[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 7
posted on 01 Apr 2010 02:32 by kameryuichi in emergency
Part 7
หลังจากนั่งหน้าหงิกมาตลอด ในที่สุดรถสปอร์ตคันหรูก็มาจอดหน้าบ้านสองชั้นขนาดกลางไม่เล็กไม่ใหญ่ อยู่ห่างจากบริษัทไปไม่ไกลมากนัก ยูชอนมองสภาพบ้านแล้วก็หันมามองหน้าคนตัวเล็กที่ยังหน้าบูดไม่หายเหมือนเดิม
“นี่บ้านคุณเหรอ”
“ใช่ ถามทำไม บ้านผมใหญ่ใช่ไหมล่ะ โธ่เห็นแบบนี้ผมก็มีฐานะเหมือนกันนะ” คนตัวเล็กเชิดหน้าบอก ยูชอนหัวเราะปลงๆ นี่นะเรียกใหญ่ เรือนคนใช้ที่บ้านยังใหญ่กว่าเลยคุณเลขา
“เปล่า ผมจะถามว่าใช่แน่หรือเปล่า จะได้รีบลงไปเปลี่ยนชุด” คนตัวเล็กหันไปมองหน้าเคืองๆ จะชมว่าบ้านเขาใหญ่หน่อยก็ไม่ได้ นี่มันเป็นความภูมิใจของเขากับพี่เลยนะ อุตส่าห์เก็บเงินซื้อบ้านหลังนี้ได้ ถึงแม้ส่วนใหญ่พี่แจจะเป็นคนส่งก็เถอะ
“ใช่สิ ไม่ใช่ผมจะบอกให้จอดหรือไง เจ้านายนี่ หน้าตาก็..” จุนซูหยุดไปพักนึงทำหน้าครุ่นคริด
“เกือบจะดี ยังไม่ฉลาดอีก”
“ถ้าอย่างผมนี่เรียกว่าหน้าตาเกือบดี แล้วอย่างคุณเรียกว่าอะไรล่ะเนี่ย” ยูชอนหันหน้ากลับไปมองหน้าคุณเลขาตรงๆ
“เรียก ว่าดีที่สุดไง แถมยังเลิศเลอเพอร์เฟคด้วย” คนตัวเล็กตอบคำถามสไตล์คนหลงตัวเองสุดๆ ยูชอนเลิกคิ้ว นี่เขารู้ตัวด้วยเหรอว่าตัวเองน่ารัก แล้วไหงแต่งตัวแบบนี้ฟะ
“ดีตายล่ะ ดูแต่ล่ะชุดของคุณสิ ย้อนยุคไปถึงไหนๆ ทำไมไม่แต่งตัวเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”
“แต่ง แบบโมเดิร์นเหรอ ไม่เอาอ่ะ เบื่อแล้ว เสื้อผ้าพวกนั้นโละทิ้งหมดแล้วด้วย ตอนนี้อยากแต่งแบบเรทโทร ไม่เหมือนใครดี” คนตัวเล็กกอดอกเชิดหน้าพูดอย่างไม่แยแส
“คุณเคยแต่งแบบธรรมดาด้วยเหรอ ไม่อยากเชื่อ” ยูชอนตะลึง เฮ้ย~ ไอ้เราก็นึกว่าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดซะอีก
“เคย สิ จะเอาแบบไหน ขาเดฟ เอวต่ำ เอวลอย ผ่าหน้า ผ่าหลัง ซีทรู ใส่มาหมดแล้ว แต่ตอนนี้กำลังปลื้มแบบเรทโทรก็เลยเอาเสื้อผ้าพวกนั้นไปบริจาคหมด”
“ผมอยากให้คุณกลับไปแต่งแบบนั้นอีกได้ไหม” ยูชอนถาม จุนซูหันควับมาหาคุณเจ้านาย
“เรื่อง แต่งแบบนี้ยังโดนลวนลามวันละหลายรอบ ขืนแต่งแบบนั้นคุณไม่จับผมปล้ำเลยเหรอ ไม่มีทาง” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็ลงจากรถ ยูชอนกลืนน้ำลายลงคอ เพราะตอนนี้สมองของเขากำลังประมวลภาพคุณเลขากับเสื้อผ้าที่เจ้าตัวสาธยายออก มา แค่คิดก็... ฮึ้ย~ เขาคงจะจับคุณเลขาปล้ำจริงๆนั่นแหละ ทีอย่างนี้ดันรู้ แต่ทีไอ้รอยที่คอดันไม่รู้ซะอีกจะเอายังไงแน่เนี่ยคุณเลขา รีบลงจากรถเดินตามคุณเลขาไปทันที
“คุณจะทำอะไร” จุนซูหันมามองหน้าเจ้านาย
“ก็เข้าไปรอในบ้านไง กว่าคุณจะแต่งตัวเสร็จจะให้ผมนั่งรออยู่ข้างนอกเนี่ยเหรอ”
“ใช่ รออยู่นี่แหละ อยู่บนรถคุณยังหื่น ขืนให้เข้าบ้านผมก็แย่น่ะสิ” ว่าแล้วจุนซูก็ปิดประตูใส่หน้าคุณเจ้านาย จัดแจงล็อคเรียบร้อย
“โธ่~ คิดว่าล็อคแล้วผมจะเข้าไม่ได้หรือไง ถ้าผมอยากจะเข้าปืนรั้วเข้าไปก็ได้”
“ก็ ลองเข้ามาสิ ผมจะเรียกตำรวจมาจับคุณ ข้อหาบุกรุก” จุนซูตะโกนกลับ เปิดประตูเข้าบ้าน และไม่ลืมที่จะล็อคเอาไว้อีกชั้นนึงด้วย เผื่อคุณเจ้านายมันบ้าปีนเข้ามาจริงๆ ยูชอนได้แต่ยืนฮึดฮัดอยู่หน้าบ้าน ให้ตายสิ ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็รู้ทางมาบ้านแล้ว คอยดูเถอะคุณเลขา จะป่วนให้ไม่ได้พักได้ผ่อนกันเลย แต่ตอนนี้ก็คงต้องกลับเข้าไปนั่งรอในรถก่อนนั่นแหละ ไม่งั้นเมื่อยตาย
หลัง จากนั่งรอกว่าชั่วโมง คุณเลขาก็ออกจากบ้านในชุดที่ยูชอนพอใจ ยูนิฟอร์มยุค80 คราวนี้แหละคุณนายแม่ ถ้าไม่เป็นลมล้มพับให้มันรู้ไป จุนซูขึ้นรถมาพร้อมกับน้ำหอมกลิ่นเฉพาะตัว ที่จนบัดนี้ยูชอนก็ยังไม่รู้ว่าคนตัวเล็กใช้น้ำหอมอะไร มันถึงได้หอมแปลกๆไม่เหมือนใคร
