Recommend

 

 

Part 6






คุณนักร้องเข้ามานั่งหน้ามุ่ยที่ห้องทำ งานของน้องชายสุดที่รัก(?) สมองน้อยๆกำลังคิดเรื่องที่คุยกับคุณป๋ามาเมื่อกี้ ใบหน้าน่ารักตอนนี้ยุ่งจนดูไม่ได้ ทำให้ชางมินต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ตามปกติถ้าพี่ชายสุดที่รักเข้าไปทะเลาะกับพ่อบังเกิดเกล้าแล้วไม่มีทางมา นั่งหน้ามุ่ยเฉยๆแบบนี้แน่ ต้องมีเรื่องอะไรไม่ชอบมาพากล เลยทำให้คนปรี๊ดตัวแม่ไม่ปรี๊ดแตก แค่นั่งหน้าตูมเท่านั้น

“เป็นอะไรไปพี่” ชางมินอดรนทนไม่ไหวเลยเป็นฝ่ายถามก่อน

“ฉันกำลังใช้ความคิด” คุณนักร้องตอบ

“หา พี่เนี่ยนะใช้ความคิดอยู่ ไม่สบายหรือเปล่าหา” ชางมินลุกจากโต๊ะทำงานเดินมาเอามืออังหน้าผากคนเป็นพี่

“ชิมชางมิน พูดอย่างนี้อยากตายใช่ไหม” คุณนักร้องตวัดสายตามอง เล่นเอาคุณน้องสะดุ้ง

“ครับๆคุณพี่ คุณพี่กำลังคิดอะไรอยู่บอกคุณน้องมาเลยครับ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงคุณน้องทำถวายให้ทุกอย่างแน่ๆ” ชางมินประชด

“ทำให้ฉันดังภายใน3เดือนได้ไหม” จุนซูโพล่งออกมาทันทีที่ชางมินพูดจบ

“หา!!!~ ใครจะไปทำได้ พี่ต้องรอให้ช้างออกลูกเป็นลิงก่อนแล้ว” ชางมินตะโกน

“แต่ แกต้องทำให้ได้ ฉันพนันกับคุณป๋าไว้ ถ้าฉันไม่ดังภายใน3เดือนหลังจากวันออกอากาศเทปแรก ฉันจะต้องกลับไปแต่งงานกับคนที่คุณป๋าเลือกให้ ซึ่งแน่นอน ฉันไม่มีวันทำตามเด็ดขาด”

“โหพี่ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็พอมีหวัง แต่ถ้าเป็นพี่นี่งมเข็มในมหาสมุทรยังง่ายกว่าเล้ย” ชางมินตอบ

“ทำไม คนอย่างฉันมันเป็นยังไง พูดดีๆนะไอ้มิน”

“ก็เป็นคนขี้วีนไง ใครเขาจะทนพี่ได้” พูดจบร่างสูงก็ต้องก้มตัวหลบหมอนอิงที่ลอยหวือข้ามโต๊ะทำงานมาอย่างแม่นยำรวดเร็ว

“นั่นไง ไม่ทันไรทำร้ายร่างกายแล้วเห็นไหม ผมพูดเรื่องจริงพี่ก็ไม่ยอมรับ พี่ไม่เคยยอมรับอะไรเลย พี่ถึงไม่ดังไงล่ะ”

พูด จบก็ก้มลงหลบหมอนใบต่อไป แต่ก็เงียบไร้เงาของระเบิดหมอนเหมือนเมื่อกี้ ชางมินค่อยๆโผล่ศีรษะออกมาดู ก็พบว่าคุณนักร้องกำลังกอดหมดอิงอยู่ไม่พอ ยังเอาปากกัดมุมหมอนอิงไว้อีกข้างด้วย ใบหน้าน่ารักกำลังครุ่นคิดเต็มที่ สักพักคุณนักร้องก็เงยหน้าขึ้น ชางมินสะดุ้งรีบก้มหลบที่เดิม แต่ไม่มีอะไรลอยมา มีแต่เสียงแหบหวานของคุณนักร้องเท่านั้นที่ลอยออกมา

“แล้ว ฉันจะทำยังไงอ่ะ ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้นี่ จะให้มาเปลี่ยนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วอ่ะ เฮ้อ~ ฉันไม่อยากแต่งงาน” คุณนักร้องทิ้งตัวลงนอนดีดดิ้นบนโซฟา

“ถ้าพี่เปลี่ยนไม่ได้ พี่ก็กลับไปแต่งงานซะเถอะ ผมว่าคุณลุงเขาคงหาคนที่เหมาะจะดูแลพี่ให้แน่ๆ” ชางมินปลอบ

“ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอ๊าๆๆๆๆๆ” คุณนักร้องยังคงดีดดิ้นต่อไปทำตัวเหมือนเด็กเวลาถูกขัดใจ

“ฉัน จะแต่งกับคุณชองเท่านั้น คนอื่นไม่แต่งเด็ดขาด โทรไปฟ้องคุณแม่ดีกว่า ว่าคุณพ่อจะบังคับขืนใจ” ว่าแล้วคุณนักร้องก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์คุณหญิงแม่สุดที่รัก

