[Fic]~ Love Taste .,..,.. ปรุงรักอย่างไรให้ครบรส~ Part 3
posted on 18 Mar 2010 11:11 by kameryuichi in soot
Part 3
หน้าร้านขนมเค้กที่ตกแต่งอย่างดียามค่ำคืน ที่คลาคล่ำไปด้วยรถต่างๆมากมายที่กำลังวิ่งวุ่นอยู่หน้าร้าน รถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดเทียบอยู่ที่หน้าร้านเป็นเวลานาน ตั้งแต่ยังไม่มืด จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ4ทุ่มเข้าไปแล้ว ร่างสูงของใครบางคนมาเฝ้ามองร่างบางของคนที่อยู่ในความทรงจำทั้งยามหลับและ ยามตื่น คนๆนั้นยังคงยิ้มสดใสร่าเริง และต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มแจ่มใส เหมือนกับที่เขาเคยเห็นเมื่อก่อน แต่ถ้าสังเกตให้ดี ดวงตากลมโตจะเจือความเศร้าอยู่นิดๆเสมอเมื่อเผลอตัว ก่อนจะหายไปเมื่อเจ้าของร่างรู้สึกตัว ร่างสูงนั่งเกาะพวงมาลัยรถมองภาพต่างๆเหล่านั้น ราวกับจะจดจำเอาไว้ให้ได้มากที่สุด วันนี้เขาจะเข้าไปหาดีไหมนะ ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาตั้งแต่มาจอดรถที่หน้าร้าน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ก้าวลงไป เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้ความสดใสนั้นหายไปจากใบหน้าหวาน
ใช่ สินะ เพราะเขา เขาเป็นคนทำให้คนที่สดใสร่าเริงอยู่เสมอ กลายเป็นคนเงียบขรึม และจมอยู่ในความทุกข์เป็นเวลานาน นับแต่ตั้งที่เขาพาเข้าไปพบกับความวุ่นวาย และการไม่ยอมรับของคนเป็นแม่ ยุนโฮได้แต่ถอนใจ ทำไมแม่ถึงไม่เข้าใจเขาบ้าง เขากับแจจุงรักกัน ไม่มันใช่ความผิด แจจุงเป็นคนดี ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขามักจะหวังว่าสักวันแม่ของเขาจะแพ้ความดีของแจจุง แต่ก็ไม่เลย แม่ไม่เคยเห็นความดีที่แจจุงเพียรพยายามทำทุกวัน แม่เห็นแต่ความจน ความไม่เหมาะสมที่เขากับแจจุงจะอยู่ด้วยกัน ทั้งๆที่เขารักแจจุงมาก เขาจำเป็นต้องเลือกระหว่างแม่กับคนรัก ในฐานะลูกเขาไม่สามารถทิ้งแม่ได้ และในฐานะสามีที่ดี เขาก็ทิ้งแจจุงไม่ได้เหมือนกัน
แต่วันที่ ทุกอย่างจบลงก็มาถึง วันที่แจจุงขอยอมเป็นฝ่ายไปเอง เพื่อไม่ให้เขาต้องลำบากใจ ไม่ให้เขาต้องทะเลากับแม่ หลังจากวันนั้น เขาก็ไม่เคยได้พบแจจุงอีกเลย เขาตามหาแจจุงมาหลายปี จนกระทั่งโชคเข้าข้างเขา บังเอิญได้เจอกับแจจุงที่ห้าง และสะกดรอยตามมาจนเจอร้านเค้ก ร้านที่แจจุงเคยบอกเขาเอาไว้ ว่าอยากมีร้านเป็นของตัวเอง และตอนนี้แจจุงก็มีสิ่งที่ฝันแล้ว
ยุ นโฮเฝ้าถามตัวเองว่า นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่เขามานั่งมองแจจุงอยู่ในรถแบบนี้ ตั้งแต่เจอกันวันนั้น ทุกครั้งที่เขาเคลียร์งานเสร็จ ถ้าไม่นัดกับลูกค้าที่ไหนเขาจะต้องมาอยู่ที่นี่ มานั่งที่หน้าร้าน แต่ไม่เคยเข้าไปสักครั้ง เขาไม่กล้าเข้าไปสู้หน้าคนรัก ในเมื่อเขาไม่เคยปกป้องแจจุงได้ เขาขัดแม่ไม่ได้ เขาเป็นลูกที่อยู่ในโอวาทของแม่มาตลอด เขาจะลงไปหาแจจุงดีไหมนะ ยุนโฮถอนใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่อตัดสินใจได้ว่า ยังไงซะวันนี้เขาจะต้องเข้าไปหาแจจุงให้ได้ ร่างสูงกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ ก็ต้องชะงักค้าง เพราะว่าเขาเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนนึง กำลังลงจากรถเช่นกัน แล้วก็กำลังเดินเข้าไปในร้าน ยุนโฮเบือนหน้าออกไปมองทางอื่น เพราะตลอดเวลาที่เขามาเฝ้ามองแจจุง เขาจะต้องพบกับชายหนุ่มคนนี้ตลอดเวลา และทุกครั้งที่ทั้งสองคนเจอกัน แจจุงมักจะโผเข้ากอดชายหนุ่มคนนี้เสมอ
