Recommend

[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 3

posted on 18 Mar 2010 11:09 by kameryuichi  in Halloween

 

 

 

Part 3






“อ้าวจุนซูกลับมาแล้วเหรอ ทำไมกลับช้าจังล่ะวันนี้” แจจุงเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นน้องชายเดินเข้ามาในห้องพักผ่อน ใบหน้าน่ารักงอง้ำสุดๆ ชนิดม้าหมากรุกยังอาย กระแทกตัวลงนั่งที่โซฟาห่างจากพี่ชายออกไป

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ” แจจุงเดินเข้ามาทรุดนั่งข้างๆน้อง

“โมโหคน” คนตัวเล็กกระฟัดกระเฟียด

“ใคร ยูชอนเหรอ ก็เห็นโมโหอยู่ตลอดนั่นแหละ เขาทำอะไรให้อีกล่ะคราวนี้” แจจุงส่ายหน้าน้อยๆ

“ก็ เจ้านั่นมัน...” คนตัวเล็กหยุดพูดทันทีที่นึกถึงเรื่องที่ถูกราชาแวมไพร์สุดหล่อลวนลาม ตอนแรกก็กะจะมาฟ้องพี่ แต่ถึงพอเวลาจริงๆกลับพูดไม่ออก

“ฮึ่ย~ ไม่มีอะไร ข้าขอตัวไปนอนก่อนนะท่านพี่” พูดจบก็ลุกพรวดพราดไปทันที ปล่อยให้พี่ชายคนสวยนั่งงงอยู่ตรงนั้น

“เฮ้อ~ น่าแปลกจริงๆ คนที่เคยสนิทกันขนาดนั้น ทำไมถึงเกลียดกันได้ขนาดนี้นะ จุนซูนะจุนซู”

“คุณหนูใหญ่คะ มีดอกไม้มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ดังขึ้น แจจุงหันไปก็พบกับลิลลี่สาว1ดอกในมือคนรับใช้ มือบางหันไปรับดอกไม้

“ขอบใจนะ ใครส่งมาล่ะ เขาบอกหรือเปล่า”

“เขา ไม่ได้บอกเจ้าค่ะ อยู่ดีๆมันก็มาวางอยู่ที่กล่องรับจดหมายหน้าปราสาทเหมือนเดิมไร้ร่องรอยผู้ ส่งมีแต่การ์ดที่เขียนว่า แด่คุณหนูคิมแจจุงเจ้าค่ะ”

“เจ้าจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ” สาวใช้ย่อตัวทำความเคารพก่อนจะค่อยๆเลี่ยงออกไป ทิ้งให้คุณหนูใหญ่ครุ่นคิดอยู่คนเดียว

“ใครกันนะที่เอาดอกไม้มาให้ แถมอยู่ๆก็มาวาง ให้บ้างไม่ให้บ้าง ทำให้เราอยากรู้เข้าไปอีก”

คน สวยมองดอกไม้ที่อยู่ในมือ มือบางพลิกการ์ดไปมาอย่างเคย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร เพราะไม่มีชื่อคนเขียน แจจุงลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้อง คนรับใช้ที่รออยู่หน้าห้องย่อตัวทำความเคารพ แจจุงพยักหน้าส่งสัญญาณให้ทุกคนไปนอนได้ วันนี้เขาไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องการจะใช้อีก ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปในห้อง ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยดอกลิลลี่สีขาว บางดอกก็แห้งไปแล้วแต่ก็ถูกเก็บรวบรวมไว้อย่างดี บางดอกก็ยังสดอยู่ก็จะเสียบอยู่ในแจกัน แจจุงนำดอกลิลลี่ดอกใหม่ไปเสียบไว้ในแจกันรวมกับดอกอื่นๆ เก็บการ์ดสีชมพูอ่อนรวมไว้ในกล่องไม้โอ๊คขนาดย่อม ที่มีการ์ดสีและลายมือเดียวกันเป็นปึก ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ขยับตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาแจกันดอกลิลลี่ที่หัวเตียง

“ราตรี สวัสดิ์นะ คุณลิลลี่” แจจุงยิ้มให้ดอกไม้ก่อนที่จะดับไฟ หลับตาเข้าสู่นิทราไป ไม่รู้เลยว่า ตอนนี้คนให้กำลังยืนมองตัวเองอยู่บริเวณใกล้ๆปราสาทด้านที่เป็นห้องนอนของคน สวย รอจนแสงไฟในห้องดับ เสียงทุ้งพึมพำอย่างที่ทำทุกครั้งเวลามาส่งดอกไม้

“ราตรีสวัสดิ์ครับ นางฟ้า” ร่างสูงยิ้มก่อนที่จะหันหลังกลับเร้นตัวออกนอกปราสาทไป


“อ๊ะ กลับมาแล้วเหรอท่านพี่” ชางมินที่กำลังง่วนอยู่กับตำราปรุงยาเงยหน้าขึ้นมาทัก

“กลับมาแล้วสิ ก็เห็นอยู่ยังจะถามทำไม” ยุนโฮทรุดตัวนั่งโซฟาใกล้ๆน้องชาย

“ก็ ต้องถามสิ ลักลอบเข้าไปในปราสาทเขาบ่อยๆ ระวังคุณหนูคิมคนเล็กๆไว้หน่อยนะพี่ รายนั้นปากว่ามือถึง พูดปุ๊บสาดไฟใส่ปั๊บเลยนะ” ชางมินหัวเราะ

“แล้วคิดว่ามันจะโดนข้าหรือไง” ยุนโฮยิ้ม ถึงคุณหนูคิมคนเล็กจะเก่งแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดจะทำอันตรายเขาได้หรอก

“ก็ น่าจะได้ ถ้าพี่มัวแต่มองพี่ชายของเขาอยู่อ่ะ ไปส่งดอกไม้มาอีกแล้วสิ พี่รู้ไหมว่าดอกลิลลี่น่ะ ข้าไม่ได้ปลูกมาให้พี่เอาไปจีบใคร แต่เอามาสกัดยาให้พี่ยูชอนเขา ขโมยของข้าไปเรื่อย” ชางมินส่ายหัว คนอะไรจะจีบเขายังไม่ลงทุนอีก

“ก็ข้าจะเอาเวลาที่ไหนไปปลูกเล่า ข้ามีหน้าที่อารักขายูชอน ไหนจะต้องไปทำงานตามที่หมอนั่นสั่ง จะเอาเวลาที่ไหนไปหาดอกไม้สวยๆอย่างนั้น ขอดอกสองดอกทำเป็นบ่น”

“เหอะ พูดมาได้ดอกสองดอก ดอกไม้มันไม่ได้โตเร็วนะพี่ พี่เล่นเอาไปวันเว้นวัน แล้วข้าจะเด็ดไปสกัดยาทันไหมเนี่ย”

“อย่าบ่นได้ไหม เดี๋ยวก็ไปเอาดอกคัทลียาแทนซะหรอก”

“พอเลย อันนี้ยิ่งโตยาก ถ้าพี่เอาไปนะ พี่นับวันตายพี่ยูชอนได้เลย” ชางมินส่ายหัว

“ว่าแต่ อาการของยูชอนแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“อืม ก็มากอยู่นะ ตามธรรมดาถ้าเป็นคนรุ่นก่อนๆก็คงตายตั้งแต่อายุ20แล้ว นี่พี่เขาอยู่มาจน25ข้าก็ว่าเขาอดทนสุดๆแล้วล่ะ” ชางมินปิดตำรายาหันมาคุยจริงจังกับพี่ชาย

“นั่นเป็นเพราะเมื่อก่อน ไม่มีหมออัจฉริยะอย่างเจ้าคอยหาตัวยาใหม่ๆมาให้เขามากกว่า ยูชอนโชคดีที่ไม่เจ้าอยู่ข้างๆ” ยุนโฮตบบ่าน้องชาย เขารู้ว่าชางมินไม่เคยได้ออกไปไหนเลย เพราะวันๆต้องทุ่มเทเต็มที่เพื่อคิดค้นหาวิธีจะยื้อชีวิตของยูชอนให้ยาวที่ สุด

“ข้าก็ทำเท่าที่ข้าจะทำได้นั่นแหละ แต่ทางที่ดีที่สุด น่าจะไปเกลี้ยกล่อมคุณหนูเล็กให้สละเลือดให้พี่เขาจะดีกว่า”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าว่าจุนซูคงยอมให้ยูชอนดูดเลือด แต่ตอนนี้คงไม่ เขาเกลียดยูชอนจะตายไป”

“นั่นสิ พี่ยูชอนก็อีกคน ไม่รู้จะปากหนักไปไหน ทำไมไม่บอกเขาไปตรงๆก็ไม่รู้เฮ้อ~ กลุ้ม” ชางมินทิ้งตัวพิงพนักโซฟา

“พวกเราก็คงช่วยอะไรไม่ได้ มันเป็นเรื่องของเขาสองคน ว่าแต่ยูชอนล่ะ”

“ขึ้นไปพักแล้วพี่”

“งั้นข้าก็จะไปพักบ้างเหมือนกัน แล้วเจ้าล่ะ”

“ข้าขออ่านเจ้านี่ให้จบก่อน แต่คงจะไปอ่านที่ห้อง จะได้นอนไปเลย” ว่าแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับไปที่ห้องตัวเอง


ส่วน คนที่ทุกคนพูดถึง ตอนนี้เขาไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ใครเข้าใจ ร่างโปร่งของราชาแวมไพร์ยังคงยืนกอดอกนิ่งอยู่ที่ข้างกรอบหน้าต่างบานใหญ่ หน้าต่างที่หันไปทิศทางเดียวกับปราสาทของคนตัวเล็กที่เขาเพิ่งปะทะคารมกันมา เมื่อหัวค่ำ ยูชอนยืนทอดถอนใจอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานตั้งแต่ละจากคนตัวเล็กมา เขาก็มายืนอยู่ตรงนี้หลับตานึกถึงภาพคนตัวเล็ก ผิวนุ่มที่เขาเคยได้สัมผัสเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม คิมจุนซูอายุ19 ไม่ต่างจากคิมจุนซูอายุ5ปี หรือ 10ปีเท่าไหร่ เขายังจำภาพเด็กตัวเล็กๆที่เขาเจอครั้งแรก ตอนที่ท่านพ่อกับท่านแม่แนะนำให้รู้จักกับครอบครัวตระกูลคิมที่เพิ่งย้ายมา จากที่อื่น



“ยูชอน มานี่สิ” ผู้เป็นพ่อราชาแวมไพร์และราชาปีศาจในตอนนั้นเรียกเด็กชายเข้าไปพบ ขณะที่กำลังจะเดินผ่านห้องพักผ่อน

“ครับ ท่านพ่อ” ยูชอนก้าวเข้ามาในห้องพักผ่อน พบกับชายหญิงท่าทางใจดี เด็กชายอีกสองคน คนนึงหน้าตาสะสวยผิดชายทั่วไป ส่วนอีกคนตัวเล็กกว่า น่าตาน่ารักและนั่งขยุกขยิกตลอดเวลา จนคนที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นมารดาของเด็กน้อยต้องรั้งตัวเอาไว้บ่อยๆไม่ให้ วิ่งไปเล่นซน

