[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 4
posted on 21 Mar 2010 01:21 by kameryuichi in Halloween
Part 4
งานวันฮัลโลวีนกำลังใกล้เข้ามาในอีกไม่กี่ วัน ชาวปีศาจกำลังตื่นเต้นที่จะได้จัดงานฉลองอีกครั้ง และครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะพวกเขาจะได้ฉลองพิธีราชาภิเษกราชาปีศาจคนใหม่ด้วย หลังจากที่ตำแหน่งว่างมาหลายปี ตั้งแต่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนั้นขึ้น ทุกคนต่างเฝ้ารอให้ทายาทของราชาปีศาจองค์ก่อนพร้อมที่จะขึ้นรับตำแหน่งใน วัย25ปี ต่างหวังว่าอีกไม่นานชีวิตของพวกเขาจะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
“นี่ๆ พวกเธอรู้ไหม มีข่าววงในบอกมาว่า ถ้าท่านยูชอนเลือกใครเปิดฟลอร์เต้นรำวันงาน คนนั้นแหละมีสิทธิ์ลุ้นเป็นราชินี” เสียงปีศาจสาวๆตั้งวงเมาท์กันอยู่ในห้องเรียน
“จริงเหรอ งั้นวันงานข้าจะแต่งตัวให้สวยที่สุด เด่นที่สุดเลย ท่านยูชอนจะได้เลือกข้า” ปีศาจสาวนางนึงพูดด้วยความเพ้อฝัน
“เสียใจ เพราะท่านยูชอนต้องเลือกข้า” แชยอนหัวโจกของกลุ่มปีศาจสาวๆเอ่ยขึ้นขณะเดินเยื้องย่างเข้ามาในห้องเรียน ปรายสายตาเยาะหยันมาทางคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งๆอยู่ที่ท้ายห้อง
“คน บางคนแถวนี้ก็คงอยากเป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน แต่เสียดายที่เป็นไปไม่ได้ เพราะตัวเองประกาศเป็นศัตรูกับเขาจนออกนอกหน้า” แชยอนยังคงพูดต่อไปไม่หยุด จุนซูปรายตาไปมองก่อนจะยกยิ้มเยาะเย้ยกลับไป ส่ายหัวไปมาเหมือนคนปลงอนิจจัง
“ฮยอกแจ แถวนี้มีปีศาจชะนีด้วยเหรอ” จุนซูเอ่ยลอยๆเป็นเชิงถามเพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ไม่มีนี่จุนซู เจ้าเอาอะไรมาพูด ปีศาจลิงก็พอว่า ปีศาจชะนีมีที่ไหน” ฮยอกแจตอบพาซื่อ ไม่รู้เลยว่าเพื่อนกำลังจะก่อสงครามอีกแล้ว
“เหรอ ทำไมข้าได้ยินเสียงร้องหาผัวแถวนี้ล่ะ ดังมากด้วยนะ เหมือนอยู่ใกล้ๆแถวนี้” คนตัวเล็กพูดพลางบุ้ยใบ้ไปทิศทางฝ่ายตรงข้าม เท่านั้นแหละผมที่เคยสลวยของแชยอนแปรเปลี่ยนเป็นงูยั้วเยี้ยบนหัวทันที ดวงตาดำขลับกลายเป็นสีเขียวอย่างน่ากลัว เพราะมันพร้อมจะทำให้ทุกคนที่สบตากลายเป็นหิน
“คิมจุนซู เจ้าว่าใคร” แชยอนย่างสามขุมเข้าไปหาตัวการ ทุกคนพากันหลบวูบเพราะยังไม่อยากกลายเป็นหินตอนนี้ เหลือแต่คนตัวเล็กที่นั่งเท้าคางอย่างไม่ใส่ใจ
“ว่าใคร ข้ายังไม่เอ่ยชื่อใครเลย เจ้าจะเดือดร้อนทำไม หรือว่าเดี๋ยวนี้กลายพันธ์จากงูเป็นชะนีไปแล้ว” จุนซูตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆไม่เดือดร้อน
“เจ้า จงกลายเป็นหินซะเถอะ” แชยอนเอื้อมมือไปจับหน้าคนตัวเล็ก เพื่อให้หันมาสบดวงตาสีเขียวของเธอ แต่เพียงแค่สัมผัสถูกเท่านั้น นางก็ต้องสะบัดมือเร่าๆด้วยความเจ็บปวด เพราะตอนนี้ผิวของจุนซูร้อนเหมือนไฟ คนตัวเล็กเริ่มปล่อยไฟคลุมผิวชั้นนอกทีละน้อยโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
“คิมจุนซู เจ้า” แชยอนร้องโอดโอย กลายร่างกลับเป็นเหมือนเดิมเพราะถูกความร้อนของไฟทำลายสมาธิ