“ว่าไงลูกรัก” เสียคุณหญิงคิมดังมาตามสาย คนตัวเล็กปั้นเสียงอ้อนแม่ทันที

“แม่ ฮะ คุณป๋าใจร้ายอ่ะ คุณป๋าบังคับจิตใจจุนซู” ใบหน้าน่ารักงอง้ำทันทีเพื่อให้สมจริงทั้งที่ไม่จำเป็นเลย เพราะคุณหญิงแม่ไม่มีทางมองเห็น

“ทำไมล่ะจ้ะ มีอะไร เดี๋ยวแม่จัดการให้เอง”

“คุณป๋าบังคับให้จุนซูแต่งงานอ่ะ จุนซูไม่อยากแต่ง”

“อ๋อเรื่องนี้เอง คือ~” คุณหญิงมารดามีท่าทีอักอึก ที่จะตอบคำถามของลูกชายสุดที่รัก

“คุณแม่ต้องจัดการคุณป๋าให้จุนซูนะ จุนซูไม่ยอมอ่ะ” คุณนักร้องยังคงโวยวายต่อไป

“จุนซูจ้ะ ฟังแม่ให้ดีนะ แม่คิดว่า เอ่อ....” เสียงคุณหญิงมารดาขาดหายไป

“อะไรฮะ คุณแม่ ทำไมต้องพูดอึกๆอักๆด้วยอ่ะ”

“คือ แม่จะพูดยังไงดีล่ะ แม่คิดว่า....”

“คุณแม่มีอะไรก็พูดมาสิฮะ”

“จ้ะๆๆ เอางี้นะ แม่ว่าจุนซูลองไปคิดเรื่องแต่งงานใหม่ได้ไหม แม่ว่าหนูควรจะแต่งงานนะลูก คนที่คุณพ่อเลือกเขาก็ดี เก่งมีความสามารถ แม่ว่าเขาจะดูแลลูกได้” คุณนักร้องถึงกับทำหน้าเอ๋อใส่โทรศัทพ์ไป3วิ อะไรเนี่ยทุกทีคุณแม่ต้องเข้าข้างเขาสิ ทำไมจู่ๆวันนี้ถึงเข้าข้างคุณป๋า แถมโฆษณาคุณสมบัติว่าที่สามีให้เรียบร้อย

“คุณแม่ฮะ ทำไมคุณแม่พูดแบบนี้ คุณแม่แปลกๆไปนะฮะ”

“เปล่า จ้ะ แม่คิดว่ามันสำหรับจุนซู แม่ก็เลยสนับสนุนความคิดคุณป๋าน่ะสิจ้ะ อ๊ะ~ จุนซูแค่นี้นะ ถึงที่ช้อปแล้วแม่จะลงไปช้อปก่อน แล้วจะซื้อเสื้อผ้าเจ็บๆไปฝากนะลูกนะ รักลูกจ้ะ” เสียงสัญญาณตัดหายไปทันทีที่คุณหญิงมารดาพูดจบ

“คุณแม่ๆๆๆ “ คุณนักร้องส่งเสียงเรียกลั่นห้อง

“โอ้ย~ ปิดเครื่องทำไมเนี่ย ต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ จู่ๆคุณแม่เข้าข้างคุณป๋าเนี่ย” คุณนักร้องโยนโทรศัพท์ทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์

“ไม่มีใครช่วยแล้วใช่ไหมคุณพี่ ผมว่าคุณพี่แต่งๆไปเถอะน่า” ชางมินพูดหลังจากนั่งฟังคุณนักร้องออดอ้อนแม่อยู่นาน

“ไม่เอา บอกว่าไม่แต่งไง เออชางมิน แกรู้ไหมว่าคุณแม่จะกลับเมื่อไหร่”

“อีก2เดือน ถามทำไมอ่ะพี่”

“2เดือน คุณป๋าให้คุณแม่ไปเที่ยว2เดือนเลยเหรอ มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ” คุณนักร้องใช้ความคิด

“โอ้ ย~ จะมีอะไร ก็คุณลุงให้พ๊อกเกตมันนี่คุณป้าไปตั้งหลายล้าน แลกกับไม่มายุ่งเรื่องที่คุณลุงจะพี่จับแต่งงานก็เท่านั้นเอง อุ๊บ~” ชางมินเอามือปิดปากตัวเอง แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะข้อมูลทุกอย่างไหลเข้าสมองคุณนักร้องเป็นที่เรียบร้อย

“ชิมชางมิน นี่แกรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ” จุนซูค่อยๆลุกจากโซฟาเดินเข้ามาน้องชายตัวแสบอย่างช้าๆ

“เอ่อ~ คือ ผมรู้แค่เรื่องนี้แหละพี่ เรื่องอื่นๆผมไม่รู้จริงๆนะ ก็คุณลุงสั่งให้ผมบุคที่พัก ตั๋วเครื่องบินแล้วก็จัดการโอนเงินให้คุณป้า แค่นี้เอง ผมก็เลยรู้มาเลาๆ” ชางมินพูด ขณะค่อยๆลุกออกจากโต๊ะทำงานพร้อมกับมองทางหนีทีไล่รอบๆตัวไปด้วย

“แล้วแกทำไมไม่บอกฉัน ฉันจะได้รั้งคุณแม่ไว้”