“มารู้จักกันไว้สิ นี่ท่านเคาท์คิมจุนซา คุณนายคิม ส่วนนั่นแจจุง เจ้าตัวเล็กนี่จุนซู นี่ยูชอนลูกชายคนเดียวของข้า” เสียงทุ้มมีอำนาจของท่านพ่อดังขึ้น ยูชอนโค้งทักทายทุกคนก่อนจะหันไปยิ้มให้แจจุง เด็กชายหน้าหวาน และจุนซูเจ้าตัวเล็กแสนซน

“ลูกชายท่านดูท่าทางองอาจ ตั้งแต่เด็ก ข้าว่าคงรับตำแหน่งทำหน้าที่ต่อจากท่านได้ดีแน่ๆ” ท่านเคาท์คิมกล่าวชม

“โอ้ ย~ จะดีอะไร นี่ก็วิ่งเล่นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเหมือนกัน ผิดแต่ว่าไม่ได้ยุกยิกทั้งวันเหมือนจุนซูเท่านั้น ใช่ไหมจุนซู” ท่านพ่อหันไปหาเด็กตัวเล็ก จุนซูยิ้มจนตาหยี

“จุนซู ไม่ด้ายซนนะ” เสียงแหลมเล็กที่ยังพูดไม่ค่อยชัดขัดขึ้น

“จ้าๆ ไม่ซนเลย ตั้งแต่เข้ามายังไม่หยุดดิ้นเลยนี่ ดูพี่แจจุงสิ นั่งเรียบร้อยน่ารัก จุนซูนี่น่าตีจริงๆ” คุณนายคิมให้มาเอ็ดลูกชายอย่างไม่จริงจังอะไร

“ก็จุนซูอยากไปดูตรง โน้นตรงนี้นี่นา แต่ท่านแม่ก็ม่ายห้ายจุนซูไปซ้ากที” เจ้าตัวเล็กกอดอกทำแก้มป่อง เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ได้ดี

“ยูชอน มาพาน้องกับแจจุงไปเล่นไป พ่อกับแม่มีธุระต้องคุยกัน”

“ครับ” ยูชอนวัย11ปีเดินเข้าไปหาร่างเล็กตรงหน้า ยื่นมือส่งให้ เจ้าตัวเล็กเอียงคอมอง

“จาพาจุนซูไปหนายอ่ะ”

“ไปเที่ยวไง เจ้าอยากไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ” ยูชอนถาม

“ช่าย จุนซูจาไปเที่ยว แต่ท่านแม่ไม่ห้ายไปนี่” เจ้าตัวเล็กหาคุณนายคิมเป็นเชิงถาม

“ไปเถอะจ้า ยูชอน น้าฝากน้องกับแจจุงด้วยนะ เจ้าตัวเล็กนี่ซนมาก ถ้าดื้อนักตีได้เลยนะ”

“จุน ซูไม่ดื้อนะ อย่ามาตีเค้านะ เค้าไม่ยอมหรอก พี่แจจุงช่วยเค้าด้วยจิ” จุนซูหันไปหาพี่ชาย เพราะรู้ว่าพี่ชายใจดีไม่เคยขัดใจเขาสักครั้ง แต่แจจุงก็ได้แต่อมยิ้ม ไม่พูดอะไร

“ไม่ตีหรอกน่า พี่ไม่เคยตีใครเลยนะ แต่ถ้าจุนซูดื้อ ไม่ทำตามที่พี่บอก จุนซูอาจจะเป็นคนแรกที่ถูกพี่ตี” ยูชอนพูดยิ้มๆ

“ท่านพี่ไม่เคยตีใครจริงๆเหรอ” เจ้าตัวเล็กหันมาถามตาเป็นประกาย เพราะใครๆก็เคยตีเขาแล้วทั้งนั้นแหละ

“อืม”

“ท่านพี่ม่ายชอบตีใครช่ายไหม”

“ใช่”

“ถ้าจุนซูม่ายดื้อ ท่านพี่ก็ม่ายตีใช่ไหม”

“ใช่”

“ง้านจุนซูจาไม่ดื้อ ท่านพี่จาได้ไม่ตี เราไปเที่ยวกันเถอะ”

เจ้าตัวเล็กส่งมืออูมๆมือจับมือเรียวของเด็กชายยูชอนไว้ข้างนึง อีกข้างก็จูงมือพี่ชายไปด้วย ประมาณว่าไปไหนไปกันเราสามคน หันมายิ้มให้ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องพักผ่อน ก่อนจะเป็นคนลากทุกคนวิ่งหลุนๆตามตัวเองไปแทน นับตั้งแต่นั้นมา เขาก็จะได้ยินเสียงคนตัวเล็กร้องเรียกพี่ยูชอนๆๆ ตลอดเวลา ไม่มีวันไหนที่เขากับจุนซูจะไม่เจอกัน ไปเรียนก็ไปด้วยกัน กลับก็กลับด้วยกัน จนใครๆก็แซวว่าเขากับจุนซูเป็นคู่ตังเม ถ้ามีปาร์คยูชอน ก็ต้องมีคิมจุนซูอยู่ข้างๆ

“พี่ยูชอนๆๆ” เสียงคนตัวเล็กดังมาแต่ไกล

“พี่ อยู่นี่” ร่างเล็กที่วิ่งมาอย่างเร็วโถมเข้าใส่คนตัวโตกว่าอย่างแรง จนทั้งคู่เกือบกลิ้งตกลงจากที่นั่งไปด้วยกัน ดีแต่ว่ายูชอนคว้าตัวกลมๆป้อมๆของเจ้าตัวเล็กไว้ได้ทัน

“จุนซู ทำไมต้องโถมเข้ามาแรงๆอย่างนี้ด้วย”

