Recommend

[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 6

posted on 29 Mar 2010 05:10 by kameryuichi  in servant

 

 

 

Part 6






จุนซูถูกยูชอนลากออกมาจากห้องรับรอง และตรงกลับไปที่หอพักทันที ใจนึงก็อยากถามคนตัวเล็กเหลือเกินว่า ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ แค่เห็นอดีตคนรับใช้เท่านั้น ทำไมจะต้องไปกอดมันด้วย แค่เห็นหมอนั่นทำท่าทางสนิทสนมกับคนตัวเล็กมากๆ ยูชอนก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นี่ยังไม่นับเจ้ากระต่ายกวนประสาทนั่นอีกคน ทำไมนายถึงได้มีคนมาห้อมล้อมเยอะอย่างนี้นะ ยูชอนคิดในขณะที่ลากจุนซูเดินตามมาด้วย

ทางด้านจุนซู ที่เดินตามแรงลากของยูชอนตั้งแต่ห้องรับรองจนถึงตรงนี้ คนตัวเล็กก็ยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เมื่อกี้คนพวกนี้พูดเรื่องอะไรกัน คู่หมั้น คนรับใช้ตัวจริง นี่มันอะไรกันเนี่ย เท้าของจุนซูหยุดชะงักเมื่อคิดถึงคำว่าคู่หมั้น ยูชอนหันมามองด้วยความสงสัย

“จุนซู”

“ไม่เรียกว่าคุณหนูแล้วเหรอ”

“เอ่อ~ คือ....” ยูชอนไม่รู้ควรจะตอบคำถามนี้ว่ายังไงดี

“ทำไม ตอบมาสิ ทุกทีเห็นเรียกคุณหนูนี่”

“จุนซูนายเป็นไรไป” ยูชอนเปลี่ยนจากจับข้อมือของคนตัวเล็กเป็นจับไหล่บางไว้ทั้งสองข้าง

“เป็นอะไร ฉันควรจะเป็นอะไรดีล่ะ คุณหนูจุนซู หรือคิมจุนซูหน้าโง่ที่โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“ใจเย็นก่อนสิ ฉันไม่ได้หลอกนายนะ”

“ไม่ ได้หลอก แล้วนี่มันอะไร ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าตัวเองเป็นใคร บอกแต่ตัวเองเป็นคนรับใช้เท่านั้น ถ้าซึงรีไม่พูด ชาตินี้ฉันจะรู้เรื่องนี้ไหม” จุนซูสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของยูชอน

“รู้สิ ถึงยังไงนายก็ต้องรู้อยู่แล้ว จุนซูทำไมนายต้องโกรธขนาดนี้ด้วย”

“นายจะให้ฉันดีใจกระโดดโลดเต้นเหรอที่รู้ว่าใครๆก็หลอกตัวเอง”

“ไม่ใช่อย่างนั้น ใจเย็นๆก่อนสิ ฟังฉันก่อน ฉันมีเหตุผลนะ”

“ไม่ ฉันไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ฉันเชื่อใจใครไม่ได้เลยใช่ไหม ทำไมล่ะ ทำไมใครๆก็ต้องหลอกฉัน ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียไป ไม่มีใครจริงใจกับฉันเลยใช่ไหม”

“ไม่ใช่นะ จุนซูฟังฉันก่อน ฟังสิ ฉันจริงใจกับนาย ฉันมาที่นี่เพื่อดูแลนาย จะให้ฉันบอกว่าเป็นคู่หมั้นนายตั้งแต่แรกนายจะเชื่อฉันไหม”

“ไม่รู้ ฉันไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ” จุนซูวิ่งไปจากตรงนั้นทันที

“จุนซู จุนซู” ยูชอนกำลังจะวิ่งตามจุนซูไป แต่คนของเขาก็มาเรียกไว้ซะก่อน

“ท่านยูชอนครับ”

“มีอะไร” ยูชอนถามด้วยความหงุดหงิด

“พวกเราไปตรวจดูความเรียบร้อยของสถานที่ทดสอบเรียบร้อยแล้วครับ ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ”

“อืม ขอบใจมาก ยังไงคืนนี้ช่วยดูๆไว้ด้วยล่ะ ตอนกลางคืนมันมืด ถ้ามีใครแฝงตัวมา เราอาจจะไม่รู้ตัว อ้อ สั่งให้คนตามคุณหนูจุนซูไปด้วย ไม่รู้ว่าวิ่งไปทางไหนแล้ว รู้เรื่องยังไงโทรมาบอกฉันทันที”

“ครับท่านยูชอน” บอร์ดี้การ์ดโค้งก่อนที่จะลับตัวหายไป

“เฮ้อ ไม่คิดว่าจะโกรธขนาดนี้ ทำยังไงดีล่ะเนี่ย” ยูชอนได้แต่ยืนถอนใจอยู่ตรงนั้น

จุน ซูวิ่งมาได้สักพักก็หมดแรง ทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ตัวนึงแถวนั้นสมองก็คิดวกวนไปมาด้วยความสับสน ทำไมชีวิตของเขาถึงได้เปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ พ่อครับแม่ครับ จุนซูจะทำยังไงดี เชื่อใครไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม ไม่มีใครที่จริงใจกับเราเลยสักคน แม้แต่ยูชอน คนที่เราคิดว่าเราเชื่อได้ แต่เขาก็เชื่อไม่ได้เหมือนกัน ทำไมต้องหลอกเราด้วย ทำไม

“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในนี้” เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้น ทำให้จุนซูสะดุ้งตกใจ

“ว่าอะไรนะครับ” จุนซูหันไปพบกับผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาในชุดขาวบริสุทธิ์ กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความไม่พอใจ

