[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 6
posted on 29 Mar 2010 05:20 by kameryuichi in Halloween
Part 6
วันนี้อากาศดีสมกับเป็นวันดีๆ สำหรับชาวปีศาจ วันHalloween วันที่เหล่าปีศาจจะแสดงความรักต่อกัน และวันนี้ยังเป็นวันราชาภิเษกของราชาปีศาจคนใหม่ ทุกคนต่างตื่นเต้น และวิ่งวุ่นกันแต่เช้า เพื่อจะเตรียมตัวไปดูพิธีราชาภิเษกในตอนเช้า ขืนไปช้าคงไม่ได้ที่ดีๆแน่ๆ ชาวปีศาจรอคอยวันนี้มานานแสนนาน วันที่จะมีราชาองค์ใหม่ที่เหมาะสมขึ้นมารับตำแหน่ง หลังจากที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเมื่อ10ปีที่แล้ว ตำแหน่งราชาปีศาจก็ว่างเว้นมาตลอด เหมือนกำลังรอให้ผู้สืบทอดตัวจริงก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง ทุกคนจึงดูตื่นเต้น และกระตือรือร้นผิดปกติ
ผิดกับร่างเล็กนอนอยู่บนเตียงหนานุ่มแสนสบาย คิมจุนซูไม่ได้สนใจพิธีราชาภิเษก ไม่สนใจว่าปาร์คยูชอนจะเป็นอะไร ในความคิดของคนตัวเล็ก ปาร์คยูชอนเป็นได้แค่คนโกหก หลอกลวง ไม่ว่าจะมีคนชื่นชมหมอนั่นแค่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับเขา จุนซูตัดสินใจปิดเปลือกตานอนต่อ ทั้งๆที่ตื่นมาตั้งนานแล้ว ไม่สนใจกับเสียงดังโครมครามด้านนอก ถึงแม้ตอนนี้คนรับใช้ส่วนตัวของเขา จะเคาะประตูมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม
“คุณหนูคะ คุณหนู ตื่นเถอะค่ะ” เสียงสาวใช้ร้องบอกอย่างมีมารยาท เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากภายในห้อง
“คุณ หนูคะ คุณหนู” สาวใช้ก็ยังคงร้องเรียกต่อไปอย่างอดทน เพราะคุณหนูใหญ่สั่งเอาไว้ ยังไงก็ต้องปลุกให้ได้ แต่ทุกอย่างก็ยังคงเงียบเหมือนเคย จนคนรับใช้เริ่มอ่อนใจ
“ยังไม่ยอมเปิดอีกเหรอ” แจจุงที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเดินหยุดยืนหน้าห้องน้องชาย
“เจ้าค่ะ คุณหนูเล็กไม่ยอมเปิดประตู บ่าวจึงเอาชุดเข้าไปให้มิได้เจ้าค่ะ” คนรับใช้ย่อตัวครั้งนึง ก่อนจะตอบคำถาม
“เดี๋ยวข้าจัดการเอง ช่วยบอกให้ช่างเตรียมทำประตูใหม่ให้คุณหนูเล็กด้วยนะ”
“เจ้าค่ะ”
คน รับใช้ตอบ ก่อนจะถอยหลังไปจากบริเวณนั้นประมาณ 10ก้าว แจจุงหันไปมองคนรอบข้าง เมื่อทุกคนถอยไปหมดแล้ว มือบางยกขึ้นสูงพอสมควร กลางฝ่ามือปรากฏกลุ่มควันสีขาวที่เริ่มจับตัวกันเป็นก้อนแข็ง แจจุงสะบัดข้อมือเบาๆ น้ำแข็งลูกย่อมก็ปะทะกับประตูห้องน้องชายจอมดื้อ
~ โครม ~
ประตู ห้องไม้หนาหนักถูกน้ำแข็งจากแจจุงซัดซะแตกกระจาย ร่างบางเดินนำเข้าไปก่อน ตามด้วยเหล่าคนใช้ที่ค่อยๆตามเข้าไป บ้างก็เก็บเศษไม้ที่กระจาย บ้างก็ไปเตรียมน้ำอุ่น และเตรียมชุดสำหรับคุณหนูเล็ก แจจุงเดินเข้าไปใกล้เตียงกลางห้อง พลางส่งเสียงเรียกคนที่ทำเป็นนอนหลับไม่รู้เรื่อง
“ลุกได้แล้วจุนซู” แจจุงบอก
“ไม่ต้องมาทำเป็นหลับ พี่รู้ว่าเจ้าตื่นนานแล้ว” คนตัวเล็กลุกขึ้นมานั่งหน้ามุ่ย เอียงคอมองไปทางด้านหลังพี่ชาย
“เมื่อไหร่พี่จะเลิกพังประตูข้าสักทีนะ” จุนซูบ่นหน่ายๆ
“ถ้าเจ้ายอมเปิดดีๆทุกครั้งที่มีคนเรียก พี่ก็จะเลิกพังประตูห้องเจ้า” จุนซูสะบัดหน้าพรืดไปอีกข้าง
“ไปเตรียมตัวได้แล้ว นี่ใกล้ถึงเวลาเต็มที เดี๋ยวไปไม่ทัน” แจจุงเอื้อมมือไปลากแขนน้องชายออกจากที่นอน แต่คนตัวเล็กขืนตัวเอาไว้
“ข้าไม่ไป พี่ก็ไปคนเดียวสิ”
“ไม่ ได้ งานราชาภิเษกเป็นงานสำคัญของชาวปีศาจทุกคน โดยเฉพาะเจ้ากับข้า ถือเป็นครอบครัวที่สนิทสนมกับยูชอนมานาน ถ้าเราทั้งคู่ไม่ไปมันจะน่าเกลียด”
“ข้าไม่ได้ห้ามให้พี่ไปสักหน่อย พี่ก็ไปคนเดียวสิ ข้าไม่เห็นจำเป็นต้องไปเลย” จุนซูค้าน
“พี่ บอกให้ไปก็ไปสิ จุนซู อย่าดื้อนะ โตแล้วไม่ใช่เด็กๆ วันนี้เจ้าอายุครบ20แล้ว เจ้าจะมาทำตัวเป็นเด็กคนเดิมไม่ได้ หัดมีเหตุผลซะบ้าง”
แจจุงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จุนซูเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย ก่อนจะพยักหน้าเนือยๆ ใช่สินะ วันนี้วันเกิดเขา พี่แจจุงก็จำได้ แต่ไม่เห็นสนใจเขาเลย ทำไมไอ้บ้านั่นต้องมาจัดงานวันเดียวกับวันเกิดเขาด้วย หึ~ แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ แทนที่เขาจะอยู่ฉลองวันเกิดกับพี่และเพื่อนๆที่ปราสาท กลับกลายเป็นว่า เขาต้องไปแสดงความยินดีกับหมอนั่น แถมยังต้องสอบเต้นรำวันนี้อีก นี่มันอะไรเนี่ย
“ไปได้แล้ว พี่จะไปรอข้างล่าง อย่าช้านะ” แจจุงสำทับอีกที คนตัวเล็กพยักหน้าเนือยๆ ก่อนจะเดินไปจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย อย่างจำใจ
ไม่นานรถม้า ของตระกูลคิมก็มาจอดที่หน้าปราสาทของตระกูลปาร์ค ที่วันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ที่ลานหน้าปราสาทเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาประชาชนชาวเมืองปีศาจ ทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะเป็น เมดูซ่า แม่มด แวมไพร์ มนุษย์ล่องหน พรายน้ำ ภูติต่างๆ หรือแม้แต่เผ่าหมาป่า ที่ถูกกันเอาไว้ด้านนึงเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมงาน ทุกคนก็ต่างมาเฝ้าดูพิธีราชาภิเษก และรอชมโฉมราชาปีศาจคนใหม่กันแน่นขนัดหน้างาน สองพี่น้องตระกูลคิมลงจากรถม้าที่บันได้หน้าปราสาท ทักทายยุนโฮพอเป็นพิธี ก่อนจะถูกเชิญเข้าไปในตัวปราสาทด้านใน
“เอ๊ะ นั่นจุนซูนี่ ทำไมได้เข้าไปในปราสาทล่ะ” แชยอนที่เตรียมตัวมาจองที่ข้างหน้าแต่เช้า เพื่อจะได้เห็นท่านยูชอนชัดๆกล่าวขึ้น
“นั่นสิ พวกนักเรียนอย่างเราจะได้เข้าไปที่ปราสาทตอนงานเลี้ยงเท่านั้นนี่” เงือกสาวนางนึงพูดเป็นเชิงเห็นด้วย
“ใช่ๆ ทำไมจุนซูได้เข้าไปตอนทำพิธีด้วยล่ะ แบบนี้มันขี้โกงกันชัดๆ” เสียงหญิงสาวอีกคนนึงดังขึ้น
“ข้าไม่ยอมนะ เราต้องได้เข้าไปเหมือนจุนซูด้วยสิ” แชยอนพูดพลางเดินออกจากที่ๆตัวเองอยู่ มุดรั้วเดินไปทางบันไดหน้าปราสาท
“ขอโทษครับ เข้าไปไม่ได้นะครับ” ยุนโฮยกมือขึ้นกันแชยอน
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ก็เมื่อกี้ข้าเห็นเพื่อนข้าเข้าไปในนั้น” ยุนโฮเลิกคิ้ว
“เพื่อนเหรอ ใครครับ เราไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปในปราสาทตอนนี้ นอกจากแขกระดับหัวหน้าเผ่าเท่านั้น” ยุนโฮตอบ
“คิมจุนซูไง ข้าเห็นเขาเดินเข้าไปในนั้น ทำไมเขาเข้าไปได้ จุนซูไม่ได้เป็นหัวหน้าเผ่าสักหน่อย” แชยอนเถียง
“อ้อ จุนซูเหรอ ตระกูลคิมเป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิดกับท่านราชาปีศาจ คิมจุนซูจึงต้องเข้าไปร่วมงานในปราสาทด้วย เอาล่ะถ้าเข้าใจแล้ว ข้าว่าเจ้าควรจะกลับไปยืนที่เดิม เพราะตอนนี้ที่ของเจ้ากำลังจะถูกคนอื่นแย่งแล้วนะ” ยุนโฮกล่าวยิ้มๆ ทำเอาแชยอนใจแกว่งไปเหมือนกัน เคยรู้มาบ้างว่าหัวหน้าองค์รักษ์ของท่านยูชอนหล่อ แต่ไม่คิดว่าจะหล่อขนาดนี้
“หรือไม่อยากยืนตรงนั้นแล้ว ถ้างั้นเจ้าคงต้องไปต่อข้างหลังโน่น แต่ข้าไม่รับรองนะจะได้เห็นท่านราชาปีศาจชัดๆหรือเปล่า” ยุนโฮพูดต่อ เมื่อเห็นว่าสาวน้อยตรงหน้ายังยืนนิ่งอยู่ ได้ผล แชยอนได้สติ รีบวิ่งกลับไปเบียดที่ยืนของตัวเองคืนจากแม่มดตนนึงทันที
ใน ขณะที่ด้านในปราสาท ตอนนี้ห้องโถงใหญ่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม พร้อมสำหรับทำพิธีตอนเช้า และสำหรับงานเลี้ยงตอนกลางคืน หัวหน้าเผ่าต่างๆมารวมกันอยู่ที่นี่เกือบครบ จะขาดก็แต่คิมยองมิน ราชาหมาป่าเท่านั้นที่ยังเดินทางมาไม่ถึง เสียงทักทายดังเซ็งแซ่ไปทั้งงาน เพราะนานๆที ที่เล่าหัวหน้าของเผ่าต่างๆจะมารวมกันเช่นนี้
