[Fic] ~ Satan Killer ~ Part 2
posted on 17 Mar 2010 04:41 by kameryuichi in satan
Part 2
ยูชอนขับรถมาจอดที่หน้าหอประชุม ทันทีที่เขาลงจากรถ ทุกสายตาแถบนั้นก็หันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว นอกจากรถสปอร์ตสีดำคันหรูนั้นจะเป็นที่เตะตาของนักศึกษาจำนวนมากแล้ว ใบหน้าคมเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์นั้นยังทำให้สาวๆหลายคนต้องมองตามกันเป็นแถบ แต่ไม่ว่าจะทิ้งสายตา หรือหว่านเสน่ห์สักแค่ไหน ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของร่างโปร่งสักนิด ยูชอนเดินเข้าไปในหอประชุมไม่สนใจใครแม้แต่คนเดียว แต่ยิ่งทำให้ทุกคนยิ่งอยากรู้จักเขามากขึ้น ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้องประชุม เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นเป็นระยะ แทบทุกที่ที่เขาเดินผ่าน ยูชอนเลือกที่นั่งตรงทางเดินข้างหน้าต่างที่ว่างอยู่ สายตาเหม่อมองออกไปด้านนอกอย่างไร้จุดหมาย ไม่สนใจเสียงซุบซิบที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเขาแม้แต่น้อย
“สวัสดี ค่ะ ตรงนี้ว่างไหมคะ” เสียงหวานใสเอ่ยทักขึ้น แต่ก็เงียบ ไม่มีคำตอบใดๆจากร่างโปร่งในชุดสีดำสนิทตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แต่หญิงสาวไม่สนใจ คนอย่างซันนี่ ถ้าได้ลองต้องตาต้องใจใครแล้วไม่เคยปล่อยให้พลาด
“ฉันเพิ่งย้ายมา ใหม่เหมือนกันค่ะ ฉันซันนี่ยินดีที่ได้รู้จัก” ซันนี่ยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อทำความรู้จักกับชายหนุ่ม แต่ก็เงียบ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบกลับ
“คุณคะ เป็นใบ้หรือเปล่าคะ” ซันนี่แกล้งถาม เผื่อว่าคนตรงหน้าจะมีอารมณ์หันกลับมาตอบบ้าง แต่ก็เงียบ เล่นเอาคนสวยขัดใจ ฮึ~ คนเราจะเฉยให้มันได้ตลอดก็แล้วไป
“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่อยากคุยตอนนี้ ฉันจะไม่รบกวนคุณก็ได้ ขอนั่งตรงนี้แล้วกัน ใกล้หน้าต่างด้วยสว่างดี แอร์ก็เย็น” หญิงสาวขยับตัวหันกลับมานั่งตัวตรงเหมือนเดิม แต่ไม่วายแกล้งเอนไปชนต้นแขนแข็งแรงเล็กน้อยแต่พองาม หญิงสาวแสร้งขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ แต่สิ่งที่ได้รับกับมาเพียงแค่ ชายหนุ่มหันมาปรายตามองนิดนึงแล้วก็หันกลับไปไม่สนใจอีก เล่นเอาซันนี่ถึงกับเคือง แต่ก็ไม่ยอมลุกจากที่นั่ง เพราะเท่าที่เล็งมา คนนี้แหละดูดีที่สุดในมหาลัย ยังไงซะก็คงปล่อยให้คนอื่นมาสอยไปไม่ได้
สัก พัก จุนซู ยุนโฮ แจจุง ชางมินก็มาถึงที่หอประชุม ทันทีที่รถจอดยุนโฮก็รีบวิ่งมาเปิดประตูให้คนน่ารัก นอกจากจุนซูจะไม่ว่าอะไรแล้ว คนน่ารักยังยิ้มตอบซะน่ารัก เล่นเอาคุณชายชองเพ้อไปหลายนาที ก่อนจะได้สติ เพราะโดนฟาดเข้ากลางหลังโดยฝ่ามือพิฆาตจากคนสวย ที่หมั่นไส้กิริยาเว่อร์ๆนั่นเต็มประดา
“อูย มาตีฉันทำไมเนี่ยแจจุง” ยุนโฮยกมือลูบหลัง แต่ก็ไม่ถึงเพราะคนสวยเล่นฟาดซะกลางหลังเลย