“ทำไม คิดว่าเจ้าทำร้ายคนอื่นได้คนเดียวงั้นสิ เจ้าคงลืมไปแล้วว่า คำสาปที่ทำให้เป็นหินน่ะ มันใช้กับข้าไม่ได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะข้าไม่โง่ไปสบตาเจ้าง่ายๆหรอก”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” แชยอนได้แต่อาฆาตคนตัวเล็ก
“เจ้า ฝากมาหลายรอบแล้วนะ ไม่เห็นเคยมาเอาคืน พอเถอะข้าขี้เกียจจำแล้ว” ก่อนที่ปีศาจเมดูซ่าสาวจะได้โต้ตอบอาจารย์ที่ปรึกษาก็เข้ามาพอดี
“นั่งที่กันได้แล้ว จะเรียนจบกันอยู่ไม่กี่วันนี้แล้ว ยังทะเลาะกันเป็นเด็กๆ” อาจารย์สาวปรายตามองทั้งคู่
“ดีล่ะ ถ้าอย่างนั้นคืนวันฉลองที่ปราสาทท่านราชาปีศาจคนใหม่ คิมจุนซู ชินแชยอน เจ้าทั้งสองคนต้องเต้นรำคู่กัน1เพลง”
“หา!!!” ทั้งสองคนตะโกนพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย และเป็นครั้งแรกที่สองคนนี้สามัคคีกัน
“อาจารย์ ครับ แต่ผมนัดกับฮยอกแจไว้แล้วว่าจะเต้นคู่เขา อีกอย่างคืนวันนั้นเราก็เรียนจบแล้วด้วย ทำไมยังต้องบังคับกันอีกล่ะครับ” คนตัวเล็กรีบถาม
“ใช่ค่ะ ทำไมต้องจับหนูคู่กับคิมจุนซูด้วยล่ะคะ” แชยอนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อีกอย่าง ถ้าคู่กับหมอนี่ แล้วท่านยูชอนเข้าใจผิดจะทำยังไง ข้าก็อดลุ้นตำแหน่งราชินีกันพอดี
“ถาม ได้ดี ครูกำลังจะมาบอกพวกเจ้าทุกคนว่า พวกเจ้าต้องสอบการเต้นรำครั้งสุดท้ายที่งานนี้ จะมีอาจารย์คอยให้คะแนนทุกคู่ พวกเจ้าต้องออกไปเต้นด้วยกัน1เพลง ไม่จำกัดว่าจะเป็นตอนเริ่มงาน หรือแม้กระทั่งก่อนจบงาน”
“แล้วถ้าเราไม่เต้นล่ะครับ” จุนซูถาม เพราะเขาไม่อยากจะเข้าใกล้ยัยเมดูซ่าตัวแสบนั่นสักเท่าไหร่
“ถ้า เป็นคนอื่น ข้าคงต้องให้พวกเขาสอบตกวิชานี้ และสอบซ่อม แต่สำหรับเจ้าสองคนเป็นกรณีพิเศษ เพราะว่าเจ้าไม่เคยสามัคคีกันเลย ข้าจะให้พวกเจ้าซ้ำชั้นอีกปี ถึงเจ้าจะอายุครบตามเกณฑ์เป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ต้องกลับมาเรียนอีกครั้ง ถ้าเจ้าไม่อายผู้คน ก็ลองดูแล้วกัน” อาจารย์ตอบ ทำเอาทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน ก่อนจะสะบัดหน้าพรืด
“เข้า ใจแล้วใช่ไหม เตรียมตัวกันให้ดี ถ้าใครไม่ผ่านต้องซ่อมจนกว่าจะผ่าน ข้าไม่ใจร้ายหรอกน่า เอางี้ถ้าพวกเจ้ารีบเต้นตั้งแต่เพลงแรก พวกเจ้าจะได้สิทธิสอบใหม่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบงาน ข้าใจดีหรือยัง” นักเรียนทุกคนพากันเบ้หน้า นี่นะใจดี ต้องไปสอบในงานเลี้ยง วุ้ย~ มันคงจะสนุกกันตายล่ะ ความฝันที่ทุกคนจะลุ้นเป็นราชินีของท่านยูชอนสุดหล่อพังครืนกันลงมาเป็นแถบ เพราะต้องจับคู่กับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
“ไม่มีคำถามอะไรใช่ไหม วันนี้เป็นวันเรียนวันสุดท้าย ครูขออวยพรให้ทุกคนทำข้อสอบผ่าน และผ่านงานเต้นรำไปด้วยดี เลิกเรียนได้” พูดจบทุกคนก็ยืนขึ้นทำความเคารพ รอจนอาจารย์ออกไปจากห้อง ก่อนจะร้องเสียงโหยหวน เมื่อนึกถึงการเต้นรำที่ต้องสอบไปด้วย
“ฮยอกแจ ข้าคงเต้นกับเจ้าไม่ได้แล้วล่ะ” จุนซูหันมาขอโทษเพื่อนสนิท
“ไม่เป็นไร ก็มันเหตุสุดวิสัยนี่เนอะ”
“ข้าไม่อยากเต้นกับยัยปีศาจงูนั่นเลย”
