Recommend

[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 5

posted on 25 Mar 2010 02:20 by kameryuichi  in emergency

 

 

Part 5







ยูชอนขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกหลายที ขณะมองคนน่ารักที่กำลังนอนหลับสบายบนโซฟาตัวยาว บนตัวยังมีเสื้อนอกที่เขาห่มให้กับมือเป็นหลักฐานยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน กับเจ้าเฉิ่มจริงๆ ถึงแม้ตอนนี้มันจะลงไปกองอยู่ที่แถวเอวของคนตัวเล็กแล้วก็ตาม กระดุมเสื้อที่เคยติดจนถึงคอและทับด้วยเน็คไทด์ขนาดเท่าฝาบ้านอยู่เป็นประจำ ตอนนี้มันหลุดลุ่ยออกมาไม่เหลือเค้าเดิมอาจเพราะคนตัวเล็กทึ้งมันออกมาหรือ เปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆตอนนี้มันทำให้เขาเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่เคยคิดจะเห็นจากคุณเลขา แสนเฉิ่มของเขา เล่นเอาคุณเจ้านายตาค้างไปนาน

ผมที่ใส่น้ำมันไว้ เรียบแปล้ ตอนนี้ดูยุ่งเหยิงเหมือนมีใครมายีไว้อย่างมีศิลป์ ใบหน้าขาวใสไม่มีแว่นตาอันยักษ์มาบดบังเอาไว้อีกแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าน่ารัก ที่คาสโนว่าฆ่าไม่ตายอย่างเขาขอสาบานเลยว่า ไม่เคยเห็นใครน่ารักเท่านี้มาก่อน ไหนจะท่านอนเอ็กซ์โคตรนี่อีกล่ะ ยูชอนยกข้อมือมองนาฬิกาแพลตตินั่มสุดหรูมาดูก็พบว่า เขาเพิ่งเอาเจ้าเฉิ่มมาวางไว้เมื่อชั่วโมงที่แล้วเอง ไหงพอมาเห็นอีกที กลายเป็นเทวดาตัวน้อยๆไปได้ฟะ

“เฮ้ย~ ยูชอน ยูชอน” ชางมินที่ละจากแก้มใสๆของคนน่ารักออกมาด้วยความเสียดาย หันมาหาเพื่อนสุดหล่อ แต่เรียกเท่าไหร่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้ยินเลย

“ยู ชอนนนนนนนนนนน” ชางมินตะโกนดังลั่น ยูชอนเพิ่งได้สติหลุดออกจากภวังค์ที่โดนเทวดาน้อยร่ายมนต์ใส่ รีบใช้มือตะครุบปากเพื่อนร่างสูงไว้ จัดการลากเจ้าเพื่อนตัวดีออกมานอกห้องทำงาน ตะโกนทำไมฟะเดี๋ยวเทวดาน้อยตื่นกันพอดี

“เฮ้ย ทำอะไรของแกวะ” ชางมินที่เพิ่งหลุดออกมาจากการตะปบปากถามเสียงดัง

“ก็แกตะโกนทำไมวะ เดี๋ยวเขาก็ตื่นหรอก”

“เอาใจ กันเหลือเกินนะ ก็น่าอยู่หรอก น่ารักขนาดนั้น ถามจริงเถอะ ฟัดเขาไปมั่งยังอ่ะ ขนาดฉันเห็นแป๊ปเดียวยังแทบอดใจไม่อยู่เลย คนอะไรน่ารักชะมัด” ชางมินทำตาลอยๆ

“จะบ้าหรือไง ฉันไม่ได้หื่นขนาดนั้นนะเว้ย” ยูชอนปฏิเสธ มันเรื่องจริงนี่หว่า ยังไม่ได้ทำอะไรที่เรียกว่าถึงขนาดฟัดเลยสักครั้ง ถ้ารู้ว่าน่ารักขนาดนี้ ต่อให้เรียกจูบละล้านก็ยอมจ่ายล่ะวะ

“ฉันไม่เชื่อหรอก หน้าอย่างแกจะอดใจไหวเหรอวะ” ชางมินหรี่ตามอง เริ่มเห็นอาการผิดปกติในตัวเพื่อนรัก แต่ไอ้นี่มันปากแข็ง สงสัยต้องหาวิธีง้างสักหน่อย

“จริงสิวะ”

“แปลก แกไม่สนเขาเหรอ”

“ไม่สนเว้ย”

“ดี งั้นฉันขอ” พูดจบชางมินก็ทำท่าจะผลักประตูห้องทำงานเข้าไปอีกรอบ แต่ยูชอนไวกว่าคว้าแขนเพื่อนไว้ทัน

“เฮ้ย ไหนบอกว่าไม่สนไงวะ ขอไม่ได้หรือไง”

“ไม่ได้ แกจะมาเล่นๆกับพนักงานบริษัทฉันได้ยังไง ไปเจ้าชู้ที่อื่นฉันไม่ว่า แต่อย่ามาเล่นพนักงานฉัน” ยูชอนพูดเสียงแข็ง

“จะเก็บไว้เล่นเองว่างั้น” ชางมินยังยั่วโมโหต่อ

“ไม่ใช่เว้ย ฉันไม่กินเด็กในบริษัทแกก็รู้ มันเสียการปกครอง”

“แก ไม่กิน แต่ฉันกินได้นี่หว่า” ถึงจะรู้ว่าเพื่อนน่าจะมี something wrong บางอย่างกับคุณเลขา แต่ก็ขอลองสักหน่อยน่า เมื่อกี้แค่ลูบๆแก้มยังรู้สึกว่าความนุ่มมันติดที่นิ้วอยู่เลย

“แกเอาจริงใช่ไหม” ยูชอนถามเสียงเครียด

“เออ”

“งั้นดี ฉันจะได้ไปบอกริกกี้ เรื่องที่แกควงสาวไม่ซ้ำหน้า แถมยังจะคว้าเลขาฉันอีก” ยูชอนทำท่าควานหาโทรศัพท์

“พอๆๆ ล้อเล่น แหม~ เล่นของสูงนะเพื่อน ฉันไม่อยากโดนริกกี้ฆ่าตาย ยิ่งมือหนักๆอยู่ ไม่เอาก็ได้ฟะ เสียดายจริงๆเลย ถ้ามาสมัครบริษัทฉันนะ เสร็จไปแล้ว” ชางมินชะเง้อมองเข้าไปในห้อง ทำท่าทำทางเพ้อๆ

