[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 2
posted on 14 Mar 2010 03:34 by kameryuichi in Halloween
Part 2
ตลอดทางจุนซูก็เอาแต่ซุกหน้าเข้าหา อกแกร่งของยูชอน เหตุผลหลักๆก็คือ เขากลัวตกม้าเป็นที่สุด ไม่ได้พิศวาสคู่แค้นอะไรหรอก ส่วนยูชอนเองถึงจะชอบนิดหน่อยที่คนตัวเล็กไม่ออกฤทธิ์เหมือนทุกทีที่เจอกัน แต่แรงกอดบวกกับแรงกระแทกของม้าทำให้รอยช้ำแถวๆชายโครงเพิ่มความเจ็บมากขึ้น ยูชอนเหลือบตามองคนตัวเล็กที่หลับหูหลับตากอดซะแน่นอย่างปลงๆ เมื่อวานโดนเตะจนช้ำ วันนี้โดนกอดจนช้ำ เอาวะ เจ็บตัวนิดหน่อยเพื่อความปลอดภัย อาชาสีดำพาทั้งสองคนมาถึงยังจุดหมายที่ต้องการ แต่ก่อนที่จะถึงหน้าโรงเรียน คนตัวเล็กที่เพิ่งได้สติก็ส่งเสียงร้องขึ้นก่อน
“หยู้ดดดดดดด!!!” จุนซูตะโกนดังลั่น เล่นเอาทั้งคนทั้งม้าตกใจ เพราะจู่ๆก็มีเสียงแหลมดังขึ้น
“เฮ้ย~ เจ้าหนู เล่นอะไรบ้าๆ” ยูชอนบ่นหลังจากที่บังคับม้าให้กลับเข้าสู่สภาพปกติ
“แค่บอกให้หยุดบ้าตรงไหน” คนตัวเล็กเงยหน้าถาม แต่แขนยังกอดไว้แน่น
“ไม่ บ้าหรอก ถ้าไม่ตะโกนเสียงดังขนาดนี้ ดีนะที่ข้าจับบังเหียนไว้แน่น ไม่งั้นเราสองคนโดนเจ้าmidnightดีดลงไปนอนแอ้งแม้งทั้งคู่แล้ว ทีหลังอย่าตะโกนแบบนี้อีกเข้าใจไหม แล้วบอกให้หยุดทำไม”
“ส่งแค่นี้ก็พอแล้ว”
“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว จะมาหยุดตรงนี้ทำไมเล่า”
“บอกให้หยุดก็หยุดเถอะน่า” พูดจบคนตัวเล็กก็ละแขนออกจากเอวหนาที่ยึดมาตลอดทาง ลื่นตัวลงไปยืนที่พื้นเรียบร้อย
“จะไม่ขอบใจกันสักหน่อยหรือไง” ยูชอนมองหน้าคนตัวเล็กยิ้มๆ
“ขอบ ใจ แต่ทีหลังไม่ต้อง” จุนซูแลบลิ้นปลิ้นตาให้คนที่อยู่บนหลังม้า ก่อนที่เท้าเล็กๆจะซอยสุดชีวิตมุ่งไปที่หน้าประตูโรงเรียนที่กำลังจะปิดแหล่ ไม่แหล่
“หึ เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ทำอะไรของเขานะ ถ้าควบม้าไปป่านนี้ก็ถึงแล้วแท้ๆ”
ยู ชอนมองพฤติกรรมคนตัวเล็กงงๆ พอเห็นว่าร่างๆเล็กๆหายลับเข้าไปในโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ร่างโปร่งที่ดูเหมือนอารมณ์ดีมาตลอดเมื่อกี้ก็กลับมาตีหน้าเคร่ง กวาดตามองไปรอบๆบริเวณ เพื่อมองหาสิ่งผิดปกติ แต่ดูเหมือนว่าจะเลิกติดตามไปตั้งแต่รับคนตัวเล็กขึ้นมาแล้ว ตลอดทางที่เขาควบม้ามาจากปราสาท เขารู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังติดตามเขามาตลอด จากที่จะควบม้าไปในทิศทางที่ต้องการจะไปตอนแรก เขาตัดสินในเปลี่ยนเส้นทางทันที