“มองอะไร ไหนบอกให้แต่งชุดนี้ไง” จุนซูหันมามองหน้าคุณเจ้านาย
“ก็ สำรวจความเรียบร้อยไง ไหนดูสิ มีตรงไหนไม่เรียบร้อยหรือเปล่า” ยูชอนเอื้อมมามาขยับเนคไทด์ของคุณเลขาให้เข้าที่ ปาดผมที่เรียบแปล้อยู่แล้วให้เรียบกริบยิ่งขึ้น อยู่ดีๆเจ้าตัวก็หัวเราะขึ้นมา คนตัวเล็กตีหน้ายุ่ง
“หัวเราะอะไร”
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร เราไปกันเถอะ อ้อรัดเข็มขัดด้วยนะ หรือจะให้ผมทำให้” คนตัวเล็กส่ายหน้าอย่าแรง รีบคว้าเข็มขัดขึ้นมารัดเองทันที ไม่ยอมให้คุณเจ้านายเข้าใกล้เหมือนเมื่อกี้เด็ดขาด
“อ้าว ทำไมล่ะ ผมกำลังจะรัดให้อยู่พอดี”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวโดนลวนลามอีก”
“คุณไม่เห็นต้องกลัวเลย โดนทีนึงก็แสนนึงเลยนะ คุ้มจะตาย” ยูชอนอมยิ้ม
“คุ้มตายล่ะ เล่นซะผมหายใจไม่ออก สงสัยผมต้องคิดเรทใหม่ซะแล้ว ถ้าจูบนานเกิน5วิผมต้องขึ้นอีก1แสน” คนตัวเล็กว่า ยูชอนหัวเราะ
“เอางี้ไหม ผมมีข้อเสนอใหม่” ยูชอนเลื่อนตัวไปใกล้ ยกแขนข้างนึงจับเบาะเอาไว้ อีกข้างเชยคางคุณเลขาให้หันมามองหน้าเขาตรงๆ
“อะไร” จุนซูถาม พลางปัดมือปลาหมึกให้พ้นจากคางตัวเอง
“ช่วง นี้ไม่รู้เป็นไง เวลาจูบคุณทีไรผมไม่อยากจะละออกมาง่ายๆ เพราะฉะนั้น ผมจะให้คุณเพิ่มอีก2แสนทุกครั้งที่โดนจูบไม่ต้องนับเวลาด้วย (เพราะนานอยู่แล้ว ~ อันนี้คิดในใจ > ยูชอน) และถ้าคุณจูบตอบผมบ้าง ผมจะให้เพิ่มอีก2แสน รวมๆแล้วก็5แสนพอดี โอเคไหม” จุนซูตาโต ไม่ใช่เพราะว่าราคามันเพิ่มขึ้นเยอะ แต่ที่ตาโตเพราะว่า เขาจะได้5แสนได้ยังไงอ่ะ ในเมื่อเขาทำไม่เป็น แต่ก็ยังดีที่คราวนี้จะได้ครั้งและ3แสน แบบนี้ไม่นานเราก็จะเก็บเงินได้ทันพี่แจจุงน่ะสิดีจัง
“ขี้โกงนี่” คนตัวเล็กประท้วง หลังจากคิดอยู่นาน
“ขี้โกงตรงไหน”
“ก็ผมจะได้5แสนได้ยังไง ในเมื่อผมทำไม่เป็น แบบนี้ผมก็ได้แค่3แสนตลอดเลยสิ” จุนซูทำหน้ามุ่ย
“ไม่ เห็นจะยาก เดี๋ยวผมจูบคุณบ่อยๆ คุณก็ทำเป็นเองแหละ แค่คุณเลิกดิ้น ทำตาค้าง แล้วเปลี่ยนมาหัดจูบผมอย่างที่ผมจูบคุณบ้างแค่นี้คุณก็จะได้5แสนแล้ว แถมเวลาผมจูบผมก็เสียเงิน นี่คุณได้ฝ่ายเดียวเลยนะ”
“ง่ายอย่างนั้นเลยเหรอ” คนตัวเล็กเริ่มคล้อยตาม
“อืม คุณไม่เสียอะไรเลยนะ เงินก็ไม่เสีย ค่าสอนผมก็ไม่คิด เอางี้ ผมจะค่อยๆขึ้นเงินให้ เหมือนให้คะแนนเวลาสอบไง เอาไว้โปรแล้วค่อยเปลี่ยนเป็น5แสน” ยูชอนเริ่มชักจูง เพราะเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มคล้อยตาม คนอะไรเรื่องอื่นล่ะฉลาดเป็นกรด ทีเรื่องแบบนี้หลอกง่ายชะมัด
“อืม นั่นสิ ยังไงคุณก็จูบผมอยู่แล้ว ถ้าหัดไปด้วยก็ได้เงินเพิ่ม ตกลง” คนตัวเล็กยิ้มแป้น ในขณะที่คนตัวโตยิ้มกว้างยิ่งมากกว่าหลายเท่า คราวนี้ก็เพิ่มระดับไปอีกขั้นแล้ว เสร็จฉันแน่เจ้าเฉิ่ม
“งั้นเรามาลองกันเลยดีไหม” คนตัวโตกำลังจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ แต่มือเล็กดันเอาไว้ก่อน
“นี่มันสายแล้วนะ จะไปไม่หรือไงหาคุณแม่เนี่ย ผมไม่มีเวลาเล่นกับคุณทั้งวันหรอกนะ”
“ทำไม คุณจะไปไหน”
“มันก็เรื่องของผม คุณไม่เกี่ยว ไปได้แล้ว” ยูชอนหงุดหงิด ไม่ชอบใจที่คุณเลขาหัดมีความลับกับเขา
“บอกมาเลยคุณจะไปไหน ผมไม่ชอบให้แฟนมาปิดบังอะไรเป็นความลับ บอกมาเดี๋ยวนี้” ยูชอนคาดคั้น
“ใคร เป็นแฟนคุณ อย่ามามั่ว ผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณสักหน่อย แค่แฟนหลอกๆ ไม่ต้องอิน” จุนซูกอดอกมองหน้า ในขณะที่ยูชอนเพิ่งรู้สึกตัว เขาแค่จ้างคุณเลขามาเป็นแฟนนี่หว่า จะไปอยากรู้เรื่องของเขาทำไม ก็ได้ ไม่อยากรู้ก็ได้ชิ~ พร้อมออกรถกระชากจนจุนซูหัวแทบโม่งคอนโซลข้างหน้า ดีแต่ติดเข็มขัดนิรภัย
