คนตัวเล็กถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าร่างโปร่งขี้โรคขนาดไหน คนตรงหน้าเคยอยู่ๆก็ล้มลงกองกับพื้นต่อหน้าเขามาแล้วด้วยซ้ำ แต่จุนซูก็ไม่เคยรู้สาเหตุที่แท้จริงว่ายูชอนเป็นอะไร ถามใครก็บอกแค่ว่าโรคประจำตัว เท่านั้น และวันนี้อาการก็คล้ายๆกับวันนั้นด้วย
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง” ยูชอนพยายามฝืนร่างกายยืนตัวตรง แต่ก้าวไปได้แค่ก้าวเดียวเขาก็เซไปข้างหน้า ทำให้คนตัวเล็กต้องรั้งกลับมา แต่ด้วยความที่ตัวเล็กกว่า ทำเอาจุนซูเซไปเหมือนกัน
“ไม่สบายอีก แล้วใช่ไหม ข้าจะพาเจ้าไปพัก อย่างน้อยก็ต้องไปหาพี่ชางมิน” จุนซูไม่สนใจท่าทางขัดขืนของร่างโปร่ง พยายามพยุงคนตัวโตไปใกล้บัลลังก์มากที่สุด เพราะรู้ว่าชางมินต้องอยู่แถวนั้น
“แต่ข้าต้องไปส่งเจ้าตามธรรมเนียมนะ” ยูชอนบอก
“ไม่ ต้อง ไม่สบายอย่ามาอวดเก่งนะ จุนซูบอกให้ไปหาพี่ชางมินก็ไปสิ พูดไม่รู้เรื่องอีกแล้ว” คนตัวเล็กกำลังโมโหที่คนตัวโตกว่ามักจะงอแงเวลาอาการป่วยกำเริบ ชอบทำอวดเก่งแบบนี้ทุกที เลยไม่รู้ว่าตัวเองลืมตัวพูดแทนตัวเองเหมือนเดิม แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนที่สติกำลังจะหลุดลอยเริ่มกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง ความรู้สึกเหมือนวันเก่าๆ ที่จุนซูมักจะอยู่ข้างๆเขาเริ่มกลับมาหา ถึงแม้จะรู้ว่าคนตัวเล็กพูดไปเพราะอาการตกใจเท่านั้น แต่นั่นมันก็หมายความว่า อย่างน้อยจุนซูก็ยังห่วงเขาอยู่เหมือนกัน
ชา งมินยืนอยู่ใกล้กับบัลลังก์เริ่มเห็นความผิดปกติของยูชอน ตั้งแต่จู่ๆก็เซไปด้านหน้า เริ่มร้อนรน มองหาพี่ชายตัวเองทันที ก่อนจะถอนใจอย่างโล่งอกที่เห็นยุนโฮเดินกลับมาจากไปส่งแจจุง กำลังเดินเข้ามาหาเขา ทันทีที่พี่ชายเดินมาถึง ชางมินก็ชี้ให้ดูยูชอนที่ถูกจุนซูค่อยๆพยุงกลับมาทางบัลลังก์
“ข้า จะรีบไปเตรียมยา พี่จัดการทางนี้ด้วยนะ” ชางมินพูดก่อนจะรีบวิ่งออกไปที่ห้องยา เพื่อเตรียมยาให้ยูชอนด่วนที่สุด งานเพิ่งจะเริ่ม จู่ๆอาการดันมากำเริบตอนนี้ โชคดีที่วันนี้พวกหมาป่าไม่เข้ามา ทำให้ไม่มีใครรู้ถึงความผิดปกติ
ยุ นโฮรีบเดินเข้าไปหายูชอน ทำทีเหมือนเดินไปคุยอะไรกับยูชอน แต่ความจริงแล้วยุนโฮสอดมือเอาไว้หลังผ้าคลุมของยูชอน เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นว่าเขากำลังพยุงยูชอนที่เกือบจะหมดสติอยู่แล้ว