“ก็ คุณลุงสั่งไม่ให้บอกน่ะสิ”

“แกกลัวคุณป๋ามากกว่าฉันงั้นเหรอ” จุนซูยังคงเดินไล่เบี้ยชางมินต่อไป จนจกระทั่งชางมินถอยไปจนมุมอยู่ที่มุมนึงของห้อง

“เอ่อ ~ ผมก็กลัวทั้งคู่แหละ แต่ตอนนั้นกลัวคุณลุงมากกว่านี่” ชางมินยิ้มแห้งๆ

“งั้น วันนี้แกตายแน่ชางมิน” พูดจบคุณนักร้องก็ใช้นิ้วเล็กๆสองข้างจิ้มไปที่เอวหนาของน้องชายสุดแสบ ทำให้คุณชายชิมสุดหล่อลงไปดิ้นปัดๆอยู่กับพื้น เพราะความบ้าจี้ของตัวเอง

“นี่ๆๆๆ แกกล้าหักหลังฉันเหรอ นี่ๆๆๆๆ”

“พอแล้วพี่ โอ้ย ไม่เอา พี่ผมจะแย่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆ พี่ ไม่เอา พี่ๆ” ชางมินร้องเสียงดังลั่นห้อง ผสมกับเสียงหัวเราะปนกันไปมา

“ฉัน ต้องสั่งสอนให้แกรู้สำนึก” จุนซูยังคงจิ้มเอวน้องชายต่อไปอย่างไม่ปรานี จนชางมินต้องจัดการรวบมือเล็กนั่นไว้ก่อน และด้วยความที่กลัวถูกจี๋เอวเลยไม่ระวัง กำถูกแผลคุณพี่ชายเต็มๆ

“โอ้ยๆๆๆๆ~ ชางมิน แกจะฆ่าฉันเหรอ” คุณนักร้องสะบัดมือเร่าๆน้ำตาเล็ด

“ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ เจ็บมากเหรอพี่” ชางมินรีบมาดูพี่ชาย

“เจ็บสิ ไอ้โย่ง ไอ้น้องบ้า” คุณนักร้องยังโวยวายไม่หยุด

“โอ๋ๆๆ ผมขอโทษนะพี่ อย่าร้องนะ อ่ะ ผมให้พี่ตีคืนก็ได้” ชางมินยื่นมือให้คุณนักร้องทำโทษ

“ไม่เอา ถ้าแกอยากไถ่โทษ แกต้องหาวิธีทำให้ฉันดังได้ภายในสามเดือนเข้าใจไหม ฉันจะกลับบ้าน” จุนซูสั่ง

“หาพี่ เล่นแบบนี้เลยเหรอ”

“ทำไม แกจะไม่ช่วยฉันเหรอ” คุณนักร้องหันมาทำหน้าเศร้า น้ำตาคลอไม่ใช่เพราะเสียใจที่น้องไม่ช่วย แต่มันคลอเพราะเจ็บตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“เอ่อ ก็ได้ๆ ผมจะช่วยเอง ยังไงมันก็ต้องเป็นผมอยู่แล้วนี่” ชางมินส่ายหน้า

“รู้ก็ดี ไปกลับบ้าน” คุณนักร้องปาดน้ำตาทิ้ง พลางเดินนำหน้าน้องชายออกไป

“เฮ้อ~ เมื่อไหร่จะมาคนมารับหน้าที่เบ๊แทนฉันสักทีวะเนี่ย” ชางมินเกาหัว พลางเดินตามคุณพี่ชายไป



หลัง จากที่ยูชอนสอนที่มหาลัยเสร็จเขาก็ขับรถตรงกลับบ้านทันที วันนี้เขารู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองดูไม่ค่อยมีสมาธิในการสอนสักเท่าไหร่ เพราะเวลาที่เขาเผลอทีไร ภาพที่จุนซูหอมแก้มเขาเมื่อตอนกลางวันมันจะต้องผุดขึ้นมาบนสมองทุกที ร่างโปร่งพยายามสะบัดศีรษะไล่ความคิดนั้นออกจากหัวเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน และลบความรู้สึกแปลกที่มันเริ่มจะก่อตัวขึ้นช้าๆ

“เฮ้อ~ เป็นอะไรวะยูชอน ทำอย่างกับไม่เคยโดนหอมมาก่อน” ร่างโปร่งบ่น ขณะดับเครื่องจอดที่โรงจอดรถหน้าบ้านตัวเอง

“คุณ ยูชอนคะ คุณใหญ่เธอเรียกให้หานะค่ะ บอกว่าถ้าคุณยูชอนกลับมาแล้วให้ไปพบเธอที่ตึกใหญ่ค่ะ” มียองเดินมารับข้าวของจากมือร่างโปร่งพร้อมรายงานเสียงใจ

“ขอบใจมาก แล้วแม่ล่ะ”

“คุณอึนเฮอยู่หลังบ้านค่ะ กำลังทำกับข้าวอยู่” ยูชอนพยักหน้าก่อนจะเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน

“หอมจังครับแม่ ทำอะไรกิน” ยูชอนเดินมากอดมารดาจากด้านหลัง พลางยื่นหน้าเข้าไปดูบนเตา