นี่ เขาช้าไปอีกแล้วใช่ไหม ตอนนี้แจจุงคงไม่ต้องการเขา เพราะมีชายคนใหม่ข้างกาย และอาจจะดีกว่าเขา ยุนโฮเบือนหน้ากลับมา ก็เห็นอดีตคนรักยิ้มอย่างร่าเริง ไม่มีรอยความเศร้าให้ดวงตาเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนจูงมือเข้าไปข้างหลังร้าน ยุนโฮทุบพวงมาลัยอย่างแรงเพื่อระบายความโกรธ เขาทำอะไรไม่ได้ เขารู้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในตัวแจจุงอีกต่อไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่เห็นภาพนี้ มันก็ทำให้เขาเจ็บปวดจนแทบทนไม่ได้ ยุนโฮสตาร์ทรถ เร่งคันเร่งเต็มที่ รถออกตัวอย่างแรง ท่ามกลางเสียงบีบแตรดังสนั่น เพราะจู่ๆก็มีรถพุ่งออกมา
“เสียง อะไรน่ะ” แจจุงวิ่งออกมาดูหน้าร้าน คิดว่ามีอุบัติเหตุ แต่ก็เห็นเพียงไฟท้ายรถสีแดงสว่างจ้า และรถสีดำที่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง
“มีอะไรเหรอแจจุง” ยูชอนเดินตามออกมาจากข้างหลังร้าน
“ไม่ รู้สิ เมื่อกี้ได้ยินเสียงบีบแตรดังลั่น ฉันก็เลยนึกว่ามีอุบัติเหตุ กำลังจะออกมาดู แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร สงสัยพวกซิ่งปาดหน้ากันมั้ง” แจจุงหันมาตอบ
“งั้นก็ช่างเถอะ มานี่ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ยูชอนลากตัวแจจุงให้กลับเข้าไปหลังร้าน
“คุย หรือบ่น บอกมาตรงๆดีกว่า” แจจุงกอดอกมองหน้าเพื่อน
“บ่นก็ได้ มาๆมีเรื่องบ่นเป็นกระบุงโกยเลย” ยูชอนคว้ามือบางลากเข้ามานั่งส่วนในส่วนบ้านพักหลังร้านจนได้
“อ้าว ทุกทีเห็นบ่นให้ชางมินฟัง วันนี้ทำไมมาบ่นให้ฉันฟังแทนล่ะ”
“ไม่เอา เดี๋ยวไอ้มินมันเอามาเป็นข้อมูลแบล็คเมล์ฉันอีก แค่งานนี้งานเดียวพอ” ยูชอนนั่งลงที่โซฟาตัวเล็กฝั่งตรงข้ามกับร่างบาง
“ทำไม โดนชางมินเล่นแง่อะไรอีกแล้วล่ะ” แจจุงหันมาถามด้วยความอยากรู้
“คืองี้ ไอ้มินมันให้ฉันไปสอนพี่ชายมันทำอาหาร” ยูชอนเริ่มเล่า
“แล้วไง ทุกทีนายก็รับสอนทำอาหารอยู่แล้วนี่”
“ก็ ไม่แล้วไงหรอก ถ้าพี่ชายมันไม่ใช่คนที่ทำให้ฉันตกงานเมื่อวานนี้ ทั้งเรื่องมาก ยุ่งยาก แถมยังหัวทึบอีก ขนาดตอกไข่ยังตอกไม่เป็นเลย” ยูชอนสาธยายยืดยาว
“อ้าว แล้วเขาจะเรียนไปทำอะไรล่ะ”
“เห็นไอ้มินบอกว่า พี่ชายมันรับงานเป็นพิธีกรรายการอาหาร เลยต้องทำอาหารให้เป็น”
“แล้วไง แค่เขาทำอะไรไม่เป็นนายก็สอนได้นี่ ขนาดเด็กเล็กๆนายยังสอนได้เลย” แจจุงสงสัย
“เด็ก ยังว่าง่ายกว่ารายนี้เป็นพันเท่า อย่างน้อยพวกเด็กๆก็ไม่เถียง แต่นี่ทำไม่เป็นยังเถียงเป็นไฟ แถมไม่สอนก็ไม่ได้ ไอ้มินมันจะเอารูปที่ฉันร้องไห้ไปลงยูทูป” เท่านั้นแหละ แจจุงคนสวยหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่ใช่ไม่รู้ถึงความแสบของเพื่อน แต่เพราะว่าไอ้รูปที่ยูชอนร้องไห้น่ะ ชางมินเล่นตั้งกล้องแอบถ่ายเอาไว้ เพราะรู้ว่ายูชอนจะต้องมาปรับทุกข์เรื่องที่บ้าน แต่ไม่คิดว่าวันนั้นยูชอนจะร้องไห้ด้วย นี่ถึงกับเอามาแบล็คเมล์กันเลย