“อด ทนหน่อยนะ ชางมินกำลังไปเตรียมยา ถ้าเจ้าหมดสติไปเรื่องใหญ่แน่ๆ” ยุนโฮกระซิบเบาๆ ให้ยูชอนได้ยินแค่คนเดียว ร่างโปร่งยิ้มน้อยๆ พยายามครองสติตัวเองเอาไว้ให้ได้นานที่สุด เพราะรู้เหมือนกันว่า ถ้าเขาหลับไปล่ะก็ คงต้องหามขึ้นห้องอย่างเดียว งานเพิ่งจะเริ่มจู่ๆเจ้าของงานถูกหามไป คงเป็นเรื่องใหญ่ๆแน่ๆ
“พี่ยุนโฮ พี่ยูชอนไม่สบาย ให้เขาไปพักก่อนดีไหม เรื่องงานช่างมันเถอะ” คนตัวเล็กหันมาบอกพี่ชายร่างสูงด้วยความร้อนรน
“ไม่ เป็น ไรหรอก จุนซู ถ้าพี่ เข้าไปตอนนี้ คนอื่นจะหมดสนุกเอา” ยูชอนตอบเสียงกระท่อนกระแท่น เพราะสติของเขากำลังจะหลุดลอยออกไปทุกที ดีแต่ว่าคำพูดเหมือนเดิมของจุนซูทำให้เขาพอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง
“จริง อย่างยูชอนบอกนั่นแหละ เอางี้ จุนซูอยู่ข้างๆยูชอนก่อนนะ พยายามเรียกเขาไว้อย่าให้เขาหลับ เดี๋ยวชางมินเอายามาให้ก็จะดีขึ้นเอง” คนตัวเล็กพยักหน้าเร็วๆ ยุนโฮจัดการวางร่างโปร่งที่บัลลังก์ช้าๆ จัดท่าให้ยูชอนนั่งสบายๆ โดยมีคนตัวเล็กนั่งอยู่ข้างๆ คอยเรียกชื่อให้ยูชอนขานตลอดเวลา ยุนโฮปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนตัวเล็ก ส่วนเขาไปจัดการดูแลงานเลี้ยงเพื่อไม่ให้ใครสงสัย ภาพตอนนี้ของทั้งคู่เป็นแค่คนสองคนกำลังนั่งคุยกันเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ในสายตาของคนภายนอก
“พี่ยูชอน” จุนซูเรียก
“อืม”
“พี่ยูชอน”
“อืม”
“พี่ยูชอนอย่าเพิ่งหลับนะ รอพี่ชางมินก่อน”
“อืม”
“อย่า เพิ่งนอนนะ พี่ยูชอน คุยกับจุนซูก่อน” ร่างเล็กพยายามเรียกคนตัวโตเอาไว้ ตาเรียวกวาดตามองไปทิศทางที่เป็นห้องยา ราวกับจะเร่งให้พี่ชายร่างสูงกลับมาเร็วๆ
“พี่ยูชอน ตอบจุนซูก่อนสิ พี่ยูชอน”
“อืม จุนซู พี่ไม่ไหวแล้ว” ยูชอนพยายามลืมตาด้วยความยากลำบาก รู้สึกเหมือนเปลือกตาตัวเองหนักเป็นร้อยๆโลจนไม่สามารถจะลืมตาได้อีกต่อไป
“ไม่ๆๆ พี่ยูชอนต้องเข้มแข็งนะ พี่ยูชอนอย่าเพิ่งนอน อีกแป๊บเดียวพี่ชางมินก็มาแล้ว นะๆๆ อย่าทิ้งจุนซูไปนะ อยู่เป็นเพื่อนจุนซูก่อน” ร่างเล็กพยายามเรียกสติเอาไว้ มือบางกุมมือหนาเอาไว้แน่น บีบแรงๆให้คนตัวโตบีบกลับ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอยุนโฮ” แจจุงเดินเข้ามาถาม หลังจากที่เดินไปดูความเรียบร้อยที่โต๊ะอาหาร
“ยูชอนไม่สบาย ไม่มีอะไร รอให้ชางมินเอายามาเดี๋ยวก็หาย” ยุนโฮตอบ
“เหรอ เป็นอีกแล้วเหรอ ข้าไม่ได้มาปราสาทนาน นึกว่าหายไปแล้ว”
