[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 6
posted on 29 Mar 2010 05:24 by kameryuichi in emergency
Part 6
“กลับมาแล้วครับ” เสียงคนตัวเล็กที่เพิ่งฝ่าการจารจรของวันศุกร์กลับมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย เอ่ยขึ้น เรียกพี่ชายคนสวยที่อยู่ในครัวชะโงหน้าออกมา
“กลับมาแล้วเหรอจุนซู ไปอาบน้ำก่อนสิ จะได้ลงมากินข้าว พี่มีเรื่องจะคุยด้วย
“คร้าบ”
คน ตัวเล็กลากสังขารขึ้นไปชั้นบน ถอดเนคไทด์โยนใส่ตะกร้า มือบางแกะกระดุมเสื้อออกบางส่วน ก่อนจะหอบเสื้อคลุมเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องส่วนตัว จัดแจงถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นใส่ไว้ในตะกร้าในห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำอุ่นๆไหลตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไล่ความเมื่อล้าจากการหลัง ขดหลังแข็งเร่งทำงานให้คุณเจ้านายตามสั่ง ก่อนจะจัดการชำระร่างกายให้เรียบร้อย มือบางเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมไว้ลวกๆ เดินไปที่กระจก กำลังจะหยิบโฟมมาล้างหน้าคนตัวเล็กก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติแถวๆคอ มือบางลูบรอยนั้นไปมา เลื่อนตัวเข้าไปชิดกระจกอีกนิดเพื่อจะได้เห็นชัดๆ คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
“เอ~ รอยอะไรหว่า เมื่อเช้าก็ไม่มีนี่ แดงเลยอ่ะ ไปโดนอะไรมานะ” คนตัวเล็กยืนมองรอยแดงๆนั่นอยู่นาน ก่อนจะตาโตเมื่อนึกอะไรออกลางๆ
“รู้ แล้วว่าได้มาจากไหน หึ ต้องเป็นตอนที่นอนอยู่ในห้องคุณเจ้านายจอมหื่นแน่ๆ สงสัยคุณเจ้านายจะทำอะไรหกที่โซฟา มดมันถึงได้ขึ้นโซฟา ดูสิ โดนกัดซะเป็นปื้นเลย สงสัยจะมีเยอะ ไม่ได้แล้ว วันจันทร์ต้องเอาดีดีทีไปฉีดสักหน่อย” แล้วก็ก้มหน้าก้มตาล้างหน้าต่อไม่สนใจรอยแดงๆนั่นอีก
หลังจากอาบน้ำ จุนซูก็ลงมานั่งรอที่โต๊ะอาหาร เพื่อรออาหารสุดอร่อยฝีมือพี่ชายคนสวย คนอะไรไม่รู้ สวยก็สวย ทำอาหารก็เก่ง เป็นแม่บ้านซะ ใครได้แต่งงานด้วยสบายไปทั้งชาติเลยนะเนี่ย
“จุนซู พี่มีเรื่องจะบอก” แจจุงเอ่ยขึ้นหลังจากที่จัดแจงวางกับข้าวบนโต๊ะแล้ว
“มีอะไรเหรอ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ” จุนซูหันไปถามพี่ชายที่ทำหน้ายุ่งเหมือนยุงตีกัน
“พี่ไม่รู้จะบอกยังไงดีอ่ะ”
“ทำไม พี่ไปทำใครเขาท้องเหรอ” จุนซูวางตะเกียบหันไปจ้องหน้าพี่ชาย
“จะบ้าหรือไง แฟนก็ไม่มีจะไปทำใครท้องได้เล่า” แจจุงใช้ตะเกียบในมือเคาะหัวน้องชายไปทีนึง
“จะไปรู้เหรอ เห็นทำหน้ายุ่งๆ”
“พี่แค่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เอางี้ วันพรุ่งนี้พี่ไม่อยู่บ้านนะจะไปพูซาน2อาทิตย์”
“พรุ่ง นี้เลยเหรอ ทำไมกะทันหันจัง ทุกทีจะไปออกกองพี่ต้องบอกล่วงหน้าสัก3-4วัน เออแล้วทำไมต้องไปตั้ง2อาทิตย์อ่ะ ทุกทีไปดูแป๊บๆก็กลับไม่ใช่เหรอ” จุนซูถามขณะที่ปากก็เคี้ยวอาหารตุ้ยๆ
“จุนซู พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลากินอย่าพูดไปด้วย เด็กคนนี้นี่” แจจุงจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ
“ก็ มีแต่พวกเราทั้งนั้น ไม่ต้องมีมารยาทนักหนาหรอก ไม่ได้เป็นพวกไฮโซนี่ ไม่ต้องมากเรื่องหรอกน่า” จุนซูพูดอย่างไม่สนใจ คีบกิมจิใส่ปากต่อ
“ถึงไม่ได้เป็นไฮโซแต่เราก็ควรมีมารยาทบ้างนะ”
“โธ่ เค้ารู้หรอก อยู่กับคนอื่นก็ไม่ทำอย่างนี้หรอกน่า นี่อยู่กับพี่ ว่าแต่พี่ยังไม่ตอบเลยว่าจะไปพูซานทำไมตั้ง2อาทิตย์”
“ไปถ่ายโฆษณา”
“รู้แล้ว ก็พี่เป็นเออีโฆษณาไม่ไปถ่ายโฆษณาจะให้ไปทำอะไรล่ะ”
“ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น หมายความว่า พี่ไปถ่ายเอง พี่เป็นพรีเซนต์เตอร์งานนี้”
~ แกร๊ง ~
สิ้น เสียงคนเป็นพี่ คนตัวเล็กที่กำลังจะใช้ตะเกียบคีบกิมจิขึ้นมากินต่อชะงักค้างตะเกียบหลุดมือ ทันที เฮ้ย~ นี่เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า จู่ๆก็จะมีพี่เป็นนายแบบซะงั้น
“พี่ ล้อเล่นหรือเปล่า” จุนซูเลิกสนใจอาหารหันมาจ้องพี่ชายตาเขม็ง
“ไม่ล้อเล่นล่ะ พรุ่งนี้จะไปถ่ายอยู่แล้วเนี่ย”
“แล้วอยู่ดีๆพี่ไปเป็นพรีเซนต์เตอร์ได้ไงอ่ะ”
“เพราะ ไอ้ประธานขี้เก๊กนั่นคนเดียว อยู่ดีๆก็สั่งเปลี่ยนนางแบบ แถมยังบังคับให้พี่เล่นเองอีก” แค่พูดถึงแจจุงก็รู้สึกถึงควันที่กำลังลอยออกจากหูเพราะความกวนประสาทของคน หล่อ
“แล้วทำไมพี่ไม่ปฏิเสธไปล่ะ”
“เหอะ คงทันหรอก ก็พี่แกเล่นไปล็อบบี้เจ๊ฮีเอาไว้ รายนั้นเห็นเงินเป็นศาสดามีเหรอจะไม่ยอมรับอ่ะ ความซวยเลยมากตกที่พี่ แล้วที่ไปพรุ่งนี้อ่ะ เจ๊ฮีแกก็เพิ่งโทรมาบอกก่อนจุนซูกลับบ้านเอง เขาบอกว่าคุณผู้กำกับใหญ่ว่างแค่2อาทิตย์ มีงานที่อื่นต่อ โอ้ย~พี่จะบ้าอยู่แล้ว คนนั้นจะเอาอย่างนี้ คนนี้จะเอาอย่างนั้น ถ้ามันยุ่งมากนักก็ไม่ต้องถ่ายซะก็สิ้นเรื่อง” แจจุงร่ายยาวจนจุนซูได้แต่นั่งฟังตาปริบๆ สงสัยพี่แจจุงจะเก็บกดแหะ ใส่ไม่ยั้งเลย
“ทำไมเขาเอาแต่ใจจังเลยลูกค้าพี่อ่ะ”
“จะไปรู้เหรอ ไม่รู้ว่าเป็นเทวดามาจากไหน สั่งอะไรก็ต้องได้อย่างนั้น ไม่งั้นเปลี่ยน ล้มโปรเจ็คอย่างเดียว ชิ~ ไม่รวยมั่งแล้วไป”
“อืม~ เท่าที่ฟังมันก็น่าโมโหจริงนั่นแหละ” คนตัวเล็กพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเขาก็มีชะตากรรมไม่ต่างกับพี่ชายเท่าไหร่ เพราะไอ้คุณเจ้านายจอมหื่นนั่นจะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้เหมือนกัน
“ใช่ ไหม จุนซูก็เห็นด้วยกับพี่ใช่ไหม” แจจุงหันไปหน้าน้องชายมองด้วยความซาบซึ้ง เพราะตั้งแต่เจอกับไอ้ประธานบ้านั่น ไม่มีใครเข้าข้างเขาเลยสักคน
“ว่าแต่ เขาให้เท่าไหร่ล่ะพี่” จุนซูยื่นหน้าเข้าไปถามพี่ชายด้วยความยากรู้
“40ล้าน”
“หา!!! 40ล้าน” คนตัวเล็กตอนนี้ตาโตเท่าไข่ห่าน โห~ นี่เราต้องโดนลวนลามกี่ครั้งนะถึงจะได้เท่าพี่อ่ะ
“ใช่”
“งั้น ไปเลยพี่ พรุ่งนี้ไปใช่ไหม รีบไปนอนเลยเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายเขาเปลี่ยนตัวก็แย่กันพอดี” จุนซูรีบลุกจากเก้าอี้ไปลากแจจุงให้ขึ้นไปนอนทันที
“จุนซู!!” แจจุงตะโกนอย่างขัดใจ ไอ้น้องคนนี้ พูดเรื่องเงินเป็นไม่ได้ น่าจะไปเกิดเป็นน้องเจ๊ฮีมากกว่าเป็นน้องเรานะเนี่ย
“พี่อ่ะ ตั้ง40ล้านเลยนะ พี่ทำงานกี่ชาติถึงจะได้จับเงินขนาดนั้นอ่ะ”
“รู้ว่ามันเยอะ แต่พี่ไม่ชอบขี้หน้าคนจ่ายนี่” แจจุงมองน้องชายค้อนๆ
“ช่าง หัวคนจ่ายมันสิพี่ เราชอบหน้าคนที่อยู่ในแบงค์ก็พอแล้ว ไปเลยๆ รีบไปนอนเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย เขานัดกี่โมง” จุนซูกระตือรือร้นสุดๆ
“10โมง พี่ยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ” แจจุงประท้วง เพราะตอนนี้เขาถูกงัดออกมาจากเก้าอี้แล้ว
“คิด ซะว่าไดเอทแล้วกันพี่ รีบไปนอนเลยนะ นอนดึกไม่ดีเดี๋ยวถ่ายออกมาไม่สวย เผื่อมีคนจ้างต่อ งานนี้เรารวยแน่พี่” จุนซูยังคนรุนหลังคนเป็นพี่ขึ้นบันไดต่อไป ในขณะที่แจจุงเองก็ฝืนไว้สุดฤทธิ์
“ไม่เอาอ่ะ จุนซูพี่จะกินข้าว”
“ไม่ ต้องกินแล้ว” จุนซูดันพี่ชายมาจนถึงหน้าห้อง จัดแจงเปิดประตูยัดพี่ชายตัวเองเข้าไป ล็อคห้องข้างนอกเสร็จสรรพ เหมือนกลัวสินค้าจะหายไปงั้นแหละ
“จุนซูล็อคห้องทำไมเนี่ย”
