[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 4
posted on 21 Mar 2010 01:25 by kameryuichi in emergency
Part 4
ยูชอนลุกขึ้นมาจากเตียงนอน สวมกางเกงและเสื้อเชิ้ตลวกๆ ติดกระดุม2-3เม็ด คว้าเสื้อสูทพาดบ่าข้างนึง มือข้างที่เหลือเสยผมที่เริ่มยาวระเลื้อยไปที่ต้นคอให้เข้าที่อย่างลวกๆ สาวเท้าก้าวออกจากห้องในโรงแรมไป ไม่หันไปลาหรือบอกกล่าวอะไรกับสาวน้อยที่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง เพราะเพิ่งผ่านเกมสวาทมาสดๆร้อนๆ มือเรียวกดรีโมทปลดล็อครถสปอร์ตสีแดงคู่ใจ เปิดประตูเข้าไปในนั่งถอนใจพิงเบาะรถรู้สึกเหมือนมีอะไรที่รบกวนใจอยู่ หรืออาจเป็นเพราะเจอกับอริก็เป็นได้ ตาคมเหลือบไปมองนาฬิกาข้อมือสุดหรูของตัวเอง เข็มสั้นชี้ไปที่เลข3 บอกเวลาย่างเข้าวันใหม่ มือเรียวล้วงกระเป๋าหยิบเครื่องมือสื่อสารเล็กบางรุ่นใหม่ล่าสุด ขึ้นมาไล่เบอร์ที่ต้องการ พร้อมกดปุ่มโทรออก รอฟังเสียงอีกฝ่ายตอบรับอยู่เงียบๆ
“ฮัลโหล” เสียงหวานที่ติดจะแหบดังเข้ามากระทบประสาทการรับรู้ของเขา
“....”
“ฮัลโหล ใครครับ ถ้าไม่พูดผมจะวางแล้วนะครับ”
“ยัง ไม่นอนอีกเหรอคุณเลขา” เสียงทุ้มๆดังผ่านมาตามสาย จุนซูดึงโทรศัพท์ออกจากหูตัวเองมองดูเบอร์อีกทีด้วยความสงสัย คุณเจ้านายเหรอเนี่ย โทรมาทำไมลางดึกกลางดื่น นี่มันตี3เข้าไปแล้วนะ
“ว่าไงคุณเลขา ผมพูดแล้วทำไมคุณถึงเงียบแทนล่ะ”
“ยัง จะนอนได้ไง ผมยังอ่านเอกสารสำหรับประชุมพรุ่งนี้อยู่เลย” จุนซูตอบเสียงค่อนข้างห้วน ก็เพราะใครล่ะทำให้เขายังไม่ได้นอน ทั้งที่ง่วงจะแย่
“ขยันจริงนะ ป่านนี้แล้วยังอ่านอยู่เลย”
“จะ โทรมากวนประสาทกันหรือไง ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมจะได้อ่านต่อ พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า ผมไม่อยากเข้าไปนั่งเอ๋อในห้องประชุม” ยูชอนยิ้มบางๆให้กับคำตอบของคนตัวเล็ก
“ผมยังไม่ได้นอนเพิ่งออกมาจากคลับ เลยอยากรู้ว่ามีใครยังตื่นเหมือนกันบ้างไหม เลยโทรหาคุณ ปกติคุณนอนดึกอย่างนี้เสมอเหรอ”
“ใคร มันจะไปเหมือนคุณกัน ปกติผมคงไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว ถ้าไม่ใช่เคลียร์งานไม่ทัน แล้วเจ้านายจอมโหดยังโยนงานให้กองเบ้อเริ่ม แถมเป็นต้องจราจรห้ามสาวๆอีก” จุนซูพูดเสียงฮึดฮัด
“เหนื่อยมากไหมล่ะ”
“มาก ถามทำไม”
“เปล่า แค่ถามดูเฉยๆ เตรียมตัวไว้เถอะ วันต่อๆไปอาจจะมีคนให้คุณห้ามเพิ่มอีกเยอะ”
“หา อย่าบอกจะว่าคุณไปหาคนใหม่มาเพิ่มอีก” จุนซูตะโกนดังลั่น ยูชอนหัวเราะกับท่าทีประสาทเสียของคุณเลขา
“คุณไปอ่านเอกสารของคุณต่อเถอะ ผมไม่กวนแล้ว ฝันดีนะครับที่รัก ปิ๊บ~”
ไม่ รอคำตอบ เพราะคาดได้อยู่แล้วว่าต้องด่าแน่ๆ ยูชอนหัวเราะเบาๆ แปลกจริงๆ เมื่อกี้ตอนออกมาจากห้องเขายังรู้สึกอารมณ์เหวี่ยงๆอยู่เลย แค่ได้ยินเสียงเจ้านี่เท่านั้นกลับอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น สงสัยต้องใช้บริการบ่อยๆตอนอารมณ์ไม่ดีล่ะมั้งเนี่ย มือเรียวบิดกุญแจสตาร์ทรถ ขับออกไปจากลานจอดรถของโรงแรมมุ่งกลับบ้านไปด้วยอารมณ์ดีสุดๆ ผิดกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้ยังนั่งด่าโทรศัพท์ไม่เลิก
“ไอ้เจ้านาย บ้า โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย ตี3ยังจะโทรมากวนประสาทกันอีก นี่จะเอาให้ตายกันไปข้างนึงเลยใช่ไหม ถ้าไม่ติดว่าจะปรับครั้งละแสน พ่อจะปล่อยให้รถไฟชนกันสัก3ขบวน เอาให้โดนฉีกเป็นชิ้นๆไปเลย ฮึ~ ว่าแต่ไปเอาเบอร์เรามาจากไหนเนี่ย” จุนซูนั่งคิดอยู่นาน แต่สักพักก็เลิกคิดเพราะตอนนี้ข้างหน้ายังมีเอกสารอีก2แฟ้มใหญ่ๆ เลยต้องตั้งหน้าตั้งตาอ่านต่อไปอย่างช่วยไม่ได้