“ผมถามว่าใครอนุญาตให้คุณเข้ามา”

“เอ่อ คือ ไม่มีหรอกครับ ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวเหรอครับ ผมขอโทษจริงๆ นึกว่าเป็นที่ของโรงเรียน” จุนซูลุกขึ้นยืนก้มตัวของโทษอีกฝ่ายที่เขาบุกรุกเข้ามาในพื้นที่คนอื่น

“ที่นี่เป็นที่พักของท่านลูเซีย คนที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาไม่ได้ เด็กใหม่หรือไงเราถึงไม่รู้เรื่องนี้”

“ครับ ผมเพิ่งย้ายเข้ามาไม่กี่วันเลยไม่รู้จริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

“พอได้แล้วชีวอน ไปดุเขาทำไม” เสียงหวานใสปรามขึ้น พร้อมร่างสาวน้อยน่ารักบนรถเข็นปรากฏตัวข้างหลังชายชุดขาว

“ท่านลูเซีย” ชีวอนก้มตัวและถอยหลังไปยืนข้างหลัง

“ผมขอโทษจริงๆนะครับที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ผมไม่รู้จริงๆ” จุนซูก้มตัวขอโทษสาวน้อยตรงหน้าอีกที

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก็พี่จุนซูเพิ่งย้ายเข้ามานี่คะ” เด็กสาวตรงหน้ายิ้มให้อย่างอ่อนหวาน

“รู้จักผมด้วยเหรอครับ”

“รู้จักสิคะ เราเป็นญาติกันทำไมฉันจะไม่รู้จัก ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ฉันคิมซอฮยอนค่ะ เป็นหลานบุญธรรมของคุณปู่ค่ะ”

“หลานของคุณปู่เหรอ คุณปู่มีหลานอีกคนเหรอเนี่ย” จุนซูพูดด้วยความตื่นเต้น เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบญาติตัวเอง

“ค่ะ แต่ซอฮยอนไม่ใช่หลานแท้ๆหรอกค่ะ คุณปู่รับมาเลี้ยงเพราะไม่มีทายาทสืบตระกูล แล้วก็สงสารฉันเจ็บออดๆแอดๆประจำด้วยค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณซอฮยอน” จุนซูยิ้มให้กับสาวน้อยตรงหน้า

“ทำไมต้องพูดเป็นทางการขนาดนั้นคะพี่จุนซู เรียกซอฮยอนเฉยๆก็ได้ค่ะ ฉันเป็นน้องพี่นะคะ”

“แต่ผมเอ้ย พี่ยังไม่ชินนี่ครับ” ซอฮยอนหัวเราะเสียงใส

“เถอะค่ะเดี๋ยวก็ชิน แล้วพี่จุนซูมาทำอะไรแถวนี้คะ หรือว่าหลงทาง”

“คือพี่เดินมาเรื่อยๆ ไม่ทันได้มองทางเลยมาโผล่แถวนี้ พี่ไม่รู้จริงๆว่าตรงนี้เป็นเขตหวงห้าม”

“ไม่ ได้ห้ามอะไรหรอกค่ะ เพราะชีวอนนี่แหละทำให้ฉันไม่ค่อยมีเพื่อน คอยกันคนโน้นคนนี้ตลอดเวลา พี่จุนซูเข้ามาได้เสมอเลยนะคะ ฉันเหงาจะแย่” ซอฮยอนทำหน้าหน่ายๆคนรับใช้ของตัวเอง

“ก็ท่านลูเซียไม่ค่อยแข็งแรง นี่ครับ ถ้าใครเอาเชื้ออะไรมาติดจะทำยังไง” ชีวอนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ผิดกับเมื่อกี้ที่ตะคอกเขาลิบลับ

“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย เข้าไปข้างในกันไหมคะพี่จุนซู ฉันจะได้คุยกับพี่นานๆหน่อย เย็นนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอคะ”

“เอ่อ...” จุนซูยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงทุ้มๆที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น

“จุนซู” ยูชอนรีบวิ่งเข้ามาหาจุนซู แต่คนตัวเล็กก็เมินไปทางอื่นอยู่ดี

“จุน ซู หายโกรธฉันเถอะ” ยูชอนมองแต่คนตัวเล็กตรงหน้าเท่านั้นโดยไม่สนใจเลยว่าตรงนั้นมีใครอยู่บ้าง ทำให้หญิงสาวบนรถเข็นรู้สึกน้อยใจมากๆ ที่พี่ยูชอนไม่เคยสนใจมองเธอสักนิด

“พี่ ยูชอนคะ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” ซอฮยอนเอ่ยทัก ตั้งแต่งานหมั้นเมื่อปีที่แล้ว เธอก็ไม่ได้เห็นหน้ายูชอนอีก คู่หมั้นของเธอเอาแต่ทำงานอย่างเดียว ไม่เคยมาหาเธอเลยสักครั้ง

“อ้าว ซอฮยอน กลับจากอเมริกาแล้วเหรอ” ยูชอนที่เพิ่งหันไปเห็นยิ้มให้ ซอฮยอนยิ้มกว้างตอบทั้งที่ในใจกำลังเจ็บปวด ถ้าฉันไม่เรียกพี่ก็คงไม่เห็นฉันสินะ

“ค่ะ ตอนแรกว่าจะไปรักษาตัวที่โน่น แต่ได้ข่าวว่าพี่จุนซูจะมาเรียนที่นี่ ก็เลยกลับมาทักทายญาติสักหน่อย พี่ยูชอนเข้ามาทำอะไรที่นี่คะ” ซอฮยอนถามและกลั้นใจรอคำตอบ ขออย่าให้เป็นอย่างที่รู้มาเลย

