[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 5
posted on 25 Mar 2010 02:17 by kameryuichi in Halloween
Part 5
“ท่านพี่” จุนซูเรียกพี่ชายที่กำลังเดินผ่านหน้าห้องโถงไป
“มีอะไรจุนซู” แจจุงหยุดเดิน
“พี่จะพาพวกคนใช้ของเราไปไหน แล้วยังข้าวของพวกนี้อีก” จุนซูเดินเข้ามาใกล้พี่ชาย กวาดตามองคนรับใช้มากมายที่ถือของไว้เต็มสองมือ
“อ๋อ ปราสาทของยูชอนขอแรงให้พี่ไปช่วยจัดสถานที่น่ะ นี่ก็ใกล้วันงานเข้ามาแล้ว พี่ว่าจะไปดูสักหน่อย เผื่อมีอะไรขาดเหลือจะได้เตรียมตั้งแต่เนิ่นๆ” จุนซูทำหน้ายุ่ง
“ทำไมเราต้องไปช่วยเขาด้วยล่ะท่านพี่ คนที่ปราสาทโน้นมีตั้งเยอะ”
“เขาไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ พี่เห็นว่ายังไงเราก็เป็นคนคุ้นเคยกันก็เลยตกปากรับคำไปช่วย”
“พี่ก็ใจดีอย่างนี้ทุกที” จุนซูทำหน้ามุ่ยเข้าไปอีก เมื่อรู้ว่าพี่ชายของเขายังคงติดต่อกับคนของปราสาทโน้นเหมือนเก่า
“แล้วเจ้าล่ะ ทำอะไรอยู่” แจจุงหันมาถามน้องชาย
“ซ้อม เต้นรำ วันงานมีสอบเต้นรำด้วย ข้าว่าจะขอให้พี่ช่วยซ้อมให้หน่อย ข้าต้องเต้นเป็นฝ่ายชาย ทุกทีที่เต้นกับฮยอกแจข้าเต้นเป็นฝ่ายหญิงตลอดเลยไม่ถนัด” จุนซูอธิบาย
“แล้วทำไมถึงต้องมาซ้อมใหม่ด้วยล่ะ” แจจุงพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้พวกคนใช้นำของล่วงหน้าไปที่ปราสาทยูชอนก่อน
“ก็อาจารย์สั่งให้ข้าเต้นคู่กับแชยอนตอนสอบ ข้าก็ต้องเต้นเป็นฝ่ายชายน่ะสิท่านพี่”
“แย่ จัง พี่ต้องไปช่วยดูเรื่องการตกแต่ง คงไม่มีเวลาพอจะมาช่วยเจ้าหรอก อืม~ เอางี้ เจ้าไปซ้อมที่ห้องโถงที่ใช้จัดงานเลยไหม จะได้รู้ด้วยว่าต้องเข้ามุมตอนไหน” แจจุงเสนอ แต่คนตัวเล็กเบ้หน้า เรื่องอะไรเขาต้องไปที่ปราสาทนั่นด้วย แค่ต้องไปวันจัดงานก็เอือมจะแย่ คนตัวเล็กส่ายหน้าดิ๊ก
“ไม่เอาหรอกท่านพี่ ถ้าท่านไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ข้าจะซ้อมคนเดียวที่ปราสาทนี่แหละ” จุนซูหันหลังเดินกลับไปที่ห้องโถง แต่แจจุงคว้ามือเอาไว้ก่อน
“ไป เถอะน่าจุนซู ที่นั่นมีคนเชี่ยวชาญการเต้นรำตั้ง3คน พี่เองก็เต้นเป็นแต่ฝ่ายหญิงเหมือนกัน ไปให้คนที่ปราสาทนั้นสอนแล้วกัน” แจจุงพูดพลางลากตัวน้องชายตามไปด้วย เพราะเขากำลังคิดว่า นี่น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้ยูชอนกับจุนซูได้คุยกันดีๆบ้าง
“ไม่เอาท่านพี่ ข้าไม่ไป” จุนซูดิ้น
“ไปเถอะ เชื่อพี่” แจจุงลากคนตัวเล็กมาที่รถม้าจนได้ จัดแจงยัดน้องชายใส่รถม้า ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะวิ่งปรู๊ดหนีไปอีก
สัก พักรถม้าของตระกูลคิมก็มาจอดที่หน้าปราสาทของราชาปีศาจองค์ใหม่ แจจุงเดินนำคนใช้ที่ลำเลียงของเข้าไปในห้องโถงใหญ่สำหรับจัดเลี้ยง มือข้างนึงก็จับจูงน้องชายจอมดื้อมาด้วย จุนซูทิ้งน้ำหนักขืนตัวเอาไว้เล็กน้อย เพื่อไม่ให้พี่ชายสบายเกินไปในการบังคับขืนใจเขามาที่นี่ ตาเรียวกวาดตามองรอบๆตัว ถึงแม้จะไม่ได้ย่างกรายเข้ามาที่นี่หลายปี แต่ปราสาทนี้ก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนตอนที่เขาเคยมาวิ่งเล่นที่นี่ตอนเป็นเด็ก จุนซูหลับตาลงตอนนี้เขาแทบจะเห็นตัวเองตอนเป็นเด็กที่เข้ามาวิ่งเล่นที่นี่ กับใครคนนึงอย่างมีความสุข เขาไม่อยากเห็นภาพพวกนี้ เพราะมันจะติดตาเขาอีก กว่าเขาจะลบภาพเหล่านี้ไปจากความทรงจำได้ ก็ใช้เวลาหลายปี ทำไมพี่ต้องบังคับให้เขากลับมาเห็นภาพพวกนี้อีก เขาตั้งใจจะมาที่นี่แค่วันงานวันเดียวแท้ๆ อย่างน้อยมากับคนอื่นเยอะๆเขาก็จะไม่มีเวลามาคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้
“อ้าวพี่แจจุง มาแต่เช้าเลยนะ” ชางมินที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องหนังสือเอ่ยทักขึ้น
