[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 5
posted on 25 Mar 2010 00:42 by kameryuichi in servant
Part 5
“ว่าไงฮยอกแจ” ซึงรีรับโทรศัทพ์หลังจากที่จอดรถเข้าข้างทางเรียบร้อย หลายวันมานี่เขาเที่ยวตะเวนตามหาจุนซูไปทุกที่แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
“ซึงรี นายรีบมาที่สำนักงานฉันด่วนเลย ฉันรู้แล้วว่าจุนซูอยู่ที่ไหน”
“ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ซึงรีกดปิดโทรศัพท์ ยูเทิร์นรถกลับมุ่งหน้าไปที่สำหนักงานของฮยอกแจทันที
“ว่าไง จุนซูอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนพาไป คนร้ายหรือเปล่า” ทันทีที่ซึงรีก้าวเข้ามาในสำนักงานก็ยิงคำถามใส่ฮยอกแจเป็นชุด
“ใจเย็นๆก็ได้ ถามขนาดนั้นใครมันจะไปตอบทัน”
“เร็วสิ ฉันยิ่งร้อนๆใจอยู่ ตอนนี้จุนซูจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ไม่ติดต่อกลับมาด้วย”
“เออๆ เอ้านี่รายงาน คนของฉันเพิ่งเอามาให้เมื่อกี้สดๆร้อนๆ” ฮยอกแจยื่นแฟ้มหนาพอประมาณให้ ซึงรีรีบเปิดูทันทีในนั้นมีทั้งภาพถ่าย รายละเอียดอื่นๆ ซึงรีหยิบภาพมาดูที่ละภาพ ก็สะดุดกับผู้ชายร่างสูง ผิวขาว ที่กำลังกอดจุนซูเอาไว้
“หมอนี่เองที่พาจุนซูไป” ซึงรีแทบจะขยำรูปนั้นทิ้ง
“นายรู้จักปาร์คยูชอนด้วยเหรอ”
“ทำไม ฉันจะไม่รู้จัก ก็เขาเป็นคู่หมั้นของหลานบุญธรรมของเจ้าสัวคิมไง วันที่ฉันไปรับงานเรื่องจุนซูฉันเจอหมอนี่ที่บ้านเจ้าสัวคิมด้วย”
“งั้น ก็แสดงว่าหมอนี่ไม่ใช่คนร้ายน่ะสิ นายไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ” ฮยอกแจพิงพนักอย่างเย็นใจ ตอนแรกเขากะว่าจะให้ลูกน้องไปสืบประวัติปาร์คยูชอน แต่ตอนนี้คงไม่ได้ต้องแล้ว
“ปลอดภัยงั้นเหรอ ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นแหละ แล้วหมอนี่มาอยู่กับจุนซูทำไม เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับจุนซูสักหน่อย”
“เรื่อง นั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน คนของฉันไม่ได้สืบเรื่องนี้มาด้วย แค่กว่าจะหาตัวจุนซูได้นี่ก็เลือดตาแทบกระเด็น ขืนให้ค้นประวัติปาร์คยูชอนอีกคงไม่ต้องทำอะไรกันแล้วชาตินี้”
“จริงของแก แล้วคนของแกบอกหรือเปล่าว่าจุนซูอยู่ที่ไหน”
“โรงเรียน เซนต์ลูเซีย ว่าแต่นายจะเข้าไปได้ยังไง โรงเรียนนี้มีกฎเข้มงวด คนที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่มีทางเข้าไปได้หรอกนะ” ซึงรีนิ่งไปครู่นึง จริงสินะ ถ้าไม่ใช่คนรับใช้ก็ตามไปไม่ได้ แต่เขาเป็นคนรับใช้ของจุนซู เขาก็ต้องเข้าได้สิ
“ยังไงพรุ่งนี้ฉันก็จะไปหาจุนซูให้ได้”
“นายจะเข้าไปได้ยังไง”
“ฉันเป็นคนรับใช้ของจุนซูไง ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ ขอบใจนายมากที่หาข่าวให้” ซึงรีคว้าแฟ้มแล้วเดินออกไปจากสำนักงานทันที