“ยังจะขำอีก” ยูชอนไม่สบอารมณ์
“ขอ โทษๆๆ ก็มันขำนี่นา พวกนายนี่เล่นอะไรเป็นเด็กๆ แล้วเรื่องนี้ใช่ไหมที่จะมาบ่นน่ะ จบแล้วใช่หรือเปล่า” แจจุงถามหลังจากปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเนื่องจากการหัวเราะเมื่อกี้
“หมดแล้ว”
“ถามหน่อยได้ไหม พี่ชายชางมินนี่คนไหนอ่ะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชางมินมีพี่ชาย”
“ลูกพี่ลูกน้องน่ะ เป็นนักร้อง ชื่อคิมจุนซู”
“คิมจุนซู นักร้องดังขี้วีนคนนั้นน่ะเหรอ” แจจุงถาม
“รู้จักด้วยเหรอ ฉันไม่เห็นจะรู้จักเลย”
“รู้จัก สิ เขาดังจะตาย ตอนเดบิวใหม่ๆนะช่องไหนๆก็มีแต่คิมจุนซูทั้งนั้นแหละ ฉันยังชอบเลย เขาร้องเพลงเพราะจะตาย แต่ว่าดังอยู่ไม่นาน เห็นพวกหนังสือพิมพ์เขาบอกว่าวีนเก่งมากๆ อะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น ก็เลยหล่นจากตำแหน่งนักร้องซุปเปอร์สตาร์น่ะ ว่าแต่ตัวจริงน่ารักไหม” แจจุงถามด้วยความอยากรู้
“น่ารักหรือเปล่าเหรอ ไม่รู้สิ รู้แต่น่าหมั่นไส้ น่าหักคอจิ้มน้ำพริก เถียงคำไม่ตกฟาก” ยูชอนบ่น
“ทำไม อ่ะ ฉันว่าเขาน่ารักดีนะ เหมือนเด็กๆ” แจจุงพูดอย่างเอ็นดู เขาเป็นลูกคนเดียว ไม่มีน้อง รู้สึกถูกชะตากับคุณนักร้องตั้งแต่เห็นในทีวี ทั้งที่สื่อไหนๆก็บอกว่าขี้วีน เคยเห็นแว๊บๆเวลาที่วีนแตกกลางรายการ คนอื่นๆอาจจะส่ายหน้าระอากับความเอาแต่ใจ แต่สำหรับแจจุง รายการวันนั้น คิมจุนซูน่ารักที่สุด เพราะเขาแสดงความเป็นเด็กออกมาให้เห็นจะๆ แต่เสียดายที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เห็นออกรายการ
“เหรอ ฉันยังไม่เห็นความน่ารักของเขาเลยนะ” ยูชอนพูด แต่ในสมองกับเห็นภาพคุณนักร้องที่วิ่งเข้ามากอดอย่างดีใจตอนแยกไข่สำเร็จ ไหนจะท่าโบกมือบ้ายบายตอนขากลับอีก จู่ๆริมฝีปากอิ่มก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ไหนบอกไม่น่ารักไง ยิ้มอะไรคนเดียว บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” แจจุงหันมาคาดคั้น
“ไม่มีอะไร ฉันแค่กำลังนึกถึงความติงต๊องของเขาอยู่ คนอะไรจะเอาค้อนมาตอกไข่ เฮ้อ แล้วนี่จะทำรายการรอดไหมเนี่ย” ยูชอนถอนหายใจ
“จริง เหรอ โอ้ยคุณจุนซูนี่น่ารักนะ คิดไปได้ ท่าทางลูกคุณหนูอยู่เหมือนกัน แต่เอ ทำไมชางมินไม่เห็นเคยบอกเลยว่ามีพี่ชาย” ยูชอนส่ายหน้า เพราะเขาเองก็เพิ่งจะรู้เรื่องนี้ตอนที่ชางมินบอกให้ไปสอนเหมือนกัน
“เรื่องนี้พอก่อนเถอะ โทรไปเรียกฉันมีธุระอะไรเหรอ” ยูชอนเข้าเรื่องทันที
“อ๋อ พอดีช่วงนี้ลูกค้าสั่งเค้กเยอะนะ ฉันทำคนเดียวไม่ทัน ก็เลยอยากจะให้นายมาช่วยหน่อย ว่างไหมล่ะ”
“เยอะแค่ไหนล่ะ”
“ก็ประมาณ 20-30ก้อนน่ะ เค้กวันปีใหม่ อะไรพวกเนี้ย ต้องทำให้ทันด้วยสิ” แจจุงตอบ
“ถ้าเป็นตอนเย็นฉันก็พอจะมาช่วยได้”
“จริงเหรอ ดีใจจัง ขอบใจนายมากนะ แล้วจะเลี้ยงข้าว” แจจุงอมยิ้ม ทำให้ยูชอนยิ้มไปด้วย
“อืม~ ได้สิ ว่าแต่ทำเค้กอะไรล่ะ เค้กสดหรือเค้กแช่เย็น”