“อื้ม~ อีกไม่กี่วันจะถึงวันงานแล้ว ข้าคงต้องเร่งมือหน่อย” แจจุงยิ้มให้ชางมิน ชางมินยิ้มตอบให้พี่ชายหน้าสวย พี่แจจุงนี่เหมือนนางฟ้าจริงๆเลยน้า ไม่เห็นจะเหมาะกับหมีควายป่าเถื่อนอย่างพี่ยุนโฮเลย แต่ก็ช่างเถอะ ป่านนี้ยังทำได้แค่ส่งดอกไม้ให้อย่างเดียว คนสวยจะรู้ตัวเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย สายตาของร่างสูงมองเลยไปข้างหลัง ก่อนจะพบภาพที่ไม่คิดจะได้เห็นอีกแล้วในชาตินี้ คุณหนูคิมคนเล็ก
“จุน ซู วันนี้มาหาพี่ถึงที่นี่เลยเหรอ วันนี้พี่ไม่มีคนไข้ให้เจ้าทดลองรักษาแล้วนะ” ชางมินถามเจ้าตัวเล็ก เหมือนกับน้องน้อยคนเดิมที่เคยวิ่งตามเขา แถมยังทำตัวเป็นคุณหมอจำเป็นเสมอๆ คนตัวเล็กทำแก้มป่อง นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เขาไม่อยากมาก็เพราะอย่างนี้แหละ คนในปราสาทนี้ชอบทำกับเขาเหมือนเป็นเด็ก5ขวบตลอด
“ข้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะพี่ชางมิน เลิกแซวได้แล้ว เลิกล้อข้าสักทีได้ไหม”
“ก็ได้ๆ แต่มันอดไม่ได้นี่นา ว่าแต่ข้าไม่เห็นเจ้ามาที่ปราสาทนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ” ชางมินทำท่านึก
“5ปี” ยุนโฮที่เดินตามมาข้างหลังเป็นคนตอบคำถามแทน
“ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้นับ”
“สวัสดียุนโฮ ไม่เจอกันนานเลยนะ เดี๋ยวนี้ข้าไม่ค่อยได้เห็นเจ้าไปเดินตลาดเลย” แจจุงเอ่ยทักร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังชางมิน
“ข้าไม่ค่อยว่างน่ะ ช่วงนี้งานยุ่งๆ ข้าเลยไม่ค่อยได้ไปตลาด”
“มิ น่า ข้าถึงไม่เห็น พวกแม่ค้าถามหาเจ้ากันจมเลยนะ ว่าท่านยุนโฮสุดหล่อไม่มาด้วยเหรอท่านแจจุง” ร่างบางพูดเป็นเชิงแซว พ่อคนรูปหล่อขวัญใจแม่ค้า พร้อมรอยยิ้ม โดยไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของตัวเองทำให้จิตใจคนแถวนี้แกว่งไกวไปถึงไหนๆ
“พี่ ไปทำอะไรที่ตลาด เรามีคนจ่ายตลาดอยู่แล้วนี่” ชางมินหันไปถามงงๆ ยุนโฮหันมาขยิบตาให้ แต่เจ้าน้องเล็กก็ยังแกล้งทำไม่รู้เรื่อง กำลังจะอ้าปากถามเรื่องที่ไม่สมควรออกไป ยุนโฮเห็นท่าไม่ดีจึงเอื้อมมือไปใช้นิ้วแข็งๆหยิกเข้าที่เอวของน้องชาย เล่นเอาชางมินสะดุ้ง คำถามที่กำลังจะหลุดออกมาถูกกลืนกลับเข้าไปทันที
“เป็น อะไรไปเหรอชางมิน ดูเจ้าทำหน้าเหมือนเจ็บปวด โดนอะไรต่อยหรือเปล่า” แจจุงหันมาถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อสังเกตเห็นหน้าบิดเบี้ยวของชางมิน
“ไม่มีอะไรหรอกพี่แจจุง โดนหมีตะปบน่ะ”
“หมีเหรอ ปราสาทเจ้าเลี้ยงหมีด้วยเหรอ” คนสวยยังสงสัยไม่เลิก
“ไม่ ใช่หรอก ข้าหมายถึงแผลเก่าน่ะ บังเอิญไปสะกิดโดนมันเข้าก็เลยเจ็บ เรื่องนั้นช่างเถอะว่าแต่เจ้าตัวเล็ก มาทำอะไรที่นี่ หรือจะมาช่วยพี่แจจุงจัดสถานที่” ชางมินให้ไปถามจุนซู
“ไม่ใช่หรอก พอดีวันงานจุนซูเขาต้องสอบเต้นรำน่ะ ปีนี้เขาต้องเต้นเป็นฝ่ายชาย จุนซูไม่ถนัด จะให้ข้าสอนข้าก็ไม่มีเวลา ก็เลยอยากจะให้พวกเจ้าช่วยสอนหน่อย เลยพามาด้วยกันซะเลย จะได้ซ้อมในสถานที่จริง” แจจุงพูดพร้อมขยิบตาเป็นสัญญาณให้ชางมิน ร่างสูงเข้าใจทันที
“งั้นเหรอ พอดีว่าข้าไม่ว่างซะด้วยสิ วันนี้ข้าต้องเข้าไปที่สวนดอกไม้ เอางี้พี่ยุนโฮสอนน้องหน่อยนะ” ชางมินใช้ศอกกระทุ้งคนเป็นพี่แรงๆ เอาคืนที่เมื่อกี้หยิกเขาไปด้วยในตัว
“เอ่อ พอดีข้าเองก็ต้องไปตรวจความเรียบร้อยบริเวณงาน ซักซ้อมกับหน่วยอารักษ์ขาน่ะ เลยไม่ว่าง” ยุนโฮรับลูกต่อทันที
“เห็นไหมพี่ ใครๆเขาก็ไม่ว่าง ข้าว่าข้ากลับไปหัดคนเดียวที่ปราสาทดีกว่า” จุนซูรีบแกะมืออกจากพี่ชาย
“เดี๋ยว สิ มีคนนึงนะที่ว่าง ว่างทั้งวันไม่ได้ทำอะไรเลย มาสิจุนซูข้าจะพาเจ้าไป” ชางมินบอก แจจุงรีบส่งมือเล็กๆของน้องชายยัดใส่มือหนาของชางมินทันที
“ฝากด้วยนะชางมิน” แจจุงยิ้ม