“พี่แจจุงเชิญทางนี้สิ” ชางมินที่มีหน้าที่ต้อนรับอยู่ด้านในเข้ามาเชื้อเชิญสองพี่น้องเข้าไปยืนในตำแหน่งที่ถูกต้อง
“ขอบใจนะชางมิน นี่หัวหน้าเผ่ามากันครบเลยเหรอ” แจจุงถาม
“ใช่ ตอนนี้ก็ขาดแต่ราชาหมาป่าที่ยังไม่มา อ้อแล้วก็ตัวแทนของเผ่าแม่มดด้วยนะ เห็นว่าราชินีแม่มดไม่สบาย อาจจะส่งตัวแทนมาน่ะ ว่าไงจุนซู เงียบเชียว” ชางมินตอบก่อนจะหันมาทักทายคุณหนูคิมคนเล็กที่หน้ามุ่ยสุดๆ
“ข้าไม่ ได้อยากมานี่พี่ชางมิน ข้าโดนบังคับ แล้วอีกอย่าง อยู่ที่นี่ข้าก็ไม่รู้จะคุยกับใคร” จุนซูตอบงอนๆ แต่ก็ต้องทำตัวเรียบร้อยเมื่อพบกับสายตาพิฆาตจากพี่ชาย
“อีกแป๊บนึง ก็จะเริ่มงานแล้วล่ะจุนซู งานตอนเช้านี่น่าเบื่อหน่อย พิธีการทั้งนั้น อย่าว่าแต่เจ้าไม่อยากร่วมงานเลย คนที่ต้องทำพิธีเองน่ะ กว่าจะขุดออกจากที่นอนได้ก็นานอยู่เหมือนกัน รายนั้นเขาไม่ชอบตื่นเช้าเจ้าก็รู้นี่ ว่าแต่อย่าไปบอกใครนะ เสียภาพพจน์หมด”
ชางมินกระซิบกระซาบเบาๆให้ได้ยินกันสองคน คนตัวเล็กยกยิ้มขึ้นนิดนึงอย่างไม่รู้ตัว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า ปาร์คยูชอนเกลียดเวลาเช้าแค่ไหน เมื่อก่อนกว่าเขาจะแกะออกจากที่นอนได้ ก็เหนื่อยน่าดู แต่แล้วความคิดของจุนซูก็สะดุดลง นี่เราจะไปคิดถึงหมอนั่นทำไม ใบหน้าเปื้อนยิ้มเรียบตึงขึ้นมาเฉยๆ ทำเอาชางมินงงไปเหมือนกัน
“เจ้าไปต้อนรับคนอื่นเถอะชางมิน ไม่ต้องห่วงพี่กับจุนซูนะ” แจจุงเอ่ย เพราะเกรงว่าชางมินจะมัวกังวลเรื่องต้อนรับพวกเขา ทำให้ดูแลคนอื่นไม่ทั่วถึง
“ไม่เป็นไรหรอกพี่แจจุง ข้ารับมือไหว” ชางมินตอบ
“ไม่ เป็นไรจริงๆ พี่รู้ว่าวันนี้เจ้าต้องเหนื่อยทั้งวัน พี่กับจุนซูอยู่ตรงนี้ได้ ไปเถอะ” แจจุงคะยั้นคะยอ ชางมินยิ้มให้พี่ชายหน้าสวย ไม่ว่าเมื่อไหร่พี่แจจุงก็ดูเป็นผู้ใหญ่เสมอ ไม่เคยทำตัวเป็นภาระให้ใคร ถึงแม้ว่าแถวนี้จะมีคนบางคนยอมเสนอตัวรับภาระ แต่พี่ชายคนสวยก็ไม่เคยปริปากขอร้องสักครั้ง อ้อ นอกจากเรื่องจับคนดื้อส่งคนปากแข็งเมื่อหลายวันก่อน
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะพี่แจจุง เกือบได้เวลาแล้ว” ชางมินพูดก่อนจะผละจากสองพี่น้องไป
สัก พักราชาหมาป่าคิมยองมินพร้อมกับสมุนซ้ายขวา ลีซูมาน และชเวชีวอนก็เดินเข้ามาในห้องโถง เสียงที่ดังเซ็งแซ่อยู่ก็เงียบสนิทโดยไม่ได้นัดหมาย ทุกคนต่างพากันมองไปที่ทั้งสามคนด้วยสายตารังเกียจ แต่ก็ทำได้เท่านั้น เพราะเผ่าหมาป่าเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองรองจากเผ่าแวมไพร์ จึงไม่มีใครกล้าทำอะไรคิมยองมิน ถึงแม้จะเกลียดแสนเกลียด ที่ทำให้เมืองปีศาจไร้ราชามานานแสนนาน
“ราชาปีศาจมาถึงแล้ว”
เสียง ทหารองค์รักษ์ประกาศ เรียกให้ทุกคนหันไปมองที่หน้าห้องโถง ร่างสูงโปร่งในชุดราชาปีศาจเต็มยศสีน้ำเงินขลิบทองอันเป็นสีประจำตระกูลปาร์ คก็เดินเข้ามาในห้องโถง ตลอดทางตั้งแต่ประตูร่างโปร่งหยุดทักทายกับหัวหน้าเผ่าต่างๆอย่างเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน หัวหน้าเผ่าต่างๆพากันโค้งคำนับ หรือย่อตัวทำตัวเคารพเป็นแถบ แถมเฝ้ามองความงามสง่าและองอาจด้วยสายตาชื่นชม กิริยาเหล่านั้น สร้างความไม่พอใจให้กับคิมยองมินเป็นอันมาก เมื่อเทียบกับความเงียบ และสายตารังเกียจที่มองเขาเมื่อครู่
“เมื่อไหร่ข้าจะจัดการมันได้สักที” คิมยองมินกระซิบเสียงลอดไรฟันให้ได้ยินกันแต่เฉพาะคนใกล้ชิด
“อดทนไว้ก่อนครับท่านลุง อีกไม่นานหรอกครับ” ชีวอนกระซิบตอบ ก่อนจะก้มหัวนิดๆให้ราชาปีศาจที่เดินมาหยุดตรงหน้าพอดี
“ขอบ ใจท่านราชาหมาป่า ที่อุตส่าห์สละเวลามาแสดงความยินดีกับข้า” ยูชอนทักทายคิมยองมินอย่างยิ้มแย้ม ในขณะที่สายตาบอกแววรู้เท่าทันตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ตลอด นี่คงอยากกระอักเลือดตายแล้วสิท่า