“กลัว พี่หนีลงมากินข้าวอ่ะดิ เดี๋ยวไม่สวยกันพอดี รีบนอนเลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตาเป็นหมีแพนด้า” จุนซูตะโกนกลับก่อนจะเดินแกว่งกุญแจในมือลงไปกินข้าวต่อสบายใจ ปล่อยให้พี่ชายหิวอยู่คนเดียวในห้อง
“จุนซู ๆๆๆ ไอ้น้องทรยศ นึกว่าจะเป็นพวกเรา โอ้ย~ หิวข้าวขนาดนี้ใครมันจะไปนอนลงเล่า” ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างเหนื่อยหน่าย
“จำ ไว้นะชองยุนโฮ ถ้าฉันหิวข้าวตาย ฉันจะไปหลอกนาย โทษฐานทำให้ฉันต้องเป็นอย่างนี้” แจจุงอาฆาต ก่อนจะกลั้นใจนอนพยายามไม่สนเสียงร้องประท้วงว่าหิวๆๆ จากท้องของตัวเอง
เช้า วันรุ่งขึ้น จุนซูก็ไขกุญแจเข้าไปในห้องพี่ชาย พร้อมด้วยโทรโข่งเปิดเสียงไซเรนซะลั่น เล่นเอาแจจุงที่เพิ่งจะข่มตาหลับได้ไม่นาน เพราะทรมานกับความหิวลุกขึ้นมานั่งหน้าบอกบุญไม่รับ แต่น้องชายตัวดีก็ไม่สนใจ จัดแจงลากพี่ชายยัดใส่ห้องน้ำ ตัวเองก็รีบลงไปเตรียมอาหารเช้าสำหรับพี่ สักพักแจจุงก็เดินลงมาพร้อมกระเป๋าใบย่อม จุนซูรีบถลาไปรับกระเป๋ามาถือไว้เอง ประหนึ่งคนรับใช้พร้อมปรนนิบัติพัดวีคุณนาย
“อะไรเนี่ย” แจจุงชี้ไปที่จานของตัวเอง ถ้ามองจากรูปร่างมันก็น่าจะเป็นไข่ดาว กับไส้กรอก แต่ถ้าดูจากสีแล้ว มันน่าจะเป็นไข่นิโกรกับกุนเชียงมากกว่า สีดำเมี่ยมขนาดนั้น
“อาหารเช้าสำหรับดาราใหญ่ไง กินเข้าไปสิ วันนี้จุนซูลุกมาทำให้พี่กินแต่เช้าเลยนะ” จุนซูยิ้มแป้นกับผลงานตัวเอง
“ขอบใจนะ พี่จะดีใจมากว่านี้ถ้ามันกินได้อ่ะ” แจจุงให้ไปมองน้องชายปลงๆ อะไรก็เก่งไปหมดยกเว้นทำกับข้าวเนี่ยแหละ
“โธ่~ เค้าอุตส่าห์ทำเต็มที่พี่จะไม่ชิมหน่อยเหรอ” จุนซูทำหน้าเศร้า ตามแบบฉบับน้องเล็กเวลาออดอ้อน
“ไม่ล่ะ พี่ยังไม่อยากเป็นมะเร็งตาย แล้วนี่ถ้าพี่ไม่อยู่จะทำยังไง ตั้ง2อาทิตย์นะ” แจจุงพูดขณะลุกไปจัดแจงทำอาหารใหม่ในครัว
“ไม่เห็นจะยาก ก็กินข้างนอกไง เช้าก็ไปกินที่ข้างบริษัท เย็นก็กินมากจากข้างนอกจบ”
“ก็ดีแล้วที่ไม่ทำเอง พี่กลัวกลับมาไม่มีบ้านอยู่ เพราะไฟไหม้อ่ะ”
“พี่ อ่ะ” จุนซูทำหน้ามุ่ย แจจุงไม่สนใจ จัดการยกอาหารของตัวเองมากิน เสร็จเรียบร้อยสั่งความอะไรนิดหน่อยกับคนเป็นน้อง ก่อนจะขาเรียวจะก้าวออกจากบ้านไปผจญกับการเดินทางในรถไฟใต้ดิน
~ Rrrrrrrr ~
เสียง โทรศัพท์ดังขึ้น หลังจากที่คนตัวเล็กส่งพี่ชายไปแล้วเรียบร้อย มือบางยกโทรศัพท์คู่ใจขึ้นมาดู บนหน้าจอปรากฏชื่อหราว่า ‘คุณเจ้านายจอมหื่น’ คนตัวเล็กเบ้หน้า นี่มันวันหยุดนะ จะมาจิกอะไรกันหนักหนา
“ครับ” จุนซูกรอกเสียงลงไปตามสาย
“ตื่นแล้วเหรอคุณ” เสียงทุ้มกวนโอ้ยดังตอบกลับมา
“ตื่นแล้วสิ ผมเป็นคนตื่นเช้านะจะบอกให้” ถึงจะแค่วันนี้ก็เถอะ
“เหรอ ดีเลย ผมจะโทรมาถามว่าคุณกินข้าวหรือยัง”
“กินแล้ว ถามทำไม”
“นึกว่ายังไม่กิน จะโทรมาเตือนให้กินข้าวเดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะ” ยูชอนตอบ
“โรคกระเพาะอะไร ผมไม่เคยเป็นหรอก”
“กะเพราะว่ารักเธอไง...ตื๊ด” พูดจบคนตัวเล็กก็ได้ยินเสียงตัดสายทิ้งทันที
“ประสาท!!!” จุนซูตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างเหลืออด อะไรวะเนี่ยวันหยุดยังโทรมากวนประสาทกันอีก ไอ้เจ้านายจอมหื่นนี่มันต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ
ผิดกับคนปลายสายที่ตอน นี้นั่งอมยิ้มอยู่บนรถสปอร์ตสีแดงเพลิงของตัวเองขณะขับกลับบ้าน หลังจากส่งยูริแล้วเขาก็ออกไปแรดต่อ รู้หรอกว่าวันนี้วันหยุด แต่เขายังไม่ได้เข้าบ้านเลยเมื่อคืนหนักไปหน่อย มีคิวสาวหลายคนเลยต่อยันเช้า พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้จะไม่เจอหน้าคุณเลขา เขาก็เลยกดโทรศัพท์ไปหากะจะพาไปกินข้าวตอนเช้ามากๆด้วยกันสักหน่อย แต่คิดอีกที เขาไม่รู้ทางไปบ้านคุณเลขานี่นาก็เลยเปลี่ยนแผนเป็นยั่วโมโหแทน ไม่ต้องรอให้ปลายสายด่าเขาก็นึกภาพคนตัวเล็กที่ตอนนี้คงดิ้นปัดๆเพราะทำอะไร ไม่ได้อยู่แน่ๆ