เพื่อจับสังเกต และก็คาดไม่ผิด คนๆนั้นก็ยังคงตามมาเหมือนเดิม ตอนแรกกะว่าจะหาที่โล่งๆ เรียกออกมาเจรจาสักหน่อยว่าตามมาทำไม แต่บังเอิญโชคร้ายเจอเจ้าตัวแสบวิ่งมาพอดี เพื่อความปลอดภัย เขาจึงออกปากอาสามาส่งถึงโรงเรียน ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกัน ทำไมถึงได้เลิกตาม หรือจะมีอะไรเกี่ยวกับเจ้าแสบนั่น ยูชอนชักม้ากลับไปที่ปราสาท เพราะตอนนี้ถึงจะไปจุดหมายที่ต้องการแต่แรกได้ ก็ไม่ทันเวลาซะแล้ว พระอาทิตย์ขึ้นมาสูงเกินไป ไม่สามารถทำพิธีได้อีกคงต้องรอวันเพ็ญหน้าแล้วสิ ร่างโปร่งได้แต่ถอนใจ
“อ้าว ท่านพี่ ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะ” ชางมินถาม
“บังเอิญมีเรื่องน่ะ เลยไม่ได้ไป” ยูชอนก้าวเข้ามานั่งพักที่โซฟาตัวยาว ในส่วนที่เป็นมุมพักผ่อนของปราสาท
“แล้วพี่เป็นยังไงบ้างล่ะ รู้สึกผิดปกติตรงไหนไหม เพ็ญที่แล้วพี่ก็ไม่ได้ทำพิธีเหมือนกันนะ” ชางมินหันกลับมามองพี่ชายสีหน้าวิตกกังวล
“ยัง ข้ายังไม่เป็นอะไร เจ้าอย่าเพิ่งโวยวายไปหน่อยเลยน่า” ยูชอนส่ายหน้าช้าๆ
“จะ ไม่ให้ข้าร้อนใจได้ยังไง ดูผิวพี่สิ ซีดลงเรื่อยๆ ถึงจะออกไปหาเลือดมาระงับอาการได้ แต่มันก็ไม่ค่อยจะมีประโยชน์ ถ้าพี่ไม่ไปทำพิธีทุกวันเพ็ญ ร่างกายพี่จะไม่ไหวเอานะ”
“ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะเบี้ยวสักหน่อย เพ็ญที่แล้วเกิดเรื่อง เพ็ญนี้ก็เกิดเรื่องเหมือนกัน จะให้ข้าทำยังไงเล่า”
“งั้น เพ็ญหน้าข้าจะไปกับพี่ด้วย ถ้าเกิดเรื่องข้าจะรับมือเอง เข้าใจไหม ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ยุนโฮ” ชางมินทำท่าจะลุกไปจากโซฟา แต่ยูชอนจับแขนเอาไว้ก่อน
“ไม่ต้องหรอก อย่าทำให้เขาเป็นห่วงเลย แค่เจ้าห่วงคนเดียวข้าก็แทบจะไม่ได้กระดิกตัวไปไหนอยู่แล้ว นี่ถ้าร่วมหมอนั่นด้วย ข้าคงได้แต่นอนเฝ้าปราสาทแน่ๆ”
“พี่ก็เป็น แบบนี้ทุกที ทำไมล่ะ การที่มีพวกข้าคอยเป็นห่วงมันทำให้พี่ลำบากใจมากงั้นเหรอ” ชางมินหันมามองพี่ชายด้วยสีหน้ามุ่ยๆ ตามประสาน้องคนเล็กเวลาโดนขัดใจ
“ข้าไม่ได้ลำบากใจหรอก แต่ข้าไม่อยากเป็นภาระน่ะ”
“ใครเขาเรียกว่าภาระล่ะ ท่านเป็นพี่ข้า เราเป็นญาติกัน ถ้าพวกข้าไม่ดูแลพี่แล้วจะให้ไปดูแลใคร”
“ชางมินพูดถูก เจ้ามันก็ดื้ออย่างนี้ประจำ” ยุนโฮที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องพักผ่อนพูดขึ้น
“เฮ้อ~ เอาแล้วไง”
“ทำไมเจ้าถึงไปไม่ทัน” ยุนโฮถามขณะเดินมานั่งข้างๆลูกพี่ลูกน้อง ที่นับวันจะยิ่งดูซีดเซียวมากขึ้น
