[Fic]~ Love Taste .,..,.. ปรุงรักอย่างไรให้ครบรส~ Part 5
posted on 25 Mar 2010 00:31 by kameryuichi in soot
Part 5
หลังจากทำแผลและจัดการเรื่องวุ่นวาย ในครัวเรียบร้อย คุณนักร้องก็นั่งทำตัวเรียบร้อยสงบเสงี่ยมอยู่ที่โต๊ะในห้องครัวของแจจุง เพราะมือเจ็บเลยไม่สามารถเรียนต่อได้ และเนื่องด้วยความเจ็บอีกเหมือนกัน คุณนักร้องก็เลยหยุดความซนของตัวเองได้ นั่งมองเพื่อนสนิททั้งสองคนทำเค้กด้วยกันตาแป๋ว ไม่พูดไม่ส่งเสียงขัดจังหวะเลยได้เป็นเวลานาน เพราะคิดว่า ตัวเองน่าจะปล่อยให้ครูกุ๊กไก่ได้กุ๊กกิ๊กกับคุณแจจุงบ้าง ไหนๆครูกุ๊กไก่ก็อุตส่าห์ใจดีทำแผลให้ ก็เลยอุทิศตนเป็นคนดีไม่เข้าไปขัดความหวานของคนทั้งคู่จนกระทั่งงานเสร็จ ยูชอนจัดการล้างเครื่องครัวจัดการเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย กำลังเช็ดมือ ก็หันมาเจอคุณนักเรียนที่นั่งเงียบเรียบร้อยผิดปกติ จึงเดินเข้ามาใกล้ๆ
“คุณ เป็นอะไรทำไมนั่งเงียบ เจ็บแผลเหรอ” ยูชอนเอื้อมมือไปจับมือข้างที่เป็นแผลขึ้นมาดู
“ครู กุ๊กไก่นี่ก็เป็นคนดีนะ เสียอย่างเดียวปากร้ายไปหน่อย เพราะงี้มั้ง คุณแจจุงเขาถึงไม่แล” คุณนักร้องพูด พร้อมกับมองหน้ายูชอนด้วยสายตาเห็นใจ ยูชอนยิ้มนิดนึง ขำกับท่าทางเชื่อเป็นตุเป็นตะของคุณนักร้องว่าเขาชอบแจจุง ขี้เกียจแก้ความเข้าใจผิดอะไรก็เลยปล่อยเลยตามเลย
“ผมไม่เคยปาก ร้ายกับเขาสักหน่อย มีแต่คุณนั่นแหละร้ายกับผมก่อน ก็เลยโดนไปเต็มๆ” คุณนักร้องทำหน้ามุ่ย อะไรกัน ทำไมเขาโดนอยู่คนเดียวล่ะ
“แบบนี้ก็ไม่แฟร์สิ ครูกุ๊กไก่ใจดีกับคนอื่นได้ ทำไมไม่ใจดีกับฉันมั่งอ่ะ”
“ถ้า คุณไม่ดื้อ เชื่อฟังตามที่ผมสอน ผมก็คงใจดีกับคุณนั่นแหละ แต่นี่คุณเล่นเถียงตลอด ไม่เป็นก็เถียง อะไรนิดอะไรหน่อยก็วีน ผมจะใจดีกับคุณได้ตอนไหนล่ะ”
“ถ้าฉันไม่ดื้อไม่ซนครูกุ๊กไก่ก็จะใจดีใช่ไหม” คุณนักร้องเอียงคอถาม
“ก็คงงั้น”
“โอเค ต่อไปนี้จะไม่ดื้อไม่ซน ไม่เถียงแล้ว แต่ครูกุ๊กไก่ต้องตามใจฉันนะ” คุณนักร้องต่อรอง
“ใจ ดีกับตามใจไม่เหมือนกันนะคุณ อีกอย่าง ผมไม่ใช่ไอ้มิน จะได้ตามใจคุณตะพึด คนอย่างคุณน่ะมีคนขัดใจซะบ้าง จะได้ไม่เอาแต่ใจตัวเองมากไง ไปกลับบ้านได้แล้วผมไปส่ง” ยูชอนเดินนำคุณนักร้องออกไปนอกห้องครัว ทิ้งให้คุณนักร้องนั่งหน้ามุ่ยขัดใจอยู่คนเดียว
“ครูกุ๊กไก่ใจร้าย ตามใจฉันหน่อยก็ไม่ได้ ใช่ซี๊ ฉันไม่ใช่คุณแจจุงนี่ เชอะ~” คุณนักร้องค้อนลมค้อนแล้งอยู่คนเดียว ก่อนจะเดินตามออกไป
แจจุ งเดินมารอส่งแขกที่หน้าร้าน พร้อมกับกล่องขนมเค้กกล่องใหญ่ ตอนทำเห็นคุณนักร้องนั่งมองตาวาว ก็เลยคิดว่าคุณนักร้องอาจจะชอบ เขาก็เลยออกมาจัดใส่กล่องให้เรียบร้อย
“กลับก่อนนะ ปิดประตูดีๆล่ะ” ยูชอนล่ำลากับเพื่อน
“อืม ฉันไม่ใช่เด็กๆนะ นายสั่งแบบนี้ทุกที” แจจุงอมยิ้ม หันไปมองคุณนักร้องที่เดินหน้าตูมตามมาติดๆ
“คุณจุนซู เป็นอะไรไปครับ”
“เปล่า ครับ แค่มีคนขัดใจนิดหน่อย แต่ช่างเถอะ ผมมันไม่ใช่คนสำคัญใครเขาจะมาเอาใจ” พูดพลางเหล่ไปที่ครูกุ๊กไก่ที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แจจุงยิ้ม พลางหันไปหยิบกล่องเค้กกล่องใหญ่ที่เตรียมเอาไว้ข้างหลังมาให้
“นี่ครับ ของฝาก” แจจุงยื่นกล่องขนมเค้กให้คุณนักร้อง จุนซูมองกล่องตรงหน้างงๆ
“อะไรหรือครับคุณแจจุง”
“ก็ เค้กเมื่อกี้ไงครับ ที่ผมทำเอาไว้ นี่ผมแบ่งมาให้คุณจุนซูอย่างละชิ้น คิดว่าคุณจุนซูน่าจะชอบ” คุณนักร้องตาวาว ฉีกยิ้มแป้นแล้นให้กับคุณแจจุงคนสวย คนอะไรทั้งสวยทั้งใจดี มีเมตตาขนาดนี้ รู้ได้ไงอ่ะว่าเขาอยากกิน นั่งมองน้ำลายยืดแล้วยืดอีก
“ขอบคุณครับ คุณแจจุงนี่ใจดีจัง ทั้งสวยทั้งใจดี” จุนซูชมไม่ขาดปาก ยื่นมือข้างที่ไม่เจ็บรับขนมเค้กมาถือไว้
“ชมผมว่าสวยนี่คงไม่ดีมั้งครับ สวยคงไม่ใช้กับผู้ชายหรอก”