“พรุ่งนี้เจอกันนะครับคุณเลขา” ยูชอนพึมพำขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วเพื่อจะได้กลับไปนอนพัก ผ่อน เผื่อว่าตื่นมาอีกทีจะเป็นเช้าวันอาทิตย์ เขาจะได้เห็นหน้าคุณเลขาสักที
ทางด้านแจจุงกว่าเขาจะฝ่าการจาร จรมาจนถึงสถานที่นัดได้ก็ปาเข้าไป10โมงครึ่งเลยเวลานัดไปถึงครึ่งชั่วโมง ขาเรียวรีบก้าวเร็วๆเพื่อจะไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้
“พี่แจจุงเพิ่งมาเหรอ เร็วเข้าผู้กำกับรอนานแล้ว กำลังจะเม้งแตกแล้วพี่” เสียงเด็กในทีมงานที่ออกกองด้วยกันประจำวิ่งเข้ามาทัก
“เหรอ อยู่ไหนล่ะ พี่จะได้ไปขอโทษเขา” แจจุงส่งกระเป๋าให้รุ่นน้องถือ
“โน่นน่ะ ในสตาร์บัคอ่ะ พี่รีบไปเถอะ”
“แล้วพี่จะรู้ได้ไงว่าคนไหน”
“เข้าไปเถอะ ข้างในนั้นมีผู้ชายใส่หมวกแก๊ปอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละพี่”
แจ จุงพยักหน้า ก่อนที่จะเดินไปที่ร้านสตาร์บัคเพื่อขอโทษผู้กำกับเพราะเขามาสายกว่าเวลานัด ไปมาก มือบางผลักประตูร้านสตาร์บัคเข้าไป มองหาคนใส่หมวกแก๊ป แล้วเขาก็เจอผู้ชายใส่หมวกแก๊ปนั่งหันหลังให้ประตู กำลังก้มหน้าก้มตาดูอะไรสักอย่างในแลปทอปข้างหน้า แจจุงรีบเดินเข้าไปหา
“ขอโทษครับที่ผมมาสาย” แจจุงก้มหัวต่ำเพื่อเป็นการขอโทษ ชายหมวกแก๊ปปรายตามามอง
“เด็กใหม่เหรอเรา ไม่รู้หรือไงว่าเวลาของผมเป็นเงินเป็นทองแค่ไหน” ชายหมวกแก๊ปตอบด้วยน้ำเสียเย็นชา
“ผมทราบดีครับ ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ มันเป็นเหตุสุดวิสัย”
“ช่างเถอะ งานนี้ผมรับมาทำเพราะมีคนขอร้องมา คุณไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวผมตามไป”
แจ จุงโค้งให้อีกทีนึงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง ผู้กำกับคนนี้หน้าตาคุ้นๆแหะ เหมือนเคยเจอที่ไหน แจจุงยืนมองอยู่ตรงนั้นอยู่นาน จนคนถูกมองรู้สึกได้ จึงหันกลับมามองตอบด้วยความรำคาญ ริมฝีปากหนากำลังจะไล่คนร่างบางตรงหน้าให้ไปไกลๆ แต่คำพูดทุกอย่างก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ เปลี่ยนเป็นลุกขึ้นยืน ยกมือทั้งสองข้างจับไหล่บางของแจจุงเอาไว้
“แจจุง แจจุงจริงๆด้วย ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” แจจุงยิ่งงงเข้าไปใหญ่ นอกจากเขาจะคุ้นหน้าแล้ว ผู้กำกับยังรู้จักชื่อเขาด้วย
“จำ ผมไม่ได้เหรอ ผมแทกุนไง เราเคยเรียนมหาลัยเดียวกัน แต่ผมไปต่อเมืองนอกเราก็เลยไม่ได้ติดต่อกันอีกไง” แทกุนเริ่มรื้อฟื้นความจำให้คนสวย
“แทกุน แทกุน” แจจุงพึมพำซ้ำไปซ้ำมาพยายามคิด สักพักริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้ม
“แทกุนจริงๆด้วย ฉันจำได้แล้ว โห~ เปลี่ยนไปเยอะเลยเกือบจำไม่ได้แน่ะ”
“ผม ดีใจจริงๆทีได้เจอคุณที่นี่ แล้วคุณเป็นดาราแล้วเหรอ ทำไมผมไม่เคยเห็นคุณเลยล่ะ” แทกุนผู้กำกับชื่อดังของวงการเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“จะไปเจอได้ยังไง ฉันเป็นเออีโฆษณา แต่คราวนี้ต้องมาเป็นแบบซะเองเพราะลูกค้าสั่งน่ะ” แจจุงอธิบาย
“อ๋อ เข้าใจแล้ว แบบนี้นี่เองเขาถึงให้ผมมาถ่ายน่ะ” แทกุนพูด
“ใคร ท่านประธานน่ะเหรอ”
“ก็คนนั้นแหละ”
“ยังไงฉันก็ต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้เสียเวลา” แจจุงยังขอโทษแทกุนไม่เลิก
“ไม่เป็นไร ถ้าเป็นแจจุงผมรอได้เสมอ เราไปกันเถอะ” แทกุนหันไปเก็บสัมภาระก่อนจะโอบไหล่บางไปอย่างถือสนิทเพื่อเดินไปขึ้นรถ