“มีเรื่องนิดหน่อย”
“เรื่องอะไร”
“ข้า ไม่อยากจะบอกเลย แต่เอาเถอะ ถ้าไม่บอกเจ้าก็คาดคั้นข้าอยู่ดี เล่าซะจะได้จบๆ คืองี้ข้ารู้สึกว่ามีคนติดตามตั้งแต่ออกจากปราสาท เลยต้องเปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน แต่มันก็ยังตามมาอยู่ ตอนแรกว่าจะฉะกับมันสักหน่อย บังเอิญเจอเจ้าตัวเล็ก เลยต้องจับหมอนั่นไปส่งเข้าโรงเรียน เพื่อความปลอดภัย แต่แปลกนะ ข้าคิดว่ามันจะตามมาจนถึงโรงเรียนซะอีก แต่มันกลับผละออกไปหลังจากที่ข้ารับเจ้าตัวเล็กขึ้นมา”
“อืม มันก็น่าแปลก ตามธรรมดาถ้าพวกนั้นส่งคนมาประกบเจ้า ไม่น่าจะปล่อยให้ผ่านไปอย่างนี้ คงต้องมีเบื้องหลังอะไรแน่” ยุนโฮวิเคราะห์
“ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กนั่นหรือเปล่า แต่ยังไงก็ดูๆหน่อยแล้วกัน” ยูชอนตบบ่ายุนโฮ
“ได้ สิ ข้าจัดการให้เอง มันหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว ว่าแต่เจ้าเถอะ ข้าว่าน่าจะขึ้นไปพักสักหน่อย นอนเอาแรงไว้กว่าจะถึงตอนกลางคืน เดี๋ยวแย่กันพอดี” ยูชอนพยักหน้า ร่างโปร่งยันตัวลุกขึ้น แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ล้มลงดีแต่ว่ายุนโฮที่อยู่ใกล้ๆรับเอาไว้ได้ทัน
“ยูชอนๆๆ” ยุนโฮเขย่าตัวลูกพี่ลูกน้อง แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมา
“แย่แล้วพี่ รีบพาพี่ยูชอนขึ้นไปข้างบนเถอะ ข้าจะไปเตรียมของ” ชางมินวิ่งหน้าเริดไปยังห้องยาของเขาทันที
หลัง จากที่ยุนโฮพายูชอนขึ้นมาถึงห้องพัก ชางมินก็รีบวิ่งตามมาพร้อมทั้งเครื่องมือและยาสารพัดชนิดที่จำเป็นสำหรับ รักษาอาการของยูชอนอย่างเร่งด่วน
“เป็นไงบ้างชางมิน” ยุนโฮถาม หลังจากที่ชางมินละมือออกจากอุปกรณ์
“ข้าถ่ายเลือดพิษออกไปบ้างแล้วล่ะพี่ แต่ถ้าพี่เขายังไม่ได้ทำพิธีอีกเพ็ญหน้า ข้าว่าต้องแย่แน่ๆ” ชางมินมองพี่ชายอย่างเป็นห่วง
“นั่นสิ บอกให้เอาคนของเราไปด้วยก็ไม่เชื่อ ข้าจะตามไปเองก็ไม่ยอม” ยุนโฮได้แต่ส่ายหน้า
“แต่ คราวหน้าข้าจะไปด้วยพี่ ข้าไม่ยอมให้พี่ยูชอนเขารั้นไปคนเดียวอีกแล้ว เลือดพิษมันชักจะเยอะมากขึ้นทุกที ข้าเกรงว่าร่างกายของพี่ยูชอนจะรับไม่ไหว”
“นั่นสิ เจ้าไม่มีทางรักษาหรือระงับอาการทางอื่นเลยเหรอ อย่างน้อยก็ช่วยชะลออาการให้ช้าลงหน่อย” ชางมินส่ายหน้า