“โอ้ย เบาๆหน่อยได้ไหม เจ็บนะเนี่ย เข็มขัดมันกระชาก”
“ขอ โทษ” ยูชอนพูดห้วนๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วจนรถกระโจนไปข้างหน้าอีกรอบ ตามความหงุดหงิดที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัวว่าเขากำลังหงุดหงิดอะไรนักหนา แถมคนที่โดนหงุดหงิดอยู่ก็ยังไม่รู้ด้วยเหมือนกัน
สักพักทั้ง สองคนก็มาถึงคฤหาสน์ตระกูลปาร์ค จุนซูมองตาโต นี่มันบ้านคนแน่เหรอ ทำไมมันมันถึงใหญ่ขนาดนี้ มิน่าคุณเจ้านายถึงไม่ชมสักคำว่าบ้านเขาใหญ่
“ที นี้รู้หรือยังว่าบ้านใครใหญ่กว่ากัน” ยูชอนมองท่าทีอึ้งๆของคนตัวเล็กยิ้มๆ คนอะไรทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมด ไอ้ที่หงุดหงิดเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง
“ชิ~ ผมอยู่กับพี่แค่สองคน ทำไมต้องซื้อใหญ่ๆด้วยเล่า เปลือง” จุนซูค่อนขอดตามประสาคนประหยัด
“ลง มาได้แล้ว แม่ผมรออยู่” ยูชอนเปิดประตูลงจากรถ อากัปกิริยาของพวกเขาทั้งคู่อยู่ในสายตาของยูฮวานหมด เพราะทันทีที่ได้ยินเสียงรถของพี่ชายแล่นเข้ามาในบ้าน ยูฮวานก็ผละจากคุณนายแม่วิ่งมาสอดแนมทันที พอจุนซูลงมาจากรถเท่านั้นแหละ ตาที่โตอยู่แล้วของยูฮวานก็ต้องเปิดขึ้นไปอีกเท่า
“พี่มิกกี้ นี่เหรอแฟน แย่แล้วต้องไปบอกให้คุณแม่เตรียมตัว” ว่าแล้วก็รีบแผ่นแผล็วไปข้างในทันที
“คุณแม่ฮะๆๆ”
“มี อะไรริกกี้ ตะโกนอะไรลูกคนนี้ พี่ชายเรามาแล้วใช่ไหมแม่ได้ยินเสียงรถ” คุณนายปาร์คกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องพักผ่อนพร้อมกับยูริหันมาเอ็ดลูกชายคน เล็ก
“คุณแม่ทำใจดีๆไว้นะฮะ”
“ทำไม มีอะไรก็บอกมาสิริกกี้” คุณนายปาร์คหันมามองหน้าลูกชายคนเล็ก ในขณะที่ยูริเองก็ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆเหมือนกัน หรือว่าริกกี้จะรับไม่ได้ที่พี่ยูชอนจะมีแฟนเป็นผู้ชายตกยุค
“พี่มิกกี้เขา... โอ้ยริกกี้พูดไม่ถูก ริกกี้ไม่รู้จะบอกกับคุณแม่ยังไงดี” ยูฮวานอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะบรรยายแฟนของพี่ชายว่ายังไง
“อะไร เนี่ยเด็กคนนี้ จะพูดก็พูดไม่หมด” ยังไม่ทันที่คุณนายปาร์คจะได้ถามอะไรลูกชายคนเล็กให้รู้เรื่อง ร่างโปร่งก็พาคนตัวเล็กเข้ามาถึงห้องพักผ่อนพอดี
“คุณแม่ครับ นี่แฟนผมครับ คิมจุนซู ที่รักจ้ะนั่นแม่ผมเอง” จุนซูทำหน้างง เฮ้ย~ เปลี่ยนสรรพนามด้วยเหรอเนี่ย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหันไปโค้งให้กับคุณนายปาร์คอย่างสุภาพ
~ ตึง ~
“คุณ แม่/คุณป้า” ยูริแลยูฮวานตะโกนพร้อมกัน เมื่อเห็นว่าคุณนายปาร์คตอนนี้ช็อคไปแล้ว จุนซูได้แต่มองภาพโกลาหลข้างหน้าด้วยความมึน นี่มันอะไรกันเนี่ย จู่ๆคุณนายปาร์คที่กำลังนั่งสบายๆ พอเห็นหน้าเขาเท่านั้นก็เป็นลมล้มพับไปเลย คนที่อยู่ข้างๆพากันเรียกหายาหอม ยาลม ยาอม ยาหม่องกันให้แซด หันมามองตัวต้นเหตุ คุณเจ้านายก็ไม่ทำอะไร นอกจากยิ้มเหมือนถูกใจในการกระทำของตัวเองซะเต็มประดา
“เจ้านาย นี่มันอะไรกัน” จุนซูพูดเสียงเครียด ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันปฐมพยาบาลคุณนายปาร์คกันอยู่
“อะไร ไม่มีอะไรหรอกน่า แม่ผมเขาก็เป็นแบบนี้ประจำแหละ เดี๋ยวก็ฟื้น” ยูชอนตอบสบายๆไม่ตกใจ เพราะรู้ว่าแม่เขาเป็นแบบนี้ทุกทีที่เขาทำอะไรแผลงๆ แม่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ ไม่ได้มีความดัน แข็งแรงจะตายไป แต่ที่ทำเป็นเป็นลมพับไปเพราะรับไม่ได้ที่เขาพาแฟนลุคนี้มาให้เจอต่างหาก อยากให้แต่งดีนัก
“คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง นั่นแม่คุณนะ ทำไมไม่เข้าไปดูล่ะ” จุนซูยิ่งโมโหเป็นสองเท่าเมื่อได้ยินคำตอบ เผลอตัวตวาดใส่คนตัวโตเสียงดัง โดยไม่รู้ว่า ขณะที่พวกเขากำลังเถียงกัน ความโกลาหลข้างหน้าได้หยุดไปแล้ว เพราะคนป่วยเมื่อกี้กำลังจ้องทั้งคู่ตาเป๋ง ส่วนคนที่กำลังพัดวีอยู่ข้างๆก็หยุดเหมือนกัน