“ส่วน ใหญ่ก็จะเป็นพวกแช่เย็นนะ พวกช็อคฟัดด์อะไรพวกนี้ มันแช่เย็นเก็บไว้ก่อนที่เขาจะมาเอาได้ เราก็เริ่มทำช็อคฟัดด์ก่อน ส่วนพวกหน้าอื่นๆ อย่างหน้าผลไม้ หรือสตรอเบอร์นี่ก็แช่เย็นได้เหมือนกัน แต่คงต้องทำช็อคฟัดด์ก่อน เพราะเดี๋ยวมันไม่อยู่ตัว ส่วนหน้าธรรมดาเดี๋ยวไว้ใกล้ๆค่อยทำ” แจจุงอธิบาย
“ได้ๆ เดี๋ยวเย็นๆจะมาช่วย ถ้านายไม่กลัวว่าลูกค้าจะหนีเพราะฝีมือฉัน”
“โอ้ ย~ ระดับนักเรียนท๊อปของห้องอย่างยูชอนถ้าใครกินแล้วหนีฉันให้เตะเลย ฉันกลัวแต่เขาจะมาสั่งให้ทำเหมือนยูชอนแล้วฉันจะทำไม่ได้มากกว่า” แจจุงหัวเราะ
“อย่ามาทำเป็นชม ฉันไม่หลงกลนายหรอก จะเริ่มทำเลยไหมล่ะ”
“อ้าว แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานเหรอ” แจจุงถาม
“ไม่ต้อง ก็ฉันเพิ่งโดนคิมจุนซูสุดที่รักของนายทำให้เด้งออกจากงานไง พรุ่งนี้เช้าว่าง ตอนบ่ายมีสอน ทำวันนี้ส่วนนึงก็ได้นะ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ถึงได้แค้นฝังหุ่น ก็ได้ ทำเลยก็ดีจะได้ไม่ฉุกละหุก” ร่างบางเดินนำหน้าเข้าไปในห้องครัวสำหรับอบขนมเพื่อเตรียมของ แต่เสียงโทรศัพท์ของยูชอนดังขึ้นก่อน
“สวัสดีครับ” ยูชอนกรอกเสียงลงไปตามสาย
“คุณปาร์คใช่ไหมครับ”
“ครับ”
“คือผมผู้จัดการซูนะครับ จากภัตตาคารเกรทเทส ในโรงแรมเพนนีซูล่าครับ” ยูชอนขมวดคิ้ว จะโทรมาทำไม ก็เขาออกมาแล้วนี่
“ครับ มีอะไรครับผู้จัดการ”
“คือเอ่อ ทางเราอยากจะโทรมาเรียกตัวเชฟกลับไปทำงานน่ะครับ”
“หา!! อะไรนะครับ” แจจุงเดินเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นท่าทีตกใจของเพื่อน
“ครับ คุณฟังไม่ผิดหรอกครับ พรุ่งนี้คุณกลับมาทำงานตามปกตินะครับ”
“เดี๋ยวครับ นี่มันอะไรกัน ก็ผมลาออกแล้วนี่ครับ” ยูชอนถาม
“ไม่ มีการลาออกครับ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น แค่นี้นะครับ พรุ่งนี้อย่าลืมมาทำงานตามเวลานะครับ สวัสดี” ผู้จัดการซูรีบวางสาย ก่อนที่ยูชอนจะถามอะไรมากกว่านี้ เพราะไม่รู้จะตอบยังไง คุณหนูไม่ได้สั่งไว้ ขืนตอบผิดมีหวังถูกเด้งเองแน่ๆ
“มีอะไรเหรอยูชอน”
“อยู่ๆผู้จัดการร้านเขาก็โทรมาเรียกฉันกลับไปทำงานน่ะ ก็ฉันเพิ่งลาออก” ยูชอนตอบ
“แล้วทำไมอยู่ๆเขาถึงโทรมาเรียกล่ะ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“งั้นวันนี้ก็คงทำงานไม่ได้แล้วสิ พรุ่งนี้นายต้องตื่นแต่เข้า กลับไปก่อนก็ได้นะ นี่ดึกมากแล้วด้วย” แจจุงบอก
“ก็ได้ พรุ่งนี้สอนเด็กเสร็จแล้วฉันจะมาช่วยตอนเย็นแล้วกัน” ยูชอนพูดพลางเดินออกไปที่หน้าร้าน โดยมีเจ้าของร้านคนสวยมาส่ง
“อืม พรุ่งนี้เจอกัน ขับรถดีๆนะ” ยูชอนพยักหน้าหันมาโบกมือลา ก่อนจะขึ้นรถขับกลับบ้านไป
เช้า วันรุ่งขึ้น ยูชอนแต่งตัวเสร็จกำลังจะออกไปทำงาน แต่ก็ต้องชะงัก เพราะมีข้าวของมากมายกองอยู่ที่ห้องรับแขก พร้อมกับเพื่อนร่างสูงของเขานอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา ยูชอนหันไปมองคุณอึนเฮ คนเป็นแม่ก็ได้แต่ส่ายหน้า
“แม่ครับ นี่มันอะไรกันครับ” ยูชอนถามพลางเดินเข้าไปรับหม้อเคลือบใส่ข้าวต้มหอมกรุ่นจากแม่
“ไม่ รู้สิ เห็นมียองเขาบอกว่าชางมินมา แล้วก็ช่วยกันขนสัมภาระพวกนี้เข้ามากองไว้ พอแม่ลงมาแม่ก็เห็นสภาพเดียวกับลูกเห็นนี่แหละ” คุณอึนเฮตอบ