“ธาตุ ลมของข้าถึงจะมีคุณสมบัติเอาไว้รักษา แต่อาการของพี่ยูชอนไม่ใช่อาการของคนทั่วไปนี่พี่ก็รู้ มันเป็นอาการเฉพาะสำหรับแวมไพร์ที่มีธาตุสายฟ้า ถึงแม้ธาตุสายฟ้าจะให้พลังแข็งแกร่งที่สุด และร้อยปีถึงจะมีผู้ใช้ธาตุนี้ได้สักครั้ง แต่มันก็มีผลเสียเพราะสายฟ้าจะทำให้เลือดของผู้ใช้ธาตุนี้เป็นพิษ ถ้าไม่ได้ทำพิธีล้างพิษทุกเช้ามืดของวันเพ็ญจะก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ แวมไพร์ในอดีตที่มีเลือดธาตุสายฟ้าส่วนใหญ่ก็สิ้นอายุขัยตั้งแต่ยังหนุ่ม ข้าไม่อยากถ่ายเลือดพิษออกด้วยวิธีทางการแพทย์ เพราะมันทำให้เสียเลือด ไม่ได้ล้างเลือดเหมือนทำพิธีกับดวงจันทร์ เฮ้อ~ข้าเองก็จนปัญญา “ ชางมินได้แต่ถอนใจ
“ทุกวันนี้เขาก็ออกไปหาเลือดสดๆทุกวันเลยนี่ ทำไมถึงยังซีดเซียวอยู่อีก”
“เลือดพวกนั้นก็แค่ระงับอาการเลือดพิษกำเริบเท่านั้นล่ะพี่” ชางมินส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ใช่เลือดเทียมล่ะ ข้าสงสัยมานานแล้วเลือดเทียมมันก็มีคุณสมบัติคล้ายเลือดสดๆอยู่นะ”
“เลือด เทียมมันช่วยอะไรไม่ได้น่ะสิ ต้องเลือดสดๆเท่านั้นถึงจะช่วยล้างเลือดพิษในตัวออกไปได้บ้าง คนส่วนใหญ่คงคิดว่าราชาแวมไพร์เป็นพวกหื่นชอบเจาะคอสาวๆ แต่ความจริงเขาจำเป็นต้องกินเลือดสดๆ เพราะเลือดเทียมไม่สามารถล้างพิษในตัวได้ต่างหาก”
“ข้าเพิ่งรู้นะ เนี่ย ก็ยูชอนมันชอบพูดเล่น ข้าเองยังนึกว่ามันชอบเจาะคอสาวๆซะอีก ปีนี้เขาก็อายุ25แล้ว ถ้าหากยังแก้คำสาปธาตุสายฟ้าไม่ได้ ต้องตายแน่ๆเลย เราจะทำยังไงกันดีล่ะ”
“มีแค่วิธีเดียวเท่านั้นแหละพี่ ข้าว่าพี่ยูชอนคงจะพอมีโชคอยู่บ้าง เพราะคนที่จะแก้คำสาปเลือดพิษได้เขาก็เกิดมาตรงกันแล้ว เสียอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเขาจะยอมให้หรือเปล่าเท่านั้นแหละ”
“นั่นสิ ข้าเองก็กลัวเหมือนกัน ในเมื่อสองคนนี้ไม่เคยญาติดีกันเลยสักครั้ง แต่ยังไงเราต้องปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอย่าให้พวกหมาป่ามันรู้ก็แล้วกัน ไม่งั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ”
ยุนโฮและชางมินได้แต่มองร่างที่นอนไร้ สติอย่างเป็นห่วง นับวันยูชอนก็ยิ่งซีดเซียวเพราะผลจากคำสาปธาตุสายฟ้า ธาตุที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ไม่มีใครรู้ว่า ความแข็งแกร่งที่ได้มา มันมาพร้อมกับคำสาป ถึงจะไม่มีธาตุไหนสู้ได้ แต่ก็ไม่เคยมีใครมีชีวิตอยู่ได้นาน เพราะวิธีแก้คำสาปมีเพียง ต้องดื่มเลือดจากคอของผู้ที่เกิดในคืนวันศุกร์ตรงกับวันฮัลโลวีนที่มีพระ จันทร์เต็มดวงสีเลือด ซึ่ง500ปีถึงจะมีเกิดคนนึง และกว่าจะวนมาตรงกับคนที่มีธาตุสาฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ครั้งนี้ คนที่เกิดวันนี้ก็ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ในยุคเดียวกับคนที่โดนคำสาปธาตุสายฟ้า ติดตรงที่ว่า เจ้าของเลือดที่จะล้างคำสาปได้ชื่อ คิมจุนซูเท่านั้น