“ก็จนุซูคิดถึงพี่ยูชอนนี่นา วันนี้เรายังไม่ได้เจอกานเลยน้า” เด็กติดพี่เริ่มอ้อน

“พี่ขอโทษ วันนี้พี่ไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้ไปเรียน จุนซูไปเรียนคนเดียวเหงาไหม”

“เหงา มาก ไม่มีพี่ยูชอนไปด้วยจุนซูเลยม่ายรู้จาไปเล่นกับใคร” ยูชอนจับตัวร่างกลมป้อมให้กลับมานั่งที่ตัก แทนที่จะกอดคอเอาไว้เหมือนตอนแรก

“เหงาหรือมัวแต่เล่นจนเพลินกัน แน่ อย่างจุนซูเหรอจะไม่รู้ว่าจะเล่นกับใคร ใครๆเขาก็อยากจะเล่นกับจุนซูทั้งนั้นแหละ” ยูชอนหัวเราะ ยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลเป็นมันบนหัวเล็กๆของคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู

“แหม~ พี่ยูชอนนี่รู้ทันอยู่เรื่อยเลย แต่จุนซูเล่นกะฮยอกแจคนเดียวเลยน้า ไม่ได้เล่นกับคนอื่นอีก”

“แล้ว นี่อะไรเนี่ย คราบเลือดตรงปากเนี่ย กินเลือดเทียมรสช๊อตโกแลตมาอีกแล้วล่ะสิ” ยูชอนยกมือขึ้นป้ายคราบเลือดที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากเล็กๆออก

“อาหย่อย น้า พี่ยูชอนลองกินสิ รสนี้อาหย่อยที่สุดเท่าที่จุนซูเคยชิมมาเลย ไม่เชื่อก็ลองชิมดูจิ” คนตัวเล็กจับนิ้วมือเปื้อนเลือดของยูชอนใส่เข้าไปในปากเขา

“อาหย่อยไหม” คนตัวเล็กเอียงคอถาม

“ก็อร่อยหน่อยะ แต่พี่คงกินรสนี้ไม่ได้หรอก”

“ทามไมอ่ะ มันอาหย่อยจิงๆนะ รสอื่นไม่อาหย่อยหรอกจุนซูลองหมดแล้ว” คนตัวเล็กยืนยัน

“พี่มีรสพิเศษส่วนตัวนะ ต้องกินแต่รสนั้น รสอื่นกินไม่ได้” ยูชอนอ้อมแอ้มบอก

“เหรอ แต่คงไม่ใช่เลือดสดๆใช่ไหม”

“เอ่อ.. ไม่ใช่หรอก พี่จะไปกินเลือดสดๆอย่างนั้นได้ยังไง จุนซูกลัวคนกินเลือดสดๆไม่ใช่เหรอ”

“จุน ซูม่ายได้กัวนะ แต่จุนซูไม่ชอบ ทามไมเราต้องปายกัดคนอื่นให้เค้าเจ็บๆด้วยอ่ะ ในเมื่อเลือดเทียมก็อาหย่อยเหมือนกัน มีหลายรสด้วยนะ”

“แต่บางคนเขาก็จำเป็นนี่”

“จุนซูม่ายเห็นความจำเป็นที่ต้องกินเลยนี่ พี่ยูชอนสัญญากับจุนซูได้ไหม ว่าจาไม่กินเลือดใครสดๆ”

“เอ่อ แล้วถ้าพี่ผิดสัญญาล่ะ”

“จุน ซูจาโกรธพี่ยูชอน จะไม่มาเล่น ไม่พูดด้วยอีกเลย จุนซูไม่ชอบคนที่ชอบแกล้งคนอื่นให้เจ็บ” คนตัวเล็กอธิบายเหตุผล แบบเด็ก6ขวบ แต่ความหมายของเขาก็คือ ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบคนอื่น ไม่ชอบให้ทำร้ายใครโดยไม่จำเป็น ยูชอนหลบตา ไม่ตอบอะไร

“พี่ยูชอนสัญญาสิ” คนตัวเล็กคาดคั้น

“ก็ ได้พี่สัญญา” ยูชอนจำเป็นต้องสัญญา ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่อาจทำตามสัญญาของจุนซูได้ และไม่คิดว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกหักระหว่างเขากับคิมจุนซู จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดกับพวกเขาทั้ง3คนพร้อมกัน

“นายท่าน แย่แล้ว พวกหมาป่าเข้ายกพวกเข้ามาล้อมปราสาทของเราไว้ขอรับ” เสียงการ์ดหน้าประตูวิ่งเข้ามาแจ้งข่าว

“บังอาจมาก มันจะมากไปแล้วนะคิมยองมิน”

“ท่านพี่ เราจะทำยังไงดีคะ”

“เจ้าพายูชอนไปหลบก่อน พี่จะรับมือทางนี้เอง ส่งคนไปแจ้งตระกูลคิมด้วย ว่าพวกหมาป่ามันบุกเข้ามาถึงนี่แล้ว”

“ค่ะ ไปยูชอน ไปกับแม่ ท่านพี่ระวังตัวด้วยนะคะ” เด็กชายยูชอนในวัย15ปี ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตลอดเวลาพวกหมาป่าไม่เคยกำแหงถึงขนาดเข้ามาบุกถึงปราสาทราชาปีศาจ

“ท่านพ่อ” ยูชอนส่งเสียงเรียก

“ไม่ต้องกลัว พ่อจัดากรได้”