“พี่มาดู แลจุนซูน่ะ รู้จักกันแล้วใช่ไหม” คำตอบของยูชอนทำให้ซอฮยอนขยำผ้าที่พาดอยู่บนตักอย่างลืมตัว สายตาที่มองไปยังยูชอนมีแต่แววตัดพ้อ แต่ร่างสูงไม่ทันได้เห็น เพราะทันทีที่พูดจบเขาก็หันไปมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ

“รู้จักกันแล้วค่ะ ฉันกำลังจะชวนพี่จุนซูเข้าไปดื่มชาด้านใน เชิญพี่ยูชอนด้วยสิคะ”

“คง ไม่ได้หรอกซอฮยอน พอดีเรามีเรื่องต้องคุยกันนิดหน่อย แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงต้องไปสนามทดสอบความกล้าด้วย” ยูชอนหันมาตอบเพราะตอนนี้คนตัวเล็กยืนเงียบอย่างเดียวไม่พูดอะไรทั้งนั้น

“เหรอคะ น่าเสียดายจัง ขอให้สนุกนะคะ” ซอฮยอนยิ้ม

“ขอบใจ ไปเถอะจุนซู” ยูชอนหันไปพูดกับคนตัวเล็ก

“แต่ พี่จะดื่มน้ำชาด้วย เหลือเวลาอีกนานเลยกว่าจะถึงเวลาทดสอบความกล้า เราไปคุยกันข้างในดีกว่า” จุนซูเดินนำเข้าไปข้างใน แต่ยูชอนคว้ามือคนตัวเล็กไว้ก่อน

“อย่าดื้อสิ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“ไม่ ฉันไม่มีอะไรจะคุย” จุนซูพยายามแกะมือออกจากการเกาะกุมของมือใหญ่ ยูชอนยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูคนตัวเล็กที่ดิ้นไปดิ้นมาเพื่อให้หลุดรอด จากการเกาะกุม

“แต่ฉันมี ถ้านายไม่ยอมเดินตามไปดีๆ ฉันจะอุ้มนายไปแทนเลือกเอา” จุนซูหยุดดิ้นทันที ได้แต่มองยูชอนด้วยสายตาโกรธๆ ยูชอนยกยิ้มนิดๆด้วยความพอใจที่จัดการกับความพยศของคนตัวเล็กได้

“พี่ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” หันไปลาซอฮยอนก่อนจะลากคนตัวเล็กตามไป

“เดี๋ยว สิ ฉันยังไม่ได้ลาน้องเลยนะ ปล่อยนะ อย่าดึงแรงสิ เจ็บ” เสียงจุนซูดังประท้วงไปตลอดทาง แต่ร่างสูงก็ไม่ใส่ใจ จับมือคนตัวเล็กเดินไปจากที่นั่นทันที

ภาพทั้งหมดอยู่ในสายตาซอ ฮยอนตลอดเวลา ตั้งแต่ภาพการจับมือ ก้มหน้าเข้าไปกระซิบอะไรกันสักอย่าง จนถึงรอยยิ้มพึงพอใจของร่างสูงที่แม้แต่คู่หมั้นอย่างเธอก็ไม่เคยได้เห็น รอยยิ้มและสายตาที่ดูอบอุ่น มีความหมายหลายๆอย่างซ่อนในนั้น ทำไมพี่ไม่เคยทำอย่างนี้กับฉันบ้าง พี่ไม่รู้หรือไงว่าฉันรักพี่แค่ไหน ซอฮยอนขยำผ้าบนตักแน่นขึ้นอีก

“ท่านลูเซีย” ชีวอนเดินเข้ามาใกล้

“ทำไม ทำไมเขาไม่เคยทำแบบนั้นกับฉันบ้างชีวอน ทำไม ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมพี่ยูชอนถึงไม่เคยมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น”

“ท่านลูเซียครับ อย่าคิดมากเลยครับ เดี๋ยวอาการกำเริบ”

“ใช่ สิ เพราะฉันมันอ่อนแอใช่ไหม ใครๆก็เลยไม่รักฉัน คุณปู่ก็เหมือนกัน พอรู้ว่ามีหลานตัวจริงก็ยกเลิกการหมั้นระหว่างฉันกับพี่ยูชอน ไม่ถามฉันสักคำว่าฉันเต็มใจไหม ทำไมเขาต้องมาแย่งทุกคนไปจากฉันด้วย ทำไม”

“ไม่ มีใครแย่งท่านยูชอนไปจากท่านลูเซียได้หรอกครับ ผมรับรองว่าท่านยูชอนจะต้องกลับมาหาท่านลูเซียแน่นอน” ชีวอนนั่งลงกุมเมือที่สั่นเทาของสาวน้อยตรงหน้าไว้

“จริงนะชีวอน”

“ครับ ท่านลูเซียต้องรอนะครับ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ผมสัญญาว่าผมจะทำทุกอย่างเพื่อท่านลูเซีย”

“ขอบ ใจเธอมากนะชีวอน มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่เข้าใจฉัน” ซอฮยอนยิ้มให้ชีวอน เท่านี้ก็ทำให้เขาพอใจแล้ว เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อรอยยิ้มของเธอ ถึงแม้เธอจะไม่เคยหันมามองเขาเลยก็ตาม

“เข้าไปข้างในกันเถอะครับ อากาศเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีก” ซอฮยอนพยักหน้า ชีวอนเข็นรถเข็นเข้าไปในบ้านพักช้าๆ

“ชีวอน วันนี้ฉันจะไปที่สนามทดสอบด้วยดีกว่า”

“จะไปทำไมครับ เดี๋ยวคุณหนูก็ไม่สบายใจอีก”

“ฉันรู้ แต่ฉันอยากเห็นหน้าพี่ยูชอนนี่ ถึงแม้ที่นั่นจะมีคิมจุนซูด้วยก็ตาม”

