Recommend

[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 3

posted on 18 Mar 2010 11:02 by kameryuichi  in servant

 

 

 

 

Part 3





ยูชอนพาเขามายืนอยู่ที่หน้าหอพักที่คาดว่าจะเป็นของเขา สภาพหอพักไม่ได้ต่างอะไรกับบ้านไม้พุๆพังหลังเก่าของเขาเลย

“โรงเรียนหรูขนาดนี้มีบ้านเก่าๆด้วยเหรอ” จุนซูหันมาถามคนรับใช้ของเขา

“นี่ เป็นหอพักสำหรับนักเรียนทุกคนที่เข้าใหม่น่ะครับ ที่โรงเรียนนี้มีการจัดอันดับความเป็นคุณหนู สำหรับคนที่เข้าใหม่อย่างคุณหนูเราเรียกว่าอมบร้า เป็นขั้นเริ่มต้น ขั้นที่สองเรียกว่า ลูน่า ขั้นสูงสุดเรียกว่า โซเล่ เรียกได้ว่าเป็นคุณหนูเต็มขั้นเลยล่ะครับ สักวันคุณหนูก็ต้องได้เป็นโซเล่ครับ ผมคิดว่าคุณหนูทำได้แน่นอน”

“สรุปว่าฉันอยู่อมโบโระใช่ไหม”

“อมบร้าครับ” ยูชอนแก้ให้ขณะที่เดินนำหน้าจุนซูเข้าไปในหอพัก

“นี่ครับห้องพักของคุณหนู เชิญครับ”

ยู ชอนผลักประตูเข้าไป เมื่อจุนซูก้าวไปในห้อง ก็พบกับห้องขนาดกว้างพอสมควร มีโต๊ะสำหรับเขียนหนังสือ เตียงเดี่ยวขนาดพอดี มีผ้าคลุมสีขาวติดอยู่ที่หัวเสา เพิ่มความหรูหราให้นิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ เพราะไอ้ม่านนั่นมันไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้นมามากนัก เพราะทั้งห้องมีแต่เครื่องเรือนที่เป็นไม้ ทำให้ห้องนี้ดูทึมๆ ไม่เห็นเหมือนหอพักในโรงเรียนคุณหนูเลย ยูชอนสังเกตเห็นสีหน้าของคนตัวเล็กจึงพูดปลอบใจ เพราะคิดว่าคนตัวเล็กคงรับไม่ได้ที่เข้ามาอยู่ในบ้านที่โทรมขนาดนี้

“คุณหนูไม่ต้องคิดมากนะครับ อีกหน่อยคุณหนูก็จะได้ไปอยู่ที่ดีกว่านี้ ถ้าคุณหนูมุ่งมั่นในการเลื่อนขั้น”

“ฉัน ดีใจต่างหาก กำลังคิดว่าถ้าต้องไปอยู่ไอ้ที่หรูๆเหมือนในโรงพยาบาลจะทำยังไงเนี่ย แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย คล้ายๆที่บ้าน ดูดีกว่าเท่านั้นเอง” จุนซูยิ้ม

“แต่ผมคิดว่า คุณหนูน่าจะคิดเรื่องเลื่อนขั้นด้วยนะครับ จะได้ไม่ย่ำอยู่กับที่”

“ช่างฉันเถอะน่า ฉันชอบที่นี่” จุนซูเดินไปนั่งลงที่เตียง

“นุ่มดีนี่ แบบนี้นอนสบายกว่าที่บ้านตั้งเยอะ” ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนทันที

“นาย เอ่อ นายชื่ออะไรนะ”

“ปาร์คยูชอนครับ เรียกผมว่ายูชอนก็ได้”

“อืม ยูชอน นายออกไปได้แล้วฉันจะพักผ่อน”

“ครับ” ยูชอนรับคำ เดินผละจากจุนซูไปในทางทิศทางตรงกันข้ามกับประตูทางออก

“เดี๋ยว” ยูชอนหันมามอง

“นั่นมันทางไปประตูทางออกที่ไหน ทางนี้ต่างหาก” จุนซูชี้ไปยังฝั่งตรงข้าม

“ก็ผมไม่ได้จะออกนอกห้องนี่ครับคุณหนู” ยูชอนหันมาตอบนิ่งๆ

“อ้าว แล้วถ้าไม่ออกไปนอกห้องฉันจะพักผ่อนได้ยังไงล่ะ”

“คุณหนูก็เชิญพักได้ตามสบายเลยครับ เพราะผมกำลังจะเข้าไปอยู่ในห้องของผมเหมือนกัน”

“หา~ ว่าไงนะ ห้องนาย ในนี้มีห้องนายด้วยเหรอ” จุนซูงงก็นี่มันห้องเขานี่ ทำไมห้องคนรับใช้ถึงอยู่ในห้องเขาอีกล่ะ

“ครับ ห้องของผมอยู่ตรงนี้ คุณหนูต้องการอะไรก็เรียกได้นะครับ ผมจะรีบออกมาทันที”

“ไม่ นายต้องไปนอนที่อื่น ทำแบบนี้แล้วฉันจะทำอะไรเป็นส่วนตัวได้ยังไงเล่า”

“คุณ หนูจะทำอะไรก็ตามใจสิครับ นี่มันห้องของคุณหนู ผมจะไม่ออกมาถ้าคุณหนูไม่เรียก ขอตัวนะครับ” พูดจบก็เดินเข้าห้องไปทันที ทิ้งให้จุนซูนั่งงงอยู่ที่เตียงต่อไป