“ใครเขาจะไปอยากเต้นกับเจ้า เพราะเจ้าคนเดียวข้าถึงไม่ได้เต้นกับท่านยูชอน” แชยอนเดินอาดๆเข้ามาหาเรื่องทันทีที่สบโอกาส
“ชิ~ ไม่เห็นจะน่าเต้นด้วยตรงไหน ตื่นเต้นอะไรกันนักหนา” จุนซูกอดอกมองคนตรงหน้าอย่างสมเพส ไปหลงอะไรกับไอ้คนเจ้าชู้ วันๆเห็นเจาะคอสาวๆเป็นว่าเล่น
“เจ้าจะไปรู้อะไร แชยอนน่ะเขามีสิทธิ์ลุ้นตำแหน่งราชินีมากที่สุด” ลูกไล่สาวคนสนิทของแชยอนเอ่ยขึ้น
“ทำไม เจ้ารู้ได้ยังไงว่าเขาจะเลือกเพื่อนเจ้าน่ะ” จุนซูถาม
“ก็ทำไมจะไม่เลือก แชยอนน่ะ เคยได้รับจุมพิตอันแสนอ่อนหวานจากท่านยูชอนด้วยน่ะสิ”
สิ้น เสียงหญิงสาวทุกคนหันมามองแชยอนกันเป็นตาเดียว ทุกสายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาเมื่อได้ยินคำประกาศนั่นเต็มสองหู ผิดกับคนตัวเล็ก เขาไม่ได้รู้สึกเหมือนคนอื่นๆ แต่คำพูดนั้นทำให้นึกถึงสัมผัสของร่างโปร่งที่ทิ้งไว้ที่ริมฝีปากบางเมื่อ หลายเดือนก่อน และเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบไปตามทุกส่วนที่ร่างโปร่งสัมผัสเขาวันนั้น คนตัวเล็กสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป ไม่มีใครทันได้สังเกตอาการนี้นอกจากฮยอกแจที่ยืนอยู่ใกล้เขามากที่สุด
“ไม่จริง เจ้าโกหก” เสียงปีศาจสาวอีกคนตะโกน
“ท่านยูชอนไม่มีทางทำแบบนั้น ท่านยูชอนเป็นถึงราชาแวมไพร์ ไม่มีทางทำผิดกฎล่วงเกินคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างเจ้า อย่ามาโม้เลย”
“ข้า ไม่ได้โม้ เรื่องจริง ข้าเคยถูกท่านยูชอนจูบจริงๆ” แชยอนยังคงเถียงต่อไป ถึงแม้ว่าการสัมผัสครั้งนั้นจะเป็นแค่การผายปอดเพราะนางตกน้ำแล้วบังเอิญ ท่านยูชอนผ่านมาเจอก็เถอะ
“ไหนล่ะหลักฐาน” ปีศาจสาวอีกนางนึงตะโกนขึ้น ทำให้ทุกคนหันมามองแชยอนเป็นตาเดียว
“เจ้าจะบ้าหรือไง รอยจูบจะมีหลักฐานได้ยังไง พูดอะไรบ้าๆ อิจฉาข้าก็บอกมาเถอะ” แชยอนเถียงต่อ
“ไม่มีหลักฐานเราก็ไม่เชื่อ เจ้าถูกจูบที่ไหน”
“ริมฝีปากข้าไงล่ะ” แชยอนตอบอย่างภาคภูมิใจ ก็ผายปอดก็ต้องแตะที่ปากสิ
“ถ้า อย่างนั้นก็โม้เห็นๆ เพราะท่านยูชอนไม่เคยจุมพิตใครที่ปาก ข้าเคยได้ยินพวกมนุษย์ที่ถูกท่านยูชอนกินเลือดโจษจันกันว่า พวกนางจะได้รับจุมพิตจากท่านยูชอนเป็นการปลอบใจที่คอ และรอยนั้นก็จะไม่จางหายไปง่ายๆมันจะติดอยู่จนกว่ารอยเขี้ยวจะหายไป”
สิ้น เสียงอธิบาย หลายคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยว่าเคยได้ยินมาอย่างนั้น ในขณะที่แชยอนเริ่มเหงื่อตกเพราะตัวเองโกหกไปตั้งเยอะ กำลังคิดหาทางเอาตัวรอดอยู่ ผิดกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้ค่อยๆถอยหลังออกจากลุ่มไปเงียบๆ มือบางขยับปกเสื้อให้ตั้งขึ้นอีกหน่อย เหมือนกำลังปิดร่องรอยอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้ใครเห็น เสียงถกเถียงยังดังเซ็งแซ่ไปหมด ทำให้ไม่มีใครหันมาสนใจอาการผิดปกติของคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้เร้นกายออกจากกลุ่มไปเรียบร้อยแล้ว
“มิน่า ถึงไม่หายสักที ไอ้เราก็คิดอยู่นานว่าไปโดนอะไรมา ข้าไม่มีรอยเขี้ยวเจ้า แล้วไอ้รอยบ้าๆนี่มันจะหายไปได้ยังไง ฮึ่ย~ ปาร์คยูชอน เจ้าทำข้าลำบากอีกแล้ว” คนตัวเล็กได้แต่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาต้องอดทนใส่เสื้อปิดคอมาตลอด ดีนะที่เป็นช่วงอากาศเริ่มหนาวจึงไม่มีใครสงสัย