ท่าน แม่พายูชอนหลบเขาไปในทางลับ และสั่งให้เขารออยู่ตรงนั้น ในขณะที่เธอหันไปสั่งความกับสาวใช้ให้นำความไปบอกกับตระกูลคิม ก่อนที่จะไปสมทบกับสามี ปล่อยให้ยูชอนอยู่ในทางลับคนเดียว สักพักก็เกิดเสียงต่อสู้กันเกิดขึ้น ฝ่ายหมาป่าที่นำโดยคิมยองมิน ราชาหมาป่าคนใหม่นำพวกหมาป่าบุกเข้ามาถึงในปราสาทได้โดยง่ายดาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความแปลกใจให้กับยูชอนที่ยืนดูเหตุการณ์จากช่อง เล็กๆภายในห้องลับ เพราะตามธรรมดาเผ่าหมาป่าถึงจะเป็นเผ่าที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่เคยสู้เผ่าแวมไพร์ได้ แต่ทำไมถึงเข้ามาถึงที่นี่ได้ง่ายขนาดนี้

“ยอมแพ้ดีกว่า ท่านราชาปีศาจ มอบตำแหน่งของท่านมาให้ข้าซะโดยดี” คิมยองมินก้าวออกมายืนข้างหน้ากลุ่มหมาป่าที่ตามมาข้างหลัง

“ไม่มีทาง เจ้าไม่มีทางยึดอำนาจไปจากข้าได้หรอกคิมยองมิน”

“ได้ ไม่ได้ ข้าก็บุกเข้ามาถึงที่นี่แล้ว ลืมบอกไป ตระกูลคิมข้าก็จัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ลูกชายที่ไร้ค่าของพวกมันสองคน จัดการพวกเจ้าเสร็จ ข้าจะเข้าไปฆ่าพวกมันด้วยมือของข้าเอง”

“เจ้ามันชั่วช้า ข้าแปลกใจมากที่เจ้าได้ขึ้นเป็นราชาหมาป่าต่อจากน้องชายเจ้า”

“หึๆๆ เจ้าไม่ต้องแปลกใจไปหรอก แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อเจ้าเองก็ใกล้จะตายเหมือนกันงั้นข้าจะบอกให้หายข้องใจ ข้าจัดการฆ่าน้องชายของข้าเอง แล้วยึดอำนาจมันมา เหมือนกับที่ ข้ากำลังจะจัดการเจ้านี่ไง” ยองมินหัวเราะเสียงดังลั่น

“มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกมั้ง เผ่าของข้าไม่เคยแพ้เผ่าของเจ้ามาเป็นพันๆปี และไม่มีปาฏิหาริย์ทำให้ข้าแพ้เจ้าหรอก”

“ใช่ เจ้าไม่เคยแพ้ข้า แต่คราวนี้ไม่เหมือนคราวอื่นๆ เพราะนี่” ยองมินหยิบขวดยามาจากซูมานคนสนิทของเขา

“ข้าใส่นี้ลงไปในอาหาร น้ำ และทุกอย่างที่เจ้ากิน เจ้าไม่มีทางรอดแน่ เพราะนี่คือยาสลายพลัง”

“ว่าไงนะ นี่เจ้า”

“ใช่ เพราะอย่างนี้ไง พวกเจ้าถึงสู้ข้าไม่ได้”

“ไม่จริง ข้าไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย”

“งั้น ก็ลองดูสิ เผื่อเจ้าจะได้นอนตายตาหลับถ้าได้รู้ความจริง” สิ้นเสียงยองมิน ราชาปีศาจก็พยายามเรียกพลังธาตุน้ำของตัวเองออกมา แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีลูกบอลน้ำอย่างที่ต้องการสักที

“ไง ทีนี้เจ้าเชื่อข้าหรือยัง ฮ่าๆๆๆ”

“เจ้า ไอ้สารเลว แกมันพวกหมาลอบกัด” ราชาปีศาจตะโกนอย่างเหลืออด

“จะด่าอะไรก็ด่าไป เพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าจะได้พูด ท่านราชาปีศาจ”

พูด จบลูกบอลสีดำขนาดยักษ์ก็ถูกก่อขึ้นในมือของคิมยองมิน และกว่าที่ทุกคนจะได้ทันตั้งตัว มันก็พุ่งเข้าใส่ราชาปีศาจและภรรยาอย่างแรง ส่งผลให้ร่างทั้งสองกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงห้องอีกด้าน เลือดไหลโทรมออกมาจากร่างกายทั้งสองสิ้นใจตรงนั้น เพราะตอนนี้ทั้งคู่ไม่มีพลังธาตุช่วยต้านเอาไว้ เสียงคิมยองมินหัวเราะดังลั่น เพราะแค่กำจัดสองตระกูลใหญ่ของเผ่าแวมไพร์ได้ ก็ไม่มีใครกล้ามาขัดการขึ้นเป็นราชาปีศาจของเขาแล้ว

แต่สิ่งที่เขา ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น กำแพงด้านนึงของห้องพังทลายลงมาเป็นผุยผง ด้วยฝีมือของเด็กอายุ15ปี ปาร์คยูชอนที่ตอนนี้มีแต่โทสะเข้าครอบงำ ไม่สามารถระงับยับยั้งพลังที่มีอยู่ในตัวได้อีกแล้วเพราะเขาเห็นพ่อและแม่ ตายต่อหน้าต่อตา รอบๆร่างของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยพลาสม่าสีม่วงเป็นวงใหญ่ล้อมรอบร่างกาย ตาสีน้ำตาลสดใส บัดนี้กลายเป็นสีม่วงที่แสนเย็นชา และไม่มีใครยั่งความรู้สึกของเด็กหนุ่มได้ ร่างของเด็กหนุ่มๆค่อยก้าวเดินเข้ามาทางกลุ่มของพวกหมาป่า

ทุกคน รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมจากตัวเด็กหนุ่ม แต่ตอนนี้คิมยองมินและลีซูมานได้แต่ยืนอึ้ง เพราะยาที่พวกเขาใส่ไว้ในอาหารไม่มีผลอะไรกับเจ้าเด็กแวมไพร์นี่แม้แต่น้อย และที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ พลาสม่าและดวงตาสีม่วง บ่งบอกถึงธาตุที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มีแต่พวกแวมไพร์เท่านั้น ที่สามารถมีได้ แวมไพร์ธาตุสายฟ้า แย่ล่ะสิ เขาไม่ได้คำนวณมาก่อนว่าจะมาเจอแวมไพร์ธาตุสายฟ้าที่นี่

