[Fic] ~ So catch me ~ Part 4
posted on 18 Mar 2010 11:05 by kameryuichi in catch
Part 4
ที่โรงเรียนดงวอน โรงเรียนมัธยมต้นโรงเรียนแรกที่ทั้ง2หนุ่มจะต้องไปแนะแนวโรงเรียนให้กับรุ่น น้อง ในขณะที่สองหนุ่มกำลังนั่งรอเวลาเพื่อจะขึ้นเวทีที่ห้องประชุมใหญ่ของ โรงเรียนดงวอน คนตัวสูงไม่ได้มีท่าทางที่จะตื่นเต้นเลยสักนิดเดียว ยูชอนนั่งไขว่ห้างสบายๆอย่างผ่อนคลาย มือใหญ่กำลังถือสคริปอ่านและสรุปย่อเรื่องที่เขาต้องพูดวันนี้อยู่ ผิดกับคนตัวเล็กที่กำลังลุกลี้ลุกลน เดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวยืน เดี๋ยวเดินไปทั่วห้องรับรอง คนร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองแล้วส่ายหัวช้าๆ เจ้าเปี๊ยกนี่ตื่นเวทีชะมัด
“เจ้าเปี๊ยก นายทำอะไรน่ะ เดินไปเดินมาอยู่ได้ ฉันเวียนหัวแล้วนะเนี่ย”
“อย่า มายุ่งน่าห้อย ฉันกำลังออกกำลังกาย วอร์มร่างกายให้พร้อมก่อนขึ้นเวทีน่ะ” คนตัวเล็กตอบส่งๆไป เพราะไม่อยากให้คนตัวสูงรู้ว่าเขากำลังตื่นเต้น เขาไม่เคยพูดต่อคนมากๆนี่ ถ้าเปลี่ยนเป็นร้องเพลงหรือแดนซ์กระจายล่ะก็ไม่มีหวั่น
ยูชอนยิ้ม น้อยๆให้กับคนน่ารักที่กำลังแก้ตัวเขารู้หรอกน่าว่าตื่นเต้นน่ะ พร้อมกับเดินไปใกล้คนน่ารักตรงหน้า เอื้อมมือไปจับไหล่ของคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินไปเดินมาเป็นโลมาติดอวน
“ตื่นเต้น ก็บอกว่าตื่นเต้นสิ ไม่เห็นจะต้องแก้ตัวอย่างนั้นเลย มานี่” ว่าแล้วก็จูงมือคนตัวเล็กมานั่งที่โซฟาของห้องรับรอง และเลื่อนมือมากุมมือที่กำลังสั่นของคนน่ารักเอาไว้ จุนซกำลังงงว่าวันนี่พี่ยูชอนของเขาจะมาไม้ไหน
“หลับตาก่อนสิ สูดหายใจเข้าลึกๆ นายต้องมีสมาธิเข้าไว้ ไม่ต้องกลัวหรอกน่า นายไม่ได้อยู่บนเวทีคนเดียวสักหน่อย ฉันอยู่เป็นเพื่อนทั้งคน นายทำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องเครียด” ยูชอนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ และฟังดูอ่อนโยนเพื่อให้กำลังใจคนตัวเล็กตรงหน้า
จุนซูหลับตาลง และพยายามตั้งสมาธิแบบที่ยูชอนสอน เขารู้สึกว่าสงบจิตสงบใจได้มากกว่าเมื่อกี้ เมื่อมือหนาของยูชอนกุมมือเขาเอาไว้แบบนี้รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก พี่ยูชอนกลับมาเป็นพี่ยูชอนที่อ่อนโยนเหมือนที่เขาเคยเห็นแล้ว ดีใจจัง ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังหลับตา ยูชอนที่กำลังนั่งมองอยู่ก็รู้สึกว่า คนตัวเล็กนี่ถ้าไม่ลุกขึ้นมาอาละวาดก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย ไหนจะมือนุ่มๆที่เขากำลังกุมไว้อีกล่ะ อ๊ะ นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย หมอนี่มันผู้ชายนะเฟ้ย จะมีมือนุ่มๆได้ไง พูดจบก็ปล่อยมือจากคนตัวเล็กทันที พร้อมขยับเว้นระยะออกจากคนตัวเล็ก เพราะตอนนี้กลิ่นหอมอ่อนๆของคนตัวเล็กมันลอยมาเตะจมูกอีกแล้วน่ะสิ