“ฮัดเช่ย!!!” ยูชอนจามดังลั่นห้องทำงาน ชางมินที่กำลังง่วนอยู่กับตำราปรุงยาเงยหน้าขึ้นมอง
“เป็น หวัดเหรอท่านพี่ ข้าบอกแล้วว่าจะไปเจาะเลือดสาวๆให้ใส่เสื้อผ้าหนาๆหน่อย” ชางมินจิ๊ปากอย่างขัดใจ ก่อนจะลุกไปหยิบยามาให้คนเป็นพี่ แต่เสียงทุ้มขัดไว้ก่อน
“ข้าไม่ได้เป็นหวัด เจ้าเลิกเอายามาเทใส่ปากข้าสักทีได้ไหม ช่วงนี้ข้ากินยาจนหน้าจะเป็นดอกลิลลี่อยู่แล้ว” ร่างโปร่งบ่นอย่างหงุดหงิด ตั้งแต่วันนั้นมา เขาก็ไปทำพิธีทุกคืนวันเพ็ญเพราะช่วงนี้ทุกอย่างดูเงียบสงบไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ไอ้หมอเถื่อนนี่ก็ยังไงกรอกยาเขาอยู่ทุกวัน
“ช่วยไม่ได้ พี่ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ ข้าก็ต้องบำรุงหน่อยสิ จนกว่าพี่จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม” ชางมินกลับมานั่งลงตามเดิม
“แล้วก็เลิกเฝ้าข้าสักทีได้ไหม ข้าบอกแล้วว่าไม่เป็นอะไร”
“ข้าเฝ้าที่ไหน ข้าก็อ่านหนังสือของข้า พี่จะทำงานพี่ก็ทำไปสิ” ชางมินคว้าหนังสือมาอ่านตามเดิมไม่สนใจท่าทีฟึดฟัดของพี่ชาย
“นี่ ไม่ได้เฝ้าเลยจะ ขนาดข้าจะไปกินเลือดพวกเจ้าสองพี่น้องยังตามไปตลอด ถ้าไม่เรียกว่าเฝ้าจะให้เรียกว่าอะไร” ยูชอนหันไปค่อนขอดคนเป็นน้อง
“ก็เรียกว่าอารักขาไง ท่านราชาปีศาจ” ยุนโฮที่เพิ่งเดินเข้ามาเป็นคนตอบ
“ยังไม่ได้เป็น ไม่ต้องอารักขาก็ได้มั้งท่านหัวหน้าองค์รักษ์” ยูชอนตอบยียวนกวนประสาทกลับไปเหมือนกัน
“ถ้าเจ้ายังไม่ได้เป็น ข้าก็ยังไม่ได้เป็นเหมือนกัน เอาน่ายูชอน พวกข้าตามไปดูเพราะห่วงเจ้านะ” ยุนโฮเดินเข้ามานั่งข้างๆชางมิน
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเป็นห่วง แต่ตามขนาดนี้ข้าอึดอัด”
“ไว้รับตำแหน่งจะมีคนตามเป็นพรวนยิ่งกว่านี้” ยุนโฮพูดยิ้มๆ
“พอเลย เจ้าไม่ต้องคิดที่จะเอาองค์รักษ์มาตามข้าเป็นพรวน ข้าเป็นราชาปีศาจ ไม่ใช่เด็กๆ จะได้ต้องมีคนคอยตามรับใช้”
“ไม่ ได้ ตั้งแต่นี้เจ้าต้องมีคนคอยตาม ข้าไม่ไว้ใจพวกหมาป่ามันอาจซุ่มเล่นงานเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อีกอย่าง ข้าก็ไม่ไว้ใจอาการของเจ้าด้วย” ยุนโฮพูด
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว นี่ไง ข้าแข็งแรงจะตาย” ยูชอนพูดพร้อมเบ่งกล้ามให้ดูประกอบคำยืนยัน
“ถ้า ไม่ให้พวกนั้นตาม ข้าจะไปตามเจ้าเอง” ยุนโฮขู่ ยูชอนรีบสะบัดหน้าเร็วๆ เพราะเข็ดขยาดการคุ้มกันของยุนโฮ เล่นไม่ให้เขาทำอะไรเลยสักอย่าง ทำเองหมด นี่ถ้าแบกเขาขึ้นไหล่อย่างเด็กๆได้คงทำไปแล้ว
“งั้นข้าไปเอง เผื่อพี่เป็นอะไรข้าจะได้รักษาได้ทัน” ชางมินเสนอ ยูชอนยิ่งสะบัดหน้าเร็วเป็นสองเท่า การถูกยุนโฮคุมว่าแย่แล้ว แต่ก็เทียบไม่ได้กับการถูกชางมินคุม หมอนี่เล่นจะกรอกยาเขาทุกๆ2ชั่วโมง เวลาออกไปข้างนอก
“พอเถอะ ข้าไม่เป็นไรจริง เอางี้ ถ้าข้าไม่ไหวข้าจะบอกพวกเจ้า ตกลงไหม” ยูชอนเสนอ
“พี่ก็พูดอย่างนี้ทั้งปี” ชางมินบ่น