“แน่นอน ท่านจะขึ้นเป็นราชาทั้งที ทำไมข้าจะไม่มาร่วมยินดี ทุกคนอุตส่าห์รอให้ท่านโต ทั้งๆที่เกือบจะไม่ได้โต” ยองมินตอบ
“งั้นก็คงต้องขอบคุณท่านสินะ ที่ท่านอุตส่าห์ทำให้ข้าโตมาจนถึงทุกวันนี้ได้ วันที่ข้าจะได้ครองบัลลังก์แทนพ่อ” ยูชอนตอบ
“ก็ขอให้รั้งบัลลังก์ไว้ให้ได้นานที่สุดก็แล้วกัน”
“ขอบ คุณท่านยองมินที่อวยพร ข้าจะครองให้ได้นาน จนสิ้นอายุขัยท่านเลยล่ะ” ยูชอนพูด ก่อนจะเดินไปทักทายหัวหน้าเผ่าคนถัดไป คิมยองมินตัวสั่นเทิ้ม ที่โดนเด็กเมื่อวานซืนย้อนเอา หมาป่าเฒ่าไม่คิดถึงเรื่องมารยาทอะไรอีกต่อไปแล้ว หันหลังเดินออกไปจากงานทันที ไม่สนใจเสียงทักท้วงของชีวอน โดยมีลีซูมานตามไปติดๆ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันมองกันเป็นตาเดียว
“ขอ ประทานโทษทุกท่านด้วยนะครับ พอดีท่านลุงข้าไม่ค่อยสบาย อาการไม่ค่อยดี จึงต้องรีบกลับก่อน ขอประทานอภัยด้วยนะครับท่านราชาปีศาจ” ชีวอนก้มหัวให้ยูชอนอย่างสำนึกผิด
“ไม่เป็นไร ท่านลุงของท่านคงไม่สบายมาก ข้าสังเกตเห็นหน้าเขาแดงอยู่เหมือนกัน ยังไงฝากความห่วงใยจากข้าไปให้ท่านลุงของท่านด้วยนะ”
“ขอบ คุณ ข้าจะเรียนท่านลุงให้ทราบ ยินดีด้วยกับการรับตำแหน่งครั้งนี้ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” ชีวอนโค้งคำนับหนึ่งทีก่อนจะหันหลังออกไปจากห้องโถงเหมือนกัน ยูชอนยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินไปทักทายคนอื่นต่อ
“สงสัยงานเลี้ยงคืนนี้พี่จะไม่ต้องทำงานหนักอย่างที่คิดแล้วพี่ยุนโฮ” ชางมินกระซิบกับพี่ชาย
“นั่น สิ ลองอย่างนี้คืนนี้คงไม่มาให้เห็นหน้าแน่ๆ แต่ยังไงเราก็ต้องระวัง” ยุนโฮตอบ ส่วนยูชอนก็ทักทายทุกคนจนมาถึงสองพี่น้องตระกูลคิมที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด แจจุงโค้งคำนับยูชอนเต็มพิธีการ ผิดกับคนตัวเล็กที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ด้านหลัง
“จุนซู” แจจุงเอ็ดเสียงเขียว แต่คนตัวเล็กก็ยังเชิดหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ช่างเขาเถอะแจจุง แค่เข้ามาในงานข้า ข้าก็ดีใจแล้ว” ยูชอนยิ้มให้กับแจจุงและเผื่อแผ่ไปจนถึงคนข้างหลัง
“ข้าไม่ได้เต็มใจจะมา เจ้าไม่ต้องดีใจหรอก” จุนซูพึมพำเบาๆ
“ถึง จะไม่ได้เต็มใจมา แต่แค่เห็นหน้าเจ้าข้าก็สุขใจแล้วล่ะ” ก่อนที่จุนซูจะได้โต้ตอบอะไร ยูชอนก็เดินผละไปนั่งที่บัลลังก์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของห้องโถง ปล่อยให้คนตัวเล็กยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ตรงนั้นเพราะเถียงไม่ทัน
“จุนซู ทำไมเป็นคนแบบนี้” แจจุงหันมาเอ็ดน้อง
“ก็เขากวนข้าก่อนพี่ก็เห็น” จุนซูเถียง
“แต่ พี่เห็นว่าเจ้ากวนเขาก่อน จุนซูเจ้าโตแล้วนะ” จุนซูไม่ตอบ ได้แต่ยืนหน้ามุ่ย ค้อนลมค้อนแล้งไปตามเรื่องตามราว เผื่อมันจะกระเด็นไปโดนคนบางคนที่ทำให้เขาหงุดหงิดได้บ้าง
พิธีการ ดำเนินไปเรื่อยๆด้วยความน่าเบื่อหน่าย ตั้งแต่รอฟังตัวแทนเผ่าต่างๆออกมาอ่านประกาศ และคำยินยอมที่จะร่วมมือร่วมใจอยู่ใต้การปกครองของเผ่าแวมไพร์โดยไม่มีข้อ โต้แย้ง จนถึงพิธีสวมมุงกุฎราชาปีศาจ ที่เขาจะต้องเป็นคนสวมมันไว้บนศีรษะเอง เพื่อเป็นการยอมรับว่า เขาเป็นคนยอมรับภาระหน้าที่ทั้งหมดเอาไว้ด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาบังคับ และพิธีต่างๆอีกมากมาย ที่ยูชอนแสนจะเบื่อ แต่ความเบื่อหน่ายเหล่านั้นจะหายไปทันที เมื่อเขาเบนสายตาไปมองคนตัวเล็ก ที่บัดนี้ยืนบิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยล้า แถมยุกยิกตลอดเวลา จนคนเป็นพี่ต้องหันไปตีเพี๊ยะๆอยู่หลายรอบ กิริยาอาการน่ารักๆ เพราะทนอยู่นิ่งๆนานไม่ได้ของเจ้าตัวเล็กที่เขาไม่ได้เห็นมานาน เรียกรอยยิ้มจากเขาได้เสมอ จุนซู เจ้ายังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ เหมือนคนตัวเล็กจะรู้ตัว ทุกครั้งที่เข้าหันไปมอง ไม่นานจุนซูจะหันมาสบตาด้วยเสมอๆ แถมทำปากขมุบขมิบที่ไม่ต้องฟังเสียงก็รู้ ว่าไม่ได้อวยพรเขาอยู่แน่ๆ ก่อนจะสะบัดค้อนให้เป็นการปิดท้ายทุกครั้ง