“ฮ้าว~ ง่วงจังเลย อ่านจบสักที กี่โมงแล้วเนี่ย” จุนซูเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารแฟ้มสุดท้าย มือบางปิดแฟ้มบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน หันไปมองนาฬิกาจากที่กำลังง่วงได้ที่ กลายเป็นตกใจตาโตขึ้นมาทันที เพราะตอนนี้นาฬิกาดิจิตอลรูปมิกกี้เม้าท์ของเขาบอกเวลา 7โมงเช้า มิน่าถึงมีแสงลอดมาจากผ้าม่านด้วย
“หา~ เช้าแล้วเหรอเนี่ย โธ่ที่นอนที่รัก วันนี้เราคงไม่ได้รักกันซะแล้ว ฮึ่ย~ ไอ้เจ้านายบ้า ถ้าไม่โทรมากวนตอนตีสามก็อ่านเสร็จไปแล้ว” คนตัวเล็กได้แต่บ่นพึมๆคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำ งาน
“อ้าวจุนซู ตื่นแต่เช้าเชียว ทุกทีถ้าไม่ 8โมงไม่ลุกนี่นา” แจจุงทักน้องชายด้วยความสงสัย
“ใคร ว่าตื่นเล่าพี่ ยังไม่ได้นอนต่างหาก” จุนซูหอบเอกสารเต็มสองมือ ลากสังขารลงมาจากชั้นสองด้วยความยากลำบาก เพราะตาเรียวเล็กมันพลอยจะติดกันอยู่ร่ำไป
“โห~ นี่ขยันขนาดนี้เลยเหรอ ไม่น่าเชื่อ”
“ไม่ ได้ขยัน วันนี้มีประชุม เจ้านายบอกว่าต้องอ่านเจ้าพวกนี้ให้หมด ฮ้าว~พี่แจ ขอกาแฟดำขมปี๋หน่อยสิ เอาแบบคาเฟอีนเต็มพิกัดเลยนะ ตามันจะปิดอ่ะ”
“กาแฟดำก็เอาไม่อยู่แล้วมั้ง พี่ว่าโทรไปลาดีกว่านะ ยังไงก็คงทำงานไม่ไหวหรอก”
“ไม่ ได้ๆ เพิ่งจะทำงานมาสองวัน ยังไม่ทันผ่านโปรลาแล้วเหรอ ไม่ๆๆ ยังไงก็ต้องไป ขอกาแฟกินไปก่อนแก้วนึงแล้วกัน พอไปถึงที่ทำงานค่อยกินอีกแก้ว”
“เอางั้นก็ได้” แจจุงเดินไปชงกาแฟดำปี๋ตามรีเควสจากคนตัวเล็ก
“อ่ะ”
“ขอบคุณครับ” จุนซูเป่ากาแฟพออุ่น ก่อนจะยกซดรวดเดียวหมด
“อื้ม วันนี้พี่ก็ตื่นเช้าเหมือนกันนี่ มีงานเร่งเหรอ”
“ก็นิดหน่อย ว่าแต่เราเถอะ ไหวแน่นะ”
“ไหวๆ ไม่ต้องห่วงนะ อ๊ะ จะ8โมงแล้ว จุนซูไปก่อนนะ เผื่อมีเวลาซดกาแฟได้อีกสัก 2-3แก้ว ไปนะ” จุนซูหอบเอกสารรีบเดินออกไปจากบ้านทันที เพื่อผจญกับชั่วโมงเร่งด่วน แจจุงได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ หันไปเก็บถ้วยชามที่น้องชายทิ้งเอาไว้ไปล้าง ก่อนที่จะออกไปทำงานเหมือนกัน
ช่วง โมงเร่งด่วนก็ยังคงเป็นชั่วโมงเร่งด่วนวันยังค่ำ แจงจุงพยายามเบียดแทรกผู้คนที่ล้นหลามจนแทบทะลักออกมาจากรถไฟใต้ดิน ร่างบางต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก กว่าจะออกมาได้ ตอนแรกนึกว่าจะลงไม่ทันซะแล้ว ดีนะที่ตัวเล็กกว่าผู้ชายธรรมดาเลยแทรกออกมาได้ง่ายหน่อย แถมยังต้องออกมายืนหอบอยู่ที่สถานี ก่อนจะเดินเข้าบริษัทที่อยู่ติดกับรถใต้ดิน
“พี่แจจุงหวัดดี” เสียงทักจากรุ่นน้องดังระงม มาตลอดทาง จนถึงที่นั่งประจำของเขา
“มาแต่เช้าเลยนะพี่” คิบอม ครีเอทีฟที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆยื่นหน้าเข้ามาทัก
“อืม เหนื่อยเป็นบ้า เบื่อวันศุกร์จริงๆ ข้างนอกรถติด ในรถไฟก็คนแน่น ฉันจะแบนเป็นกล้วยปิ้งอยู่แล้ว” คนสวยบ่นอุบอิบ
“อย่า เพิ่งบ่นพี่ ผมขอเตือนไว้ก่อน วันนี้งานเข้าแต่เช้า นางพญาเจ๊ฮีแกมารอใครก็ไม่รอยู่ตั้งแต่7โมงครึ่ง ตอนนี้กำลังเสียวๆกันอยู่เนี่ย”
“หา 7โมงครึ่ง แสดงว่าวันนี้องค์ลงอีกล่ะสิ อึ๋ย~ลงที่ใครล่ะ มาแต่เช้าขนาดนี้แสดงว่าต้องแรงแน่ ใครสะกิดต่อมเจ๊แกอ่ะ” แจจุงยื่นหน้าไปถามรุ่นน้อง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า คิบอมน้องรักหันหน้ากลับไปร่างสตอรี่บอร์ดเอาเป็นเอาตาย
“เฮ้ย!! ไอ้บอม บอกมาก่อนดิ๊ ไอ้นี่ยั่วให้อยากแล้วจากไป”