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องเถียงกัน ถ้าเจ้าไม่อยากให้เราตามก็ได้ พวกข้าจะไม่ตาม” ยุนโฮเป็นคนยุติเรื่องทั้งหมด
“รวมทั้งทหารของเจ้าด้วย” ยูชอนรีบเสริม
“ได้ แต่ต้องแลกกับเจ้าต้องกินยาที่ชางมินปรุงทุกวัน เพื่อไม่ให้อาการกำเริบ” ยูชอนทำหน้าเบ้ แต่สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง เพราะกินยาชางมินปรุงยังดีกว่ามีลูกเห็บเดินตามเป็นพรวน
“เออ ใกล้วันงานราชาภิเษกแล้ว เจ้าจะให้ข้าออกเทียบเชิญราชาหมาป่ามาไหม” ยุนโฮกลับเข้าเรื่องงานทันที
“เชิญสิ”
“จะไปลากพวกมันมาทำไมล่ะพี่ เดี๋ยวก็มาก่อความวุ่ยวายอีกหรอก” ชางมินค้านอย่างไม่เห็นด้วย
“ไม่ หรอก พวกมันไม่กล้าทำอะไรแน่ ข้าเชื่อว่าหมาลอบกัดอย่างพวกมันไม่ทำอะไรตรงๆอยู่แล้ว อีกอย่างให้พวกมันอยู่ในสายตาเรา ดีกว่าให้มันไปหลบซุ่มทำเรื่องชั่วๆลับหลัง” ยูชอนพูด
“เอางั้นก็ได้ ข้าจะให้คนคอยตามประกบพวกมันด้วยแล้วกัน จะได้ไม่มีปัญหา” ยุนโฮเสนอ
“ก็ ดี กันไว้ดีกว่าแก้ ว่าแต่วันนี้ไม่ต้องตามข้าตอนไปหาเลือดอีกนะ ยกโขยงกันไปขนาดนี้สาวๆข้าตกใจหมด” ยูชอนหันมาสั่งลูกพี่ลูกน้องตัวเอง
“กลัวสาวหาย หรือจะแอบไปหาคุณหนูคิมคนเล็กกันแน่ ถ้าไปเยอะมันก็เกะกะใช่ไหม” ชางมินดักคอ
“ใครจะไปหาเจ้าเด็กนั่น ไม่โผล่มาให้เจอน่ะดีแล้ว จะได้ไม่มีคนมาขัดคอข้าเวลาเจาะคอสาวๆ”
“ให้มันจริงเถอะ ว่าแต่ข้าไม่ค่อยเห็นจุนซูมาตรวจแถวปราสาทอีกเลย หลายเดือนแล้วนะ”
“นั่นสิ ข้าเองก็ไม่เห็นเหมือนกัน” ยุนโฮตอบ
แม้ แต่ร่างโปร่งเองก็คิดเช่นนั้น เขาเองก็คิดว่ามันออกจะแปลกไปสักหน่อย เพราะหลังจากคืนนั้น เขาคิดว่าจุนซูน่าจะมาโวยวายเรื่องที่เขาทำเอาไว้ แต่นี่เงียบ ไม่ออกมาให้เห็น หลบหน้าหลบตา เอ~ หรือว่าคืนนั้นข้าไม่ได้เผลอทำอย่างทุกทีที่ทำกับคนอื่น มันก็เลยไม่เป็นรอย เจ้าเด็กนั่นก็เลยไม่มาโวย ยูชอนคิดวนไปวนมาหลายรอบ จนกระทั่งได้ยินเสียงน้องชายตะโกนข้างๆหู
“พี่ยูชอน” ชางมินตะโกนเสียงดัง
“อะไร ทำไมต้องตะโกนด้วยอยู่กันแค่นี้เอง” ยูชอนพูด
“ข้าเรียกพี่ตั้งนานแล้วพี่ไม่ได้ยินนี่ ข้าก็เลยต้องลองตะโกน มัวเหม่ออะไรอยู่ คิดถึงคุณหนูคนเล็กเหรอ” ชางมินแซว
“บ้าน่า ข้าจะไปคิดถึงเขาทำไม แล้วเรียกข้ามีเรื่องอะไร”
“เปล่า หรอก ข้าเห็นพี่เหม่อๆน่ะ ข้าก็เลยลองเรียกดูเท่านั้น” ชางมินพูดยิ้มๆ เพราะเขารู้ดีว่าพี่ชายเขาคิดยังไงกับคุณหนูคิมคนเล็ก แต่เจ้าตัวมักจะหาเหตุเฉไฉไปเรื่อย
“ไม่เอาแล้ว ข้าไปข้างนอกดีกว่า ยุนโฮ ฝากเจ้าทำงานพวกนี้ต่อด้วยนะ” ยูชอนชี้ไปที่กองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปไม่ฟังเสียงใครทั้งสิ้น
“เฮ้~ ข้ายังมีงานอื่นให้ทำอีกนะ ยูชอน ยูชอน” ยุนโฮตะโกนเรียก แต่ร่างโปร่งก็ไม่หยุด รีบเดินหนีไปจากตรงนั้นเร็วกว่าเก่า ยุนโฮปรายตาไปมองตัวต้นเหตุ
“ชางมิน เจ้าทำงานพวกนั้นด้วยแล้วกัน”
“หา!! ทำไมมาโยนให้ข้าล่ะ” ชางมินโวยวายทันที
“ก็ เพราะเจ้าไปไล่ต้อนเขาเรื่องจุนซูไง หมอนั่นเลยหนีไป ทิ้งงานเอาไว้เนี่ย จัดการให้เสร็จซะด้วย” พูดจบก็รีบออกไปจากห้องอีกคน ทิ้งให้น้องเล็กนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่คนเดียว