“แกงกิมจิน่ะ นี่เพิ่งกลับมาล่ะสิ ไปหาคุณใหญ่หรือยัง” คุณอึนเฮหันมาถามลูกชาย

“ยังครับ เข้ามาหาแม่ก่อน”

“ถ้า งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อย กลับมาเหนื่อยๆแล้วค่อยไปหาคุณใหญ่ เห็นให้เด็กมาบอกตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว” คุณอึนเฮรุนหลังลูกชายเดินออกจาห้องครัว

“มีเรื่องอะไรเหรอครับแม่ ทำไมคุณใหญ่ถึงต้องเรียกผมไปพบด้วย” ยูชอนเดินนำแม่ออกมาจากห้องครัว

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปๆ รีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วไปหาคุณใหญ่ จะได้ไม่ต้องมัวแต่เดา”

“ครับ เดี๋ยวผมมานะครับแม่” ยูชอนตอบ เดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาให้ห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกจากบ้านหลังเล็กด้านหลังเพื่อมุ่งหน้าไปตึกใหญ่



ร่าง โปร่งเดินเข้ามาจนถึงหน้าบ้าน สูดหายใจลึกๆก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านใหญ่ เขาไม่ชอบมาที่บ้านนี้เลย เพราะไม่อยากเจอกับพี่ชายคนที่3 ไม่อยากมีเรื่องกัน เขากับเยซองไม่ถูกกันมาตั้งแต่เด็ก เลยเลี่ยงที่จะพบกันซึ่งๆหน้า แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ยูชอนก็จะเป็นฝ่ายยอมเพราะไม่อยากมีเรื่องทำให้แม่ไม่สบายใจ

“คุณใหญ่อยู่ไหน” ยูชอนถามคนรับใช้ที่กำลังเดินผ่านมา หญิงรับใช้ก้มตัวให้นิดนึงก่อนจะตอบ

“อยู่ในห้องนั่งเล่นค่ะคุณยูชอน”

“ขอบ ใจมาก” ยูชอนตอบ ก่อนจะสาวเท้าเดินไปยังห้องนั่งเล่น ทันทีที่ถึงหน้าห้อง เขาก็เห็นพี่ชายคนที่3กำลังยืนหน้าบูดบึ้งอยู่ที่หน้าต่าง ยูชอนก็เริ่มเดาเรื่องออกทันที ที่คุณใหญ่เรียกมาวันนี้ต้องเกี่ยวกับเยซองด้วยแน่ๆ

“อ้าว ยูชอนเข้ามาสิ” เสียงทรงอำนาจของพี่ใหญ่ผู้ดูแลทุกอย่างในบ้านดังขึ้น เรียกให้ยูชอนหันไปมอง พบกับชายหนุ่มร่างบางนั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ คุณใหญ่เป็นพี่ชายคนโตของบ้าง กุมอำนาจทุกอย่างในบ้าน เพราะคุณพ่อไว้วางใจให้ดูแลทุกอย่าง จึงมอบหมายให้คุณใหญ่เป็นผู้ดูแลมรดกก่อนที่คุณพ่อจะจากไป แต่พินัยกรรมก็ยังไม่ได้เปิดเนื่องจาก ในพินัยกรรมระบุไว้ว่าจะไม่มีการแบ่งทรัพย์สินใดๆ จนกว่าคุณแม่ใหญ่จะสิ้นใจ ร่างโปร่งเดินเข้ามาในห้อง ก้มตัวลงทำความเคารพคุณใหญ่

“นั่งสิยูชอน พี่มีเรื่องจะถามนิดหน่อย”

“ครับคุณใหญ่” ยูชอนตอบ เดินไปนั่นที่โซฟาที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย

“โอ้ ย พี่ใหญ่ จะทำให้มันยุ่งยากทำไม ก็ถามๆมันไปเถอะ ยังไงไอ้ลูกคนใช้อย่างมันก็ต้องอยากได้อยู่แล้วล่ะ” เซยองโพล่งออกมาอย่างเหลืออด เขาไม่ชอบหน้าไอ้ยูชอนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วนี่พี่ใหญ่ยังเรียกมันมาให้ช่วยตัดสินใจเรื่องที่เขาขออีกด้วย ยิ่งคิดยิ่งแค้น ทั้งๆที่เขามีสิทธิ์มากกว่ามัน ทำไมเขาต้องรอให้มันมาตัดสินใจด้วย

“เยซอง พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกยูชอนอย่างนี้ คุณน้าอึนเฮก็เป็นภรรยาคุณพ่อเหมือนกัน ให้เกียรติกันบ้าง” จองซูเอ่ยเสียงเรียบ

“ก็มันเป็นลูกคนใช้ พี่ใหญ่จะให้ผมเรียกมันว่าอะไรล่ะ” เยซองตอบมองหน้ายูชอนอย่างท้าทาย แต่ร่างโปร่งก็ไม่ได้มีท่าทีโต้ตอบอะไร

“ก็ เรียกชื่อเขาสิ ถ้าพี่เรียกเธอว่าลูกเมียน้อยมั่งเธอจะชอบไหม เพราะแม่เธอเป็นภรรยาที่สองของคุณพ่อ พี่จะเรียกเธอแบบนี้มั่งคงไม่ผิดสินะ” จองซูเอ่ยเสียงเย็น