“มีห้องในนี้ นี่ฉันจะหลบหมอนี่ไม่พ้นเลยหรือไงเนี่ย อ๊ากกกก” พ่อฮะแม่ฮะ เป็นคุณหนูต้องมีคนคอยเฝ้าตลอดเวลาด้วยเหรอ จุนซูไม่เข้าใจ๊

เช้า วันรุ่งขึ้นจุนซูที่กำลังนอนหลับสบายก็ต้องสะดุ้งตื่น เพราะรู้สึกถึงลมเบาๆที่ข้างหู พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับใบหน้าหล่อๆของคนรับใช้ที่ก้มลงมาจนเกือบชิดหน้า ของเขา จุนซูลุกพรวดพราดขึ้นมานั่งทันที ยกมือมากุมที่แก้มด้วย เพราะเมื่อกี้รู้สึกเหมือนมีอะไรมาสัมผัสกับแก้ม

“จะทำอะไรน่ะ”

“ผมแค่จะปลุกคุณหนูเท่านั้น คุณหนูเป็นอะไรครับ ปวดฟันเหรอ” ยูชอนตีหน้าซื่อ

“เปล่า ฉันแค่.. ช่างเถอะคิดไปเองมั้ง”

“ผม เตรียมน้ำเอาไว้ให้แล้ว เชิญทางนี้ครับ” ยูชอนยืนตัวตรงไม่ได้มีท่าทางตกใจหรืออะไรเป็นพิรุธ จุนซูจึงคลายใจคิดว่าเมื่อกี้เขาคงรู้สึกไปเอง

“มาปลุกทำไมแต่เช้า”

“วันนี้มีเรียนนะครับ โรงเรียนเข้าตอน8โมงครึ่งครับ”

“ตอนนี้กี่โมงแล้วล่ะ”

“7โมง45ครับ”

“หา แล้วอย่างนี้จะไปทันที่ยังไง ห้องเรียนอยู่อีกฟากนึงของโรงเรียนเลยนะ”

“เรื่อง นั้นไม่ต้องห่วงครับ คุณหนูไปทันแน่ ตอนนี้ไปอาบน้ำเถอะครับ” ยูชอนทำท่าจะเดินนำจุนซูไปที่ห้องน้ำ แต่คนตัวเล็กจัดการคว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ที่แขนของยูชอน แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ล็อคห้องทันที

“คุณหนูครับ ผมต้องอาบน้ำให้คุณหนูนะครับ เปิดประตูก่อน”

“ไม่ต้อง ฉันบอกแล้วว่าอาบเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง” จุนซูตะโกนกลับออกมา

“แต่อาบเองมันจะช้านะครับ ให้ผมอาบให้ดีกว่า”

“บอกว่าไม่ต้องไง รีบหาข้าวให้ฉันกินได้แล้ว คนยิ่งหิวๆอยู่” จุนซูรีบเบี่ยงประเด็น

“ก็ได้ครับ” ยูชอนรับคำ

“สงสัยต้องเอากลอนออกซะแล้ว คราวหน้าจะได้หนีเข้าห้องน้ำไม่ได้อีก”

ขณะ ที่เตรียมอาหารให้คนตัวเล็ก ก็คิดถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ตอนแรกเขาก็แค่จะเข้าไปปลุกคนตัวเล็กที่นอนขี้เซา จนป่านนี้แล้วยังไม่ตื่น แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาก็อดที่จะแอบขโมยหอมแก้มใสๆนั่นไม่ได้ คนอะไรน่ารักชะมัด ตอนนอนป่วยอยู่ก็อุตส่าห์ไม่ทำอะไรแล้วเชียว เห็นว่าป่วยอยู่ แต่ตอนนี้ไม่ไหว แก้มแดงๆ ตาใสๆ เฮ้อ~จะรอดไหมเนี่ยยูชอนเอ๊ย สงสัยคุณหนูคิมจุนซูอาจจะเสร็จเราก่อนที่จะเข้าพิธีหมั้นอย่างเป็นทางการ แน่ๆ เห็นนอนหลับลึกขนาดนั้น ไม่คิดว่าจะนอนไวขนาดนี้ แค่หอมแก้มเบาๆแค่นี้เอง ตื่นซะได้ ดีนะเนี่ยที่ยังไม่รู้ตัว ถ้ารู้ตายแน่ๆเลยเรา ยูชอนคิดพอดีกับจุนซูที่เดินออมาจากห้องน้ำ แต่งชุดนักเรียนออกมาเรียบร้อย ไม่ยอมออกมแต่งนอกห้องเด็ดขาด กลัวมีรายการแต่งตัวตุ๊กตาอีก

“คุณหนูทำไมแต่งตัวในห้องน้ำล่ะครับ เดี๋ยวเสื้อผ้าเปียกกันพอดี” ยูชอนจิ๊ปากอย่างขัดใจ

“ไม่เปียกสักหน่อย นี่ไง เรียบร้อยแห้งสนิท”

“แต่หน้าที่แต่งตัวมันเป็นหน้าที่ผมนะครับ”

“ก็เพราะอย่างนี้น่ะสิถึงแต่งในห้องน้ำ ไม่ต้องพูดมาก อาหารล่ะเสร็จหรือยัง”