“ต่อ ไปนี้ขอเชิญหัวหน้าเผ่าต่างๆออกมาอวยพรท่านราชาปีศาจทีละเผ่า ตามลำดับ เริ่มจาก เผ่าเงือก” เสียงชางมินประกาศ เรียกร่างโปร่งให้หันกลับมาสนใจพิธีตรงหน้า
“ขอแสดงความยินดีด้วย ครับท่านราชาปีศาจ” หัวหน้าเผ่าเงือกพูด หลังจากโค้งคำนับ พลางหันไปหยิบของกำนัลที่เตรียมมาให้จากคนสนิท มอบให้กับยูชอน ก่อนจะถอยหลังกลับไปประจำตำแหน่ง
“ลำดับต่อไป ....” ชางมินประกาศผู้ที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีไปเรื่อยๆ จนถึงสองพี่น้องตระกูลคิม แจจุงก้าวขึ้นมาด้านหน้า โค้งคำนับให้อย่างสวยงาม และไม่ลืมหันไปมองหน้าน้องชายตัวแสบ จุนซูโค้งให้นิดนึงพอเป็นพิธี เพราะไม่อยากถูกพี่ชายดุ
“ยินดีด้วยนะท่านราชาปีศาจ” แจจุงพูด
“ขอบใจนะแจจุง จุนซู” คนตัวเล็กเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะถอยหลังไปยืนประจำที่
“เสร็จ สิ้นพิธีการแค่นี้ ขอเชิญทุกท่านที่ห้องอาหาร เพื่อร่วมทานอาหารและสังสรรค์กันเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาพบกันอีกทีในงานเลี้ยงตอนค่ำ” เสียงชางมินประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไป ก็มีเสียงนึงขัดขึ้นก่อน
“เดี๋ยวสิคะ ขอโทษที่ข้ามาช้า แต่ข้ายังไม่ได้มาแสดงความยินดีเลย” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นมาจากปลายห้องโถง เรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง หญิงสาวเดินมาข้างหน้า พร้อมผู้ติดตาม ย่อตัวทำความเคารพ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง
“ข้าตัวแทนจากเผ่าแม่มด ขอแสดงความยินดีในการรับตำแหน่งครั้งนี้ค่ะ และขอโทษที่มาล่าช้าไปมาก” ยุนอากล่าวอย่างเต็มพิธีการ พร้อมส่งของกำนัลมอบให้แก่ยูชอน หลังจากเสร็จเรียบร้อย ชางมินก็ประกาศอีกครั้งนึง เพื่อเชิญทุกคนไปที่ห้องอาหาร
“เอาล่ะครับ ทุกท่านเชิญไปรอที่ห้องอาหารได้เลยครับ” โดยทิ้งให้ชายหนุ่มและหญิงสาวยืนทักทายกันอยู่ที่เดิม
“ไม่เป็นไร มาช้ายังดีกว่าไม่มา” ยูชอนยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณที่ไม่ตำหนิข้าค่ะพี่ยูชอน” ยุนอาเรียกท่านราชาปีศาจด้วยคำพูดแสนสนิทชิดเชื้อ เรียกหันคนตัวเล็กหันไปมองอย่างสงสัย
“พี่ ยูชอนยังเหมือนเดิมเลยนะคะ ถึงแม้เราจะไม่เจอกันตั้งนานแล้ว” ร่างบางโผเข้าไปกอดร่างโปร่งอย่างคิดถึง นั่นเป็นภาพสุดท้ายที่คนตัวเล็กเห็น ก่อนที่ชางมินจะรีบลากจุนซูไปจากภาพตรงนั้น ตัวเขาเองก็เริ่มเห็นเค้าความยุ่งยาก ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นอิมยุนอามาก่อน แต่ก็รู้จากปากของยูชอนว่า พวกเขาเป็นคู่หมั้นกันตั้งแต่ยังเด็ก และที่สำคัญ ยังเป็นอีกตัวแปรที่แยกจุนซูกับยูชอนออกจากกันโดยสิ้นเชิงด้วย
“เอ่อ ยุนอา พี่ว่าเจ้าเข้าไปที่ห้องอาหารก่อนดีกว่า พี่ยังต้องออกไปทักทายประชาชนที่มารอด้านนอก” ยูชอนค่อยๆดันตัวหญิงสาวออกอย่างสุภาพ