“จุนซูๆๆ” เสียงเรียกจากเพื่อนสนิทดังมาแต่ไกล
“อะไรเล่าฮยอกแจ” คนตัวเล็กหันกลับมาถาม
“เจ้าไม่รอรถม้าที่บ้านมารับหรือไง” ฮยอกแจเพื่อชาวหมาป่าวิ่งเข้ามาใกล้
“ไม่หรอก เมื่อเช้ารถม้าไม่ได้มาส่ง เลยไม่ได้สั่งเอาไว้ ข้าไปก่อนนะ” จุนซูตั้งท่าจะออกวิ่ง แต่ฮยอกแจก็รั้งแขนเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยว เมื่อเช้ามายังไงถ้าไม่ได้มารถม้า”
“ก็ขี่ม้าเอ๊ย .. วิ่งมาน่ะสิถามได้” คนตัวเล็กแถไปข้างๆคูๆ
“ข้าได้ยินไม่ต้องมาเฉไฉ อย่างเจ้าเนี่ยนะขี่ม้า บอกมาใครมาส่ง”
“จะ มีใครมาส่งข้า นอกจากพี่แจจุง ถามมากเรื่องน่า ข้าไปล่ะ” จุนซูรีบวิ่งออกจากห้องเรียนไปทันที ไม่รอให้เพื่อนหมาป่าลากตัวกลับมาตั้งเกม20คำถามได้อีก
“ฮึ่ย~ เกือบสร้างเรื่องให้ข้าแล้วไหมล่ะ ปาร์คยูชอน ถ้ายัยพวกเมดูซ่า รู้ว่าเจ้ามาส่งข้า ต้องตามจองล้างจองผลาญข้าแน่” คนตัวเล็กได้แต่ยืนฮึดฮัดอยู่หน้าโรงเรียน ก่อนจะก้าวเท้าไปตามทางเดินเพื่อกลับปราสาท
จุนซูเดินมาเรื่อยๆ จนถึงป่าโปร่งระหว่างทางกลับบ้าน คนตัวเล็กก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกไปเอง ตอนนี้คงมีคนประมาณ3-4คนกำลังตามเขามาอยู่ห่างๆ พวกไหนกันนะ คนตัวเล็กหยุดเดิน เพื่อทดสอบให้แน่ใจว่าไม่ใช่เพื่อนนักเรียนที่เดินกลับทางเดียวกัน พอเขาหยุดเดิน คนพวกนั้นก็หยุดด้วย
“หึ อย่างนี้ก็ชัดเลย”
คน ตัวเล็กพูดกับตัวเองเบาๆ สมองน้อยๆกำลังคิดวิธีล่อพวกนั้นออกมา สักพักจุนซูก็เดินไปข้างหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอถึงทางเลี้ยว คนตัวเล็กก็รีบวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆทันที ทำให้คนที่ตามมารีบวิ่งออกมาดู เพราะตอนนี้เป้าหมายที่พวกเขากำลังตามอยู่หายไปจากสายตา คนกลุ่มนั้นรีบวิ่งมาที่พุ่มไม้ที่จุนซูหายเข้าไป แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
“วุ้ย หายไปไหนวะ เร็วไปบ้า” ชินดงสบถเสียงดัง
“อย่า มัวแต่พูดอยู่เลยน่า รีบๆแยกย้ายกันไปหา” เยซองตะโกนบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไป ทุกคนพยักหน้า ต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทางสองทาง เพื่อตามหาแวมไพร์ตัวเล็กที่พวกเขาได้รับคำสั่งมาให้คอยติดตามดูทุกฝีก้าว