“อาหารพร้อมแล้วครับ” ยูชอนเลื่อนเก้าอี้ให้จุนซูนั่ง คิดในใจคราวหน้าต้องเอากลอนออกจริงๆล่ะมั้งเนี่ย รู้ทันตลอด

“น่า อร่อยจัง ทานละนะครับ” จุนซูลงมือทานอาหารเช้าที่ยูชอนเตรียมเอาไว้จนหมด หลังจากนั้นก็เตรียมตัวไปเรียนทันที แต่ยูชอนรั้งตัวคนตัวเล็กไว้ก่อน

“เดี๋ยว ครับคุณหนู” ยูชอนจับตัวจุนซูหันมาเผชิญหน้ากัน แล้วจัดแจงขยับเนคไทด์ที่บิดเบี้ยวให้เข้าที่ จัดทรงผมให้เรียบร้อย ก่อนจะจูงมือคนตัวเล็กไปที่ยานพาหนะที่เตรียมไว้

“ยูชอน เราจะไปทันทียังไง อีก10นาทีเข้าเรียนแล้วนะ”

“ไม่ต้องห่วงครับคุณหนู 5นาทีก็ถึง” พูดจบ เสียงพาหนะสุดโปรดของจุนซูก็ร่อนลงมาพอดี

“ไม่ เอ๊า ไม่ไปเด็ดขาด ม่ายยยย” จุนซูดิ้นหนีสุดฤทธิ์ ดีนะที่ก่อนออกมาจากห้องยูชอนจับมือคนตัวเล็กเอาไว้ ไม่งั้นสงสัยวิ่งเข้าไปหลบในห้องแน่ๆ

“คุณหนูครับ อย่าดิ้นสิครับเดี๋ยวไปเรียนสาย”

“ไม่เอา ฉันไม่ไปกับไอ้แมงปอยักษ์ ไม่ๆๆๆๆ” จุนซูส่ายหัวกลมๆไปมา

“ไม่ ได้ครับ ต้องไปเดี๋ยวนี้” ยูชอนช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในวงแขน และขึ้นไปบนฮอ จัดการล็อคคนตัวเล็กไว้กับที่นั่งด้วยเข็มขัดนิรภัย ใส่ที่ครอบหูให้เรียบร้อย

“ไปได้แล้ว” หันไปสั่งคนขับฮอให้นำเครื่องออกทันที ไม่สนใจกับเสียงร้องโหยหวนคนคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อย


จุน ซูเดินโซเซลงมาจากเจ้าแมงปอยักษ์ ทำไมต้องนั่งไอ้ฮอนี่มาด้วยนะ เวียนหัวเป็นบ้าส่ายไปส่ายมาอยู่นั่นแหละ หัวใจจะวายตาย คนใช้นี่ก็ไม่ช่วยอะไรเลยนั่งนิ่งเหมือนนั่งฮอมาตั้งแต่เกิด วุ้ย นี่มันคนใช้หรือว่าคุณหนูกันแน่ ดูจะคุ้นอะไรๆที่เกี่ยวกับคุณหนูมากกว่าเขาซะอีก

“คุณหนูครับ เชิญทางนี้” ยูชอนเดินนำหน้าจุนซูไปที่ห้องเรียน ยูชอนหยุดเมื่อถึงหน้าห้องๆหนึ่ง

“พร้อมนะครับคุณหนู”

จุน ซูพยักหน้ารับ ยูชอนจึงเปิดประตูเข้าไป เสียงจ้อกแจ้กจอแจเมื่อกี้ก็เงียบลงไป จุนซูกวาดตามองรอบๆห้อง ห้องเรียนทำไมมันถึงไม่เห็นเหมือนห้องเรียนเลยล่ะ ดีนะเนี่ยที่มีกระดานดำเลยรู้ว่าใช่แน่ แต่โต๊ะเรียนของที่นี่ไม่เหมือนโต๊ะเรียนทั่วไป โต๊ะก็ดูเป็นโต๊ะหรูหรา เก้าอี้ก็เป็นโซฟาขนาดใหญ่ ดูท่าจะนุ่มนั่งสบายซะด้วย อย่างนี้ถ้างีบหลับแล้วแถมผ้าห่มสักผืนคงจะหลับสบายน่าดู ฮีซอลลุกขึ้นมาต้อนรับจุนซู และหันไปแนะนำกับเพื่อนๆในห้อง

“นี่คิมจุนซู เพื่อนใหม่ของเราเทอมนี้ รู้จักกันเอาไว้สิ”

“สวัสดีครับ ผมคิมจุนซูครับ”

“คิมจุนซูเหรอ นายเป็นลูกหลานตระกูลไหนกัน ทำไมเราไม่เคยเห็นหน้านายในทำเนียบไฮโซเลย” นักเรียนหญิงคนนึงกล่าวขึ้น

“นั่นสิ พวกผู้ดีใหม่ส่งลูกมาเรียนสมบัติผู้ดีใช่ไหม”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น ดูทำตัวเข้า สะเหร่อซะไม่มี” นักเรียนสาวคนเดิมเดินเข้ามาใกล้จุนซู พร้อมด้วยคนรับใช้ของตัวเอง

“นี่นายแต่งตัวอะไรของนายน่ะ ทำไมมันถึงได้ดูมอซออย่างนี้” พูดพลางยื่นมือไปจับที่เสื้อของจุนซู