“พี่ใหญ่”

“เอาล่ะ พอได้แล้ว วันนี้ที่พี่เรียกเธอมาเพื่อจะถามความสมัครใจ” จองซูให้มาพูดกับยูชอน ไม่สนใจท่าทางหงุดหงิดของน้องชายคนรอง

“ครับ คุณใหญ่มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”

“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แค่อยากจะถามว่ารถยูชอนเก่าหรือยัง รถที่พี่ซื้อให้พร้อมกับรถสปร์อตของเยซองน่ะ “

“ยังครับ มันก็ยังใช้การได้ดีอยู่ คุณใหญ่มีอะไรครับเหรอ” ยูชอนตอบเรียบๆ ไม่เข้าใจทำไมจู่ๆพี่ชายเขาถึงได้ถามเรื่องนี้

“เห็นไหมเยซอง รถยูชอนซื้อพร้อมกันรถเธอ แต่ทำไมของเขายังใช้ได้ แต่เธอกลับจะมาขอให้พี่ซื้อให้ใหม่ล่ะ” จองซูหันไปถามเยซองเสียงเรียบ

“พี่ ใหญ่ จะไปฟังมันทำไม ลูกคนใช้อย่างมันไม่จำเป็นต้องเอารถไปอวดใคร แต่สำหรับผมน่ะ รถคันนี้ใช้มานาแล้วผมอายคนอื่น เราก็ออกจะรวยขนาดนี้ทำไมผมต้องใช้รถเก่าๆแบบนั้นด้วย” เยซองเถียง

“อ๋อ นี่ตกลงรถไม่ได้เป็นอะไร แต่จะเอาไปอวดคนอื่นสินะ ถ้ารถแค่5ปีใช้แล้วมันขายหน้า แล้วไอ้ที่พี่ใช่อยู่เนี่ยไม่ต้องเอาหน้ามุดดินเดินเลยเหรอ ของพี่น่ะเก่ากว่าเธออีกนะ”

“พี่ใหญ่” เยซองหน้าม้าน เริ่มเห็นแววที่จะไม่ได้รถใหม่รำไร

“พี่ ถามอีกที ยูชอน เธออยากได้รถใหม่ไหม” ยูชอนเหลือบสายตามองหน้าพี่ชาย กำลังจะตอบในสิ่งที่เขาคิดว่าน่าจะทำให้ชีวิตเขาสงบสุขแต่ก็โดนพี่ชายคนโต ขัดไว้ก่อน

“ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น พี่อยากให้เราตอบจากใจจริง”

“ไม่ครับคุณใหญ่ รถผมยังใช้ได้อยู่” ยูชอนตอบ

“ไอ้ลูกคนใช้ มึง..”

“เย ซอง พี่เตือนเธอแล้วนะ” จองซูเอ่ยเสียงเรียบทำให้เยซองได้แต่ฮึดฮัด ต่อหน้าพี่ใหญ่เขาไม่สามารถทำอะไรไอ้บ้านี่ได้ เอาไว้ลับหลังก่อนเถอะ พ่อจะเล่นงานให้หนัก

“แล้วถ้าพี่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยูชอน หรือรถเขาหลังจากนี้ เธอกับพี่ได้เห็นดีกันแน่เยซอง เอาล่ะ ไม่มีธุระอะไรแล้ว เธอกลับไปพักผ่อนได้แล้วยูชอน” คุณใหญ่หันมาพูดกับน้องชายคนเล็ก ยูชอนลุกขึ้นก้มศีรษะให้นิดนึงก่อนจะเดินตัวตรงออกจากห้องนั่งเล่นไป

“พี่ใหญ่ แล้วรถผมล่ะ”

“พี่ บอกแล้วไง ซื้อพร้อมกัน ถ้ารถเธอเสียรถยูชอนก็น่านะเสียด้วย แต่ในเมื่อรถยูชอนยังใช้ได้ รถเธอก็น่าจะยังใช้ได้เหมือนกัน เพราะถ้าซื้อพี่ก็ต้องซื้อใหม่ทั้งคู่” จองซูเอ่ยเสียเรียบ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักผ่อน ปล่อยให้เยซองยืนหงุดหงิดอยู่ตรงนั้นคนเดียว

“ไอ้ลูกคนใช้ หนอย เกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่างจากฉันหรือไงวะ” สักพักเสียงเครื่องมือสื่อสารก็ดังขึ้น

“ฮัลโหล” เยซองกรอกเสียงไปตามสาย

“ว่าไงคุณเยซอง เมื่อไหร่จะเอารถมาให้เรา” เสียงทรงอำนาจดังมาตามสาย ทำให้เยซองกลัวลนลาน

“เอ่อ กำลังจะเอาไปให้แล้วครับ ขอเวลาอีก2-3วัน”

“อย่าตุกติกกับผมนะครับ ผมไม่ชอบคนที่แพ้แล้วยังไม่รักษาคำพูดอีก”