คนตัวเล็กที่ แยกออกมาจากลุ่มเม้าท์กลุ่มใหญ่ของเพื่อนๆปีศาจ รีบมุ่งหน้ากลับบ้านทันที ไม่รอให้รถมาที่ปราสาทมารับเหมือนทุกวัน ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังคิดว่าเขาจะต้องไปเล่นงานตัวการที่ทำให้เกิดรอยหน้าอาย นี่ที่คอเขา ทันทีที่เท้าเล็กๆเลี้ยวตรงทางแยกก็พบกับร่างโปร่งกำลังควบม้าออกมาพอดี ยูชอนหยุดม้าหันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่เขาไม่ได้เห็นมาหลายเดือน แต่วันนี้ใบหน้าน่ารักกำลังบูดบึ้งแบบสุดๆ
“เป็นอะไรไปจุนซู กินเลือดเทียมบูดมาหรือไง ข้าก็บอกแล้วว่าอย่าไปกินมันเลย” ยูชอนทัก
“ปาร์คยูชอน ลงมาจากม้าเดี๋ยวนี้” จุนซูตะโกน
“ทำไม มีเรื่องอะไรจะพูดกับข้าหรือไง”
“ข้า บอกให้ลงมาก็ลงมาสิ” จุนซูสั่ง ยูชอนโคลงศีรษะไปมาแต่ก็ยอมลงมาโดยดี ทันทีที่ร่างโปร่งลงมาจากม้า จุนซูก็รีบเข้าไปลากคนตัวโตกว่าหลบมุมเข้าไปในชายป่าใกล้ๆเพื่อเข้าไปในที่ ลับตาคน เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เขากำลังจะพูด
“ลากข้าเข้ามาทำไม จะขืนใจข้าเหรอ” ยูชอนทำท่าหวาดกลัวประกอบ แต่คนตัวเล็กกลับสะบัดมือที่จับจูงมาเมื่อกี้แรงๆด้วยความหมั่นไส้
“ใครจะไปบ้าเหมือนเจ้า วันๆไม่ทำอะไรคิดแต่จะลวนลามคนอื่น”
“คนอื่น หมายถึงใคร ข้าไม่เคยลวนลามใครเลยนะ” ยูชอนตีหน้าซื่อ แต่หน้าตาแบบนั้นกลับกระตุ้นอารมณ์หงุดหงิดของคนตัวเล็กได้อย่างดี
“ยังจะมีหน้ามาพูด ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าเที่ยวฝากรอยน่าอายเอาไว้ทั่ว”
“รอยน่าอาย รอยอะไรล่ะ” ยูชอนเริ่มงง นี่เจ้าตัวเล็กไปโมโหอะไรมาอีกล่ะเนี่ย
“ก็ รอยนี่ไง” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็ดึงคอเสื้อให้ต่ำลง เผยให้เห็นผิวขาวใสบริเวณลำคอ ยูชอนกวาดสายตามอง ก็เห็นรอยสีแดงเรื่อๆแถวๆช่วงรอยต่อระหว่างลำคอระหงส์กับเนินไหล่ของคนตัว เล็ก
“เจ้าหมายถึงรอยจูบของข้าน่ะเหรอ” ยูชอนเอ่ยยิ้มๆ
“ใช่ ไหนตอนแรกเจ้าบอกว่าไม่มีไง แล้วนี่อะไร” คนตัวเล็กชี้ไปที่คอ
“ความจริงมันก็น่าจะขึ้นตั้งนานแล้วนะ ถ้านับจากวันที่เจ้าถูกข้าจูบน่ะ”
“ไม่ ต้องย้ำนักได้ไหม” เพราะตอนนี้เขารู้สึกร้อนๆที่บริเวณใบหน้าทุกครั้งที่คนตัวโตพูดเรื่องจูบ ยูชอนยิ้ม เพราะเริ่มสังเกตสีเรื่อๆที่เริ่มซับสีบนแก้มของเจ้าตัวเล็ก
“ก็ได้ ว่าแต่ทำไมเจ้าเพิ่งมาโวยวายเอาวันนี้ล่ะ”
“ก็ข้าเพิ่งรู้ว่ามันเป็นอะไรนี่” คนตัวเล็กตอบ ร่างโปร่งพยักหน้าเข้าใจ เพราะอย่างนี้เองถึงไม่วิ่งมาถล่มเขาตั้งแต่หลายเดือนก่อน
“ใครบอกเจ้าล่ะ หรือเจ้าเอารอยนี่ไปอวดใครเขาถึงได้บอกเจ้ามา”
“ใครจะไปทำอย่างนั้น ข้าไม่ใช่พวกคลั่งไคล้เจ้านี่จะได้เที่ยวเอาไปอวดใครๆว่าโดนเจ้าลวนลาม” คนตัวเล็กสะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง
“ใคร ล่ะ ที่เจ้าว่าน่ะ” ยูชอนเลิกคิ้วถาม เขาก็เคยได้ยินมาบ้างว่ามีการเอารอยเขี้ยวที่เขากัดไปอวดคนอื่น แต่นั่นมันพวกมนุษย์นี่ เขาไม่เคยกัดปีศาจด้วยกันมาก่อน จะมีก็แต่เผลอจูบเจ้าตัวเล็กไปก็เท่านั้น
“ก็แชยอนไง”
“แชยอนไหน ข้าไม่เห็นรู้จัก” คนตัวเล็กหันกลับมาหาจอมเจ้าชู้