“เฮ้ย เดี๋ยว ซึงรี ซึงรี ไปซะแล้ว เฮ้อ ฉันยังไม่ทันบอกเลยว่าจุนซูเขามีคนรับใช้แล้ว เฮ้อ ช่างเถอะเดี๋ยวมันก็รู้เองแหละ” ฮยอกแจได้แต่ส่ายหน้ากับความใจร้อนของเพื่อน
“เอาล่ะทุกคน มาพร้อมกันแล้วใช่ไหม” ฮีซอลหันไปมองทุกคนๆในห้อง
“วันนี้เราจะทำการคัดเลือกผีสำหรับการทดสอบความกล้าคืนนี้ แล้วฉันก็คิดมาแล้วเรียบร้อยด้วย”
“ปีนี้จะเล่นพิเรนทร์อะไรอีกล่ะพี่” ดงเฮถาม
“ใครเล่นพิเรนทร์ วิธีของฉันมีแต่สร้างสรรค์ทั้งนั้น” ฮีซอลเชิดหน้าขึ้นงอนๆ
“สร้างสรรค์ตรงไหน เห็นแต่หาเรื่องลวนลามคนใช้คนอื่น” ดงเฮยังคงค่อนขอดต่อไป
“ชิ เบื่อพวกรู้ทัน จะฟังไหม”
“ฟังสิ”
“ฉัน จะให้คนรับใช้ของทุกคนออกไปรวมตัวกันที่ห้องอื่น ส่วนพวกคุณหนูต้องปิดตาแล้วเข้าไปในพร้อมๆกัน หาคนรับใช้ของตัวเองให้เจอ ถ้าคิดว่าคนไหนคือคนรับใช้ของตัวเอง ก็จับมือเอาไว้”
“นั่นไงหาเรื่องลวนลามคนรับใช้ชาวบ้านเขาอีกแล้ว” ดงเฮหันไปกระซิบกับซองมิน
“ฉันรู้ว่าเฮียเขาอยากลวนลามใคร ทุกปีไม่เห็นทำอะไรขนาดนี้ ปีนี้สงสัยอยากแตะปาร์คยูชอนล่ะมั้ง” ซองมินพูดยิ้มๆ
“นั่นสิ”
“เฮ้ สองคนนั้นเม้าท์อะไรกัน จะฟังต่อไหม”
“ฟังๆๆ ว่าต่อไปสิ”
“เอา ล่ะ กติกาก็คือ คนรับใช้ห้ามส่งเสียง หรือให้สัญญาณใดๆกับคุณหนู ส่วนพวกคุณหนู จะใช้วิธีไหนก็ได้ ทั้งสัมผัส ลูบไล้ ได้ทุกอย่าง ถ้าคิดว่าคนนั้นใช่ ให้จับมือเอาไว้ แล้วรอสัญญาณ ฉันจะเป่านกหวีด ค่อยเปิดตาดู ถ้าไม่ใช่คนรับใช้ตัวเอง ก็อดเป็นผี โอเค้”
“แล้วถ้าไม่มีใครหาคนใช้ตัวเองได้เลยล่ะ ไม่ต้องเล่นไปเรื่อยๆหรือไง”
“เออแหะ ลืมคิด ช่างเถอะ ต้องมีสักคนน่าหาคนรับใช้ตัวเองเจอ”
“โหคนเรา คิดแต่เรื่องลวนลาม เรื่องอื่นไม่ได้คิดแหะ” ดงเฮส่ายหน้าน้อยๆ
“เป็นอะไรไปจุนซู” แจงจุงหันมาถามเพื่อนตัวเล็กข้างๆ
“ฉันจะหายูชอนเจอได้ยังไงล่ะ คราวนี้ฉันต้องไม่ได้เป็นผีแน่ๆเลย” จุนซูทำหน้าเศร้าๆ
“นายอยากเป็นผีเหรอ” ยูฮวานยื่นหน้ามาถามอีกคน
“อืม ถ้าเป็นผี อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องไปกลัวผีอยู่ในสุสานนี่”
“คุณหนูอยากเป็นผีเหรอครับ ผมช่วยเอาไหม” ยูชอนก้มลงมากระซิบ
“เขาห้ามโกงไม่ได้ยินหรือไง” ยูฮวานหันไปแขวะพี่ชาย
“ไม่ เป็นไรหรอก ฉันจะพยายามหานายให้เจอนะ” จุนซูหันมายิ้มให้ยูชอนแต่สายตาเหลือบไปเห็น สามคนที่เมื่อวานผลักเขาตกลงไปในหลุม สามคนนั่นกำลังมองเขาด้วยสายตาน่ากลัว
“เป็นอะไรไปครับคุณหนู”
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร” จุนซูหันไปให้ความสนใจการคัดเลือกต่อ
“เอา ล่ะ เข้าใจแล้วใช่ไหม พวกคนใช้ไปที่ห้องข้างๆซะ เดี๋ยวเราจะเข้าไปทีหลัง จำไว้ห้ามส่งเสียงนะ” ฮีซอลพูดจบ เหล่าคนใช้ก็ค่อยๆทยอยออกไปอีกห้องนึง ระหว่างที่ทุกคนกำลังมุ่งหน้าสนใจกับเรื่องคัดเลือก 1ใน3คนเมื่อวานก็เดินเข้ามาใกล้จุนซู
“นายไม่กลัวใช่ไหมคิมจุนซู พวกเราเตือนแล้วนะ อย่าหาว่าเราใจร้ายแล้วกัน” จุนซูตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆพวกนั้นก็เดินเข้ามาใกล้
“คือฉัน...”