“เนื้อผ้าก็เห่ย นี่โรงเรียนไฮโซนะยะ ใส่ชุดโลโซอย่างนี้ได้ยังไง”

จุน ซูได้แต่ยืนงง นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมอยู่ๆพวกนี้ถึงได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาตั้งแต่วันแรก แล้วไอ้เสื้อผ้านี่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเอามาเองสักหน่อย ยูชอนต่างหากเป็นคนจัดการให้ จุนซูก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง พลางหันไปมองเสื้อผ้าคนอื่นๆ มันก็ไม่เห็นต่างกันตรงไหนนี่นา ทำไมยัยนี่ถึงบอกว่ามันเห่ยล่ะ จุนซูยกมือข้างนึงมาจับที่สูทตัวเองใช้นิ้วขยี้เบาๆ แล้วยื่นมือไปจับเสื้อสูทของเด็กสาวตรงหน้า กล่าวเสียงซื่อๆตาใสๆ อย่างที่ใครๆก็คิดว่าคนตัวเล็กนี่ต้องไร้เดียงสาแน่ๆ

“ฉันว่ามันก็ เหมือนกันเลยนะ ระหว่างเสื้อเธอกับเสื้อฉันน่ะ หรือว่าเธอก็เป็นเศรษฐีใหม่ พ่อแม่ส่งมาเรียนสมบัติผู้ดีเหมือนกัน ถึงได้ใส่เสื้อที่ตัดจากผ้าเนื้อเดียวกันฉันเด๊ะเลย”

“กรี๊ดดดดด นายกล้าดียังไงมาพูดอย่างนี้กับฉัน ชินดง จัดการสั่งสอนมันสิ” คนรับใช้ร่างใหญ่เดินเข้ามาประชิดตัวจุนซูทันที แต่ยังไม่ได้ทำอะไร ยูชอนก็ก้าวเข้ามาข้างหน้า ดันจุนซูไปด้านหลัง พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆตามแบบฉบับคุณชายปาร์ค

“อย่าดีกว่าครับ ผมคิดว่าถ้ามีเรื่องกันขึ้นมา ตระกูลของคุณคงรับความเสียหายครั้งนี้ไม่ไหวแน่ๆ” ยูชอนพูดเรียบๆ

“ชิ ฝากไว้ก่อนนะคิมจุนซู คราวนี้เพราะท่านยูชอนออกหน้าช่วยนายไว้ ฉันถึงไม่เอาเรื่อง” ว่าแล้วก็สะบัดบ๊อบกลับไปนั่งหน้าบูดที่เดิมทันที ใครจะไปกล้าเล่นกับตระกูลปาร์คกันเล่า ทำแบบนั้นก็เท่ากับตัดหนทางธุรกิจตัวเองน่ะสิ

“ขอบใจนะยูชอน”

“ไม่ เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” ยูชอนกล่าวยิ้มๆ เจ้าตัวเล็กนี่ก็ร้ายไม่ใช่เล่น ตอนแรกนึกว่าจะหงอๆซะอีก อย่างนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงมากเท่าไหร่

“พอสักที กึนยอง เธอก็เลิกทำตัวเป็นนางมารร้ายได้แล้ว คิมจุนซู นายไปนั่งที่ๆว่างอยู่ข้างๆแจจุงแล้วกัน” จุนซูมองตามฮีซอลชี้ไปก็พบกับชายหนุ่มหน้าหวานคนนึงนั่งยิ้มให้เขาก่อนอยู่ แล้ว จุนซูยิ้มรับและเดินเข้าไปใกล้

“สวัสดี ฉันคิมแจงจุง นี่คนรับใช้ของฉัน ชองยุนโฮ” แจงจุงแนะนำตัวเอง

“สวัสดีครับ”

“ไม่ ต้องพูดเพราะนักหรอก เราเพื่อนๆกันทั้งนั้น ขอต้อนรับสู่ห้องเขาเรานะ” แจจุงเอ่ยยิ้มๆ เขาค่อนข้างประทับใจกับวีรกรรมครั้งแรกในการปรากฏตัวของจุนซู ที่ตอกกึนยองหน้าหงายเมื่อกี้ คิดแล้วยังขำไม่หาย

“ส่วนฉันปาร์คยูฮวาน แล้วนี่ชิมชางมินคนรับใช้ฉัน ยินดีที่ได้รู้จัก” ยูฮวานยื่นหน้ามาจากที่นั่งข้างๆ แนะนำตัวเองบ้าง

“ยินดี ที่ได้รู้จักเช่นกัน” จุนซูยิ้มให้ยูฮวาน ก่อนที่จะสะดุดกับอะไรบางอย่าง เอ.. หน้ายูฮวานนี่เหมือนใครนะ อ๊ะใช่แล้ว จุนซูหันไปมองคนรับใช้รูปหล่อของเขาทันที

“ทำไมนาย2คนหน้าเหมือนกัน เด๊ะเลยล่ะ แถมนามสกุลเดียวกันด้วย นาย2คนเป็นอะไรกันหรือเปล่า” ยูฮวานได้ยินอย่างนั้นก็หันไปสบตาพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังจุนซู เพื่อรอคอยคำตอบ แต่ยูชอนโบกไม้โบกมือห้ามไม่ให้เขาบอกว่าเขากับยูฮวานเป็นอะไรกัน