“แม่ฮะ พี่คนนั้นเขาตวาดพี่มิกกี้ด้วยอ่ะ” ยูฮวานกระซิบ คุณนายปาร์คพยักหน้า
“ตาม ธรรมดาคนอย่างปาร์คมิกกี้นี่ใครขึ้นเสียงด้วยได้ที่ไหน พ่อเม้งแหลก แล้วนี่อะไร กินยาผิดสำแดงหรือเปล่าเนี่ย ผิดปกติตั้งแต่ตื่นเช้าแล้วนะฮะ” ยูฮวานกระซิบต่อ ทั้งสามคนยังคงดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ
“แม่ ผมเขาไม่เป็นไรหรอกน่า ผมกับแม่เล่นกันแบบนี้ประจำแหละ คุณไม่ต้องห่วงหรอก อีกเดี๋ยวก็ฟื้นขึ้นมาเองแหละ” ยูชอนยักไหล่อย่างไม่เห็นสำคัญ เพราะพวกเขาทำแบบนี้บ่อย แต่คนตัวเล็กไม่รู้ เพราะไม่ได้เป็นลูกบ้านนี้
“คุณเล่นแบบนี้กับแม่คุณได้ไง ถ้าหากเกิดท่านเป็นอะไรไปคุณจะว่ายังไงหา” จุนซูยังคงด่าต่อไป
“ผมบอกแล้วไง ไม่เป็นไรหรอกน่า ผมรู้จักแม่ผมดี ไม่เชื่อคุณรอสักพักเดี๋ยวก็เห็นเองแหละว่าแม่ผมไม่ได้เป็นอะไร”
“ไม่ คุณทำเกินไปแล้วนะ ที่อยู่ๆให้ผมไปเปลี่ยนเป็นชุดทำงานนี่กะแกล้งคุณแม่ใช่ไหม นิสัยไม่ดี” จุนซูฟาดเข้าที่แขนของคนตัวโตอย่างแรงด้วยความโมโห
“โอ้ย~ เจ็บนะคุณ ตีผมทำไมเนี่ย” ยูชอนได้แต่สูดปากเบาๆ จุนซูยังตีต่อไปไม่ยั้ง ร่างโปร่งได้แต่ปัดป้องแต่ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงอย่างที่ควรจะเป็น แถมยังรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้เพื่อกันการประทุษร้ายอีกต่างหาก
“หา~ ทำร้ายร่างกายได้ด้วย แม่ฮะริกกี้ว่าพี่เขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน” ยูฮวานกระซิบ คุณนายปาร์คพยักหน้าเห็นด้วย
“แม่ว่ามันต้องมีอะไรกันสักอย่าง ตามธรรมดาปาร์คมิกกี้ไม่เป็นแบบนี้นี่”
“นั่นสิฮะคุณแม่ ว่าแต่คุณแม่ไม่เป็นลมแล้วเหรอฮะ”
“ไม่ เป็นแล้ว” คุณนายปาร์คหยุดไปสักพัก ก่อนจะกระแอมเสียงดัง ทำให้คนที่อยู่ในโลกส่วนตัวทั้งสองคนหันมาหา จุนซูตาโต หันไปมองหน้าคุณเจ้านาย ยูชอนยักไหล่ประมาณว่า เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไร คนตัวเล็กเพิ่งรู้ตัวว่าโดนกอดอยู่ รีบสะบัดออกจากวงแขนแข็งแรงทันที
“หนูจุนซูใช่ไหมจ้ะ” คุณนายปาร์คทักทาย
“ครับ” จุนซูตอบ
“เป็นแฟนกับมิกกี้มานานหรือยัง”
“เอ่อ..” คนตัวเล็กอ้ำอึ้ง ก็อันนี้ไม่ได้นัดไว้นี่นา แล้วจะตอบยังไง
“โธ่คุณแม่ ก็ผมบอกแล้วว่าเพิ่งจีบ จะไปถามเขาได้ยังไงว่าเป็นนานหรือยัง” ยูชอนตอบ
“จะ ไปรู้เหรอ ก็เห็นกอดกันซะกลมเลย หนูจุนซู เมื่อกี้ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ คนแก่ก็อย่างนี้แหละ ปุบปับก็เป็นลม หวังว่าหนูคงไม่ถือสานะจ้ะ”
“ครับ แต่คุณนายไม่เป็นอะไรแล้วแน่นะครับ” จุนซูถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะ คุณนงคุณนายอะไรกัน เรียกคุณป้า อุ๊ย~ไม่เอาดีกว่าเรียกคุณแม่เลยก็ได้จ้ะ”
สิ้น เสียงคุณนายปาร์ค คนในห้องต่างก็หันไปมองหน้ากัน ยูฮวานกับยูริมองหน้ากันงงๆ ก็เมื่อกี้ยังรับไม่ได้อยู่เลย ไหงเลื่อนตัวเองเป็นแม่ซะแล้ว คนตัวเล็กก็งงแต่ไม่ได้ถามอะไรเพราะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของคนบ้านนี้ ว่าเขาชอบชิงไหวชิงพริบกันระหว่างลูกชายคนโตกับคนเป็นแม่ ส่วนยูชอนงงกว่าใครเพื่อน แม่จะมาไม้ไหนเนี่ย ปรับกระบวนตามไม่ทันเลยวุ้ย
“เรียกคุณป้าดีกว่ามั้งครับ”
“ไม่ เอาจ้ะไม่เอา จะมาเป็นว่าที่ลูกสะใภ้แม่ทั้งที่ เรียกคุณป้ามันดูห่างเหิน” ไม่พอ คุณนายปาร์คยังลงทุนเดินเข้าไปหา พลางฉุดคนตัวเล็กที่กำลังงงมานั่งข้างๆอย่างเอ็นดู อันนี้ไม่ได้เสแสร้งแต่เป็นจริง เพราะเท่าที่ดูรวมๆ ถ้าลบเสื้อผ้าเชยๆนี่ออกไป เด็กคนนี้ก็หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู นับว่าเรื่องหน้าตาผ่านฉลุย อีกเรื่องก็ต้องฐานะ