“หายไปไหนวะ” ชินดงที่แยกออกมาทางซ้าย กวาดสายตาไปรอบๆ ปากก็บ่นพึมพำ
“หาอะไรอยู่เหรอ” เสียงแหบเล็กดังขึ้นข้างหลัง
“ก็หาคิมจุนซูน่ะสิ ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน” ชินดงตอบ
“อยู่ข้างหลังเจ้านี่ไงเจ้าอ้วน”
ชิน ดงหันหลังกลับมาด้วยความตกใจ จะหลบตอนนี้ก็ไม่ทันซะแล้ว เพราะในมือของคนตัวเล็กตอนนี้มีลูกไฟขนาดย่อมกำลังลุกโชนอยู่ จุนซูซัดลูกไฟเข้าใส่ชินดงทันที แรงปะทะระยะประชิดทำให้ร่างใหญ่ของชินดงกระเด็นไปไกลหลายฟุต บนเสื้อปรากฏรอยไหม้เป็นวง
~ อ๊ากก~
ชินดงส่งเสียงร้องดัง ลั่น ทำให้อีก3คนที่เหลือรีบวิ่งกลับมาตามเสียงร้อง เห็นอย่างนั้นจุนซูจึงกลางมือออกทั้งสองข้าง เรียกลูกไฟขนาดย่อมออกมาอีกสองลูก วาดมือเป็นวงกลม ส่งลูกไฟวิ่งไปข้างหน้าพุ่งเข้าหาชินดงด้วยความเร็ว ชินดงที่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บทำอะไรไม่ได้นอกจากยกมือขึ้นมากั้นลูกไฟเพราะ คิดว่าจุนซูจะใช้ลูกไฟทำร้ายตัวเอง แต่ผิดคาด ลูกไฟทั้งสองลูกวิ่งไปบรรจบกันเป็นวงกลมล้อมตัวชินดงเอาไว้ ชินดงจึงตกเป็นตัวประกันของจุนซูอย่างช่วยไม่ได้
พรรคพวกอีก3คนของ ชินดงวิ่งมาถึงก็เห็นชินดงอยู่ท่ามกลางเปลวไฟของจุนซู รยอวุคพยายามใช้กำแพงน้ำดับไฟของจุนซูแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะว่าคนตัวเล็กส่งลูกไฟลูกใหญ่กว่าลูกแรกหลายเท่าสกัดกำแพงน้ำละเหยกลาย เป็นไอไปซะก่อน
“พวกเจ้าเป็นใคร” จุนซูถาม
“จะเป็นใครก็ไม่ใช่เรื่องของเจ้า ปล่อยเพื่อนเราเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะสูบเจ้าลงดินไปซะ” เยซองตอบกับ
“หึๆๆ เจ้าแน่ใจแล้วเหรอ กว่าเจ้าจะทำให้ดินแยกได้ ก็โดนข้าเผาเป็นตอตะโกไปแล้ว ธาตุดินจะมาสู้ธาตุไฟได้ยังไง” จุนซูหัวเราะ
“บอกข้ามาดีกว่า พวกเจ้าต้องการอะไร” จุนซูตะโกนถามอีกครั้ง
“เจ้าหมายความว่ายังไง เราแค่เดินผ่านมาเฉยๆ” เยซองตอบกลับ
“เดิน ผ่านเหรอ นี่มันทางไปปราสาทข้า ข้าจำได้ว่าไม่มีเพื่อนบ้านเลยสักคน เจ้าจะไปทำอะไรที่ปราสาทข้า” เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากฝ่ายตรงข้าม
“หึ ไม่ตอบใช่ไหม ได้ งั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายแล้วกัน” จุนซูค่อยๆวาดมือเป็นวงกลมอีกครั้ง ทำให้ไฟที่ล้อมกรอบชินดงอยู่ค่อยๆหดเข้ามา เสียงชินดงร้องลั่นเพราะไฟของจุนซูร้อนแรงกว่าไฟของปีศาจธาตุไฟทั่วไป เพราะเขาเป็นปีศาจธาตุไฟที่เกิดในคืนพระจันทร์สีเลือด