“เปล่า ฉันไม่รู้จักคนรับใช้นายหรอกนะ” ยูฮวานส่ายหน้าดิ๊ก

“ใช่ๆ จุนซู นายกับฉันยังนามสกุลเดียวกันเลย ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นพี่น้องกันน่ะ” แจจุงรีบพูดกลบเกลื่อนทันที

“มันก็จริง แต่ฉันกับนายหน้าไม่เหมือนกันนี่”

“เอ่อ คุณหนูครับ อาจารย์มาแล้วครับ เริ่มเรียนกันดีกว่า” ชางมินรีบตัดบททันทีก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่

จุน ซูยังไม่คลายความสงสัยเรื่องนี้ แต่ก็ไม่คิดที่จะถามอะไรต่อ ในเมื่อเพื่อนใหม่เขาบอกว่าไม่ได้เป็นก็ไม่ได้เป็นสิ เอ.. แต่ถ้าเป็น คนนึงเป็นคุณหนู อีกคนนึงทำไมเป็นคนรับใช้ล่ะ วุ้ยปวดหัว

“นักเรียนเอาหนังสือขึ้นมาเปิดหน้า 400”

เสียง อาจารย์สั่งดังผ่านโสตประสาทเข้ามา ทำให้จุนซูเพิ่งนึกได้ว่าตั้งแต่มาที่นี่ เขายังไม่มีกระเป๋าหนังสือเลยสักใบ แล้วจะไปเอาหนังสือมาได้ยังไง กำลังจะหันไปหายูชอนอยู่พอดี หนังสือเรียนเล่มที่ว่าก็ถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าเขา แถมยูชอนยังเปิดหน้าให้เสร็จเรียบร้อยอีกต่างหาก

“ขอบใจนะ” จุนซูพึมพำขอบคุณ

“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่”

จุน ซูนั่งฟังคำอธิบายเกี่ยวกับทฤษฏีอะไรไม่รู้ตั้งเยอะแยะมากมาย โดยไม่ได้เข้าสมองเลยแม้แต่น้อย โรงเรียนนี้มันเรียนอะไรกันเนี่ย ไม่เห็นจะเข้าใจเลย เหลือบไปมองแจจุงกับยูฮวาน เพื่อนใหม่ของเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนกันอย่างตั้งใจจดใส่สมุดโน้ตกันยิกๆ นี่เขาต้องเรียนทฤษฎียากๆพวกนี้ด้วยเหรอ หันไปมองคนรอบๆห้อง คิมฮีซอลไม่ได้สนใจกับหนังสือเรียนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ในมือมีหวี กับกระจกนั่งจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่ ในขณะที่คนรับใช้นั่งจดเลคเชอร์ให้มือเป็นระวิง คนอื่นๆบางคนก็นั่งเรียน บางคนก็นั่งหลับไปกับโซฟา มีคนรับใช้คอยยืนพัดให้ไม่ห่าง เฮ้อ~~ นอนได้แบบนี้ก็ดีสิ งั้นเรานอนมั่งดีกว่า จุนซูหลับตาพริ้มค่อยๆเอนตัวลงไปนอนที่พนักพิง แต่หัวของเขาไม่ได้สัมผัสกับพนักพิงอย่างที่เข้าใจ กลับกลายเป็นมือแข็งแรงของใครบางคนมาซ้อนเอาไว้ก่อน และดันให้เขากลับมานั่งตัวตรงเหมือนเดิม

“อะไรเนี่ย คนจะนอนมาขวางทำไม”

“นอนไม่ได้ครับ คุณหนูต้องตั้งใจเรียน” ยูชอนก้มลงมากระซิบที่ข้างหู

“ไม่เอา คนอื่นยังนอนได้เลย เรียนอะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะรู้เรื่อง” จุนซูเอนตัวลงไปนอนอีก แต่ก็โดนยูชอนผลักกับมาเหมือนเดิม

“เอ๊ะ จะมาขวางทำไม บอกว่าคนจะนอน”

“คุณ หนูจะนอนตอนนี้ก็ได้ แต่แลกกับ กลับไปติวที่ห้องจนถึงเช้า หรือว่าคุณหนูจะอดทนนั่งฟังจนจบ แล้วไปทบทวนนิดหน่อยก่อนเข้านอนพอ เลือกเอาครับ” จุนซูได้แต่นั่งหน้ามุ่ย เท้าคางฟังอาจารย์บ่นไปตามเรื่องตามราว ก็ดีกว่าต้องไปนั่งอ่านทั้งคืนแหละ

“เปิดหน้าถัดไปครับทุกคน”

จุน ซูเอื้อมมือไปเปิดหน้าถัดไป แต่ก็ไม่ทัน เพราะยูชอนเปิดให้ก่อนแล้ว หันไปดูรอบห้อง ก็พบว่านักเรียนคนอื่นก็แค่นั่งเฉยๆ รอให้คนรับใช้เปิดทั้งนั้น นี่มันโรงเรียนคุณหนู หรือคนเป็นง่อยเนี่ย ไม่ต้องทำอะไรกันเลยหรือไง

