Recommend

[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 3

posted on 18 Mar 2010 11:12 by kameryuichi  in emergency

 

 

Part 3







“โว้ย!!! นี่มันอะไรกัน วันๆไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย มีแต่เป็นจารจรห้ามคนอยู่เนี่ย”

คน ตัวเล็กยกแฟ้มงานกองใหญ่ที่ยังไม่ได้แม้แต่จะศึกษาเลยแม้แต่น้อยทิ้งโครมไว้ ข้างๆโต๊ะ ก็ตั้งแต่หลบไอ้หน้าหื่นออกมาเขายังไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสัก อย่าง พอนั่งโต๊ะปุ๊บก็มีสาวเข้ามาให้ห้ามปั๊บ แถมตอนนี้บ่าย2กว่าเข้าไปแล้วข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยสักเม็ด ก็เล่นมีสาวๆเข้ามาไม่ขาดสาย กว่าจะเคลียร์ได้แต่ละคนเล่นเอาน้ำลายหมดไปเป็นลิตร วุ้ยอะไรมันจะเยอะขนาดนี้ เฉพาะวันนี้ปาเข้าไป 9คนแล้ว ไอ้เจ้านายบ้า วันๆทำอะไรบ้างเนี่ย หรือวันๆมีแต่ฟันหญิงไปทั่ว มันถึงได้มาหยุบหยับแบบนี้ คิดๆแล้วไอ้เงินเดือน3ล้าน5นี่มันท่าจะไม่คุ้มซะแล้วสิ คิมจุนล่ะกลุ้ม

“คุณจุนซู เข้ามานี่หน่อยสิ” เสียงเจ้านายตัวดีเรียกผ่านอินเตอร์คอม จุนซูยู่หน้าใส่อินเตอร์คอมก่อนที่จะเดินไปเคาะประตู

~ ก๊อกๆๆ ~

“เชิญครับ” ยูชอนเอ่ยปากอนุญาต แต่ยังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารต่อไป

“มีอะไรให้รับใช้ครับคุณเจ้านาย” ยูชอนเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารเมื่อได้ยินเสียงคนตัวเล็ก

“ไง งานสนุกไหม”

“สนุกมากกกกก” จุนซูกัดฟันตอบ

“เหรอ ดี ท่าทางคุณจะชอบนะ อ่ะนี่ ช่วยหน่อยแล้วกัน พิมพ์ให้เสร็จที พรุ่งนี้ผมต้องใช้มันในที่ประชุม อ้อ คุณเองก็ต้องเข้าประชุมด้วย อ่านเอกสารข้างนอกหมดหรือยังล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตามงานไม่ทันผมไม่รู้ด้วยนะ” ยูชอนพับแฟ้มเอกสารตรงหน้ายื่นให้คนตัวเล็ก

“หา~ หมดนี่เหรอ” จุนซูมองขนาดความหนาของแฟ้มแล้วจะเป็นลม นั่นมันเกือบ30แผ่นเลยนะนั่น แล้วต้องอ่านไอ้เอกสารที่เพิ่งโยนทิ้งเมื่อกี้อีก โอ้ย~ จะฆ่ากันหรือไงเจ้านาย

“งั้นสิ มีปัญหาอะไรเหรอครับคุณเลขา”

“แต่ ตั้งแต่เช้ามาผมต้องห้ามสาวๆของคุณมาตลอดยังไม่ได้หยุดเลย จะไปมีเวลาอ่านแฟ้มศึกษางานได้ยังไง แล้วยังต้องทำงานพวกนี้ให้เสร็จก่อนประชุมพรุ่งนี้ คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“ไม่บ้าหรอก เลขาคนที่แล้วยังทำได้เลย หรือคุณทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นคงต้องลดเงินเดือนแล้วล่ะ แค่นี้ไม่คุ้มค่าจ้างเลยนะเนี่ย”

“ฮึ่ย~ ก็ได้ กี่โมงล่ะ”

“เป็นเลขาไม่รู้หรือไงว่าพรุ่งนี้ประชุมกี่โมง คุณนี่ไม่ได้เรื่องเฮ้อ~ จะลดเหลือเท่าไหร่ดีนะ 2ล้าน ล้านนึง”

“รู้แล้ว ไม่ต้องๆไปหาเองก็ได้” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็คว้าแฟ้มเดินปึงปังออกไปทันที

“นี่ คุณ เป็นเลขานะ ไม่ได้เป็นเมียผม ไม่คิดจะทำความเคารพเจ้านายหน่อยเหรอ” จุนซูหันควับกลับมาหาเจ้านายสุดกวนมองด้วยสายตาอาฆาตแค้น ยกมือทั้งสองข้างประสานกันที่หน้าผาก ก้มลงคุกเข่าคำนับเต็มพิธีการเหมือนตอนคำนับญาติผู้ใหญ่ไม่มีผิดเพี้ยน

“พอใจหรือยังคุณเจ้านาย” ว่าแล้วก็เดินตุ๊บป่องออกไป ตามด้วยเสียงปิดประตูดังสนั่น เล่นเอาคนหล่อจอมแกล้งยกมืออุดหูแทบไม่ทัน

“คนอะไรของขึ้นง่ายเป็นบ้า” ยูชอนหัวเราะเบาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปสนใจกับงานตรงหน้าต่อ

“ฮึ่ย~ ไอ้คนบ้าอำนาจ ดีแต่สั่งๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็หักเงิน หักๆๆอยู่นั่นแหละ คอยดูนะ อย่าให้ถึงวันของฉันบ้าง จะเอาคืนให้หนักเลย” จุนซูได้แต่บ่นพึมพำอยู่คนเดียว พลางพลิกแฟ้มตรงหน้าไปมา

“จะพิมพ์ทันได้ไงเนี่ย ไหนจะต้องอ่านแฟ้มอีก สงสัยต้องหอบกลับไปทำที่บ้านซะแล้ว”