“แต่ คุณแจจุงสวยจริงๆนะครับ ไม่งั้นคนแถวนี้เขาคงไม่หลงหรอก” คุณนักร้องพูดพลางปรายตามองคุณกุ๊กไก่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง แจจุงเลิกคิ้วหันไปมองเพื่อนสนิทข้างหลัง เห็นแต่พ่อตัวดียืนยักไหล่ไม่สนใจอะไรอยู่ด้านหลัง ก็พอจะเข้าใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร ทั้งๆที่อยากจะบอกคุณนักร้องว่า คงไม่ใช่เขาหรอกที่เพื่อนยิ้มยากของเขาสนใจ เพราะตอนนี้ดูท่าทางเขาเพื่อนเขาจะชอบคนน่ารักมากกว่าคนสวย
“พูดมากจริงคุณ เอาเค้กไปกินเยอะๆเนี่ยไม่กลัวอ้วนหรือไง หรือว่าไม่ได้เป็นนักร้องแล้วก็เลยไม่ต้องสน”
“ช่าง ฉันเถอะน่า กินได้ก็ลดได้ชิ~ ขัดอีกแล้ว อยู่เฉยๆก็ไม่มีใครเขาว่าเป็นใบ้หรอกครูกุ๊กไก่ ไปก่อนนะครับคุณแจจุง ไว้วันหลังผมจะมาเยี่ยมใหม่ ขอบคุณมากสำหรับขนมเค้ก” จุนซูโค้งลาแจจุงอย่างสวยงาม เดินกระแทกไหล่ครูกุ๊กไก่อย่างหมั่นไส้ออกไปรอที่รถ
“ฉันไปก่อนนะ”
“อืม~ ขับรถดีๆล่ะ อ้อ อย่าไปตีกันตายบนรถนะ” แจจุงกระซิบยูชอนยิ้มนิดนึงก่อนจะเดินตามคุณนักร้องไปที่รถ แจจุงเดินออกมาส่งทุกคนที่หน้าประตู โบกมือลาคุณนักร้องที่ขึ้นรถไปแล้ว แต่ยังยื่นหน้าออกมาบ้ายบายนอกรถอย่างร่าเริงจนลับตา แจจุงอมยิ้มหันหลังเดินกลับร้าน แต่ทันที่กำลังจะเปิดประตู ก็มีแรงดึงจากด้านนอกกระชากประตูให้เปิดออก
“ยุนโฮ” แจจุงอุทานอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจออดีตคนรักที่นี่
“ใช่ ผมเอง ขอบคุณนะที่ยังจำผมได้” ยุนโฮที่เลี้ยวรถกลับมาทันเห็นพวกแจจุงล่ำลากันหน้าร้าน รออยู่นานจนกระทั่งทุกคนกลับไปจึงตัดสินใจเดินเข้ามาหาอดีตคนรัก
“ปล่อย ผมจะเข้าบ้าน” แจจุงพยายามเยื้อประตูไม่ให้ร่างสูงเข้ามาได้
“ไม่ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
“แต่ผมไม่มี กลับไปซะเถอะ เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก ความจริงคุณไม่ควรจะมาที่นี่ด้วยซ้ำ”
“ทำไม ผมจะมาไม่ได้ หรือต้องเป็นไอ้หมอนั่นถึงจะมาได้” ยุนโฮตะคอกพลางกระชากบานประตูเปิดออก ทำให้แจจุงที่ยึดมือติดกับประตูถลาเข้ามาปะทะหน้าอกแกร่งเต็มแรง กลิ่นแอลกอฮอลล์ฉุนจนแจจุงต้องเบือนหน้าหนี
“ปล่อยฉัน ถ้าเมาก็กลับไปซะ เราไม่มีเรื่องต้องคุยกันอีกแล้ว”
แจ จุงดิ้น ในขณะที่ยุนโฮดันร่างบางให้ชิดติดกับประตูร้าน ก้มลงสูดความหอมจากปากและแก้มของร่างบางอย่างรุนแรง ด้วยแรงคิดถึง หวงแหน และความกดดันที่เขาถูกแม่บังคับให้ไปดูตัว ไหนจะต้องทนเห็นคนตรงหน้ากับชายคนใหม่ทุกวัน ผสมกับดีกรีแอลกอลฮอลล์ในเส้นเลือดวันนี้เขาก็เลยขาดสติ จากที่คิดว่าหลังจากกินเหล้าจนพอใจจะขับรถกลับบ้าน ก็กลับกลายมาจอดรออยู่ที่หน้าร้านของอดีตคนรักแทน แจจุงดิ้นสุดฤทธิ์ จนสามารถสะบัดหลุดจากการเกาะกุมของร่างสูงได้ มือบางตวัดใส่หน้ายุนโฮอย่างแรงทีนึง ทำให้ร่างสูงชะงัก หันมาพบกับใบหน้าสวยหวานที่เริ่มมีน้ำใสๆคลออยู่ในดวงตากลมโต ยุนโฮเริ่มได้สติ ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันไม่ถูกต้อง
“แจจุง ผม.. ขอโทษ” ยุนโฮยื่นมือออกไปเพื่อจะซับหน้าตาให้กับแจจุง แต่มือบางปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี
“กลับ ไปซะ อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก ผมไม่อยากเจอคุณ” พูดจบก็หันหลังกลับเปิดประตูเปิดล็อคทันที ไม่รอให้ยุนโฮได้มีโอกาสแก้ตัว หรือพูดอะไรสักคำ
“แจจุง ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ออกมาคุยกับผมก่อน แจจุง” ยุนโฮยืนทุบประตูอยู่หน้าร้าน แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบจากคนข้างใน
“แจ จุง ผมขอโทษ เปิดประตูมาคุยกันก่อนได้ไหม ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นกับคุณ ผมขอโทษ แจจุง แจจุงคุณได้ยินผมไหม” ยุนโฮทุบประตูอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากภายในร้าน
“โธ่เว้ย~”