หลังจากจบชั่วโมงเรียนอันน่าเบื่อ ก็ได้เวลาพัก สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับโรงเรียนนี้ในความคิดคนตัวเล็กก็คือ มีชั่วโมงเรียนที่น่าเบื่อแค่วันละชั่วโมง นอกนั้นก็เป็นกิจกรรมล้วนๆ ตั้งแต่อ่านหนังสือ เล่นกีฬา และอะไรอย่างอื่นตั้งเยอะ ไม่เหมือนตอนที่เรียนโรงเรียนรัฐ นั่งเรียนทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ เป็นคุณหนูมันสบายอย่างนี้เอง

จุนซูเดินเลี่ยงมาจากกลุ่มคนที่จับ กลุ่มคุยกัน ออกมานั่งพักสบายๆที่โคนต้นไม้ใหญ่ ยูชอนที่กำลังจะเดินเข้าไปหาจุนซูถูกมือแข็งแรงรั้งเอาไว้ก่อน หันไปก็พบกับยุนโฮและชางมินยืนอยู่ตรงนั้น

“ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม” ยุนโฮเอ่ยขึ้น

“แต่ฉันต้องไปดูแลคุณหนู”

“ไม่ ต้องห่วง โน่นยูฮวานกับแจจุงเข้าไปนั่งเป็นเพื่อนแล้ว มานี่ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” พูดพลางลากยูชอนเข้าไปคุยกันที่ข้างพุ่มไม้ใหญ่ลับสายตาคน

“มีอะไรว่ามา” ยูชอนยืนล้วงกระเป๋าพิงต้นไม้ด้วยท่าทีสบายๆ

“ฉันต่างหากต้องเป็นฝ่ายถาม เข้ามาทำอะไรที่นี่ครับคุณชายปาร์ค”

“ก็คุณชายชิมกับคุณชายชองเข้ามาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ”

“ไหนบอกว่า ธุรกิจรัดตัว คราวที่แล้วชวนมาด้วยกันยังปฏิเสธหัวชนฝา แล้วนี่อะไรกัน เข้ามากับใครไม่รู้เฉยเลย” ชางมินเป็นฝ่ายถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“นายพูดอย่างนี้กับว่าที่พี่เขยคิดดีแล้วเหรอชางมิน ฉันยังไม่ยกน้องให้นายเป็นทางการเลยนะ”

“ไม่ทันแล้วล่ะ นายไม่มาคุมเอง ฉันกับยูฮวานไปถึงไหนๆแล้ว” ชางมิพูด

“เฮ้ย แกนะแก ไว้ใจไม่ได้ นี่น้องฉันเสร็จนายแล้วใช่ไหม” ยูชอนผู้ได้ชื่อว่าหวงน้องสุดชีวิตพุ่งเข้าชาร์จชางมินทันที

“ล้อเล่น ปล่อยๆๆ ใครจะไปทำอะไรได้ ยูฮวานเรียบร้อยขนาดนั้น ถ้าเป็นแจจุงล่ะก็ว่าไปอย่างใช่ไหม”

“อย่ามาลามถึงที่รักฉัน ว่าแต่นายนั่นแหละยังไม่ตอบคำถามเราเลยนะ” ยุนโฮหันมาถามยูชอนเรื่องที่เขาสงสัยมาตั้งแต่เมื่อวาน

“พวกนายเข้ามาทำอะไรล่ะ ฉันก็เข้ามาทำอย่างเดียวกันนั่นแหละ”

“หา~ อย่าบอกนะว่า นายเข้ามาดูแลคู่หมั้น คู่หมั้นนายไม่ใช่คนนี้นี่” สองเสียงตะโกนพร้อมกัน

“จะแหกปากทำไมเนี่ย เดี๋ยวเจ้าตัวเล็กก็รู้หรอก ฉันอุตส่าห์ปิดเป็นความลับ”

“ความลับมาก ใครๆเขาก็รู้ว่าพวกเอสคลาสน่ะ เป็นคนรับใช้พิเศษ” ชางมินว่า

“พูดง่ายๆก็คือมาเฝ้าสุดที่รักนั่นแหละ กลัวโดนคนรับใช้สอยไประหว่างเรียนใช่ไหม” ยูชอนพูดยิ้มๆ

“เออจะว่างั้นก็ได้”

“คนอื่นรู้ แต่จุนซูเขาไม่รู้นี่ ปล่อยให้เขาคิดว่าฉันเป็นคนใช้ธรรมดาก็ดีแล้ว ยังไงพวกนายช่วยดูจุนซูให้ด้วยนะ”

“ทำไมล่ะ นายทำอย่างกับจะมีใครมาทำร้ายเขางั้นแหละ” ชางมินถาม

“ก็ใช่น่ะสิ ก่อนที่จะมาโรงเรียน บ้านจุนซูโดนระเบิด พ่อกับแม่เขาตายหมด ฉันเลยต้องเข้ามาดูเขาเองไงล่ะ ไม่ไว้ใจคนอื่น” ยูชอนตอบ

“หา ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วคิมจุนซูนี่เป็นใครล่ะ ทำไมนายถึงต้องมาดูเอง”

“คู่หมั้นคนใหม่ของฉันไง”

“คู่หมั้นใหม่ แล้วคิมซอฮยอนล่ะ” ยุนโฮถาม

“นั่นมันอดีตไปแล้ว”

“นายไม่ได้จะดองเป็นญาติกับตระกูลคิมเหรอ”

“ก็ ใช่ไง ซอฮยอนน่ะเขาเป็นแค่หลานบุญธรรม คุณปู่ของจุนซูเพิ่งรู้เมื่อ2ปีที่แล้วว่ามีหลานแท้ๆอยู่ เลยยกสมบัติทั้งหมดให้จุนซู และขอเปลี่ยนตัวคู่หมั้นใหม่จากซอฮยอนเป็นจุนซู”