“ครับๆ ผมเข้าใจครับ” เซยองตอบก่อนจะกดตัดสาย มองตามคนทั้งคู่ไปด้วยความเคียดแค้น

“ไอ้ลูกคนใช้ เพราะแกคนเดียวทำให้ฉันต้องลำบาก พี่ใหญ่ก็เหมือนกัน แค่จะซื้อรถให้เราคนเดียวทำไมจะทำไม่ได้ โว้ย~ กลุ้ม”



“กลับมาแล้วเหรอลูก คุณใหญ่เรียกไปทำอะไร” คุณอึนเฮถามลูกชายทันทีที่ร่างโปร่งเดินเข้ามาในห้องครัว

“มีเรื่องนิดหน่อยครับ คุณเยซองเขาจะเปลี่ยนรถใหม่ แต่คุณใหญ่เขาจะซื้อให้ต่อเมื่อผมยอมเปลี่ยนด้วย”

“แล้วลูกตอบไปว่ายังไง”

“ไม่เปลี่ยน รถผมไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ”

“ตายแล้ว เดี๋ยวคุณเยซองก็มาอาละวาดอีกหรอก ทำไมไม่ตามใจเธอไปล่ะ” คุณอึนเฮยกมือทาบอก

“ผมก็จะตอบแบบนั้น แต่คุณใหญ่เธอบอกให้ตอบตามความคิดนี่ครับ แล้วคุณใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย”

“โธ่ แม่บอกแล้วเรื่องไหนยอมได้ก็ยอมไง ทำไมยูชอนดื้อล่ะลูก”

“แม่ครับ ผมไม่ได้ดื้อนะครับ คุณใหญ่เธอให้ตอบแบบนี้นี่ครับ ไม่เอาล่ะ เรื่องนี้ช่างมันเถอะครับ มาทานข้าวกันดีกว่า”

“อ้าว นี่ลูกยังไม่ได้กินอีกเหรอ ก็เมื่อเช้าเห็นทำกับข้าวไปตั้งเยอะ คิดว่าจะไปทานที่บ้านแจจุงซะอีก”

“เปล่าครับ ผม.. เอาไปให้เพื่อนนะครับเขาไม่สบาย” ยูชอนตอบ

“แล้วเป็นอะไรมากไหม พรุ่งนี้จะให้แม่ทำข้าวต้มให้ไหม” คุณอึนเฮบอกอย่างใจดี

“ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ ของตั้งเยอะเขาคงกินได้หลายวัน เรามาทานข้าวกันเถอะครับ” ยูชอนบอกปัด

“เหรอจ้ะ ถ้าอยากได้บอกแม่นะ เดี๋ยวแม่ทำให้”

“ครับ” ยูชอนตัดบท พลางสนใจกินอาหารตรงหน้า เพื่อกันไม่ให้แม่ซักถามอะไรเขาอีก



เช้า วันถัดมา คุณนักร้องนั่งอุ่นอาหารที่ครูกุ๊กไก่ทำมาให้กินอย่างมีความสุข มือบางคว้าโทรศัพท์คู่ใจกดหาเบ๊ส่วนพระองค์ไปด้วย สักพักก็ได้ยินเสียงของน้องชายสุดที่รักดังมาตามสาย

“ไอ้โย่ง แกคิดออกหรือยัง”

“เรื่องอะไรอ่ะพี่ วันๆพี่ให้ผมคิดตั้งหลายเรื่อง” ชางมินตอบ

“ก็เรื่องที่จะทำให้ฉันดังไง”

“โอ้ย~ เรื่องนั้นต่อให้คิดสัก 10ปีก็ยังคิดไม่ออก ผมว่าพี่ไปแต่งงานเหอะ”

“ไม่เอา ไอ้โย่งแกต้องคิดให้ออก บ่ายนี้ฉันจะโทรมาถามใหม่เข้าใจ๊”

“เฮ้ยพี่ จะบ้าหรือไงใครมันจะไปคิดทัน พี่ๆๆๆ” เงียบไม่มีเสียงตอบรับ เพราะคุณนักร้องตัดสายไปแล้วเรียบร้อย

“แล้วจะคิดออกไหมเนี่ย คนอะไรเอาแต่ใจชะมัด” ชางมินแต่แต่บ่น แต่ก็คงได้ยินอยู่คนเดียว เพราะมันไม่มีทางส่งไปถึงคนเป็นพี่ได้แน่นอน

เมื่อ สั่งความน้องชายสุดที่รักเสร็จ มือบางก็ไล่ชื่อคนต่อไปคนทันที แต่คราวนี้นั่งฟังเสียงรอสายอยู่นาน จนสายตัดไปแต่ก็ไม่มีใครรับโทรศัพท์ คุณนักร้องโทรอีกที เผื่อว่าคนปลายสายไม่ได้ยิน แต่ก็เงียบ ไม่มีคนรับสายอีกเช่นเดิม

“ฮึ่ย~ ครูกุ๊กไก่ ทำอะไรอยู่เนี่ย ทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉันหึ” คุณนักร้องบ่นอย่างหงุดหงิด ส่วนทางด้านยูชอน เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังตลอดเวลา แต่ก็ไม่รับ เพราะเขาไม่รู้จะวางตัวยังไงกับเจ้าของเบอร์ที่โทรมา มันรู้สึกเขินๆยังไงก็ไม่รู้