“แกกลับไปได้แล้วไป”

“อะไรวะ ไล่เลยเหรอ ว่าจะมากินข้าวด้วยสักหน่อย”

“ไม่กินแล้ว รีบไปซะไป”

“เฮ้ย~ ฉันบอกว่าฉันล้อเล่น ฉันไม่แย่งเลขาแกหรอกน่า หวงจังเว้ย”

“ไม่ได้หวง แต่ฉันจะทำงาน ไม่มีอารมณ์มาให้แกกวนประสาท”

“ไปก็ได้ฟะ แต่ขอเข้าไปลาคุณเลขาก่อนได้ไหม” ชางมินกำลังจะเดินไปที่ประตู ยูชอนยกแขนกันไว้ พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

“เขาหลับ อย่าไปกวนเขาเลย”

“เออ ไอ้คนเห็นเลขาดีกว่าเพื่อน ไปก็ได้วะ” ชางมินหันหลังกลับเดินไปที่ลิฟท์ ไม่หันมาลาเพื่อนเลิฟด้วยเพราะหมั่นไส้ไอ้เจ้านายหวงเลขา ทิ้งให้คุณเจ้านายยืนเป็นยักษ์ปักหลั่นขวางทางรักเขาอยู่ตรงนั้นคนเดียว

หลัง จากที่ชางมินไปแล้ว ยูชอนก็ค่อยๆเปิดประตูห้องทำงานเบาๆเพราะกลัวคนน่ารักตื่น จรดปลายเท้าเดินมาที่โซฟาตัวยาวอีกครั้ง ร่างโปร่งยืนพิจารณาสิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ นี่มันยิ่งกว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกนะเนี่ย แป๊บเดียวเปลี่ยนจากคนเฉิ่มโลกลืม กลายเป็นเทวดาน้อยๆที่แสนน่ารัก ยูชอนนั่งลงที่โซฟาข้างๆคนน่ารักที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง เพราะคนอย่างคิมจุนซู ลองได้หลับแล้วไม่ครบ8ชั่วโมงไม่มีทางตื่น

ยู ชอนเอื้อมมือไปแตะแก้มนุ่มนิ่มของคุณเลขา ที่เขาหอมทุกวัน นั่นสินะเขาเองก็เพิ่งคิดได้เขาหอมหมอนี่ทุกวันตั้งแต่มาทำงาน ไม่มีวันไหนที่เขาไม่ได้หอมแก้มหมอนี่เลยสักครั้ง จากนั้นก็ไล้มือลงมาหยุดที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่ ทุกครั้งที่เห็นริมฝีปากนุ่มๆนี่ขยับขึ้นต่อปากต่อคำกับเขา มันทำให้เขารู้สึกหมั่นเขี้ยวคนตรงหน้า จนต้องจับมาฟัดบ่อยๆ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน มือเรียวค่อยๆไล้ต่อลงมาจนถึงลำคอขาวผ่อง ที่เขาเพิ่งได้สัมผัสเมื่อวานนี้ กลิ่นหอมกรุ่นยังติดอยู่ที่จมูกอยู่เลย

และ โดยไม่รู้ตัว ใบหน้าคมค่อยๆโน้มลงไปใกล้คนตัวเล็กขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจสม่ำเสมอของคนตัวเล็กที่นอนอยู่ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนค่อยๆหดสั้นเข้าเรื่อยๆจนกระทั่งริมฝีปากอิ่มแตะ กับริมฝีปากสีเชอร์รี่ของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา เมื่อเห็นว่าคนน่ารักยังไม่รู้ตัว ยูชอนค่อยๆเพิ่มน้ำหนักการกดจูบแรงขึ้นเรื่อยๆ บดริมฝีปากของคนตัวเล็กให้เผยอออกมา ก่อนจะใช้ลิ้นหนาไล้ไปตามฟันซี่เล็กเพื่อจะเปิดทางให้เข้าไปชิมความหวานข้าง ใน การกระทำของยูชอนทำให้คนน่ารักรำคาญหรือว่าอาจเป็นเพราะอากาศที่หายใจเข้า ปอดมันกำลังหมดลงไปเรื่อยๆ คนน่ารักจึงอ้าปากกว้างขึ้นเพื่อจะไขว่คว้าหาอากาศ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเรียวลิ้นร้อนที่กระหวัดรัดลิ้นเล็กแทน มือเรียวค่อยๆรูดเน็กไทด์อันใหญ่ของคนน่ารักออกจากคอ ก่อนจะที่ปลดกระดุมเสื้อที่หลุดลุ่ยอยู่แล้วให้หลุดมากขึ้นกว่าเดิมอีก 2-3เม็ด ถอนริมฝีปากอิ่มออกจากริมฝีปากบางไล้เรื่อยมาถึงแก้มนิ่ม เลยลงมาจนถึงลำคอขาวผ่อง ที่ตอนนี้ไม่มีคอเสื้อปิดไปครึ่งนึงเหมือนคราวที่แล้ว ริมฝีปากอิ่มพรมจูบไปทุกที่ที่เขาสามารถจะเข้าไปถึง จนไปหยุดที่ซอกคอขาวเนียน กดจูบแรงที่ๆจุดชีพจรของคนน่ารัก ดูดเม้มจนขึ้นเป็นรอยสีกุหลาบอย่างหลงไหล

~ อ๊ะ!!! ~

เสียงคน น่ารักร้องเบาๆ เล่นเอายูชอนสะดุ้งสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงกลับคืนมาสู่สภาพปกติ รีบละออกจากคนน่ารักแทบไม่ทัน ผลจากการทำรอยคิสมาร์คที่ไม่ได้รุนแรงไปกว่าตามธรรมดาที่เขาเคยทำกับคนอื่น แต่สำหรับคนน่ารักที่ไม่ชินกับเรื่องแบบนี้ทำให้คนตัวเล็กที่นอนขี้เซาสุดๆ งัวเงียตื่นขึ้นมาสีหูสีตา ทั้งๆที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเพราะคนตัวโตกว่าจัดให้มันเข้าที่ไม่ทัน เล่นเอาคนที่มองอยู่เกือบอดใจไม่อยู่เกือบจะถลาเข้าไปกดคนน่ารักให้ลงไปนอน ที่โซฟาอีกรอบ จุนซูเงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่คนตัวเล็กเห็นก็คือคุณเจ้านายกำลังนั่งอยู่ชิดกับตัวเองมากๆ แต่นั่นไม่ทำให้คนน่ารักตกใจ เพราะยังงัวเงียเลยคิดไม่ทัน