“เฮ้ย มัวยืนงงอะไรอยู่ จัดการมันซะสิ”

ซู มานที่ได้สติก่อนตะโกนสั่งทุกคนให้ยิงลูกพลังใส่ไปที่เด็กหนุ่ม เหล่าลูกน้องที่ตามมา ต่างคนก็ต่างส่งลูกบอลพลังของตัวเล็กพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างแรง แต่ก็ไม่มีลูกบอลพลังลูกไหนเข้าใกล้เขาได้เลย เมื่อกระทบกับพลาสม่าสีม่วง ไม่ว่าจะลูกใหญ่แค่ไหนก็สลายหายไปในพริบตาเดียว ทั้งสองคนเห็นท่าไม่ดี รีบเร้นกายแฝงตัวหนีออกไปจากที่นั่น เด็กหนุ่มยกมือขึ้นข้างนึง สร้างประจุไฟฟ้าสีม่วงขนาดย่อมในมือ ก่อนจะสะบัดออกไปเบาๆ ใส่เผ่าหมาป่ากลุ่มใหญ่ แค่ลูกเดียวสามารถล้มหมาป่าได้เป็นสิบ ไม่ถึงอึดใจ ลูกบอลสีม่วงลูกที่สองก็วิ่งเข้ามาอีกระลอก แค่นี้เผ่าหมาป่าที่มาล้อมปราสาทก็ล้มตายเป็นเบือ

ปราสาทจะระเบิด ไปแค่ไหน เด็กหนุ่มไม่สนใจ ตอนนี้ในสายตาของเขามีเพียงแต่หน้าคนสองคน ที่ฆ่าพ่อกับแม่ เด็กหนุ่มเดินตามทั้งสองคนไป จนกระทั่งไปหยุดที่แม่น้ำข้างๆปราสาท ทั้งสองไม่มีทางหนีได้ พากันหันรีหันขวางหาทางรอด แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว ลูกบอลสีม่วงสองลูกพุ่งเข้าชนทั้งสองคนล้มไปกับพื้นโดยที่ไม่สามารถต้านทาน อะไรได้เลย แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตะเกียกตะกายหนี ลูกบอลสีม่วงลูกใหม่ก็พุ่งเข้ามาอีก ซัดสองคนกระเด็นตกแม่น้ำไป ก่อนที่พลาสม่าสีม่วงจะดับลง พร้อมกับสติของเด็กชายปาร์คยูชอนก็ดับตามลงไปด้วย


เด็กหนุ่ม ลืมตาขึ้นมอง หลังจากที่สลบไปนานหลายวัน เขาก็พบกับเด็กชายอีกคนนึงนั่งอยู่ข้างเตียง ในมือมีตำราเล่มหนา ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร เด็กชายที่นั่งอ่านหนังสือก็เดินเข้ามาใกล้

“เป็นยังไงบ้าง” เด็กชายคนนั้นถาม

“ที่นี่ที่ไหน” ยูชอนถาม

“ปราสาท ของท่านนั่นแหละ แต่ตอนนี้มันไม่ได้เละอย่างที่ท่านเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อนหรอกนะ ท่านพ่อจัดการให้มันเป็นเหมือนเดิมแล้ว” เด็กชายตอบ

“ท่านพ่อท่านแม่ ใช่พ่อกับแม่ข้าล่ะ” ยูชอนเริ่มเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

“ไม่ ต้องห่วง ท่านพ่อข้าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว” ยูชอนที่เพิ่งได้สติมาไม่นาน รับรู้ถึงความเสียใจที่ต้องเสียพ่อกับแม่ไป แต่ว่า เพราะความเข้มแข็ง เขาถึงไม่ได้โวยวายอย่างที่ควรจะเป็น

“เหรอ ขอบใจมากนะ” ยูชอนพูดทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งเพราะยังมึนหัวอยู่

“ท่านทำลายปราสาทคนเดียวเลยเหรอ” เด็กชายถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

“มั้ง ข้าจำอะไรไม่ได้”

“ท่านเป็นแวมไพร์ธาตุสายฟ้าใช่ไหม”

“เจ้ารู้” ยูชอนเลิกคิ้วถาม

“รู้ สิ ข้าอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นร้อยๆเล่ม ท่านพ่อบอกว่า ข้ามีพี่ชายต้องดูแล เขาเป็นแวมไพร์ธาตุสายฟ้า สงสัยจะเป็นท่านนี่ล่ะมั้ง” เด็กชายตอบ

“พี่ชาย เจ้าเป็นญาติกับข้าเหรอ” ยูชอนขมวดคิ้ว ตั้งแต่โตมาเขาไม่เคยได้เจอญาติที่อายุพอๆกันเลยสักคน

“อืม จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เพราะท่านพ่อเป็นน้องต่างมารดาของท่านพ่อของท่าน”

“ชางมิน เขาตื่นหรือยัง” เสียงเด็กชายอีกคนดังขึ้น

“ตื่นแล้วพี่ยุนโฮ เข้ามาสิ” ชางมินเรียกคนเป็นเข้ามาหา

“นี่พี่ชายข้า ยุนโฮ อ๊ะ ข้ายังไม่ได้แนะนำตัวเลยใช่ไหม ข้าชางมิน ข้ากับพี่จะมาอยู่เป็นเพื่อนท่าน” ชางมินแนะนำตัว

“อยู่เป็นเพื่อน ทำไมล่ะ”