“อืม ยังเป็นอยู่ ข้าก็ไม่คิดว่าจะเป็นวันนี้หรอก แจจุง เจ้าช่วยดูแลแขกหน่อยได้ไหม อย่าให้พวกนั้นสงสัย” แจจุงพยักหน้า ก่อนจะแยกไปอีกทางเพื่อดูแลแขกเหรื่อ ไม่ให้สนใจมองไปทางยูชอนเป็นพิเศษ สักพักยุนโฮก็ลอบถอนใจ เมื่อเห็นชางมินถือถ้วยออกมาใบนึง เดินไปหายูชอนกับจุนซู
“พี่ชางมิน พี่ยูชอนกำลังจะหลับแล้ว” จุนซูรายงาน เพราะตอนนี้ดวงตาของยูชอนปิดสนิทไปแล้ว แต่ที่รู้ว่ายังไม่หลับเพราะยังมีแรงบีบเบาๆที่มือตอบกลับเขามาทุกครั้ง
“แย่ แล้ว แบบนี้จะกินยาได้ยังไง พี่ยูชอนจะหมดสติอยู่แล้ว” ชางมินหันรีหันขวาง กำลังคิดหาทางออก ร่างสูงหันไปมองหน้าคนตัวเล็ก ตัดสินใจพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา
“จุนซู ช่วยอะไรพี่หน่อยได้ไหม” คนตัวเล็กเงยหน้ามอง
“พี่ ยูชอนกำลังจะหมดสติ ให้กินยาเองตอนนี้คงไม่ได้ เจ้าช่วยป้อนให้หน่อยได้ไหม” คนตัวเล็กพยักหน้าเร็วๆ รับถ้วยยามาไว้ในมือ แค่ป้อนยาทำไมเขาจะทำไม่ได้
“ไม่ใช่ป้อนแบบทั่วไปนะ เพราะเทเข้าไปตอนนี้มันก็คงไหลออกมาหมด” คนตัวเล็กชะงัก มือเล็กที่กำลังจะเอาถ้วยยาจ่อปากยูชอนค้างไว้แค่นั้น
“ไม่มีเวลา แล้วนะจุนซู ถ้าพี่ยูชอนหลับไปล่ะก็ เขาอาจจะไม่ฟื้นอีกหลายวัน” ชางมินเร่ง คนตัวเล็กหันไปมองใบหน้าคม ที่ตอนนี้เริ่มซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่ายังพอมีสติอยู่ ก่อนจะหันไปพูดกับชางมิน
“จะให้ข้าทำยังไงล่ะ”
“มีวิธีเดียว เจ้าน่าจะรู้นะ” ชางมินตอบ จุนซูมองไปรอบๆ
“กลาง ห้องโถงเนี่ยนะพี่ชางมิน” ชางมินพยักหน้า ก่อนจะก้าวไปยืนข้างหน้าทั้งสองคน หันหลังให้ ทำทีเป็นมองดูความเรียบร้อยของงาน เพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจของคนในงาน ส่งสัญญาณให้พี่ชายร่างสูงเดินกลับมา ยุนโฮพยักหน้าสาวเท้ากลับมาที่บัลลังก์พร้อมๆกับแจจุง
“มีอะไรเหรอ” แจจุงถาม
“พี่ยูชอนจะหมดสติกินยาเองไม่ได้” ชางมินอธิบาย
“ข้า เลยให้จุนซูช่วย พวกพี่ช่วยแกล้งทำเป็นยืนคุยธุระกับข้าตรงนี้ได้ไหม” ทั้งสองคนพยักหน้าเข้าใจ ชางมินหันไปส่งสัญญาณให้คนตัวเล็ก จุนซูยังคงมองซ้ายมองขวาอยู่เหมือนเดิม จะให้เขาป้อนตรงนี้เนี่ยนะ คนเต็มห้อง โชคดีที่บนบัลลังก์มีฉากกั้นไว้ครึ่งนึง แค่มีคน3คนทำทีเป็นยืนคุยกันตรงหน้าหน้าก็สามารถหลบสายตาอื่นๆได้แล้ว