“เจ้านายมาทำอะไรในห้องนอนผม” คนน่ารักถามเสียงงัวเงีย

“มอง ให้ดีๆก่อนสิคุณ นี่มันห้องทำงานผมต่างหาก” ยูชอนที่ตั้งสติได้แล้วลุกขึ้นจากโซฟา ยืนเท้าเอวทำตัวเป็นเจ้านายจอมโหดขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ

“ห้อง ทำงานเหรอ” จุนซูมองไปรอบๆตัว แต่เพราะเพิ่งตื่นนอนหลังจากที่หลับยาวเลยทำให้ต้องหยีตามองเหมือนคนทั่วไป แต่สำหรับคุณเจ้านาย ไอ้ท่าทางอย่างนี้มันทำร้ายจิตใจกันชัดๆ โอ้ยจะน่ารักไปไหนเนี่ย

“ห้องทำงานๆๆๆๆ” คนตัวเล็กท่องกลับไปกลับมา ก่อนจะตาโตเมื่อนึกขึ้นได้ เขากำลังประชุมอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมาอยู่ในห้องเจ้านายล่ะ

“แล้วการประชุมล่ะ ช็อตโน้ตอีก” จุนซูเงยหน้าถามคุณเจ้านาย

“ยังจำได้อีกเหรอว่ามีประชุมน่ะ คุณหลับตั้งแต่การประชุมเริ่มไปแค่ครึ่งชั่วโมง เพิ่งตื่นตอนนี้” ยูชอนยืนกอดอก

“หา~ นานขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วทำไมคุณไม่ปลุกผมอ่ะ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“เหาะ มามั้ง ใครจะไปกล้าปลุกคุณ เล่นนอนหลับไม่รู้เรื่องขนาดนั้น” ยูชอนแถไปค้างๆคูๆ เพื่อไม่ให้คนน่ารักรู้ว่าเขาเองนี่แหละที่สั่งไม่ให้ปลุก เพราะเห็นว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน

“แย่แล้ว แบบนี้คนอื่นเขาไม่ว่าผมแย่เหรอ” คนตัวเล็กเริ่มเป็นกังวล ในขณะที่ยูชอนกำลังคิดว่า เลิกกังวลเรื่องนั้นแล้วมาสนใจสภาพของตัวเองตอนนี้ดีกว่าไหม เสื้อแสงหลุดลุ่ยขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกเฮ้อ~

“ไม่หรอก เพราะผมบอกว่าวันนี้คุณจะทำงานชดเชยที่นอนไป...” ยูชอนยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา ตอนนี้ปาไป 3โมงกว่าแล้ว

“5ชั่วโมง แต่ไม่ต้องทำถึง5ชั่วโมงหรอก แค่สะสางงานนี้ให้หมดก็พอ” ยูชอนเดินไปที่โต๊ะ ทำทีค้นหาเอกสารที่คิดว่าจะให้คนตัวเล็กทำตามคำอ้างของเขาได้แบบไม่สงสัย สักพักเขาก็เจอแฟ้มงานขนาดย่อม เดินมายื่นส่งให้คนตัวเล็กที่ยังนั่งงงอยู่ที่โซฟาอยู่

“อ่ะนี่ เอารายงานนี้ไปทำกราฟให้ผมที วันนี้ทำงานล่วงเวลาด้วยนะ อ้อ .. ไม่มีค่าโอที บอกแล้วว่าทดเวลาบาดเจ็บ”

“ก็ได้ ยังไงงานนี้ผมก็ผิดเต็มๆที่มานอนตอนเวลาทำงาน” จุนซูลุกขึ้น กำลังจะเดินออกไปนอกห้องเสียงทุ้มๆก็ขัดขึ้นมาซะก่อน

“เดี๋ยว คุณไม่ต้องใส่แว่นแล้วเหรอ” จุนซูยกมือขึ้นมาแตะที่หน้า เลยเพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่แว่น จึงเดินกลับไปที่โซฟาเพื่อค้นหาแว่นที่ตัวเองน่าจะทำหล่นไว้แถวนั้น แต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นไทด์หน้าตาคุ้นๆหล่นอยู่ด้วย ก่อนจะก้มมองตัวเอง

“เฮ้ย~ อะไรกันเนี่ย ทำไมเสื้อผมถึงได้หลุดลุ่ยอย่างนี้” ใบหน้าน่ารักหันควับไปหาเจ้านายตัวแสบ

“คุณทำอะไรผม” จุนซูคาดคั้น เล่นเอาคนที่มีชนักติดหลังอยู่ถึงกับสะดุ้ง

“คะ ใครจะทำอะไรคุณ อย่ามาใส่ความผมนะ” ยูชอนตอบตะกุกตะกักเพราะตั้งตัวไม่ทัน

“ก็ นี่ไง ไม่งั้นอยู่ดีๆไทด์กับเสื้อผมจะหลุดออกมาได้ยังไง” คนตัวเล็กชี้ไปที่สภาพเสื้อของเขาตอนนี้ แต่คนตัวโตกว่าหันมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพกระตุ้นอารมณ์อีกรอบ

“คุณ ทำเองทั้งนั้น ผมก็นั่งทำงานของผมอยู่ดีๆ คุณเองนั่นแหละละเมออะไรไม่รู้ อยู่ดีๆลุกขึ้นมาแก้ผ้าเอง ดีนะที่ผมจับไว้ก่อน ไม่งั้นคงมีคนเป็นตากุ้งยิงแน่ๆ”

“เหรอ คราวนี้ละเมอแปลกแหะ ทุกทีไม่เคยถึงขนาดแกะกระดุมเยอะขนาดนี้นี่นา” คนตัวเล็กบ่นเบาๆ แต่ยูชอนได้ยินเต็มสองหู นี่หมายความว่าเจ้าตัวเล็กนี่ชอบละเมอถอดเสื้อผ้าเหรอเนี่ย เฮ้ย~ อย่างนี้ปล่อยให้ไปนอนกับคนอื่นไม่ได้แล้ว