“ผู้กำกับคะทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ พร้อมจะไปได้เลยค่ะ” เด็กทีมงานวิ่งมาบอกทันทีที่เห็นผู้กำกับเดินมาพร้อมกับพรีเซนเตอร์
“เดี๋ยวก่อนสิ แจจุงเขามาเหนื่อยๆให้เขาพักก่อน คุณจะไปนั่งพักก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวเราต้องเดินทางกันนานเลย” แทนกุนหันไปหาแจจุง
“ไม่เป็นไร เราเสียเวลามามากแล้วไปกันเลยก็ได้”
“งั้น ก็ไป รีบขึ้นรถ” แทกุนหันไปสั่งเด็กทีมงาน ก่อนจะพาคนสวยขึ้นไปนั่งบนรถสำหรับผู้กำกับ ทิ้งให้เด็กทีมงานยืนเกาหัวแกรกๆอยู่ตรงนั้น
“อะไรวะ เมื่อกี้เม้งซะกองถ่ายจะแตก คราวนี้ใจดีซะงั้น เว้ย~ กลุ้ม” พูดไปพลางส่ายหัวไปพลาง ก่อนจะรีบไปตะโกนบอกทุกคนว่าให้รีบออกเดินทาง คุณผู้กำกับเขาพร้อมแล้ว
เช้าวันอาทิตย์ ร่างโปร่งขยับตัวลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ หันไปมองนาฬิกา 7โมงครึ่ง โห~ ยังเช้าอยู่เลย อีกตั้ง2ชั่วโมงกว่าถึงจะถึงเวลานัด แต่ตอนนี้มันนอนไม่หลับแล้วนี่นา ยูชอนลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำ จัดการล้างหน้าล้างตาอาบน้ำ แต่งตัวหล่อด้วยชุดลำลองสบายๆ เสื้อยืดคอปกสีเขียวอ่อน กางเกงยีนส์ดีดำ มือเรียวคว้ากุญแจรถคู่ใจเดินผิวปากลงไปข้างล่าง สร้างความประหลาดใจให้แก่พูดพบเห็น ตามปกติถ้าเป็นวันหยุด อาทิตย์ไม่ตรงหัวคุณชายปาร์คคนโตไม่เคยตื่นขึ้นมาให้ใครได้ยลโฉม แต่วันนี้พ่อคุณเล่นตื่นแต่เช้าตรู่ สงสัยพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก
“มองอะไร” ยูชอนหันไปทางยูฮวานที่นั่งอ้าปากค้าง
“มองพี่มิกกี้น่ะสิ วันนี้ผีเข้าหรือไงถึงได้ตื่นแต่เช้าอ่ะ” ยูฮวานถามพี่ชาย
“ผี เข้าเราน่ะสิ ปากอ่ะหุบได้แล้ว น่าเกลียดชะมัดฉันจะตื่นเช้าบ้างมันแปลกนักหรือไง” ยูชอนนั่งประจำที่ แต่ตรงหน้าของเขากลับไม่มีอะไรที่สามารถกินได้เลยสักอย่าง
“อาหารเช้าฉันล่ะ” ยูชอนหันไปถามสาวใช้
“เอ่อ คือว่า..” สาวใช้อ้อมแอ้มไม่กล้าพูดดกลัวระเบิดลงมาที่หัว
“ก็ วันอาทิตย์ลูกไม่เคยตื่นเช้าเลยนี่ เขาก็เลยไม่ได้ทำเผื่อน่ะสิ ถ้าจะกินก็รอหน่อยเดี๋ยวให้แม่บ้านทำเพิ่มให้” คุณนายปาร์คเป็นคนหันมาตอบแทน
“ไม่กินแล้วครับ เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอก”
“จะออกไปไหนล่ะ แม่ว่าจะให้ลูกพายูริไปซื้อของอยู่พอดีเชียว”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เดี๋ยวยูริไปคนเดียวได้ค่ะ” ยูริหันมาตอบเมื่อมองเห็นเค้าความบูดในหน้าพี่ชาย
“คุณแม่ลืมไปแล้วหรือไง เป็นคนบังคับผมเองแท้ๆ”
“ลืมอะไร” คุณนายปาร์คยังงงอยู่เหมือนเดิม
“ก็ที่บอกว่าจะให้พาแฟนมาให้ดูตัววันนี้ไงล่ะ ผมกำลังจะไปพามาอยู่นี่ไง หรือว่าไม่ดูแล้วจะได้ไม่ต้องพากลับมา” ยูชอนหรี่ตามอง
“อ๋อ จำได้แล้ว พามาสิแม่อยากเห็นจะตายไปว่าแกจะเลือกใคร”
“ได้ เลย เดี๋ยวผมมา ไปก่อนนะครับ” ยูชอนพูดพลางสาวเท้ายาวๆออกจากตัวบ้านไปที่โรงรถ สักพักก็ได้ยินเสียงกระหึ่มของรถสปอร์ตแรงม้าสูงพุ่งออกจากบ้านไป
“แม่ฮะ พี่มิกกี้เอาจริงแหะคราวนี้ ไม่งั้นไม่ลงทุนตื่นตั้งแต่ไก่โห่ขนาดนี้หรอก” ยูฮวานยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบคนเป็นแม่
“มีเรื่องอะไรกันคะเล่าให้ยูริฟังด้วยสิคะ” ยูริแกล้งตีหน้าไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่รู้เรื่องทั้งหมดอย่างดีเพราะยูชอนเล่าให้ฟังบนรถ
“คือ งี้พี่ยูริ แม่เขาเบื่อสาวๆของพี่น่ะ วันๆมาบอกให้แม่ไปขอตัวเองวันละหลายๆราย แม่ก็เลยจะจับพี่ยูชอนแต่งกับรายล่าสุดที่เข้ามายื่นความจำนง แต่พี่เขาไม่อยากได้ เขาบอกว่าเขามีแฟนแล้ว คุณแม่ก็เลยให้ไปพามาให้ดูตัววันนี้” ยูฮวานอธิบาย