จุนซูได้แต่นั่งงง พี่ยูชอนเป็นอะไรไปอีกล่ะ อยู่ดีๆก็กระเด้งตัวออกไปแบบนั้น เฮ้อนึกว่าจะคืบหน้าไปอีกขั้นซะแล้วหมดกัน
“ได้ เวลาแล้วครับ เชิญทั้งสองคนขึ้นไปบนเวทีได้” เสียงเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนดงวอนเข้ามาเรียกทั้งสองคน พวกเขาจึงเดินออกไปที่หน้าเวทีเพื่อทำหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายมาให้ เสร็จ
หลังการแนะแนว จุนซูกำลังยืนรอให้คนตัวสูงออกมาจากห้องประชุมที่ด้านหน้ากำลังคิดถึงการพูด วันนี้ว่าเขาทำผิดพลาดไว้บ้างหรือเปล่าแต่คงไม่มี เพราะการแนะแนววันนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ และดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจจากนักเรียนโรงเรียนนี้อยู่ไม่น้อย ก็แหงสิ ก็พี่ยูชอนเล่นพูดไป หว่านเสน่ห์ไปแบบนั้น ใครจะต้านทานได้ไหว แบบนี้ปีหน้าโรงเรียนเรามีแต่ผู้หญิงอีกแน่ๆเลย พี่ยูชอนนะพี่ยูชอน ขณะเดียวกันร่างสูงก็กำลังเดินออกมาสมทบกับจุนซู เพื่อจะไปขึ้นรถกลับโรงเรียน แต่บังเอิญมีเสียงหวานๆของนักเรียนหญิงเรียกขึ้นมาก่อน
“พี่ยูชอนคะ เดี๋ยวค่ะ” เด็กผู้หญิงผิวขาว หน้าตาออกไปทางลูกครึ่งนิดๆวิ่งตามยูชอนมาพร้อมส่งเสียงเรียก
“ครับ มีอะไรครับน้อง” ยูชอนหยุดแล้วหันไปมองเธอทันที
“เอ่อ เจสอยากถามว่า ถ้าปีหน้าเจสไปเข้าโรงเรียนพี่ เจสจะได้เจอพี่หรือเปล่าคะ” เด็กสาวถามด้วยความเขินอาย
“ได้เจอสิครับ หวังว่าน้องจะไปเรียนที่โรงเรียนพี่นะครับ” ยูชอนพูดพร้อมส่งยิ้มกระชากใจสาวตามไปด้วย
“เจสชื่อเจสสิก้าค่ะ พี่จำชื่อเจสไว้ด้วยนะคะวันหน้าถ้าเจอกันข้างนอกก็ทักกันบ้างนะคะ” เจสสิก้าพูดพร้อมบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย
“ครับน้องเจสสิก้า ทำไมชื่ออังกฤษล่ะครับ มีชื่อเกาหลีไหม”
“ก็มีค่ะแต่เจสไม่ค่อยใช้เรียกเจสดีกว่าค่ะ พอดีเจสไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยใช้ชื่อนี้มาตลอดค่ะ”
“เหมือน พี่เลย พี่ก็ไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่เด็กเพิ่งได้กลับมาตอนเข้าม.ต้น เรียกพี่ว่ามิคกี้ก็ได้ จะได้เข้ากันกับชื่อน้องเจสไงครับ ยินดีที่รู้จักครับน้องเจส”
ยูชอนพูดพร้อมยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อ จับมือทักทายตามแบบฉบับนักเรียนนอก แต่ท่าทางแบบนั้นทำให้คนน่ารักที่ยืนรออยู่หน้าห้องประชุมหมั่นไส้ขึ้นมา ทันที ที่นี่มันเกาหลีนะ จะจับมือเชคแฮนด์กันทำไม ไม่รู้จักรักษาวัฒนธรรมเกาหลีบ้างเลย พร้อมกับขาที่ก้าวเข้าไปในห้องประชุม