“ถ้านายอยากลอง ก็ได้ คราวนี้รอดกลับมาได้ แต่คราวนี้นายไม่รอดแน่ๆ”
“คุณหนูเองเหรอครับที่ทำร้ายคุณหนูจุนซูเมื่อวานนี้” ยูชอนเดินเข้ามาใกล้ เพราะเขาสังเกตอาการของจุนซูอยู่ตลอด
“ใครทำอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง” กึนยองปฏิเสธเสียงแข็ง
“ไม่ ได้ทำอะไรก็ดีแล้วครับ เพราะการขู่ฆ่าหรือเจตนาฆ่า ตามกฎหมายแล้วมันเป็นคดีอาญา ยอมความกันไม่ได้ ถ้าคุณหนูไม่อยากเข้าไปนอนในคุก ผมว่าอยู่ห่างๆคุณหนูจุนซูไว้ดีกว่า ไม่งั้นอย่าหาความผมไม่เตือนนะครับ” พูดจบยูชอนก็พาจุนซูเดินไปหาแจงจุงกับยูฮวานทันที ปล่อยให้กึนยองยืนหน้าซีดอยู่คนเดียว
“ยูชอน เขาคงไม่ได้คิดทำอย่างนั้นหรอกมั้ง” จุนซูพูดพร้อมหันไปดูกึนยองที่ตอนนี้หน้าขาวเหมือนกระดาษ
“ผม ไม่รู้หรอกครับว่าเขาจะทำจริงไหม แต่เราต้องกันเอาไว้ก่อน คุณหนูอยู่ใกล้ๆแจจุงกับยูฮวานไว้นะครับ ผมจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” จุนซูพยักหน้า
“ฝากคุณหนูจุนซูด้วยนะครับ”
“ได้เลย” ยูฮวานรับคำ ยูชอนพยักหน้าให้ก่อนที่จะเดินออกไปรวมกันคนอื่นๆที่ห้องข้างๆ
“เอาล่ะ ทุกคนพร้อมแล้วนะ ใส่ที่ปิดตาซะ” ฮีซอลพูดพลางใส่ที่ปิดตา
“ฉันจะเปิดประตูละนะ ทยอยเข้ามาแล้วกัน”
พวก คุณหนูค่อยๆเข้ามาในห้องทีละคน แต่ละคนก็เดินเปะปะไปทั่ว เพื่อหาคนรับใช้ของตัวเอง ยูชอนมองหาจุนซู ก็เห็นคนตัวเล็กเข้ามาเป็นกลุ่มสุดท้าย แทนที่จุนซูจะเดินตรงเข้ามาจากประตู กลับเดินเปะปะไปอีกทาง ชนเก้าอี้ล้มระเนระนาด ยูชอนได้แต่ส่ายหัวน้อยๆ มัวแต่มองจุนซูเลยไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองตกเป็นเป้าหมายของฮีซอลไปแล้ว ฮีซอลเดินเข้ามาใกล้ยูชอน เอื้อมมือเปะปะมาข้างหน้า ถูกตัวยูชอนพอดี ยูชอนหันไปมองก็พบว่า คนที่ยืนอยู่ข้างๆเขาหายไปหมด ไม่เว้นกระทั่งยุนโฮกับชางมิน ที่พากับหลบฮีซอลเป็นแถว เหลือแต่เขาคนเดียวที่มัวแต่มองจุนซูอยู่เลยหลบไม่ทัน ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
ฮีซอลค่อยๆไต่มือขึ้นไปเรื่อยๆจากหน้าอก ไล้ขึ้นไปถึงคอ ลูบไปตามใบหน้า สัมผัสกับผมนุ่มยาวประบ่าเขาก็รู้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่ฮันคยองแน่ๆ เพราะฮันคยองผมสั้น คนที่ผมยาวขนาดนี้มีอยู่คนเดียว บิงโก ในที่สุดก็สำเร็จ อะไรมันจะโชคดีขนาดนี้ ฮีซอลไม่รอช้า ใช้มือลูบๆไปทั่วตัวของยูชอน เล่นเอายูชอนขนลุก เฮ้ย นี่มันจะมาจับตัวหาคน หรือจะมาลวนลามเขากันแน่เนี่ย มองซ้ายมองขวาก็เห็นยุนโฮกับชางมินกลั้นหัวเราะกันใหญ่ ยูชอนพยายามเบี่ยงตัวออก แต่ฮีซอลรู้ทัน รวบกอดเอาไว้ก่อน ยูชอนยิ่งหนีไปไหนไม่ได้ ได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลงๆ
ส่วนจุนซูที่เดิน เปะปะไปมาก็ไปชนเข้ากับซองมินพอดี ซองมินจับมือจุนซูเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนี เพราะมองไม่เห็นทั้งคู่ เลยไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่คนใช้ จุนซูใช้มือเปะปะไล่ไปตามตัวซองมิน หน้าตาและผม ว้า ~ ผมสั้น ไม่ใช่แน่ ยูชอนผมยาว ส่วนด้านซองมินที่จับตามตัวจุนซูก็รู้ว่านี่ไม่ใช่คยูฮยอน เพราะหมอนั่นแห้งจะตาย ไม่อวบอย่างนี้หรอก กำลังจะปล่อยอยู่แล้ว แต่นึกขึ้นได้ว่านี่ต้องเป็นจุนซูแน่ๆ เพราะเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวจุนซู ไวเท่าความคิด ซองมินเปลี่ยนจากจับมือ หันมากอดจุนซุทันที เพราะรู้ว่าคนแถวนี้ต้องปรี๊ดแน่ๆ และก็จริงอย่างที่คิด ยูชอนสะบัดตัวจากฮีซอล ลากฮันคยองที่ยืนอยู่ใกล้ๆเข้ามาแทน กำลังจะเดินมาหาจุนซู ฮีซอลก็เป่านกหวีดทันที
~ปรี๊ด~
ทันที ที่เปิดตาออก เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทั้งห้อง ก็แต่ละคนได้คู่สลับตัวกันซะส่วนใหญ่ มีแค่ กึนยอง ฮีซอล และคุณหนูอีก 2คู่ที่ได้คู่ของตัวเอง กึนยองหาเจอเพราะคนรับใช้อ้วนที่สุด ฮีซอลได้เพราะยูชอนลากมาให้ ส่วนคนอื่นสลับกันหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งยูฮวานหรือแจจุง
“อ้าว ~ นายเองเหรอ” จุนซูหัวเราะ เพราะตอนนี้เขากับซองมินกอดกันอยู่
“อ๊ะ ฉันนึกว่านายเป็นคยูฮยอนเลยกอดเต็มที่เลย มิน่า ทำไมคยูฮยอนถึงได้บวมนิดๆ” ซองมินหัวเราะ ชิเจ้ากระต่ายนี่ เห็นชัดๆว่าตั้งใจกอด ยังจะมามั่วอีก ยูชอนเดินไปแยกคนทั้งคู่ออกจากกัน และพาจุนซูไปอีกทาง
“หวงจริงๆนะ” ซองมินหัวเราะ
“เอาล่ะตอนนี้เราก็ได้ผีแล้ว เย็นนี้เจอกันที่สุสานร้างหลังโรงเรียน คนที่เป็นผีไปเตรียมตัวที่สุสาน ส่วนคนอื่นๆแยกย้ายกันไปได้”
“ว้าปีนี้อดเป็นผีเลย” แจจุงเสียดายที่ปีนี้เขาไม่ได้แกล้งคน
“ก็นายดันมาจับมือชางมินไว้ทำไมเล่า ถ้าสลับกันนะ เราสองคนได้เป็นผีไปแล้ว” ยูฮวานบ่น
“ใครจะไปรู้เล่า ก็มือยุนโฮกับชางมินน่ะใหญ่พอๆกันเลย ฉันก็นึกว่าใช่น่ะสิ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณหนู ถือว่าปีนี้เราได้ไปเที่ยวบ้านผีสิงด้วยกันดีกว่า” ชางมินปลอบใจคนรักของตัวเอง