“ก็ได้ค่ะ ข้าจะเข้าไปรอพี่ด้านใน อย่านานนะคะ หวังว่าคืนนี้ข้าจะได้เต้นเปิดฟลอร์พร้อมพี่ ในฐานะคู่หมั้น” ยุนอาเข้ามากระซิบข้างหูร่างโปร่งก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องอาหาร ทิ้งให้ยูชอนยืนถอนหายใจหนักหน่วงอยู่คนเดียว ก่อนที่เขาจะสาวเท้าไปที่ระเบียงหน้าปราสาท เพื่อทักทายกับประชาชนที่มาเฝ้ารอดูเขาในวันนี้ ทันทีที่ร่างโปร่งก้าวออกไป เสียงคนจำนวนมาก็โห่ร้องด้วยความยินดี กับราชาปีศาจองค์ใหม่ ยูชอนโบกมือทักทายทุกคน ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด ให้ได้ยินกันทั่วทุกคน
“ขอบคุณ ที่ทุกท่านมารวมตัวกันในวันนี้ ข้าขอขอบคุณจากใจจริง และสัญญาว่า ข้าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวัง ชาวปีศาจจะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เหมือนเมื่อ10ปีที่แล้ว ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ใคร ทำลายความสงบของพวกเราได้อีก” เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นอีกระลอก
“คืนนี้ ขอให้ทุกท่านมาสนุกกันที่ปราสาท เพื่อเฉลิมฉลองวันราชาภิเษกของข้า ที่หน้าปราสาทจะมีงานเลี้ยงเหมือนข้างในปราสาทเช่นกัน ขอให้สนุกกันให้เต็มที่ ขอบคุณ” เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังขึ้นอีกระลอก ร่างโปร่งโบกมือลาทุกคน ก่อนจะลับตัวหายเข้าไปในปราสาท
คนตัวเล็กเดินออกมาจากห้องอาหาร สวนกับยูชอนที่เดินกลับมาจากระเบียง มือเรียวรั้งแขนคนตัวเล็กไว้ทันที ก่อนที่จุนซูจะเดินเลยออกไป
“จะรีบไปไหนล่ะ ไม่อยู่กินอะไรก่อนเหรอ” ยูชอนถาม
“ปล่อย ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ เจ้าก็รู้อยู่แล้ว จะถามทำไม” จุนซูสะบัดแขนอย่างแรง แต่มือใหญ่จับไว้แน่นสะบัดยังไงก็ไม่หลุด
“โกรธอะไรอีกล่ะ” ยูชอนถาม จุนซูตวัดสายตาขึ้นมอง
“จะ โกรธอะไร ข้ากับเจ้าไม่เกี่ยวอะไรกัน ทำไมข้าต้องโกรธด้วย” จุนซูเถียง ยูชอนถอนใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจุนซูโกรธอะไร ร่างโปร่งรั้งคนตัวเล็กให้เดินตามมา ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไปในห้องเล็กที่ติดอยู่กับห้องโถงใหญ่ พร้อมกับชางมินที่กำลังจะเดินออกมาตามพี่ที่ยังไม่เข้าไปที่ห้องอาหารสักที
“อ้าว จะไปคุยกันก็ไม่บอก ดีนะเนี่ยที่เราเดินออกมาดู เฮ้อ~ เอาวะเพื่อพี่ชาย ไปรับหน้าไว้ก่อนดีกว่า” ร่างสูงหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องอาหารเพื่อถ่วงเวลาให้กับพี่ชาย
“ปล่อย นะ บอกให้ปล่อย ลากข้าเข้ามาในนี้ทำไม” จุนซูดิ้น ยูชอนรวบเอวคนตัวเล็กเอาไว้ด้วยแขนข้างนึง มืออีกข้างนึงรวบมือของคนตัวเล็กเอาไว้ก่อนที่จะทุบเขาไปมากกว่านี้
“บอกข้ามาก่อนสิ ว่าโกรธอะไรอีก”
“ข้าไม่ได้โกรธ ปล่อยข้า”
“โกรธสิ เรื่องยุนอาใช่ไหม” ยูชอนถาม
“ทำไม ข้าจะต้องไปโกรธเจ้า ข้ากับเจ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน ปล่อยข้านะ เจ้าจะกลับไปรักกับใครมันก็เรื่องของเจ้า” จุนซูตะโกนใส่หน้ายูชอนเป็นชุด
“จะ ให้ข้าบอกกี่ครั้ง ว่ายุนอากับข้า เราไม่ได้รักกัน” ยูชอนยืนยันหนักแน่น เหมือนที่เขาเคยยืนยันมาแล้วเมื่อ5ปีก่อน แต่คนตรงหน้าก็ไม่เคยฟัง
“ข้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับข้าไง คู่หมั้นเจ้า เจ้าไม่รักจะหมั้นกันได้ยังไง” จุนซูเถียง
“นั่น พ่อแม่ข้าตกลงไว้กับเผ่าแม่มดตั้งแต่ตอนเด็ก และยุนอาก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นตั้งนานแล้ว ก่อนที่เจ้าจะมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ ข้าก็เลยนึกว่าสัญญานั่นหมดไปแล้ว ไม่งั้นข้าจะเผลอตัวเผลอใจมารักเจ้างั้นเหรอ”