“ห้อยมัวทำอะไรอยู่ รถมารอนานแล้วนะ” จุนซูตะโกนเสียงดังพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ แหวะเรียกพี่ว่ามิคกี้ก็ได้นะครับ หมั่นไส้
“เอ๊ะ เมื่อกี้พี่เรียกพี่มิคกี้ว่าอะไรนะคะเจสได้ยินไม่ถนัด”
“ก็เรียกว่าห้อ....อุ๊บส์” .. ยังไม่ทันที่จุนซูจะพูดได้จบคำมือใหญ่ของยูชอนก็ตะครุบปากคนตัวเล็กไว้ได้อย่างทันเวลา
“เอ่อ ไม่มีอะไรจ้ะน้องเจส พี่ขอตัวกลับก่อนนะ แล้วเจอกันที่โรงเรียนปีหน้านะครับ”
พูด จบก็ยิ้มส่งท้ายไปอีก1ดอกพร้อมลากคนตัวเล็กออกมาจากตรงนั้นทันที นี่ถ้าเขาปิดปากเจ้าเปี๊ยกนี่ไม่ทัน เรทติ้งตกแน่ๆ หนอยเจ้าตัวยุ่งเกือบทำให้เขาหน้าแตกต่อหน้าสาวซะได้ คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักพร้อมกับพยายามเอามือใหญ่ของคนหล่อออกจากปากเขา แต่พอใกล้ถึงรถจุนซูก็สามารถดิ้นหลุดออกมาจากอ้อมกอดคนตัวใหญ่ที่กำลังลาก เขาออกมาได้
“โอ้ย จะเอามือมาปิดปากปิดจมูกฉันทำไมเนี่ยห้อย มือก็ใหญ่ดูสิเกือบขาดใจตายแล้ว” คนตัวเล็กพูดไปพร้อมกับหายใจเอาอากาศเข้าปอดไปด้วย
“จะไม่ให้ปิดได้ไง นายกำลังจะพูดอะไรต่อหน้าน้องเจสเขาเล่า”
“อ๋อ กลัวเขารู้ล่ะสิ ว่าตัวเองไม่ได้ชื่อมิคกี้ แต่ชื่อห้อยต่างหาก แหวะพูดมาได้ เรียกพี่ว่ามิคกี้ก็ได้ครับ โธ่ไอ้หนูหัวโต”
พูด จบจุนซูก็หมุนตัวกลับจะไปขึ้นรถทันที แต่ช้าไปเพราะห้อย เอ๊ย ปาร์คยูชอนคว้าแขนคนตัวเล็กเอาไว้ก่อน พร้อมกับขยับเข้าไปชิดคนตัวเล็กข้างหน้า และยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก ทำให้จุนซูยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้าลงจนคางจรดอก นี่พี่ยูชอนจะทำอะไรเขากันเนี่ย นี่มันหน้าโรงเรียนคนอื่นเขานะ ไม่อายเขาหรือไง คนน่ารักคิดไปต่างๆนานา และเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่ใบหน้า นี่หน้าเขาต้องแดงอยู่แน่ๆเลย ทำไงดีเดี๋ยวพี่ยูชอนเห็นอ่ะ
ยูชอนที่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ได้จนได้ กลิ่นตัวหอมๆของคนตัวเล็ก แถมยังความรู้สึกนุ่มนิ่มจากตอนที่เขาลากเจ้าตัวเล็กนี่ออกมาอีก ไวเท่าความคิด ยูชอนกระซิบถามเรื่องที่คาใจจากคนตัวเล็กข้างหน้าทันที
“ถามจริงเถอะ นายเป็นผู้หญิงปลอมตัวมาหรือเปล่า ทำไมนายถึงได้ตัวหอม แล้วก็ตัวนุ่มนิ่มอย่างนี้อ่ะ”
คนตัวเล็กกำลังงงสุดขีดกับคำถาม ประมวลผลอยู่นานในที่สุดเขาก็ได้คำตอบ โอ้ยนี่หมอนี่คิดว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือไง ฉันไม่ใช่กระเทยนะเฟ้ย เอาอะไรมาคิดกันเนี่ย ด้วยความโมโหจุนซูกระทืบเท้าไปที่เท้าของร่างสูงอย่าเต็มแรงทันที
“โอ้ยยยย” ยูชอนร้องดังลั่นเป็นไก่ถูกเชือด
“ไอ้ บ้า ดูหนังมากไปหรือไง ฉันไม่ใช่ยุนอึนเฮในคอฟฟี่ปริ้นซ์นะเฟ้ย” พูดจบคนตัวเล็กก็เดินกระฟัดกระเฟียดไปขึ้นรถกลับโรงเรียนทันที ทิ้งให้คนตัวสูงยืนกระโดดกระย่องกระแย่งเป็นไก่ขาเดียวอยู่ตรงนั้น