“อ้าว แล้วซอฮยอนล่ะ ไม่เสียใจเหรอ เขารักนายนี่” ชางมินถาม

“ไม่ รู้สิ แต่ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขา ฉันเห็นเขาเป็นแค่น้องสาว อีกอย่างจะหมั้นกับใครฉันก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้วล่ะ คุณปู่ของจุนซูบอกว่าซอฮยอนเป็นเด็กหัวอ่อนเข้าใจอะไรง่ายๆ คงไม่เป็นไร”

“ทำ มาเป็นพูดน่ารักขนาดนั้นนายก็ไม่เกี่ยงอ่ะดิ เฮ้อ~ คิมจุนซูจะรู้ไหมน้า ว่าได้คนรับใช้ที่เจ้าชู้ที่สุดในเกาหลีน่ะ” ชางมินพูดอย่างปลงๆ

“พวกนายก็อย่าไปปากสว่างบอกเขาก็แล้วกัน นี่ขนาดยังไม่รู้ ยังปิดประตูล็อคห้องขนาดนั้น ถ้ารู้ฉันก็ไม่ต้องเข้าใกล้กันพอดี”

“อ๊ะ พูดอย่างนี้แสดงว่าไปทำอะไรเขาล่ะสิ” ยุนโฮดักคอ เพราะรู้ว่าเพื่อนจอมเจ้าชู้ของเขาคงทนได้ไม่นานหรอก น่ารักขนาดนั้น

“ยังไม่ได้ทำอะไร แค่ขู่ว่าจะอาบน้ำแต่งตัวให้เท่านั้น เผ่นแนบเลย ตลกดี”

“แหมคุณชายยูชอน คนรับใช้เขาไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกนะครับ เนียนเลยนะแก” ชางมินพูดด้วยความหมั่นไส้

“ก็เขาไม่รู้นี่ แล้วก็ไม่ต้องไปบอกล่ะ ฉันจะได้มีข้ออ้างขู่ไว้ก่อน ฤทธิ์มากจะตาย”

“ก็ ตามใจ นายระวังพฤติกรรมหน่อยก็ดี เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ฉันไม่อยากโดนสลับคู่ คิดถึงแจจุงตายเลยถ้าเป็นอย่างนั้น ว่าแต่เรื่องของจุนซูนายไปสืบมาหรือยังล่ะ พอจะสาวตัวไปถึงต้นตอได้ไหม” ยุนโฮวกเข้าเรื่องเดิม

“ยังเลย ตอนนี้ก็ต้องคอยระวังเอาไว้ก่อน ยังไงพวกนายก็ช่วยดูด้วยแล้วกัน” ทั้งสองคนพยักหน้ารับ คราวนี้คงมีเรื่องให้ออกแรงแน่ๆเลย

“จุนซู นายมานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่คนเดียว” แจจุงเดินเข้ามาทัก

“ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ”

“ยังไม่ชินกับการมีคนใช้ล่ะสิ” ยูฮวานถาม

“ก็คงงั้น พวกนายไม่รำคาญหรือไง เดินไปไหนก็มีคนคอยตามน่ะ”

“ไม่นี่ ตั้งแต่เกิดมาฉันก็มีคนใช้ตามอย่างนี้มาตลอด” แจจุงตอบ

“ลืมไป พวกนายมันลูกคุณหนูตั้งแต่เกิดนี่นา แต่ฉันไม่ได้เป็นลูกคุณหนูมาตั้งแต่เกิดเหมือนพวกนาย ฉันเลยไม่ชินน่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวนายก็ชินเองแหละ”

“คิมจุนซู อาจารย์เรียกไปพบ” เด็กสาวคนนึงเดินตรงเข้ามาที่พวกเขา

“อาจารย์อะไรล่ะ” แจจุงถาม

“ไม่ รู้ มีคนเขาฝากมาบอกน่ะ เอ้านี่แผนที่ เขาบอกว่านายเพิ่งมาใหม่ยังไม่รู้ทาง เดินตามแผนที่มาแล้วกัน” พูดจบเด็กคนนั้นก็เดินจากไปทันที

“งั้นฉันไปก่อนนะ” จุนซูลุกขึ้นปัดเศษหญ้าออกจากตัว

“เดี๋ยวก่อนสิ ไม่รอยูชอนก่อนเหรอ อยู่ที่นี่จะไปไหนต้องมีคนรับใช้ไปด้วยนะ” แจงจุงรีบขัดขึ้น

“ไม่เป็นไรน่า ฉันไปคนเดียวได้ ฝากบอกยูชอนด้วยแล้วกัน ไปก่อนนะ” จุนซูไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆทั้งสิ้น รีบเดินไปตามแผนที่ทันที

“คงไม่เป็นไรหรอกมั้งแจจุง อาจารย์เรียกพบเฉยๆเอง” ยูฮวานพูดขึ้น

เมื่อพวกหนุ่มๆเดินมาถึงที่ๆพวกเขานั่งคุยกันอยู่ ยูชอนกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

“ยูฮวาน จุนซูไปไหน” ยูชอนหันไปถามน้องชาย

“มีคนมาตาม บอกว่าอาจารย์ต้องการพบฮะพี่”