สิ้นเสียงของยูชอน ร่างเล็กหยุดชะงักไปชั่วคราว ราวกับถูกสะกด ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยได้ยินคำบอกรักจากคนตรงหน้า ได้ยินบ่อยด้วยซ้ำไป ทุกครั้งที่ได้ยิน หัวใจของเขามักจะเต้นผิดจังหวะทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบเดิม เพราะตอนนี้เขาไม่อยากได้ยินมันอีก ไม่อยากกลับไปเสียใจกับความรักของคนตรงหน้า เมื่อมารู้ทีหลังว่า เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว ถ้าฮยอกแจไม่เผลอบอก เขาก็คงเป็นคนโง่ให้คนหลอกลวงหลอกเขาต่อไป เขาไม่อยากรักคนๆนี้อีกแล้ว เขาพยายามสั่งหัวใจตัวเองให้หยุดรัก และเขาก็ทำได้มาหลายปี จะมาอ่อนแอตอนนี้ไม่ได้
“จุนซู เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม พี่สัญญาว่าจะบอกทุกอย่างกับเจ้า จะไม่มีความลับระหว่างเราอีก” ยูชอนโอบกอดคนตัวเล็กเข้ามาชิด พร้อมกับกระซิบเบาๆที่ข้างหู ใกล้กันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น แต่คนตัวเล็กก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม
“5ปี มันนานมากเลยนะสำหรับพี่ เมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้พี่สักที พี่ยังรักเจ้าเหมือนเดิมนะจุนซู” ยูชอนค่อยๆพรมจูบจากข้างแก้มเรื่อยลงมาจนถึงริมฝีปากบาง ก่อนจะกดจูบหนักๆให้สมกับความรักที่เขาต้องทนเก็บมันไว้คนเดียวมานาน ตั้งแต่ที่เขากับคนตัวเล็กเข้าใจผิดกัน จุนซูที่ยังมึนงงอยู่เริ่มได้สติ ร่างเล็กเริ่มผลักไส ไม่เขาจะมายอมใจอ่อนแค่นี้ไม่ได้ อิมยุนอากลับมาแล้ว ขนาดตอนนั้นแค่รู้เฉยๆเขายังแทบทนไม่ไหว แล้วนี่กลับมาเป็นตัวเป็นตนแบบนั้นจะให้เขาทนได้ยังไง จุนซูเริ่มดิ้นแรงขึ้น แต่ยิ่งดิ้นยูชอนก็ยิ่งรัดแน่นเข้าไปอีก
~ แอ๊ด ~
เสียง ประตูดังขึ้น ทำให้คนทั้งสองผละออกจากกัน จุนซูรีบวิ่งออกไปจากห้องนั้นทันที ผ่านชางมินที่ยืนอยู่หน้าประตู ร่างสูงแทบอยากจะเอาหัวโขกประตูนัก กับความรีบร้อน จนลืมไปว่ายูชอนลากจุนซูเข้ามาทำอะไรกัน
“เอ่อ ท่านพี่ ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ชางมินเอ่ยขอโทษกับพี่ชาย
“ไม่เป็นไร มีอะไรเหรอชางมิน”
“แขกในห้องอาหารรออยู่ เขาเริ่มสงสัยเพราะพี่หายมานานเกินไป ข้าเลยรีบมาบอกท่าน ลืมไปว่าท่านอยู่กับจุนซู” ชางมินกล่าวเสียงอ่อยๆ
“ไม่เป็นไร ถึงเจ้าไม่มาขัด ข้าก็ต้องปล่อยเขาไปอยู่ดี ข้าเคยขัดใจเขาที่ไหนเจ้าก็รู้”
“แล้ว..” ชางมินถามแต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจกันระหว่างพี่น้อง
“เหมือนเดิม ช่างเถอะ ชาตินี้เขาคงไม่ให้อภัยข้าอีกแล้วมั้ง ไปกันเถอะ” ยูชอนเดินนำชางมินไปที่ห้องอาหาร
“โอ้ ย~ ชางมินเอ้ย งี่เง่า ซื่อบื้อจริงๆเล้ย ทำไมไม่รอก่อน ทำไมๆๆ พรวดพราดเข้าไป เป็นเรื่องแล้วเห็นไหม” ชางมินยืนเขกหัวตัวเองหลายที ก่อนจะวิ่งตามพี่ชายเข้าไปที่ห้องอาหาร
หลังจากอาหารเที่ยง ผ่านไป ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน ก่อนที่จะกลับมาใหม่ในตอนหัวค่ำ เพื่อร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ รวมทั้งงานรื่นเริงที่จัดขึ้นรอบๆปราสาท ยุนโฮเดินกลับเข้ามาในปราสาทหลังจากส่งแขกทุกคนกลับไปหมดแล้ว ร่างสูงเหลือไปเห็นร่างบางคุ้นตา กำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าภายในห้องโถงกลางสำหรับเต้นรำ ยุนโฮสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะทำใจกล้าเดินเข้าไปหาร่างบาง
“เอ่อ ยังไม่กลับเหรอแจจุง” ยุนโฮเอ่ยทัก ร่างบางหันมายิ้มก่อนจะตอบคำถาม
“ข้า ไม่กลับหรอก ว่าจะดูแลเรื่องสถานที่หน่อย เผื่อมีอะไรขาดเหลือ นี่ก็ตกแต่งไปได้เยอะแล้วล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าท่านราชาปีศาจไม่ลงทุน ตอนเช้ากับตอนเย็นแต่งเหมือนกันเปี๊ยบ” แจจุงหัวเราะ
“แบบนี้เจ้าก็เหนื่อยแย่เลยสิ”