“อยากรู้จริงเหรอ” เสียงเย็นๆดังขึ้นข้างหลัง
“จริงสิ ใครจะโดนอ่ะ... “ ร่างบางหันหน้ากลับมาก็เจอกับบุคคลที่กำลังพูดถึงอยู่พอดี
“พี่ฮีซอล”
“ใช่ฉันเอง ฉันมารอแกตั้งแต่เช้าแล้วไอ้แจ” ฮีซอลยืนกอดอกทำหน้าเคร่งเครียด
“มีเรื่องอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่ายังไม่ได้ทำลูกค้าหลุดเลยนะ งานทุกที่ผมก็ดิวได้หมดแล้ว พี่มารอผมทำไมอ่ะ”
“เออ ได้ทุกที่เลย แต่ที่นี่พิเศษหน่อย ตามฉันมาที่ห้อง” ฮีซอลเดินนำแจงจุงเข้าที่ห้องทำงานส่วนตัว มือบางกำลังจะเปิดประตูเข้าไปแต่เหมือนนึกอะไรได้ หันควับมามองบรรดาลูกน้องที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่หูกางเป็นจานดาวเทียม
“แล้ว พวกแกก็ไม่ต้องมาแอบฟังนะ ถ้าฉันจับได้ว่าใครแอบฟัง พ่อจะหั่นเงินเดือนให้เหลือแค่ค่าจาจังมยอนเลย” เล่นออกพวกลูกน้องที่กำลังจะเตรียมสตาร์ทไปแอบฟังล่าถอยกันเป็นแถบ
“ไอ้แจ มาเร็วสิ มัวแต่เหม่ออะไรอยู่ได้” แจจุงรีบวิ่งตามนางพญาประจำบริษัทเข้าไปในห้องทันที
หลัง จากที่ปิดประตูห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว ฮีซอลก็เข้าไปนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่ง ถึงจะเป็นบริษัทโปรดักส์ชั่นเฮาส์เล็กๆ แต่บริษัทของเขาก็มีงานวิ่งเข้ามาหาไม่ได้ขาด เพราะเขาพยายามให้ลูกน้องทำงานมีคุณภาพและตรงใจกับเจ้าของงานที่สุด ทุกคนถึงได้พอใจในผลงานของบริษัทเขา และครั้งนี้ก็เหมือนกัน
“นั่งสิไอ้แจ ไหนแกรายงานมาสิว่าเมื่อวานไปพรีเซนต์งานได้เรื่องว่าไงบ้าง”
“อ๋อ งานโรงแรมของเครือชองกรุ๊ปเหรอพี่ ก็เรียบร้อยดีนี่ครับ” แจจุงตอบ
“แกแน่ใจนะว่าเรียบร้อย มีอะไรที่แกไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า” ฮีซอลหรี่ตามองอย่างที่ชอบทำประจำเวลาจับผิดลูกน้อง
“เอ่อ ไม่มีอะไรนี่ครับ ปกติดีทุกอย่าง” แจจุงเลี่ยง ก็หมอนั่นให้เวลาตั้ง3วัน นี่มันเพิ่งวันที่2เองนะ ขอเวลาคิดก่อนแล้วค่อยบอกพี่เขาดีกว่า
“แต่ ฉันว่าไม่นะ” แจจุงเริ่มเหงื่อตก ตอนนี้เขาเริ่มรู้แล้วว่าที่เจ๊แกเขาแหกขี้ตามาตั้งแต่เช้าเพราะอะไร คงจะเป็นเรื่องนี้แน่ๆเลย โอ้ย~ คนสวยอยากจะบร้า ใครคาบข่าวมาบอกฟะ
“เรื่องอะไรเหรอพี่ ผมไม่เห็นรู้เรื่อง”
“แกไม่ต้องมาแถ ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว ที่ประธานบอร์ดเขาต้องการเปลี่ยนตัวพรีเซนต์เตอร์น่ะ”
“รู้แล้วเหรอ” แจจุงทำเสียงอ่อยๆ
“ไม่ ต้องเลย แกคิดจะปิดฉันใช่ไหม หนอยแน่ไอ้แจ นี่แกเห็นว่าการเป็นคนโปรดของฉัน ทำยอดให้บริษัทได้เยอะกว่าคนอื่นแล้วฉันจะเส้นให้แกรึไง ไม่มีทางเฟ้ย เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว”
“โธ่พี่ แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะพี่ อยู่ดีๆจะให้เออีอย่างผมไปเป็นนายแบบ ผมทำเป็นซะที่ไหนเล่า”
“มันจะยากอะไร เขามีแอ๊คติ้งโค้ชให้ มีผู้กำกับไว้ให้ถาม แกมีหน้าที่ทำตามเขาบอกแค่เนี้ยะ ไม่เห็นจะยาก” ฮีซอลให้เหตุผล
“ไม่ยากเลยนะ แล้วพวกนางแบบนายแบบมืออาชีพมันยังต้องถ่ายกันเป็นวันเลย มือสมัครเล่นอย่างผมไม่ปาเข้าไปเป็นอาทิตย์เลยหรือไง”
“เป็นเดือนเขาก็ไม่ว่า”
“ใครอ่ะ ว่าแต่ใครเป็นคนคาบข่าวมาบอกพี่อ่ะเรื่องนี้ ผมยังไม่ได้บอกใครเลยด้วยซ้ำแม้แต่น้องชาย” แจจุงถามด้วยความสงสัย
“จะ มีใคร ไอ้ที่ฉันต้องแหกขี้ตามาบังคับแกให้ถ่ายก็เพราะประธานชองเขาสายตรงมาถึงฉัน น่ะสิ ว่าถ้าแกไม่ถ่าย เขาจะยกเลิกสัญญาที่ทำเอาไว้กับทางเราทุกอย่าง สัมปทานโฆษณาที่เราได้รับจากเครือชองกรุ๊ปเป็นอันจบ ฉันถึงต้องรีบมาขู่เข็ญแกนี่ไง”
“หา บังคับเลยเหรอ โห~ นอกจากใจดำแล้วยังเผด็จการอีกอ่ะ”
“แกไปทำอะไรให้เขาถูกใจวะ ไปสะกิดโดนต่อมเขารึไง”
“ไม่ ได้สะกิด แต่ชนเลยล่ะ ผมชนเขาที่ทางเดินน่ะ สงสัยจะโกรธ แถมผมยังขึ้นลิฟท์ผู้บริหารไปด้วย เรื่องแค่นี้โกรธถึงขนาดต้องแกล้งกันอย่างนี้เลยเหรอ” แจจุงทำท่าคิด ต้องเป็นเพราะเหตุผลนี้แน่ๆ
“เหรอ แค่เดินชนเนี่ยเขาแค้นฝังหุ่นขนาดนี้เชียว”
“ก็ คงจะอย่างนั้น เราจะทำยังไงดีอ่ะพี่ เขาคงไม่ได้อยากให้ผมไปเป็นจริงๆหรอก แค่อยากแกล้งอ่ะ ถ้าผมตกลงแล้วทำออกมาไม่ดีเขาก็ต้องด่าเราอีก ผมว่าเราอย่าไปรับมันเลย”
“อืมนั่นสิ”
“พี่เห็นด้วยกับผมใช่ไหม เดี๋ยวผมจะโทรไปบอกปฏิเสธกับฝ่ายโฆษณาของเขา” แจจุงรีบลุกขึ้นกำลังจะเดินไปที่ประตูแต่ก็ต้องชะงัก
“ใครว่า ฉันจะให้แกไปเป็นต่างหากล่ะ”
“หา!!! พี่จะบ้าหรือเปล่า ผมเนี่ยนะจะไปเป็น ถ้าเกิดทำออกมาไม่ดี เขาจะได้หาเรื่องปรับเราน่ะสิ”
“ไม่ปรับน่า ก็เขาบอกฉันเองว่าถ่ายนานเท่าไหร่ก็ได้ แคมเปญนี้จะถ่ายจนกว่าจะได้ภาพที่ดีที่สุด”
“เฮ้ย บ้าไปแล้ว ไม่เอาด้วยหรอก” แจจุงตะโกนดังลั่น
“ไม่บ้าหรอก ถึงแกจะไม่เห็นด้วย แต่ฉันก็ตอบตกลงเขาไปแล้วล่ะ”
“หา!!! นี่พี่ไม่รอถามผมก่อนเลยเหรอว่าจะเป็นไหม เล่นตัดสินใจอย่างนี้แล้วพี่จะมาถามผมทำไมเนี่ย มัดมือชกชัดๆ”
“ฉันไม่ถามแกนะ ฉันแค่จะบอกให้แกรู้เท่านั้น วันนี้ตอนบ่ายไปคุยกับคุณชองด้วยล่ะ”
“บ่ายนี้ ไม่ได้หรอก ผมนัดลูกค้าไว้ จะไปคุยกันเรื่องโฆษณาน้ำหอม” แจจุงส่ายหน้า
“บ่ายนี้เหรอ บริษัทอะไร”
“คาริสม่าไง บริษัทคุณคิมน่ะ” แจจุงพูดถึงเจ้าของบริษัทน้ำหอมอันดับหนึ่งในเกาหลี
“คุณคิม คิมฮยอนจุงน่ะเหรอ” แจจุงพยักหน้า ฮีซอลใช้มือลูบคางอย่างใช้ความคิด ก่อนที่จะกดอินเตอร์คอมหาเลขา
“ฮันคยอง”
“ครับ”
“เรียกคิบอมเข้ามาหาหน่อยสิ”
“ได้ครับคุณฮีซอล” สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
~ ก๊อก ๆ ~
“เข้ามาได้”
“พี่มีอะไรเหรอครับ” คิบอมถามหลังจากเดินเข้ามาในห้อง
“วันนี้ตอนบ่ายนายมีนัดลูกค้าหรือเปล่า”
“ไม่มีครับ ผมคุยกับลูกค้าเรื่องคอนเซปต์คร่าวๆแล้ว แต่วันนี้ผมต้องทำสตอรี่บอร์ดให้เสร็จ วันจันทร์ดงเฮต้องไปพรีเซนต์ครับ” คิบอมตอบ
“ดี งั้นบ่ายนี้แกไปที่คาริสม่านะ ไปขอพบคุณคิม ถ้าเขาถาม บอกว่าคิมแจจุงไม่สบายเอาคิมคิบอมไปก่อนแล้วกัน แค่นี้แหละไปได้” สิ้นเสียงของนางพญาทุกคนในห้องก็งงไปตามๆกัน
“พี่ อะไรเนี่ย ก็งานนี้ผมดิวมาตั้งแต่ต้น พี่จะมาไอ้บอมมันฉกไปง่ายๆเหรอ” แจจุงโวยวายทันที
“ฉันสั่งอะไรก็ทำไปเถอะ อ้อไอ้บอม ถ้างานลูกค้าหลุดแกตายจำไว้ ไปได้แล้ว”
“แต่พี่ ผมไม่ได้เป็นเออีนะ ผมเป็นครีเอทีฟ”
“แล้วไง พอไอ้แจมันคุยเสร็จ แกก็ต้องคุยคอนเซ็ปกันเขาอยู่แล้ว รวบมันซะทีเดียวจะเป็นไรไป ไปได้แล้ว”
คิบอ มโค้งให้ก่อนที่จะจำใจเปิดประตูออกไป ก่อนที่ประตูจะปิดสนิทคนในห้องก็ได้ยินเสียงน้องคนเล็กประจำออฟฟิศกรีดร้อง อย่างบ้างคลั่ง ที่อยู่ๆก็โดนยัดเหยียดงานให้ แถมยังขู่อีกว่าต้องได้ ก็รู้ๆอยู่ว่าเขาไม่ถนัดงานขาย วาดรูปเป็นอย่างเดียว ตูจะบ้า ใครก็ได้ช่วยบอกอีเจ๊มันที เขาไม่ใช่เออี เป็นครีเอทีฟธรรมดา ไม่ได้เป็นเออีอย่างคิมแจจุง โว้ย~ แล้วจะได้ไหมเนี่ยงานนี้อ่ะ
“เอา ล่ะ ฉันเคลียร์งานให้แกเรียบร้อยแล้ว ทีนี้แกก็ว่างแล้วตอนบ่าย ไปจัดการให้เรียบร้อย” ฮีซอลไม่สนใจกับเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งข้างนอก เพราะเรื่องนี้มีประจำอยู่แล้วในบริษัทเขา หันมาคาดคั้นเออีคนสวยต่อ
“พี่อ่ะ ทำแบบนี้ได้ไง นั่นมันเงินเปอร์เซ็นต์ผมนะ”
“แกอย่าไปสนใจไอ้เปอร์เซ็นต์ขี้ประติ๋วนั่นเลยน่า” ฮีซอนโบกมือไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย ทำไมไอ้แจมันถึงได้เข้าใจอะไรยากอย่างนี้เนี่ย
“ขี้ ประติ๋ว พี่พูดมาได้ไง โปรเจ็คนี้ถ้าผมดิวได้เรียบร้อย ก็ต้อง 70ล้านวอนนะ ผมจะคอมจากงานนี้ตั้ง 5แสน พี่ว่ามันน้อยเหรอ” แจจุงตาโต
“เออน้อย เพราะถ้าแกยอมเป็นพรีเซนต์เตอร์ให้โรงแรมชองกรุ๊ป แกจะได้ค่าตัว 40ล้านวอน ทีนี้แกว่าไอ้5แสนของแกมันน้อยยัง ”
“40ล้าน พี่จะบ้าหรือเปล่า นั่นมันเกือบเท่ากับงบโปรโมทของคาริสม่าเลยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ เพราะงบโปรโมทของชองกรุ๊ปเขาทุ่มไม่อั้น แถมยังจ่ายค่าตัวแกเท่ากับยัยดาราสุดฮอทอีกนะ ทีนี้แกพอจะสนหรือยัง”
“ไม่ เขาทำเวอร์เกินไปแล้ว คนอะไรจะเอาอะไรก็ต้องได้”
“ถ้า แกขัดเขา แกกับฉันเห็นดีกัน บ่ายนี้ไปพบคุณชองซะ ขอเตือนว่าแกต้องตอบตกลงเท่านั้น ถ้าบิดพลิ้วแกตาย” แจจุงเดินก้มหน้าคอตกออกมาจากห้อง ได้ที่คิดว่าจะไม่ถ่ายเป็นอันพับไป ชองยุนโฮ คุณนี่มันช่างเผด็จการซะจริงๆ
ทางด้านคิมคนน้อง พอถึงบริษัท จุนซูก็เบียดกับพนักงานคนอื่นๆเพื่อขึ้นลิฟท์ไปชั้นบน กว่าจะหลุดออกมาได้ เล่นเอาจุนซูแทบหลับคากองออกสารที่กอดเอาไว้ ทันทีที่ถึงโต๊ะทำงาน คนตัวเล็กก็ทิ้งแฟ้มโครมไว้ที่พื้นข้างโต๊ะ ตาลีตาเหลือกไปที่มุมกาแฟของท่านประธาน จัดการชงกาแฟแก่สุดๆ ซด ก่อนที่หนังตาทรยศมันจะลงมาติดกัน
“โอ้ย~ ฉันจะรอดไหมวันนี้” จุนซูได้แต่บ่นกระปอดกระแปด กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เพื่อเตรียมเอกสารที่พิมพ์ไว้เมื่อวานออกมาเพราะต้องเอาไปประชุม ไม่นานนัก คุณเจ้านายก็เดินออกมาจากลิฟท์ผู้บริหาร มาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะคุณเลขา มองตั้งแต่หัวจรดเท้า โอ้โห คนอะไรแต่งตัวได้เหมือนเดิมทุกวัน สงสัยที่บ้านจะมีชุดแบบนี้เป็นโหลล่ะมั้ง
“คุณ นั่งซดกาแฟแต่เช้าเลยนะ” ยูชอนทักคุณเลขาก่อน
“ชิ~ ก็เพราะใครล่ะผมถึงเป็นแบบนี้ ถ้าคุณไม่โทรไปกวนผมตอนตี3 ผมก็อ่านจบได้นอนแล้ว นี่ดูสิ กว่าจะอ่านไอ้กองนี่เสร็จก็ปาเข้าไป7โมงเช้า ผมยังไม่ได้นอนเลยเนี่ย” จุนซูย่นหน้า ทำให้แว่นตาอันใหญ่ดันขึ้นไปสูงกว่าเดิม เรียกรอยยิ้มให้คนมอง คนอะไรเนี่ย ฮาได้ทุกท่วงท่า
“อะไรกันคุณ อย่ามาโทษผมสิ คุณอ่านช้าเองหรือเปล่า เอกสารแค่นี้ ผมอ่านแป๊บเดี๋ยวก็จบแล้ว”
“เวอร์แล้ว ตั้งหลายแฟ้ม” จุนซูทำหน้าไม่เชื่อถือ คุณเจ้านายนี่โม้ชะมัด
“ไม่ ได้เวอร์ ไม่งั้นผมจะอ่านรายงานจบทันทุกวันได้ไงล่ะ ผมต้องตรวจงานทุกวันคุณก็เห็นนี่ เฮ้อ คุณต้องเพิ่มสปีดให้ตัวเองหน่อยแล้วคุณเลขา ไม่งั้นทำงานไม่ทันเจ้านายนะ” ยูชอนหัวเราะ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง ร่างโปร่งหันมามองกองเอกสารที่กองอยู่บนพื้น ส่ายหน้าช้าๆ คุณเลขานี่จริงๆเล้ย นี่มันแฟ้มงานสำคัญ เล่นทิ้งกองกับพื้นเลยเหรอเนี่ย ให้ตายสิ
“อ้อ เมื่อเช้านี้คุณขึ้นมาได้ยังไง”
“ก็ลิฟท์ข้างหลังไง ถามแปลกๆ ผมไม่โง่หรอกน่า” จุนซูเชิดหน้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันแรกที่เข้ามาทำงาน
“ผม ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น ผมจะบอกว่าผมลืมให้คีย์การ์ดคุณน่ะ คราวหน้าใช้คีย์นี่นะ จะได้ไม่ต้องไปเบียดกับคนอื่น” ยูชอนหยิบการ์ดจากกระเป๋าเสื้อให้คนตัวเล็ก
“ทำไมอ่ะ ผมมีสิทธิ์ขึ้นลิฟท์ตัวนี้ด้วยเหรอ”
“มี สิ เลขาผมมีสิทธิ์ใช้ทุกคนแหละ เพราะถ้าขึ้นลิฟท์พนักงานมามันช้า เดี๋ยวมาดักสาวๆหน้าห้องไม่ทัน ผมก็แย่น่ะสิ” พูดจบก็เปิดประตูเข้าห้องไป ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งหมั่นไส้ค้อนลมค้อนแล้งอยู่คนเดียว
“โธ่ นึกว่าใจดีเห็นเราเบียดกับคนอื่น ที่แท้ก็กลัวสาวๆมาฉีกอก กลัวนักจะสะสมไว้ทำไมฟะ” จุนซูหันมาซดกาแฟต่อ
~ก๊อกๆๆ~
“เชิญครับ” ยูชอนเอ่ยปากอนุญาตโดยไม่หันไปมอง เพราะรู้ว่าเป็นคุณเลขาแน่ๆ
“ได้เวลาไปประชุมแล้วครับ” จุนซูเข้ามารายงานพร้อมเอกสารสำหรับการประชุม และช็อตโน้ตสำหรับจดรายงานการประชุม
“ขอบ คุณ คุณลงไปรอก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมตรวจตรงนี้เสร็จจะลงไป ยังไงช่วยบอกคุณอึนยองให้แจกเอกสารไปก่อน คุณไม่ต้องไปแจกเองหรอก” ยูชอนก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ สักพักเขาก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสาร เพราะสั่งไปตั้งนานแล้ว ไม่เห็นได้ยินเสียงเปิดประตู หรือรับคำอะไรสักอย่าง และก็จริงอย่างที่คิด คุณเลขายังยืนอยู่ที่เดิม
“อ้าวคุณ ทำไมไม่ไปล่ะ ไม่ต้องรอผมก็ได้”
“ไม่ได้อยากรอหรอก แต่ห้องประชุมอยู่ไหนอ่ะ ผมเพิ่งมาทำงานได้สองวัน จะรู้ไหมถ้าคุณไม่บอก”
“โธ่ นี่คุณไม่ได้เดินดูบริษัทเลยหรือไง แผนที่เขาก็มี”
“ดูแผนที่ ขอโทษครับคุณเจ้านาย เมื่อวานนี้ ขนาดจะไปกินข้าวผมยังไม่มีเวลาเลย จะให้เอาเวลาที่ไหนไปเดินดูหา” จุนซูพูดด้วยความโมโห
“ขนาดนั้นเลยเหรอ ทีหลังพักเที่ยงแล้วติดงาน ก็โทรสั่งแม่บ้านให้เอาขึ้นมาส่งก็ได้นี่ แค่นี้เอง”
“จะรู้ไหม ผมเป็นเลขานะไม่ใช่เมียท่านประธาน จะได้รู้ว่าสั่งอาหารมาเสวยที่โต๊ะได้ ไม่ต้องเสด็จลงไปเอง”
จุน ซูประชดประชัน ยูชอนหัวเราะ ก่อนจะปิดแฟ้มเพราะคงทำงานต่อไม่ได้แล้ว ต้องพาเด็กน้อยไปส่งที่ห้องประชุม แต่ก่อนไปของแกล้งหน่อยเถอะ หมั่นเขี้ยว ร่างโปร่งสาวเท้ายาวๆไปหาคุณเลขา ก้มเข้าไปชิดกับคนตัวเล็ก เล่นเอาจุนซูสะดุ้งถอยไปข้างหลัง แต่ก็ไม่ทัน เพราะแขนแข็งแรงของท่านประธานรวบตัวเอาไว้ก่อนจะก้มหน้าไปกระซิบข้างๆหู
“อยากเป็นไหมล่ะ ง่ายนิดเดียว คืนเดียวก็เป็นได้เลยนะ เอาไหม ผมไม่เคยยกตำแหน่งนี้ให้ใครนะเนี่ย”
ได้ ผล คนตัวเล็กหน้าแดงแปร๊ด ไม่ได้เขิน ไม่ได้อาย แต่โกรธ ไอ้ประธานหื่น เอาอีกแล้วนะ เท้าเล็กๆเหยียบไปที่เท้าของคุณเจ้านาย แต่เสียใจ ครั้งนี้ยูชอนรู้ทัน ยกเท้าหนีได้อย่างหวุดหวิด
“เสียใจนะคุณเลขา วิธีเดิมๆใช้กับผมไม่ได้เป็นครั้งที่สองหรอก” พูดจบก็หอมแก้มใสๆนั่นอีกทีด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะปล่อยให้คุณเลขาที่ยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียวเพราะทำอะไรไม่ได้
“เอ้าตามมาสิครับคุณเลขา หรือจะให้ผมอุ้มไป” ยูชอนเดินเข้ามาใกล้ กางแขนเหมือนจะอุ้มคนตัวเล็กจริงๆ
~ โครม ~
เสียง แฟ้มตั้งใหญ่กระทบกับแขนแกร่ง เพราะคุณเลขาโยนแฟ้มที่หอบอยู่เข้าไปแทน ก่อนที่คุณเจ้านายจะมาช้อนตัวเขาอุ้มไปจริงๆ คนตัวเล็กล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบสมุดเล่มเล็กพร้อมปากกาแท่งเดิม ขึ้นมาจดยิกๆ
“วันนี้ศุกร์ที่ 6 พฤศจิกา หอม1 กอด1” เสร็จแล้วก็พับสมุดใส่กระเป๋า ดึงแฟ้มกลับมาจากแขนเจ้านาย เชิดหน้าเปิดประตูออกไปยืนหน้าห้องแทน ยูชอนได้แต่โคลงศรีษะหัวเราะเบาๆกับตัวเอง
“เฮ้อ~ ไม่มีเขินสักหน่อยเลยเหรอเนี่ย มีแต่กระฟัดกระเฟียดกับคิดเงิน สงสัยเราจะหว่านเสน่ห์กับหมอนี่ไม่ได้ผลแหะ ผมจะคอยดูว่าคุณจะใจแข็งไปได้ถึงไหนคิมจุนซู” ยูชอนนึกสนุก เขาไม่เคยเจอใครที่ทนเสน่ห์ของเขาได้เลย เพิ่งมีคุณเลขานี่แหละ สงสัยต้องลองท้าทายกับของแปลกอย่างคุณเลขาสักหน่อยแล้ว ดูสิว่าเกมนี้ใครจะชนะ
คุณเจ้านายและคุณเลขาเดินมาถึงที่หน้าห้อง ประชุมชั้น15พอดีกับเวลาที่องค์ประชุมมาครับพอดี พอท่านประธานเดินเข้ามาในห้อง ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ จุนซูเข้าไปนั่งที่ข้างขวามือของท่านประธาน หยิบแฟ้มเอกสารสำหรับการประชุมครั้งนี้ให้คุณอึนยองไปแจกจ่ายให้คนอื่น
“เอาล่ะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ก็เริ่มประชุมกันเลยดีกว่า” ยูชอนกล่าวเปิดประชุม
ผู้ชาย ที่นั่งอยู่ปลายสุดของโต๊ะเดินออกมาที่จอโปรเจคเตอร์ เริ่มรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่2ที่เพิ่งผ่านมา คุณเลขาก็นั่งตัวตรงจดใจความสำคัญของการประชุมลงในช็อตโน้ต เพื่อพิมพ์รายงานการประชุมให้กับคุณเจ้านายอย่างขะมักเขม้น ยูชอนหันมาดูคนตัวเล็กที่ก้มหน้าก้มตาจดๆๆอย่างเอาเป็นเอาตายยิ้มๆ นั่งพิงพนักเก้าอี้ดูเอกสารในมือประกอบกับภาพสไลด์ ซักถามอะไรบ้างตรงจุดที่ยังไม่เคลียร์ ก่อนจะได้ยินเสียงแปลกๆดังทางด้านขวามือตัวเอง
~ ตุ๊บ ~
คน ทั้งห้องประชุมหันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน ภาพที่เห็นคือ คุณเลขาสุดเฉิ่มของท่านประธาน ตอนนี้ไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้ว ทั้งๆที่การประชุมเพิ่งเริ่มมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กรรมการ หัวหน้าฝ่าย รวมทั้งอึนยองเริ่มเหงื่อตก เพราะคราวที่แล้วมีหัวหน้าฝ่ายนั่งหลับในห้องประชุมเหมือนกัน ขนาดแค่สัปหงก ท่านประธานยังว๊ากซะหน้าม้านไปเป็นแถบ แล้วนี่ถึงกับฟุบหน้านอนเลย คุณคิมเอ๊ยคุณคิม เพิ่งทำงานให้2วัน สร้างวีรกรรมซะแล้ว คุณอึนยองตัดสินใจเอื้อมมือไปปลุกคนตัวเล็ก แต่มีเสียงทุ้มๆทรงอำนาจของท่านประธานขัดขึ้นก่อน
“ไม่ต้องหรอกครับคุณอึนยอง ปล่อยเขานอนไปเถอะ” ยูชอนกวาดตามองรอบห้องประชุม พบเครื่องหมายคำถามติดอยู่บนหน้าผู้ร่วมประชุมทุกคน
“เขา ไม่สบายน่ะครับ เห็นเมื่อเช้าบ่นๆอยู่ ยังไงคุณช่วยจนรายงานครั้งนี้แทนเขาด้วยนะครับ อ้อ พิมพ์มาให้ผมเลยก็ได้” ยูชอนหันมาสั่ง อึนยองรับคำ ก่อนจะดึงสมุดอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนคนไม่สบายมาจดเอง
“เชิญ ต่อเลยครับ ไม่ต้องสนใจ” ยูชอนพูด หลังจากที่ทุกคนมองหน้ากันเลิกลั่กเพราะความผิดปกติของเจ้านาย การประชุมก็ดำเนินต่อไป จนจบ ใช้เวลาประมาณ4ชั่วโมงกว่า และแน่นอน ระหว่างนั้น4ชั่วโมง คุณเลขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่อีกเลย
“ขอบ คุณครับสำหรับความร่วมมือ นี่ก็เลยเวลาพักมานานแล้ว เชิญทุกคนไปทานข้าวกันตามสบายครับ ผมขอปิดประชุมเท่านี้” ทุกคนลุกขึ้นทำความเคารพก่อนที่จะค่อยๆเดินออกไป อึนยองหันมากำลังจะสะกิดคนตัวเล็กให้ตื่น แต่ก็ต้องชะงัก
“ไม่ต้อง หรอกครับ คุณไปพักเถอะ ฝากเรื่องรายงานด้วย ทางนี้ผมจัดการเอง” อึนยองทำความเคารพเจ้านายก่อนที่จะลับตัวออกไปจากห้องประชุม วันนี้มีข่าวใหญ่ สงสัยคุณเลขาจะเส้นใหญ่จริงๆ ขนาดหลับในห้องประชุมยังไม่โดนด่าเลย เรื่องนี้ต้องขยาย
“เฮ้อ~ สงสัยจะง่วงมาก นี่ขนาดเขาประชุมเสร็จแล้วยังไม่รู้ตัวอีก” ยูชอนก้มลงมองเสี้ยวหน้าของคนตัวเล็ก
“ป่ะคุณเลขา ไปนอนข้างบนดีกว่า ตรงนี้เมื่อย”
ยู ชอนช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ผลักประตูห้องประชุม เดินขึ้นลิฟท์กลับห้องทำงาน ก่อนจะวางคนตัวเล็กไว้ที่โซฟารับแขกตัวยาวในห้องทำงานของตัวเอง ยืนมองเด็กน้อยที่ป่านนี้ยังไม่รู้ตัวว่าโดนย้ายออกมาแล้วด้วยสายตาเอ็นดู