จุน ซูนั่งมองแฟ้มตรงหน้าอย่างปลงๆ บ่าย2กว่าเข้าไปแล้ว เอาวะพิมพ์ไอ้นี่ให้เสร็จ แล้วแบกแฟ้มกลับไปอ่านที่บ้านดีกว่า คนตัวเล็กหันไปเปิดโปรแกรมMicrosoft wordสำหรับพิมพ์งาน จัดที่จัดทางให้เรียบร้อย แต่ยังไม่ทันได้ลงมือพิมพ์ เสียงแหลมๆของผู้หญิงคนนึงก็ดังขึ้นก่อน

“นี่ ยูชอนอยู่ไหม”

“ไม่อยู่ครับ มีอะไรสั่งไว้ก็ได้ครับ” จุนซูตอบ ไม่หันมามองคนตรงหน้าสักนิด

“ฉัน ไม่เชื่อหรอก คิดจะหลบหน้าฉันล่ะสิ” พูดจบจุนซูก็ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังห่างออกไปทางประตูหน้า ห้องเจ้านาย เท่านั้นล่ะ จุนซูรีบพุ่งไปยืนขวางประตูไว้ทันที

“เอ๊ะ มาขวางไว้ทำไม ฉันจะดูว่ายูชอนไม่อยู่จริงหรือเปล่า”

“ไม่ได้ เจ้านายไม่อยู่ห้ามใครเข้าออกห้อง” จุนซูอ้างไปข้างๆคูๆ ยัยนี่หน้าคุ้นๆแหะ เคยเห็นที่ไหนหว่า

“ถอยไป ฉันจะเข้าไป ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร”

“ไม่รู้หรอกครับ ผมเพิ่งมาทำงานวันนี้ รายชื่อแบล็คลิสต์ของเจ้านายก็ยังจำได้ไม่หมดเลย”

“แบล็คลิสต์อะไรไม่เห็นรู้เรื่อง ถอยไปซะถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

“ไม่ครับ คุณนั่นแหละถอยไปได้แล้ว อย่าให้ผมต้องเรียกยามขึ้นมานะครับ”

“กล้าดียังไงมาทำกับฉันอย่างนี้ ฉันเป็นแฟนท่านประธานนะ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลย”

“ถ้า ไม่นับส้นรองเท้า4นิ้วของคุณ ผมคงจะสูงกว่าคุณอยู่นิดหน่อย เอาเป็นว่าผมรู้จักแล้วกันว่าใครต่ำใครสูง แล้วอีกอย่าง ตั้งแต่เช้ามาคุณเป็นรายที่10แล้วครับที่บอกว่าเป็นแฟนท่านประธานน่ะ ”

“กรี๊ดดดดดดดดด แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน คอยดูฉันจะฟ้องยูชอนให้ไล่แกออก ถอยไปนะ”

เจ สสิก้าเต้นเป็นเจ้าเข้าอยู่หน้าห้องประธาน แค่นั้นยังไม่พอ เจ้าตัวยังพยายามลากจุนซูให้พ้นจากประตูอีกด้วย แต่ไม่ได้ผล จุนซูใช้วิชาเท้าตุ๊กแกยึดหัวหาดเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้เจสสิก้าผ่านเข้าไปง่ายๆ

ไฟสีแดงสว่างขึ้นที่อินเตอร์คอม แต่ไม่มีการตอบรับ ยูชอนกำลังคิดอยู่ว่าเจ้าเฉิ่มสงสัยจะอู้งาน หรือไม่ก็ไม่ยอมตอบรับอินเตอร์คอม เขาจึงลุกเดินไปดูด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น ไหนจะเสียงดังที่ลอดเข้ามาอีก แต่พอมาถึงประตู มันกลับเปิดไม่ได้ ด้วยความสงสัยยูชอนจึงกระชากประตูเปิดออกทันที เป็นผลให้จุนซูที่กำลังยึดตัวติดแน่นกับประตูหงายหลังล้มลง แต่ก่อนที่หัวจะฟาดพื้น ยูชอนก็คว้าตัวคนตัวเล็กไว้ได้ทัน ส่วนเจสสิก้าที่ออกแรงยื้อยุดจุนซูก็ล้มลงมาทับคนตัวเล็กอีกทีนึง เล่นเอาจุกไปเลย

“นี่ไง ไหนบอกว่ายูชอนไม่อยู่ไง” เจสสิก้าที่ได้สติก่อน ยันตัวลุกขึ้น

“เจสสิก้า!!!” เวรล่ะสิ ยูชอนคิด ขณะประคองจุนซูให้กลับมายืนเหมือนเดิม

“ยูชอน ไล่มันออกเลยค่ะ มันขัดขวางไม่ให้เจสเข้ามาหาคุณ ดีนะที่เจสไม่เชื่อ ไม่งั้นวันนี้คงไม่ได้พบคุณแน่ๆค่ะ”

เจ สสิก้าเข้าไปออดอ้อนยูชอน แถมยังใช้มืออีกข้างผลักคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอดของยูชอนอีกต่างหาก ยูชอนได้แต่ส่ายหน้าหน่ายๆ หันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้เริ่มหายจากอาการจุก พยายามส่งสัญญาณให้ทำอะไรสักอย่าง แต่คำตอบที่ได้รับ กลับเป็นท่ายักไหล่อย่างไม่สนใจอะไร ปากก็ขมุบขมิบพูดแบบไม่มีเสียงแต่คนหล่ออ่านจับใจความได้ว่า ‘ไม่ใช่ความผิดผมนะ เจ้านายออกมาเองอ่ะ’ แถมยังเดินลอยหน้าลอยตาเลี่ยงออกประตูไปอีก ยูชอนได้แต่ส่งสายตาอาฆาตแค้นตามหลังไป แต่ก่อนที่คนตัวเล็กจะออกพ้นประตู เสียงนุ่มๆของสุดหล่อก็ดังขัดขึ้น

“จุนซูจ้ะ”