“นั่นสิเนอะ เดี๋ยวเราเข้าไปกอดกันให้กลมเลยดีไหม ไหนๆก็ได้เข้าไปสวีทกันแล้วนี่” ยูฮวานหัวเราะคิกคัก
“อะแฮ่ม” ยูชอนกระแอมขัดขึ้นมาทันที
“เป็นอะไรยูชอน ความรักติดคอเหรอ”
“เปล่าครับคุณหนูยูฮวาน เด็กแก่แดดติดคอน่ะ”
“ชิ อย่าไปสนใจเลยเนอะชางมิน คนบางคนทำอะไรไม่ได้เขาก็อิจฉาเราอย่างนี่แหละ”
“พวกนายนี่สนิทกันจังเลยเนอะ ไหนบอกว่าไม่รู้จักกันไง” จุนซูนั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้สนิทกันหรอก อย่างนี้เขาเรียกว่าไม่ถูกกันต่างหาก” แจจุงแก้ให้
“เหรอ แต่ฉันว่าพวกเขาดูสนิทกันดีนะ เหมือนพี่น้องทะเลาะกันเลย” เล่นเอายูฮวานกับยูชอนสะดุ้ง
“ผมก็ว่าอย่างนั้น พวกนายนี่เหมือนพี่น้องกันเลยนะ” ยุนโฮย้ำคำว่าพี่น้องหนักๆ
“ไม่ใช่สักหน่อย เราไม่ได้เป็นอะไรกันเนอะๆ ยูชอน” ยูฮวานให้ไปยิ้มหวานให้พี่ชายทันที
“ครับๆ คุณหนูเรากลับไปพักผ่อนกันดีกว่า วันนี้คงต้องหนีผีหลายตัวเลย” ยูชอนรีบพาจุนซูออกนอกเรื่องทันที
“ก็ได้ แต่คืนนี้ฉันไม่อยากไปเลยอ่ะ กลัว” จุนซูทำหน้ามุ่ยๆ
“ไม่ต้องกลัวครับ ยังไงผมก็อยู่ใกล้ๆเสมอ” จุนซูหันมายิ้มให้ยูชอนอย่างน่ารัก
“นั่น สิเนอะ ยูชอนสัญญาแล้วว่าจะไม่ทิ้งฉันไว้อีกนี่นา” เล่นเอายูชอนยิ้มแก้มปริกำลังจะก้มไปให้รางวัลคนยิ้มสวย โทษฐานยิ้มได้น่ารักถูกใจแต่ก็มีเสียงขัดขึ้นก่อน จากน้องชายตัวแสบ
“ยู ชอน ทำอะไรเกรงใจนิดนะ ที่นี่มันกลางแจ้ง เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก” ยูชอนที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าเผลอจะจูบจุนซูอีกแล้วก็ยืนตัวตรง มองไปทางอื่นทันที
“ยูชอนจะทำอะไรเหรอ”
“เปล่าหรอกจุนซู เมื่อกี้มีแมลงปอบินมาเกาะหัวนายน่ะ เขาก็คงจะปัดให้มั้ง” แจจุงเป็นคนแก้ให้ จุนซูไม่ติดใจสงสัยอะไรกลับไปนั่งคิดเรื่องกลัวผีต่อ นี่ก็แบ๊วจริงๆ ไม่รู้ว่าคุณคนรับใช้จะทนได้นานขนาดไหน ทุกคนได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ
“คิมจุนซู มีคนมาขอพบนายน่ะ”
“ขอพบฉันเหรอ ใครน่ะ”
“ไม่รู้หรอก อาจารย์ธุรการให้มาเรียก รีบไปสิ”
“อืม ยูชอนไปด้วยกันนะ” จุนซูหันมาเรียกให้ยูชอนไปด้วยกัน เพราะกลัวเหมือนคราวที่แล้วอีก
“ครับคุณหนู”
“เดี๋ยวมานะ” จุนซูหันไปบอกแจจุงและยูฮวาน และเดินตามนักเรียนคนที่มาตามไป
จุน ซูเดินระแวงมาตลอดทางจนถึงหน้าห้องฝ่ายธุรการได้อย่างปลอดภัย เพราะครั้งนี้ไม่มีใครหลอกเขามาทิ้งไว้ในป่าเหมือนครั้งที่แล้ว จุนซูถอนใจโล่งอกที่คราวนี้อาจารย์เรียกพบจริงๆ