“ยูชอน ทำไมไม่รับโทรศัพท์ล่ะ ใครโทรมา” แจจุงที่ทำงานอยู่ใกล้ๆเดินเข้ามาถามหลังจากสังเกตท่าทางแปลกๆของเพื่อนมาสักพัก

“ไม่ มีอะไร นายทำขนมไปเถอะเดี๋ยวไม่ทันส่ง” สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก แต่ร่างโปร่งก็ทำแค่ยืนมองโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น แจจุงจึงเดินเข้าไปใกล้แย่งโทรศัพท์ในมือมาดู

“คุณจุนซูนี่ ทำไมไม่รับล่ะ” แจจุงทำหน้าสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอกน่า เอาคืนมานี่” ยูชอนเดินเข้าไปแย่งโทรศัพท์จากแจจุง แต่ร่างบางขยับหนีไปอีกด้านอย่างรวดเร็ว

“อย่ามาฟอร์ม ไม่รับโทรศัพท์แบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆเลย มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรือเปล่า”

“ไม่มี เอาคืนมาเหอะน่า จะทำไหมเนี่ยเค้ก” ยูชอนพยายามแย่งโทรศัพท์คืน แต่แจจุงก็วิ่งหลบอีกทาน

“ถ้านายไม่บอก งั้นฉันจะถามคุณจุนซูเองก็ได้” แจจุงทำท่าจะกดรับสายจากคุณน้องร้อง ยูชอนร้องห้ามเสียงหลง

“อย่านะ อย่าไปถามเขา”

“งั้นมีอะไรบอกมา จะเล่าเองหรือจะให้ถามคุณจุนซู” ยูชอนถอนใจเฮือก ให้ตายสิ ทำไมจะต้องมาอยากรู้ด้วยนะ คนยิ่งไม่อยากคิดถึงอยู่

“ก็ได้ๆๆ ฉันจะเล่า เอาโทรศัพท์คืนมาก่อน” แจจุงยิ้ม แต่ก็กดรับสายของจุนซูไปแล้วเรียบร้อย

“ครูกุ๊กไก่ ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ฉันหา” จุนซูตะโกนมาตามสาย เพราะคิดว่าเป็นยูชอนรับเต็มที่

“เอ่อ ผมเองครับคุณจุนซู พอดียูชอนเขามือเปื้อนเลยรับไม่ได้” แจจุงตอบ พร้อมกับเอาหูโทรศัพท์ออกห่างตัวเพราะได้ยินคุณนักร้องตะโกนเต็มๆ

“ผม ใครอ่ะ” คุณนักร้องถาม

“แจจุงครับ ผมแจจุงเพื่อนยูชอนไงครับ”

“อ๋อ จำได้แล้ว คุณแจจุงนี่เอง ครูกุ๊กไก่อยู่ร้านคุณแจจุงเหรอครับ”

“ใช่ครับ เขามาช่วยผมทำขนมตั้งแต่เช้า เพราะวันนี้วันหยุดของยูชอนเขาน่ะครับ”

“หึ~ ไปสนุกอยู่คนเดียวไม่บอกกันมั่ง คุณแจจุงช่วยเรียกครูกุ๊กไก่มาทีได้ไหมครับ”

“ครับๆ ได้ครับ” แจจุงยื่นโทรศัพท์ให้ยูชอน ร่างโปร่งรับโทรศัพท์ในมือเพื่อนมา พร้อมถอนหายใจเฮือก

“ครับ ยูชอนพูดครับ”

“ครู กุ๊กไก่ ไปร้านคุณแจจุงทำไม่บอกอ่ะ รู้ไหมฉันอยู่บ้านเบื่อจะแย่ แล้ววันนี้ไม่มาสอนเหรอทำไมไปช่วยคุณแจจุงทำเค้ก” คุณนักร้องใส่เป็นชุดชนิดที่ยูชอนแทรกคำตอบไม่ทัน

“แล้วทำไมไปไหนผมจะต้องบอกคุณด้วยล่ะ” ยูชอนถาม

“ไม่รู้ล่ะ ฉันเบื่ออยู่บ้านคนเดียว ครูกุ๊กไก่มารับฉันไปร้านคุณแจจุงหน่อยสิ” จุนซูเริ่มใช้โหมดอ้อนทันที

“คุณจะมาทำไม มือเจ็บช่วยอะไรก็ไม่ได้เกะกะเปล่าๆ”

“ไม่เอาอ่ะ ฉันเบื่อ นะครูกุ๊กไก่พาฉันไปด้วยนะ”

“อยู่บ้านนั่นแหละ ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมแค่นี้นะ”

“ครู กุ๊กไก่ใจร้าย วันนี้จุนซูอยู่บ้านคนเดียวเหงาจะตาย ไปไหนก็ไม่ได้มือก็เจ็บ ตัวเองไปสนุกกับคุณแจจุงสองคน ไม่สนใจคนป่วยบ้างเลย ใช่ซิ๊ ถ้าเอาฉันไปด้วยจะเป็นตัวเกะกะทำให้ไม่ได้สวีทกันใช่ไหม” คุณนักร้องบ่นยืดยาว

“พอๆๆ ไม่ว่าคุณจะบ่นอะไรผมก็ไม่ไปรับหรอก”