ยูชอนเรียก เสียงหวานเจี๊ยบ ถ้าเป็นสาวๆคนอื่นอาจจะได้ละลายไปกับเสียงทุ้มนุ่มลึก แต่สำหรับจุนซูเขาคิดว่าทำไมมันฟังแล้วเสียวสันหลังยังไงก็ไม่รู้ เล่นเอาจุนซูชะงักรู้สึกขนลุกซู่ จะมาไม้ไหนอีกเนี่ยคุณเจ้านาย

“จะ รีบไปไหนล่ะจ้ะที่รัก งอนผมเหรอ ผมบอกแล้วไงว่าตอนนี้ผมรักคุณคนเดียว” เจสสิก้ากำลังงง ทำให้คลายมือที่เกาะแขนเขาเอาไว้แน่นออก ยูชอนเลยรีบเดินไปหาคนตัวเล็กที่กำลังค้างเหมือนกัน

“เจสผมบอกคุณ แล้วไง ว่าเรื่องของเรามันจบแล้ว นี่ดูสิ ยังจะตามมาราวีอีก” ยูชอนโอบไหล่คนตัวเล็กเข้ามาชิด ถึงจะมีอาการแข็งขืนอยู่บ้าง แต่ด้วยแรงที่เยอะกว่าทำให้ลากเข้ามาได้อย่างไม่ลำบากนัก

“ยูชอน อย่าบอกนะว่านี่คนเดียวกับคนเมื่อวาน” เจสสิก้าชี้มืออันสั่นเทาไปที่จุนซู

“ใช่แล้ว อยากให้พิสูจน์อีกไหมล่ะว่าใช่คนเดียวกันไหม” ยูชอนมองร่างเล็กตรงหน้ายิ้มๆ

“ไม่ต้อง!!!!” คนตัวเล็กเพิ่งจะได้สติตะโกนใส่หน้าแถมส่ายหน้าอย่างแรงประกอบ

“ทำไม ต้องทำเสียงแข็งใส่ผมด้วยล่ะที่รัก หึงเหรอ โธ่~ไม่ต้องหึงหรอก ผมบอกแล้วไง ผู้หญิงที่เข้ามาหาผมทุกคน ผมอนุญาตให้คุณไล่ไปได้หมด ต่อไปนี้ผมจะมีแต่คุณคนเดียวเท่านั้น ไม่สนใครแล้วจริงๆ ผมรักคุณคนเดียวนะ ไหนๆเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว” ยูชอนจับตัวคนตรงหน้าให้หันมาเผชิญหน้ากัน ส่งสายตาหวานเยิ้มชนิดที่น้ำตาลเรียกพ่อเลยก็ว่าได้ให้กับคนตัวเล็ก

“ไม่จริง เมื่อวานเจสไปคุยกับคุณแม่คุณแล้วว่าให้ไปขอเจส ท่านก็ตกลงแล้วด้วย”

“คุณ ฟังผิดไปหรือเปล่า เมื่อวานไม่เห็นแม่บอกอะไรผมเลย มีแต่บอกให้ผมพาที่รักไปหา ใช่ไหมจ้ะที่รัก” ยูชอนหันไปยิ้มหวานให้ที่รักอีกที

“ไม่ คุณโกหก ฉันไม่เชื่อหรอก” เจสสิก้าเริ่มสติแตก

“เชื่อ เถอะน่า ผมว่าคุณรีบกลับไปได้แล้ว ผมกับแฟนจะสวีทกัน คุณจะมาอยู่เป็นก้างทำไมเนี่ย ไม่มีมารยาทเลย” ยูชอนได้ทีรีบไล่เจสสิก้าให้กลับไป

“ไม่ ยูชอน เราต้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง”

เจ สสิก้าเข้าไปยื้อแขนข้างนึงของยูชอนไว้ แต่ยูชอนก็ไม่สนใจ สะบัดแขนออกจากการเกาะกุม โอบเอวคนตัวเล็กไปนั่งที่โซฟา ยกขาขึ้นไขว่ห้างไว้ข้างนึง พาดแขนไปที่ไหล่คนตัวเล็กรั้งเข้ามาให้ชิดมากขึ้น ยัง...แค่นั้นยังไม่หนำใจคุณเจ้านาย ใบหน้าคมเข้มค่อยๆโน้มเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่นั่งแข็งทื่อเป็นท่อนหิน ขยับไปไหนไม่ได้ เพราะตกลงกันเอาไว้แล้ว ยูชอนยิ้มนิดๆอย่างพอใจ ที่คุณเลขาไม่มีท่าทีตุกติก

ยิ่งก้มหน้าเข้าไปชิดมากแค่ไหน ปฏิกิริยาที่คนตัวเล็กแสดงออก ก็ยิ่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้เพิ่มมากขึ้น จุนซูพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะเบี่ยงหน้าออกอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เจสสิก้าที่ยืนจ้องตาค้างอยู่สงสัย แต่ยูชอนก็ไม่ยอมแพ้ เพิ่มแรงกดที่หัวไหล่ รั้งคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ขึ้นอีก เป่าลมหายใจเบาๆไปที่ซอกคอของคนตัวเล็ก ทำให้จุนซูขนลุกซู่อย่างช่วยไม่ได้ ยูชอนยิ้มนิดนึง ก่อนจะฝังจมูกลงไปที่ซอกคอขาวผ่องของคนตัวเล็ก สูดเอาความหอมอ่อนๆที่เป็นเหมือนกลิ่นเฉพาะตัวของคนตัวเล็กอย่างเต็มที่ ทำเอาจุนซูสะดุ้ง

“เจ้านาย ไม่ต้องเนียนขนาดนั้นก็ได้” จุนซพูดเบาๆแทบไม่ได้ยิน แต่ยูชอนได้ยินเพราะพวกเขาอยู่ใกล้กันมากๆ