“เปล่า ฉันเห็นแมงวันมันเกาะที่หลังนายน่ะ ก็เลยจะไล่ให้แค่นั้น ไม่มีอะไร” พูดจบก็เดินนำหน้ายุนโฮตามจุนซูที่เดินล่วงหน้าไปแล้วติดๆ
“โอย~ อะไรกันวะเนี่ย ไล่แมลงวันอะไรทำไมรุนแรงขนาดนี้เนี่ย” ยุนโฮบ่น
“เอา น่าพี่ อดทนหน่อย เผื่อจะได้คนสวยมาครองไง” ชางมินพูดยิ้มๆก่อนจะเดินตามแจจุงไปอีกคน ยุนโฮยกยิ้มที่มุมปากนิดนึง ก่อนจะเดินตามคนอื่นๆเข้าไป
“โอ้โห คนเยอะจังเลย แล้วจะนั่งตรงไหนดีเนี่ย” เสียงคนน่ารักพูดขึ้นลอยๆ
“จะ นั่งตรงไหนก็นั่งเหอะ จะมายืนขวางทางทำไมเนี่ย” แจจุงที่เดินตามมาพูดอย่างรำคาญ เป็นอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ค่อยถูกชะตากับคนตัวเล็กข้างหน้านี่นัก ทำตัวน่ารักน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด จุนซูหันมาเอียงคอมองคนข้างหลังอย่างสงสัย เอ~ เขาไปรู้จักคนสวยนี่ที่ไหนนะ ทำไมจู่ๆถึงมาพูดเป็นเชิงรำคาญเขาขนาดนี้
“ขอ โทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขวางทาง เชิญคุณก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมรอเพื่อนก่อน” จุนซูหลีกทางให้คนสวยเดินไป แจจุงเดินกระแทกเท้าผ่านคนตัวเล็กไป
“โกรธอะไรหว่า แค่ขวางทางแค่นี้ โมโหขนาดนั้นเลย” จุนซูบ่นเบาๆ
“เปล่าหรอกครับ เขาไม่ได้โกรธคุณเรื่องนั้น ผมชิมชางมิน ยินดีที่รู้จักครับ” ชางมินยื่นมือไปข้างหน้าเป็นการทักทายคนตัวเล็ก
“สวัสดี ครับ คิมจุนซูครับ” จุนซูยิ้มแป้นรับเพื่อนใหม่ ชางมินเลิกคิ้วนิดนึง น่ารักขนาดนี้เอง มิน่าพี่แจจุงถึงไม่ชอบขี้หน้า เฮ้อ~ สร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัวซะแล้วคิมจุนซู
“เราไปหาที่นั่งกันเถอะครับ เดี๋ยวเขาก็จะเริ่มพิธีแล้ว” ชางมินเดินนำจุนซูเข้าไปข้างใน คนตัวเล็กกำลังจะเดินตามเพื่อนใหม่เข้าไปเหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่าเห็นใครอีกคนนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างลิบๆ แล้วแถวนั้นก็มีที่พอสำหรับให้พวกเขาทั้ง4คนนั่งได้ จุนซูกระตุกเสื้อชางมินเบาๆ ร่างสูงให้มามอง
“คุณชางมินครับ ตรงนั้นมีที่นั่งพอให้พวกเรานั่งด้วยครับ เราไปทางนั้นกันไหม” ชางมินมองตาม ก็พบที่ว่างตรงนั้นจริงๆ เลยเดินไปเรียกแจจุงที่กำลังหงุดหงิดเพราะหาที่นั่งไม่ได้ไปด้วยกัน
ส่วน จุนซูก็เดินไปบอกยุนโฮที่เพิ่งเดินเข้ามา ยุนโฮกับจุนซูเดินมาถึงที่นั่งก่อนเพราะว่าอยู่ใกล้กว่า จุนซูจึงเดินเข้าไปก่อนนั่งติดกับซันนี่ ยุนโฮตามมาเป็นที่สอง หลังจากนั้นแจจุงกับชางมินก็เดินมาสมทบ ซันนี่หันมามองคนที่นั่งข้างๆ ทันทีที่เจอคนตัวเล็ก หญิงสาวก็รู้สึกไม่ถูกชะตาด้วยทันที ไม่เหมือนกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาข้างหลัง ซันนี่รีบหันไปทักทายยุนโฮทันที แต่ก็ทำได้ไม่ถนัดเพราะติดจุนซูอยู่
“สวัสดี ค่ะ ฉันซันนี่ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทักชายที่อยู่ข้างหลัง จุนซูมองคนตรงหน้าพลางส่ายหัวนิดๆ นึกในใจ ไม่ข้ามหัวฉันไปแนะนำตัวเลยล่ะแม่คุณ โหอะไรจะขนาดนั้น