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แล้วถ้าเจอว่าที่ลูกสะใภ้แล้วคุณป้าจะรับไว้ไหมคะ” ยูริลองหยั่งเชิงถามดู
“ก็ไม่แน่ ขอดูหน้าตาก่อนถ้าพอไปวัดตอนสายๆได้ก็คงให้แต่ง”
“แต่ริกกี้ว่า พี่เขาคงไม่ยอมแต่งหรอก ก็พี่เขาไปจ้างมานี่” ยูริสะดุ้ง โห~ คุณน้องคะ พูดอย่างกับตาเห็น
“เอา ไว้รอดูก่อน ตอนนี้กินข้าวให้อิ่มก่อนดีกว่า เผื่อมีรายการออกแรงจะได้สู้เขาได้” คุณนายปาร์คพูดขึ้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการของตรงหน้าจนหมด
ทางด้านจุนซูก็ตื่น แต่เช้าเหมือนกัน ไม่ได้ตื่นเต้นที่วันนี้ต้องทำตัวเป็นแฟนคุณเจ้านาย แต่ท้องมันร้อง ไม่ได้กินข้าวเย็นเพราะพี่ชายสุดที่รักไม่อยู่ ต้องจำใจลุกขึ้นมาแต่งตัวทั้งๆที่ไม่อยากจะตื่นเลย จุนซูจัดแจงล็อคประตูบ้าน รีบขึ้นรถไฟใต้ดินไปหน้าบริษัทที่นัดกันไว้ก่อนเวลา เพราะจะได้หาอะไรกินแถวนั้นก่อนที่คุณเจ้านายจะมา
ทันทีที่ออกจาก สถานี เท้าเล็กๆก็มุ่งหน้าไปที่ร้านขายอาหารข้างบริษัท แต่ยังไม่ทันไปถึงร้านอาหารก็เจอกับคุณเจ้านายที่ออกมายืนเก๊กหล่ออยู่ข้าง รถสปอร์ตสีแดงของตัวเอง จุนซูชะงัก มาทำไมแต่เช้าฟะ นี่มันยังไม่ถึงเวลานัดเลย ช่างเถอะ ไปกินข้าวก่อนดีกว่า จุนซูตัดสินใจเดินผ่านหน้าคุณเจ้านายไปยังร้านขายอาหาร แต่ถูกคว้าแขนไว้ซะก่อน
“จะไปไหนล่ะ ผมรออยู่ตรงนี้ไม่เห็นหรือไง”
ยู ชอนถามพลางสังเกตการณ์แต่งตัวของคุณเลขา วันนี้ไม่ได้ใส่น้ำมันใส่ผม ปล่อยผมสีน้ำตาลนุ่มลื่นไว้เป็นธรรมชาติ แถมเสื้อผ้าวันนี้ก็ไม่เหมือนเดิม เพราะทุกทีจะแต่งตัวแบบพนักงานบริษัทธรรมดา แต่เป็นธรรมดาของยุค80 วันนี้คนตัวเล็กใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้น สีชมพูบานเย็นพอดีตัวปกเสื้อกว้างๆแบบว่าเดินมาแต่ไกลยังเห็นปกเสื้อ กระดุมด้านบนปล่อยเอาไว้สองเม็ด เผยให้เห็นลำคอขาวเนียนที่มักจะโดนปกเสื้อทำงานและเนคไทด์ปิดไว้เป็นประจำ แถมด้วยกางแกงขาม้า .. ไม่สิ ขากระดิ่งที่รัดพอดีตั้งแต่ต้นขาลงมาจนถึงช่วงเข่า ส่วนปลายบานจนคลุมลงมาถึงรองเท้า สีขาวจั๊ว เป็นสีสันที่แปลกตาสำหรับปาร์คยูชอนมากๆ และที่ขาดไม่ได้ แว่นตาหนาเตอะเอกลักษณ์สำหรับคิมจุนซู ที่สำคัญ รอยจูบที่เห็นจางๆตรงซอกคอนั่นอีก เห็นแล้วอยากทำให้มันชัดเหมือนเดิมจริงวุ้ย
“เห็นแล้ว แต่นี่มันเพิ่ง8โมงครึ่งหรืออีกตั้งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด ผมจะไปกินข้าว” คนตัวเล็กสะบัดข้อมือไปมาเพื่อให้หลุดจากมือแข็งแรง
“ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ อย่าบอกนะว่าตื่นเต้นจนลืมกินข้าวมาน่ะ” ยูชอนหรี่ตามอง
“จะบ้าหรือไง พี่ชายผมไม่อยู่ไม่มีคนทำกับข้าวให้กิน ก็ต้องออกมาหากินข้างนอกนี่ไง ปล่อยสิคนยิ่งหิวๆอยู่” จุนซูพูดอย่างหงุดหงิด
“กินที่ไหนล่ะ”
“ข้างบริษัทนั่นไง ป่านนี้เขาคงเปิดแล้วล่ะ เดี๋ยวพอ10โมงผมจะมาหาแล้วกัน ปล่อยได้แล้ว” คนตัวเล็กยังดิ้นต่อไป
“ไม่ต้องหรอก ไปกินที่บ้านผมแล้วกัน”
“ไม่เอา ผมจะกินเดี๋ยวนี้” คนตัวเล็กยังเถียงต่อไป
“ไปกินข้าวบ้านผมน่า พอเจอคุณแม่แล้วก็อยู่ทานข้าวด้วยเลย หรือไม่เดี๋ยวผมพาออกมาเลี้ยง อาหารอิตาเลี่ยนเลยก็ได้”
“ไม่เอา จะกินข้าวแกง”
“น่าๆๆ ไปกับผมดีกว่า ข้าวแกงไม่อร่อยหรอกนะ อาหารที่บ้านผมอร่อยกว่าเยอะ แต่ก่อนอื่นผมว่าคุณไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่านะ บ้านคุณอยู่ไหนอ่ะ” ยูชอนลากคนตัวเล็กให้เดินตามมาด้วย
“ทำไมต้องเปลี่ยนด้วย ชุดนี้ก็ดีแล้วนี่”
“ผมว่ามันน่ารักไป เอาชุดทำงานดีกว่า อันนั้นแปลกดี”