“ทำไม เขินเหรอ คุณใส่น้ำหอมอะไรน่ะ กลิ่นหอมจังเลย ผมชอบกลิ่นนี้นะ” ยูชอนกระซิบตอบทั้งๆที่ริมฝีปากอิ่มและจมูกโด่งได้รูปยังโลมไล้อยู่บริเวณ ซอกคอของคนตัวเล็กอยู่อย่างเผลอไผล และคงจะลามไปมากกว่านี้ ถ้าไม่มีเสียงแปดหลอดแผดดังขึ้นอย่างเหลืออด

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด ยูชอน คุณทำแบบนี้ได้ยังไง ต่อหน้าฉัน ยังกล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ” เจสสิก้ากระทืบเท้าเร่าๆ หลังจากที่ช็อคค้างกับภาพตรงหน้าไปนาน

“อ้าว คุณยังอยู่อีกเหรอ” ยูชอนหันมามอง เขาเกือบลืมเจสสิก้าไปแล้วนะเนี่ย

“พูดอย่างนี้หมายความว่าไง”

“ก็ หมายความตามที่พูดนั่นแหละ คุณเองก็น่าจะรู้ว่าเวลาอย่างนี้ ผมเคยสนใจใครที่ไหน คุณกลับไปซะเถอะ ผมไม่มีอารมณ์จะพูดกับคุณหรอก อยากทำอย่างอื่นมากกว่า” ยูชอนพูดเป็นนัยๆ ทำเอาคนฟังหน้าแดงแปร๊ด ยูชอนอมยิ้มหันไปสนใจสูดเอาความหอมจากคนตัวเล็กต่อไม่สนใจอาการฮึดฮัดของสาว สวยอย่างเจสสิก้า

“ก็ได้ ครั้งนี้ถือว่าฉันแพ้ คราวหน้าเราจะได้เห็นดีกัน ฮึ”

เจ สสิก้าเดินปึงปังกระชากประตูออกไปจากห้องทำงานทันที หลังจากเจสสิก้าออกจากห้องไปไม่ถึง10วิ คนตัวเล็กที่ดูว่าง่ายและปล่อยให้เขาทำตามใจชอบเมื่อกี้หายวับไปกับตา มือเล็กๆดันหัวของเจ้านายจอมหื่นออกจากซอกคนตัวเองอย่างแรง เล่นเอายูชอนแทบหงายไปข้างหลัง ดีแต่ว่าคว้าคนตัวเล็กไว้ทัน เลยกลายเป็นเอามือทั้งสองข้างกอดเอวคนตัวเล็กเอาไว้แทน

“ทำอะไรเนี่ย เจ็บนะคุณ” ยูชอนบ่น

“พอได้แล้ว ปล่อยผมสักที” จุนซูพยายามแกะมือเจ้านายออกจากเอว

“ทำไม แค่นี้กอดไม่ได้เหรอ ทีเมื่อกี้ยังให้กอดเลย”

“ไม่ได้ หมดเวลาแล้ว คู่ขาคุณก็กลับไปแล้วด้วย ปล่อยผมเดี๋ยวนี้”

“แหม ถ้ารู้อย่างนี้ ไม่ปล่อยให้เจสกลับดีกว่า จะได้ต่อเวลาได้อีก”

“ไอ้บ้า ไอ้เจ้านายหื่น ปล่อยเดี๋ยวนะ ผมจะรีบกลับไปทำงาน”

“เอ้าปล่อยก็ได้” ยูชอนยอมปล่อยคนตัวเล็กแต่โดยดี

“ชิ~ เมื่อกี้โดนอะไรบ้างนะเดี๋ยวคิดก่อน” จุนซูหยิบสมุดเล่มเล็กๆที่เขาเพิ่งค้นเจอในเก๊ะโต๊ะทำงานออกมาจากกระเป๋า พร้อมปากกา1แท่งเคาะที่ปลายคางทำท่านึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา

“ทำอะไรน่ะคุณ” ยูชอนถามด้วยความสงสัย

“กำลังคิดไง ตั้งแต่ต้นเลย คุณทำอะไรไปบ้างเดี๋ยวจดไม่หมด เสียดุลการค้าพอดี”

“หา~ นี่พกสมุดติดตัวเลยเหรอ”

“แน่นอน ถ้าไม่พกเอาไว้ ปุบปับเกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้แล้วผมจดไม่ทัน ผมก็เสียเปรียบแย่สิ”

“โห~ คุณนี่เขี้ยวเป็นบ้าเลย” ยูชอนส่ายหน้าอย่างระอา

“ไม่เขี้ยวได้ไง ผลประโยชน์น่ะคุณรู้จักไหม เอ.. เมื่อกี้มีอะไรบ้างนะ”

“นึกออกไหมล่ะ ถ้าไม่ออกเดี๋ยวผมช่วยเตือนความจำให้เอาไหม” ยูชอนขยับเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก

“อ๊ะไม่ต้อง ไม่ต้องเลย นึกออกแล้ว โอบ2ที หอม2ที อ๊ะเมื่อกี้มีกอดด้วยทีนึง” จุนซูจดลงสมุดอย่างละเอียด

“ไหนๆ ขอดูหน่อย กอดเมื่อกี้ไม่นับสิ คุณดันผมขนาดนั้น ผมก็ต้องหาที่ยึดเป็นธรรมดา”

“ไม่สน กอดก็คือกอด” จุนซูพับสมุดเก็บใส่กระเป๋า

“ได้ ถ้างั้นแบบนี้ก็นับเป็นทีนึงเหมือนกันใช่ไหม”