“สวัสดีครับ ชองยุนโฮครับ” ยุนโฮแนะนำตัวเสียงนุ่ม ทำให้คนสวยหันขวับ
“คุณ ชอง คุณชายตระกูลชองเหรอคะ ว้าย~ ดีใจจังค่ะไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่” ซันนี่ออกท่าทางกระดี๊กระด๊ามากเป็นพิเศษ ทิ้งชายหนุ่มผู้เงียบขรึมไว้ข้างหลังทันที ยังไงคนนี้ก็ไม่พูดอะไรด้วยอยู่แล้ว เอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ขอทำความรู้จักคนหล่อแถมรวยแล้วยังดังอีกต่างหากตรงนี้ก่อนดีกว่า
“ครับ ใช่ครับ คุณเอ่อ” ยุนโฮพยายามนึกชื่อที่หญิงสาวบอกเมื่อกี้ เพราะไม่ทันได้ฟัง มัวแต่สนใจคนน่ารักที่นั่งหน้าบูดเพราะถูกร่างบางชะโงกหน้ามาคุยกับเขาทำให้ เจ้าตัวรำคาญสุดๆอยู่
“ซันนี่ค่ะ นี่นาย ฉันขอเปลี่ยนที่ได้ไหม ฉันมีธุระคุยกับคุณยุนโฮ” หญิงสาวหันมาหาคนตัวเล็ก จุนซูยักไหล่ เปลี่ยนก็เปลี่ยนสิ เขาก็เบื่อจะแย่ คุยข้ามหัวเขาอยู่ได้ จุนซูรีบลุกขึ้นทันที เปลี่ยนที่กับซันนี่ไปนั่งข้างรูมเมทใจร้าย
“เอ่อ จุนซูครับ ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ครับ เดี๋ยวพิธีจะเริ่มแล้ว” ยุนโฮยื้อแขนคนตัวเล็กไว้ แต่จุนซูก็รีบปลดมือนั้นออกเพราะหันไปเจอสายตาดุๆของคนสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาเริ่มจะรู้เลาๆแล้วว่าทำไมคนสวยถึงหันมาตวาดเขา ทั้งๆที่ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ
“ไม่เป็นไรหรอกยุนโฮ ฉันไปนั่งตรงโน้นก็ได้ เชิญครับ” จุนซูเบี่ยงตัวหลบให้หญิงสาวเข้ามานั่งแทนที่ตรง พลางอวยพรต่อในใจ ขอให้รอดจากสายตาพิฆาตของคนสวยด้วยเถอะ อาเมน
“คนใจร้าย” จุนซูเอียงตัวไปกระซิบเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคน ยูชอนหันมามอง ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มนิดๆ
“บอกให้รอก็ไม่รอ ดูสิ ถ้าฉันมาไม่ทันนายจะว่ายังไง” คนตัวเล็กยังคงกระซิบกระซาบต่อไป
“ก็มาทันนี่” ยูชอนตอบกลับมาเบาๆ
“อ๋อ นี่นายกะแกล้งฉันใช่ไหม ถ้ามาไม่ทันวันปฐมนิเทศฉันต้องโดนทำโทษต่อหน้าทุกคนในหอประชุม นายนี่เลือดเย็นจริงๆ” จุนซูยังกระซิบต่อไป
“รู้ก็ดีแล้ว” ยูชอนตอบ แต่ยังไม่ทันที่จุนซูจะได้พูดอะไรต่อ พิธีการปฐูมนิเทศก็เริ่มขึ้น ตลอดเวลาคนตัวเล็กฟังมั่ง ไม่ฟังมั่ง แถมมันยังยืดยาวน่าเบื่อ หลับไปก็หลายรอบ หลังๆเลยหันไปพิงไหล่คนใจร้ายนอนมันซะเลย แถมรูมเมทใจร้ายก็ไม่ว่าอะไรปล่อยให้คนตัวเล็กนอนต่อไป ก็ยิ่งได้ใจ จุนซูก็เลยหลับตลอดพิธี จนกระทั่งรู้สึกว่าหมอนที่เขาพิงอยู่เริ่มขยับ
“จบแล้วเหรอ” จุนซูงัวเงียถาม
“ลุกได้หรือยังไงล่ะ” ยูชอนตอบ
“ก็ได้ๆ นายจะไปไหนอ่ะ” จุนซูถาม
“กลับหอสิ ไม่มีอะไรแล้วนี่” ยูชอนเดินออกไปอีกทางนึงไม่ผ่านกลุ่มคนทางด้านจุนซู ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น
“คนอะไรฟะ ห้องก็ห้องเดียวกัน จะเรียกไปด้วยสักคำก็ไม่มี ใจร้ายสุดๆ”