“หนูจุนซูทำงานที่ไหนเหรอจ้ะ เป็นลูกเต้าเหล่าใคร” จุนซูมองหน้าคุณเจ้านาย ก่อนจะเห็นสัญญาณพยักหน้าให้ตอบ
“ผมเป็นเลขาเจ้านายครับ พ่อแม่ตายหมดแล้วผมอยู่กับพี่ชายสองคน” จุนซูตอบความเป็นจริง
“เจ้า นายเหรอ ทำไมเรียกพี่เขาอย่างนั้นล่ะจ้ะ ไม่เอาๆ ต่อไปต้องเรียกพี่เขาว่าพี่ยูชอนนะจ้ะ” คุณนายปาร์คตีเบาๆที่มือเล็กๆทีนึง จุนซูได้แต่ทำหน้ามุ่ย ก็เขาไม่อยากเรียกนี่ อีกคนหน้าบานเป็นจานดาวเทียมโดยไม่รู้ตัว แต่อีก3คนกำลังสังเกตเพื่อช่วยกันเก็บข้อมูล
“แบบนี้ถ้าแม่จะไปขอหนูจุนซูให้พี่เขา แม่ก็ต้องไปขอกับพี่ชายหนูใช่ไหมจ้ะ”
“หา!!!” เสียงทุกคนในห้องดังขึ้นประสานกัน
“คุณนายว่าอะไรนะครับ” จุนซูเป็นคนที่หาเสียงตัวเองเจอคนแรกรีบถามทันที
“คุณ นายอีกแล้ว คุณแม่สิจ้ะ ก็พี่เขาบอกว่า เขาจะพาหนูมาให้แม่ดูตัว ถ้าแม่อนุมัติก็ตกลงแต่งงานได้ทันทีเลย พี่เขาไม่ได้บอกหนูเหรอจ้ะ” คุณนายปาร์ควางระเบิดลูกใหญ่ หลังจากสังเกตดูแล้วว่า หนูเฉิ่มคนนี้ท่าทางไม่ค่อยอยากได้คุณลูกชายสักเท่าไหร่แถมยังมีอะไร บางอย่างที่สามารถกำราบลูกชายตัวดีได้ และก็จริงดังคาด คนตัวเล็กตรงหน้าตวัดสายตาพิฆาตไปที่ลูกชายจอมแสบ ที่ตอนนี้ได้แต่โบกไม้โบกมือเป็นสัญญาณปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยไม่รู้ว่าท่าทีทั้งหมดอยู่ในสายตาคนเป็นแม่หมดแล้ว ตามิกกี้ คราวนี้ดิ้นไม่หลุดแน่
“ผมขอคุยกับเจ้านายหน่อยได้ไหมครับคุณเอ่อ.. คุณแม่”
“ได้ สิจ้ะ แล้วก็เรียกพี่เขาว่าพี่ยูชอนด้วยชอบลืมซะจริง” คุณนายปาร์คเดินเลี่ยงไปอีกห้อง ก่อนไปไม่ลืมลากยูฮวานกับยูริที่กำลังงงติดมือไปด้วย ทิ้งให้สองคนอยู่กันตามลำพังในห้อง อยู่ๆคุณนายก็หันมาสั่งสำทับอีก
“วันนี้ อยู่ทานข้าวกับแม่ด้วยนะจ้ะหนูจุนซู แม่อยากจะจัดพรีปาร์ตี้ต้อนรับว่าที่ลูกสะใภ้ ก่อนที่จะได้จัดงานเลี้ยงจริงจัง” แต่พอพ้นประตู ทั้งสามคนก็แอบดูที่ประตูทันที ด้วยความอยากรู้
“เจ้านาย นี่มันอะไรกัน ไหนตกลงแค่เป็นแฟนไง แล้วแต่งงานนี่มายังไง” จุนซูเริ่ม
“อันนั้นผมไม่รู้ ผมก็แค่พูดไปเฉยๆ ไม่คิดว่าแม่จะยอมรับคุณด้วยซ้ำ” ยูชอนพูดพลางทิ้งตัวลงโซฟา
“นี่คุณกะแกล้งแม่คุณจริงๆใช่ไหม” ยูชอนพยักหน้า
“แล้วไง ถ้าแม่คุณจับผมแต่งงานกับคุณขึ้นมาจริงๆผมก็แย่น่ะสิ” จุนซูโวยวาย
“ทำไม แต่งกับผมมันไม่ดีตรงไหน” ยูชอนหันมามองหน้าคนตัวเล็ก
“ก็ผมไม่ได้รักคุณนี่ ทำไมผมต้องแต่งกับคุณด้วย”
จุน ซูตะโกนตอบ ยูชอนรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อได้ยินคนตัวเล็กบอกว่าไม่ได้รักเขา ยังไม่ทันที่จุนซูจะได้ขยับตัว ร่างโปร่งก็เคลื่อนตัวเข้ามา รวบตัวคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน กดจูบหนักๆไปที่ริมฝีปากบางเป็นการลงโทษที่พูดอะไรไม่ถูกใจ แถมยังทำให้อารมณ์เสียอีกด้วย จุนซูได้แต่ดิ้นรน เพราะคราวนี้คุณเจ้านายดูป่าเถื่อน ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่จูบเขา ก่อนที่คนตัวเล็กจะหมดอากาศหายใจ ยูชอนก็ถอนริมฝีปากออกมา พูดด้วยน้ำเสียงเครียดขึง
“ทีหลังอย่าพูดแบบนี้ให้ผมได้ยินอีก ผมไม่ชอบ” ก่อนจะเดินออกจากห้องพักผ่อนไป ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งงงอยู่ในห้องนั้นคนเดียว ทางด้านอีก3คนที่อยู่ด้านนอก ก็งงไม่แพ้กัน คุณนายปาร์คพยักหน้า เรียกลูกสมุนทั้งสองให้ตามมาอีกห้อง
“คุณแม่ฮะ พี่ยูชอนเขาดูแปลกๆนะฮะ”
“นั่นสิ ก็ไหนบอกว่าเป็นแฟนทำไมหนูจุนซูถึงบอกว่าไม่ได้รักล่ะ”
“ก็เขาจ้างคุณจุนซูมานี่คะคุณป้าอ๊ะ” ยูริเผลอพูดสิ่งที่ยูชอนห้ามออกมา
“หา จริงๆเหรอเนี่ย ตอนแรกป้าก็แค่สงสัยทำไมอยู่ๆเอาคนเชยสุดๆมาเป็นแฟน ที่แท้ก็จ้างมาจริงๆ” คุณนายปาร์คพยักหน้าช้าๆ