ยู ชอนรั้งคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ นิ้วเรียวเชยคางคนตัวเล็กขึ้นมา กดจูบหนักหน่วงไปที่ริมฝีปากบาง โดยที่จุนซูไม่ทันตั้งตัว ได้แต่ทำตาโตเบิกค้างอยู่อย่างนั้น มือเล็กๆ พยายามดันตัวเจ้านายจอมหื่นออกไป แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะยูชอนใช้มือข้างนึงช้อนศีรษะทุยแนบเข้ามาให้ชิดมากยิ่งขึ้น แขนอีกข้างนึงก็รวบตัวคนตัวเล็กเข้ามากอดแน่นจนไม่สามารถดิ้นไปไหนได้ เรี่ยวแรงของจุนซูค่อยๆหมดไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาจูบอันเนิ่นนานของร่างสูง ยูชอนถอนปากออกมาจากกลีบปากนุ่ม คนตัวเล็กหมดเรี่ยวแรงแทบลงไปนอนกับโซฟา ถ้าไม่มีแขนแข็งแรงรั้งเอาไว้ชิดกับตัวเอง

“ไงล่ะ แบบนี้นับ1เหมือนกันใช่ไหม ต่อไปนี้ผมจะจูบคุณแบบนี้อย่างเดียวเลยแล้วกัน จะได้คุ้มกับแสนนึง”

“ไอ้ บ้า!!!!” จุนซูกระทืบเท้าเล็กๆไปที่เท้าของร่างสูง เล่นเอายูชอนร้องลั่นห้อง ก่อนจะเปิดประตูออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก ปล่อยให้ยูชอนร้องโอดโอยอยู่ที่โซฟาต่อไป

“โอ้ย~ อะไรเนี่ย ทำร้ายร่างกายเจ้านายหักเงินดีไหมเนี่ยคิมจุนซู” ยูชอนนั่งบ่นพึมพำอยู่คนเดียว ใช้มือนวดเท้าระงับความเจ็บที่เต้นอยู่ตุ้บๆเพราะโดนลูกน้องกิตติมศักดิ์ลง โทษ

“ไม่น่าเชื่อ เห็นเฉิ่มๆอย่างนี้แต่คอขาวน่าฝากรอยชะมัด ให้ตายสิ นี่ถ้าไม่ติดว่าจะเอาไปแกล้งคุณนายแม่ ต้องจับเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ซะหน่อย” ยูชอนคิด

ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้กับ การแต่งตัวเฉิ่มเชยแบบสุดโต่งหรอกนะ แต่รำคาญไอ้แว่นตาอันยักษ์เลนส์หนาเตอะ ไหนจะเสื้อปิดคอขึ้นมาตั้งสูงอ่ะ จูบไม่ถนัด เอ.. หรือว่าคราวหน้าถอดก่อนดีกว่า จะได้จูบถนัดๆหน่อย สุดหล่อนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวในห้องทำงานเมื่อนึกถึงริมฝีปากบางที่เขาได้ ลิ้มรสมา2ครั้งแล้ว


ตกเย็นจุนซูหอบเอาแฟ้มงานต่างๆที่เขาต้องศึกษากลับมาอ่านเต็มไปหมด แจจุงที่กลับมาถึงบ้านก่อนตั้งนานแล้วเอ่ยทักน้องชายเสียงใส

“โห~ จุนซู ทำงานวันแรกขยันถึงขนาดหอบงานกลับมาทำต่อที่บ้านเลยเหรอ”

“ไม่ ได้ขยันพี่ แต่มันทำไม่ทัน วันนี้จุนซูต้องอ่านแฟ้มนี่ให้หมด พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า เฮ้อ กว่าจะอ่านหมดสงสัยไม่ได้นอนแน่เลยอ่ะ”

“หมดนี่เลย เจ้านายไม่โหดไปหน่อยเหรอ ใครมันจะไปอ่านหมด”

“ไม่รู้ ก็มันเอ๊ย เขาสั่งมาอย่างนี้นี่ พี่แจจุงขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ” จุนซูหอบแฟ้มทั้งหมดเอาขึ้นไปเก็บบนห้อง

“อืม รีบลงมาล่ะ กินข้าวให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยทำงานนะ”

“คร้าบบบ” จุนซูรับคำเสียงอ่อยๆอย่างอ่อนระโหยโรยแรงเป็นที่สุด

“จะไหวไม่เนี่ยน้องฉัน”

แจ จุงมองตามด้วยสายตาเป็นห่วง แต่จะมัวไปห่วงน้องก็ไม่ได้ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย ตอนนี้เขาก็มีเรื่องคิดเหมือนกัน ตั้งแต่พรีเซนต์งานเสร็จเขาก็กลับบ้านเลย เพราะไม่ต้องวนกลับไปที่ทำงานอีก แต่ตั้งแต่กลับมาคนสวยก็นั่งคิด นอนคิด ตีลังกาคิดอยู่หลายตลบ ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี

“พรุ่งนี้พี่ฮีซอ ลจะว่ายังไงบ้างนะ เล่นให้เปลี่ยนตัวพรีเซนต์เตอร์ ดีนะที่ยังไม่ได้ติดต่อนางแบบ ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่ๆ ได้ข่าวว่ารายนี้ยิ่งวีนเก่งๆอยู่ด้วย เฮ้อ~ ถ้าไม่รับเป็นพรีเซนต์เตอร์ก็ชวดงาน โดนพี่ฮีซอลฉีกเป็นชิ้นแน่ๆ จะทำยังไงดีเนี่ย” คนสวยล้มลมนอนบนโซฟา เอามือก่ายหน้าผาก

หลังจาก กินข้าวกินปลาเติมพลังเรียบร้อย จุนซูก็เริ่มเปิดเอกสารที่อุตส่าห์หอบกลับมาอ่านทีละหน้า ทำความเข้าใจกับระบบของบริษัทเงินทุนที่เขาทำงานให้

“โห~ ปีๆนึงทำเงินได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอสมกับเป็นบริษัทเงินทุนยักษ์ใหญ่ของ เกาหลี มิน่า เจ้านายจอมหื่นถึงจ่ายเงินทีละแสนแบบไม่สะเทือน คนอะไรรวยเป็นบ้า” จุนซูบ่นพึมพำ ขณะดูผลประกอบการประจำปีย้อนหลัง จนถึงปีปัจจุบัน ปีๆนึงบริษัทเงินทุนของยูชอนทำเงินได้ปีละหลายๆหมื่นล้านวอน