“โอ้ย!!! เจ้าเปี๊ยกเหยียบมาได้ ก็คนมันอยากรู้นี่หว่า ทำไมต้องโกรธจนหน้าแดงขนาดนั้นด้วย ถามดีๆแท้ๆ อูยๆๆ ”
ทันที ที่กลับมาถึงโรงเรียนจุนซูก็ลงจากรถโดยไม่สนใจคนตัวโตกว่าที่เดินอย่างลำบาก ลงจากรถด้วยท่าทางทุลักทุเล สาเหตุมาจากคนตัวเล็กกระทืบเท้าเขาเมื่อกี้ ทำให้คนหล่อเสียศูนย์
“เฮ้ย เจ้าเปี๊ยกนี่ไม่คิดจะรับผิดชอบการกระทำเลยหรือไง” ยูชอนตะโกนไล่หลังคนน่ารักที่เดินออกไปไกลแล้วแต่คำตอบที่ได้ก็คือ คนน่ารักหันมาแลบลิ้นให้ พร้อมวิ่งขึ้นห้องเรียนทันทีไม่หันกลับมามองเขาสักนิด
“เจ้าเปี๊ยก เจ้าเปี๊ยก โธ่เว้ย ขึ้นไปเองก็ได้วะ คนอะไรใจร้ายเป็นบ้า”
~ ครืด ~
เสียงปิดประตูห้องดังขึ้น พร้อมกันคนน่ารักที่เดินหน้าบูดเข้ามาในห้องเรียน
“กลับ มาแล้วเหรอจุนซู เป็นยังไงบ้างพรีเซนต์วันแรก ตื่นเต้นไหม แล้วมีอะไรสนุกๆมาเล่าให้ฟังบ้าง” เพื่อนคนสวยที่นั่งอยู่กับชางมินถามชุดใหญ่
“ค่อยๆถามก็ได้โบแจ แต่ดูจากหน้าตาแล้วฉันว่า คงมีแต่เรื่องไม่สนุกมั้ง ถึงได้ทำหน้าตาเป็นข้าวไม่ได้อุ่นมาแบบนี้” ชางมินว่าพร้อมหยิบขนมปังที่ซื้อเมื่อตอนกลางวันมากินรองท้อง ระหว่างรออาจารย์มาสอนคาบต่อไป
“หึ ตอนพรีเซนต์มันก็สนุกอยู่หรอกนะ เพราะคนฟังตั้งใจกันดี แต่ที่มันไม่สนุกก็เพราะตอนกลับต่างหากเล่า” จุนซูพูดด้วยท่าทางฮึดฮัด
“ทำไมอ่ะ หรือนายเดินตกเวที เขาเลยฮากันทั้งห้องประชุม” ชางมินเดา
~ โป๊ก ~
เสียง สันหนังสือเล่มใหญ่ที่ถูกประเคนไปที่หัวเพื่อนร่างสูง โทษฐานเดามั่ว แถมเดาผิดไปไกล คนอย่างคิมจุนซูไม่ได้ซุ่มซ่ามนะเฟ้ยหนอยไอ้นี่
“โอ้ย จุนซู ฉันเจ็บนะ ทำไมต้องตีกันด้วยเล่า” ชางมินบ่นพร้อมเอามือคลำหัวป้อยๆ
“ก็นายอยากมั่วเองนี่ จะฟังไหม”
“ฟังสิ เล่าเลยๆ” ชางมินหันกลับมากระตือรือร้นทันที
“ก็ ไอ้พี่ยูชอนบ้าน่ะสิ ตอนที่จะกลับโรงเรียนมีเด็กนักเรียนหญิงของดงวอนมาเรียกเอาไว้ แถมหมอนั่นยังออกอาการขี้หลีอีกต่างหาก ไปจับมือทักทายกับน้องเขาเฉยเลย เห็นแล้วหมั่นไส้ หึ เรียกพี่ว่ามิคกี้ก็ได้นะครับ จะได้เข้ากันกับชื่อเจสสิก้า แหวะ ถ้าอยากเรียกชื่อฝรั่งฉันก็มีเว้ย” คนน่ารักเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนที่นั่งตาปริบๆฟัง
“แล้วไงอ่ะจุนซู นายก็เลยวิ่งหนีมานั่งหน้าเง้าหน้างออยู่อย่างนี้น่ะเหรอ” แจจุงขัดขึ้น
“เปล่าหรอก ฉันหมั่นไส้น่ะ ก็เลยเข้าไปขัดไว้ซะก่อน หมอนั่นเลยลากฉันออกมา เรื่องนั้นยังไม่พีคสุดๆนะ ยังมีอีกเรื่อง”
“อะไรอ่ะ เล่ามาให้หมดสิจะกั๊กไว้ทำไมเนี่ย”
“ก็หมอนั่นดันถามฉันว่า ฉันเป็นผู้หญิงปลอมตัวมาหรือเปล่าน่ะสิ นี่เห็นฉันเป็นกระเทยใช่ไหมเนี่ย พูดแล้วแค้นนนนน”