“ไม่ หรอก สนุกดีนานๆมีงานใหญ่ ข้าไม่ได้สนุกอย่างนี้มานานแล้วนะ ทุกทีข้าก็อยู่แต่ในปราสาทเพราะเจ้าน้องชายตัวดีหวงพี่ ไม่ค่อยให้ออกไปไหน” แจจุงตอบ ก่อนจะหันไปหยิบดอกไม้เสียบใส่แจกัน เพื่อช่วยพวกคนใช้อีกแรง งานจะได้เสร็จเร็วๆ ยุนโฮมองภาพตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะสังเหตุเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆที่เริ่มผุดขึ้นตามไรผมของร่างบาง ยุนโฮหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นส่งให้
“อะไรเหรอ” แจจุงเอียงคอถาม
“เอ่อ ซับเหงื่อหน่อยสิ เหงื่อเจ้าออกเต็มเลย” ยุนโฮตอบ แจจุงมองผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตายิ้มๆ ก่อนจะบอกเสียงใสว่า
“เจ้า ช่วยซับให้หน่อยได้ไหม ข้ามือเลอะ เดี๋ยวผ้าเช็ดหน้าเจ้าเปื้อนหมด” คำพูดเพียงแค่นี้ทำให้คนตัวโตแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ก็ตั้งแต่รู้จักกันมา นอกจากจับมือตอนลงจากม้า หรือรถม้าแล้ว เขาไม่เคยกล้าแตะตัวแจจุงเลย นี่จะให้เขาซับหน้า โอ้ย~ ข้าจะตายก่อนไหมเนี่ย
“อ้าวยุนโฮ ไหนบอกว่ามีเหงื่อไง ซับให้หน่อยสิ” ยุนโฮพยักหน้า กลั้นใจเพื่อบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่น ก่อนจะค่อยๆบรรจงซับเหงื่อตามไรผม และใบหน้าบอบบางของคนตรงหน้า
“เจ้าใช้น้ำหอมอะไรยุนโฮ กลิ่นคุ้นๆมากเลย เหมือนข้าเคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน” แจจุงทำท่าคิด
“น้ำหอมผู้ชายธรรมดานี่แหละ ทำไมเหรอ”
“ไม่รู้สิ ข้าว่าข้าเคยได้กลิ่นจากไหนนะ” แจจุงพยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออก
“ช่างเถอะ ว่าแต่เจ้าล่ะ เข้ามาหาข้ามีอะไรจะให้ข้าช่วยหรือเปล่า” แจจุงหันไปสนใจกับแจกันดอกไม้ต่อ
“ข้าแค่เข้ามาถามดูว่าเจ้าไม่กลับไปพักผ่อนเหรอ”
“ไม่หรอก เดี๋ยวว่าจะอาบน้ำที่นี่เลย จะได้ไม่ต้องวิ่งกลับไป เพราะจุนซูเอารถม้าไปแล้วด้วย” แจจุงตอบ
“อืม จะอาบก็บอกข้าแล้วกัน ข้าจะให้เด็กเตรียมน้ำให้”
“ขอบใจ” แจจุงยิ้ม ก่อนจะเสียบดอกไม้อันสุดท้ายลงใส่แจกัน
“เรียบร้อยแล้ว สวยไหม” แจจุงหันมาถาม
“สวยสิ เจ้าทำอะไรก็สวยทั้งนั้นแหละ”
“เจ้า นี่ปากหวานนะยุนโฮ ข้าล่ะแปลกใจจริงๆเลย ทำไมป่านนี้เจ้าถึงยังไม่มีคนรัก ทั้งๆที่ก็มีคนมาชอบเจ้าไม่แพ้ยูชอนเลยนะ” แจจุงปัดมือ พลางหันมาคุยกับร่างสูง ทั้งๆที่อดแปลกใจไม่ได้เหมือนกัน ว่าทำไมวันนี้ร่างสูงถึงเดินมาทักเขาก่อน แถมยังคุยด้วยยาวผิดปกติ
“ข้าเป็นคนคุยไม่เก่ง เลยไม่ค่อยได้คุยกับใคร แถมงานข้าก็เยอะ ใครจะมาสนใจคนบ้างานอย่างข้ากัน”
“ก็ไม่บ้าเท่าไหร่นี่ ยังมาอู้คุยกับข้าได้ตั้งนานสองนาน” แจจุงแซว
“คือ ว่าข้า..” ยุนโฮเอ่ยตะกุกตะกัก
“มีอะไรเหรอ บอกมาเลยไม่ต้องเกรงใจ”
“คือว่า.. เอ่อ .. ถ้าไม่เป็นการรบกวนเจ้าจนเกินไป ...” ยุนโฮเงียบไปสักพัก ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมาให้จบๆ
“คืน นี้เต้นรำกับข้าสักเพลงได้ไหม” พบจบคนตัวโตก็กลั้นใจรอคำตอบ แจจุงเงียบไปพักนึง เพราะไม่คิดว่าจะเป็นคำขอเช่นนี้ เล่นเอาคนตัวโตใจแป้วไปเหมือนกัน ก่อนริมฝีปากบางจะค่อยคลี่ยิ้ม
“ได้สิ เรื่องแค่นี้เอง”
“ขอบใจนะ” ยุนโฮยิ้มที่นางฟ้าของเขาไม่ปฏิเสธคำของของเขา คิดไม่ผิดที่เลือกวันแห่งความรักของชาวปีศาจ ตัดสินใจรุกเต็มที่สักครั้ง
“งั้น ข้าขอตัวไปทำงานก่อน เอ่อ.. แล้วถ้าจะอาบน้ำเรียกเด็กไปเตรียมน้ำได้เลยนะ ข้าจะสั่งเด็กไว้ให้” ก่อนจะหมุนตัวเดินไปจากห้องโถง แจจุงหัวเราะกับท่าทางเขินสุดขีดของคนตัวโต
“ถ้าคุณลิลลี่เป็นเจ้าก็ดีสินะยุนโฮ” แจจุงพึมพำเบาๆ ก่อนจะให้ไปสนใจงานที่ค้างอยู่
%%%%%
TBC


ยุนแจเขาใจตรงกันเสียด้วย
ส่วนยูซู ต้องลุ้นกันต่อไป
มีเรื่องมาให้มิคปวดหัวได้ทุกทีสินะ
#1 By chebi (124.120.121.18) on 2010-04-01 15:23