“ครูกุ๊กไก่ใจร้าย มารับเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นจุนซูจะร้องไห้ด้วย”

“ร้องไปเลย จ้างให้ผมก็ไม่เห็นหรอก แค่นี้นะ” ยูชอนพูดจบก็กดตัดสาย หันไปมองหน้าเพื่อนตัวดีที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“บอกว่าอย่ารับไง ดูสิต้องไปรับตัวป่วนมาที่นี่อีก ยุ่งชะมัด” ยูชอนบ่น พลางแกะผ้ากันเปื้อนออกเตรียมตัวไปรับคุณนักร้องที่บ้าน

“อ้าว ไหนบอกจะเล่าไง แล้วนั่นจะไปไหน”

“เล่า อะไร ไม่เล่าแล้ว นายผิดสัญญาเองนี่ไปรับโทรศัพท์เขาทำไม ดูสิงอแงร้องไห้อยู่บ้านโน่นแนะ เฮ้อ~ เบื่อจริงๆ” พูดจบร่างโปร่งก็เดินออกไปนอกห้องครัวเพื่อไปรับคุณนักร้องที่บ้าน

“อ้าว ไหนเมื่อกี้บอกไม่ไปรับไง ยูชอน ยูชอน” แจจุงตะโกนไล่หลัง แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบกลับมีแต่เสียงกระดิ่งหน้าประตูบอกให้รู้ว่าเพื่อน ของเขาออกไปจากร้านแล้ว

“โธ่เอ๊ย แล้วทำเป็นใจร้ายไม่ไปรับ เอ~ แต่คู่นี้เขามีอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย ทำไมดูยูชอนทำท่าแปลกๆตอนคุณจุนซูโทรมา สงสัยจัง”


~ กริ๊งงงง~

เสียงออด ดังขึ้นหน้าห้อง ในขณะที่คุณนักร้องกำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าโทรทัศน์ คนตัวเล็กหงุดหงิดมากเพราะมีคนบังอาจมาขัดขวางความสำราญของเขา

“โอ้ย กดทำไมเนี่ยหนวกหู” จุนซูเปิดประตูออกไปด่าคนที่ยืนรออยู่ด้านนอก

“ครู กุ๊กไก่” คนตัวเล็กอุทานอย่างตกใจ รีบปิดประตูล็อคใส่โซ่เรียบร้อย จัดการกวาดเกมส์ยัดเข้าไปในตู้ ปรับสภาพห้องให้เรียบร้อย ตีหน้าเศร้าไปเปิดประตูใหม่อีกรอบ

“ครูกุ๊กไก่ ไหนบอกว่าจะไม่มาไง” คุณนักร้องทำเสียงเศร้า ยูชอนถอนใจเฮือก เขาก็คงจะเชื่อหรอก ถ้าไม่บังเอิญได้ยินเสียงโครมครามในห้องเมื่อกี้

“ไหนบอกว่าอยู่ที่บ้านไม่มีอะไรทำไง แล้วเมื่อกี้เสียงอะไร”

“ไม่มี๊ ไม่มีจริงๆ จุนซูนั่งเหงาๆอยู่คนเดียวจริงจิ๊ง มือก็เจ็บจะทำอะไรได้เล่า” คนนักร้องทำเสียงสูงลิบ

“งั้นเหรอ” ยูชอนเบี่ยงตัวเข้าไปสำรวจในห้อง พบกับความว่างเปล่า

“เห็น ไหม ไม่มีอะไรเล้ย ครูกุ๊กไก่มารับจุนซูไปร้านคุณแจจุงใช่ไหม ครูกุ๊กไก่ใจดีจังเลย” คนตัวเล็กโถมตัวมากอดเอวร่างโปร่งไว้ข้างหลัง ทำเอายูชอนนิ่งไปพักนึง ก่อนจะได้สติ ค่อยๆปลดมือคนตัวเล็กออก

“เอ่อคือ.. ใช่ผมมารับ คุณไปแต่งตัวสิ ผมต้องรีบกลับไปช่วยแจจุงอีก”

“เย้ ครูกุ๊กไก่น่ารักที่สุด” คุณนักร้องดีใจร้องไชโย ก่อนจะวิ่งไปเปลี่ยนชุดโดยเร็ว เดี๋ยวครูกุ๊กไก่เปลี่ยนใจ ปล่อยให้ยูชอนยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้นคนเดียว

“เฮ้อ ~ เมื่อไหร่คุณจะเลิกดีใจแล้ววิ่งมากอดผมสักทีนะคุณนักร้อง”

%%%%%%%%

TBC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ครูกุ๊กไก่หวั่นไหวแล้ว
ทนความน่ารักของน้องจุนไม่ได้ล่ะสิ
ว่าแต่น้องมินจะช่วยน้องจุนให้ดังทันมั้ย

#1 By chebi (124.120.121.18) on 2010-04-01 13:24

มาอัพเรื่องนี้ด้วยจ้า พี่อ้อม

#2 By yoko_numicko (124.121.95.207) on 2010-04-02 14:40

ไรเตอร์อย่าลืมอัพเรื่องนี้ด้วยน้า ชอบจุนแบบคุณหนูขี้วีน

#3 By ploy (111.84.46.231) on 2010-05-15 08:57