ยุนโฮหันไปเตะถังขยะที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ร่างสูงทรุดลงนั่นที่หน้าบันได เขาไม่รู้จะด่าตัวเองยังไงดี ทำไมถึงได้ทำแบบนั้น แล้วแบบนี้คนในร้านจะมองหน้าเขาได้อีกเหรอ เขาคงจะไม่ได้รับการอภัยไปตลอดชีวิต ทำไมเขาถึงได้ขาดสติแบบนี้ จากที่คิดว่าจะเข้ามาพูดด้วยดีๆ กลับกลายเป็นทำให้แจจุงโกรธเขาเข้าไปใหญ่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ หลังจากนั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน ยุนโฮก็เดินโซซัดโซเซกลับไปที่รถ ขับออกไปจากตรงนั้น โดยไม่รู้ว่าแจจุงยังนั่งอยู่ที่เดิม
ทันทีที่ปิดประตูเข้ามา ร่างบางทรุดลงกองที่หน้าประตูร้าน ได้ยินทุกอย่างที่อยู่ข้างนอก รวมทั้งเสียงขอโทษ เสียงอ้อนวอนต่างๆนานา เขาจะใจอ่อนไม่ได้ เขาไม่ควรเป็นต้นเหตุให้สองแม่ลูกทะเลาะกัน เขาสัญญากับแม่ของยุนโฮแล้วว่า จะไม่กลับไปเจอกับยุนโฮอีกเขาต้องรักษาสัญญา ยุนโฮควรมีอนาคตที่ดีกว่าที่จะอยู่กับคนจนๆอย่างเขา แจจุงแต่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นด้วยความเสียใจ
“ยุนโฮ คุณไม่น่ากลับมาให้ผมเจออีกเลย ทั้งๆที่ผมทำใจได้แล้วแท้ๆ”
ยู ชอนขับรถมาจอดหน้าคอนโดของคุณนักร้องเรียบร้อย ตลอดเวลาที่ขับรถมาเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกับคุณนักร้องเลย มัวแต่ตั้งใจขับรถ เลยไม่ทันรู้ว่าคุณนักร้องนั่งกอดกล่องเค้กหลับคอพับคออ่อนไปแล้วเรียบร้อย
“คุณ ถึงบ้านแล้ว ตื่นสิ” ยูชอนหันไปสะกิดคนตัวเล็ก
“อื้อ~ คนจานอน อย่ายุ่งได้ไหมไอ้โย่ง” คุณนักร้องตอบ พลางหันไปซุกตัวเข้ากับเบาะมากขึ้น ยูชอนได้แต่ส่ายหน้า
“ผมไม่ใช่ไอ้มิน ตื่นสิ ถึงบ้านคุณแล้ว” ยูชอนสะกิดอีกที
“ไม่อาว ฉันง่วงนะ ไอ้โย่งนี่ อย่ายุ่งได้ไหม” มือเล็กๆปัดป้องวุ่นวาย ไม่ให้ใครเข้ามายุ่งขณะกำลังนอน
“เฮ้อ~ แล้วจะเอายังไงเนี่ย ปลุกก็ไม่ตื่น คุณ” ยูชอนยังคงเขย่าตัวคุณน้องร้องต่อไป
“ไอ้โย่ง บอกว่าจะน๊อนนนนนนนน” คนตัวเล็กลากเสียงยาวเฟื้อย พลิกตัวหนีไปอีกทางอีกต่างหาก ยูชอนถอนใจเฮือก แล้วจะเอายังไงล่ะเนี่ย
“คุณ จะนอนก็ไปนอนที่ห้องสิ ถึงบ้านคุณแล้ว”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบ ยูชอนหันไปค้นคีย์การ์ดที่คนตัวเล็กให้เมื่อเย็น ดับเครื่องเรียบร้อย ลงจากรถเดินอ้อมไปทางที่นั่งข้างคนขับ ทันทีเปิดประตู ร่างโปร่งรีบผวาเข้าไปรับแทบไม่ทัน เพราะคุณนักร้องนั่งพิงประตูอยู่เกือบจะหล่นลงมากองข้างล่าง ดีแต่ว่ามีเข็มขัดนิรภัยคาดเอาไว้ ยูชอนจัดการปลดเข็มขัดนิรภัย พยายามแย่งถุงกล่องเค้กจากมือคุณนักร้อง แต่คุณนักร้องก็จับเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ยังจะห่วงของกินอีก แล้วแบบนี้ผมจะแบกคุณขึ้นไปยังไงเนี่ย” ร่างโปร่งได้แต่ยืนส่ายหัว ก่อนจะค่อยๆก้มตัวลงช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นมา ใช้เท้าเตะประตูปิด กดรีโมทล็อครถ อุ้มคุณนักร้องเข้าคอนโดไป
“โห~ เห็นตัวเล็กๆนี่หนักเหมือนกันนะเนี่ย ยังจะกินเค้กเข้าไปอีก รอบหน้าผมจะปล่อยให้คุณนอนกองอยู่ล็อบบี้นี่แหละ” ยูชอนบ่น ขณะเดินออกจากลิฟท์ วางคุณนักร้องลงให้คนตัวเล็กยืนพิงตัวเองเหมือนตอนอยู่ในลิฟท์ เพราะให้แบกเอาไว้อย่างนั้นคงไม่ไหว ล้วงกระเป๋าหาคีย์การ์ด จัดการเปิดประตูเรียบร้อย ก่อนจะหันมาช้อนตัวคุณนักร้องเข้าไปวางไว้ที่เตียงนอน ถอดร้องเท้าให้ พยายามแย่งกล่องเค้กออกมาจากมืออีกรอบ แต่ก็ไม่สำเร็จอีกตามเคย
“ช่าง คุณแล้วกัน นอนกอดกล่องเค้กเอาไว้เถอะ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาทับบี้แบนกินไม่ได้ผมไม่รู้ด้วย” ยูชอนกำลังก้มตัวไปเอื้อมหยิบผ้าห่มก็ถูกคุณนักร้องที่ปล่อยถุงกล่องเค้ก หันมากอดคนตัวโตกว่าเอาไว้ดึงลงมานอนด้วยกัน
“พี่หมี จาไปไหนกลับมาให้จุนซูกอดก่อน” คนตัวเล็กรัดร่างโปร่งเอาไว้แน่น