“มาแล้วเหรอคิมจุน ซู มีคนมาขอพบเธอแนะ รออยู่ที่ห้องรับรอง” จุนซูโค้งให้อาจารย์และเดินตรงไปที่ห้องรับรองที่อยู่ข้างๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาก็พบกับชายหนุ่มคนนึง ยืนหันหลังให้ แค่เห็นข้างหลังจุนซูก็จำได้ทันที
“ซึงรี/จุนซู”
จุนซูและ ซึงรีพูดออกมาพร้อมกัน ด้วยความดีใจทั้งสองคนวิ่งเข้าไปกอดกันกลมอยู่กลางห้อง ยูชอนที่เพิ่งตามเข้ามาทีหลังมองภาพนั้นอย่างไม่ชอบใจนิดๆ
“ซึงรี นายมาที่นี่ได้ยังไง แล้วไม่ไปโรงเรียนเหรอ ทำไมถึงรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ล่ะ” จุนซูถามเป็นชุด ตั้งแต่เข้ามาโรงเรียนนี้เขาต้องพบความกดดันหลายอย่าง การได้เจอเพื่อนเก่าทำให้จุนซูดีใจมากๆ
“ใจเย็นๆก็ได้จุนซู ค่อยๆถามฉันตอบไม่ทัน”
“ฉันดีใจไปหน่อย โทษที นายมาที่นี่ได้ยังไง”
“ก็ ตามนายมาไงล่ะ ฉันไปหานายที่โรงพยาบาลวันรุ่งขึ้นแต่นายไม่อยู่แล้ว ทำไมนายไม่ติดต่อกลับมาบ้าง ฉันเป็นห่วงรู้ไหม” ซึงรีจับมือจุนซูมากุมไว้ทั้งสองข้าง
“ขอโทษทีนะ มีแต่เรื่องยุ่งๆ ฉันก็เลยลืมนึกไปเลย”
“ไม่ เป็นไร ตอนนี้ฉันเจอนายแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ” ซึงรีรีบเข้าประเด็นทันที จุนซูหันไปมองหน้ายูชอนพบแต่สีหน้าบึ้งตึงจ้องมาที่เขาไม่วางตา สงสัยยูชอนจะโกรธที่เราจะไม่เรียนที่นี่แล้วยอมแพ้พวกนั้นอีกล่ะมั้ง
“ไม่ได้หรอกซึงรี ฉันต้องเรียนที่ตามคำสั่งคุณปู่ แค่นายมาเยี่ยมฉันก็ดีใจแล้ว”
“แต่ว่า นายไม่คุ้นกับที่นี่ นายจะเรียนได้ยังไง”
“แต่ ฉันเรียนมา3วันแล้วนะ เพื่อนๆที่นี่ก็น่ารักด้วย ฉันไม่เป็นไรหรอกซึงรี อีกอย่างฉันมียูชอนเป็นเพื่อนตลอดไม่เหงาหรอก” ซึงรีหันไปมองหน้ายูชอน เห็นแต่ยูชอนที่ตีหน้านิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา
“นายไว้ใจเขาได้เหรอ นายรู้จักเขาหรือไง”
“เขาเป็นคนรับใช้ที่คุณปู่ส่งมา ทำไมล่ะ นายสงสัยอะไรเหรอ”
“เขาจะเป็นคนรับใช้นายได้ยังไงจุนซู ในเมื่อคนรับใช้ของนายคือฉันต่างหาก คุณปู่นายส่งฉันมาดูแลนายไม่ใช่ปาร์คยูชอน”
“นายว่าอะไรนะ ฉันงงไปหมดแล้ว”
“นายก็หันไปถามคนรับใช้ตัวปลอมของนายดูสิ” ซึงรีมองยูชอนด้วยสายตาท้าทาย
“ยู ชอน ที่ซึงรีพูดจริงหรือเปล่า นายไม่ได้เป็นคนรับใช้ฉันงั้นเหรอ นี่มันอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้วนะ” จุนซูหันไปคาดคั้นยูชอน เขากำลังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลายวันมานี้เขาต้องเจอกับอะไรร้ายๆหลายเรื่อง คนที่เขาไว้ใจที่สุดตอนนี้ กลับกลายเป็นคนที่หลอกเขา ยูชอนต้องการอะไรกันแน่