“แล้วมียองล่ะครับ” ยูชอนถามหาสาวใช้คนที่เปิดประตูรับชางมินเข้ามา
“ไป ที่ตึกใหญ่น่ะ แม่ให้ไปเรียนถามคุณใหญ่ว่าอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม เมื่อวานไปแม่ไปดูคุณแม่ใหญ่ก็เลยเห็นคุณใหญ่เธอไม่ค่อยสบาย ทานอาหารไม่ค่อยได้ แม่ก็เลยเป็นห่วง” ยูชอนพยักหน้า
“งั้นแม่ไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปปลุกไอ้มินเอง”
“อืม เรียกชางมินมาทานอาหารเช้าด้วยกันด้วยนะ” ยูชอนพยักหน้า สาวเท้าเดินเข้าไปหาเพื่อนร่างสูงที่นอนหมดแรงอยู่ที๋โซฟา
“ไอ้มิน ไอ้มิน ชางมิน” ยูชอนตะโกน สักพักชางมินก็ลืมตางัวเงียขึ้นมานั่ง แต่สายตายังเลื่อนลอยอยู่
“เป็น อะไรไป แล้วมาทำอะไรที่บ้านฉันแต่เช้า ของนั่นอีก แกเอามาทำไม” ยูชอนถามรัวเป็นชุด แต่ไม่มีคำตอบจากเพื่อนร่างสูง เพราะตอนนี้กลับไปสลบเหมือดเหมือนเดิม มีแต่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์เขาดังขึ้น ยูชอนมองเบอร์ที่โชว์ที่หน้าจอ เป็นเบอร์ไม่รู้จัก ทันทีที่ยูชอนกดรับสาย เขาก็ได้ยินเสียงหวานปนแหบของคุณนักร้องดังขึ้นทันที
“เซอร์ไพรส์” จุนซูตะโกน
“เซอร์ไพรส์อะไรกันคุณ” ยูชอนตอบ
“อ้าว~ ไม่เซอร์ไพร์สเหรอ อยู่ๆฉันก็โทรมา คุณกุ๊กไก่ไม่สงสัยเหรอว่าฉันได้เบอร์มาจากไหน” จุนซูถาม
“จะ สงสัยทำไม คุณก็ต้องได้เบอร์ผมจากไอ้มินมันน่ะสิ แล้วโทรมาทำไมแต่เช้า ผมยุ่งอยู่” ยูชอนตอบกลับไป คนตัวเล็กตีหน้ายุ่ง อะไรเนี่ยนักร้องซุปเปอร์สตาร์โทรหาไม่ตื่นเต้นบ้างเลยหรือไง ครูกุ๊กไก่นี่ยังไง
“คนเข้าอุตส่าห์โทรมาแสดงความยินดีที่ได้กลับไปทำงาน ยังจะมาพูดอย่างนี้อีก” จุนซูเริ่มงอน
“คุณ ว่าอะไรนะ คุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะกลับไปทำงาน หรือว่า คุณเป็นคนโทรไปหาผู้จัดการ” ยูชอนหันมาสนใจเรื่องนี้ทันที่ เขากำลังจะไปถามผู้จัดการที่ร้านอยู่แล้ว แต่อยู่ๆตัวการก็บอกมาซะเอง
“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่ใช่ฉันครูกุ๊กไก่ก็ไม่ได้กลับไปทำงานหรอก” จุนซูอวดทันที
“ผม ไม่ชอบเด็กเส้น คุณโทรไปบอกผู้จัดการได้เลยว่าผมไม่ทำ ถ้าเขาจะรับผมเขาต้องรับผมที่ฝีมือ” ยูชอนพูดเสียงเครียด เล่นเอาคุณนักร้องขัดใจ
“ใครว่าเส้น ก็ครูกุ๊กไก่ทำอาหารอร่อย ถ้าเขาปล่อยไปเขาก็โง่แล้ว ครูกุ๊กไก่นี่คิดมากไปแล้ว” จุนซูพูด แต่ยูชอนก็ยังไม่ยอมอยู่ดี
“แต่มันก็เป็นเพราะคุณไปพูดไม่ใช่หรือไง”
“ก็ ใช่ ครูกุ๊กไก่อ่ะ อย่าถือว่าเป็นเด็กเส้นสิ ถือว่าครูกุ๊กไก่เป็นครูของฉัน ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรผิดไป ฉันก็กลับไปแก้ไขให้มันดีขึ้น เป็นคำขอโทษจากลูกศิษย์ไง ก็เท่านี้เอง” จุนซูพยายามไกล่เกลี่ย ยูชอนยิ้ม เขาได้ยินคำขอโทษจากคนที่วีนที่สุดในประเทศเป็นครั้งที่สองแล้วนะ ความจริงก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่นี่นา
“ก็ได้ ผมจะถือว่าคุณขอโทษ แต่คุณแน่ใจนะว่าคุณไม่ได้ใช้ความเป็นนักร้องของคุณ ทำให้ผมได้งานนี้กลับมา” ยูชอนถามเพื่อความแน่ใจ