“คุณ ผมไม่ใช่พี่หมีคุณนะ โน่น พี่หมีคุณอยู่ข้างโน้น” ยูชอนส่ายหัว ก่อนจะค่อยๆขยับมือคนตัวเล็กออกจากตัว กำลังจะหลุดก็ถูกแรงกอดรัดเอาไว้อีก ยูชอนได้แต่ถอนใจเฮือก พยายามไม่นึกถึงกลิ่นหอมๆจากตัวคนตัวเล็กที่ลอยเข้ามากระทบจมูก
“ทำ แบบนี้มันไม่ดีนะคุณนักร้อง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนจะได้ไม่รู้สึกอะไร” ยูชอนดันตัวเองออกอีกครั้ง คว้าตุ๊กตาพี่หมีตัวโตของคุณนักร้องมาให้กอด จัดการลากกล่องขนมเค้กมาไว้อีกทาง หันไปคลี่ผ้าห่มคลุมตัวให้เรียบร้อย ปิดไฟ เอากล่องขนมเค้กไปใส่ตู้เย็น ล็อคห้องเป็นอันเสร็จสรรพ ลงไปขับรถกลับบ้านพร้อมอาการปวดเมื่อยที่บริเวณแขน
“พรุ่งนี้ผมจะไปทำงานไหวไหมเนี่ย” ยูชอนบ่นพึมพำ ขณะที่ขับรถไปก็สะบัดแขนแก้ปวดไปด้วย
เที่ยง วันต่อมา จุนซูที่หลับอย่างเป็นสุขกอดพี่หมีอย่างสบายใจมาทั้งคืนก็งัวเงียตื่นขึ้นมา หลังจากบิดขี้เกียจ2-3ทีพอเป็นพิธีลืมตามองดูรอบตัวเอง นี่เขากลับมานอนบนห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้ว่าขึ้นรถครูกุ๊กไก่กลับบ้านมานี่นา เอ หรือครูกุ๊กไก่มาส่ง แต่ก็คิดเรื่องนี้อยู่ไม่นาน คนตัวเล็กลุกขึ้นเข้าไปอาบน้ำอาบท่าจนสบายใจ พอร่างการตื่นเต็มที่ กระเพาะอาหารก็เริ่มทำงาน จุนซูเดินไปที่ตู้เย็น หยิบกล่องขนมเค้กมาวางไว้ ตั้งใจว่ากินข้าวเสร็จแล้วจะกินเค้กให้ชุ่มปอด แต่ก็ต้องชะงัก เพราะตอนนี้ของในตู้เย็นไม่มีอะไรเหลือเลย มือก็เจ็บขับรถไม่ได้ จะทำยังไงดีเนี่ยหิว คนตัวเล็กเหลือบไปมองดูนาฬิกา เที่ยงครึ่ง ไอ้โย่งอยู่ไหนนะ จะอยู่ไหนก็ช่าง เรียกมันไปซื้อของมาให้กินดีกว่า ว่าแล้วจุนซูก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ จิกเบ๊ประจำพระองค์ทันที
~ ไอ้โย่งรับโทรศัพท์ฉันเดี๋ยวนี้ ~
เสียง เรียกเข้าแสบแก้วหูดังขึ้น กลางห้องประชุมของบริษัท ชางมินได้แต่ส่ายหน้า บอกให้ทุกคนหยุดรอก่อน เป็นภาพที่เห็นกันประจำ ทุกคนในบริษัทรู้ดีถึงความเอาแต่ใจของรองประธานกรรมการจึงปล่อยให้นายไปรับ โทรศัพท์อย่างสงบ
“มีอะไรพี่ ผมกำลังประชุมอยู่” ชางมินพูดทันทีที่กดรับโทรศัพท์
“ฉันหิวข้าวอ่ะ ในห้องไม่มีอะไรให้กินแล้วด้วย”
“พี่ก็ขับรถออกไปซื้อสิ โทรมาบอกผมทำไม”
“ถ้า ขับได้ฉันจะโทรมาหาแกทำซากอะไรหา” จุนซูตวาดแว๊ดผ่านโทรศัพท์ จนร่างสูงต้องยื่นโทรศัพท์ออกจากหู เนื่องจากถ้ารับเสียงโดยตรงหูอาจจะพิการได้
“ได้ไม่ได้พี่ก็ใช้ผมตลอดนั่นแหละ” ชางมินบ่น
“รู้ก็ดี ซื้อมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว”
“ไม่ ได้ ผมกำลังประชุมอยู่ไปไม่ได้ ต้องส่งเรื่องให้คุณลุงวันนี้แล้วด้วย พี่ทนหิวไปก่อน หรือไม่ก็สั่งพิซซ่ามากินซะ แค่นี้นะ” ชางมินปิดโทรศัพท์ แกะแบตทิ้งเดินเข้าห้องประชุมหน้าตาเฉย เรื่องอื่นไว้ทีหลัง อย่างมากพี่เขาก็แค่ตามมาจิกทึ้งเขาเวลาที่เจอกันครั้งหน้าก็เท่านั้น ตอนนี้ยังไม่เจอ ปล่อยไปก่อน
“ไอ้โย่ง ไอ้น้องบ้า ไอ้น้องเลว พี่หิวจะตายแล้วยังเห็นงานสำคัญกว่าพี่ เดี๋ยวคอยดู อย่าให้เจอนะ จะทึ้งผมให้หัวล้านเลย ฮึ่ย~” คนตัวเล็กกระแทกตัวนั่งบนโซฟาด้วยความโมโห เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะชิมชางมิน สงสัยต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ว่าแล้วมือบางก็กดโทรศัพท์ไล่หาเบอร์ที่ต้องการ ริมฝีปากบางจุดยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนจะกดโทรออก สักพักก็ได้ยินเสียงคนรับ จุนซูปั้นเสียงเศร้าทันที
“คุณน้า จุนซูเองครับ”
“จุน ซูเหรอ เป็นอะไรไปลูก ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า” คุณมิยองถามเสียงตกอกตกใจ จู่ๆหลานรักก็โทรมาหาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“จุนซูไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับคุณน้า แค่ที่ห้องไม่มีอะไรให้กิน มือจุนซูก็เจ็บ ขับรถไปซื้ออะไรมากินก็ไม่ได้แค่นั้นเอง”
“แล้วชางมินล่ะ ทำไมไม่โทรไปบอกให้น้องซื้อมาให้ล่ะลูก”
“อย่าไปกวนน้องเขาเลยครับคุณน้า ชางมินเขางานเยอะ จุนซูไม่กล้ากวนเขาหรอก” คนตัวเล็กยังปั้นเสียงเศร้าต่อไป
“งานอะไรจะมาสำคัญกว่าพี่ชาย ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวน้าโทรไปจัดการเอง แค่นี้ก่อนนะลูก น้าจะโทรไปเรียกชางมินให้”
“ขอบคุณครับคุณน้า ก็มีแต่คุณน้านี่แหละที่ห่วงจุนซู”
“จ้าๆๆ น้ารักจุนซูมากนะ รอที่บ้านแหละ เดี๋ยวน้าจัดการเอง ลูกคนนี้นี่ยังไง บอกให้ดูแลพี่แค่นี้ทำไม่ได้ แค่นี้ก่อนนะลูก”
“ครับ คุณน้า รักคุณน้าเหมือนกันครับ ปิ๊บ~” เสียงสัญญาณโทรศัพท์ขาดหายไป คนตัวเล็กวางเครื่องมือสื่อสารไว้ข้างตัว นั่งกอดอกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“เป็น ไงล่ะชิมชางมิน ฉันบอกว่าให้ซื้อมาดีๆตั้งแต่แรกไม่เชื่อ ปิดโทรศัพท์ด้วยแบบนี้ จงใจเลี่ยงชัดๆ ยาวแน่ๆ อิย่ะฮ่าๆๆๆๆ” คนตัวเล็กหัวเราะอย่างสะใจที่ได้แก้เผ็ดน้องชายสุดแสบ โทษฐานวางโทรศัพท์ใส่เขา
~I can teach you but I don't make you change someone I don't make you someone 넌 빠졌어~
“อ๊ะ ทำไมโทรมาเร็วจัง ไม่น่าเชื่อ” มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นดู ก่อนจะทำหน้าเบ้ ไม่อยากจะรับแต่ก็ต้องรับ
“คุณป๋า มีอะไรฮะ” จุนซูกรอกเสียงลงไปตามสาย
“ฉัน เป็นพ่อแกนะจุนซู ทำไมจะโทรหาแกไม่ได้ วันนี้ไม่ได้ไปไหนใช่ไหม เข้ามาหาพ่อที่โรงแรมหน่อย” เจ้าสัวคิมออกคำสั่งให้ลูกชายคนเดียวเข้ามาหา แต่คำตอบก็คือ
“ไม่ไป คุณป๋ามีอะไรก็คุยตรงนี้เลย จุนซูมือเจ็บขับรถไม่ได้ ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ” คุณลูกชายตอบกลับเสียงปั้นปึ่ง
“กลับมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะตัดเบี้ยเลี้ยงทุกอย่างของแก ดูสิว่าจะอยู่ข้างนอกได้อีกไหม”
“คุณป๋าอ่ะ ทำอย่างนี้กับจุนซูได้ยังไง จุนซูจะฟ้องคุณแม่”
“ฟ้อง ไปเลย แม่แกอยู่นิวซีแลนด์ คงแล่นมาเอาใจแกได้หรอก กลับมาเดี๋ยวนี้ อย่าหาว่าป๋าไม่เตือน” พูดจบก็ตัดสายทิ้ง ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งหน้าหงิกอยู่คนเดียวบนโซฟา
“จะเรียกไปทำอะไรอีกอ่ะ ก็บอกว่าขับรถไม่ได้ๆๆ ไม่เชื่อกันบ้างเลยเฮ้อ”
~I can teach you but I don't make you change someone I don't make you someone 넌 빠졌어~
“คุณป๋า จุนซูบอกว่าจุนซูขับรถไม่ได้ไง” คนตัวเล็กพูดใส่โทรศัพท์อย่างหงุดหงิด
“มือเจ็บมากเลยเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูตอบกลับมา ทำเอาคุณนักร้องชะงัก
“ครู กุ๊กไก่เหรอ พอดีเลย ฉันหิวข้าวอ่ะ ยังไม่ได้กินอะไรเลย” ได้ทีคุณนักร้องรีบอ้อนใหญ่ อย่างน้อยครูกุ๊กไก่ก็ทำอาหารอร่อยแหละ รอดตายแล้วเรา
“ทำไมไม่หาอะไรในตู้เย็นกินเล่า ผมเห็นตู้เย็นคุณมีของแช่แข็งเพียบเลยนี่”
“กินหมดแล้ว วันนี้เหลือแต่เค้กคุณแจจุงเท่านั้นเอง มันไม่อิ่มอ่ะ ฉันอยากกินข้าว”
“ผมต้องไปสอนต่อด้วย แวะไปหาอะไรให้คุณกินไม่ได้หรอก โทรหาชางมินสิ” ยูชอนแนะนำ
“ไอ้ น้องใจร้ายนั่นเหรอ มันไม่ยอมซื้อมาให้ ฉันโทรไปหามันแล้วอ่ะ โอ้ยปวดท้องหิวไส้จะขาดแล้ว” คุณนักร้องทำเสียงครวญครางโอดโอยไปด้วยประกอบเพื่อเพิ่มความสมจริง จริงๆก็หิวนั่นแหละ
“เอางี้ เดี๋ยวผมซื้อของแวะเข้าไปฝากที่ล็อบบี้ คุณลงมาเอาแล้วกันนะ” ยูชอนตอบ
“จริงเหรอ คุณกุ๊กไก่ใจดีจังเลย น่ารักที่สุด มาเร็วๆนะ หิวจะแย่อยู่แล้ว”
“อืม” เสียงสัญญาณตัดหายไป คนตัวเล็กยิ้มร่าเริง วันนี้รอดตายแล้ว คู่กุ๊กไก่นี่พึ่งได้จริงๆ ไม่เหมือนไอ้โย่งมัน
~I can teach you but I don't make you change someone I don't make you someone 넌 빠졌어~
“ใครอีกล่ะเนี่ย ฮัลโหล”
“พี่ เล่นแบบนี้เลยเหรอ ดูสิ ผมโดนแม่ด่าจนหูชาแล้วเนี่ย” ชางมินบ่นทันทีที่จุนซูรับสาย
“ช่วยไม่ได้นี่ ใครให้แกวางสายฉันเล่า ชิ”
“ผมกำลังจะเข้าไป พี่จะกินอะไร” ชางมินถาม
“อะไรก็ซื้อมาตุนๆไว้เหอะ เพราะเดี๋ยวครูกุ๊กไก่ก็จะซื้อมาให้เหมือนกัน ดูสิ เพื่อนแกยังไม่น้ำใจมากกว่าแกอีก”
“หา ใครนะ ไอ้ยูชอนอ่ะนะ มันจะซื้อไปให้พี่กินด้วยเหรอ แปลกแหะ ทุกทีเห็นใจดีกับแจจุงคนเดียวนี่หว่า” ชางมินบ่นพึมพำ แต่คนตัวเล็กหูพึ่งขึ้นมาทันที
“อะไรนะ หมายความว่าครูกุ๊กไก่ชอบคุณแจจุงจริงๆเหรอ”
“ไม่รู้สิ ทุกทีผมเห็นมันทำอะไรก็ทำให้แจจุงเท่านั้นแหละ ขนาดผมมันยังไม่ค่อยอยากจะช่วยเลย”
“ชิ แล้วทำมาเป็นเก๊กบอกไม่ใช่ๆๆ ท่ามากนักเดี๋ยวไม่ช่วยซะเลย” คนตัวเล็กบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“พี่ว่าอะไรนะ”
“เปล่าๆ รีบๆซื้อเข้ามาล่ะ มารับฉันไปโรงแรมด้วย คุณป๋าโทรมาทำไมก็ไม่รู้” จุนซูรีบสั่งความกับน้องชายทันที
“ได้ เดี๋ยวผมไป แค่นี้นะ”
สัก พักเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น คุณนักร้องเดินไปเปิดประตู ก็พบกับร่างโปร่งยืนอยู่หน้าห้อง พร้อมด้วยถุงข้าวของเยอะแยะ ยื่นให้ คุณนักร้องยิ้มแป้นรับของ พลางดึงมือคนตัวโตกว่าเข้ามาด้วย
“ผมแค่เอาของมาให้เท่านั้น จะลากผมเข้ามาทำไมเนี่ย เดี๋ยวผมไปสอนไม่ทัน”
“เดี๋ยว ชางมินก็มาครูกุ๊กไก่ไม่อยู่รอชางมินก่อนเหรอ ดูสิ มีอะไรกินมั่งเนี่ย โอ้โหเยอะแยะเลย ครูกุ๊กไก่ซื้อมาจากไหนเนี่ย น่ากินจัง” ยูชอน หลบตาเสหันไปมองทางอื่น เขาจะตอบยังไงดีล่ะ ไอ้ของที่เอามาทั้งหมดนี่เขาทำเองทั้งนั้นแหละ เพราะเมื่อวานเห็นว่าในตู้เย็นคุณนักร้องไม่เหลืออะไรแล้ว มือก็เจ็บอาจจะไปไหนไม่ได้ ก็เลยทำเผื่อ แล้วแกล้งโทรมาถามไปงั้นแหละ
“ซื้อ มาจากไหนก็ช่างผมเถอะน่า กินๆไปซะ ผมไปล่ะ” ยูชอนหมุนตัวกลับกำลังจะเดินออกนอกห้อง จุนซูก็ผละจากโต๊ะกินข้าววิ่งมารั้งคนตัวโตเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป”
“มี อะไรอีกล่ะ” ยูชอนหันกลับมาพบกับดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋ว กำลังมองเขาอย่างเป็นประกาย เพราะได้ของถูกใจ และกำลังปลื้มกับครูกุ๊กไก่โหมดใจดีอยู่ คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้าขึ้นจรดจมูกมนที่ข้างแก้มคนตัวโตกว่า เล่นเอายูชอนนิ่งไป เพราะไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่คิดว่าคุณนักร้องจะทำอย่างนี้ พร้อมๆกับชางมินที่เปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี
“ขอบคุณนะ ครูกุ๊กไก่นี่น่ารักที่สุดในโลกเล้ย” จุนซูฉีกยิ้มกว้างในขณะที่ยูชอนยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ
~ อะแฮ่ม ~
ชา งมินกระแอมเรียกสติเพื่อนกลับมา ยูชอนหันไปมองทางต้นเสียง ก็เห็นชางมินพร้อมข้าวของพะรุงพะรังก็ได้สติ ปลดมือเล็กออกจากแขนตัวเองอย่างเบามือ ก่อนจะพึมพำขอตัวเดินเลี่ยงออกไปนอกห้องทันที ไม่กล้ามองหน้าเพื่อนด้วยซ้ำ เพราะไม่รู้ว่าจะวางหน้ายังไงถูก ชางมินได้แต่ส่ายหน้า ต่อให้เป็นคนใจแข็งอย่างยูชอนเพื่อนเขาก็เถอะ เจอไม้นี้ของคิมจุนซูเสร็จทุกราย พี่ชายเขาก็กะไรเลย อยู่ๆไปหอมแก้มเขาได้ไง
“พี่ ไปหอมแก้มยูชอนเขาอย่างนั้นได้ยังไง เขาไม่ใช่ผมหรือคุณลุงนะ” ชางมินบ่น ขณะหิ้วข้าวของเข้ามาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร พลางกวาดตามองอาหารเต็มโต๊ะ
“ทำไม อ่ะ ก็ครูกุ๊กไก่ใจดีซื้อของมาให้กินตั้งเยอะฉันก็ขอบคุณเขาอย่างที่ขอบคุณแกกับ คุณป๋าไง” ชางมินถอนใจ มันเหมือนกันที่ไหนล่ะครับคุณพี่ ผมกับคุณป๋าน่ะมันคนในครอบครัว คุณพี่จะกอดรัดฟัดเหวี่ยงใครจะไปสนใจ ก็แค่เห็นว่าน่ารักเท่านั้นเอง นี่มันเพื่อนผมนะครับ เกิดเพื่อนผมมันหลงคุณพี่ โดยที่คุณพี่ไปหลงคุณชองเนี่ย เพื่อนผมก็ช้ำแย่สิครับ แต่ก็ได้แต่คิดในใจ เพราะดูท่าทางแล้วพี่ชายเขาคงไม่รู้อะไรด้วย เฮ้อ~ ยูชอนเอ๊ย~ อย่าหลงลูกอ้อนคิมจุนซูเลยนะ ได้โปรด
“เฮ้อ~ แล้วนี่จะเอาเก็บไว้ไหนล่ะ ผมซื้อมาตั้งเยอะ ยังจะของที่ยูชอนซื้อมาอีก” คนตัวเล็กเดินเข้ามาที่โต๊ะเมียงมองของแช่แข็งที่น้องชายซื้อมาแล้วเบ้ปาก
“ของแกเอาไปยัดใส่ตู้เย็นโน่นเลย ส่วนนี่ อืม~” จุนซูรื้อของที่ยูชอนใส่ถุงไปมา สักพักก็หยิบของออกมาสองอย่าง
“ฉัน จะกินสปาเก็ตตี้มีทบอลกับซีซาร์สลัด ส่วนอันอื่นแกก็เอาไปใส่ตู้เย็นซะ อ้อ กินข้าวมาหรือยังล่ะ ถ้ายังก็แบ่งไปอันนึงก็ได้ฉันให้” ว่าแล้วคุณนักร้องก็จัดการเทของใส่จาน ยกไปกินที่โซฟาหน้าทีวี
“อื้ม~ อร่อยจังเลย ไอ้โย่งแกดูที่ถุงสิ ครูกุ๊กไก่ซื้อมาจากไหนอ่ะ ทีหลังจะได้ไปซื้อมั่ง” ชางมินละจากการเอาของอัดช่องฟรีซหันมารื้อถุง แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า เพื่อนเขาทำเอง เพราะไอ้ถุงอย่างนี้ ฝีมือมัดอย่างนี้ของมันชัวร์เขากินบ่อยรู้ดี
“เปล่าหรอกพี่ ไอ้ยูชอนมันทำเองน่ะ”
“ครูกุ๊กไก่ทำเหรอ” คนตัวเล็กตาโต โอ้ครูกุ๊กไก่นี่ทำอะไรก็อร่อยไปหมดเลยอ่ะ
“อืม ทุกอย่างนั่นแหละ” ชางมินพูดพลางเลือกของที่จะกินออกมาวาง
“ทำอะไรน่ะ” คุณนักร้องโวยวายเมื่อเห็นน้องชายหยิบถุงที่มองไกลๆคล้ายๆจะเป็นมักกะโรนีผัดกุ้งออกมา
“อ้าว ก็พี่บอกว่ากินได้อย่างนึงนี่” ชางมินงง อยู่ๆพี่ชายก็ตะโกนขึ้นมาเสียงแหลม
“ไม่ แกไปเอาของแช่แข็งมากินไป ของครูกุ๊กไก่ฉันไม่ให้กินหรอก เขาทำมาให้ฉันกินคนเดียว วางเลยนะ” จุนซูชี้นิ้วสั่ง ชางมินเกาหัวแกรกๆ อะไรฟะ เมื่อกี้ยังให้กินอยู่เลย
“เร็ว ไม่ต้องมาทำเกาหัว” สั่งเสร็จก็กลับไปนั่งกินต่อด้วยความปลาบปลื้ม
“อร่อยจังเลย ครูกุ๊กไก่นี่เป็นคนดีชะมัด ชักจะหลงแล้วสิ”
~ แคร้ง ~
ชา งมินกำลังจะเอาของใส่จานเข้าเวฟตกใจ ทำจานหล่นเสียงดัง เรียกสายตาดุๆจากคนตัวเล็ก พี่ชายฉันอะไรกันเนี่ย แค่ทำของอร่อยแค่เนี้ย หลงแล้วเหรอ แล้วคุณชองล่ะ
“เป็นอะไรไอ้โย่ง”
“พี่ ไหนบอกว่าหลงคุณชองอยู่ไง ทำไมอยู่ๆหันมาหลงไอ้ยูชอนอีกล่ะ”
“คุณชองก็ส่วนคุณชอง ครูกุ๊กไก่ก็ครูกุ๊กไก่ไม่เกี่ยวกัน อย่ามารวมกันสิ”
“หมายความว่าพี่จะควบสองเลยเหรอ”
“ไอ้ บ้า ฉันหมายถึงคุณชองเป็นเจ้าของหัวใจ แต่ครูกุ๊กไก่เป็นน้องที่น่ารักเหมือนแกไง” น้องที่น่ารักเหรอ เออ ขอให้ยูชอนมันคิดแบบเดียวกับคุณพี่แล้วกัน ผมไม่อยากให้เพื่อนผมเสียใจ ชางมินได้แต่ส่ายหัวอย่าปลงๆ
“รีบๆกินเข้า คุณป๋าเรียกให้ไปหาที่โรงแรม แกขับรถพาฉันไปด้วย”
“แล้วทำไมพี่ไม่ไปเองตั้งแต่แรกเล่า”
“นี่ไง” คนตัวเล็กยื่นมือที่พันผ้าพันแผลให้ดู
“ไปโดนอะไรมาอ่ะ” ชางมินเดินเข้ามาใกล้หลังจากส่งอาหารเข้าเครื่องเวฟไปแล้ว
“ถาดอบคุกกี้ที่ร้านคุณแจจุงอ่ะดิ” คนตัวเล็กตอบ ขณะตักสปาเก็ตตี้เข้าปากคำโต
“ไปทำอีท่าไหนล่ะ”
“จะ ท่าไหนก็ช่าง มาก็ดีแล้ว ไปเอายามาล้างแผลให้หน่อยสิ” จุนซูชี้นิ้วไปทางตู้ยาที่อยู่ห้องถัดไป ชางมินลุกไปเอายามาล้างแผลให้พี่ชายโดยดี
“เป็นหนักขนาดนั้นเลยเหรอพี่” ชางมินพูดขณะวางของลงบนโต๊ะหน้าโซฟา จัดการแกะผ้าพันแผลออก
“เยอะ สิ ครูกุ๊กไก่ทายาให้แล้วด้วย แต่มันก็ยังเจ็บๆอยู่” ชางมินค่อยๆแกะผ้าออกช้าๆ เพราะรอยที่พองเมื่อวานน้ำใสๆเริ่มแตกออกมาพี่ชายเขาคงกระดุกกระดิกบ่อย ทำให้มันติดแผลหน่อย เล่นเอาคุณพี่สะดุ้ง
“โอ้ย ~ เบาๆหน่อยได้ไหมไอ้โย่งฉันเจ็บนะเว้ย” คนตัวเล็กสูดปากร้องเสียงดัง แทบจะเขวี้ยงจานสปาเก็ตตี้ใส่หัวน้องชาย
“โทษ ที โห~ เป็นขนาดนี้ไปหาหมอดีกว่ามั้งพี่” แผลเริ่มมีรอยแตกทำให้น้ำใสๆซึมออกมา จุนซูมองแผลหน้าเสีย เขาไม่อยากไปหาหมอนี่ น่ากลัวอ่ะ
“ไม่เอา ล้างๆเร็วเข้า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็แห้งแล้วน่า” คนตัวเล็กกัดฟันตอบ ชางมินไม่ว่าอะไร เพราะรู้ว่าพี่ชายเขาถ้าไม่ก็คือไม่ ค่อยๆเอาน้ำยาล้างแผลเช็ดให้ แต่แรงไปหน่อยเล่นเอาคุณพี่ร้องจ๊าก
“ไอ้มิน แกจะฆ่าฉันเหรอ ไม่เห็นเหมือนครูกุ๊กไก่เลย ครูกุ๊กไก่ทำเบ๊าเบา ไม่เห็นเจ็บ” คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ย
“งั้น ก็รอให้ยูชอนมันมาทำแล้วกัน แหมคำก็ครูกุ๊กไก่ สองคำก็ครูกุ๊กไก่ พี่เพิ่งเจอมันไม่กี่วันเองนะ ติดเป็นตังเมเลย” ชางมินบ่น แต่มือก็ทำแผลไปด้วย ลดแรงลงนิดหน่อย เพราะดูท่าคุณพี่ชายท่าจะเจ็บจริง
“ชิ~ คราวหน้าให้ครูกุ๊กไก่ทำให้ดีกว่า ใจดีด้วย ไม่เจ็บด้วย ไอ้น้องใจร้าย” คุณนักร้องยังบ่นไม่เลิก ชางมินจัดการพันผ้าให้เรียบร้อย เอาของไปเก็บพร้อมกับอาหารในเวฟที่เสร็จพอดี
“เร็วๆเข้าล่ะ เดี๋ยวคุณป๋าโวยอีก” ชางมินพยักหน้าหงึกหงักในขณะที่คุณนักร้องกินเสร็จเรียบวุธทั้งสองจาน เดินนวยนาดเข้าไปแต่งตัวด้านใน
สักพักทั้งสองพี่น้องก็มาถึง โรงแรมเพนนีซูล่า จุนซูเดินเข้าไปที่ส่วนใน ขึ้นลิฟท์ผู้บริหารขึ้นไปพบผู้เป็นพ่อข้างบน ในขณะที่ชางมินเดินไปอีกทาง ไหนๆก็มาที่สาขาใหญ่แล้ว คงต้องเข้าไปจัดการงานที่ค้างไว้ให้เสร็จด้วยระหว่างรอรับตัวคุณพี่ชายกลับ ไปส่งบ้าน
“เจ้าสัวคะ คุณหนูมาแล้วค่ะ” เสียงเลขาหน้าห้องรายงาน
“ให้เข้ามาได้”
“คุณป๋ามีเรื่องอะไร ทำไมต้องเรียกจุนซูมาถึงนี่ด้วย” คนตัวเล็กเข้ามานั่งไขว้หน้าที่โซฟารับแขกอย่างไม่สบอารมณ์
“ก็มีเรื่องคุยน่ะสิ ถ้าไม่มีเรื่องป๋าจะเรียกแกมาทำไม”
“มีเรื่องอะไรล่ะคุณป๋า รีบๆบอกมา”
“วันอาทิตย์นี้แกต้องไปดูตัว” คนตัวเล็กหันมามองหน้าผู้เป็นพ่อตาโต ดูตัว อีกแล้วเหรอ
“ไม่ไป ไม่เอา” จุนซูรีบปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
“ทำไม ป๋าจะหาคนที่เขาดูแลแกได้ ดูแลกิจการได้มาช่วยยังไม่ดีอีกเหรอ เราน่ะไม่เอาอ่าวอะไรสักอย่าง ถ้าไม่มีเจ้าชางมิน ป่านนี้ป๋าคงทำงานคนเดียวไปแล้ว”
“ก็มีไอ้โย่งแล้ว ป๋าก็มีคนช่วยแล้วไง” คุณนักร้องเถียง
“มันก็จริง แต่ชางมินมันดูแลตั้งหลายอย่างมันก็เหนื่อยเป็นนะ ไหนเราจะใช้มันอย่างกับอะไรอีก ไม่รู้ วันอาทิตย์นี้ต้องไปดูตัว”
“ไม่ไป”
“ต้องไป”
“ไม่ๆๆๆ จุนซูไม่ไป คุณป๋าอย่ามาบังคับจุนซูนะ”
“ทำไม คราวนี้แกจะเอาอะไรมาขู่ฉันอีก คราวที่แล้วก็บอกว่าจะไปเป็นนักร้อง แล้วไง เห็นดังอยู่ไม่นานก็ร่วง ตอนนี้ไม่มีงานแล้วนี่ กลับมาแต่งงานตามสัญญาได้แล้ว”
“ไม่เอา ตอนนี้จุนซูกำลังมีงานใหม่เข้ามา เขาจะถ่ายกันเดือนหน้าแล้ว คราวนี้จุนซูจะกลับไปดังอีกครั้ง ดังยาวๆด้วย จุนซูแต่งงานตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด” คนตัวเล็กยกเอางานมาอ้างทันที
“งานอะไรของแกหา”
“งานดีๆก็แล้วกัน คุณป๋า”
“ก็ได้ ถ้าแกมีงานจริงๆนะ ฉันจะไปถามไอ้มิน”
“ถามเลย ตามสบายจุนซูมีงานจริงๆนี่” คนตัวเล็กรีบบอก ก็เขาไม่ได้โกหกสักหน่อยนี่
“ถ้า คราวนี้แกดังจริงอย่างที่แกว่า ฉันจะเลื่อนเรื่องแต่งงานให้แก แต่ถ้าภายในเวลา3เดือนหลังจากออกรายการแล้ว แกยังวูบล่ะก็ แกต้องกลับมาแต่งงานกับคนที่ป๋าเลือกตกลงไหม”
“3เดือนเองเหรอ ใครเขาวัดเรทติ้งกันที่3เดือนเล่า”
“ถ้ามันจะดังน่ะ เทปแรกมันก็ดังแล้ว หรือไม่แน่ใจ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรอ แต่งเลยแล้วกัน”
“ไม่ๆๆๆ 3เดือนก็3เดือนคุณป๋าพูดแล้วนะ ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม จุนซูจะได้กลับบ้าน” พูดจบคนตัวเล็กก็ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปที่หน้าห้องทันที
“เดี๋ยวสิ แกไม่อยากเห็นหน้าคู่ดูตัวหน่อยเหรอ” เจ้าสัวคิมหยิบรูปคู่ดูตัวมาโยนไว้บนโต๊ะทำงาน แต่คนตัวเล็กส่ายหน้าพรืด รีบดึงประตูออกไปทันที ไม่สนใจที่จะมองไปทางโต๊ะของคนเป็นพ่อด้วยซ้ำ ตอนนี้สมองน้อยๆของคุณนักร้องกำลังคิดวิธีที่จะกลับไปดังเหมือนเดิม ไม่ได้แล้ว คราวนี้ต้องเรียกไอ้โย่งประชุมใหญ่ จะทำยังไงถึงจะดังได้ภายใน3เดือน
%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ ^^


ใกล้ชิดกันวันละนิด
แล้วก็จะรักกันไปเอง
แต่ว่า คู่ดูตัวน้องนี่ซิ
เอาใจช่วยมิคนะ
มาต่อเร็วๆนะ
#1 By chebi (124.120.115.59) on 2010-03-26 12:06