“คุณป้าอย่าไปบอกพี่ยูชอนนะคะ ไม่งั้นยูริตายแน่เลย” ยูริรีบบอก
“ไม่เป็นไร ป้าไม่บอกหรอก” คุณนายปาร์คหันมาปลอบใจ
“แล้วอย่างนี้คุณแม่จะทำยังไงฮะ เขาไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ คุณแม่ยังจะให้เขาแต่งกันอีกไหมฮะ” ยูฮวานถาม
“ขอ ดูความประพฤติก่อน เรื่องหน้าตาสอบผ่าน หนูจุนซูหน้าตาน่าเอ็นดูดี เรื่องการวางตัวก็ผ่าน ไม่ยอมตามิกกี้ง่ายๆ ดูท่าทางจะเอาตามิกกี้อยู่ซะด้วย แต่ยังต้องผ่านอีกหลายด่าน เป็นสะใภ้หมื่นล้านทั้งที ต้องคัดดีๆหน่อย”
“แต่ว่า เขาไม่ได้เป็นแฟนกันฮะแม่”
“ถ้า ผ่านข้อกำหนดของแม่ ไม่เป็นกันตอนนี้ แม่ก็ทำให้เป็นได้ ดูจากท่าทางแล้ว แม่ว่าตามิกกี้คงจะชอบหนูนี่อยู่เหมือนกัน ไม่งั้นไม่มีฉากกระชากเข้ามาจูบให้ดูสดๆหรอก” คุณนายปาร์ควิเคราะห์
“มันก็จริง แต่ดูท่าพี่จุนซูนี่ไม่ได้ชอบพี่เขาเลยนะฮะ” ยูฮวานบอก ยูริก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะเห็นมากับตาที่บริษัท
“เรื่อง นั้นไม่เป็นปัญหา ขอให้รู้แน่ว่าดี แล้วลูกชายชอบ คุณนายปาร์คจัดให้ ตอนนี้เงียบๆไปก่อนอย่าเพิ่งกระโตกกระตาก เดี๋ยวไก่ตื่นพอดี” คุณนายปาร์คกำชับลูกสมุนทั้งสอง ก่อนจะไปเตรียมตัวสั่งอาหารสำหรับพรีปาร์ตี้คืนนี้
ยูชอนเดินปึง ปังขึ้นไปบนห้องนอน ปิดประตูเสียงดันสนั่น ระบายอารมณ์หงุดหงิด ก่อนจะทิ้งตัวนอนบนที่นอนหนานุ่ม นอนมองเพดานอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมถึงได้หงุดหงิดนักเวลาที่ได้ยินคนตัวเล็ก บอกว่าไม่ได้รักเขา ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่ได้รักหมอนั่นเหมือนกัน แค่ธุรกิจที่เขาสองคนตกลงทำสัญญากันมันก็เท่านั้น
“เป็นบ้าอะไรวะ นี่เราไปใส่อารมณ์กับหมอนั่นทำไม” ยูชอนคิด แต่เสียงของคนตัวเล็กก็ยังสะท้อนอยู่ในหูเขาตลอดเวลา
“โว้ย รู้แล้วว่าไม่ได้รัก ไม่ต้องมาย้ำได้ไหม” ร่างโปร่งลุกขึ้นจากที่นอน เดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวเอาน้ำเย็นรดตัวเพื่อดับอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังก่อตัวเป็นระลอก ทำยังไงเขาก็ไม่หายหงุดหงิด ยูชอนพยายามนับ1-100 จนทะลุ1000นึงไปแล้วเขาก็ยังหงุดหงิด ร่างโปร่งทรุดลงนั่นกับพื้นห้องน้ำ ปล่อยให้น้ำเย็นไหลไปเรื่อยๆ นานหลายนาที สักพักยูชอนก็ลุกขึ้นมาปิดน้ำ เหมือนตัดสินใจอะไรได้
“หึ~คิมจุนซู ฉันไม่ได้หลงนาย ไม่ต้องมาทำให้ฉันสับสน ฉันยังชอบผู้หญิงอยู่ คอยดูเถอะ พ่อจะกวาดให้หมดผับเลยวันนี้” ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้ากุญแจรถวิ่งลงไปข้างล่าง
“อ้าวตามิกกี้จะไปไหนล่ะลูก” คุณนายปาร์คทักลูกชาย
“เดี๋ยวผมมาครับ” ยูชอนหันมาตอบ กำลังจะเดินออกไปก็ต้องชะงัก
“แล้วหนูจุนซูล่ะ จะปล่อยเขาไว้คนเดียวที่นี่เหรอ” ยูชอนกลอกตาอย่างขัดใจ ก่อนจะหันมาตอบคุณนายปาร์ค
“บอกเขาให้รอแล้วกัน ผมจะกลับมารับเขาตอนเย็น”
“มาให้ทันงานแม่นะ แม่อุตส่าห์เตรียมของโปรดลูกทั้งนั้น”
“ครับ” ยูชอนรับคำ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถเบิ่งออกไปข้างนอกทันที คุณนายปาร์คได้แต่ส่ายหัวในความเลือดร้อนของลูกชาย
“นี่ สิปาร์คมิกกี้ตัวจริง นี่สงสัยจะหงุดหงิดหนัก” ตอนแรกว่าจะขึ้นไปเอนหลังข้างบน แต่เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน เดินเข้าไปที่ห้องพักผ่อนที่ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังนั่งหงอยอยู่คนเดียว เพราะไม่มีใครเข้ามาคุยด้วย ยูฮวานก็อยู่ข้างบน ยูริก็ออกไปธุระข้างนอก
“หนูจุนซู พี่เขาออกไปธุระเดี๋ยวตอนเย็นจะกลับมากินข้าวด้วย หนูรออยู่ที่นี่ก่อนนะจ้ะ” คุณนายปาร์คนั่งลงข้างๆว่าที่ลูกสะใภ้
“เอ่อ ถ้างั้นผมกลับก่อนดีกว่าครับ คงไม่อยู่รบกวนคุณนะ..”