“เปล่า นะ ฉันไม่ได้ใช้ความเป็นนักร้องไปข่มขู่ให้เขารับครูกุ๊กไก่กลับเข้าทำงานนะ จริงๆ” จุนซูพูดเสียงใส ก็แหงล่ะ แค่ใช้ความเป็นลูกเจ้าของโรงแรมต่างหาก ครูกุ๊กไก่ไม่ได้ถามข้อนี้นี่ เพราะฉะนั้นเราไม่ผิด
“ก็แล้วไป เอาเป็นว่าผมรับคำขอโทษของคุณ มีอะไรอีกไหม ผมมีธุระต้องจัดการ”
“เดี๋ยวๆๆ อย่าเพิ่งสิ จะรีบไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ”
“มีอะไรอีกล่ะ”
“ฉันจะถามว่าครูกุ๊กไก่ได้ของหรือยัง” จุนซูถาม
“ของ อะไร อย่าบอกนะว่าของที่กองอยู่นี่ฝีมือคุณ” ยูชอนเริ่มถึงบางอ้อว่าทำไมเพื่อนมินถึงได้นอนหมดสภาพตรงนี้ แล้วไหนจะของพวกนี้อีกล่ะ
“ใช่ ถูกต้อง ครูกุ๊กไก่ต้องใส่ชุดที่ฉันตัดให้นะ ชุดเดิมเก่าไป เดี๋ยวใครรู้ว่าครูของฉันแต่งตัวโทรมๆอายเขาแย่ ใส่ชุดพวกนั้นนะ ฉันตัดมาให้ตั้งโหลนึง แล้วก็มีเครื่องครัวด้วยนะ เอาไปใช้เลย อย่างดีด้วย นี่แสดงว่าไอ้โย่งเอาไปให้แล้วสิ” จุนซูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ใช่ มันนอนตายอยู่นี่แหละ แต่ผมไม่รับหรอกนะของๆคุณน่ะ”
“ทำไมล่ะ” จุนซูถามเสียงสูง
“ก็มันไม่จำเป็นน่ะสิ แล้วอีกอย่างใครมันจะมารู้ว่าผมเป็นคนสอนคุณ ไม่เอา คุณให้ไอ้มินมันเอากลับไปเลย” ยูชอนปฏิเสธ
“ไม่ ครูกุ๊กไก่ต้องรับ ฉันตั้งใจจะให้แล้วไม่รู้ล่ะ” จุนซูดื้อดึง น้ำเสียงเริ่มติดจะงอนๆ เพราะอะไรที่คิมจุนซูอยากจะให้ ทุกคนก็ต้องรับด้วย เพิ่งจะมีครูกุ๊กไก่นี่แหละที่ไม่รับ
“ไม่เอา ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องใส่ชุดดีๆ ทำงานในครัวนะคุณไม่อยู่บนแคทวอล์ค”
“ครูกุ๊กไก่ อย่าขัดใจฉันสิ ฉันจะให้ครูกุ๊กไก่ต้องรับ” จุนซูพูดเสียงแข็ง
“ไม่ เอา แค่นี้นะ” ยูชอนโต้กลับ มือเรียวกำลังจะกดปุ่มวางสาย เขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วๆมาจากโทรศัพท์ ร่างโปร่งยกโทรศัพท์แนบหูใหม่ทันที
“ฮึกๆ ทำไมล่ะ ก็จุนซูอยากให้อ่ะ ทำไมครูกุ๊กไก่ต้องไม่อยากได้ด้วยล่ะ ครูกุ๊กไก่ทำแบบนี้จุนซูเสียใจอ่ะ ฮือๆๆๆ” เสียงคุณนักร้องสะอึกสะอื้นมาตามสาย เล่นเอาคนใจแข็งใจแป้วไปเหมือนกัน
“นี่คุณๆ เดี๋ยวสิอย่าเพิ่งร้องไห้” ยูชอนทำอะไรไม่ถูก ที่จู่ๆคุณนักร้องก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นเด็กๆ
“ฮึกๆ ก็ จุน..ซู.. แค่ .. อยากให้ครูกุ๊ก .. ไก่ดูดีกว่าคนอื่นๆ จุนซู.. ผิดด้วยเหรอ ฮือๆๆ ทำไมครูกุ๊กไก่ต้องปฏิเสธความหวังดีของจุนซูด้วย ฮือๆๆ” เสียงเล็กๆยังร้องไห้คร่ำครวญปิ่มว่าจะขาดใจต่อไป
“ก็ได้ๆ ผมจะรับเอาไว้ก็ได้ แต่ครั้งหน้าจะทำอะไรต้องถามผมก่อนนะ” ในที่สุด ยูชอนก็ใจอ่อนอีกตามเคย
“ฮึก จริงเหรอ ครูกุ๊กไก่จะใส่จริงๆใช่ไหม” เสียงคนตัวเล็กที่ยังมีเสียงสะอื้นเจืออยู่ตอบกลับมาอย่างร่าเริง
“อืม ผมจะใช้มันทั้งสองอย่างนั่นแหละ เลิกร้องได้แล้ว”
“ ต้องใส่จริงๆนะ ห้ามโกหกนะ แล้วจุนซูจะแวะไปดูด้วย” ยูชอนยิ้ม คุณนักร้องนี่เหมือนเด็กๆเหมือนแจจุงว่าจริงๆแหะ
“ครับ ผมจะใส่”
“เย้ ครูกุ๊กไก่น่ารักที่สุดในโลกเลย งั้นทำงานดีๆนะ โชคดีในการทำงานวันแรก”
“ผมโชคดีเสมอแหละถ้าไม่เจอคุณ”
“ครู กุ๊กไก่อ่ะ แค่นี้นะ แล้วเจอกันนะจ้ะ ตื้ด” เสียงสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไป ยูชอนได้แต่ส่ายหน้า มองข้าวของที่กองพะเนิน ก่อนจะเดินไปหยิบถุงที่คิดว่าน่าจะเป็นชุดกุ๊กออกมากางดู