“ได้ เลย มาสิจุนซู” คนตัวเล็กยังงงกับเหตุการณ์เลยไม่ทันได้ขัดขืน ชางมินจัดการลากจุนซูติดมือไปหาคนที่เขาบอกว่าว่างทั้งวันทันที ปล่อยให้นางฟ้าแสนสวยกับหมีควายปากหนักอยู่กันตามลำพัง เผื่อจะได้อะไรคืบหน้ากับเขาบ้าง
“ข้าหวังว่าสองคนนั้นคงไม่ตีกันตาย นะ” แจจุงหัวเราะ เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากคนข้างๆตัว เพราะตอนนี้ยุนโฮกำลังจดจำภาพอันสวยงามของคนตรงหน้าเอาไว้ เพราะนานๆเขาถึงจะได้มีโอกาสมองคนสวยใกล้ๆแบบนี้ แจจุงหันมาหาคนตัวโต ดวงตากลมสีน้ำตาลใสแจ๋วจ้องมองเข้าไปในตาสีนิลของคนตรงหน้า มือบางยกขึ้นโบกไปมาตรงหน้าใบหน้าคมของยุนโฮ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
“ยุนโฮ ยุนโฮ”
“หา อะไรนะ” ยุนโฮที่เพิ่งได้สติตอบรับเสียงเรียก
“เป็นอะไรไป มัวเหม่อไปถึงไหนแล้ว” แจจุงหัวเราะกับท่าทางเก้อๆของคนตัวโต
“เอ่อ เมื่อกี้เจ้าว่าไงนะ”
“ข้าบอกว่า หวังว่าสองคนนั่นคงไม่ตีกันตายก่อนนะ เจ้าไม่ได้ฟังที่ข้าพูดเลยเหรอ” แจจุงเอียงคอถาม
“พอ ดีข้ากำลังนึกถึงเรื่องงานน่ะ ขอโทษที” ยุนโฮแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ จะไปบอกเขาได้ไงล่ะ ว่ากำลังจ้องหน้าสวยหวานของคนตรงหน้าจนเพลิน เขาได้หาว่าเราบ้ากันพอดี
“ช่างเถอะ เจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะ ข้าไม่กวนแล้ว” แจจุงพูดพลางหมุนตัวกลับ
“เดี๋ยวสิ” แจจุงหันมามองเป็นเชิงถาม
“ไม่มีอะไร เจ้าไปเถอะ ข้าขอตัว” ยุนโฮรีบเดินหนีไปจากตรงนั้น ทิ้งคนสวยยืนงงอยู่คนเดียว
“เขา เป็นอะไรของเขานะ ตั้งแต่รู้จักกันไม่เคยเห็นเขาคุยกับข้ายาวๆสักครั้ง” แจจุงยืนมองคนตัวโตเดินออกไปจากห้องอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องโถงเพื่อตกแต่งสถานที่
จุนซูที่ กำลังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าถูกลากขึ้นมาชั้นบนทางปีกขวาของปราสาทด้านที่เป็นที่ อยู่อาศัยของเจ้าของปราสาทแห่งนี้ สภาพต่างๆที่แสนจะคุ้นตาค่อยๆสะท้อนเข้ามาในกระจกตาตามลำดับ เดินตรงไปอีกหน่อย ทางซ้ายจะเป็นห้องพักผ่อนส่วนตัว เยื้องไปทางขวามือเป็นห้องทำงาน เดินตรงไปอีกหน่อย จะเป็นห้องสมุด เท้าเล็กๆก้าวไปข้างหน้าตามคนตัวโตที่จับจูงอย่างเลื่อนลอย จนกระทั่งถึงห้องสุดท้าย ประตูบานใหญ่หนาหนักสีน้ำเงิน ล้อมกรอบด้วยวงกบสีทอง และมือจับรูปสิงห์คู่สีทอง ตราประจำตระกูลปาร์ค ห้องที่คนตัวเล็กคุ้นเคยดี ร่างเล็กๆเริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้าน หลังจากที่ตกอยู่ในภวังค์มานาน ชางมินเลิกคิ้วขึ้น หันมามองคนตัวเล็กที่เดินตามมาโดยดีตั้งแต่แรก แต่พอถึงตรงนี้กลับขืนตัวไว้
“เป็นอะไรไปจุนซู เกือบถึงแล้วนี่ไง”
“ไม่ พี่ชางมิน ข้าไม่เข้าไปในนั้นเด็ดขาด ปล่อยข้านะ” จุนซูเริ่มดิ้น
“ทำไมล่ะ ก็คนนี้ไงที่พี่บอกเจ้าว่าเขาว่างน่ะ” ชางมินตอบ ขณะออกแรงลากคนตัวเล็กให้เดินเข้าไปใกล้ประตูขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่ ข้าไม่เรียนกับเขา พี่ชางมินปล่อยข้าสิ”
“เรียน กับเขานี่แหละ แล้วเจ้าจะเต้นรำได้คะแนนดีที่สุดเลยรู้ไหม เขาเต้นเก่งจะตาย เจ้าน่าจะรู้ เพราะเขาเป็นครูสอนเต้นรำคนแรกของเจ้าไม่ใช่รึไง” ชางมินลากคนตัวเล็กเข้ามาจนถึงหน้าห้องนอนจนได้ มือหนาเคาะประตู2-3ครั้ง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ยูชอนหันมามอง ก็พบน้องชายร่างโย่ง และอะไรบางอย่างที่ยุกยิกอยู่ข้างหลังชางมิน
“ข้าเอานักเรียนมาส่ง” ชางมินพูดยิ้มๆ
“นักเรียนอะไร ข้าไม่ได้เปิดสอนอะไรนะชางมิน” ยูชอนตอบ พลางเดินเข้าไปใกล้
“แต่ ข้าว่านักเรียนคนนี้พี่คงอยากสอน ลูกศิษย์เก่าพี่ไง เขาจะมาเรียนเต้นรำเพิ่มจากเมื่อคราวที่แล้วโน้น” ชางมินลากจุนซูที่พยายามหลบอยู่ข้างหลังเขาตลอดตั้งแต่เข้ามาในห้องมาไว้ ด้านหน้า
“จุนซูน่ะเหรอ” ยูชอนมองหน้าคนตัวเล็กอย่างตกใจ คิดไม่ถึงว่าจุนซูจะยอมเหยียบเข้าปราสาทของเขาอีก