“ว่าไงละปาร์คยู ชอน บอกมาดีกว่า ลักพาตัวจุนซูไปต้องการอะไร ว่าแผนอะไรไว้ใช่ไหม นายรีบออกไปจากที่นี่ซะดีกว่า ก่อนที่ฉันจะแจ้งทางโรงเรียนว่านายเป็นตัวปลอม ฉันต่างหากที่จะต้องอยู่กับจุนซูที่นี่” ซึงรีพูดขึ้น แต่ก็เงียบ ไม่มีเสียงตอบใดๆทั้งสิ้นจากยูชอน
“ยูชอน บอกฉันหน่อยได้ไหม นี่มันเรื่องอะไรกัน” จุนซูมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันขอเตือนนาย นายรีบออกไปซะก่อนดีกว่า”
“ทำไมฉันต้องออกไปด้วย” ยูชอนถามอย่างใจเย็น สีหน้าเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น
“นายไม่ใช่คนรับใช้ของจุนซู นายแอบอ้างเข้ามาไง”
“ฉัน ไม่ได้แอบอ้างเข้ามา ใช่ ฉันไม่ใช่คนรับใช้โดยตรงของเขา แต่ฉันเป็นคู่หมั้นต่างหาก แค่นี้ฉันอยู่ได้หรือยัง” จุนซูและซึงรีหันไปมองหน้ายูชอนพร้อมกัน
“ว่าอะไรนะ”
“ได้ยินไม่ชัดเหรอ ฉันเป็นคู่หมั้นของคิมจุนซู ทีนี้ฉันอยู่ได้หรือยังล่ะ”
“ไม่จริง นายหมั้นกับคิมซอฮยอนไปแล้วนี่ อย่ามาโกหกหน่อยเลย ฉันไม่เชื่อ”
“อัน นี้ก็ตามใจนะ แต่ในฐานะคู่หมั้นฉันอยู่ได้อยู่แล้ว นายนั่นแหละกลับไปซะ ที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับนายอีกแล้ว” ยูชอนเข้าไปจูงมือจุนซูที่กำลังยืนอึ้งอยู่เพื่อกลับไปที่ห้องเรียน
“เดี๋ยว ฉันไม่ยอมให้จุนซูไปกับนายง่ายๆหรอก นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลย นายหมั้นกับคิมซอฮยอนไปแล้ว นายไม่มีทางหมั้นกับจุนซูได้หรอก นายวางแผนอะไรกันแน่ เข้าใกล้จุนซูเพื่ออะไร ฉันไม่มีทางไว้ใจให้นายอยู่ใกล้จุนซูหรอก” ซึงรีเดินมาดักหน้า ก่อนที่ยูชอนจะพาจุนซูออกไปจากห้อง
“เรื่องนั้นฉันไม่จำเป็นต้องบอก นาย อีกอย่าง ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น นายจะให้ฉันไว้ใจให้นายดูแลจุนซูได้ยังไง แค่สืบว่าใครเป็นคนพาจุนซูไปอยู่ที่ไหน นายใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลยนะ กลับไปคิดดูว่าตัวเองเหมาะจะดูแลจุนซูไหม” ยูชอนดันซึงรีออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะเปิดประตูออกไป ยูชอนหันมาหาซึงรีอีกครั้ง
“อ้อ ฉันขอเตือนเอาไว้อย่าง นายเป็นคนรับใช้ ทีหลังอย่าเรียกคู่หมั้นฉันด้วยชื่อห้วนๆอีก มันไม่สุภาพ จำไว้ด้วย” พูดจบก็จูงมือจุนซูที่ตอนนี้ยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันออกไปจาก ห้องทันที