“ถ้างั้นก็ได้ครับท่านลูเซีย”


“ยูชอนบอกให้ปล่อยไง” จุนซูขืนตัวไว้สุดชีวิต หลังจากที่เดินห่างจากที่พักของซอฮยอนมาได้สักพัก

“จุนซู ใจเย็นๆก่อนได้ไหม ฟังฉันก่อน ทีหลังอย่าวิ่งออกมาแบบนี้อีก มันอันตราย” ยูชอนหันมาหาคนตัวเล็กที่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาเขา

“ช่างฉันสิ ไม่ต้องมาสนใจฉันหรอก” จุนซูก้มหน้าก้มตาตอบ

“จะไม่ให้สนใจได้ไง นายเป็นคู่หมั้นฉันนะ ไม่ให้สนใจนายแล้วจะให้สนใจใครเล่า” คนตัวเล็กเงียบไปอีก

“จุนซู ที่ฉันไม่บอกนายเพราะกลัวนายจะไม่เชื่อ ไม่ใช่จะโกหกนายนะ ถ้าฉันบอกว่าเป็นคู่หมั้น นายจะเชื่อฉันไหมล่ะ”

ยู ชอนเชยคางจุนซูขึ้นมาเผชิญหน้ากัน คนตัวเล็กอึ้งไปครู่นึงเมื่อคิดถึงเหตุผลที่ยูชอนพูด มันก็จริงอยู่ ถ้าเขาได้ยินอย่างนั้นตั้งแต่แรกเขาก็คงไม่ยอมมาด้วยหรอก แต่เพราะยูชอนอ้างว่าคุณปู่ส่งมา เขาก็เลยวางใจ และเวลานั้นนอกจากยูชอนแล้ว เขาก็ไม่เห็นใครเป็นที่พึ่งได้อีก ยูชอนเห็นว่าจุนซูไม่ได้เกี้ยวกราดอะไร ก็ค่อยๆพูดกับคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ฟังนะ ฉันขอให้นายเชื่อฉัน ฉันจริงใจกับนาย ฉันไม่ได้คิดร้ายกับนายนะจุนซู” จุนซูจ้องเข้าไปในตายูชอน

“แล้วเรื่องคู่หมั้นล่ะ นายหมั้นกับฉันได้ยังไง ฉันเพิ่งเคยเจอนายวันแรกที่โรงพยาบาลเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยนะ”

“จะ ว่าเราไม่รู้จักกันก็ไม่ถูก ฉันรู้จักนายนะจุนซู คุณปู่ฝากให้ฉันดูแลนายอยู่ห่างๆ เพื่อมีอะไรเกิดขึ้น ฉันส่งคนไปดูแลนายตลอด อย่างน้อยคนของฉันก็ถ่ายภาพของนายส่งถึงฉันทุกวัน ถึงแม้เรายังไม่ได้หมั้นกันเป็นทางการ แต่นายก็เป็นว่าที่คู่หมั้นของฉัน”

ฟัง มาถึงตรงนี้ จุนซูก็เริ่มรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนขึ้นมาเฉยๆอย่างช่วยไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะคำว่าคู่หมั้น หรืออาจจะเป็นเพราะสายตาของยูชอน ที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ จุนซูเสมองไปทางอื่นเพราะรู้สึกว่าเขาสู้ตาของยูชอนไม่ได้อีกแล้ว

“ขอเวลาฉันหน่อยได้ไหม ฉันปรับตัวไม่ทัน ตั้งแต่พ่อกับแม่ตาย มีหลายเรื่องเกิดขึ้นในชีวิตฉัน ฉันสับสนมากๆ”

“ได้ สิ ขอให้นายไม่โกรธฉันก็พอแล้ว เราดีกันนะ” ยูชอนยกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มประจบเต็มที่ หวังให้คนตัวเล็กหายโกรธ แต่จุนซูก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ยูชอนเลยเปลี่ยนเป็นเอื้อมมือไปใช้นิ้วก้อยเกี่ยวนิ้วก้อยของจุนซูเอาไว้แทน

“ถือว่าเราดีกันแล้วนะ กลับหอกันเถอะ เดี๋ยวจะต้องไปทดสอบความกล้ากันอีก” ยูชอนออกเดินทั้งๆที่นิ้วก้อยยังเกี่ยวกับนิ้วก้อยของจุนซูไปอย่างนั้น จนถึงที่พัก โดยที่คนตัวเล็กก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่เดินตามไปเฉยๆ

ยู ฮวานและแจจุงที่นั่งรออยู่นานชักร้อนใจ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อวานอีก ทั้งสองคนจึงชวนคนรักของตัวเองไปรอจุนซูที่หน้าหอพัก สักพักเขาก็เห็นคนทั้งคู่เกี่ยวก้อยจูงมือกันมาแต่ไกล ทำให้รู้สึกโล่งออก ยูฮวานและแจจุงวิ่งเข้าไปหาจุนซู

“เฮ้อ ฉันนึกว่านายจะเป็นอะไรไปซะแล้ว หายไปตั้งนาน” ยูฮวานพูดขึ้น

“นั่นสิ เราเป็นห่วงแทบแย่ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”แจจุงยิ้ม แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากจุนซู

“จุนซู เป็นอะไรไป” แจจุงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนตัวเล็ก

“ฉันขอตัวก่อนนะ” จุนซูแกะมือออกจากยูชอนเดินเลี่ยงเข้าไปในหอพัก

“พี่ยูชอน เกิดอะไรขึ้น” ยูฮวานเข้ามาเขย่าแขนพี่ชาย

“นั่นสิเกิดอะไรขึ้น” ยุนโฮถามขึ้นบ้าง

“เขารู้แล้วว่าฉันเป็นคู่หมั้น”