“คุณไม่ได้ลักหลับผมแน่นะ” จุนซูหรี่ตามองคุณเจ้านายแบบไม่ไว้ใจ

~ ฉึก!!!! ~

“จะบ้าหรือไงคุณ นี่มันห้องทำงาน ใครจะไปทำเรื่องอย่างนั้นได้เล่า” หรือว่าจะรู้ตัวฟะ ยูชอนเสไปมองทางอื่นไม่กล้าสบตากลัวมีพิรุธ

“ไม่รู้เหรอ ผมเห็นคุณหื่นตลอดเวลา ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป”

“รีบๆ แต่งตัวให้เรียบร้อยเถอะน่า กลับไปทำงานได้แล้ว ผมต้องการด่วนด้วยนะ ทำให้เสร็จซะวันนี้พรุ่งนี้วันหยุดคุณกลับไปนอนให้เต็มที่เลย” ยูชอนรีบไล่คนตัวเล็กออกจากห้อง ก่อนที่เรื่องมันจะวกกลับมาหาเขา จุนซูก้มหน้าก้มตาติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย คว้าแว่นตาเน็คไทด์แฟ้มเตรียมตัวจะออกไปจากห้อง แต่ร่างโปร่งเรียกไว้ก่อน

“อ้อคุณ อย่าลืมนัดวันอาทิตย์นะ คุณต้องไปพบกับแม่ผมจำได้ไหม”

“รู้แล้วน่า ไปได้หรือยัง เดี๋ยวก็ไม่เสร็จกันพอดี”

“เชิญ” คนตัวเล็กเปิดประตูออกไป ทิ้งให้คุณเจ้านายถอนใจเฮือกอยู่คนเดียวในห้อง

“ให้ ตายสิ ถ้าไม่ตื่นขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อนล่ะก็ สงสัยคงไม่จบแค่นั้นแน่ๆ เป็นอะไรไปวะฉัน ทำไมอยู่ดีๆก็แพ้ความน่ารักของเจ้าเด็กนั่นซะได้” ยูชอนพิงพนักเก้าอี้ มือเรียวคลึงที่ขมับเพื่อจูนตัวเองให้กลับมาที่เดิม ก่อนจะหันกลับไปสนใจทำงานตรงหน้าต่อ


แจจุงลากสังขารออกมา จากบริษัทเพื่อเดินทางไปยังโรงแรมเดิมที่เขาเพิ่งไปมาเมื่อวาน เพราะถูกคำสั่งเด็ดขาดมาจากนางพญาให้มาหาท่านประธานจอมเอาแต่ใจ หลังจากที่ฝ่าการจารจรในช่วงก่อนเลิกงานมาได้ ร่างบางของคนสวยก็มายืนอยู่ที่หน้าห้องประธานกรรมการ โดยมีคุณเลขาคนสวยอำนวยความสะดวกให้เต็มที่

“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ ท่านประธานขอเคลียร์งานก่อนถ้าเสร็จแล้วดิฉันจะมาเชิญไปพบท่านนะคะ”

“ขอบคุณครับ”

แจง จุงก้มหัวให้นิดนึงเป็นการขอบคุณ ก่อนที่จะคว้างานต่างๆที่ติดกระเป๋ามาด้วยมาอ่านฆ่าเวลา ผ่านไปเป็นชั่วโมง ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะได้เข้าพบท่านประธาน นี่มันจะเลยเวลาทำงานอยู่แล้วนะ ไอ้ประธานบ้าเมื่อไหร่จะเคลียร์งานเสร็จล่ะเนี่ย กะเคลียร์กันข้ามปีเลยหรือไงมันถึงได้นานขนาดนี้ แจจุงเอื้อมมือไปหยิบกาแฟมาดื่ม สงสัยวันนี้คงไม่ต้องนอน นี่มันแก้วที่3แล้วนะเฟ้ย จะให้ฉันรอไปถึงเมื่อไหร่ แจจุงอดรนทนไม่ไหว เดินออกจากห้องรับรองไปที่โต๊ะคุณเลขาหน้าห้อง

“คุณครับ ไม่ทราบว่าอีกนานไหม ถ้านานมากผมจะได้กลับก่อน ไว้วันจันทร์ผมค่อยมาใหม่” แจจุงถามเสียงเรียบบ่งบอกอารมณ์ว่าไม่พอใจอย่างยิ่ง

“เอ่อ อีกนิดเดียวค่ะ คุณแจจุงต้องการกาแฟเพิ่มไหมคะ ดิฉันจะให้แม่บ้านนำไปเสิร์ฟให้” คุณเลขาพยายามรั้งคุณเออีเอาไว้ก่อน ก็เจ้านายสั่งไว้อย่างนี้นี่นา

“ไม่ล่ะครับ ขืนผมกินเข้าไปอีกแก้ว คงไม่ต้องนอนไปยันเช้า ไม่เอาดีกว่า ช่วยเรียนท่านประธานชองด้วยว่าผมคงรอไม่ไหว ขอตัวนะครับ” แต่ยังไม่ทันที่คนสวยจะได้ก้าวเดินไปไหน เสียงอินเตอร์คอมก็ดังขึ้น

“คุณ แชยอนครับ เชิญคุณคิมเข้ามาได้เลย ผมเคลียร์งานเสร็จแล้ว” คุณเลขาคนสวยถอนใจเฮือก ในที่สุดก็รั้งคนเออีเอาไว้ได้อย่างที่เจ้านายสั่ง

“เชิญค่ะคุณคิม ท่านประธานพร้อมแล้วค่ะ”

“งั้นผมขอไปเอาของที่ห้องรับรองก่อนนะครับ”

“เชิญ ค่ะ” แจจุงเดินไปเก็บข้าวของที่รื้อเอาไว้ใส่กระเป๋า ก่อนที่จะสะพายไว้บนบ่า เดินตรงมาหาคุณเลขาที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูท่านประธานเรียบร้อยแล้ว

~ ก๊อกๆๆ~

“ท่านประธานคะ คุณคิมมาแล้วค่ะ”