“คุณ ว่าอะไรนะ” จุนซูชะงัก เหมือนได้ยินอะไรน่ารักๆ แปลกๆ ยูชอนเพิ่งรู้สึกตัวว่าเดี๋ยวนี้เขาเห็นเจ้านี่แต่งตัวน่ารักด้วย รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ผมว่าชุดนั้นมันเรียบร้อยดี ดูชุดนี้สิ สีสันแสบตาขนาดนี้ เดี๋ยวแม่ผมเป็นลมพอดี บอกมาบ้านอยู่ไหน จะได้พาไปเปลี่ยน”
“งั้นเหรอ เดี๋ยวผมนั่งรถไฟไปเองก็ได้ แค่นี้เอง คุณรออยู่นี่แหละ” จุนซูพยายามแกะมือออกจากมือเจ้านาย
“ทำไม ซ่อนใครไว้ที่บ้านหรือไงที่ไม่ให้ผมไปเนี่ย”
“ทำไมผมต้องซ่อนด้วย”
“งั้น ก็ไปด้วยกัน” ยูชอนช้อนตัวคนฤทธิ์มากขึ้นมา จับยัดใส่รถตรงที่นั่งข้างคนขับก่อนจะวิ่งไปประจำที่ หันไปมองหน้าคนตัวเล็กเป็นเชิงถามว่าไปทางไหน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆนอกจากคนน่ารักที่ตอนนี้หน้าหงิกโคตรๆ
“บอกมาสิว่าไปทางไหน แล้วนั่นทำไมไม่คาดเข็มขัด”
“...” เงียบไม่มีเสียงตอบจากคนตัวเล็ก เพราะตอนนี้ทั้งหิว ทั้งโมโหคุณเจ้านายจอมเอาแต่ใจ ไอ้โน่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา ถ้าจะให้แต่งเหมือนไปทำงานทำไมบอกตั้งแต่แรก
“เอางี้ คุณจะบอกผมมาดีๆ หรือจะให้ผมบังคับ” จุนซูสะบัดหน้าไปมองคุณเจ้านายตาลุกวาว นี่ยังไม่ได้บังคับอีกหรือไงฟะไอ้เจ้านายหื่น จุนซูคิดในใจ แต่ก็ไม่ตอบไปอยู่ดี
“ก็ได้ คุณบังคับผมเองนะ” ยูชอนปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปหาคนน่ารักที่กำลังหน้าบูด แต่ตอนนี้เริ่มหันรีหันขวางหาทางหนีจากมฤตยูสุดหล่อ มือเล็กๆเอื้อมไปดันที่เปิดประตู แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะมันล็อค
“ไม่ ต้องพยายามหรอกคุณเลขา รถคันนี้ผมล็อคเอาไว้แล้ว ถ้าไม่ได้ปลดล็อคที่ด้านผมก็ลงไม่ได้หรอก หนีไม่ได้แล้วล่ะ” ใบหน้าคมยังขยับเข้ามาใกล้อย่างต่อเนื่อง
“จะทำอะไรน่ะ” จุนซูถามขณะถอยจนตัวแทบกลืนไปกับประตูรถ
“จูบ ลงโทษคนดื้อไง ถามอะไรก็ไม่ตอบ มันต้องโดนลงโทษกันบ้าง” จุนซูหลับตาปี๋ใช้มือเล็กๆดันอกคนตัวโตเอาไว้ แต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะตอนนี้มือหนารวบมือเล็กเขาไว้ทั้งสองข้างแล้ว
“ถอยไปน้า” จุนซูร้องเสียงหลง
“ทำไม ล่ะ ทุกทีเห็นให้จูบง่ายๆนี่นา วันนี้มีเล่นตัวด้วย” คนตัวเล็กที่หลับตาปี๋ตอนนี้หันมาจ้องอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยูชอนหัวเราะ
“ใครจะไปให้คุณจูบง่ายๆ คุณเล่นจู่โจมไม่ให้ผมตั้งตัว แล้วผมจะไปขัดขืนทันได้ยังไงเล่า”
“โกรธด้วย โกรธที่หนีไม่ทัน หรือโกรธที่ผมจูบกันแน่”
“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”
“แต่ ผมก็จ่ายทุกครั้งเลยนะ ไม่เคยตรวจดูสมุดจดของคุณด้วย ไม่รู้ว่าคุณโกงมั่งหรือเปล่า” มือเรียวอีกข้างค่อยๆไล้ขึ้นไปตามแก้มนิ่มของคนตัวเล็ก ก่อนจะถอดแว่นตาอันใหญ่ออก
“ใครโกง ผมไม่ได้มีนิสัยขี้โกงอย่างนั้น เอาแว่นผมคืนมานะ”
“คุณ ไม่อยากใส่คอนแทคเลนส์บ้างเหรอ ผมว่าแว่นคุณมันหนักมากเลยนะ” ยูชอนกลับไปพิงพนักเหมือนเดิมพร้อมกับเดาะแว่นเบาๆในมือเพื่อกะน้ำหนัก
“ไม่เอา ผมไม่อยากเจ็บตา ใส่แว่นดีกว่าตั้งเยอะ” จุนซูพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมจะได้แย่งแว่นคืน
“งั้นทำเลสิคก็ได้”
“ไม่เอา แพง”
“ผมจ่ายให้ เอาไหม”
“ไม่เอา เดี๋ยวทำงานไม่ได้ตั้งเป็นอาทิตย์ ผมไม่อยากโดนหักเงินเดือน”
“ไม่หักหรอก ก็ผมให้คุณไปทำเองนี่ คุณจะใส่แว่นไว้ทำไม หนักจะตาย” ยูชอนพูด
“ผมชอบใส่แว่น” จุนซูเถียง
“แต่ผมไม่ชอบนี่ มันทำให้ผมจูบคุณไม่ถนัด”
พูด จบใบหน้าคมก็หันมาหาคนน่ารักที่ยังไม่ทันตั้งตัวอย่างรวดเร็ว มือเรียวรั้งศีรษะทุยของคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ ประทับริบฝีปากอิ่มไปที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่อย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กปัดป้องไม่ทันเหมือนเดิม ริมฝีปากอิ่มบดหนักๆให้ปากบางเผยอออก ก่อนจะส่งลิ้นหนาเข้าไปทักทายลิ้นเล็กที่กำลังหาทางหนีแต่ก็ไม่รอดเพราะโดน เรียวลิ้นหน้ากระหวัดเอาไว้ก่อน