“จุนซู จะกลับหรือยัง” เสียงยุนโฮถามข้ามหัวซันนี่มา
“กลับ สิ ยุนโฮนี่ใจดีจริงๆ ไม่เหมือนคนบางคนชิ” จุนซูลุกขึ้น กำลังจะเดินออกไปรอยุนโฮข้างนอกเพราะคิดว่าซันนี่คงจะเกาะอีกนานก็ต้องชะงัก เปลี่ยนคำตอบเอาดื้อๆ เมื่อเห็นสายตาคมกริบของคนสวย
“เอ่อ ยุนโฮ เดี๋ยวฉันเดินกลับเองนะ นึกได้ว่ามีธุระไปก่อนล่ะ” จุนซูรีบเดินตัวปลิวไปทันที ก่อนจะโดนรังสีอมหิตเล่นงาน
“จุนซู เดี๋ยวสิ จุนซู” ยุนโฮตะโกนเรียก แต่ก็ไม่ทันเพราะจุนซูจ้ำอ้าวออกไปแล้ว
“งั้น พี่แจจุงกลับกับพี่ยุนโฮนะ ไหนๆก็อยู่ห้องเดียวกัน ผมจะพาจุนซูกลับเอง” ชางมินรีบเดินตามจุนซูไปทันที
“ฝากด้วยนะ” ยุนโฮตะโกนตามหลัง
“โอ้ย” จู่ๆยุนโฮก็ร้องเสียงดังออกมา
“เป็นอะไรไปคะยุนโฮ” ซันนี่หันไปถามด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าครับ คือมดมันกัดน่ะ” ยุนโฮร้องโอดโอย ก่อนจะสะดุ้งอีกรอบ พร้อมๆกับที่แจจุงลุกเดินออกไปจากที่นั่น
“ขอ โทษนะครับซันนี่ ผมต้องขอตัวก่อน แล้วค่อยเจอกันวันหลัง” ยุนโฮพูด พลางเดินกึ่งวิ่งตามแจจุงไปติดๆ ทิ้งให้สาวน้อยนั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่เก้าอี้คนเดียว
“เดี๋ยวสิ “ ยุนโฮ เดินตามออกมาจนทันคนสวยที่ก้าวฉับๆออกมาจากห้องประชุม ทันตรงลานจอดรถพอดี
“มาจับแขนฉันทำไม” แจจุงหันมาตวาดแว๊ด
“โอ้ย ไม่ต้องตะโกนก็ได้ อยู่ตรงนี้เองนะ” ยุนโฮยิ้มทะเล้น
“ไม่ส่งซันนี่เขาหรือไง แหวะ หน้าเกาหลี๊เกาหลีชื่อฝรั่งเชียว” แจจุงพยายามสะบัดมือออกจากมือแข็งแรงของยุนโฮไปด้วย
“ไปแขวะเขาทำไม หรือว่าหึง” ยุนโฮอมยิ้ม
“ใคร หึง จะบ้าหรือไง ปล่อยฉันจะกลับหอ” แจจุงยิ่งดิ้นใหญ่ เพราะรู้ตัวว่าพลาดพูดตามใจตัวเองมากไปหน่อย แต่แขนแข็งแรงก็โอบคนสวยฤทธิ์มากเอาไว้ในอ้อมแขนก่อน
“จะไปไหนล่ะ ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ตกลงนายชอบฉันเหรอแจจุง” ยุนโฮถาม แจจุงหันขวับมาจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง
“ใครชอบนาย เพ้อเจ้อ ปล่อยเดี๋ยวนี้ ฉันไม่ใช่เด็กๆของนายนะจะได้มาลวนลามกันแบบนี้” แจจุงยิ่งดิ้น
“แล้ว ถ้าไม่แค่ลวนลาม แต่คิดจริงจังเลยล่ะ” ยุนโฮหยอดต่อ นานๆจะได้เห็นคนมาดเยอะอย่างแจจุงหลุดนี่มันหาได้ง่ายๆซะที่ไหน แจจุงชะงัก หันมามองหน้ายุนโฮเต็มๆ พบกับสายตาไหววูบที่เต้นอยู่ระยิบระยับเหมือนกำลังกลั้นหัวเราะ เล่นเอาคนสวยปรี๊ดแตก แจจุงจับแขนยุนโฮล็อคเอาไว้ ก่อนจะทุ่มคนตัวโตกว่าลงไปกองกับพื้น ค้นหากุญแจรถ ขับออกไปทิ้งให้ยุนโฮนอนร้องโอดโอยอยู่ตรงนั้นคนเดียว
“เฮ้ย~ แจจุง กลับมาก่อน แล้วฉันจะกลับหอยังไง เฮ้ย มันไม่ใช่ใกล้ๆนะ” ยุนโฮตะโกน แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะแจจุงขับรถออกไปไม่เหลียวหลัง ปล่อยให้ยุนโฮตะโกนเรียกอยู่ตรงนั้นคนเดียว
“คนบ้า คอยดูนะ คราวหน้าฉันจะไม่หลงกลนายอีกแล้ว” แจจุงทุบพวงมาลัยรถแรงๆ ระบายความคับแค้นใจ เขาไม่น่าหลงคารมไอ้คนเจ้าชู้อย่างหมอนั่นเลย ให้ตายสิ ทำไมเขาถึงไปชอบไอ้บ้านี่ได้ เพราะอะไรทั้งๆที่ยุนโฮก็เป็นคนเจ้าชู้อย่างนี้มาตั้งแต่เข้าม.ต้น ทั้งที่รู้ว่าหมอนี่ไม่เคยจริงใจกับใคร แต่ก็ตัดใจไม่ได้
“เรามันโง่เอง ทีหลังอย่าโง่อย่างนี้อีกนะแจจุง” แจจุงท่องคำนี้ไปตลอดทางจนถึงหอ
“ขอบคุณคุณชิมมากนะครับที่พาผมมาส่ง ไม่งั้นผมคงต้องเดินแย่แน่ๆเลย” จุนซูโค้งขอบคุณชางมินด้วยความขอบคุณ
“ไม่ ต้องพิธีรีตรองขนาดนั้นหรอกครับ อีกอย่างแค่มาส่งที่หอเอง ยังไงผมก็ต้องกลับมาหอนี้อยู่แล้วไม่ถือเป็นการรบกวนหรอกครับ อ้อผมน่ะเป็นรุ่นน้องคุณนะครับไม่ต้องสุภาพขนาดนี้ก็ได้” ชางมินบอก
“หา เป็นน้องผมเหรอครับ แต่ทำไม”
“ผมหน้าแก่ใช่ไหมครับ ใครๆก็ว่าอย่างนั้นแหละ” ชางมินหัวเราะ
“ผม ขอโทษนะครับคุณชิมที่เสียมารยาท ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” จุนซูหัวเราะแห้งๆอย่างเกรงใจ ถึงแม้จะเด็กกว่า แต่เพราะอะไรไม่รู้ ทำให้เขาคิดว่าเด็กคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ไหนจะท่าทางเป็นผู้ใหญ่เกินตัวนี่อีก
“ไม่เป็นไรครับ เรียกผมว่าชางมินเฉยๆก็ได้ครับ จะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีล่ะครับ” ชางมินถาม
“เอ่อ เรียกจุนซูก็ได้ครับ เพราะดูจากท่าทางแล้ว ผมคงเป็นพี่คุณไม่ได้แน่ๆ คุณดูเป็นผู้ใหญ่กว่าผมเยอะ”
“ก็ ได้ครับ อ๊ะ ขอตัวสักครู่นะครับ ครับมีอะไร หา~ โอเคเดี๋ยวผมไป ผมขอตัวก่อนนะครับจุนซู พอดีพี่ยุนโฮกับพี่แจจุงเขาทะเลาะกันนิดหน่อย ตอนนี้พี่ยุนโฮเลยกลับมาไม่ได้ ผมคงต้องไปรับ” ชางมินบอก
“เออเดี๋ยวนะครับ คนสวยๆคนนั้นชื่อแจจุงเหรอครับ”
“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า”
“คือ เขาเป็นแฟนกับยุนโฮหรือเปล่าครับ” ชางมินเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย
“อะไรทำให้จุนซูคิดแบบนั้นล่ะครับ”
“ก็ คุณแจจุงเขามองผมด้วยสายตาแปลกๆตลอดเวลาเลยนี่ครับ ถ้าเขาเป็นแฟนกันวานคุณชางมินช่วยบอกเขาด้วยนะครับ ว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณยุนโฮเลย แต่คุณยุนโฮเป็นเพื่อนคนแรกของผมที่นี่ ผมก็เลยทำตัวสนิทกับเขามากไปหน่อย ถ้าคุณแจจุงไม่ชอบ คราวหลังผมจะไม่ทำอีก” ชางมินหัวเราะ เห็นหน้าตาซื่อๆใสๆ ไม่นึกว่าจะมองคนอื่นได้ทะลุปรุโปร่ง คิมจุนซู นายนี่มีอะไรน่าสนใจกว่ารูปร่างน่าตาน่ารักซะแล้ว
“ครับ แล้วผมจะบอกให้นะครับ แต่สองคนนั้นเขาไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกครับ อืมจะว่ายังไงดีล่ะ เอาเป็นว่า จุนซูไม่ต้องกลัวพี่แจจุงขนาดนั้นหรอกครับ อีกอย่าง อย่าไปพูดกับพี่แจจุงแบบนี้นะครับ รายนั้นเขาประเภทไม่ยอมรับความจริง เดี๋ยวจะโดนเหวี่ยงเอาเปล่าๆ ผมขอตัวไปรับพี่ยุนโฮก่อนนะครับ” ชางมินก้มศีรษะเป็นเชิงลาคนตัวเล็กนิดนึง ก่อนจะเดินไปเอารถเพื่อไปรับยุนโฮที่หน้าหอประชุม
“ไม่ต้องบอกผมก็พอจะรู้ครับคุณชางมิน คุณแจจุงน่ะ น่ากลัวจะตาย” จุนซูได้แต่ส่ายหน้า เดินไปขึ้นลิฟท์กลับห้องพัก
ยู ชอนออกจากหอประชุมแต่ไม่ได้มุ่งหน้ากลับหอ เพราะเขาเห็นของบางอย่างที่หน้าต่างระหว่างที่ประชุม ร่างโปร่งจึงขับรถตามของสิ่งนั่นมา จนกระทั่งถึงทะเลสาบกลางมหาวิทยาลัย ยูชอนลงจากรถ เดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นข้างทะเลสาบ ใบหน้าคมเงยหน้ามองไปที่กิ่งของต้นไม้ พบกับนกเหยี่ยวตัวนึงเกาะอยู่ที่กิ่งไม้ เมือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปาก ผิวเบาๆเป็นจังหวะ สักพักนกเหยี่ยวตัวนั้นก็ร่อนลงมาเกาะที่แขนของยูชอน ยูชอนลูบหัวมันเบาๆ ดีที่เขาใส่เสื้อมาหนา ทำให้กรงเล็บของนกเหยี่ยวไม่กดเข้าไปที่แขนของเขา
“ฮอร์ค มาทำอะไรที่นี่ มีคนปล่อยแกมาเหรอ” ยูชอนพูดเสียงอ่อนโยนกับเจ้านกเหยี่ยว สักพักเขาก็ได้ยินเสียงเดินสวบสาบมาจากข้างหลังต้นไม้อีกด้านนึง ร่างโปร่งตวัดสายตากลับไปมอง พบกับใบหน้าหวานของชายหนุ่มคนนึงเดินออกมา พร้อมกับเสียงตบมือเบาๆสองสามทีอย่างเสียไม่ได้
“สมกับเป็นเจ้านายลูกน้องกันเลยนะ นกปีศาจ ก็ต้องคู่กับปีศาจวันยังค่ำ” ยูชอนไม่ตอบ หันกลับไปให้ความสนใจฮอร์คต่อ
“หึ~ นายก็ยังเหมือนเดิม ยโสโอหัง เป็นปีศาจทำไมไม่อยู่ส่วนปีศาจ กลับมาทำไม” เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มยังคงตะโกนต่อไป แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากร่างโปร่งแม้แต่น้อย
“ยังจะมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอ เพราะแกคนเดียว แกทำให้พ่อต้องตาย แค่นี้แกยังไม่พอใจใช่ไหม”
ยู ฮวานวิ่งเข้ามากระชากร่างโปร่งทันที มือบางขยำคอเสื้อคนตรงหน้าอย่างแรง ทำให้เจ้าฮอร์คตกใจ แทบจะโฉบลงมาทำร้ายร่างกายคนที่เข้ามาคุกคามเจ้านายอยู่แล้ว ดีแต่ว่าได้ยินสัญญาณผิวปากของเจ้านายซะก่อน ยูชอนมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะปลดมือบางออกจากคอเสื้อ ปัดสองสามทีอย่างไม่ใส่ใจ เดินกลับไปที่รถของตัวเอง ไม่สนใจเสียงด่าทอของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องชายร่วมบิดาเดียวกันเลย
“ไอ้ ปีศาจ แกจะไปไหน กลับมานี่ก่อนสิ แน่จริงแกมาสู้กันฉันให้รู้กันไปเลยสิ แกกลับมาที่นี่อีกทำไม ที่ไม่มีใครต้อนรับแก ไอ้ปีศาจ” ยูฮวานตะโกนด่าไล่หลังไปด้วยความเคียดแค้น และยิ่งแค้นหนัก เมื่อคนๆนั้นไม่เคยหันกลับมาตอบสนองความต้องการของเขาเลยสักครั้ง ตั้งแต่ก่อนย้ายไปอเมริกา จนกระทั่งกลับมาวันนี้
“สักวัน ฉันจะกระชากหน้ากากปีศาจของแกออก แล้วทุกคนจะได้รู้ว่า เพราะแกพ่อถึงได้ตาย เพราะแกคนเดียวเท่านั้น”
จุน ซูกลับมาที่ห้องไม่พบรูมเมทคนตัวเล็กร่าเริงสุดชีวิต เพราะยูชอนไม่อยู่ ก็หมายความว่า เขาจะได้กินของอร่อยๆในตู้เย็นโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าของจะมาคอยจ้องน่ะ สิ ไวเท่าความคิด คนตัวเล็กรีบวิ่งไปที่ตู้เย็นทันที ลากของทุกอย่างที่ต้องการมาวางไว้ตรงหน้า จัดการแกะห่อขนมปัง ทาแซนวิชสเปรด ใส่แฮม ผักและอะไรอีกจิปาถะจนแทบล้นขนมปัง แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากงับ เสียงประตูห้องก็เปิดออก จุนซูได้แต่ลนลาน จะเก็บก็ไม่ได้ จะยัดเข้าไปทั้งอันก็ไม่ไหว ได้แต่มองซ้ายมองขวาหันรีหันขวางอยู่ตรงนั้น
“เอ่อ ฉันไม่ได้ตั้งใจแอบกินนะ ก็นายบอกเองว่ากินได้ไง” จุนซูแก้ตัวเสียงอ่อยๆ แต่ยูชอนไม่สนใจ ร่างโปร่งเดินเร็วๆไปที่ระเบียง กระแทกประตูปิดเสียงดัง เล่นเอาคนตัวเล็กตกใจ
ร่างโปร่งทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้านนอก สองมือปิดอยู่ที่หู ส่ายหน้าไปมาอย่างคนสับสน ใช่สิ เขาจะกลับมาทำไม ทำไมตาแก่นั่นต้องเรียกเขากลับมา ที่นี่ไม่มีใครต้องการเขา ถึงได้ส่งเขาไปอยู่ที่อื่นตั้งหลายปี ทำไมถึงเรียกไอ้ปีศาจอย่างเขากลับมา ปีศาจ ชื่อนี้ใครๆที่บ้านหลังใหญ่นั่นเรียกเขาทุกคน ชื่อที่เขาเกลียด เขาไม่ได้อยากเป็นปีศาจ แต่เขาก็เลือกไม่ได้ ทำไมทุกคนต้องตอกย้ำเรื่องนี้ ทำไม ยูชอนคิดอย่างสับสน ทั้งๆที่เขาอยู่ที่นั่นก็ดีอยู่แล้ว คนที่นั่นไม่มีใครรู้จักเขา เขาจะทำอะไรก็ได้ ทำไมต้องเรียกเขากลับมา กลับมาเจอกลับความจริงที่เขาไม่ต้องการยอมรับ ทำไมกัน
จู่ๆ คนตัวเล็กก็ได้ยินเสียงตะโกนของคนที่อยู่ตรงระเบียง จุนซูตกใจรีบวิ่งออกมาดู พบว่าเพื่อนร่วมห้องของเขากำลังนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้ที่นอกระเบียง คนตัวเล็กค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ ได้ยินเสียงเหมือนคนร้องไห้ออกมาแผ่วๆ จุนซูไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้อีก คราวนี้ได้ยินเสียงชัดเจนขึ้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับรูมเมทของเขา มือเล็กค่อยๆเอื้อมไปแตะไหล่ที่กำลังสั่นเบาๆ แต่ยังไม่ทันสัมผัสโดนยูชอนก็หันขวับมามองหน้า ตาสีดำสนิทจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง คนตัวเล็กสะดุ้งนิดนึง ตอนแรกเกือบเดินหนีไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าเขาเห็นแววตาอ้างว้างในดวงตาสีนิลนั่นซะก่อน ทำให้เขาตัดใจเปลี่ยนเป็นเดินเข้ามาใกล้คนตรงหน้าแทน
“อย่าเข้ามา!!! ออกไป!!! ”
ยู ชอนตวาด แต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เพราะเขาคิดว่าถ้าเขาออกไปตอนนี้ รูมเมทของเขาคงจะต้องอ้างว้างมากกว่านี้แน่ๆ เขาคิดว่าคงไม่ได้มองพลาด ความอ้างว้างที่เขาก็สัมผัสมันมาประจำ ตั้งแต่เขาเสียแม่ไป เขารู้ดีว่ามันเจ็บปวดมากแค่ไหน ถึงจะไม่รู้ว่ารูมเมทของเขาเจออะไรมาบ้างก็ตาม
“ฉันบอกให้ออกไป” ยูชอนตะคอก แต่ก่อนที่มือใหญ่จะผลักร่างเล็กให้กระเด็นไป คนตัวเล็กก็โอบคนตัวโตกว่าเอาไว้ด้วยความนุ่มนวล อบอุ่น พลางกระซิบเบาๆ
“นายไม่ต้องกลัวนะ นายไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว นายมีฉันอยู่เป็นเพื่อนตลอด ต่อไปนี้นายไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว”
ไม่ รู้เพราะอะไรที่ทำไมเขาถึงพูดอย่างนี้กับเพื่อนร่วมห้อง อาจจะเป็นเพราะสายตาของยูชอนที่เขาเห็นเมื่อกี้ หรือท่าทางปัดป้องความหวังดีของคนอื่น หรืออะไรก็ตาม แต่เขาก็พูดไปแล้ว และรู้สึกว่าคนในอ้อมกอดค่อยๆผ่อนคลายขึ้น ตัวไม่เกร็งเหมือนตอนแรกที่เขากอดไว้ แขนแข็งแรงของยูชอนค่อยๆโอบกระชับคนตัวเล็กเอาไว้อย่างหาที่พึ่ง บนหน้าคมซุกลงที่ไหล่บางของคนตัวเล็ก จุนซูลูบเบาๆที่ศีรษะของยูชอน มืออีกข้างนึงตบเบาๆที่หลังของร่างโปร่ง โยกตัวนิดๆเหมือนผู้ใหญ่กำลังปลอบเด็ก เหมือนที่แม่เขาทำเวลาเขาร้องไห้ และมันก็ได้ผลกับคนตัวโตตรงหน้าเหมือนกัน
ไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยจากปาก ของทั้งคู่อีก มีแค่ความเงียบเท่านั้นที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณระเบียง จุนซูปล่อยให้รูมเมทของเขาร้องไห้เงียบๆ โดยไม่พูดอะไรกวนใจ พยายามส่งผ่านความรู้สึก ทำให้คนตัวโตตรงหน้ามั่นใจว่า ต่อไปนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว ไม่จำเป็นต้องเก็บความเศร้าไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว เขาสัมผัสมันมาก่อน เขารู้ดี ทั้งๆที่แม่ค่อยพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็ก แต่กว่าเขาจะขจัดมันออกไปได้ก็นานพอดู เขาจึงอยากช่วยคนที่มีความรู้สึกคล้ายกัน ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไรก็ตาม
“เป็นไง ได้เรื่องอะไรมั่งไหม” เสียงทุ้มเอ่ยทัก ทำให้หญิงสาวหยุดเดินกะทันหัน
“ก็นิดหน่อย จะมาคาบข่าวไปบอกนายท่านหรือไง” ซันนี่ตอบอย่างยียวน
“คาบข่าว คงใช้ไม่ได้กับฉันล่ะมั้งซุนคยู”
“อย่ามาเรียกฉันชื่อนี้” ชายหนุ่มยักไหล่ไม่สนใจ
“บอกมาดีกว่าอย่าทำเล่นลิ้น ฉันไม่มีเวลามาก”
“ฉันเจอผู้พิทักษ์จากสามตระกูลแล้ว โชคดีจริงๆที่จู่ๆมันก็มานั่งข้างๆฉัน” ซันนี่ตอบ
“แล้วpure heart ล่ะ”
“จะบ้าเหรอแทยัง ฉันเพิ่งจะเข้ามาวันแรก ได้ครบ3คนนี่ก็มากพอแล้ว” ซันนี่ตอบอย่างหัวเสีย
“เรื่อง นี้น่ะ ใครๆก็รู้ว่าพวกมันเป็นใคร เราต้องการรู้เรื่อง pure heart มากว่า ไปรีบสืบมาซะ ไม่งั้นถ้านายท่านไม่พอใจ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน”
“ขอบ ใจ ไม่ต้องมาสั่งสอน ฉันรู้หน้าที่ฉันดี คนอย่างฉันถ้าไม่แน่จริง นายท่านคงไม่ส่งมาทำงานนี้หรอก” ซันนี่เชิดหน้าท้าทาย แทยังยกยิ้มนิดนึง
“ก็ขอให้สืบจริงๆล่ะ อย่ามัวแต่หว่านสเน่ห์หาผู้ชายเข้าสต๊อคล่ะ” แทยังพูดทิ้งทาย ก่อนจะเดินลับหายไปในความมืด
“หึ~ ถือว่าตัวเองเป็นมือขวาของนายท่านสินะ ถึงได้อวดดีอย่างนี้ คอยดูฉันจะทำงานนี้ให้สำเร็จ แล้วฉันจะขอให้นายท่านส่งแกไปลงนรกคนแรก” ซันนี่พูดอย่างแค้นเคือง
%%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ ^^



แต่มีน้องจุนอยู่เคียงข้างแบบนี้
คงไม่เหงาแล้วล่ะ
มีแต่คนมาตามหา pure heart
หวั่นแทนน้องเลยอ่ะ
มาต่อเร็วๆนะไรเตอร์
#1 By chebi (124.120.124.185) on 2010-03-17 09:44