คน ตัวเล็กกลั้นใจจรดถ้วยยารินยาเข้าไปอมเอาไว้ในปาก ก่อนจะค่อยๆเลื่อนตัวขึ้นไปนั่งบนที่เท้าแขน มือเล็กประคองให้คนตัวโตกว่าค่อยเอนลงไปให้ต่ำลงอย่างทุลักทุเล เนื่องจากยูชอนตัวใหญ่กว่าตัวเองมากเลยทำได้ลำบาก แต่เพื่อไม่ให้ยาหกออกมาด้านนอกจำเป็นต้องทำให้ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมาด้าน บน ก่อนค่อยๆเคลื่อนใบหน้าตัวเองเข้าไปใกล้กับใบหน้าคมที่ตอนนี้ดวงตาปิดสนิท ทั้งสองข้าง กดริมฝีปากบางไปที่ริมฝีปากของร่างโปร่งใช้ลิ้นเล็กไล้ไปตามช่องระหว่างกลีบ ปากบนและล่าง ค่อยๆส่งน้ำยารสขมปนเฝื่อนให้เข้าไปในปากของคนตรงหน้าให้มากที่สุดพยายามไม่ ให้มันไหลออกไปด้านนอก ทันทีที่ยาส่วนนึงไหลลงสู่คอ ฤทธิ์ของยาอย่างแรงที่ชางมินปรุงมาทำให้สติที่กำลังหลุดลอยของร่างโปร่ง ค่อยๆกลับมาทีละนิด
จุนซูหันไปอมยาเอามาป้อนให้ยูชอน จนเกลี้ยงถ้วย กว่าจะหมดก็เล่นเอาคนตัวเล็กหน้าเถือกไปแล้ว จุนซูกลั้นใจป้อนยาคำสุดท้ายให้ยูชอน เพื่อจะได้เสร็จๆสักที แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนที่จุนซูจะละออกจากริมฝีปากของยูชอนก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมารั้งต้นคอของ เขาเอาไว้ ไม่ให้ละออกมาง่ายๆ จุนซูเริ่มดิ้น เพราะตอนนี้คนที่เขาคิดว่ากำลังนอนให้เขาป้อนยา เปลี่ยนมาเป็นโอบเขาเอาไว้ทั้งตัว แถมตอนนี้มันก็ไม่ใช่การป้อนยาเหมือน3-4ครั้งที่ผ่าน แต่เขากำลังถูกคนป่วยขโมยจูบอีกแล้ว จุนซูพยายามดิ้นสุดฤทธิ์เพื่อให้พ้นอ้อมกอดของร่างโปร่ง แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่นเข้า คนตัวเล็กค่อยๆปล่อยความร้อนไปที่มือ ก่อนจะจี้ไปที่หลังร่างโปร่ง เล่นเอายูชอนสะดุ้งทำให้ต้องผละจากคนตัวเล็กอย่างแสนเสียดาย ก่อนที่หลังเขาจะไหม้ไปเสียก่อน
“รู้งี้ไม่น่าช่วยเลย” จุนซูพูดก่อนจะรีบลุกขึ้นไปจากตักอดีตคนป่วย วิ่งออกไปจากห้องโถงทันที เรียกให้ทั้ง3คนหันกลับมามอง ก็พบว่าคนป่วยที่อยู่ใกล้ความตายเมื่อกี้ กลับมามีสติ แถมยังยิ้มกริ่มเหมือนคนได้ของอะไรถูกใจอีกต่างหาก ชางมินได้แต่ส่ายหน้า แจจุงรีบวิ่งตามน้องชายออกไป เพราะนึกขึ้นได้ว่าจุนซูยังต้องกลับมาสอบเต้นรำ ถ้าหนีกลับบ้านไปอีกจะสอบตกเปล่าๆ
“แกล้งเขาอีกแล้วนะ แล้วเมื่อไหร่พี่กับเขาจะดีกันสักทีล่ะ” ยูชอนไม่ตอบ ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่คืนดีกับคนตัวเล็ก แต่เมื่อกี้เขาก็รู้แล้วว่า จุนซูไม่ได้เกลียดเขามากเหมือนที่เขาคิด อย่างน้อยเจ้าตัวเล็กก็ยังห่วงเขาอยู่
‘พี่ยูชอนต้องเข้มแข็งนะ พี่ยูชอนอย่าเพิ่งนอน อีกแป๊บเดียวพี่ชางมินก็มาแล้ว นะๆๆ อย่าทิ้งจุนซูไปนะ อยู่เป็นเพื่อนจุนซูก่อน’
ยู ชอนยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเสียงร้อนรนที่กระซิบอยู่ข้างๆหูเขา เมื่อกี้ ไหนจะแรงบีบจากมือเล็กที่พยายามปลุกเขาตลอดเวลา ยังจะริมฝีปากนุ่มๆที่ป้อนยาเขาเมื่อกี้ เขายังมีสติดีอยู่ทุกอย่าง เพียงแต่ไม่มีแรงแค่นั้น แต่พออาการเริ่มดีขึ้น เขาก็เลยอดใจไม่ไหว ทั้งที่ๆรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะโกรธ แต่มันก็คุ้มอยู่เหมือนกัน
“ไม่เป็นไรหรอกชางมิน พี่ยังมีโอกาสอยู่บ้าง” ยูชอนตอบ
“แต่ เจ้ากับพวกข้าต้องคุยเรื่องนี้กันอีกยาวยูชอน บอกข้ามาตามตรงดีกว่า เจ้าไม่ได้ไปทำพิธีมานานแค่ไหนแล้ว” ยุนโฮถามเสียงเครียด เพราะอาการมันเริ่มจะหนักขึ้นทุกที
“ใช่ ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน ทำไมพี่ถึงได้เป็นหนักขนาดนี้” ชางมินหันมาถามอีกคน ยูชอนมองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมาก่อนจะถอนใจ
“ก็นาน หลายเดือนแล้วมั้ง”
“ทำไม เกิดอะไรขึ้น”
“มี คนสะกดรอยตามข้า” ยูชอนตอบเนือยๆ เพราะถึงจะได้ยา แต่เขาก็ยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ อีกอย่างแรงที่มีอยู่น้อยนิด ก็เอาไปทุ่มกอดคนตัวเล็กน่ารักไปหมดแล้วด้วย
“ทำไมไม่บอกข้า” ยุนโฮถามเสียงดัง แต่ดีที่ดนตรีกลบหมดเลยไม่มีใครหันมาสนใจ
“ข้าไม่อยากให้เจ้าห่วง”
“อีก แล้วนะ” ยุนโฮพูดเสียงเครียด ก่อนจะถอนใจ โกรธตอนนี้ไปก็ใช่จะมีประโยชน์ เขารู้ว่ายูชอนเป็นคนแบบไหน อะไรที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเป็นเลี่ยงทุกอย่าง
“เอาไว้งานเลิก ก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน” ยุนโฮพูดก่อนจะเดินไปดูแลความเรียบร้อยของงาน ปล่อยให้ชางมินดูแลยูชอนอยู่คนเดียว ชางมินไม่พูดอะไร น้องคนเล็กเอาแต่ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆยูชอนอย่างนั้น ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติที่สุด
“ชางมิน โกรธพี่เหรอ” ยูชอนถาม
“ข้าแค่หงุดหงิด เมื่อไหร่พี่จะเลิกเกรงใจคนอื่นสักที”
“พี่ขอโทษ”
“ช่าง เถอะ คราวนี้อย่าหาว่าข้าโหดแล้วกัน ข้าจะเกาะติดเป็นเป็นตุ๊กแกเลยทีเดียว” ชางมินตอบ ยูชอนได้แต่หัวเราะ เขาก็คงต้องรับสภาพนั้นไปตามระเบียบ เพราะถึงขนาดนี้แล้ว สองพี่น้องคงไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียวอีกแน่ๆ
%%%%%%%%
TBC



ยุนบอกรักแจเลย ^^
จุนจะหายโกรธปาร์คไหม
รอตอนต่อไปค่ะ
#1 By bruin (113.53.71.20) on 2010-04-01 16:12