“หา~” ทั้งสี่คนตะโกนพร้อมกัน

“มิน่าเล่าถึงไม่คุยกับพวกเราเลย สงสัยต้องโกรธมากแน่ๆ” แจจุงมองไปทางเพื่อนตัวเล็กเดินเข้าไปข้างในแล้ว

“อืม โกรธมากเลย เมื่อกี้กว่าจะง้อได้แทบตาย นี่ยังไม่ยอมพูดอะไรเลยนะ ไม่รู้ว่าหายโกรธหรือยัง บอกแต่ว่าขอเวลาก่อน เขากำลังสับสน” ยูชอนถอนใจหนักๆ

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะพี่ ให้พวกเราเข้าไปคุยกับเขาไหม” พูดจบยูฮวานก็ทำท่าจะตามจุนซูไป

“ปล่อยเขาไปสักพักดีกว่า เดี๋ยวพอเขาอารมณ์เย็นเขาก็คงยอมคุยกับเราเองแหละ” ชางมินรั้งคนรักเข้ามาใกล้

“เรา ก็คงต้องรออย่างที่ชางมินว่า ว่าแต่นายเถอะ ไปทำอีท่าไหนเขาถึงได้รู้ล่ะ อย่าบอกนะว่าไปอ้างสิทธิ์เป็นคู่หมั้นลวนลามเขาน่ะเขาถึงได้โกรธ” ยุนโฮหันมาถามตัวการ

“นั่นสิ เมื่อกี้ยังจะจูบเขาต่อหน้าเราเลย พี่ทำอย่างนั้นใช่ไหม” ยูฮวานหันมาเล่นงานพี่ชาย

“เฮ้ย~ จะบ้าหรือไง ใครมันจะไปทำอย่างนั้น ไอ้อดีตคนรับใช้ต่างหากมันเป็นคนบอก หนอย~ ถ้ารู้ว่าเป็นซึงรีนะ ฉันไม่มีทางปล่อยให้ไปหาหรอก เจอกันปุ๊บกอดกันซะกลมดิ๊ก จะคิดถึงอะไรกันนักกันหนา อย่างนี้ไงพวกคุณชายทั้งหลายถึงต้องมาเฝ้ากันเอง เกือบถูกซิวไปแล้วไหมล่ะ แถมยังทำเรื่องทิ้งไว้อีก” ยูชอนพูดอย่างอารมณ์เสีย

“หึงหรือไง” ยูฮวานแซว หันไปมองทุกคนยิ้มๆ

“ใครหึง”

“ก็นายนั่นแหละ ออกนอกหน้าซะขนาดนั้น ฉันเห็นตั้งแต่ตอนซองมินกอดแล้ว แทบจะถลาเข้าไปแยกเลยนี่” ยุนโฮพูด

“ฉันไม่ได้หึง ฉันไม่ได้คิดอะไรกับจุนซูสักหน่อย แค่สงสารที่ไม่มีใคร พ่อแม่ก็เพิ่งเสีย ก็เท่านั้นเอง” ยูชอนตอบเลี่ยงๆ

“แค่สงสาร แล้วไอ้ที่แสดงมาตั้งแต่ต้นเขาเรียกว่าอะไร ไม่ได้คิดเลยนะ เด็กอนุบาลยังดูออกเลย” ชางมินว่า

“ชางมินอ่า~ พูดอย่างนี้ก็แย่สิ จุนซูเขาก็ต้องเป็นยิ่งกว่าเด็กอนุบาลน่ะสิถึงได้ดูไม่ออกอ่ะ” ยูฮวานหัวเราะคิกคัก

~โป๊ก~

“โอ้ย~ พี่ มันเจ็บนะ”

“ดี สม ไปว่าเขาทำไม ใครจะมันจะแก่แดดเหมือนเราล่ะ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ คราวนี้ไม่ต้องกลัวว่าจุนซูจะรู้แล้ว พี่จะได้จัดการเราได้ถนัดๆหน่อย”

“ชางมินอ่า~ พี่ยูชอนแกล้งอ่ะ” ยูฮวานหันไปกอดคนรักทำท่าออดอ้อนทันที

“หนอย~ ว่าอยู่เมื่อกี้พูดไม่ทันขาดคำเลยนะ”

“พอๆๆ เลิกทะเลาะกันเป็นเด็กๆได้แล้ว ฉันว่าเราน่าจะเข้าไปดูจุนซูกันหน่อย ถ้าปล่อยไว้อย่างชางมินว่าคงจะไม่ดีแน่ๆ อีกอย่างเดี๋ยวเราต้องไปที่สนามทดสอบแล้วนะ” แจจุงที่ยืนมองอยู่นานขัดขึ้น

“งั้นเดี๋ยวเราสองคนเข้าไปแล้วกัน พวกพี่ยืนรออยู่นี่แหละ”

“ฝากด้วยนะ” ยูชอนเอ่ยปาก

“ไม่ ต้องห่วง หน้าที่หว่านล้อมว่าที่พี่สะใภ้ยกให้เป็นหน้าที่เค้าเอง” ยูฮวานกับแจจุงพยักหน้าให้กัน ก่อนจะเดินเข้าไปในหอพักทิ้งให้พวกหนุ่มๆยืนลุ้นอยู่ด้านนอก โดยเฉพาะตัวต้นเรื่องที่ลุ้นมากกว่าใคร


~ก๊อกๆๆ~

“ใครครับ” เสียงจุนซูตะโกนมาจากในห้อง

“ฉันเอง แจจุงกับยูฮวาน ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” แจจุงตะโกนตอบ เงียบไม่มีเสียงตอบจากคนตัวเล็ก