“โห~ คุณยูชอนคะ ชุดสวยจังเลยค่ะ ตัดมาใหม่เหรอคะ” มียองเข้ามาเลียบๆเคียงถามเจ้านาย
“อืม แต่ไม่ได้ตัดเองหรอกนะ ชุดมันเวอร์ไปหน่อย” ยูชอนพลิกไปพลิกมา
“แล้วคุณยูชอนจะใส่ไหมคะ มีตั้งเยอะนะคะเนี่ย”
“เฮ้อ~ ก็คงต้องใส่ รับปากเจ้าของเขาไว้แล้วนี่ มียองเดี๋ยวเอาของพวกนี้ไปเก็บให้หน่อยนะ แล้วก็อย่าไปรบกวนคุณชางมิน ปล่อยเขานอนไปเถอะ” ร่างโปร่งถือชุดเดินไปที่กระเป๋า รื้อชุดเก่าออกมา พับชุดใหม่ใส่ไว้แทน พร้อมกับส่งกระเป๋า เครื่องครัวที่จำเป็นสำหรับการทำงานให้มียองเอาไปไว้ที่รถ ก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่ที่ห้องครัว
“ใครโทรมาแต่เช้าลูก” คุณอึนเฮถาม
“ลูกศิษย์คนใหม่ครับ พี่ชายชางมิน เขาเป็นคนส่งของมาให้” ยูชอนตอบ ก่อนจะหันทานข้าวต้มของแม่
“เหรอ พี่ชายชางมินนี่ใจดีจังนะ”
“คุณแม่ยังไม่รู้จักฤทธิ์เขา คุณแม่อย่าเพิ่งชมเลยครับ ผมไปสอนมาวันนึงปวดหัวจะตาย” ยูชอนตอบ คุณอึนเฮหัวเราะ
“ถึงขนาดนั้นเลยเหรอจ้ะ”
“ใช่ครับ วันนี้นี้ผมกลับดึกหน่อยนะครับ ต้องไปช่วยแจจุงทำขนมเค้กที่ร้าน”
“จ้ะ”
“ผมไปก่อนนะครับแม่” ยูชอนลุกขึ้น เดินไปหอมแก้มแม่หนึ่งที ก่อนจะเดินทางออกไปทำงาน
หลัง จากที่ช่วงเช้าคนตัวเล็กโทรไปหาครูกุ๊กไก่เป็นที่เรียบร้อย เพื่อมอบของที่ตัวเองอยากให้ โดยที่คนรับเขายืนกรานปฏิเสธ เลยต้องเสียน้ำตานิดหน่อย เพื่อให้คนใจแข็งทำตามใจตัวเอง แต่ก็ได้ผลตามที่ต้องการ คุณนักร้องก็เลยอารมณ์ดี มีอารมณ์มาหัดทำซูเฟล่ที่เรียนไปเมื่อวาน มือบางให้ไปหยิบไข่ที่เหลือจากการทำลายล้างเมื่อวานมาไว้ในมือ จัดการทำตามแบบที่ครูกุ๊กไก่สอนเมื่อวานเป๊ะ ไข่ฟองแรก แตกกระจายทันทีที่เคาะกับโต๊ะ
“ไม่ได้ๆ ครูกุ๊กไก่บอกว่าให้ตอกเบาๆ” มือบางหันไปหยิบไข่ฟองใหม่ กระเทาะเปลือกเบาๆเป็นผลสำเร็จ แต่พอแยกเปลือกไข่ออกจากกัน ไข่มันก็ร่วงจากเปลือกลงไปกองที่พื้นทั้งไข่แดงไข่ขาว
“ต้องช้าๆ ต้องใจเย็นๆ” คนตัวเล็กเริ่มทำงานต่อไป ฟองที่3 4 5 6 7 ..... ต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งความอดทนสิ้นสุด เมื่อไข่ฟองสุดท้ายในแผงถูกบีบแหลกคามือ
“โว้ย อะไรเนี่ย ทำไมไม่เห็นเหมือนเมื่อวานตอนครูกุ๊กไก่บอกเลยล่ะ ไอ้ไข่พวกนี้มันต้องเป็นไข่แก่แน่ๆ มันถึงดื้อไม่เชื่อฟัง ไม่เอาแล้ว ไม่ทำแล้ว” จุนซูเดินไปล้างมือ ก่อนจะมากระแทกตัวนั่งที่โซฟา ปล่อยให้ห้องครัวเละเต็มไปด้วยซากศพไข่อยู่อย่างนั้น หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้ คนตัวเล็กก็เหลือบไปมองที่นาฬิกา บ่าย3โมง นี่เขาฝึกตอกไข่นานขนาดนั้นเลยเหรอ แต่เอ เย็นขนาดนี้ครูกุ๊กไก่ต้องเลิกงานแล้วแน่ๆ โทรไปเรียกมาสอนดีกว่า
“ครับ” ยูชอนตอบรับโทรศัพท์ขณะที่ขับรถไปที่ร้านของแจจุง
“ครูกุ๊กก่ายยยยยยยย” เสียงคนตัวเล็กเรียกยานคาง
“มีอะไรอีกล่ะทีนี้” ยูชอนเริ่มชินกับเสียงเรียกแปลกๆ ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง
“ฉันทำไม่ได้อีกแล้วอ่ะ”
“ทำอะไรล่ะ”
“ก็ที่ครูกุ๊กไก่สอนเมื่อวานไง ครูกุ๊กไก่บอกให้ฉันฝึก แต่ฉันทำไม่ได้อ่ะ วันนี้มาสอนฉันหน่อยสิ”
“ไม่ได้ วันนี้ผมมีนัดแล้ว” จุนซูนั่งตัวตรงตาโตทันที
“มีนัด นัดใคร ยกเลิกไปเลยนะ ครูกุ๊กไก่ต้องมาหาฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ วันนี้ไม่ใช่วันสอนของคุณ ผมไม่ไป มีธุระแค่นี้ใช่ไหม”
“เดี๋ยวๆ แต่ฉันยังทำไม่ได้เลยอ่ะ ไม่รู้ๆๆ ครูกุ๊กไก่ต้องมาสอนฉันวันนี้ด้วย แล้วต่อไปก็ต้องมาสอนทุกเย็น ฉันไม่ยอมๆๆ” คิมจุนซูผู้เอาแต่ใจ เอาอะไรก็ต้องได้เริ่มแผลงฤทธิ์
“ไม่ เราตกลงกันแล้ว ไหนคุณบอกว่าจะไม่งอแง ไม่ดื้อไม่ซนไงถ้าผมตกลงสอนคุณต่อ”
“ฉัน ไม่ได้ดื้อนะ ฉันจะเรียน แต่ครูกุ๊กไก่ไม่ยอมมาสอนนี่ ไม่เอาจะเรียนๆๆๆ” ถ้ายูชอนมีตาทิพย์ ก็คงเห็นสภาพคุณนักร้องวัย25ปี ที่ตอนนี้กำลังชักดิ้นชักดิ้นชักงอเป็นเด็กถูกขัดใจอย่างแรง
“ไม่ไป”
“ครูกุ๊กไก่ใจร้าย ครูกุ๊กไก่จะทำจุนซูร้องไห้อีกแล้วนะ”
“ร้อง ไปเลย ผมไม่ใจอ่อนเหมือนเมื่อเช้าอีกแล้ว” ยูชอนพูดจบก็ตัดสายทิ้ง ก่อนจะได้ยินเสียงร้องไห้ เดี๋ยวก็ใจอ่อนอีก เงียบ ไม่มีเสียงโทรตามมากวนใจ แทนที่จะดีใจ แต่ร่างโปร่งกลับต้องเป็นคนที่รีบโทรกลับไปหา เพราะกลัวว่าคุณนักร้องจะนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเมื่อเช้า แต่ผิดคาด เพราะความจริง ตอนนี้คุณนักร้องกำลังนั่งกอดอกหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ มือบางกำลังจะโทรไปเม้งกระโถนท้องพระโรง กะจะให้ไปตามสืบว่าครูกุ๊กไก่มีนัดกับใคร ทำไมถึงได้กล้าปฏิเสธเขา มือถือก็ดังซะก่อน
“อ๊ะ ครูกุ๊กไก่ จะโทรมาง้อล่ะสิหึ” จุนซูกดรับสายก่อนจะปั้นเสียงสะอึกสะอื้น ผิดกับเมื่อเช้าที่ร้องจริง
“ฮึก มีอะไร” จุนซูแกล้งทำเสียงอ่อยๆ
“ก็ได้ๆ ผมจะสอนคุณก็ได้”
“ทุกวันนะ ฉันจะได้เป็นเร็วๆ” จุนซูเสียงใสขึ้นทันที แบบนี้ก็จะได้เป็นเร็วๆ คุณชองจะได้ไม่ผิดหวัง
“แต่มีข้อแม้”
“ข้อแม้อะไร”
“ผมต้องไปช่วยเพื่อนทำเค้กให้ทันออร์เดอร์ เพราะฉะนั้นคุณต้องไปเรียนที่ร้านเพื่อนผม โอเคไหม”
“ร้านอะไรอ่ะ” จุนซูถาม
“ร้านอาหารน่ะสิ ถามได้”
“ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวกลิ่นอาหารติดเสื้อผ้า” จุนซูย่นจมูกเมื่อคิดถึงกลิ่นอาหารต่างๆ
“งั้นก็ไม่ต้องเรียน แค่นี้นะ”
“เดี๋ยวๆ เรียนก็ได้ อยู่ไหนล่ะจะได้ตามไปถูก” คนตัวเล็กรีบห้ามไว้ก่อนที่ยูชอนจะวางสาย
“แต่ง ตัวได้เลย อีก10นาทีผมจะไปรับ อ้อไม่ต้องแต่งให้เวอร์นะ ไม่งั้นผมจะจับคุณเปลี่ยนชุดจริงๆด้วย” ยูชอนรีบสั่ง กลัวพ่อเจ้าประคุณจะแต่งตัวไปออกคอนเสิร์ตอีก
“รู้แล้วน่า” พูดจบมือบางก็กดตัดสาย
“ชิ~ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะเป็นเร็วๆให้คุณชองประทับใจล่ะก็ ไม่มีทางยอมให้ครูกุ๊กไก่มากดขี่หรอก ดูสิ สองวันเสียน้ำตาไปเป็นปี๊บแล้ว หึ” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็โทรไปสั่งแม่บ้านให้มาเก็บศพไข่ก่อนจะรีบไปแต่งตัว
%%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ^^


เวลาน้องจุนว่าง่ายๆนี่น่ารักดี
ชอบเวลาน้องเรียกตัวเองว่าจุนซู
แล้วตอนที่น้องร้องไห้เพราะมิคไม่รับของ
ก็น่ารักน่าหยิกมากๆเลย
มาต่อเร็วๆนะ
#1 By chebi (124.121.227.169) on 2010-03-19 14:48