“คุณอะไรนะ”
“คุณแม่ครับ” จุนซูตอบ
“ไม่ รบกวนจ้ะ เดี๋ยวจะให้จัดของว่าง ทานของว่างเป็นเพื่อนแม่ก่อนดีกว่า เดี๋ยวตอนเย็นค่อยทานมื้อใหญ่” คุณนายปาร์คเอื้อมมือไปหยิบระฆังใบเล็กขึ้นมาสั่น สักพักก็มีสาวใช้คลานเข้ามาใกล้
“จัดของว่าง3ที่ ที่เทอร์เรสข้างนอก เรียกคุณริกกี้ลงมาด้วยนะ”
“เจ้าค่ะ”
“ไปลูก ไปคุยกับแม่ทางโน้นดีกว่า” คุณนายปาร์คจูงมือคนตัวเล็กเดินไปที่ระเบียงด้านนอก สักพักยูฮวานก็ตามมาสมทบ
“พี่มิกกี้ล่ะฮะคุณแม่”
“ออกไปข้างนอก ริกกี้อยู่คุยกับพี่เขาก่อนสิ ปล่อยพี่เขานั่งคนเดียวได้ยังไง”
“ริก กี้ขอโทษ พอดีพี่ชางมินโทรมาริกกี้เลยขึ้นไปรับข้างบน นึกว่าพี่มิกกี้ลงมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว” ริกกี้หันไปยิ้มให้กับคนตัวเล็ก ใช้เวลานั้นสำรวจเครื่องหน้าของว่าที่พี่สะใภ้ จริงอย่างทีคุณแม่ว่าแหะ ถ้าเอาชุดประหลาดนี่ออกไป พี่จุนซูก็หน้าตาหน้าเอ็นดูดีจะตาย มิน่าพี่เขาถึงได้หลง
“หนูจุนซู แม่ถามอะไรหน่อย อย่าโกรธแม่นะจ้ะ”
“อะไรครับ”
“คือ แม่อยากรู้ว่า ทำไมหนูถึงแต่งตัวแบบนี้จ้ะ พี่เขาบังคับงั้นเหรอ” จุนซูพยักหน้า น่านไง พ่อลูกชายตัวดีกะแกล้งแม่ขนาดให้คนแต่งตัวเรทโทรประชดแม่เลย
“แต่ ก็ไม่เชิงหรอกครับ เพราะชุดนี้ผมใส่ไปทำงานทุกวัน” คุณนายปาร์คกับริกกี้หันมามองหน้ากัน นี่แสดงว่าลูกชายฉันเริ่มเพี้ยนแล้วสิ ไอ้เราก็นึกว่าแต่งวันนี้วันเดียว เห็นจูบกระชากตับขนาดนั้น นี่ฉันกดดันลูกมากไปหรือเปล่าเนี่ย
“เอ่อ แต่งนานแล้วเหรอจ้ะ”
“ก็ 2-3ปีครับ”
“2-3ปี แล้วเมื่อก่อนไม่ได้แต่งแบบนี้เหรอจ้ะ”
“ครับ เมื่อก่อนผมก็แต่งแบบธรรมดา แต่ตอนนี้กำลังปลื้มเรทโทร ผมก็เลยแต่งอย่างนี้”
“แล้วตอนไปสมัครงานพี่มิกกี้ไม่ว่าอะไรเหรอฮะ” ยูฮวานถามบ้าง
“ก็ไม่นี่ เจ้านายยังสนับสนุนให้แต่งแบบนี้มาหาคุณแม่เลย” จุนซูเริ่มเรียกคุณแม่ได้คล่องปาก
“พี่ยูชอนสิจ้ะ น่าตีจริงๆ” คุณนายปาร์คตีเบาๆที่หลังมือคนตัวเล็ก
“แต่ผมติดแบบนั้นนี่ครับ”
“ไม่ ได้ ทีหลังต้องเรียกพี่ยูชอนนะ จำไว้อย่าให้แม่ได้ยินคำว่าเจ้านายจากปากหนูอีก แล้วก็ไม่ต้องมาผมๆตลอด ดูห่างเหิน เรียกตัวเองว่าจุนซูสิ น่ารักดีแม่ชอบ”
“ครับ” จุนซูรับคำอ่อยๆ
“แม่ รู้ว่าหนูจุนซูคงจะชอบแบบนี้ แต่เอางี้นะจ้ะ แม่ขอให้หนูจุนซูเลิกแต่งตัวแบบนี้สักวันได้ไหม แม่อยากเห็นหนูแบบธรรมดาไม่ใช่แบบเรทโทรน่ะจ้ะ” คุณนายปาร์คเริ่มเข้าเรื่อง
“แต่ผมเอ้ย จุนซูไม่มีชุดเปลี่ยนนี่ฮะ”
“ไม่ เป็นไร ก่อนจะถึงเวลาอาหารค่ำตั้งนาน เดี๋ยวทานอาหารเสร็จแล้วแม่จะพาหนูไปช้อปปิ้ง แล้วถ้าแต่งออกมาแล้วแม่ชอบ หนูต้องเลิกแต่งเรทโทรนะ แม่ไม่ปลื้มน่ะจ้ะ” จุนซูทำหน้ามุ่ย นี่เขาต้องกลับไปใส่เสื้อรัดติ้วอีกแล้วเหรอ เฮ้อ~ ทำไมไม่มีใครเข้าใจแฟชั่นของเขาเลย แต่ทำได้แค่พยักหน้า เพราะจุนซูไม่เคยขัดใจผู้ใหญ่