“นี่แสดงว่าเที่ยวไปจูบใครเขาไปทั่วจนจำไม่ได้เลยใช่ไหม” ใบหน้าน่ารักยิ่งบูดบึ้งยิ่งกว่าเดิม
“เดี๋ยวๆ เจ้าก็อธิบายให้มันกระจ่างหน่อยสิ ข้าจะไปจำได้ยังไงว่าข้าจูบใครไปบ้าง ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ก็ต้องมีสาวๆมาติดพันข้าบ้างแหละ” ยูชอนเอนตัวพิงต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ จู่ๆเจ้าตัวเล็กก็ตามมาให้เขายั่วโมโหถึงที่เลยแหะ
“ข้าหมายถึงแชยอน ปีศาจเมดูซ่าเพื่อนร่วมชั้นของข้าไง”
“อ๋อ แชยอน เขายังไม่บรรลุนิติภาวะข้าจะไปจูบเขาได้ยังไงล่ะ”
“ก็เขาบอก ประกาศทั่วห้องวันนี้ ข้าก็เลยรู้ว่า รอยนี่เพราะเจ้าเป็นคนทำมันขึ้นมาด้วย”
“แชยอนๆ” ร่างโปร่งทำท่านึก ไม่สนใจท่าทีหงุดหงิดของเจ้าตัวเล็ก
“คิด ออกแล้ว เด็กผู้หญิงที่จมน้ำนี่เอง เฮ้อ~ จุนซู อย่างนั้นเขาไม่เรียกว่าจูบ เขาเรียกว่าผายปอด ข้าแค่ผายปอดให้เท่านั้นเอง” ร่างโปร่งพูดขณะเดินเข้ามาใกล้เจ้าตัวเล็ก
“แล้ว มันต่างกันตรงไหน ปากแตะปากอยู่ดีนั่นแหละ แต่ข้าไม่ได้มาพูดเรื่องนี้ เจ้าจะจูบหรือไม่จูบก็เรื่องของเจ้าไม่ใช่เรื่องของข้า” จุนซูเริ่มขยับถอยหลัง เมื่อเห็นว่าราชาแวมไพร์รูปหล่อกำลังค่อยๆเคลื่อนกายเข้ามาใกล้เขามากเกินไป
“งั้นเจ้ามาด้วยเรื่องอะไรล่ะ” ยูชอนถาม แต่ก็ยังไม่หยุดเดินเข้าหาคนตัวเล็ก
“ข้าต้องการให้เจ้าลบรอยนี่ออกซะ ข้าไม่มีรอยเขี้ยวของเจ้ามันถึงไม่หายสักที” จุนซูพูดแต่เท้าเล็กๆของเขาก็ยังคงเดินถอยหลังต่อไป
“นั่น สินะ ทุกทีมันจะหายไปพร้อมรอยเขี้ยว เพราะข้าลงอาคมรักษาเอาไว้ ไม่อยากให้คอผู้มีพระคุณต้องมีแผลเป็น มันเลยจะหายไปพร้อมกัน แต่สำหรับเจ้า มันไม่ได้ไปรักษารอยแผลที่ไหน ก็เลยยังไม่หายสักทีไงล่ะ”
“งั้น เจ้าก็ถอนอาคมออกสิ มันจะได้หาย” คนตัวเล็กยังคงเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ แต่คราวนี้ถอยไปได้ไม่ไกล แขนแข็งแรงก็เอื้อมมาคว้าเอวรั้งเข้ามาชิดร่างโปร่งซะก่อน
“ปล่อยข้านะ จะทำอะไรน่ะ” จุนซูดิ้นขลุกขลัก เพื่อจะได้หลุดจากพันธนาการของร่างโปร่ง
“จะให้ข้าถอนอาคมไหมล่ะ” ยูชอนพูด มือเรียวรวบมือเล็กๆสองข้างที่กำลังพยายามแกะแขนของเขาออกจากเอว
“ก็ถอนซะสิ มัวชักช้าอยู่ทำไม”
“เจ้าก็หยุดดิ้นก่อนสิ มัวแต่ดิ้นเดี๋ยวไม่ถูกรอยเดิมเจ้าจะได้รอยใหม่กลับไปอวดพี่ชายนะ” ได้ผล คนตัวเล็กหยุดดิ้นทันที
“เจ้าก็ปล่อยข้าสิ แค่จะถอนอาคามไม่เห็นต้องกอดข้าไว้เลย”
“บังเอิญ ว่า วิธีถอนมันต้องทำเหมือนตอนที่ประทับอาคมน่ะ ถ้าไม่กอดเจ้าไว้ ข้าก็ทำไม่ถนัดน่ะสิ” สิ้นเสียงของยูชอน คนตัวเล็กตาโตขึ้นมาทันที นี่ไม่เท่ากับว่าเขาเดินมาให้หมอนี่ลวนลามซ้ำหรือไง
“หยุดๆๆ ไม่เอาแล้ว ช่างมัน ปล่อยไว้อย่างนี้แหละเดี๋ยวมันก็หาย มันเริ่มจางแล้วด้วย” จุนซูร้องห้ามเสียงหลง
“ทำไมล่ะ ไหนเจ้าบอกว่าอยากให้มันหายเร็วๆไม่ใช่เหรอ นี่ไง ข้ากำลังจะถอนอาคมให้อยู่เนี่ย” ยูชอนอมยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะ”
“เอาน่า ข้าทำอะไรแล้วรับผิดชอบ อยู่นิ่งๆนะ”