“หนอยปาร์คยูชอน ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก ฉันต้องเข้ามาอยู่ในนี้ให้ได้” ซึงรีกระแทกตัวนั่งบนโซฟา ได้แต่คิดอย่างแค้นๆ ที่เขาไม่สามารถสู้ยูชอนได้สักอย่าง
“นายอยากเข้ามาอยู่ที่นี่เหรอ” เสียงชายชุดขาวที่เข้ามาในห้องเมื่อไหร่ไม่รู้ดังขึ้น
“นายเป็นใคร” ซึงรีจ้องชายตรงหน้าไม่วางตา
“ฉันแค่อยากรู้ว่านายอยากเข้ามาอยู่ในนี้ใช่ไหม” ชายชุดขาวยังคงย้ำคำเดิม
“ใช่ แล้วทำไม”
“ฉันมีทางช่วย แต่นายต้องทำตามที่ฉันบอก ทำได้หรือเปล่า”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“บอกมาก่อนสิว่าทำได้ไหม แล้วฉันถึงจะบอก”
“ไม่ จนกว่านายจะบอกว่าจะให้ทำอะไร ถ้านายใช้ให้ฉันไปฆ่าใครฉันจะทำยังไงล่ะ” ชายชุดขาวหัวเราะ
“ไม่ ถึงขนาดนั้นหรอกน่า งานที่จะให้นายทำไม่มีใครตาย ไม่มีใครบาดเจ็บ นายมีแต่ได้กับได้ ได้เข้ามาอยู่ในนี้ ได้คิมจุนซูของนายคืน เห็นไหม ไม่มีอะไรเสียหายเลย”
“นายรู้จักจุนซูด้วยเหรอ”
“รู้จักสิ รู้จักดีเลยล่ะ”
“ทำไม นายต้องมาทำดีกับฉันด้วย นายมีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่า” ซึงรีถามถึงเขาจะอยากเข้ามาอยู่ใกล้ๆจุนซู แต่เขาก็คงไม่เสี่ยงถ้าหากต้องทำให้จุนซูเดือดร้อน
“คนเราทำอะไรก็ต้องหวังผลอยู่แล้ว แต่รับรองว่าฉันไม่ทำให้นายหรือคุณหนูนายเดือดร้อนหรอก ว่าไงสนใจไหม”
“ขอเวลาฉันคิดหน่อยได้ไหม แต่แน่ใจนะว่าจะไม่ทำให้จุนซูเดือดร้อน”
“แน่นอนฉันรับรองได้ ฉันจะให้เวลานายตัดสินใจ 2วัน ถ้านายตัดสินใจได้ โทรมาหาฉัน แล้วฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง”
ชาย ชุดขาวยื่นนามบัตรให้ซึงรี และเดินจากไป ทิ้งให้ซึงรีครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างหนัก เขาไม่ไว้ใจชายชุดขาวก็จริง แต่เขาก็ไม่มีทางที่จะเข้ามาอยู่ในโรงเรียนนี้ได้เลย ถ้าหากว่าหมอนั่นมีวิธีจริงก็น่าสนใจ เขาไม่ไว้ใจปาร์คยูชอนด้วย ขนาดเป็นคนรับใช้หมอนั่นยังแอบอ้าง แล้วเรื่องคู่หมั้นอีก แค่คิดซึงรีก็แทบนั่งไม่ติด เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยว่า สักวันจุนซูอาจจะต้องแต่งงานกับคนอื่น
“ฉันจะทำยังไงดีจุนซู ฉันจะไว้ใจหมอนั่นได้ไหม” ซึงรีนั่งมองนามบัตรในมืออย่างใช้ความคิด
%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ ^^


อุปสรรคเริ่มเข้ามาทีละนิดๆ
เอาใจช่วยยูซูค่ะ
ตื่นเต้นไปกับการทดสอบความกล้า
อยากอ่านเร็วๆจัง
#1 By chebi (124.120.115.59) on 2010-03-26 15:43