“เชิญ” คุณเลขาฉีกยิ้มหวานที่สุดให้กับแจจุง ในขณะที่คนสวยแยกเขี้ยวกลับไปให้แทน เล่นเอาคุณเลขาคอย่น อะไรมันจะดุขนาดนั้น

“เชิญนั่งสิครับคุณคิม” ยุนโฮเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารทักทายคนที่เพิ่งเข้ามา

“สวัสดีครับคุณชอง” แจจุงก้มตัวทักทายลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท

“มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับ ถึงได้มาขอพบผมวันนี้” ยุนโฮนั่นพิงพนักสบายๆมองหน้าคนสวยที่ตีหน้ายุ่ง

“ก็หัวหน้าผมบอกว่าต้องมาพบกับคุณวันนี้ตอนบ่ายนี่ครับ”

“ครับ ตอนบ่าย ผมนัดไว้อย่างนั้น แต่นี่มัน... บ่าย3กว่าแล้ว ผมเรียกเวลาอย่างนี้ว่าตอนเย็นครับคุณคิม” ยุนโฮเอ่ยเสียงเย็น เล่นเอาแจจุงที่กำลังจะเม้งเรื่องปล่อยให้เขารอเป็นชั่วโมงชะงัก

“อ้าว คุณไม่ได้บอกนี่ครับว่าจะให้มากี่โมง ผมก็เลยเคลียร์งานให้เสร็จก่อนที่จะมาหาคุณ”

“งาน ของโรงแรมผมคงเล็กมาสินะครับ คุณถึงต้องเคลียร์งานที่อื่นก่อน ถ้างั้นผมคงต้องโทรไปยกเลิกโปรเจ็คนี้ก่อน เพราะมันคงไม่สำคัญเท่างานบนโต๊ะคุณ คุณแชยอนครับ....ตื๊ด!!” แจจุงพุ่งตัวเข้าไปกดตัดสัญญาณทันที ก่อนที่ท่านประธานจะได้สั่งความอะไรกับคุณเลขา

“ก็ได้ๆ ผมผิด ผมขอโทษ ไม่ต้องโทรไปบอกหัวหน้าหรอก ผมยังไม่อยากตาย”

“บริษัทคุณลงโทษกันถึงตายเลยเหรอครับ” ยุนโฮพูดยิ้มๆ

“ก็ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” แต่ก็เกือบนั่นแหละ แค่คิดว่าพี่ฮีซอลจะฆ่าเขาด้วยวิธีอะไร ถ้าหากชีรู้ว่าเขาดิวงานนี้พลาด แค่คิดก็เสียวแล้ว

“งั้นเรามาพูดเรื่องงานเลยดีกว่า เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้” ยุนโฮวกเข้าเรื่องงานทันที

“ได้ครับ”

“คุณจะมายืนยันใช่ไหมว่าตกลงถ่ายโฆษณาให้ทางโรงแรมของเรา”

“ความจริง ผมจะมาขอให้คุณคิดดูอีกทีน่ะครับเรื่องที่จะให้ผมเป็นพรีเซ็นต์เตอร์”

“ทำไมครับ”

“ผม ไม่ใช่นักแสดง หรือนายแบบอาชีพ ผมอาจจะทำให้งานล่าช้า ถ้าหากว่าโฆษณาออกไม่ทันวันเปิดตัวที่เราดิวกันไว้ ทางคุณจะเสียหายมากนะครับ” แจจุงยกเหตุผลมาอ้าง ยุนโฮพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้แจจุงยิ้มออก เพราะคิดว่าท่านประธานคงจะเห็นด้วยกับความคิดของเขา แต่ก็ต้องหุบยิ้มฉับทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยออกมา

“คุณก็รู้ดีนี่ครับ ว่าถ้าถ่ายไม่ทันจะเกิดความเสียหาย งั้นคุณคงต้องตั้งใจทำงานหน่อยล่ะ งานจะได้เสร็จเร็ว”

“คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องหรือไง ผมหมายความว่า เปลี่ยนเป็นดารานักแสดงนายแบบคนอื่นดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย” แจจุงชี้แจง

“งั้น ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ถ้าคุณไม่ยอมทำตามที่ผมเสนอไป ผมก็คงต้องเลือกโปรดักส์ชั่นเฮ้าส์ที่ใหม่ที่เขาสามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าได้ดีกว่า” ยุนโฮเอ่ยเสียงเรียบ

“ทางเราตอบสองความต้องการลูกค้าได้เสมอครับ แต่นี่มันเกินไป ทำไมคุณต้องเจาะจงเป็นผมด้วย”

“ก็อย่างที่ผมบอก คุณมีอิมเมจเข้ากับโรงแรมของเรา ก็เท่านั้น” ยุนโฮพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“เข้ากันตรงไหนล่ะ ไหนคุณช่วยขยายความให้ฟังหน่อยได้ไหม ทำไมถึงชอบพูดอะไรสั้นๆนักหา” แจจุงเริ่มอารมณ์เสีย

“หึ~ คุณคิม คุณใส่อารมณ์กับลูกค้าทุกคนเลยหรือเปล่าครับ”

“ขอโทษ” แจจุงลืมตัวทำแก้มป่องเหมือนเวลาโดนน้องชายตัวแสบขัดใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ตั้งสติและถามคำถามเดิมที่ถามเมื่อกี้

“ผมเข้ากับอิมเมจโรงแรมคุณตรงไหนครับท่านประธาน”

“ดู ลึกลับ น่าค้นหา แต่อีกทางนึงก็ดูผ่อนคลายน่าเข้าใกล้ นั่นแหละอิมเมจที่ผมอยากให้พรีเซนต์เตอร์พรีเซนต์ออกมา เพราะโรงแรมในเครือเราตกแต่งหรูหราคนส่วนใหญ่จึงคิดว่าถ้าเข้ามาพักจะดูอึด อัดเพราะการตกแต่ง แต่ถ้าได้ลองเข้ามาพักจริงๆจะรู้ว่าทุกอย่างที่ตกแต่งในโรงแรมไม่ได้หรูหรา อย่างเดียว แต่ยังแทรกความผ่อนคลายเอาไว้ด้วย นี่แหละคืออิมเมจของโรงแรมผม” แจจุงตาโต นี่เขาเพิ่งได้ยินท่านประธานร่ายยาวๆครั้งแรก แต่เอ.. หมอนี่มองอะไรลึกซึ้งจริงแหะ