“จุนซู จุนซู” ยูฮวานลองเรียกซ้ำ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบจากข้างในอีก

“จุนซู เรารู้ว่านายโกรธ แต่ฟังเราก่อนได้ไหม”

แจ จุงพูดขึ้นแต่ก็เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากคนตัวเล็ก รออยู่นานจนพวกเขาเริ่มถอดใจ กำลังจะหันหลังกลับก็ได้ยินเสียงปลดล็อคก่อนที่ประตูบานหนาหนักจะเปิดพร้อม กับใบหน้าน่ารักของคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้ดูยังไงมันก็เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ถึงแม้เจ้าตัวจะพยายามเช็ดมันออกไปแล้วก็ตาม

“จุนซู ร้องไห้ทำไม” แจจุงรั้งเพื่อนตัวเล็กเข้ามากอด

“ฉันไม่รู้ ฉันคิดอะไรไม่ออก ฉันสับสน แล้วอยู่ดีๆน้ำตามันก็ไหลออกมา” จุนซูพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นนิดๆ

“ไม่ต้องร้องนะ มีอะไรบอกเราสิ เรายินดีช่วยนายเสมอ” ยูฮวานเดินเข้ามาลูบหลังลูบไหล่คนตัวเล็ก

“ฉันเชื่อพวกนายได้เหรอ พวกนายก็ร่วมมือกับยูชอนหลอกฉันเหมือนกัน” จุนซูผละออกจากแจจุง

“เชื่อได้สิ เราไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนายนะ แต่มันจำเป็น อีกอย่างเราก็ไม่รู้จะบอกยังไง คิดว่าพี่ชายคงจัดการเรื่องนี้ได้” ยูฮวานพูด

“พี่ชาย ในที่สุดนายก็รับแล้วใช่ไหมว่าเป็นพี่น้องกัน”

“เฮ้อ~ จุนซู ฉันขอโทษนะ ใช่ฉันกับพี่ยูชอนเป็นพี่น้องกัน แต่จะให้ฉันรับตั้งแต่แรกได้ยังไง ในเมื่อนายเข้าใจว่าพี่ยูชอนเป็นคนใช้ แล้วคนใช้จะมีน้องชายเป็นคุณหนูได้ที่ไหนล่ะ นายเข้าใจฉันใช่ไหม” จุนซูก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร แจจุงเดินเข้าไปใกล้เพื่อนตัวเล็ก จับมือไว้ทั้งสองข้าง จูงมือพาไปนั่งที่เตียง

“ฉันรู้ ว่านายโกรธเราที่เราหลอกลวงนาย เป็นฉัน ฉันก็คงโกรธเหมือนกัน แต่นายลองคิดดูสิ ว่าที่พวกเราทำไปไม่ได้คิดร้ายอะไรกับนายเลยนะ ฉันรู้ว่านายโดนอะไรมาบ้าง ทั้งเรื่องพ่อแม่ เรื่องโดนแกล้ง” จุนซูเงยหน้าขึ้นมอง

“ไม่ต้องสงสัยหรอก ยูชอนเล่าให้เราฟังหมดแล้ว ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับนาย เราทุกคนเป็นห่วงนายกันทั้งนั้น ทั้งฉัน ยูฮวาน ยุนโฮ ชางมิน โดยเฉพาะยูชอนเขาต้องทิ้งกิจการทั้งหมดเพื่อมาดูแลนายเองเลยนะ เพราะเขาไม่ไว้ใจคนอื่น อย่างนี้แล้วนายยังโกรธเขาอีกเหรอ”

“แล้วจะ ให้ฉันทำยังไงล่ะ ฉันรู้ว่าพวกนายดีกับฉัน แต่ฉันไม่อยากถูกหลอกอีก แจจุง ครั้งที่แล้วฉันเกือบตายเพราะเชื่อใจคนอื่น แล้วครั้งนี้ฉันก็ถูกหลอกอีก แถมยังเป็นคนที่ฉันไว้ใจที่สุด นายรู้ไหมว่าฉันเสียใจแค่ไหน” น้ำตาที่แห้งไปแล้วกับรื้อขึ้นมาอีกอย่างช่วยไม่ได้

“ฉันรู้ เอาอย่างนี้ไหม นายให้โอกาสพวกเราอีกครั้ง ต่อไปนี้เราจะไม่ปิดบังอะไรนาย เราจะคุยกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องร้ายหรือดี เรามาเริ่มกันใหม่ได้ไหมจุนซู” แจจุงกระชับมือคนตัวเล็กแน่นขึ้นเหมือนดั่งคำสัญญา

“ใช่ เรามาเริ่มกันใหม่นะ ลืมทุกอย่างให้หมด แล้วนับหนึ่งใหม่ คราวนี้จะไม่มีการโกหกกันอีกแล้ว”

ยู ฮวานเข้ามาจับมือจุนซูไว้อีกคน จุนซูมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนราวกับชั่งใจว่า เขาจะเชื่ออีกได้ไหม ถึงจะเป็นระยะเวลาแค่ไม่นานแต่คนที่รอคอยคำตอบทั้งสองคนรู้สึกว่ามันนานมากๆ กว่าที่จะได้เห็นคนตัวเล็กพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้ม

“ก็ได้ ฉันจะเชื่อพวกนาย เรามาเริ่มต้นกันใหม่” ยูฮวานและแจจุงดีใจมากที่จุนซูไม่โกรธพวกเขาแล้ว พร้อมใจกับโถมกอดคนตัวเล็กไว้แน่น