สิ้น เสียงเล่าของคนน่ารัก ชางมินที่กำลังกินขนมปังอยู่ ถึงกับสำลักขนมปังหลุดขำก๊ากออกมาทันที จะไม่ให้ขำได้ไงล่ะ พี่ยูชอนตาถั่วหรือเปล่า ก็เห็นๆอยู่ว่าจุนซูเป็นผู้ชาย เพียงแต่น่ารักเกินหน้าผู้หญิงไปก็แค่นั้นเอง ดันไปถามแบบนั้นได้ยังไง
“แล้วนายไม่ถามพี่เขาไปล่ะ ทำไมถึงได้ถามแบบนั้น” แจจุงถามขึ้น
“ไม่ รู้ พอได้ยินอย่างนั้นฉันก็เลยกระทืบเท้าหมอนั่นไปเต็มแรง แล้วก็หนีขึ้นรถมาเลย สงสัยจะเดินไม่ได้ไปอีกนาน สมน้ำหน้า ถามอะไรบ้าๆ” จุนซูพูดพร้อมทำแก้มป่องพองลมอย่างไม่พอใจ
“อ้าว แล้วแบบนี้พี่เขาจะขึ้นห้องเรียนได้ยังไงล่ะ” ชางมินถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่รู้ไม่ชี้” คนน่ารักเอามือปิดหูพร้อมส่ายหัวดุ๊กดิ๊กไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น
คืน นั้นในห้องนอนของคฤหาสน์บ้านตระกูลคิม คุณหนูจุนซูกำลังนั่งกอดตุ๊กตาโลมาตัวสีฟ้าอยู่บนเตียง พร้อมนั่งขมวดคิ้วเป็นปมไปด้วย เพราะจุนซูกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะใช้วิธีไหนรุกปาร์คยูชอนต่อไปดี เพราะเท่าที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะจบด้วยการทะเลาะกันมากกว่าจะมีความคืบหน้าทาง ด้านความสัมพันธ์อันดี
“เฮ้อกลุ้ม แบบนี้เราจะได้พี่ยูชอนมาเป็นของเราอย่างที่ประกาศไว้ได้ไงน๊า” พูดจบก็ทุ่มตัวลงไปบนเตียงนุ่ม
“ไอ้ พี่ยูชอนบ้า จะไม่กวนประสาทสักวันมันจะตายไหมเนี่ย มาหาว่าเราเป็นผู้หญิงได้ยังไง หรือว่าพี่ยูชอนเขาไม่ชอบผู้ชายจริงๆ ไม่น๊าแล้วแบบนี้จุนซูจะทำยังไงอ่ะ ไม่ได้ๆๆๆ พี่ยูชอนจะต้องเลิกชอบชะนีพวกนั้นแล้วหันมาหาคนน่ารักอย่างเรา แต่เอ.. จะทำยังไงดีอ่ะ โอ้ยคิดแล้วปวดหมองอ่ะ”
ในขณะที่คุณหนูบ้านตระกูลคิมกำลังนอนตีแปลงกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงเพราะคิดไม่ตก คุณหนูบ้านตระกูลปาร์คก็อยู่ในอาการเดียวกัน
“ทำไม นายต้องหน้าแดงอย่างนั้นด้วยอ่ะ โกรธขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วแบบนี้ฉันจะรู้ได้ไงว่านายไม่ใช่ผู้หญิงปลอมตัวมา เอ...หรือต้องพิสูจน์ จับกดซะเลยดีไหม ไม่ดีๆๆ เสียประวัติปาร์คหมด เคยแต่กดผู้หญิงจะให้กดผู้ชายมันยังไงๆอยู่น๊า เอ...หรือว่าจะทำดี จะได้รู้กันไปเลยสิ้นเรื่องสิ้นราว เฮ้ย จะเป็นหรือไม่เป็นก็ช่างหมอนั่นเถอะ จะมัวมานั่งคิดทำไมเสียวเลานอน ไม่คิดแล้ว ปวดหัว นอนดีกว่า”
และคืนนั้นคุณหนูของทั้ง2ตระกูลก็ยังไม่ได้อะไรคืบหน้า แถมเสียเวลานอนไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกด้วย