“พี่ ชางมิน ข้ากลับไปหัดคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาลำบากหรอก” จุนซุพูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที แต่ต้องชะงักเพราะเสียงทุ้มๆดังขึ้น
“ก็อย่างนี้แหละ คนมันไม่กล้า ไม่แน่จริงแค่เห็นข้าก็ต้องวิ่งหนีแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะชางมิน” ยูชอนพูดพร้อมลงไปนั่งที่ขอบเตียง มองคนตัวเล็กด้วยสายตาท้าทาย
“ข้าไม่เคยกลัวเจ้า ทำไมคนอย่างข้าต้องกลัวคนอย่างเจ้าด้วย” จุนซูหันมาเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
“ไม่รู้สิ ก็เจ้าเห็นข้าทีไรก็วิ่งหนีตลอด ข้าก็นึกว่ากลัวน่ะสิ”
“ข้าไม่ได้กลัว”
“งั้น เจ้าก็เรียนกับพี่ยูชอนที่นี่นะ กว่าพี่แจจุงจะจัดสถานที่เสร็จอีกนานเลย เจ้าคงเป็นพอดี พี่ยูชอน จุนซูเขาต้องสอบเต้นวันงานน่ะ แต่ปีนี้เขาต้องเต้นเป็นผู้ชาย เขาก็เลยอยากให้พี่สอน” ชางมินจัดการรายงานคนเป็นพี่เสร็จสรรพ
“ข้าไม่ได้มาขอให้สอน พี่แจจุงต่างหาก” จุนซูเถียง เรื่องอะไรคนอย่างเขาต้องมาขอคนเจ้าเล่ห์อย่างปาร์คยูชอนด้วย
“เอา เถอะๆๆ ใครขอก็ช่าง พี่ยูชอนสอนเขาหน่อยนะ อย่าตีกันซะก่อนล่ะ ข้าไปก่อน จุนซูอย่าดื้ออย่าซนนะ” พูดจบชางมินก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที
“พี่ชางมิน ข้าไม่ใช่เด็ก5ขวบนะ” จุนซูตะโกนตามร่างสูงไป
“ทำไมกับคนอื่นเรียกพี่ได้ ทีกับข้าไม่เห็นเจ้าเรียกอย่างนั้นบ้าง” ยูชอนพูดขึ้นลอยๆ
“ก็ เจ้าไม่ใช่พี่ข้า คนอย่างข้าไม่มีพี่อย่างเจ้า” จุนซูตอบอย่างไม่ลดละ ร่างโปร่งลุกขึ้นจากที่นอนเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็ก จุนซูเชิดหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
“คนอย่างข้ามันไม่ดีตรงไหน เจ้าถึงเรียกข้าอย่างนั้นไม่ได้” ยูชอนเดินเข้ามาชิดร่างเล็กจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋วของคนตรงหน้า
“เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ ว่าทำอะไรไว้ ไม่เห็นต้องให้ข้าขุดคุ้ยมันขึ้นมาเลย” จุนซูจ้องตาตอบอย่างไม่ยอมแพ้
“นั่นก็เพราะข้า..” ยูชอนเงียบ ตัดใจเดินหันหลังไปยืนสงบสติอารมณ์อยู่อีกด้านนึง
“ข้า อะไร เจ้าจะพูดอะไรทำไมถึงไม่พูดให้หมด จะแก้ตัวอะไรอีกก็ว่ามา แต่อย่าคิดว่าข้าจะเชื่อคำแก้ตัวของเจ้า” ยูชอนหันมามองคนตัวเล็ก แววตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อ แต่จุนซูเลือกที่จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่ยอมสบตาคู่นั้น
“ข้าไม่มีอะไรจะพูด ในเมื่อไม่ว่าข้าจะพูดอะไรเจ้าก็เห็นเป็นคำแก้ตัวไปหมด แล้วสักวันเจ้าจะรู้ คนอย่างเจ้าต้องรู้ด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเชื่อ” ยูชอนตอบ
“ใช่ เหมือนที่ข้าเห็นกับตาว่าเจ้ากินเลือดมนุษย์ไง และข้าก็เชื่อสิ่งที่ข้าเห็นตอนนี้เจ้าก็ยังกินอยู่เหมือนเดิม” จุนซูตอบอย่างไม่ลดละ ยูชอนจ้องมองด้วยดวงตาที่เจ็บปวด แต่เพียงแวบเดียวก็หายไป ยูชอนสาวเท้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก มือใหญ่กุมมือเล็กเอาไว้ลากออกไปจากห้องทันที แต่คนตัวเล็กก็ดิ้นรนขัดขืน
“ปล่อยข้านะ จะมาจับมือข้าไว้ทำไม” จุนซูตะโกน
“ก็ จะเรียนเต้นไม่ใช่รึไง ข้าก็จะพาเจ้าไปที่ห้องพักผ่อน ที่นั่นมีที่กว้างให้เจ้าหัดเต้น หรือจะไม่ไป” ยูชอนหันมาประจันหน้ากับคนตัวเล็ก
“ไม่ไป เรื่องอะไรข้าต้องไปห้องนั้นกับเจ้า” จุนซูเถียง ยูชอนยกยิ้มนิดนึง ก่อนที่จะใช้วงแขนแข็งแรงรวบคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน
“ถ้า ไมไปห้องนั้นจะไปเรียนที่ห้องไหนเล่า หรือจะเรียนที่ห้องนี้ ถ้างั้นข้าว่าเจ้าคงจะไม่ได้เรียนเต้นรำหรอกนะ อาจจะได้เรียนอย่างอื่นที่เหนื่อยกว่าเต้นรำ แต่สนุกและเร้าใจกว่าเต้นรำเยอะ ที่สำคัญ บทเรียนอันนี้เขาต้องเรียนบนเตียง เจ้าอยากจะเรียนไหมล่ะ ข้ายินดีสอนให้” จุนซูได้แต่ตาโต ตกใจกับคำพูดของยูชอน ร่างเล็กเริ่มดิ้นรน แต่ก็ไม่พ้นวงแขนแข็งแรงนั้นไปได้
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ข้าจะไปฟ้องพี่แจจุง ปล่อยเซ่”
“ไม่ บอกมาก่อนสิ เจ้าจะเรียนแบบไหน”
“ไม่เรียน ข้าไม่เรียนแบบไหนทั้งนั้นแหละ”
“ไม่ ได้ เจ้าต้องเลือกสักอย่าง จะเรียนที่นี่ หรือจะเดินไปเรียนที่ห้องพักผ่อน” ยูชอนยื่นคำขาด แต่จุนซูก็ยังคงดิ้น ไม่ปริปากพูดอะไร ยูชอนจึงเปลี่ยนจากรวบคนตัวเล็กเอาไว้ กลายเป็นช้อนอุ้มคนตัวเล็กลอยขึ้นมาจากพื้น เดินไปที่เตียงนอนกว้างขวางกลางห้อง
“ปล่อยข้านะ จะทำอะไรข้า” จุนซูทั้งดิ้น ทั้งทุบร่างโปร่งแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรทั้งสิ้น
“ก็ เจ้าไม่ยอมเลือก ข้าก็ต้องเป็นคนเลือกเอง ระหว่างสอนที่ห้องพักผ่อน กับสอนบนเตียงในห้องนี้ ข้าก็ต้องเลือกอย่างหลัง เพราะมันสนุกกว่า” พูดจบก็โยนร่างเล็กลงบนเตียงหนานุ่ม แต่ก่อนที่จุนซูจะพลิกตัวหลบ ยูชอนคร่อมคนตัวเล็กเอาไว้ได้ทัน
“ว่าไง ข้าจะให้โอกาสสุดท้าย เจ้าจะเลือกหรือไม่เลือก” ยูชอนถาม
“ไม่ ข้าไม่เลือก” จุนซูยังคงตอบอย่างดื้อดึง
“งั้น ก็ดี ข้าจะสอนอย่างที่ข้าต้องการแล้วกัน” ใบหน้าคมค่อยๆก้มลงไปใกล้คนตัวเล็กตรงหน้า จุนซูได้แต่หลับตาปี๋ หันหน้าหนีไปอีกทาง แต่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะทาบลงมาที่แก้มนิ่ม จุนซูก็ตัดสินใจเลือกห้องที่ต้องการจนได้
“ข้าจะไปเรียนที่ห้องพักผ่อน ปล่อยข้าสิ”
“ก็ แค่เนี้ย” ยูชอนลุกขึ้นยืน ถึงแม้จะเสียดายความหอมกรุ่นที่อยู่ตรงหน้าอยู่บ้างแต่ก็ต้องตัดใจ ถ้าขืนทำอะไรมากไปกว่านี้ คุณนักเรียนคงจะส่งลูกไฟมาเผาเขาอีกแน่ๆ มือเรียวยื่นส่งให้มือเล็กจับ จุนซูนอนหอบหายใจอยู่ครู่นึง ก็ส่งมือให้คนตัวโตจับ แต่ทันทีที่ยูชอนแตะมือคนตัวเล็กต้องสะดุ้ง
“สม~” จุนซูพูดพลางวิ่งออกไปตั้งหลักที่ห้องพักผ่อน
“อูย~ ดีนะมือไม่ไหม้ เด็กอะไรแสบจริงๆ รู้งี้จับกดซะไม่ปล่อยให้หนีไปดีกว่า” ยูชอนบ่น พลางเดินตามไปที่ห้องพักผ่อน
จุน ซูรีบเดินหนีมาที่ห้องพักผ่อน เพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นอีก ร่างเล็กนั่งแปะลงที่โซฟา มือเล็กยกขึ้นมาจับไว้ตรงหัวใจ เพราะกลัวว่ามันจะเต้นแรงจนหลุดออกมากองอยู่ข้างนอก จุนซูสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ2-3ทีเพื่อสะกดอารมณ์ตื่นเต้น ระยะหลังๆเขาเริ่มรู้สึกว่า เข้าใกล้ปาร์คยูชอนมากๆไม่ได้ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันคอยแต่จะส่งเสียงดัง ตึกตักๆๆ จนกลัวว่าวันนึงคนเจ้าเล่ห์จะได้ยินเสียงที่มันดังจนจะทะลุออกมาข้างนอก สักพักเขาก็ได้ยินฝีเท้าของร่างโปร่งเข้ามาใกล้ห้องพักผ่อน คนตัวเล็กรีบปรับท่าทางให้เป็นปกติ ยกมือกอดอกวางท่าปั้นปึ่ง แทนที่ท่าทีหวั่นไหวเมื่อครู่
“ลุกขึ้นมาสิ จะเรียนเต้นมามัวนั่งอยู่ทำไม” ยูชอนเดินไปที่เครื่องเสียง จัดการวางแผ่นเพลงสำหรับเต้นรำลงไปบนแท่น ยกเข็มวางไว้บนแผ่น สักพักก็เกิดเสียงเพลงดังก้องไปทั่วปราสาท ทำให้คนที่ลุ้นอยู่ตามที่ต่างๆกัน ถอนใจอย่างโล่งอก และหันไปทำหน้าที่ของตอนอย่างมีความสุข
“มาสิ” ยูชอนผายมือไปด้านหน้า เพื่อให้คนตัวเล็กจับ แต่คนตัวเล็กก็ยังเฉย
“อ้าว จะเรียนไหมเนี่ย”
“เรียน แต่ข้าจะเป็นฝ่ายชาย ข้าต้องเป็นคนชวนสิ” จุนซูนิ่วหน้าไม่ชอบใจ
“แล้วเต้นไปเหรอ ฝ่ายชายน่ะ” ยูชอนยิ้ม
“ไม่เป็น” ร่างเล็กตอบ
“ไม่ เป็นก็มานี่ มาดูก่อน ไม่เป็นแล้วยังอวดเก่งอีกคนเรา” ยูชอนจับมือคนตัวเล็ก ลากรั้งเข้ามาใกล้ จนร่างบางปะทะกับอกแกร่ง จุนซูเอามือยันหน้าอกคนเจ้าเล่ห์เอาไว้
“ไม่ต้องชิดขนาดนี้ก็ได้” ยูชอนไม่สนใจ มือเรียวแตะไว้ที่หลังคนตัวเล็ก อีกมือกับกุมมือบางเอาไว้
“เอ้า นับ 12345678” ยูชอนนับจังหวะไปเรื่อยๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวไปตามจังหวะ พาคนตัวเล็กล่องลอยไปกับเสียงเพลงจังหวะบอลลูม
“ไม่ใช่ อย่างนี้ข้าก็เป็นผู้หญิงสิ เจ้าต่างหากต้องเป็น ข้าจะเป็นผู้ชาย พูดไม่รู้เรื่อง” จุนซูสะบัดมือออกจากมือหนา ยูชอนหัวเราะ
“ข้าล้อเล่นน่า เอ้า” ยูชอนส่งมือให้คนตัวเล็ก
“ทำอะไร”
“จับ มือข้าไว้สิ แล้วก้าวตามข้ามา” มือบางส่งมือให้คนตัวโตจับเอาไว้ สองขาก้าวตามจังหวะที่ร่างโปร่งก้าว สักพักจุนซูก็เริ่มจะจับจังหวะและวิธีการเต้นได้
“เข้าใจหรือยัง” หัวกลมๆพยักหน้าขึ้นลง
“งั้นขั้นต่อไปก็เข้าคู่ มานี่” ยูชอนโอบแขนมือแตะที่หลังคนตัวเล็ก
“ไม่ ใช่ ข้าต่างหากต้องจับเจ้าอย่างนี้” จุนซูสลับมือ วางมือบางแตะที่แผ่นหลังร่างโปร่ง แต่ด้วยความที่ตัวเล็กกว่า ทำให้ร่างเล็กต้องก้าวเข้าไปชิดคนตัวโตอีกนิด
“ถนัดไหมล่ะ ไม่ถนัดใช่ไหม ดื้อไม่เข้าเรื่อง” ยูชอนจับคนตัวเล็กให้ถูกท่าที่ควรจะเป็น
“แล้วอย่างนี้ข้าจะเต้นเป็นผู้ชายได้ยังไงเล่า” จุนซูเถียง
“ไม่เห็นจะยาก เจ้าเต้นแบบผู้หญิงไปก่อน ข้าจะบอกวิธีเต้น และวิธีเข้ามุมให้ แล้วเจ้าก็ค่อยซ้อมคนเดียวไปเรื่อยๆ” ยูชอนอธิบาย
“อย่างนี้ข้าก็ไม่รู้น่ะสิว่าข้าต้องก้าวไปแค่ไหนถึงจะไม่เหยียบคนตรงข้ามน่ะ ไม่รู้ล่ะ เจ้าต้องเป็นผู้หญิงให้ข้า”
“ไม่ข้าไม่เคยเต้นเป็นผู้หญิง เจ้าก็เต้นไปคนเดียวนั่นแหละ”
“ไม่เอา เจ้าต้องเป็นผู้หญิงให้ข้าสิ ไหนบอกจะสอนไง แล้วเมื่อไหร่ข้าจะเป็น” จุนซูกอดอก มองหน้าคนตัวโตอย่างขัดใจ
“ก็สอนไปแล้วไง เดี๋ยวเจ้าก็ซ้อมไปคนเดียวก็ได้ หรือไม่ก็ไปซ้อมกับแจจุง”
“ไม่ ข้าจะซ้อมตอนนี้ พี่แจจุงไม่ว่าง เจ้านั่นแหละมาเป็นผู้หญิงให้ข้าซะดีๆ” ยูชอนส่ายหน้าอย่างระอา กับความเอาแต่ใจของเจ้าตัวเล็ก
“ถ้าข้าเป็นผู้หญิงให้เจ้า เจ้าจะให้อะไรตอบแทน” ยูชอนเริ่มต่อรอง
“เจ้าจะเอาอะไรล่ะ ถ้าข้าทำได้ข้าก็จะทำให้”
“เจ้าทำได้แน่นอน แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะทำแน่”
“ได้ ข้าพูดคำไหนคำนั้น” จุนซูให้คำมั่น
“งั้นก็ได้ ข้าจะคิดค่าสอนหลังจากซ้อมเต้นเสร็จ มานี่” ว่าแล้วร่างโปร่งก็โอบคนตัวเล็กไว้ในวงแขน
“ฮึ่ย~ อีกแล้ว แบบนี้ข้าจะเต้นได้ไง”
“อ้าว ก็ถ้าเจ้าโอบข้า เราก็ต้องชิดกันอย่างนี้” ยูชอนรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ จนอกบางชิดกับอกแกร่ง จุนซูเริ่มรู้สึกถึงเสียงของเจ้าก้อนเนื้อที่มันกำลังเต้นดังขึ้นเรื่อยๆ อีกรอบ หลังจากสงบไปเมื่อครู่
“เพราะเจ้าตัวเล็กกว่าข้า เตี้ยกว่าข้า เอาท่านี้ก็ได้นะ ตัวเจ้าหอมดีออกข้าชอบ” ใบหน้าคมก้มลงมาชิดแก้มใสของคนตัวเล็ก จุนซูรีบผละออกก่อน เพราะกลัวว่าคนตัวโตจะได้ยินเสียงที่มันดังออกมาจากตัวเขา
“ไม่ต้อง จับแบบเดิมก็ได้ เดี๋ยวข้าจะเดินแบบผู้ชายเอง”
“ก็ แค่เนี้ย” ยูชอนโอบคนตัวเล็กเข้ามาใหม่ พลางนับจังหวะ สองร่างก็ล่องลอยไปตามจังหวะเพลง จุนซูเอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูเท้าตัวเอง ไม่ยอมเงยหน้ามองคนตรงหน้าแม้แต่นิดเดียวไปตลอดการฝึก เพราะกลัวจะเหยียบเท้าคนสอน เหมือนเมื่อก่อน
“มัวแต่มองเท้า กลัวเหยียบเท้าข้าอีกหรือไง” จุนซูเงยหน้ามอง
“ใช่สิ คราวที่แล้วข้าเหยียบไปตั้งหลายครั้ง เจ็บแล้วไม่จำหรือไง”
“ห่วงข้าด้วยเหรอ”
“เปล่า ไม่ได้ห่วง แต่ข้าเบื่อเสียงร้องของเจ้าต่างหาก” เจ้าตัวเล็กปฏิเสธเป็นพัลวัน
“ข้า ยอมเจ็บได้เสมอ เพื่อเจ้า” ยูชอนพึมพำเบาๆอย่างมีความหมาย แต่จุนซูไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตามองเท้าตัวเองต่อไป ความจริงเขาไม่กล้ามองสายตาคมของคนตรงหน้ามากกว่า เป็นอะไรไปนะคิมจุนซู เจ้าเกลียดเขาไม่ใช่เหรอ เจ้าเกลียดๆๆๆ ท่องไว้สิ มือเรียวเอื้อมมาจับปลายคางมนให้เชิดขึ้น
“ถ้าเจ้ามัวแต่มองเท้า เมื่อไหร่จะเป็นเล่า มองตาข้านี่ เวลาเต้นรำเขาต้องมองตาคู่เต้นรู้ไหม”
“ตำราบ้านไหนของเจ้า”
“ตำรา บ้านข้านี่แหละ นับนะ 12345678 12345678 ดีมาก เห็นไหมไม่เห็นต้องมองเท้าเลย เจ้าเต้นได้แล้วเห็นไม่ล่ะจุนซู” ยูชอนยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า ทำเอาเจ้าตัวเล็กยิ้มไปด้วย ก่อนจะรีบหุบยิ้มทันที
“หยุดยิ้มทำไมล่ะ เจ้าไม่รู้หรือไงว่าเจ้ายิ้มสวยแค่ไหน”
“ยิ้มของข้าไม่ได้มีไว้เพื่อเจ้า”
“แล้วมีเพื่อใคร บอกข้าหน่อยได้ไหม” ยูชอนถามเสียงเครียด
“เพื่อ ใครก็ได้ แต่ไม่ใช่เพื่อเจ้า คนโกหก คนหลอกลวง คนผิดสัญญา” จุนซูพยายามสรรหาคำด่า เพื่อเรียกตัวเองให้กลับไปโกรธเกลียดคนตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่มาหวั่นไหวกับความอ่อนโยนแบบนี้
“เจ้าไม่คิดจะฟังข้าบ้างเลยใช่ไหม”
“ไม่ ข้าไม่จำเป็นต้องฟัง ในเมื่อข้าเห็นมากับตา พอทีปาร์คยูชอน เจ้าเลิกพูดอะไรที่เข้าข้างตัวเองสักทีได้ไหม” จุนซูผละออกจากอ้อมแขนแข็งแรง ถอยไปยืนห่างพอสมควร
“ขอบคุณนะที่ อุตส่าห์เสียเวลาอันมีค่ามาสอนให้ข้า ข้าขอตัว” จุนซูหมุนตัวกลับไปทันที แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเดิน มือเรียวก็รั้งแขนเจ้าตัวเล็กเอาไว้ก่อน
“จะรีบไปไหน ข้ายังไม่ได้ค่าสอนของข้าเลยนะ” ยูชอนทวงสัญญา
“บอกมาสิ ข้าจะไปหามาให้”
“เจ้าไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอก เพราะสิ่งที่ข้าต้องการอยู่ตรงนี้แล้ว”
“อะไรล่ะ”
ยู ชอนไม่ตอบ รวบร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้ กดริมฝีปากอิ่มประกบริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง จุนซูเริ่มดิ้นรน แต่ก็ไม่พ้นอ้อมแขนแข็งแรง ยิ่งดิ้นก็เหมือนคนตัวโตจะยิ่งกอดเข้าแน่นเข้า ค่อยๆบดริมฝีปากบางให้เปิดออกเพื่อส่งเรียวลิ้นเข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเจ้า ตัวเล็กอย่างหยอกเอิน คนตัวเล็กแทบหมดแรงไปกับรสจุมพิตลึกล้ำของราชาแวมไพร์ ยูชอนถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง ค่อยๆไล่พรมจูบจากริมฝีปากบางไล้เรื่อยขึ้นไปถึงใบหูเล็ก กระซิบเสียงแผ่วเบาที่หูคนตัวเล็ก
“ถึงเจ้าจะไม่มีรอยยิ้มไว้เพื่อ ข้า แต่ริมฝีปากเจ้าเป็นของข้าคนเดียว คิมจุนซู” ร่างบางผละออกจากร่างโปร่งทันทีที่ทรงตัวได้ จุนซูยืนหอบหายใจแรงๆใบหน้าแดงก่ำ ก่อนที่มือเล็กจะก่อลูกไฟขึ้นมา ยูชอนก็พูดขัดขึ้นก่อน
“ถ้าเจ้าปาลูกไฟของเจ้าใส่ข้าเมื่อไหร่ ข้าจะเปลี่ยนจากจูบ เป็นลากเจ้าเข้าห้องนอนไปสอนอย่างอื่นต่อดีไหม” ยูชอนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้เจ้าตัวเล็กที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ฝาก ไว้ก่อนเหอะ” จุนซูรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ยูชอนอยู่คนเดียวในห้อง พอลับร่างเจ้าตัวเล็ก ร่างโปร่งก็ทรุดนั่งกับโซฟาในห้อง ใบหน้าคมเงยหน้าพิงกับพนักโซฟาอย่างอ่อนแรง
“พี่ทำให้เจ้าโกรธอีกแล้วล่ะสิ อย่างนี้เมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้พี่สักทีน้า”
ชีวอนเดินเข้ามาที่ห้องพักผ่อนของปราสาทราชาหมาป่า ร่างสูงทำความเคารพราชาหมาป่า ก่อนจะมอบสิ่งของในมือให้กับราชาหมาป่า
“อะไรน่ะชีวอน” คิมยองมินเอ่ยถาม
“เทียบเชิญครับท่านลุง” ชีวอนตอบอย่างนอบน้อม
“เทียบเชิญ ใครจัดงานอะไร” ยองมินเปิดซองขึ้นดู เท่านั้นหมาป่าเฒ่าก็ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ
“มันจะมากไปแล้วปาร์คยูชอน” ยองมินปาเทียบเชิญลงพื้นอย่างแรง
“มีอะไรครับท่านยองมิน” ซูมานเดินเข้ามาเก็บเทียบเชิญขึ้นมาอ่าน
“เรียน เชิญราชาหมาป่า คิมยองมิน มาเป็นเกียรติในงานฉลองวันราชาภิเษกราชาปีศาจคนใหม่ ในวันที่ 31 ตุลาคม XXXX เวลา XX:XX สิ่งที่สามารถนำไปด้วย คนติดตามจำนวน2คน ถ้าหากนำมามากกว่านั้น รบกวนทิ้งไว้ที่ชายป่าก่อนถึงปราสาทราชาปีศาจ ทางเราจะจัดคนคอยดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี ขอแสดงความนับถือ ปาร์คยูชอน นี่มันอะไรกันเนี่ย” ซูมานพูดด้วยความไม่พอใจ
“มันหักหน้าเราไง เอาคนไปได้แค่2คน มันจะมากไปแล้ว เห็นข้าเป็นอะไร ข้าเป็นราชาหมาป่า มีผู้ติดตามแค่2คน หนอย~ ปาร์คยูชอน ข้ากับเจ้าคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อีกแล้ว”
“งั้นเราใช้วันที่มันราชาภิเษกจัดการมันเลยดีไหมครับท่านยองมิน” ซูมานเสนอความคิดเห็น
“ไม่ นะครับท่านลุง ถ้ามันส่งเทียบเชิญระบุจำนวนขนาดนี้ แสดงว่ามันคงจะเตรียมการรับมือเราเอาไว้แล้ว ข้าว่าเราทำตามมันก่อนดีกว่า” ชีวอนแย้ง
“จะให้เข้าไปพร้อมผู้ติดตาม2คนเนี่ยนะ ข้าไม่ไปหรอก” ยองมินกระแทกตัวนั่งบนโซฟาอย่างไม่สบอารมณ์
“แต่ถ้าท่านไม่ไป ก็แสดงว่าท่านเป็นปฏิปักษ์ต่อราชาปีศาจ จะทำให้งานของพวกเรายากขึ้นนะครับท่านลุง” ชีวอนให้เหตุผล
“นี่ข้าต้องทนทำตามพวกมันอีกนานแค่ไหน ชีวอน เมื่อไหร่แผนเจ้าจะสำเร็จ” ยองมินหันไปถามหลานชาย
“อีกไม่นานหรอกครับ ตอนนี้คนของข้าเริ่มแผนไปแล้ว อีกไม่นานเหยื่อของเราก็จะติดกับ” ชีวอนรายงาน
“ดี อย่าให้มันนานนัก ก่อนที่ข้าจะทนไม่ไหว อ้อ อาการน้องเจ้าเป็นยังไงบ้างล่ะ” ยองมินถาม
“ก็ทรงๆทรุดๆเหมือนเดิมครับท่านลุง เขาเป็นคนไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วด้วย” ชีวอนตอบ
“เจ้าควรเร่งมือให้เร็วที่สุด อย่าลืมว่า ถ้าข้าฆ่าปาร์คยูชอนได้ น้องของเจ้าก็จะพ้นคำสาปเช่นด้วยกัน”
“ครับท่านลุง ข้าจะพยายามเต็มที่”
“ดี เจ้าไปเตรียมการให้เรียบร้อย ตอบเทียบเชิญไอ้เด็กเมื่อวานซืนมันไปด้วย ข้าล่ะอยากฆ่ามันซะวันนี้พรุ่งนี้ซะจริงๆ” ยองมินพูดเสียงเกรี้ยวกราด
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะครับท่านลุง” ชีวอนทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักผ่อน
“ท่าน ยองมิน ข้าว่าชีวอนถ่วงเวลาพวกเรามากกว่า จนป่านนี้แล้วยังไม่เห็นมีอะไรเสร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง” ซูมานพูดหลังจากชีวอนลับออกจากห้องไปสักครู่
“ทำไม เจ้าคิดว่าเด็กนั่นมันจะมาแก้แค้นแทนพ่อมันหรือไง ไม่มีทาง ชีวอนมันรักน้องมันจะตาย ถ้ามันไม่ฆ่าปาร์คยูชอน มันก็ไม่มีทางได้เลือดของปาร์คยูชอนมาให้น้องมันกิน น้องมันก็จะตาย” ยองมินพูด
“แต่ถ้ามันรู้ว่าน้องมันไม่ได้โดนคำสาป แต่โดนวางยาล่ะท่าน ข้าว่าเราไม่ควรไว้ใจชีวอนให้มากนัก มันเป็นคนฉลาด บางทีมันอาจจะซ้อนแผนของเราก็ได้นะครับ” ซูมานเตือน
“มันจะมารู้ได้ ยังไง มีแค่ข้ากับเจ้าเท่านั้นที่รู้ ไอ้หมอหน้าโง่นั่นก็ไม่รู้ ข้าสั่งให้มาเอายาอะไรให้ชีวอนมันก็ให้ เจ้าคิดว่าใครจะมาตรวจจับยาของข้าได้ ขนาดราชาปีศาจคนที่แล้วยังกินยาสั่งของข้าเข้าไปเลย”
“งั้นข้าก็วางใจ ข้าเกรงแต่ว่าสักวันชีวอนมันจะหักหลังเรา”
“ไม่ ต้องห่วง มันไม่มีทางหักหลังเราได้ เพราะชีวิตน้องมัน ขึ้นอยู่ในมือข้า ถ้ามันหักหลัง ข้าจะเพิ่มยา จากที่ทรงๆทรุดๆ ข้าจะทำให้มันทรุดไปตลอดกาล” ยองมินพูดยกยิ้มร้ายกาจ
“ท่านนี่สมกันเป็นราชาจริงๆ วางหมากทุกอย่างไว้อย่างดี” ซูมานรีบประจบทันที
“หึๆๆ แล้วเราจะได้เห็นดีกันปาร์คยูชอน เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้า ไม่มีทางทันเล่ห์เหลี่ยมของข้าหรอก” ทั้งสองคนประสานเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายดังลั่นห้อง
%%%%%
TBC


แค่ซ้อมน้องยังเสียจูบ ถ้าวันจริงเราว่ามิคจับกดเลยดีก่านะ
ราชาหมาป่านี่เลวจริงๆเลย
เมื่อไหร่ความจริงจะเปิดเผยสักทีน้า
#1 By chebi (125.24.103.116) on 2010-03-28 21:34