“ขอบใจนะจุนซู ฉันดีใจจริงๆที่นายยกโทษให้เรา” แจจุงพูด

“ฉันก็เหมือนกัน คราวนี้นะ ถ้าพี่ยูชอนรังแกนายอีก บอกฉันได้เลย ฉันจะโทรไปฟ้องหญิงแม่ให้มาจัดการ โทษฐานทำพี่สะใภ้ร้องไห้”

“ฉันไม่ได้เป็นพี่สะใภ้นายสักหน่อย” จุนซูก้มหน้าเพื่อซ่อนความผิดปกติเอาไว้ เพราะตอนนี้เขารู้สึกถึงความร้อนที่หน้าอีกแล้ว

“ทำไมจะไม่เป็น พี่ชายลงทุนมาดูนายเองแบบนี้ฟันธงได้เลย ขนาดคราวที่แล้วซอฮยอนอ้อนวอนแทบตาย พี่ชายยังไม่ยอมมาเลย”

“ซอฮยอนเหรอ ทำไมล่ะ” จุนซูหันมาถามด้วยความสงสัย เขาได้ยินอย่างนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยมีโอกาสถามสักครั้ง

“พี่ เขาหมั้นกับซอฮยอนก่อนที่จะมาหมั้นกับนาย แต่ตอนนั้นพี่เขาไม่เข้ามาดูแลซอฮยอนอย่างนี้หรอกนะ พี่เขาบอกว่างานยุ่ง ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ แต่ที่หมั้นเพราะเกรงใจปู่นาย ซอฮยอนถึงขนาดขอร้องเองเลยแต่พี่เขาก็ไม่มา เขาบอกว่าให้ชีวอนดูแลก็ได้ แต่สำหรับนายนี่พี่เขามาเองเลย วันแรกที่เห็นฉันยังตกใจ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” จุนซูปฏิเสธ แต่ไม่รู้ทำไม ใจเขาถึงได้เต้นเร็วขนาดนี้ กลัวว่ามันจะดังออกมาจนแจจุงกับยูฮวานได้ยินจะแย่อยู่แล้ว

“ว่าแต่ทำไมต้องเกรงใจคุณปู่ด้วยล่ะ คุณปู่กับพี่ชายนายเป็นอะไรกันเหรอ”

“เปล่า หรอก คุณปู่นายรักพี่ชายมากๆ ก็เลยฝากความหวังไว้กับพี่ชาย ปู่นายอยากให้พี่ชายไปช่วยดูแลกิจการของท่าน เลยขอร้องให้หมั้นกับซอฮยอน เวลาเข้าไปจัดการอะไรในบริษัทจะได้ไม่ถูกครหาไงล่ะ”

“ฉันว่าพัก เรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะนะ นี่ก็ใกล้เวลาจะไปทดสอบความกล้าแล้ว นายไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อยเถอะ ออกไปอย่างนี้พวกนั้นคงตกใจแย่” จุนซูหัวเราะ แต่ก็ยอมเข้าไปล้างหน้าโดยดี เพราะตอนนี้เขารู้สึกว่าหน้าร้อนๆ แถมยังใจก็เต้นเร็วมากๆ ขอเวลาไปสงบสติอารมณ์สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน

สักพักทั้งสามคนก็จูง มือกันออกมาที่หน้าหอ ยูชอนคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินออกมาพร้อมกับคนอื่น เดินตรงเข้าไปหาจุนซูทันทีด้วยความดีใจ อย่างนี้แสดงว่าทูตพิเศษยูฮวานทำภารกิจสำเร็จแน่ๆ

“จุนซู” ยูชอนหยุดยืนที่หน้าคนตัวเล็ก

“แจ จุงเราไปกันดีกว่า หมดหน้าที่ของเราแล้ว ปล่อยให้เขาเคลียร์กันเอง” ยูฮวานพยักหน้าให้แจจุง ก่อนจะเดินห่างออกไป ปล่อยให้พี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้คุยกันต่อ

“ชางมินไปกันเถอะ เค้าพูดจนเมื่อยเลย อุ้มหน่อยได้ไหม เหนื่อยอ่ะ” ยูฮวานอ้อนชางมินคิดว่าจะได้ยินเสียงโวยวายจากพี่ชาย แต่ไม่มีเสียงคัดค้านจากพี่ชายตัวดีเลยสักแอะ เพราะตอนนี้ยูชอนตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกไปแล้ว

“ชิ~ไม่สนเราเลย ป่ะ” ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นหลังคนรัก ชางมินได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ ยังไงยูฮวานก็ยังเด็กอยู่ดี แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะได้ออกไปแต่งงานเนี่ย อุตส่าห์ทิ้งงานตามมาติวจะได้จบเร็วๆ สงสัยจะไม่ได้ผลแฮะ

“ขึ้นมาสิ” ยุนโฮย่อตัวลง

“ทำไม”

“ขี่หลังไง ปะเดี๋ยวสู้คู่นั้นไม่ได้ อิจฉา” แจจุงหัวเราะ แต่ก็ยอมขี่หลังคนรักเหมือนกับยูฮวาน

“เอา งี้ไหม ถ้าใครถึงสนามก่อนคนนั้นชนะ” ยูฮวานท้า แต่ชางมินเริ่มเหงื่อตก จะให้เขาแบกเจ้าตัวยุ่งแล้วก็วิ่งแข่งกับหมีถึกเนี่ยนะ แพ้ตั้งแต่ในมุ้งแล้วแบบนี้

“ก็ได้ ถ้าฝ่ายฉันชนะนายจะให้อะไร”

“อืม ถ้านายชนะฉันจะให้ยุนโฮหอมทีนึงดีไหม” ยูฮวานยิ้มเจ้าเล่ห์

“หา!!” เสียงสองหนุ่มตะโกนพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

“ตกใจอะไรกัน ขืนพนันอย่างอื่นชางมินก็ยอมแพ้น่ะสิ เอาอันนี้แหละ จะได้เต็มใจแข่งหน่อย” ยูฮวานหัวเราะ