เช้า วันใหม่อากาศสดใสเหมาะกับการตื่นเช้าเป็นที่สุด แต่คนหล่อก็ยังคงนอนอยู่ในผ้าห่ม แถมดึงมาปิดหน้าอีกต่างหากเมื่อแสงแดดยามเช้าพยายามสอดส่องถึงตัวเพื่อปลุก ให้ลุกขึ้นมาต้อนรับวันใหม่ ก็จะให้เขาตื่นได้ยังไงเล่า เมื่อคืนมัวแต่คิดเรื่องเป็น ไม่เป็น กด ไม่กดอยู่ทั้งคืนเลยไม่ได้หลับไม่ได้นอน เสียเวลาชะมัด เมื่อไม่สามารถต้านทานแสงแดดได้ ยูชอนก็เลยต้องเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน แต่ทันทีที่เข้าไปเห็นตัวเองในกระจก
“เฮ้ย!!! โหเป็นวงเลยอ่ะ คิมจุนซูเรื่องนี้นายต้องรับผิดชอบ ทำให้คนหล่อมีรอยคล้ำใต้ตาเป็นหมีแพนด้าอย่างนี้”
~ ครืด ~
“อ้าว คุณไก่กะต๊าก เดี๋ยวนี้ข้ามสายพันธ์จากไก่มาเป็นหมีแพนด้าแล้วเหรอครับ” ยุนโฮทักทันทีที่เห็นเพื่อนตัวดีเข้ามาในห้องและสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาอีก ด้วย
“อย่ามากวนแต่เช้าได้หรือเปล่า ขอร้อง คนยิ่งง่วงๆอยู่ด้วย”
“แล้วแกไปทำอะไรมาเล่า ถึงได้อดหลับอดนอนขนาดนั้น มัวแต่หลีหญิงผ่านเน็ทอยู่อ่ะดิ”
“เปล่าเฟ้ย ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แค่นอนคิดอะไรนานไปหน่อยเท่านั้นเอง”
“คิด ไรอ่ะ บอกบ้างสิ จะได้ช่วยคิดไง สองหัวดีกว่าหัวเดียวนะเฟ้ย” ยุนโฮเสนอตัวช่วยเพื่อนเต็มที่ แต่จริงๆแล้วเขาแค่อยากรู้เท่านั้นเองแหละ ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คนที่หัวถึงหมอนหลับเป็นตายเกิดอาการนอนไม่หลับเฉียบ พลันขึ้นมา
“ไม่มีอะไรหรอกน่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องใช้หัวแกช่วยคิดหรอกไอ้หมี วุ้ยง่วงเว้ย ฉันไปนอนที่ห้องพยาบาลก่อนแล้วกัน ฝากเช็คชื่อด้วยนะเว้ย” พูดจบยูชอนก็เดินสะโหลสะเหลไปที่ห้องพยาบาลเพื่อชาร์จแบตทันที
~ ครืด ~
“อรุณสวัสดิ์” เสียงหวานปนแหบทักเพื่อนร่างบางตรงหน้า
“อรุณสวัสดิ์จุนซู เป็นไรอ่ะทำไมหน้าตาดูซีดๆอย่างนั้น เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือไง” แจงจุงถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของเพื่อนรัก
“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อคืนดันมัวแต่คิดแผนล่อไก่เข้าสุ่มอยู่เลยไม่ได้นอนเลย ฮ้าววว” ว่าแล้วก็หาวซะเลย
“โธ่จุนซู ไปคิดทำไมล่ะ อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิดน่า ถ้าพี่ยูชอนเขาสนใจนายเขาก็ต้องหันมาหานายอยู่แล้ว”
“ไม่ได้ รออย่างนั้นฉันก็ต้องรอจนผมหงอกล่ะมั้ง เพราะรอบตัวพี่ยูชอนมีสาวๆเต็มไปหมด จะให้ฉันไปแทรกตรงไหนล่ะโบแจ”
“ก็ได้ๆๆ นายจะเอาไงต่อล่ะ คิดทั้งคืนได้แผนอะไรมั่งไหม” แจงจุงถามขึ้น
“ไม่ได้อะไรเลยอ่ะ คิดไม่ออก เจอกันทีไรก็จ้องจะกัดกันทุกที จะไปมีเวลาสวีวี่วีที่ไหนเล่า เสียวเลานอนจริงๆให้ตาย”
“ฉัน ก็อยากช่วยอยู่หรอกนะจุนซู แต่ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เอาเป็นว่าฉันให้กำลังใจนายเต็มที่แล้วกันนะจุนซู” แจงจุงพูดให้กำลังใจคนน่ารักเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไงดี
“ขอบใจนะโบแจ” จุนซูยิ้มขอบคุณไปให้แจจุง
“นักเรียนนั่งที่ได้แล้ว เราจะเริ่มชั่วโมงโฮมรูมกัน” อาจารย์ที่ปรึกษาเดินเข้ามาพร้อมกับเรียกทุกคนให้นั่งที่
“วันนี้ ครูจะมาคุยกับพวกเราเรื่องเกี่ยวกับงานโรงเรียนที่จะถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ ปีนี้พิเศษหน่อยเพราะทางโรงเรียนจะอนุญาตให้คนภายนอกเข้ามาได้ ก็เลยต้องมีการจัดการแสดงบนเวที จัดนิทรรศการ และออกร้านขายของ”
“โห~~~” เสียงนักเรียกทุกคนดังขึ้น
“ไม่ ต้องร้อง ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทำทั้งหมด คณะกรรมการแบ่งงานให้มาเรียบร้อยแล้ว ว่าชั้นปีไหนต้องจัดนิทรรศการ ชั้นปีไหนต้องออกร้าน แต่ว่าเรื่องการแสดงบนเวทีต้องมีทุกห้องอันนี้เลี่ยงไม่ได้ ห้องของเราได้รับมอบหมายให้ออกร้าน ครูเลยจะมาปรึกษาพวกเราว่าจะทำอะไรกันดี”
“ขายทาโกะยากิดีไหมครับ” เสียงนักเรียกชายคนนึงดังขึ้น
“ก็ดีเหมือนกันนะ ทำก็ง่ายไม่ยุ่งยากอะไรด้วย” อาจารย์เห็นด้วย
“แต่หนูว่ามันธรรมดาไปนะคะอาจารย์ เราน่าจะมีอะไรที่มีสีสันกว่านั้น” นักเรียนหญิงคนนึงออกความเห็น
“งั้นเหรอ แล้วเราจะทำอะไรที่มันต่างจากขายทาโกะยากิทั่วๆไปดีล่ะ” อาจารย์หันไปมองนักเรียนในห้องทุกคน
“เอา งี้สิครับอาจารย์ เราก็เปิดเมดคาเฟ่ ที่มีทั้งเครื่องดื่มเสิร์ฟพร้อมทาโกะยากิด้วยดีไหมครับ รับรองคนเข้ามาตรึม ห้องเรามีสาวสวยหนุ่มน่ารักเยอะขนาดนี้” ชางมินออกความเห็น
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยความความคิดนี้ของชางมิน มีเพียงจุนซูที่ทำท่าไม่เห็นด้วย เพราะงานนี้ต้องไม่พ้นเขากับแจจุงแต่งตัวเป็นเมดแน่ๆ โลมาขอบายได้ไหมเนี่ย
“ดีเหมือนกันนะ” อาจารย์เห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะนักเรียนในปกครองของเขาน่ารักกันทั้งนั้น น่าจะเรียกลูกค้าได้ดี
“อาจารย์ฮะ” คนน่ารักยกมือขึ้น
“มีอะไรคิมจุนซู”
“ผมขอเสนออะไรหน่อยได้ไหมฮะ”
“ได้สิ เธอมีอะไรเสนอว่ามา”
“คือ ผมอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในงานห้องครั้งนี้ ผมไม่อยากให้พวกเรากำหนดตายตัวว่าใครจะทำอะไรในห้อง แต่อยากให้เปลี่ยนวนกันไปเรื่อยๆได้ไหมฮะ” จุนซูเสนอขึ้น
“ไหนลองอธิบายมาสิ ครูไม่เข้าใจที่เธอพูด”
“ก็ ไม่จำเป็นต้องคัดคนหน้าตาดีมาเป็นพนักงานต้อนรับ ผมว่าทุกคนในห้องน่าจะมีโอกาสเป็นพนักงานต้อนรับเหมือนกันหมด ร้านเราจะได้มีความแปลกใหม่มากขึ้นไงฮะ ส่วนหน้าที่ในครัวใครที่ไม่ได้เป็นพนักงานต้อนรับตอนนั้นก็เข้าไปทำ แบบนี้จะได้มีส่วนร่วมกันทุกคน” จุนซูอธิบาย
“เข้าท่าดีนะ ตกลงเอาเป็นว่าตามนี้ ทุกคนจะได้ทำงานนี้ร่วมกันด้วย”
ใน ขณะที่จุนซูยิ้มอย่างพึงพอใจที่อาจารย์รับฟังคำเสนอของเขา เพราะเกรงว่าตัวเองกับเพื่อนคนสวยจะต้องรับหน้าที่เป็นเมดทั้งวันน่ะสิ เลยต้องหาวิธีชิ่งไว้ก่อน แต่คนอื่นในห้องกลับเริ่มทำหน้าเบ้ จะไม่ให้ทำหน้าเบ้ได้ไง ก็นักเรียนชายบางคนในห้องตัวอย่างกับตึก จะให้ไปใส่ชุดเมด อย่างนี้มันฆ่ากันชัดๆเลยนี่นาคิมจุนซู โธ่นึกว่าจะได้เห็นจุนซูใส่ชุดเมดทั้งวันซะอีกผิดหวังอ่ะ
“เอาล่ะ เรื่องร้านจบไป งั้นเรื่องการแสดงล่ะ เราจะแสดงอะไรกันดี” อาจารย์หันไปถามความเห็นจากอาจารย์ นักเรียนชายในห้องคนนึงรีบยกมือขึ้นทันที
“อาจารย์ครับเรื่องนี้ผม ว่ายกให้เป็นหน้าที่คิมจุนซูดีกว่าครับ พวกเราคงทำอะไรไม่ได้มาก มีแต่จุนซูทั้งร้อง ทั้งเต้นเก่งกว่าใครๆให้เขาเป็นคนรับหน้าที่ไปแล้วกันนะครับ” เอาวะไม่ได้เห็นเป็นเมดทั้งวัน ก็น่าจะได้เห็นอะไรสวยๆงามจากการแสดงบนเวทีบ้างก็ยังดี
“อืมครูก็ว่าดี ถ้างั้นเรื่องนี้ครูให้เธอจัดการเต็มที่เลยนะคิมจุนซู”
อาจารย์ กล่าวขึ้นกับจุนซูที่กำลังหน้าเหวอ ประมาณว่าปัดได้เรื่องนึง แต่ก็ต้องเจอกับอีกเรื่องนึงเหรอเนี่ย ไหนจะต้องไปแนะแนวตามโรงเรียนอีก นี่กะจะฆ่ากันให้ตายไปเลยใช่ไหม เฮ้อ โลมากลุ้ม แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับคำไปตามระเบียบ
“ถ้างั้นตกลงตามนี้ จบชั่วโมงโฮมรูมได้” แล้วอาจารย์ประจำชั้นก็เดินออกไปจากห้อง
“โธ่เอ๊ยนึกว่าจะได้พักสักหน่อย หาเรื่องมาให้ทำจนได้ไอ้พวกนี้นี่” จุนซูบ่นพึมพำ
“น่าจุนซูถ้าจุนซูไม่ช่วยคิดเรื่องการแสดง มีหวังห้องเราขายหน้ากันแน่ๆเลย” แจงจุงปลอบในเพื่อน
“จะให้ทำอะไรดีล่ะ ยังคิดไม่ออกเลยนะ แล้วไหนฉันจะต้องไปแนะแนวอีกอ่ะ อุตส่าห์ปัดเรื่องเป็นเมดระยะยาวได้แล้วเชียว” จุนซูทำหน้ายุ่ง
“นายก็ขึ้นไปร้องเพลง แล้วก็แดนซ์กระจายตามถนัดของนายสิ จะได้ไม่ต้องเปลืองเวลาซ้อม เพราะเรื่องนี้นายถนัดอยู่แล้วนี่” แจงจุงแนะนำ
“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วอ่ะ ถ้าทำอย่างอื่นคงซ้อมไม่ทัน เวลาก็เหลือไม่มากแล้วด้วย” จุนซูเอ่ยปลงๆ
“เฮ้อ!!!!~” จุนซูถอนหายใจเสียงดัง
“เป็นอะไรไปอีกล่ะ เรื่องการแสดงก็จบแล้วนี่ยังหนักใจเรื่องอะไรอีก”
“วันนี้มาสายฉันยังไม่เจอพี่ยูชอนเลยอ่ะ ไม่มีกำลังใจเรียนหนังสือเล้ย” โลมาน้อยพูดพร้อมนอนเอาหน้าแนบกับพื้นโต๊ะ อย่างซักกะตาย
“นึกว่าเป็นอะไรซะอีก” แจงจุงส่ายหน้ายิ้มๆ พอเจอกันก็ทะเลาะพอไม่เจอก็มาบ่นถึงเขา จุนซูน้าจุนซู
%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ ^^


ขอแนะนำมิคว่าให้จับน้องกดเพื่อพิสูจน์ไปเลย อิอิ
จะได้ไม่ต้องมานอนคิดมากจนตาเป็นแพนด้าแบบนี้
ลุ้นว่างานโรงเรียน ยูซูเขาจะเป็นยังไงกัน
มาต่อเร็วไน้
#1 By chebi (124.120.122.223) on 2010-03-18 12:30