“ทำได้ ยังไงกันเนี่ย เห็นท่าทางหื่นๆ บริหารงานเก่งเหมือนกัน เศรษฐกิจกำลังตกสะเก็ด แต่บริษัทนี้กลับมียอดผลประกอบการพุ่งขึ้นเรื่อยๆ หมอนี่มันค้าของเถื่อนหรือเปล่าฟะ เอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ”

จุนซูม องดูยอดรายได้ รายรับรายจ่าย ที่เป็นระเบียบทุกอย่างแถมยังมีการวางแผนงานไว้อย่างเป็นระบบ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณเจ้านายจะทำแบบนี้ได้ จุนซูกำลังทึ่งในตัวเจ้านายจอมหื่นอยู่เหมือนกัน อะไรมันจะต่างจากที่เขาเห็นขนาดนี้

“คนเราดูที่นิสัยอย่างเดียวไม่ได้แหะ มิน่าถึงมีสาวๆมาร้องแรกแหกกะเชอให้เป็นสามีวันล่ะหลายๆรอบ ก็รวยอย่างนี้นี่เอง” จุนซูคิด

อยู่ ดีๆภาพคุณเจ้านายจอมหื่นที่มองเขาด้วยตาหวานช่ำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ไหนจะความรู้สึกวูบวาบตามส่วนต่างๆที่ถูกเจ้านายจับต้องอีกล่ะ จุนซูสะบัดหน้าแรงๆ ตบหน้าตัวเองเบาๆ2-3ทีเรียกสติ

“ฮึ่ย~ ไอ้เจ้านายจอมหื่น ตามมาหลอนกันถึงที่บ้านเลยนะ พอๆๆ เลิกคิดได้แล้วเดี๋ยวอ่านไม่ทันไม่ได้นอนกันพอดี” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านแฟ้มตรงหน้าอย่างขะมักเขม้น ไม่สนใจอะไรอีก

ทางด้านเจ้านายจอมหื่น หลังจากออกจากบริษัท เขาก็ซิ่งรถสปอร์ตสีแดงคันหรูมุ่งตรงไปยังสถานเริงรมย์ยามค่ำคืนของเหล่าไฮ โซทั้งหลายเหมือนทุกที ทันทีที่รถสปอร์ตสีแดงโฉบเข้าไปจอดในที่จอดรถประจำสำหรับลูกค้าวีไอพี สาวๆหลายคนที่ได้ยินแค่เสียงรถก็รู้แล้วว่ารถใคร ต่างหันมามองกันตาเป็นมัน ก่อนที่จะหันไปมองหน้ากันเอง ประมาณว่าฉันเห็นก่อนย่ะ ใครก็ห้ามแหยม หรือไม่ก็ ใครดีใครได้ย่ะ หรือไม่ วันนี้ฉันต่างหากที่จะเข้าวิน ต่างก็ส่งสายตาฟาดฟันกันอยู่ตรงนั้น

ปาร์คยูชอนหนุ่มหล่อในฝันของทุก คนก้าวลงมาจากรถสปอร์ต ใช้มือข้างนึงคลายปมเนคไทด์รูดออกจากคอ โยนเข้าไปวางไว้บนเบาะรถอย่างไม่ใส่ใจ มือนึงกดรีโมทล็อครถ สาวเท้ายาวๆไปทางประตูสำหรับแขกวีไอพี โดยไม่ได้ผ่านทางที่สาวๆยืนออกันอยู่ มือเรียวแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออก2-3เม็ด เผยให้เห็นหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรี เอียงคอให้ได้องศาที่พอเหมาะปรายตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แถมยกยิ้มน้อยๆให้กับ สาวๆกลุ่มนั้น แค่นี้ก็ทำให้พวกสาวๆแทบละลายกองไปกับพื้น ยูชอนหัวเราะน้อยๆกับอาการเพ้อๆของสาวๆ หันกลับมาพยักหน้าตอบรับการโค้งทักทายจากบริกรหน้าประตู ก่อนจะก้าวเข้าไปในคลับ มองหาเพื่อนซี้ของตัวเอง

“เฮ้ยูชอนทางนี้” เสียงทุ้มๆของเพื่อนสุดซี้ดังขึ้นจากมุมนึงของห้อง ยูชอนก้าวเท้าไปตามต้นเสียง

“มานานหรือยัง” ยูชอนทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวนุ่มสบาย

“นานแล้ว วันนี้ทำไมมาช้าจังวะ” ชิมชางมิน หนุ่มรูปหล่อติดอันดับต้นๆของหนุ่มในฝันของสาวๆเอ่ยทัก

“งานยุ่งนิดหน่อย เคลียร์เสร็จก็บึ่งมาเลยเนี่ย” ยูชอนตอบ

“ไหน บอกว่าได้เลขาใหม่แล้วไง ทำไมยังเคลียร์งานไม่ทันอีกอ่ะ”

“ก็เขาเพิ่งมาใหม่ อะไรๆก็ยังไม่ชิน ตามงานให้ไม่ทันหรอก ฉันก็เลยทำเองซะส่วนใหญ่”

“โอ๊ะ!!! ชักอยากเห็นหน้าเลขาใหม่ซะแล้วสิ ปกติใครทำอะไรไม่ทันใจ คุณชายปาร์คก็เม้งแตกแล้วนี่ ไหงงานนี้ลงทุนทำเองเคลียร์เองเลยวะ” ชางมินชะโงกหน้าเข้ามาถาม สงสัยในพฤติกรรมแปลกๆของเพื่อน

“ไม่มีอะไร หรอกน่า ก็บอกว่าเพิ่งมาทำงานวันแรก ก็ช่วยๆกันไป จะมาจับผิดกันทำไมเนี่ย” ยูชอนหันไปหยิบแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมาจิบ

“บอกมาดีกว่า คนนี้มีอะไรพิเศษเหรอ มาทำงานวันเดียวเจ้านายก็หลงซะแล้ว สวยล่ะสิ หนุ่มหล่อจอมวีนถึงได้เกรงใจนัก”

“สวย เหรอ หึ พูดผิดแล้ว สภาพแบบนั้นห่างไกลคำว่าสวยเยอะเลย อีกอย่างฉันไม่ได้หลงเขาด้วย เลขาฉันเป็นผู้ชายเว้ย” ยูชอนยิ้มนิดๆเมื่อนึกถึงสภาพคนตัวเล็ก

“หา อันนี้ยิ่งแปลก แกหันมาชอบผู้ชายแล้วเหรอวะ” ชางมินถอยออกจากเพื่อนทันที

“ไม่ ต้องมาทำเป็นถอย แกนั่นแหละตัวดี อย่าให้ฉันรู้นะว่าแอบไปรับน้องฉันที่มหาลัยอีก” ยูชอนหันมาคาดโทษเพื่อน จริงๆก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกถ้าริกกี้จะคบกับมัน แต่ไอ้นี่มันก็พวกเดียวกับเขา เจ้าชู้สุดๆ เดี๋ยวน้องช้ำใจตายพอดี

“แต่ฉันจริงใจกับริกกี้นะเว้ย”

“จริงใจเหรอ งั้นเอางี้ ถ้าแกไม่หลีใคร ไม่สนใคร ไม่ฉกใครไปฟันสัก2ปี ฉันจะไว้ใจให้แกจีบริกกี้ เอาไหม”

“หา~ 2ปี ฉันก็เฉาตายสิวะ กว่าริกกี้จะได้จีบริกกี้ แกไม่กลัวว่าน้องแกจะช้ำเพราะฉันกั๊กของเอาไว้เยอะรึไง”

“ก็เพราะงี้ไง ฉันถึงไม่ยอมให้แกจีบน้องฉันเต็มๆสักที ปล่อยริกกี้ไปเหอะว่ะ น้องฉันมันยังเด็ก”

“ไม่ โว้ย ฉันจะจีบคอยดู ถ้าพี่มันกันนัก พ่อจะฉุดซะเลย ยอมโดนพี่มันเตะวะงานนี้” ชางมินทำหน้ามุ่งมั่น แต่ยังไม่ทันได้ฉุดก็โดนถีบไปแล้วทีนึง

“เฮ้ย~ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเฟ้ย มาถีบทำไม”

“แสดงให้ดูไง นี่แค่เบาะๆ ถ้าทำจริงโดนชุดใหญ่แน่”

ยู ชอนนั่งจิบน้ำสีอำพันอย่างสบายอารมณ์ หลังจากถีบเพื่อนจอมกวนไปทีนึงให้หายหมั่นไส้ ความจริงเขาก็รู้ว่าเพื่อนเขาจริงใจกับริกกี้แค่ไหน ไอ้ที่พูดๆมาเนี่ย มันไม่กล้าทำจริงๆหรอก แค่เห็นริกกี้ทำตาอ้อนๆหน่อย อยากได้อะไรก็ถวายให้หมด เขาล่ะกลัวใจริกกี้มากว่าเพื่อนจอมเจ้าชู้ซะอีก เลยต้องตั้งป้อมกันเอาไว้ก่อน เพราะมันยังไม่ถึงเวลา ให้ริกกี้เรียนจบก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน

“เฮ้ยยูชอน คู่อริแกมาแน่ะ” ชางมินหันไปพยักพเยิดไปที่ประตู ยูชอนมองตาม ก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลา สวมสูทผูกเนทไทด์เต็มยศ ยูชอนเหยียดริมฝีปากนิดๆ ให้ตายกำลังอารมณ์ดีๆ ทำไมหมอนี่มันต้องโผล่มาทำลายบรรยากาศด้วยเนี่ย

“แต่งตัวซะเต็มยศ นี่ไอ้ยุนโฮมันจะมาเที่ยวหรือมาทำงานกันแน่วะ” ชางมินส่ายหน้าปลงๆ

“คนมันขี้เก๊กก็งี้แหละ ไปไหนมันก็ต้องดูเนี๊ยบตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเวลามันนอนกับสาวๆยังจะผูกไทด์อยู่อีกไหม”

ยุ นโฮกวาดสายตามองหาลูกค้าที่นัดเอาไว้ พอดีหันไปเจอกับคู่อริเสียก่อน ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้มนิดๆ ให้กับคู่อริ หึ~มาหลีสาวเหมือนเดิมเลยนะปาร์คยูชอน กี่ปีๆก็ไม่เคยเปลี่ยน ยูชอนเห็นอย่างนั้น ก็ชูแก้วในมือให้ทีนึงเป็นเชิงทักทาย ก่อนจะนั่งพิงโซฟาในมาดกวนประสาทตามแบบฉบับคุณชายปาร์คจอมวีน มองหน้าอย่างท้าทาย แต่ยุนโฮไม่สนใจ เพราะไอ้ท่าแบบนี้พวกเขาทั้งสองคนทำใส่กันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ร่างสูงสาวเท้าไปในทิศทางที่ลูกค้านัดเอาไว้ เขาไม่อยากเสียเวลามาเสวนากับเพื่อนเก่าที่ไม่เคยจะถูกกันเลยสักครั้งตอนนี้ ไว้คราวหน้าแล้วกันปาร์คยูชอน ฉันคงตอบรับคำท้าจากนายแน่ๆ

“เฮ้ย วันนี้มันไม่สนแกเลยว่ะยูชอน”

“แกไม่เห็นเหรอ แต่งตัวเต็มยศขนาดนั้น มันมาพบลูกค้าแน่ๆ ไม่งั้นมันคงจะรี่เข้ามากวนประสาทฉันแล้วล่ะ” ยูชอนว่า

“รู้ดีจริงนะแก” มันเป็นคู่อริกันยังไงวะ รู้ใจกันไปทุกอย่าง

“คน ขี้เก๊กอย่างมันจะทำอะไรในที่แบบนี้ นอกจากนัดลูกค้า เคยเห็นมันควงหญิงออกนอกหน้ามั่งไหมล่ะ โธ่เอ๊ย ทำเป็นคนดี สุขุม สร้างภาพ” ยูชอนกระดกน้ำสีอำพันรวดเดียวหมดแก้ว

“ยูชอนคะ วันนี้มาคนเดียวเหรอคะ” เสียงหวานใสดังขึ้น ไม่รอให้เชื้อเชิญ แม่คุณก็ลงมานั่งบนตักยูชอนเรียบร้อยแล้ว

“มาคนเดียวสิครับ คุณจะให้ผมมากับใครล่ะยูมิน” ยูชอนตอบ จรดจมูกโด่งไปที่ต้นแขนของสาวน้อยทีนึงเป็นการทักทาย

“แหม~ ใครจะไปรู้คะ วันนี้ไม่มีคิวใครเหรอ ถึงได้นั่งอยู่คนเดียว” ยูมินคล้องแขนโอบคอชายหนุ่มเอาไว้อย่างยั่วยวน

“โห~ ผมก็ไม่ใช่ตัวเล็กๆนะครับ ไม่เห็นกันบ้างหรือไง” ชางมินนั่งไขว้ห้างมองภาพนั้นอย่างเซ็งๆ เห็นจนเบื่อ ทำไมแมงเม่ามันถึงชอบบินเข้ากองไฟกันนักนะ

“คุณชางมิน ขอโทษนะคะที่เสียมารยาทไม่ได้ทักทายก่อน พอดีไม่ทันเห็นน่ะค่ะ เลยนึกว่ายูชอนนั่งอยู่คนเดียว”

“ตามสบายเถอะครับ ไม่ต้องมาสนผมหรอก อย่างผมน่ะมันคนไม่สำคัญ” ชางมินทำเป็นตัดพ้อ

“ใคร ว่าล่ะคะ ถ้าอย่างคุณชางมินไม่สำคัญ แล้วจะมีใครสำคัญอีก” เสียงสาวอีกนางนึงดังขึ้นข้างๆตัว ชางมินหันไปโอบสาวคนข้างๆทันที ให้รางวัลกับคำพูดเอาอกเอาใจด้วยการหอมแก้มนุ่มนิ่มนั่นทีนึง

“ว่าไงคะยูชอน วันนี้ไม่มีคิวใครใช่ไหมคะ งั้นวันนี้เป็นคิวของฉันได้ไหม” ยูมินหันมาออดอ้อนต่อ

“ก็ได้ วันนี้ผมยกให้คุณ” ยูชอนพูดขณะโน้มหน้าสาวน้อยลงมาประทับจูบอย่างหนักหน่วง

“ชา งมินฉันไปก่อนนะ” ยูชอนโอบเอวบางของยูมินลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยลาเพื่อนรัก เพราะตอนนี้เขาไม่ว่างจะมานั่งดื่มเหล้า เคล้าเสียงเพลงซะแล้ว มีอย่างอื่นน่าสนใจกว่าเยอะ

“ตามสบาย ไว้พรุ่งนี้จะแวะไปหา” เท้าที่กำลังจะก้าวออกจากที่ตรงนั้นชะงัก หันกลับมาถามเพื่อจอมแสบทันที

“จะไปทำไม มีธุระอะไรพูดตรงนี้ก็ได้”

“ไม่ได้มีธุระ ฉันว่าจะแวะไปดูหน้าคุณเลขาสักหน่อย อยากรู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง คุณชายขี้วีนถึงได้เอาใจนัก” ชางมินพูดยิ้มๆ

“ไม่ต้อง พรุ่งนี้ฉันไม่รับแขก” พูดจบก็คว้าเอวสาวน้อยข้างๆเดินปึงปังไปทันทีอย่างไม่สบอารมณ์

“อ๊ะ~ หวงด้วยเว้ย อย่างนี้มันยิ่งต้องรีบไปดู นานๆจะเห็นปาร์คยูชอนออกท่าทางหวงใครสักที” ชางมินหัวเราะ หันไปให้ความสนใจสาวน้อยข้างๆต่อ

“เราก็ไปกันมั่งดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันคู่โน้นเขา” สาวน้อยหัวเราะคิกคัก พรุ่งนี้ฉันจะไปอวดให้ทั่วโซลเลยว่า ได้ควงชิมชางมิน ลูกชายบริษัทออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในโซล



%%%%%

TBC



อ่านให้สนุกนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ ^^

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากบอกว่าสนุกทุกเรื่องเลยน้า
เมนท์ไม่ถูกเลยแหละsurprised smile

#1 By patongko (58.8.245.70) on 2010-03-18 16:27

ตัวละครออกครบแล้วสินะเนี่ย

สงสารน้องจุนอ่ะขนาดชายปาร์คช่วยทำงานให้ตั้งเยอะ(โดยเจ้าตัวไม่รู้)แล้วนะเนี่ยถถ้าทำเต็มตัวจริงๆจะขนาดไหนsad smile sad smile sad smile

ว่าแต่สองหนุ่มปาร์คมินนี่คาสโนว่าเรียกพ่อเลยมั๊ง

#2 By little g (119.31.41.172) on 2010-03-19 13:10

อิอิ มิคเริ่มห่วงน้องแล้วอ่ะ
แค่นี้ยังหื่นซะ
โอย น้องจุนต้องระวังตัวหน่อยน้า
ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
มาต่อเร็วๆนะ

#3 By chebi (124.121.227.169) on 2010-03-19 13:41

อ่านมาสามตอนรวด

น่ารักจังเลย จุนจังฮามากเจอปาร์คเวอร์ชั่นเจ้าชู้ดีจังค่ะ

#4 By jeja (202.139.223.18) on 2010-03-19 20:45