“ฮะ ก็ได้ฮะจุนซูจะเลิกแต่ง กลับไปแต่งขาเดฟเอวลอยเหมือนเดิมก็ได้”
“หา~ พี่จุนซูเคยแต่งแบบนั้นด้วยเหรอฮะ” ยูฮวานมองแบบไม่เชื่อ
“เคยสิ แต่เบื่อก็เลยแต่งแบบนี้แทน มันตรงกันข้ามกันดี” จุนซูตอบ
“เอา อย่างนี้ แม่จะเลือกชุดให้ใหม่สักเซ็ทนึง ไม่ต้องเปรี้ยวเข็ดฟันอย่างที่หนูเคยแต่ง เอากลางๆดีไหม แค่น่ารักสมวัย อ้อ แล้วแว่นนี่แม่ขอนะ ตาหนูสั้นมากเหรอจ้ะถึงได้ใส่แว่นตาแมลงวันอย่างนี้” คุณนายปาร์คถาม
“เปล่าหรอกฮะ จุนซูไม่ได้สายตาสั้น แค่แต่งให้มันเข้าชุดกัน”
“นึกว่าสั้น ไม่งั้นจะส่งไปทำเลสิค” จุนซูแอบเบ้ปาก คุณแม่กับลูกชายเหมือนกันเด๊ะ
“ดีๆ งั้นเดี๋ยวทานของว่างเสร็จไปกันเลย ริกกี้อยากเห็นเหมือนกัน”
“อืม~ หนูจุนซูทานไปก่อนนะจ้ะ แม่กับริกกี้ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ว่าแล้วสองแม่ลูกก็เดินควงกันขึ้นไปข้างบน ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งคอตกอยู่คนเดียว
“ทำไมน้า ใครๆก็ไม่เข้าใจจุนซูเลย เค้าอยากแต่งแบบเนี้ยอ่ะ” คนตัวเล็กก้มลงมองชุดของตัวเองปากก็พึมพำเสียงอ่อยๆ
“บ้าย บาย ชุดเรทโทรของฉัน” แล้วก็หันไปสนใจอาหารตรงหน้า เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย สงสัยพี่แจจะแช่ง เลยต้องทนหิวเหมือนกัน
“คุณแม่ๆ คุณแม่ลงทุนกับพี่จุนซูมากเลยนะเนี่ย ไหนบอกว่ายังไม่แน่ใจไง ต้องผ่านคุณสมบัติก่อน” ยูฮวานดึงคุณนายปาร์คเอาไว้ก่อนที่จะเข้าห้อง
“ก็นี่ไง บททดสอบ ถ้าวันนี้ผ่านเท่ากับผ่าน2ข้อ กับ1สมมุติฐานเลยนะ”
“อะไรล่ะฮะ” ยูฮวานงง
“ข้อ แรก ถ้าแต่งออกมาแล้วน่ารัก ก็ผ่านเรื่องหน้าตา ข้อสอง ถ้าไปซื้อของด้วยกันแล้วไม่กรี๊ดกร๊าดกับของหรูๆตรงหน้า ก็ผ่านข้อ ไม่ผลาญสมบัติเราเล่นแน่ๆ แล้วถ้าตามิกกี้กลับมามีปฏิกิริยากับความน่ารักล่ะก็ อันนี้ข้อสมมุติฐานเรื่องมีใจให้ก็ผ่าน”
“แต่แม่ฮะ แค่นี้มันจะไปยืนยันได้ยังว่ามีใจให้ พี่ชายชอบคนสวยๆน่ารักอยู่แล้วนี่” ยูฮวานท้วงติง
“เออนั่นสิ แม่ลืมไป แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ”
“ริกกี้ว่ามันต้องมีตัวเร่งปฏิกิริยา ถ้าเรามีใครสักคนมาสนใจพี่จุนซู แล้วพี่ชายออกอาการหึงโหดล่ะก็ แบบนี้ฟันธงได้เลย”
“แล้วเราจะหาใครมาทำให้มิกกี้หึงโหดล่ะลูก”
“ริกกี้มี เดี๋ยวริกกี้จัดการเอง ระดับความเป็นเพลย์บอยอาจไม่เท่า ที่เรื่องแกล้งเพื่อนนี่ถนัดนัก” ยูฮวานยิ้มเจ้าเล่ห์
“โอเค แยกย้ายกันไปแต่งตัว อ้อ โทรหายูริด้วย ถามให้แน่ๆว่าอยู่ฝ่ายไหน ไม่งั้นไม่ต้องบอกแผน”
“ฮะคุณแม่” พูดจบก็แยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ เย็นนี้ต้องมีอะไรสนุกๆให้ดูกันแน่ๆ
%%%%
TBC



สนุกมากๆเลยจ๊ะ
คุณแม่คุณลูกร้ายพอๆกันเลยน้าแต่คุณลูกกำไรเห็นๆ
#1 By patongko (58.8.20.95) on 2010-04-01 08:20