พูด จบใบหน้าคมก็ก้มลงไปประทับริมฝีปากอิ่มที่คอขาวผ่องทันที ไม่สนใจคำประท้วงของคนตัวเล็กอีก ทันทีที่รู้สึกถึงความร้อนผ่าวบริเวณลำคอ คนตัวเล็กก็นิ่งเหมือนโดนสาป ยูชอนอมยิ้มน้อยๆกับความไร้เดียงสาของเจ้าตัวเล็ก ริมฝีปากอิ่มค่อยๆไล้ไปเรื่อยๆ จนทั่วบริเวณลำคอขาวผ่อง ทั้งๆที่มันมีรอยอยู่แค่ที่เดียว และไม่ต้องใช้ริมฝีปากของเขาถอนอาคมก็ได้ แค่ใช้มือลูบเบาๆมันก็หายเหมือนกัน สักพักใบหน้าคมก็ละจากลำคอขาวผ่องของเจ้าตัวเล็ก หันมาเผชิญหน้ากับคนน่ารักที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว
“หายแล้วใช่ไหม”
“อืม~ รับรองว่าคราวนี้ไม่มีรอยให้เจ้าเอาไปอวดใครได้หรอก” จุนซูตวัดตาขึ้นมองใบหน้าล่อเหลาอย่างอาฆาต
“เสร็จแล้วก็ปล่อยข้าสิ ข้าจะได้กลับบ้าน” จุนซูเริ่มดิ้น แต่แขนแข็งแรงก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น
“หายใจไม่ออก ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
“อย่าเพิ่งไปสิ ข้ายังไม่ได้แก้ตัวเรื่องจูบกับเมดูซ่าเพื่อนเจ้าเลยนะ”
“ข้าไม่อยากรู้”
“แต่ข้าอยากบอกนี่”
“เจ้าจะจูบกับใครมันก็เรื่องของเจ้า” คนตัวเล็กยังดิ้นต่อ
“ก็เจ้าเข้าใจผิดนี่ แบบนั้นเขาไม่เรียกว่าจูบนะ” ยูชอนจับคนตัวเล็กให้อยู่นิ่งๆ
“จะแบบไหนก็ช่าง ข้าไม่สน”
“แต่ ข้าสนนี่ เดี๋ยวเจ้าจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ เหมือนรอยนี่ไง กว่าจะรู้ว่าเป็นเพราะข้ายังใช้เวลาตั้งหลายเดือน เผื่อบังเอิญไปถูกใครเขาผายปอดจะได้ไม่ไปเที่ยวบอกใครว่าถูกเขาจูบ”
“ไม่ ข้าไม่อยากรู้”
“แต่ข้าอยากสอนนี่”
มือ เรียวจับปลายคางมนบิดเบาๆให้หันกลับมาหา ก่อนที่ใบหน้าคมจะก้มลงไปทาบริมฝีปากร้อนกับกลีบปากบางของคนตัวเล็ก บดหนักๆให้ริมฝีปากคนตัวเล็กเผยอออกจากกัน ก่อนจะส่งลิ้นหนาเข้าไปกวาดความหอมหวานจากโพรงปากของคนตัวเล็ก เล่นเอาจุนซูหมดเรี่ยวแรง เพราะไม่เคยถูกรุกรานแบบนี้มาก่อน ยูชอนถอนริมฝีปากออกมา ยกยิ้มน้อยๆ กระซิบเบาๆที่ข้างหูของเจ้าตัวเล็ก
“อย่าง นี้ต่างหากที่เขาเรียกว่าจูบ อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ขืนยังทำตัวเกเรชอบยั่วโมโหข้า เจ้าจะโดนหนักกว่านี้” ก่อนจะปล่อยร่างเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้หมดเรี่ยวแรงจะต้านทาน เดินออกจากชายป่าไป แต่เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ยูชอนก็ต้องเบี่ยงตัวหลบลูกไฟขนาดย่อมที่พุ่งมากจากด้านหลัง
“ถ้าเจ้าทำแบบนี้อีก คราวหน้าข้าจะเผาไม่ให้เหลือซากเลย” จุนซูเค้นเสียงตะโกนด้วยความโกรธ
“คิด ว่ามันจะทำอะไรข้าได้งั้นเหรอ ลูกไฟของเจ้าเนี่ย” จุนซูปาลูกไฟสองลูกเข้าใส่ร่างโปร่งด้วยความแค้น แต่ก็ถูกมือเรียวปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี
“ข้าบอกแล้วไงว่ามันทำอะไร ข้าไม่ได้ กลับไปคิดหาวิธีเล่นงานข้าใหม่ดีกว่าเจ้าตัวเล็ก” ยูชอนหัวเราะ ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้น ขึ้นม้ามุ่งหน้ากลับปราสาทไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้จุนซู ยืนฮึดฮัดอยู่ตรงนั้นคนเดียว
“คอยดู ข้าจะต้องเล่นงานเจ้าให้ได้ ปาร์คยูชอน”
%%%%%%%
TBC



วิธีลบรอย
งื้ออออออออออออออ
#1 By jeja (202.139.223.18) on 2010-03-21 15:20