~ อื้อ ~
เสียงร้องจากคนตัว เล็กที่กำลังตกใจ ทุกทีคุณเจ้านายไม่เคยจูบหนักขนาดนี้เลยนี่ เป็นบ้าอะไรของเขานะ ตอนนี้ในสมองจุนซูกำลังสับสนวุ่นวายเพราะไม่เคยถูกใครจูบขนาดนี้ จะว่าไปก็มีแต่คุณเจ้านายนี่แหละที่จูบเขา ร่างเล็กๆเริ่มดิ้นรนเอาตัวรอด แต่แขนแข็งแรงก็โอบเข้ามาชิดมากขึ้น และยังคงจูบหนักหน่วงต่อเนื่องยาวนาน จนคนตัวเล็กรู้สึกว่ากำลังจะหน้ามืดเพราะถูกสูบเอาลมหายไปหมดแล้ว จุนซูที่ดิ้นรนขัดขืนอยู่นานตอนนี้เริ่มอ่อนแรงเพราะกำลังจะขาดใจตายเพราะ หายใจไม่ออก ยูชอนถอนริมฝีปากออกจากริมฝีปากบาง ก่อนจะไล้เรื่อยไปที่ซอกคอหอมกรุ่น ได้ยินเสียงหอบหายใจของคนตัวเล็กเป็นระยะๆ
“อะไรกันคุณ แค่นี้เหนื่อยแล้วเหรอ อ่อนหัดจริงๆเลยนะ” ยูชอนกระซิบ
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
“ทำไม คุณจะทำอะไรผม” ยูชอนเงยหน้าจากซอกคนขาวนวลขึ้นมามองหน้าคนตัวเล็ก จุนซูเงื้อมือขึ้นกะจะฟาดหน้ากวนโอ้ยสักที แต่มือเรียวก็จับเอาไว้ได้ทันก่อน
“ถ้าตบผม จูบคราวนี้ไม่คิดเงินนะ แต่จะแถมจูบอีกรอบ เอาให้หนักกว่าเดิมดีไหม” ยูชอนขู่ จุนซูได้แต่สะบัดหน้าไปอีกทางอย่างโมโห ไอ้คุณเจ้านายจอมหื่น สักวันต้องเอาคืนให้ได้คนอะไรเดี๋ยวจูบเดี๋ยวจูบอยู่นั่นแหละ ฮึ่ย~
“คราวนี้จะบอกได้หรือยังว่าบ้านอยู่ทางไหน หรือจะให้จูบอีกที” ใบหน้าคมเลื่อนเข้าไปใกล้
“ไม่ต้อง!!!!!” คนน่ารักร้องเสียงหลง
“เอา แว่นผมมาสิ ผมมองไม่เห็นทางจะบอกได้ยังไง” ยูชอนหัวเราะ มือเรียวเอื้อมไปจับคางคนน่ารักบิดกลับมาเบาๆ ก่อนจะบรรจงสวมแว่นตาหนาเตอะให้ ปัดปอยผมข้างหน้าที่บังตาอยู่ออก ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ เล่นเอาคนตัวเล็กผวา ยูชอนหัวเราะอารมณ์ดีที่วันนี้แกล้งคนน่ารักให้ผวาได้ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้
“แค่คาดเข็มขัดน่า ไม่ต้องกลัวหรอก”
“ใครจะไปรู้ ก็คุณเล่นหื่นตลอดเวลา ผมก็ต้องกลัวไว้ก่อน”
“ไม่ ต้องกลัวหรอก ถ้าผมจะทำคุณไม่รอดหรอกคิมจุนซู” ไม่พูดเปล่า คุณเจ้านายยังหอมแก้มใสๆนั่นทิ้งท้ายเพื่อเป็นการยืนยันคำพูด จุนซูได้แต่ยกมือขึ้นมาถูแก้มแรงๆอย่างขัดใจ
“ไหนคุณบอกว่าจะทำแบบนี้เฉพาะต่อหน้าคนอื่นเท่านั้นนี่ แต่ที่นี่ไม่เห็นมีใครเลยนะ”
“ใคร ว่า คนเต็มถนนเลยไม่เห็นเหรอ” ยูชอนชี้ไปรอบตัว คนตัวเล็กเพิ่งนึกได้ว่ารถจอดอยู่หน้าบริษัท และตอนนี้ก็มีคนเดินเต็มไปหมดจริงๆด้วย
“ไอ้เจ้านายบ้า”
“วันนี้ไม่จดเหรอคุณ เดี๋ยวลืมนะ” ยูชอนแกล้งแหย่ต่อ
“วันนี้รีบ ลืมเอาสมุดมา แต่ผมจำได้หรอกไม่ต้องมาทวงจดแน่ๆ”
“จะ บอกได้หรือยังว่าบ้านคุณอยู่ไหน จะได้ไปเปลี่ยนชุด อ้ออย่าลืมเอาสมุดไปด้วยล่ะ วันนี้คงต้องจดหลายรอบ” จุนซูหันมามองด้วยแววตาอาฆาต
“ก็ออกรถสิ มัวแต่ยิ้มอะไรอยู่ได้ ขับตรงไปนั่นแหละ จะให้เลี้ยวตรงไหนเดี๋ยวบอกเอง” ยูชอนหัวเราะ ก่อนจะขับรถเคลื่อนออกไปจากที่นั่น โดยที่ไม่รู้เลยว่า ตอนนี้เขากับคุณเลขากำลังจะกลายเป็นTopic ดังของบริษัทอีกครั้ง เพราะคุณอึนยองหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่เข้ามาเคลียร์งานในบริษัทบังเอิญเห็นฉาก วาบหวิวเมื่อกี้พอดี
“โห~ อย่างนี้ไม่ใช่เส้นใหญ่ธรรมดาแล้วคุณเลขา เส้นก๋วยจั๊บด้วย ไม่ได้แล้วต้องโทรไปเม้าท์” พูดจบก็รีบควักโทรศัพท์ต่อสายเม้าท์ทันที
%%%%%
TBC


#1 By little g (110.49.41.246) on 2010-03-29 22:53