“คุณคิดว่าผมจะทำได้หรือไง ไอ้ที่คุณว่าน่ะผมไม่เคยเป็นหรอกนะ”

“คุณ ไม่รู้ตัวเองต่างหาก เอาเถอะเดี๋ยวพอโฆษณาออกมาคุณก็เห็นเอง ผมว่าผู้กำกับโฆษณาที่ผมเลือกมาทำงานนี้คงถ่ายทอดออกมาในลักษณะนี้ได้”

“หา~ ขนาดผู้กำกับคุณก็เปลี่ยนด้วยเหรอ อะไรกันเนี่ย” มันชักจะเอาแต่ใจไปหน่อยหรือเปล่าชองยุนโฮ

“ครับ ผมต้องการงานที่เนี้ยบ เพราะอย่างนั้นจึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด หรือคุณไม่พอใจ?”

“เปล่าครับ ลูกค้าคือพระเจ้า นี่คือคติของบริษัทผม คุณต้องการอะไรก็สั่งมาได้เลยครับ ผมจะหามาถวายให้” แจจุงประชด

“งั้นก็ดีครับ ถ้ายังไงคุณก็ช่วยทำให้มันออกมาดีเหมือนกับที่พูดด้วยแล้วกัน” ริมฝีปากหนาจุดรอยยิ้มนิดๆ

“ก็ได้ ผมจะพยายาม ถ้าออกมาไม่ดีคุณไม่ต้องมาโทษผมล่ะ ผมเตือนแล้วว่าให้เปลี่ยนๆให้ก็ไม่เชื่อเอง”

“รับรอง ผมไม่โทษใครแน่ ผมไม่เคยมองอะไรผิดพลาด ไม่มีอะไรแล้วผมขอทำงานต่อนะครับ พอดีว่าพรุ่งนี้ผมจะต้องไปประชุมที่ต่างประเทศ อีก1อาทิตย์จะถึงกลับ ผมคงไม่ได้ตามไปดูที่กองถ่ายช่วงแรกๆ กลับมาแล้วผมจะไปดูที่กองด้วย ตั้งใจทำงานนะครับ เชิญ”
พูดจบประธานหนุ่มรูปหล่อก็เปิดแฟ้มทำงานต่อ ไม่รอรับการโค้งลาจากเขาเลยด้วยซ้ำ แจจุงได้แต่อ้าปากค้าง วุ้ย~คนอะไรฟะ กวนโมโหชะมัด แจจุงลุกขึ้นยืนเดินออกไปจากห้องทำงานทันที หมั่นไส้คนขี้เก๊ก อะไรๆก็ต้องทำตามใจตัวเองหมด ชิ~ ไม่รวยบ้างแล้วไป


แจ จุงเดินหงุดหงิดออกมาจากโรงแรม มุ่งตรงไปที่สวนสวยร่มรื่นสำหรับลูกค้าที่เข้ามาพัก หามุมสงบเงียบที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ก็จะแผดเสียงตะโกนเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นที่กั๊กเอาไว้ไม่ได้พูดต่อหน้า คุณลูกค้า

“โอ้ย!!!!! คนอะไรเอาแต่ใจชะมัด คอยดูถ้าโฆษณาออกมาไม่ดี แล้วมาโทษกันพ่อจะเม้งให้หน้าแหกเลย โว้ย!!! ไม่เกิดเป็นคนรวยมั่งให้มันรู้ไป”

ก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนม้านั่งตัว ใหญ่ใต้ร่มไม้ เปลือกตาบางหรุบลงอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะตอนแรกคิดว่าจะคุยกับประธานจอมเอาแต่ใจรู้เรื่อง แต่นี่นอกจากจะไม่รู้เรื่องแล้ว ยังต้องทำงานให้ออกมาดีอีก ฮึ~ เอาไงก็เอากันวะ แจจุงตัดสินใจแน่วแน่ ไหนๆก็ต้องทำแล้วทำให้มันดีก็แล้วกัน ก่อนที่มือบางจะควานหาเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาไล่เบอร์ที่ต้องการ

“ไอ้ บอม ฉันเองนะ เออๆ งานทางโน้นเป็นไงบ้าง เรียบร้อยดีไหม เออๆๆ ขอบใจ เอาน่า ฉันก็ไม่ได้อยากให้แกไปแทนนะ แต่เจ๊ฮีเขาไม่ยอมนี่หว่า ทางฉันเหรอ เรียบร้อยโรงเรียนท่านประธานน่ะสิ เออ แค่นี้นะ”

มือบางปิดการสื่อ สาร อย่างน้อยงานทางโน้นก็ไม่เสีย ไม่ใช่เขาไม่ไว้ใจครีเอทีฟรุ่นน้อง แต่กลัวว่าลูกค้าจะไม่พอใจที่จู่ๆก็เปลี่ยนคนติดต่อ ถ้าไม่มีอะไรก็ดีแล้ว ร่างบางเอนตัวพิงพนักม้านั่ง ก่อนจะลุกเดินกลับไปสู้กับการจารจรและผู้คนบนรถไฟใต้ดิน มุ่งหน้ากลับบ้าน วันนี้คงไม่เรื่องต้องเล่าให้น้องชายฟังซะแล้ว ไม่รู้จุนซูจะว่ายังไง ถ้ารู้ว่าพี่ชายจะได้เป็นนายแบบสายฟ้าแลบ


“สวัสดีค่ะ ท่านประธานอยู่หรือเปล่าคะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น จุนซูเงยหน้าขึ้นมาจากการง่วนทำกราฟให้คุณเจ้านาย ภาพที่เห็นคือหญิงสาวสวยอ่อนหวาน ไม่ได้มีท่าทีกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเข้าพบอย่างทุกคนที่ผ่านมา

“ครับ ไม่ทราบว่านัดไว้ก่อนหรือเปล่า”

“ไม่ได้นัดหรอกค่ะ แต่ถ้ามีแขกอยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะฉันรอได้”

“ไม่ได้มีแขกหรอกครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ ผมจะได้เรียนให้ท่านประธานทราบ”

“ยูริค่ะ”

“ครับ รอสักครู่นะครับ” มือบางหันไปกดอินเตอร์คอมต่อเข้าไปในห้องเจ้านาย

“เจ้านายครับ คุณยูริมาขอพบ”

“เชิญเขาเข้ามาได้”

“ทางนี้ครับ” จุนซูเดินนำหน้าพาแขกของเจ้านายไปที่หน้าห้อง ก่อนจะเคาะประตู

“เชิญครับ” จุนซูเปิดประตูให้หญิงสาวร่างบางก้าวเข้าไป

“ยูริ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ยูชอนลุกขึ้นมาจากโต๊ะ เดินมาต้อนรับสาวสวย รั้งตัวคนสวยเข้ามากอดแน่นๆให้หายคิดถึง

“วันนี้เองค่ะ คิดถึงพี่ยูชอนมากเลย ก็เลยมาหาที่นี่ก่อน” ยูริกอดตอบ

“งั้นเหรอ ยังไม่ได้กลับบ้านสินะ อ้อนั่งก่อนสิ” ก่อนจะเหลือบไปมองที่หน้าประตู เห็นคุณเลขายืนมองงงๆ

“คุณจุนซู ช่วยเรียกแม่บ้านเอาน้ำผลไม้มาเสิร์ฟด้วยนะ ยูริชอบน้ำส้มใช่ไหมพี่จำได้”

“ค่ะ พี่ยูชอนนี่ความจำดีจัง” ยูริยิ้มให้อย่างน่ารัก

“ต้องจำได้อยู่แล้ว คนสำคัญของพี่นี่นา คุณจุนซูขอน้ำส้มนะครับ” หันไปสั่งคุณเลขา ก่อนจะหันมาสนใจกับสาวสวยตรงหน้าต่อ

“ครับ” จุนซูปิดประตู ปล่อยให้ทั้งสองคนนั่งสนทากันอยู่ในห้อง มือบางยกมือเกาหัวแกรกๆ

“คุณ เจ้านายมีผู้หญิงเรียบร้อยในสต๊อกด้วยเหรอ ไม่อยากจะเชื่อ คนอะไรฟันดะ คุณยูรินี่น่าสงสารจริง เรียบร้อยขนาดนั้นไม่น่าเสร็จเจ้านายเล้ย” จุนซูส่ายหัวไปมา เสียดายคนสวยๆแสนเรียบร้อย ไอ้คุณเจ้านายนี่หื่นจริงๆ คนดีๆก็ไม่เว้น ก่อนจะไปกดอินเตอร์คอมเรียกแม่บ้านให้เอาน้ำส้มขึ้นมาเสิร์ฟ ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไม่ใสใจกับคนข้างในอีกเลย

“เลขาใหม่พี่ยูชอนเหรอคะ” ยูริถามหลังจากดื่มน้ำส้ม

“ใช่”

“แต่งตัวแปลกดี พี่ยูชอนไปหามาจากไหนเหรอคะ แล้วคนเก่าล่ะ”

“ไม่ได้หา เขามาสมัครน่ะ คนเก่าเด้งออกไปแล้ว นั่งยั่วน้ำลายทุกวัน ไม่ไหว ไม่อยากมีเมียเป็นเลขา” ยูริหัวเราะ

“พี่ยูชอนก็ พูดอะไรไปเรื่อย แต่ยูริเห็นใจคุณเลขาคนก่อนนะ ก็คุณเจ้านายหล่อลากดินขนาดนี้ ใครก็ต้องอยากได้เป็นธรรมดา”

“แล้วยูริล่ะ ไม่อยากได้พี่มั่งเหรอ”

“ไม่ รับประทานหรอกค่ะ ยูริคงทนความเจ้าชู้ของพี่ยูชอนไม่ไหวหรอก ดีนะที่เราเป็นญาติกัน ไม่งั้นคุณป้าคงต้องจับยูริไปให้พี่ยูชอนดูตัวแน่ๆเลย”

“นั่นสิ แต่ถ้าได้อย่างยูริพี่ก็โอนะ เรียบร้อยน่ารัก ดูเป็นแม่ศรีเรือนดีออก” ยูชอนพูดยิ้มๆ

“ไม่ ต้องมาหยอดหรอกค่ะ ยูรินะไม่เหมือนสาวๆของพี่นะคะ ไม่หลงคารมคนปากหวานง่ายๆหรอก แล้วนี่เมื่อไหร่จะแต่งงานแต่งการกับเขาสักทีล่ะคะ”

“กลับมาก็ถามคำถามชวนปวดหัวเลยนะ แม่พี่ก็เร่งอยู่ยิกๆ ว่าแต่จำเจสสิก้าได้ไหม”

“จำได้สิคะ ลูกสาวรัฐมนตรีใช่ไหม อย่าบอกนะว่าพี่ได้เขาด้วยอ่ะ” ยูริย่นคอ เพราะรู้จักกิตติศัพท์ความวีนของเจ้าของชื่อดี

“อืม ไม่ได้ตั้งใจหรอก เขาเสนอมาก็เลยสนองไป ตามจิกเป็นตังเม ถึงขนาดไปบอกให้แม่ไปขอเลยนะ”

“คราวนี้พี่ไม่รอดแน่ค่ะ เพราะเจสสิก้าเขาไม่ยอมปล่อยพี่หลุดไปง่ายๆหรอก”

“ไม่มีทาง พี่ไม่ยอมหรอก”

“แล้วพี่จะทำยังไงคะ ยูริไม่เห็นทางรอดอื่นเลยนะคะ นอกจากพี่จะแต่งงาน”

“คงไม่ต้องถึงกับแต่งมั้ง แค่หาคนมาเป็นกันชนก็พอ”

“ใครล่ะคะ ยูริไม่เล่นด้วยหรอกนะ สู้ไม่ไหวอ่ะ ชีแรงนะคะ”

ยู ริรีบปฏิเสธไว้ก่อน เพราะตั้งแต่เป็นวัยรุ่น พอยูชอนสะบัดสาวคนไหนไม่หลุดเป็นต้องเรียกญาติอย่างเธอมาเล่นเป็นแฟนให้ ทุกที หวิดเสียโฉมมาหลายรอบ ต้องรีบบินด่วนไปเรียนที่อเมริกาเพื่อหนีหน้าที่นี้ พอกลับมาปุ๊บจะให้มาเจอนางร้ายตัวแม่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

“ไม่ใช่หรอกน่า โน่น คนข้างนอกโน่นต่างหาก” ยูชอนบุ้ยใบ้ไปยังคุณเลขาที่นั่งทำงานง่วนอยู่ด้านนอก

“หา~ คุณเลขาเนี่ยเหรอคะ พี่ยูชอนไม่สบายหรือเปล่า เดี๋ยวนี้นิยมผู้ชายแล้วเหรอคะ” ยูริเอื้อมมือไปจับหน้าผากพี่ชายเพื่อวัดอุณหภูมิ

“ไม่ได้เป็นอะไร เธอจะบ้าหรือไง” ยูชอนปัดมือบางออก

“อ้าว~ หรือว่า คุณเลขาเป็นแฟนพี่คะ ตายแล้วแบบนี้ไม่เข้าใจผิดเหรอ ไม่ได้แล้วยูริต้องรีบไปปรับความเข้าใจสักหน่อย”

“เฮ้ยๆ ไม่ใช่ เขาไม่ได้เป็นแฟนพี่ พี่แค่จ้างเขามาเท่านั้น เธอนี่จริงๆเลย เรื่องนั้นช่างก่อนเถอะ ว่าแต่คราวนี้จะกลับมาอยู่เลยหรือเปล่า หรือจะบินกลับไปอีก”

“คงอยู่เลยล่ะค่ะ แต่คงต้องรบกวนบ้านพี่ยูชอนสักพัก ยูริยังไม่อยากกลับบ้าน กลัวแม่จับแต่งงานเหมือนกัน”

“ได้ สิ แม่คงดีใจ อ้อ อย่าไปบอกแม่นะว่าพี่จ้างคุณเลขาเอาไว้ ริกกี้ด้วยรายนั้นเป็นพวกแม่ จะเอาไปแกล้งคุณนายปาร์คสักหน่อย วันๆเร่งแต่งอยู่นั่นแหละ”

“โห~ คุณป้าไม่เป็นลมเหรอคะ พี่ยูชอนนี่แย่ๆจริงๆแกล้งคุณป้าทำไม”

“ไม่รู้สิ เดี๋ยววันอาทิตย์นี้ก็รู้” ยูชอนหัวเราะ

“งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า เธอจะได้กลับไปพักผ่อน ป่านนี้ริกกี้คงกลับบ้านแล้วล่ะ”

“ค่ะ คิดถึงริกกี้เหมือนกัน แล้วพี่ไม่ต้องทำงานต่อเหรอคะ”

“ไม่หรอก งานแค่นี้ไว้ทำวันหลังก็ได้ ป่ะ กลับบ้านกัน กระเป๋าเธอล่ะ”

“อยู่ที่สนามบินค่ะ เดี๋ยวให้เขาส่งไปที่บ้านพี่ยูชอนเลย”

“โอเค Let’s go” ยูชอนส่งแขนให้น้องสาวควง ก่อนจะเปิดประตูไปพบคุณเลขานั่งง่วนอยู่กับการทำกราฟไม่สนใจใคร

“คุณ ผมกลับก่อนนะ ถ้ามีใครโทรมาก็โน้ตไว้แล้วกัน”

จุน ซูเงยหน้าขึ้นมาพบคุณเจ้านายกับสาวสวย ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะหันไปทำงานต่อ ไม่สนใจท่าทีฮึดฮัดของยูชอน ที่เห็นคนตัวเล็กไม่สนใจความสนิทสนมของเขากับยูริ ร่างโปร่งลากน้องสาวลงลิฟท์ไปด้วยความหงุดหงิด มีแต่ยูริคนเดียวที่สังเกตท่าทางของพี่ชายกับคุณเลขาสุดเฉิ่มเงียบๆ

“เฮ้อ~ เป็นจริงเหรอเนี่ย น่าสงสารคุณยูริ ชาติที่แล้วทำกรรมอะไรไว้นะ ถึงต้องมาเจอคนหื่นๆอย่างคุณเจ้านาย” จุนซูได้แต่ปลง ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ไม่ได้รู้เลยว่าทำให้คุณเจ้านายหงุดหงิดแค่ไหน ที่คุณเลขาไม่สนใจตัวเอง

%%%%%


TBC

อ่านให้สนุกนะคะ ^^

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จะทำให้เขาหึงเหรอปาร์ค อิอิ
จุนนอนละเมอแก้ผ้า อ๊ากกกก
คงเซ๊กซี่น่าดู ทำเอาปาร์คเคลิ้มcry
ยุนแจจะเป็นไงต่อ

ชอบค่ะ รอตอนต่อไปค่ะ

#1 By bruin (125.26.28.182) on 2010-03-25 13:27

อยากเห็นตอนน้องจุนละเมอจัง

#2 By patogko (58.8.23.95) on 2010-03-25 16:06

สนุกมากเลยนะคะ

จุนจังละเมออออออออออออ

ปาร์คก็น่ารัก ขอบคุณนะค่ะ

#3 By jeja (202.139.223.18) on 2010-03-25 20:17

ในที่สุดความน่ารักของจุนจังก็กระแทกตาปาร์ค
ปากบอกไม่ชอบแต่หวง เค้าไม่สนใจก็หงุดหงิด
หลงรักจุนจังแล้วสิ
ฝากยุนแจ ยุนเอาแต่ใจดี อยากได้แจใช่มั้ยละ อิอิ
อยากรู้จะเป็นไงต่อไป
ขอบคุณค่ะไรเตอร์

#4 By poory (115.67.224.46) on 2010-03-25 23:07

ท่าทางว่าคุณเจ้านายเริ่มคิดอะไรๆกับเลขาแล้วมั๊ง

มีฮึดฮัดๆด้วยย

ตามกันต่อไปปปปป

#5 By little g (119.31.91.77) on 2010-03-27 00:01

เป็นไงมิค อึ้งไปเลยอ่ะ
ถ้ารู้อย่างนี้แล้วต้องรีบทำคะแนนหน่อยนะ
น้องจุนน่ะ น่ารักเลือกได้นะ
อิอิ

#6 By chebi (125.24.103.116) on 2010-03-28 19:13