“แล้วทำไมไม่บอกให้รอพี่ก่อน”

“ผมบอกแล้ว แต่เขาไม่ฟังนี่ฮะ เดินไปเฉยเลย”

“ไปนานหรือยัง”

“สักพักฮะ”

“งั้นฉันไปก่อนนะ” ยูชอนรีบเดินตามจุนซูไปทันที


จุน ซูมัวแต่เดินไปตามทางที่แผนที่บอก โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า แผนที่ที่เขาได้มา มันไม่ได้พาเขาไปหาอาจารย์ที่ตึกใดตึกนึง แต่มันกลับพาเขาเดินลึกเข้าไปในป่าหลังโรงเรียนที่เป็นที่ดินรกร้าง รู้ตัวอีกทีจุนซูก็เข้ามายืนกลางป่าซะแล้ว

“เราก็เดินมาตามแผนที่นี่นา ทำไมถึงไม่เห็นมีตึกนะ ไอ้โรงเรียนนี้มันก็กว้างซะด้วย” จุนซูยืนงงอยู่กลางป่า

“สงสัย คงเป็นทางลัด เดินต่อไปอีกหน่อยดีกว่า ถ้าไม่เจอค่อยย้อนกลับทางเก่า” จุนซูตัดสินใจเดินหน้าต่อไป เดินไปสักพักก็พบกับเด็กสาว3คนยืนรออยู่

“พวกเธอรู้ไหมว่าตึกนี่ไปทางไหน” จุนซูเดินไปถาม

“รู้สิ” 1ใน3คนหันมาตอบ

“เหรอ ช่วยบอกหน่อยสิ สงสัยฉันจะหลงทาง”

“ได้สิ เดินมาทางนี้สิฉันจะบอกให้” จุนซูเดินเข้าไปหาทั้ง3คนทันที แต่พวกนั้นไม่ได้บอกทางกับเขา แต่กลับผลักเขาตกลงไปในหลุมต่างหาก

“โอ้ย~ ทำอะไรน่ะ พวกเธอเป็นบ้าหรือไง” ไม่มีคำตอบ มีแต่เสียงน้ำสาดลงมาแทน

“ทำอะไรของพวกเธอเนี่ย” จุนซูตะโกนอย่างเหลืออด

“หึ ทำอะไรน่ะเหรอ ฉันจะบอกให้ก็ได้ น้ำนั่นน่ะ มันคืนน้ำมัน แล้วในมือของฉันคืออะไรนายเห็นใช่ไหม”

“ไม้ขีด อย่าเล่นบ้าๆนะ” เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่พูดอะไร จุดไม้ขีดขึ้นมา แล้วโยนลงไปในบ่อทันที

“อ๊ากกกกก” จุนซูร้องเสียงดังลั่นอย่างหวาดกลัว แต่พอไม้ขีดกระทบกับน้ำมันก็ดับไป จุนซูหันขึ้นไปมองหน้าคนพวกนั้น

“ถ้านายยังไม่ยอมถอยออกจากปาร์คยูชอนและออกไปจากโรงเรียนนี้ คราวหน้าเป็นน้ำมันแน่ๆ ไม่ใช่แค่น้ำแบบนี้หรอก” พูดจบก็เดินจากไปทันที

“เดี๋ยวสิ นี่มันอะไรกันเนี่ย อย่าเพิ่งไป” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา

“ช่วยด้วย อย่าเพิ่งไปสิ ใครก็ได้ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”

จุนซูตะโกนร้องให้คนช่วยอย่างสิ้นหวัง เพราะเขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครผ่านมาแถวนี้อีก หลังจากที่พยายามปีนขึ้นจากบ่อหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ เขาเลยได้แต่นั่งอยู่ที่ก้นบ่อ รอคอยให้ใครสักคนผ่านมาช่วยเขา รู้อย่างนี้ไม่น่ามาคนเดียวเลย น่าจะรอยูชอนอย่างที่แจจุงบอก คนตัวเล็กได้แต่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ก้นบ่อ

“ยูชอน มาช่วยฉันสักทีสิ”



%%%%%%%


TBC

 

อ่านให้สนุกนะคะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อะไรจะโหดปานนั้น
มิคต้องโมโหน้องแน่ๆเลย
จะมีทำโทษด้วยเปล่าเนี่ย
รู้สึกน้องจะมีศัตรูเยอะเกิน

ที่สงสัยเมื่อพาร์ทก่อนก็กระจ่างแล้ว
ที่แท้ ทั้งสามคนก็มาดูแลคู่หมั้นตัวเองนี่เอง

มาต่อเร็วๆนะ

#1 By chebi (124.120.122.223) on 2010-03-18 14:23

จุนซู

ศัตรูเยอะจังเลย

ยูชอนรีบมาไวๆนะ

#2 By jeja (202.139.223.18) on 2010-03-18 14:56

โอ๊ะ แรงสสสสส

ทามมัยทามกาบจุนจังเยี่ยงนี้

ยูชอนมาช่วยจุนจังเร็วๆๆน่ะ

ขอบคุนจ้า รอๆๆอ่านต่อ กะลังหนุก

#3 By *-* (125.25.152.45) on 2010-03-18 15:30

ง่ะ
จบซะแระ
นั่งลุ้นอยุเนี่ย
T^T

#4 By milkจัง (124.121.130.254) on 2010-03-18 22:51