“ก็เพราะตอนนี้เจ้าเป็นราชาแวมไพร์แทนพ่อเจ้าแล้วยังไงล่ะยูชอน” เสียงทุ้มดังขึ้นที่หน้าประตู

“ท่านอา ข้าน่าจะรู้นะว่าเป็นท่าน” ยูชอนยิ้มออกมาครั้งแรก หลังจากที่สลบไปนาน

“ใช่อาเอง อาเสียใจด้วยนะกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าอามาทันคงไม่เป็นแบบนี้”

“ไม่เป็นไรครับ ข้าเข้าใจ ท่านอาอยู่ไกลมาก จะมาทันได้ยังไง แล้วสองคนนี้”

“อ๋อ ชางมินกับยุนโฮ ลูกชายอาเอง เอาจะให้พวกเขามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า ชางมินเก่งเรื่องยา เขาคิดค้นสูตรยาหลายอย่างตั้งแต่เด็ก เพราะอาเล่าให้เขาฟังว่า มีพี่ชายคนนึงป่วยโดนคำสาปธาตุสายฟ้า ตั้งแต่นั้นชางมินก็ค้นคว้าหาตัวยาต่างๆมาสกัด ถ้าเจ้าไม่กลัว เจ้าลองยาของชางมินดูสิ เผื่อจะดีขึ้น”

“แต่ เขาเป็นเด็กนี่ครับท่านอา”

“ชางมินเป็นเด็กอัจฉริยะ ไม่ต้องห่วง อาเป็นหนูทดลองมาก่อน รับรองไม่ตายแน่” เสียงทุ้มหัวเราะ

“ส่วนนี่ยุนโฮ อาจะให้เขามาคอยดูแลเราอีกที อาไม่อยากให้เราต้องปล่อยพลังออกมาขนาดนั้นอีก มันอันตรายกับตัวเอง”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะระเบิดพลังนะท่านอา แต่ว่า..” ยูชอนพูดไม่จบ ก็รู้สึกถึงก้อนแข็งๆขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ เขาพยายามกลั้นมันไว้

“อาเข้าใจ”

“ข้าไม่อยากรบกวนท่านอาเลย”

“ไม่รบกวนหรอก ทั้งสองคนเต็มใจจะมาอยู่ใช่ไหม”

“ครับ” ทั้งสองคนรับคำพร้อมกัน พร้อมส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้ยูชอนยิ้มตาม ถึงแม้ตอนนี้ในใจเขาจะเจ็บปวดเพราะต้องเสียพ่อแม่

“จริงสิ ตระกูลคิมล่ะครับ เป็นยังไงบ้าง”

“ก็เหมือนที่นี่ ดีแต่ว่าลูกชายทั้งสองคนไม่เป็นไร แต่คุณหนูคิมคนเล็กก็ยังเด็กมาก ป่านนี้ยังร้องหาพ่อแม่อยู่เลย”

“ข้าจะไปดูเขาสักหน่อย” ยูชอนรีบลุกขึ้น แต่ก็ต้องล้มลงไปอีก

“ไม่ต้องรีบ ตอนนี้เขามาอยู่ที่นี่แล้ว เดี๋ยวสักพักอาจะให้คนไปตาม เจ้าพักก่อนเถอะ”

“แต่ข้าเป็นห่วงจุนซู เขายังเด็กมากนะครับ”

“งั้น เดี๋ยวจะให้คนไปตามมาแล้วกัน” ไม่นานนัก ร่างเล็กๆของเด็กชายจุนซูก็วิ่งเข้ามาหาพี่ชายที่นอนป่วยอยู่หลายวัน พร้อมด้วยน้ำตา

“พี่ยูชอน พี่ยูชอนฟื้นแล้ว จุนซูดีใจจังเลย” คนตัวเล็กโถมเข้ากอดทันที่เห็นพี่ชายที่นั่งอยู่บนเตียง

“โอ้ย~ จุนซู พี่จุกไปหมดแล้วนะ”

“จุน ซูขอโทษ พี่ชาย พ่อกับแม่ตายแล้ว จุนซูจะอยู่กับใคร ฮือๆๆ” คนตัวเล็กเริ่มร้องไห้ทันทีที่พูดถึงพ่อกับแม่ ยูชอนรั้งร่างคนตัวเล็กข้ามากอด

“ก็อยู่กับพี่ไง พี่จะดูแลจุนซูแทนพ่อกับแม่เอง”

“จริงนะ พี่ยูชอนจะไม่ทิ้งจุนซูไปใช่ไหม”

“อืม พี่ไม่มีทางทิ้งจุนซูไปแน่ๆ”

“จุน ซู อย่าไปกวนยูชอนสิ เขายังไม่หายดีนะ” แจจุงที่เพิ่งก้าวเข้ามาเอ่ยขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมอง ยุนโฮที่เพิ่งเคยเจอแจจุงครั้งแรกตะลึงมองภาพข้างหน้าตาค้าง แจจุงยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร ก่อนจะไปดึงตัวน้องชายลงมาจากตัวยูชอน

“ไม่เอา จุนซูจะอยู่กับพี่ยูชอน” คนตัวเล็กดิ้นรนไม่ยอมลงไปง่ายๆ

“รอให้พี่เขาหายก่อน ยูชอน ข้าเสียใจด้วยเรื่องพ่อกับแม่เจ้า”

“ข้าก็เช่นกัน แต่ไม่เป็นไร ต่อไปนี้ข้าจะดูและเจ้าทั้งสองคนเอง” ยูชอนให้คำมั่นสัญญาหนักแน่น แจจุงยิ้ม

“ขอบใจนะ เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ ส่วนเจ้าตัวเล็กนี่ ข้าจะดูแลไม่ให้มากวนเจ้าระหว่างเจ้าพัก”

“ไม่เอา จุนซูจะอยู่กับพี่ยูชอน จุนซูไม่ไปๆๆ” ยูชอนยิ้ม

“ไม่เป็นไรหรอกแจจุง ข้าดีขึ้นแล้ว ให้เขาอยู่นี่เถอะ” จุนซูยิ้มแป้น ก่อนจะซุกตัวลงไปนอนข้างคนตัวโต

“เอาล่ะ งั้นเจ้าพักให้เต็มที่เถอะ เรื่องทุกอย่างปล่อยให้เป็นหน้าที่ยุนโฮกับชางมิน ส่วนอาคงต้องลาตรงนี้ เพราะทิ้งบ้านมานาน”

“ท่านอาจะกลับแล้วเหรอครับ ข้ายังไม่ได้คุยกับท่านเลย”

“ไม่เป็นไร ไว้เจอกันวันหลังก็ได้ ยุนโฮ ชางมิน ดูแลยูชอนให้ดีๆล่ะ”

“ครับ” ทั้งสองคนรับคำ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะออกไปจากห้องนั้น

“งั้นเราก็ไปกันมั่งดีกว่า ยูชอนจะได้พัก” แจจุงพูดขึ้น ก่อนจะหันมาสำทับน้องชายตัวดี

“อย่าซนนะจุนซู พี่ยูชอนยังไม่หาย”

“อื้ม จุนซูจะเป็นพยาบาลให้พี่ยูชอนเอง” คนตัวเล็กยิ้มแป้น ก่อนที่ทุกคนจะทยอยออกไปกันหมด เหลือแต่ยูชอนและจุนซู

“พี่ยูชอน จะให้จุนซูทำอะไรบอกได้เลยนะ จุนซูเป็นคุณหมอเหมือนพี่ชางมิน” ยูชอนหัวเราะ

“แล้วคุณหมอจะหยิบยาผิดให้คนไข้ด้วยหรือเปล่า พี่จะได้เตรียมตัวก่อน”

“ไม่รู้สิ จุนซูอ่านไม่ออกอ่ะ จะเอาอะไรพี่ยูชอนก็ชี้ๆเอาแล้วกัน จุนซูจะวิ่งไปหยิบให้”

“ยัง ไม่อยากได้อะไรหรอก พี่อยากนอน จุนซูจะนอนพร้อมพี่ไหม” คนตัวเล็กคิดหนัก ก็ตอนนี้มันยังไม่มืด ถึงจะเย็นมากแล้ว ถ้าให้นอนตอนนี้ เขาก็อดเล่นซนเหมือนทุกวันน่ะสิ

“เจ้าจะไปเล่นก็ได้นะจุนซู พี่อยู่คนเดียวได้” ยูชอนเอ่ยยิ้มๆ คนตัวเล็กทำหน้ายุ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่าเด็ดเดี่ยว

“จุน ซูเป็นคุณหมอ ก็ต้องอยู่กับคนไข้สิ คนไข้จะนอน คุณหมอก็ต้องนอนเฝ้า มาพี่ยูชอน นอนเร็ว จุนซูร้องเพลงกล่อมให้ฟัง” ยูชอนยิ้มค่อยๆเลื่อนตัวลงไปนอน พร้อมกันคนตัวเล็กที่ขยับเข้ามาใกล้คนตัวโต ปากเล็กๆเริ่มร้องเพลงกล่อมเด็กที่เขาเคยฟังประจำให้ยูชอนฟัง มือป้อมๆวางไว้ที่หน้าอกคนตัวโตตบเบาๆเป็นจังหวะ จนกระทั่งหลับไปทั้งพี่ทั้งน้อง

เมื่อนึกถึงตรงนี้ ร่างโปร่งก็อมยิ้ม แต่สิ่งเหล่านั้นมันคงไม่กลับมาหาเขาอีกแล้ว เพราะตอนนี้จุนซูเกลียดเขา เกลียดเขาที่กินเลือดคนอื่น เกลียดเขาที่ผิดสัญญา เกลียดทุกอย่างที่เป็นเขา ไม่รู้ว่าที่เขาทำไปเมื่อกี้จะเพิ่มความเกลียดที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้นหรือ เปล่าก็ไม่รู้ ยูชอนได้แต่ถอนใจ ร่างโปร่งเดินไปที่เตียงนอน เตียงที่เขากับจุนซูเคยนอนด้วยกันทุกวันตอนเป็นเด็ก ตอนนี้เหลือทิ้งไว้แต่ความทรงจำ เมื่อไหร่พี่จะได้กอดเจ้าเหมือนตอนเด็กๆ แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะกลับมาเป็นจุนซูที่น่ารักคนเดิมของพี่กันนะ ยูชอนคิดซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะเข้าสู่นิทราไป

%%%%%




TBC


อ่านให้สนุกนะคะ ^^

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ที่แท้ยูซูก็เคยรักกันมากมาก่อน
ทำไมมิคไม่บอกน้องอ่ะ
ให้น้องเกลียดอยู่ทำไม
น่าสงสารอ่ะ
ตอนนี้มิคอ่อนแอมากๆ
อยากให้น้องมาดูแลมิคเหมือนเมื่อก่อนจัง
อดีตของยูซูน่ารักมากมาย
โดยเฉพาะน้องจุน
มาต่อเร็วๆนะไรเตอร์

#1 By chebi (124.120.122.223) on 2010-03-18 14:55

สนุกจังเลยอ่า~~~


ที่เเท้เรื่องก็เป็นอย่างนี้


ทำไมปาร์ค น๊า ปาร์ค ปากหนักจริงๆ


ทำไมไม่บอกความจริงน้องไปอ่ะ

#2 By pure (112.142.20.73) on 2010-03-18 20:17