“งั้น ถ้าฝ่ายนายชนะฉันจะให้ชางมินหอมเหมือนกัน” แจจุงเสนอบ้าง เล่นเอาคนวิ่งทั้งสองคนแทบลมจับ สองคนนี้เป็นอะไรนะ ชอบหาเรื่องแกล้งแฟนตัวเองทุกที

“โอเค ฉันอนุญาต” ยูฮวานเห็นด้วยทันที

“แต่ฉันไม่!!!!” ทั้งสองหนุ่มตะโกนพร้อมกัน

“งั้น ก็วิ่งให้เต็มที่เลยสิ พร้อมนะ ไป” สิ้นเสียงยูฮวานม้าเอ๊ย สองหนุ่มหล่อก็วิ่งกันเต็มเหยียดไปที่สนามทดสอบทันที ไม่สนใจอีกสองคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“จุนซู ไม่โกรธฉันแล้วใช่ไหม” ยูชอนพูดขึ้น แต่คนตัวเล็กก็ยังก้มหน้าเหมือนเดิม นิ้วเรียวจึงเอื้อมไปเชยคางคนตัวเล็กขึ้นมา พบว่ารอบดวงตาตอนนี้มีรอยช้ำเล็กน้อยเนื่องจากผ่านการร้องไห้อย่างหนัก

“ร้องไห้ ทำไม โกรธฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” ยูชอนใช้ข้อนิ้วไล้ไปตามขอบตาแดงช้ำของคนตัวเล็กอย่างนุ่มนวลจนจุนซูรู้สึก ว่าน้ำตาของเขาเริ่มจะรื้อขึ้นมาอีกแล้ว

“ร้องไห้อีกแล้ว ฉันนี่แย่จังนะทำนายร้องไห้ตลอดเลย ครั้งแรกที่เราเจอกันนายก็ร้องไห้ เมื่อวานซืนนายก็โดนแกล้งจนร้องไห้ วันนี้นายก็ต้องร้องไห้เพราะฉันอีกแล้ว ฉันมันไม่ได้เรื่องจริงๆ” จุนซูส่ายหน้าจนผมกระจาย

“ฉันไม่โกรธยูชอนหรอก ฉันเข้าใจแล้วล่ะ”

“งั้น ยกโทษให้ฉันแล้วใช่ไหม ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ทำให้นายร้องไห้อีก ฉันอยากให้นายยิ้มมากกว่า ฉันชอบเวลานายยิ้ม ยิ้มให้ฉันหน่อยสิจุนซู”

จุน ซูพยักหน้า ริมฝีปากบางค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาตามคำขอ ทั้งที่ๆน้ำตายังคงไหลไม่หยุด ยูชอนยิ้มให้คนตัวเล็ก มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าน่ารักเอาไว้ ใช้นิ้วมือเกลี่ยน้ำตาออกให้เบาๆ กว่าจุนซูจะรู้ตัว ใบหน้าคมเข้มก็ค่อยๆก้มลงมาจะชิดใบหน้าน่ารักของเขาอยู่แล้ว จุนซูหลับตาปี๋ยืนตัวแข็งอย่างไม่รู้จะจัดการยังไงกับเหตุการณ์ตรงหน้าดี ได้แต่ยืนนิ่งๆด้วยความตื่นเต้น แต่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะได้แตะกับริมฝีปากบางของคนตัวเล็ก ก็มีเสียงขัดขึ้น

“อะแฮ่ม” ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้ากระต่ายคู่แค้นของสุดหล่อนี่เอง โผล่มาตอนแบบนี้ทุกทีเลยเว่ยเฮ้ย

“ทำอะไรน่ะปาร์คยูชอน” ไม่พูดเปล่ายังลากคนตัวเล็กออกไปจากเขาอีกด้วย

“จุน ซูร้องไห้ทำไม ปาร์คยูชอนแกล้งเหรอ โอ๋ๆๆ” นั่น โอ๋แต่ปากไม่ต้องกอดได้ไหมฮึ่ย~ ยูชอนแทบเต้นเมื่อเห็นซองมินกอดปลอบจุนซูโดยที่คนตัวเล็กก็ไม่ได้ขัดขืนด้วย

“ไม่ได้เรื่องเลย เป็นคนใช้ภาษาอะไรทำคุณหนูร้องไห้ตลอด ป่ะจุนซู ไปกับฉันดีกว่า ฉันจะดูแลนายอย่างดีเลย” ว่าแล้วก็จับมือคนตัวเล็กจูงไปทันที ยูชอนได้แต่ยืนอึ้ง อะไรวะเนี่ยมาถึงก็ลากคนของเขาไปเลย ไอ้กระต่ายนี่ สักพักเขาก็รู้สึกถึงมือหนาตบที่ไหล่2-3ทีเป็นเชิงปลอบใจ

“เสียใจ ด้วยนะ นายน่ะไม่ทันคุณหนูซองมินหรอก รายนั้นถ้าคิดจะขัดล่ะก็ ไม่มีทางปล่อยให้ลอยนวลไปได้หรอก” คยูฮยอนปลอบ พูดจบก็เดินตามคุณหนูของตัวเองไปทันที ปล่อยให้ยูชอนยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียว

“เว้ย~ อารมณ์เสียเฟ้ย ให้มันได้อย่างนี้สิ” ยูชอนตะโกนขึ้นมาอย่างเหลืออด สักวันเขาต้องจัดการเจ้ากระต่ายกวนประสาทนี่ให้ได้ คิดพลางสาวเท้ายาวๆตามคนตัวเล็กไปทันที

%%%%


TBc

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet