Recommend

[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 2

posted on 14 Mar 2010 03:25 by kameryuichi  in servant

Part 2





จุนซูลงมารอรถที่หน้าโรงพยาบาลเพื่อไปเคารพ หลุมศพพ่อแม่ สักพักก็เห็นรถลีมูนซีนมาจอดที่หน้าเขา ยูชอนเปิดประตูรถให้รออยู่นานจุนซูก็ยังไม่ขึ้นรถเสียที เพราะเขามัวแต่มองรถที่มีขนาดใหญ่แถมยาวแบบรถสองตอนอีกต่างหาก นี่มันเกิดอะไรกับชีวิตเขาเนี่ย

“ขึ้นรถสิครับคุณหนู”

“รถใคร”

“รถคุณหนูน่ะครับ เราจะไปที่สุสานกัน รีบขึ้นเถอะครับ”

“ฉันไม่เคยมีรถ ใครเป็นคนเอามา”

“คุณปู่ไงครับ รถนี้เป็นของคุณปู่ของคุณหนู เชิญขึ้นรถเถอะครับ”

จุน ซูพยักหน้ารับ และก้าวเดินขึ้นไปนั่งบนรถ ยูชอนตามเข้าไปนั่งที่ตอนหลัง ตรงข้ามกับเบาะที่จุนซูนั่ง หันไปสั่งให้คนขับรถออกรถ ระหว่างเดินทางจุนซูนั่งเงียบมาตลอดทาง หลายวันมานี่มีอะไรแปลกๆมากมายเกิดขึ้นในชีวิตเขา ทั้งเรื่องพ่อแม่ ทั้งเรื่องคนตรงหน้า และความเป็นอยู่ที่ต่างออกไปจากเดิม มันรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทัน

“สุสานพ่อกับแม่อยู่ไกลไหม”

“ไกลพอสมควรครับคุณหนู”

“แล้วฉันจะได้ไปหาพ่อแม่บ่อยๆไหม”

“คุณหนูต้องไปเรียนที่โรงเรียนประจำ คงออกมาข้างนอกบ่อยๆไม่ได้หรอกครับ”

“แล้วคุณปู่เป็นคนยังไง”

“ท่านเป็นคนใจดีมากครับ”

“แล้วทำไมอยู่ๆถึงอยากได้ฉันกลับมาเป็นหลานล่ะ”

“เรื่องนี้ไว้พบกับคุณปู่แล้วคุณหนูค่อยถามท่านก็ได้ครับ”

“ฉันจะได้พบกับคุณปู่เมื่อไหร่ล่ะ”

“อีกไม่นานหรอกครับ แต่ตอนนี้คุณหนูต้องเข้าไปรายงานตัวที่โรงเรียนก่อน ยังมีอะไรอีกมากที่คุณหนูต้องเรียนรู้นะครับ”

จุน ซูพยักหน้าเนือยๆ ก่อนจะหันไปมองทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอก ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาคลอบคุมภายในรถคันใหญ่อีกครั้ง รถวิ่งเรื่อยๆไปตามทางที่สองข้างมีแต่ทุ่งหญ้าสีเขียวเต็มไปหมด จนกระทั่งถึงโบสถ์แห่งนึง ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งโล่งๆ ยูชอนลงจากรถ เปิดประตูรอจุนซูอยู่ด้านนอก

“ถึงแล้วครับคุณหนู”

“แล้วพ่อกับแม่อยู่ที่ไหนล่ะ”

“ทางนี้ครับ”

ยู ชอนเดินนำจุนซูไปเงียบๆ จนถึงสุสานหลังโบสถ์ มีสภาพเป็นลานกว้างสุดลูกหูลูกตา มีแต่ป้ายหลุมศพเต็มไปหมด จุนซูหยุดชะงัก ทั้งที่คิดว่าทำใจได้แล้ว แต่เมื่อมาถึงสถานที่จริงๆ เขาก็เริ่มอ่อนแออีกครั้ง น้ำตาเริ่มไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ขาแข้งเริ่มอ่อนแรง ไม่มีกำลังจะก้าวเดินต่อ เมื่อคิดว่าเขากำลังจะเดินไปหาหลุมศพของพ่อและแม่ ยูชอนเห็นปฏิกิริยาของจุนซู จึงเดินเข้ามาใกล้ พลางโอบไหล่คนตัวเล็ก และพาเดินไปยังป้ายหลุมศพที่ตั้งอยู่ไกลออกไป

“ถึงแล้วครับคุณหนู คุณพ่อคุณแม่ของคุณหนูอยู่ในนี้” จุนซูทรุดนั่งลง หน้าป้ายหลุมศพขนาดใหญ่ ที่ทำด้วยหินอ่อนสวยงาม วางอยู่บนพื้น และล้อมรอบด้วยดอกไม้สีสันสดใส

“พ่อฮะ แม่ฮะ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ แล้วอย่างนี้จุนซูจะอยู่กับใคร” จุนซูฟุบหน้าลงไปร้องไห้กับหลุมศพ

“คุณหนูครับ” ยูชอนนั่งลงข้างๆจุนซู

“อย่า เสียใจไปเลยครับ ยังไงคุณหนูก็ยังมีผม และคุณปู่นะครับ พวกเราไม่ทิ้งคุณหนูไว้คนเดียวแน่ๆ” จุนซูเงยหน้าขึ้นมามองยูชอนนิ่งๆ ก่อนที่จะละสายตายกลับไปมองป้ายหลุมศพ

“คุณหนูต้องเข้มแข็งนะครับ เรายังไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้างข้างหน้า คุณหนูต้องไม่อ่อนแอ คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นกำลังใจให้คุณหนูแน่ๆ”

“ฉันยังต้องเจอเรื่องร้ายกว่านี้อีกเหรอ แค่นี้ยังไม่พอใช่ไหม” จุนซูพูดเสียงสะอึกสะอื้น

“ครับ คุณหนูต้องเข้มแข็งเอาไว้ แล้วทุกอย่างมันก็จะผ่านไปเองตามกาลเวลา”

“ขอฉันอยู่คนเดียวเงียบๆกับพ่อแม่ได้ไหม”

“แต่ว่า...”

“ฉันไม่หนีไปไหนหรอก สัญญาว่าจะไปเรียนที่โรงเรียน แต่ตอนนี้ขออยู่กับพ่อแม่ก่อนนะ”

จุน ซูหันมาส่งสายตาอ้อนวอนไปยังยูชอน ยูชอนพยักหน้าให้นิดนึง ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาด้านนอก ปล่อยให้จุนซูนั่งอยู่หน้าหลุมศพคนเดียว ทั้งๆที่ การทำแบบนี้เป็นการเสี่ยงพอสมควร เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนวางระเบิดร้านของจุนซู ที่จริงเหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้น ถ้าหากว่าเขาเดินทางมาเร็วกว่านี้ รับทั้งจุนซูและพ่อแม่ไปจากที่นั่นก่อน มันเป็นความผิดของเขาเองที่ชะล่าใจ จนทำให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้น

“ท่านยูชอนครับ ปล่อยคุณหนูไว้คนเดียวจะดีเหรอครับ” หนึ่งในบอร์ดี้การ์ดที่ตามมาโดยไม่ให้จุนซูรู้ตัวเอ่ยขึ้น

“ไม่เป็นไรหรอก แถวนี้เป็นลานกว้างทั้งหมด คงไม่มีใครมาซุ่มทำร้ายเขาได้หรอก พวกนายคอยดูแลแถวนี้ให้ดีด้วยแล้วกัน”

“ครับท่านยูชอน”

บอร์ด ดี้การ์ดโค้งให้ก่อนที่จะหลบออกไปประจำหน้าที่ ยูชอนค่อนข้างวางใจเวลาอยู่ข้างนอกว่าคนที่ตั้งใจเข้ามาลอบทำร้ายจุนซูคง เข้ามาได้ยาก เพราะมีคนของเขาคอยประกบตลอดเวลา แต่สิ่งที่เขายังกังวลอยู่ก็คือเวลาที่เข้าไปอยู่ในโรงเรียน ไม่รู้ว่าคนของเขาจะเล็ดรอดเข้าไปอยู่ในโรงเรียนได้กี่คน ตัวเขาเองก็ต้องเข้าไปด้วยตัวเอง ทั้งที่ไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ เพราะคนอย่างปาร์คยูชอนไม่ชอบดูแลใคร แต่สถานการณ์ตอนนี้เขาไว้ใจใครไม่ได้ แม้กระทั่งคนรับใช้ประจำตัวตัวจริงของจุนซู ซึงรี ตอนนี้หมอนั่นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาพาจุนซูออกมาอยู่ที่ไหน แบบนี้จะไว้ใจให้เข้าไปดูแลจุนซูที่โรงเรียนได้ยังไงกัน

ยูชอนยืน พิงต้นไม้ใหญ่ต้นนึงใกล้ๆกลับบริเวณที่จุนซูนั่งอยู่ เพื่อจะได้มองได้รอบๆทั่วบริเวณ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นเขาจะได้เข้าไปช่วยได้ทัน พลางนึกถึงเมื่อเช้าที่เขาพยายามจะเข้าไปอาบน้ำให้จุนซู เจ้าตัวเล็กนี่ฤทธิ์มากเหมือนกันนะเนี่ย ยูชอนคิดขำๆเพราะความจริงมันไม่ต้องถึงขนาดอาบน้ำแต่งตัวให้หรอกเขาแค่อยาก จะแกล้งเท่านั้นเอง ริมฝีปากอวบอิ่มจุดรอยยิ้มขึ้นมานิดๆ ส่งให้หน้าตาที่ดูดีของเขายิ่งหน้ามองยิ่งขึ้น

“เฮ้อ~ คิมจุนซู ฉันจะทนเป็นคนรับใช้ที่แสนดีของนายได้ถึงไหนนะ ก็นายเล่นน่ารักขนาดนี้ คุณปู่ของนายไม่ได้บอกฉันไว้ซะด้วย ว่าว่าที่คู่หมั้นคนใหม่ของฉันจะน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้”


ทาง ด้านซึงรีตอนนี้ก็วิ่งวุ่นไปหมด เขาลาออกจากโรงเรียนเดิมทันทีที่จุนซูหายตัวไป ทำให้เพื่อนๆที่โรงเรียนสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่ซึงรีก็ไม่สนใจ ในเมื่อจุนซูไม่ได้อยู่ที่นั่นเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่อีก เขามีหน้าที่คอยดูแลจุนซู เพราะตระกูลเขาเป็นคนรับใช้ที่คอยดูแลรับใช้พวกคุณหนูมาตลอด เขาเองได้รับหน้าที่ให้มารับใช้จุนซู ตอนแรกเขาก็ไม่ได้อยากจะรับทำงานนี้ เพราะจุนซูไม่ได้เป็นคนหนูที่อยู่ในบ้านตระกูลใหญ่เหมือนคุณหนูทั่วไป แต่อยู่ในบ้านหลังเล็กๆในเมืองที่อยู่ไกลออกไปจากโซลเยอะ

เขาแฝง ตัวเข้ามาเป็นเพื่อนของจุนซูเมื่อ2ปีที่แล้ว ตั้งแต่เจ้าสัวคิมสืบรู้ว่าเขามีหลานชายสืบสกุล จึงสั่งให้ตระกูลของเขามาคอยดูแลจุนซู ตอนแรกเขาก็ค่อนข้างจะเบื่อจุนซูที่ดูยังไงๆก็ไม่มีคุณสมบัติของคุณหนูเลย แต่ด้วยความน่ารัก สดใส เป็นมิตรกับคนอื่น ทำให้เขาค่อยๆเริ่มซึมซับความดีความน่ารักของจุนซู จนเดี๋ยวนี้พูดได้เต็มปากว่า เขารักจุนซูมากกว่าที่คนรับใช้ทั่วไปรักคุณหนู ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่ควรได้รับการอภัย เพราะคนรับใช้กับคุณหนู ไม่สามารถมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งขนาดนั้นได้ แต่เมื่อห้ามใจไม่ให้รักจุนซูไม่ได้ เขาจึงทำทุกอย่างเพื่อให้จุนซูมีความสุข จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น และจุนซูหายตัวไป

“ฮยอกแจ ได้เรื่องหรือยัง”

“ยังเลย”

“อะไรกันเนี่ย หลายวันแล้วนะ จุนซูถูกใครพาไปก็ยังไม่รู้ ติดต่อไปที่บ้านตระกูลคิมหรือยังล่ะ”

“ยังเลย นายอยากให้พ่อนายรู้เรื่องนี้หรือไง”

“เออ จริงด้วย แต่เดี๋ยวพ่อก็ต้องรู้อยู่ดีนั่นแหละ รีบๆหน่อยแล้วกัน ฉันจะได้มีคำตอบให้พ่อ แล้วเรื่องระเบิดล่ะ”

“ก็ ยังเงียบอยู่ดีนั่นแหละ จับมือใครดมไม่ได้ เพราะระเบิดมันมาจากในร้าน สงสัยต้องเป็นลูกค้าที่ปลอมตัวเข้าไปแน่” ฮยอกแจตั้งข้อสังเกต

“ก็คงอย่างนั้น นายรีบๆเร่งมือหน่อยแล้วกัน ฉันเองก็จะไปสืบอีกทางเผื่อได้เรื่องอะไรเร็วขึ้น”

“ได้”

ซึง รีรีบออกไปจากสำนักงานของฮยอกแจทันที ตอนนี้เขาร้อนใจไปหมด ไม่รู้ว่าคุณหนูของเขาจะเป็นยังไงบ้าง ความจริงถ้าติดต่อหาพ่อเขาก็คงจะได้เรื่องคืบหน้าอะไรบ้าง เพราะคนที่รับจุนซูไปบอกว่าเป็นญาติ แต่ถ้าทำอย่างนั้นเขาคงโดนเล่นงานโทษฐานทำให้คุณหนูคลาดจากสายตา เลยจำเป็นต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับก่อน และลงมือค้นหาด้วยตัวเอง


จุน ซูที่นั่งร้องไห้จนพอใจเริ่มตั้งสติได้ เขาไม่ควรทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วง เขาต้องเข้มแข็ง เขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายพ่อกับแม่ และทำไมต้องทำร้ายพวกเขาด้วย พวกเขาไม่เคยมีศัตรูที่ไหน

“พ่อฮะ แม่ฮะ แล้วจุนซูจะมาเยี่ยมบ่อยๆนะฮะ”

“คุณหนูครับ ไปกันได้แล้ว สายมากแล้วครับ” ยูชอนเดินข้ามานั่งใกล้ๆ

“อืม ไปก็ได้”

“จุนซูไปก่อนนะฮะ พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงจุนซู จุนซูจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว จุนซูจะเข้มแข็ง”

จุน ซูลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตั้งแต่นี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะต้องเผชิญหน้ากับมัน พลางหันไปมองคนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างๆ ยูชอนยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น ทำให้จุนซูใจชื้นขึ้นมาหน่อย ถึงแม้คนๆนี้จะเป็นคนแปลกหน้า แต่หลายวันมานี้ เขาก็อุ่นใจที่มีคนตัวโตอยู่ใกล้ๆ เหมือนเป็นที่พึ่งที่ใหม่ของเขา

“เชิญครับ” ยูชอนผายมือไปด้านหน้า รอให้จุนซูเดินนำไปก่อน ก่อนที่เขาจะเดินตามไป ยูชอนหันไปมองที่ป้ายหลุมศพ และพูดขึ้นเบาๆ

“ผมจะดูแลลูกของพวกคุณเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” แล้วจึงสาวเท้าตามคนตัวเล็กไป

เมื่อถึงลานจอดรถ จุนซูเดินไปเปิดประตูเพื่อจะเข้าไปนั่งในรถ แต่ยูชอนจับมือเอาไว้ก่อน จุนซูหันมามองหน้างงๆ

“อ้าว ทำไมล่ะ ไม่ขึ้นรถแล้วจะไปได้ยังไง”

“โรงเรียนเซนต์ลูเซียอยู่ไกลจากที่นี่มากครับ ผมคิดว่าเราคงต้องใช้พาหนะอย่างอื่น”

สิ้น เสียงของยูชอน จุนซูก็สัมผัสกับแรงลมที่พัดอย่างแรงในบริเวณนั้น ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นไปหมดจนเขาต้องยกมือขึ้นปิดหู สักพักทุกอย่างก็สงบลง จนซูลืมตาขึ้นพบกับเจ้าแมงปอยักษ์ลำใหญ่ ตาเบิกโตขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แค่จะไปโรงเรียนต้องนั่งฮอกันเลยเหรอ นี่มันอะไรกันเนี่ย

“ไปกันเถอะครับคุณหนู” ยูชอนโอบไหล่คนตัวเล็กที่กำลังงงพาเข้าไปใกล้เจ้าแมงปอยักษ์

“เดี๋ยวก่อน ทำไมต้องนั่งฮอด้วยอ่ะ ไปรถไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้หรอกครับคุณหนู พอถึงโรงเรียนคุณหนูก็จะรู้เองว่าทำไมถึงใช้รถไม่ได้”

ยู ชอนพาคนตัวเล็กขึ้นไปนั่งบนฮอเรียบร้อย ใส่ที่ครอบหูกันเสียงให้กับคนตัวเล็ก พยักหน้าให้คนขับฮอนำเครื่องขึ้นทันทีที่ทุกอย่างพร้อม จุนซูส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัว ก็ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยขึ้นฮอมาก่อนเลย มันโคลงๆน่ากลัวจะตายไป นี่เขาจะต้องลงไปกองกับพื้นก่อนจะถึงโรงเรียนไหมเนี่ย จุนซูนั่งหลับตาปี๋ เอื้อมมือไปเกาะแขนคนข้างๆที่นั่งนิ่งๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยูชอนหันมาเห็นคนตัวเล็กที่ท่าทางกลัวสุดๆ ก็เอื้อมมือไปโอบไหล่จุนซู และรั้งเข้ามากอดเอาไว้เพื่อให้คนตัวเล็กหายกลัว เขารู้สึกว่าตัวของจุนซูสั่นมากๆ จุนซูเลยเปลี่ยนจากที่กอดแขนกลายเป็นกอดเอวคนตัวโตไว้แทน ซุกหน้าเข้าหาอกของยูชอน ยูชอนยิ้มขำๆ

“คุณหนู กลัวเหรอครับ” ยูชอนกระซิบที่ข้างๆหู

“อืม” จุนซูตอบพร้อมพยักหน้าเร็วๆประกอบ

“ไม่ต้องกลัวนะครับ เดี๋ยวก็ชินเอง เพราะคุณหนูต้องใช้เจ้านี่บ่อยๆอยู่แล้ว”

“หา~ ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่ยอมขึ้นเจ้าแมงปอยักษ์นี่อีกแน่ๆ”

จุน ซูส่ายหน้าเร็วๆ เลยดูเหมือนหัวกลมๆกำลังไซร้อกเขาอยู่ ยูชอนยิ้มกับท่าทางน่ารักของคนตัวเล็ก ก้มลงไปกระซิบบอกข้อความที่คนตัวเล็กไม่พึงปารถนา

“เสียใจครับ ยังไงคุณหนูก็หนีไม่พ้นเจ้านี่หรอก เตรียมใจไว้ได้เลย”

“ไม่ เอ๊า อ๊ากกกกก” จุนซูร้องลั่นกอดคนข้างๆไว้แน่นกว่าเดิม เมื่อเจ้าแมงปอยักษ์กำลังบินโฉบไปด้านซ้ายเพื่อหันหน้าไปทางทิศทางที่ โรงเรียนเซนต์ลูเซียตั้งอยู่


ที่โรงเรียนเซนต์ลูเซียที่เคยเงียบ สงบ แต่วันนี้ที่หน้าโรงเรียน เต็มไปด้วยนักเรียนสาวๆ และคนรับใช้ประจำตัวเต็มไปหมด เพราะวันนี้มีข่าวใหญ่เล็ดรอดออกมาว่า จะมีนักเรียนคนใหม่มาเรียนที่โรงเรียนนี้ทั้งๆที่เป็นการเข้ากลางเทอมโดย ธรรมดาแล้วไม่สามารถทำได้ จึงเป็นเรื่องแปลกพอสมควรที่มีนักเรียนใหม่ตอนนี้ แต่สิ่งที่ทุกคนตื่นเต้นไม่ใช่เพราะว่านักเรียนใหม่ที่เข้ามาเรียนกลางเทอม แต่เป็นคนรับใช้ที่จะมาพร้อมกันต่างหาก

“จริงๆเหรอที่เขาว่าท่านยูชอนจะมาที่โรงเรียนเรา” นักเรียนหญิงคนนึงพูดขึ้น

“ใช่น่ะสิ ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าอย่างท่านยูชอนจะมาด้วยตัวเอง” นักเรียนหญิงอีกคนพูดขึ้น

“ได้ข่าวว่า ขนาดท่านลูเซียที่เป็นคู่หมั้น ยังให้คนอื่นมาดูแลเลยนี่”

“นั่น สิ แล้วคนนี้เป็นใคร ทำไมท่านยูชอนถึงมาดูแล แล้วท่านลูเซียล่ะ” เป็นเรื่องที่โจษจันกันไปทั่ว เสียงดังเซ็งแซ่ไปทั้งสนามหน้าโรงเรียน ผิดกับนักเรียนอีกกลุ่มนึงที่ยืนดูอยู่ห่างๆ

“จะตื่นเต้นอะไรกัน นักหนาก็ไม่รู้ ปาร์คยูชอนจะหล่อสักแค่ไหนกันเชียว สู้คนรับใช้ของฉันก็ไม่ได้ ฮันคยองหล่อกว่าตั้งเยอะ” ฮีซอล หันไปหาคนรับใช้ร่างสูง หน้าตาหล่อเหลาของตัวเอง

“จ้าๆๆ คนรับใช้ของพี่หล่อเสมอแหละ ไม่มีใครหล่อเท่าหรอก แต่อย่าลืมนะว่า ฮันคยองของพี่น่ะ คนรับใช้ระดับซีเท่านั้นเองนะ จะไปเหมือนพวกเอสคลาสเขาได้ยังไงกันเล่า” ดงเฮพูดขึ้นขัดรุ่นพี่ที่ความจริงต้องเรียนชั้นอื่นแล้ว แต่ทำไมยังเรียนห้องเดียวกันกับเขาก็ไม่รู้

“พูดมาก ของนายก็แค่บีเหมือนกันนั่นแหละ ว่าแต่นายไม่ลองสลับคิบอมกับฮันคยองบ้างเหรอ” ฮีซอลเสนอทันที เพราะเขาก็เล็งคิบอมไว้เหมือนกัน คนอะไรน่ารักซะ

“ไม่ เรื่องอะไรล่ะ คิบอมฉลาดกว่าฮันคยองตั้งเยอะ เดี๋ยวเกิดทำอะไรไม่ถูกใจ ฉันขี้เกียจมาอธิบาย แถมพูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง อยู่เกาหลีมาตั้งนานแล้ว ป่านนี้ยังพูดไม่ค่อยชัดเลย” ดงเฮส่ายหน้าปฏิเสธทันที

“นี่ อย่ามาว่าคนรับใช้ของฉันนะ ถึงจะไม่ค่อยฉลาด แต่ก็ใช้ง่ายนะเฟ้ย” ฮีซอลยังไม่ยอมแพ้

“พวกนายพอเถอะน่า ดูสิ คิบอมกับฮันคยองยืนคอตกทั้งคู่แล้ว ไม่สงสารบ้างหรือไง” แจจุงพูดขัดขึ้นมาก่อนที่จะมีรายการเถียงกันยาวอีก

“นาย ก็พูดได้นี่ คนรับใช้นายมันก็เอสคลาสเหมือนกันนี่ ตอนนี้ห้องเรามีเอสคลาสตั้ง3คนแล้ว ทั้งชางมิน ยุนโฮ ยูชอน เฮ้อ อยากได้มั่งอ่ะ”

“หวังว่าพี่คงไม่อยากมาสลับกับผมหรอกนะ” ยูฮวานพูดขำๆ

“ไม่เอาหรอก ถึงชางมินจะหล่อ สเป็ค แต่หมอนั่นปากจัดจะตาย ฉันไม่ชอบคนรับใช้ฉลาดเกินไป ขี้เกียจโดนด่า” ฮีซอลรีบปฏิเสธพัลวัน

“ผม ก็ไม่อยากไปอยู่กับคุณหรอก คุณหนูฮีซอล ไม่ต้องมาทำเป็นปฏิเสธ” เสียงคนรับใช้ร่างสูงดังขึ้นข้างหลัง ฮีซอลหันไปค้อนให้หนึ่งที แต่ชางมินก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเขาโดนค้อนประจำอยู่แล้ว

“มากันแล้วเหรอ” แจจุงทัก

“ครับคุณหนู” ยุนโฮตอบคุณหนูแสนสวยของเขา

“ได้ข่าวเรื่องนักเรียนที่มาใหม่แล้วใช่ไหม” ยูฮวานหันมาถามชางมิน

“ครับ คุณหนู ผมเลยจะมาดูหน้าคนรับใช้คนใหม่สักหน่อย” ชางมินพูดพลางหันมายิ้มให้ยุนโฮ แบบรู้กันแค่สองคนว่าไอ้ที่มาดูหน้าเนี่ย มาดูทำไม

สักพักเสียงเจ้าแมงปอยักษ์ก็ดังขึ้น พร้อมด้วยแรงลมจากใบพัด ที่พร้อมจะพัดให้คนอยู่แถวนั้นปลิวไปตามกัน แต่บรรดาคุณหนูทั้งหลายก็ยังไม่ยอมแพ้ ยืนสู้ลมและฝุ่นที่ปลิวว่อนเต็มพื้นที่ คนรับใช้ของบรรดาคุณหนู จึงต้องสะบัดผ้าคลุมออกมาคลุมตัวคุณหนูเอาไว้เพื่อไม่ให้มีฝุ่นเข้ามาติด เสื้อผ้า เมื่อแรงลมสงบลง เสียงกรี๊ดก็ดังเพิ่มขึ้นมาแทน เมื่อคนรับใช้ของจุนซูก้าวเข้ามาในประตูโรงเรียนก่อน

จุนซูที่ยัง ยืนอยู่ด้านนอกยกมือขึ้นปิดหูทันที นี่มันเวทีคอนเสิร์ตหรือไงนะ กรี๊ดอะไรกันเนี่ย ยูชอนหันไปมองคุณหนูที่เอามือปิดหูเอาไว้ และยื่นมือไปด้านหน้า ให้จุนซูเกาะ จุนซูมองมือที่ยื่นมาและหันไปมองหน้ายูชอน

“เข้ามาสิครับคุณหนู ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ข้างๆคุณหนูเสมอ”

จุน ซูพยักหน้า และส่งมือไปให้มือแข็งแรงของยูชอนกุมเอาไว้ ก่อนเดินเข้าไปในประตูโรงเรียน ฝ่าบรรดาคุณหนูและคนรับใช้ที่มายืนออกันจนเต็มหน้าโรงเรียน

“ท่านยูชอน ท่านยูชอนจริงๆด้วย” เสียงคุณหนูคนนึงดังขึ้น

“ตัวเป็นๆเลย หล่อกว่าในนิตยสารตั้งเยอะ”

“โอ้ย ตื่นเต้น จะเป็นลม” คุณหนูอีกคนนึงทำท่าล้มตัวลง แต่คนรับใช้ก็มารับเอาไว้ได้ทัน

จุน ซูมองเหตุการณ์ตรงหน้างงๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมใครๆก็ต้องปลาบปลื้มขนาดนี้ พลางหันไปมองคนรับใช้ของตัวเอง ที่เดินจูงมือเขามาตลอดทาง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษนี่นา จุนซูคิด พลางมองไปรอบๆตัว ที่มีพวกคุณหนูและคนรับใช้นับร้อยคน และหันกลับมาดูยูชอนอีกครั้ง ท่าทางเดินที่แสนมั่นใจ ผมยาวประบ่าสะบัดปลายนิดๆอย่างน่าดู เท่าที่จำได้หน้าตาก็หล่อดีอยู่หรอก อย่างน้อยแถวๆนี่ก็ยังไม่มีใครสู้ได้สักคน เฮ้อ~ เพิ่งมาสังเกตว่ามีคนใช้หล่อ อย่างนี้เขาจะมีศัตรูมากกว่าเพื่อนไหมเนี่ย

ยุ นโฮกับชางมินหันมามองหน้ากัน พลางส่ายหน้าอย่างปลงๆ ดูมัน นี่มันรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป คนรับใช้ที่ไหนเขาจะเดินจูงมือคุณหนูขนาดนั้น สงสัยต้องเรียกไปตักเตือนซะบ้างแล้ว

“ไงพี่ ยืนอ้าปากค้างเลยนะ ตอนนี้ยังคิดว่าฮันคยองหล่อที่สุดอยู่หรือเปล่า” ดงเฮหันไปแซว

“หล่อ สิ ชิ ถอยไป ฉันเป็นหัวหน้าห้องต้องไปต้อนรับนักเรียนใหม่สักหน่อย” ว่าแล้วก็เดินตัวปลิวไปหาทั้งสองคนทันที ฮันคยองที่ยืนงงอยู่ รีบพุ่งตัวตามไปแทบไม่ทัน

“สวัสดี ฉันคิมฮีซอลเป็นหัวหน้าห้องของนาย” ฮีซอลเดินเข้าไปขวางด้านหน้าและแนะนำตัว

“สวัสดีครับ ผมคิมจุนซูครับ” จุนซูเดินขึ้นมาข้างหน้า โค้งให้ฮีซอลอย่างสุภาพ

“ฉัน มีหน้าที่มาแนะนำเรื่องต่างๆในโรงเรียนให้กับนาย แต่วันนี้นายเพิ่งมาถึง ไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันที่ห้องเรียน ที่นี่มีกฎอะไรยิบย่อยไปหมด นายต้องจำให้ดีล่ะ เพราะมันมีผลกับการเลื่อนขั้นของนาย นอกจากจะดูผลการเรียนแล้ว เรายังต้องดูความประพฤติของนายด้วยว่าเหมาะสมกับเป็นคุณหนูอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยหรือเปล่า” พอพูดจบฮีซอลก็หันหลังให้แต่ยังไม่ทันเดินจากไปเขาก็หันมาอีกครั้ง เหลือบดูมือของทั้งสองคนที่ยังกุมกันอยู่

“กฎข้อแรกของที่นี่ คนรับใช้และคุณหนูจะสนิทสนมกันมากเกินไปไม่ได้ ฉันว่าพวกนายเลิกจูงมือกันได้แล้ว มันผิดกฎ ครั้งนี้อนุโลมให้ก่อน”

แล้ว ก็หันหลังเดินจากไปทันที จุนซูได้ยินอย่างนั้นก็พยายามแกะมือออกจากมือของยูชอนแต่ไม่สำเร็จ ยูชอนยังคงจับมือจุนซูเอาไว้เหมือนเดิม ทำท่าเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ไม่สนใจกับคำตักเตือนของหัวหน้าห้องแต่อย่างใด ภาพการยื้อยุดไปมาของทั้งคู่ อยู่ในสายตาของคนๆนึงโดยตลอด สายตาที่จ้องมองมาที่จุนซู ไม่มีความเป็นมิตรให้เลยแม้แต่น้อย คนๆนั้นเก็บภาพนี้เอาไว้ในใจ และรอคอยว่าสักวันจะได้เอาของที่เป็นของตัวเองคืนกลับมา

%%%%

TBC

อ่านให้สนุกนะคะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

วะฮะฮ่าตอนที่ 2 ทาแร้ว

#1 By milkจัง (124.122.19.76) on 2010-03-14 13:14

ตอนที่ 2

ว้าวๆๆ ยูชอนเปนคู่หมั้นจุนซูหรอ ว้าวๆๆๆ

น่าสนุกๆๆมาต่อไวๆๆน่ะค่ะ

อยากได้คนรับใช้แบบนี้จัง เปนคุนชายแถมหล่ออีกต่างหาก 555555

#2 By (125.25.151.186) on 2010-03-14 13:46

ที่แท้มิคก็คือคู่หมั้นน้องจุนนั่นเอง
คนที่แอบมองน้องอยู่นี่น่าจะเป็นลูเซีย
แต่แอบงงนิดนึงที่ว่าน้องเป็นคู่หมั้นคนใหม่
แสดงว่ามิคเคยมีคู่หมั้นแล้ว คนนั้นลูเซียใช่มั้ย
สนุก เข้มข้น ขึ้นทุกที
มาต่อเร็วๆนะ

#3 By chebi (124.120.124.168) on 2010-03-16 10:16