“เฮ้อ นี่ถ้าโดนลากไปปู้ยี่ปู้ยำก็คงไม่รู้ตัวนั่นแหละ หลับเป็นตายเลยนะคุณเลขา” ยูชอนโคลงศีรษะไปมา จัดแจงถอดเสื้อนอกของเขาออกคลุมให้กับคนตัวเล็กที่ยังนอนไม่รู้เรื่อง ส่วนตัวเองก็กลับไปนั่งทำงานที่ค้างไว้
~ ก๊อกๆๆ ~
“เชิญ” ยูชอนกล่าวอนุญาต พอเห็นคนที่เดินผ่านประตูเข้ามาก็ต้องขมวดคิ้ว
“มาทำไม”
“อ้าว~ ทุกทีฉันมาหานายที่บริษัทไม่เห็นต้องแจ้งก่อนเลยว่ามีธุระอะไร เดี๋ยวนี้ฉันต้องแจ้งด้วยเหรอวะ” ชางมินเดินยิ้มกวนประสาทเข้ามาเท้าโต๊ะทำงานของเพื่อนรัก
“ไม่มีธุระ ก็อย่ามากวนกัน ฉันกำลังทำงานอยู่ นายไม่มีงานทำรึไง หรือว่าไม่มีใครมาจ้างให้ออกแบบ ท่านรองถึงได้ออกมาเอ้อละเหยแถวนี้” ยูชอนแขวะ
“โห ปากอัปมงคลมากเพื่อน ทำไมฉันจะไม่มีธุระ มีเฟ้ย แต่ไม่ใช่กับแก กับคุณเลขาต่างหาก ว่าไงเอาเลขาไปซ่อนไว้ไหน ที่หน้าห้องก็ไม่อยู่” ชางมินหันมาคาดคั้น และลอบสังเกตความผิดปกติของเพื่อน
“นึกว่าอะไร แค่นี้ต้องโดดงานมาเลยรึไง”
“อ๊ะแน่นอน ฉันอยากเห็นว่าที่เพื่อนสะใภ้นี่หว่า ท่าทางจะเด็ดนะ คุณเจ้านายถึงได้หวงนักหวงหนา”
“ไม่ได้หวง แต่กลัวว่าแกจะหัวใจวายตายก่อนเวลาได้เจอเลขาฉัน” ยูชอนนั่งพิงพนักสบายๆไม่ทุกข์ร้อนกับคำกล่าวหา
“นี่ขนาดไม่หวงนะเนี่ย ไหนๆ บอกมาเอาเลขาไปซ่อนไว้ที่ไหน”
“โน่นไง” ยูชอนพยักเพยิดไปยังโซฟารับแขกตัวยาว ชางมินหันไปมองตาม ก็พบกับก้อนกลมๆกระจุกอยู่บนโซฟาก้อนนึง หันมามองหน้าเพื่อนงงๆ
“แกอยากเห็นใม่ใช่เหรอ ก็นั่นไง ก้อนกลมๆตรงนั้นอ่ะ” ยูชอนย้ำอีกครั้ง
“ล้อ เล่นป่ะ นี่แกใจดีขนาดให้เลขาเข้ามานอนให้ห้องทำงานเลยเหรอวะ อ๊ะๆๆ อย่าบอกนะว่าเขาหมดแรงเพราะแกอ่ะ” ชางมินชี้หน้าเพื่อนรักทำเสียงกรุ้มกริ่ม
“เปล่าเว้ย บอกว่าเขาเป็นผู้ชายไอ้นี่ ยัดเหยียดความเป็นเกย์ให้ฉันจริง” ยูชอนส่ายหน้า
“เดี๋ยวก็รู้ ไหนขอดูหน่อยสิ” ชางมินสาวเท้าไปที่โซฟาตัวยาว ก้มหน้ามองก้อนกลมๆที่เขาเห็นไกลๆเมื่อกี้
“โห~ มิน่าล่ะ” ชางมินตะโกนเสียงดัง
“เห็นแล้วใช่ไหมว่าเป็นยังไง” ยูชอนหัวเราะเบาๆ เพราะเขากะไว้แล้วว่าต้องได้รับปฏิกิริยาแบบนี้ของเพื่อน
“แกพูดถูกว่ะยูชอน ฉันเห็นแล้วจะช็อคตายจริงๆด้วย เลขาแกห่างไกลคำว่าสวยเยอะเลย” ชางมินยังคงจ้องภาพนั้นไม่วางตา
“เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแกแล้ว” ยูชอนไม่สนใจกับท่าทีของเพื่อน กำลังจะกลับไปสนใจแฟ้มงานตรงหน้าต่อก็ต้องชะงักเพราะคำพูดคำถัดมาของชางมิน
“อย่าง นี้นี่เอง แกถึงได้เอาใจนัก ก็เขาห่างไกลคำว่าสวยเยอะ แต่น่ารักโคตรรรรรรรรรรร” ชางมินย่อตัวลงมามองคนน่ารักของเขาใกล้ๆ น่ารักน่าฟัดขนาดนี้นี่เอง พี่แกถึงไม่ยอมให้เรามาดู
“หา!!! แกว่าอะไรนะ ใครน่ารัก” ยูชอนเงยหน้ามองท่าทีแปลกๆของเพื่อน
“ก็นี่ไง คุณเลขาของแกเนี่ย น่ารัก น่าฟัด แก้มแดงๆใสๆ เห็นแล้วอยากจะคลั่ง เฮ้ย~ แกไปหาอย่างนี้มาจากไหนวะ ขอคนดิ”
ชา งมินใช้นิ้วเขี่ยแก้มใสๆของคนน่ารักที่ตอนนี้ยังหลับไม่รู้เรื่อง ยูชอนรีบลุกขึ้นมาดู ไอ้มินมันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เห็นเจ้าเฉิ่มน่ารักเนี่ย ร่างโปร่งเดินมาหยุดข้างหลังเพื่อนร่างสูงที่กำลังใช้นิ้วไล้แก้มคุณเลขา เล่น ภาพที่เห็นทำให้ยูชอนตาค้าง เฮ้ย~ นี่มันคนเดียวกันแน่เหรอฟะ ยูชอนกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าก็ยังคงเป็นชุดเดิม ยูนิฟอร์มยุค80 แต่หนุ่มน้อยน่ารักที่กำลังทำท่างุ้งงิ้งเหมือนลูกแมวเวลาโดนกวนตอนหลับ สบายๆนี่มันใครกัน
%%%%
TBC



#1 By bruin (222.123.204.199) on 2010-03-21 02:58