“ไง ทีนี้จะบอกข้าได้หรือยัง” จุนซูเชิดหน้าถามอย่างกวนๆ
“ก็ได้ ปล่อยเพื่อนข้าก่อนสิ” เยซองพยายามถ่วงเวลา เพราะตอนนี้ดงเฮค่อยๆอ้อมไปข้างหลังคนตัวเล็กแล้วโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว
“เรื่อง อะไร ข้าเป็นต่ออยู่ ทำไมข้าจะต้องเชื่อเจ้า” ดงเฮที่แอบย่องเข้ามาข้างหลัง กระโดดล็อคคอจุนซูเอาไว้ แต่จุนซูรู้สึกตัวซะก่อน เบี่ยงตัวหลบได้ทัน ทำให้ดงเฮหล่นลงไปกระแทกพื้น จุนซูใช้เท้าเหยียบไปที่หลังดงเฮข้างนึง ในมือก็เสกลูกไฟขึ้นมาอีกลูก ก่อนจะหันไปมองหน้าเยซอง
“ไง ทีนี้ข้ามีตัวประกัน2คนแล้ว เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง” แต่ไม่ทันที่เยซองจะได้ตอบอะไร ก็มีเสียงตบมือขึ้นดังข้างหลังต้นไม้ต้นใหญ่
“เก่ง สมคำล่ำลือจริงๆนะคุณหนูเล็ก” ชีวอนออกมาจากที่ซ่อน หลังจากที่เขาเฝ้ามองการต่อสู้ระหว่างลูกน้องกับคุณหนูเล็กตระกูลคิม เพื่อประเมินฝีมือ เจ้าหนูนี่ไม่ใช่ย่อยๆ
“ชเวชีวอน ข้าน่าจะรู้นะ นอกจากเจ้าคงจะเป็นใครไปไม่ได้”
“ขอบคุณ ที่คุณหนูอุตส่าห์จำชื่อข้าได้” ชีวอนโค้งอย่าล้อเลียนให้หนึ่งที
“อย่าง นี้ข้าคงไม่ตอบถามแล้วล่ะ ว่าพวกนี้ต้องการอะไร ข้าขอเตือนไว้ก่อน อย่ามายุ่งกับพี่ชายข้า ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” จุนซูเพิ่มขนาดลูกไฟในมือให้ใหญ่ขึ้นอีก2เท่า
“โอ้คุณหนูเล็กอย่า เพิ่งเข้าใจผิด ข้าไม่ได้มาด้วยเรื่องนั้น พวกเราเลิกสนใจพี่ชายท่านแล้ว ท่านไม่ต้องกลัวเรื่องนี้แล้วล่ะ เอาเป็นว่า เรามาทำสัญญาสงบศึกกันดีไหม” ชีวอนเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก แต่จุนซูกลับสะบัดมือปล่อยลูกไฟพุ่งเข้าใส่ชีวอนอย่างจัง แต่ชีวอนไม่เป็นอะไรเพราะมีแผ่นไม้ขึ้นมากั้นเอาไว้ก่อนที่ลูกไฟของจุนซูจะ เข้าไปถึงตัวชีวอน
“คุณหนู ข้าว่าเราเลิกใช้กำลังแล้วมาคุยกันดีๆดีกว่า ก่อนอื่นปล่อยคนของข้าก่อนได้ไหม เจ้าหมูอ้วนนั่นกำลังจะเป็นหมูย่างอยู่แล้ว อีกอย่างดงเฮเองก็คงไม่ชอบอยู่ใต้เท้าใครนานๆด้วย ถ้าคุณหนูปล่อยพวกเขาไป ข้าสัญญาว่าจะไม่มาตามรังควาญพี่ชายของท่านอีก”
“ทำไมข้าต้องปล่อยพวกนี้ด้วย อีกอย่างพวกหมาป่าอย่างเจ้าไว้ใจไม่ได้”
“ถ้า ไม่ไว้ใจข้า ขอให้เห็นแก่ฮยอกแจเพื่อนของท่านได้ไหมล่ะคุณหนู” ชีวอนยกฮยอกแจขึ้นมาอ้าง จุนซูชะงักไปนิดนึง เพราะคนพวกนี้ก็เหมือนเป็นพี่น้องของฮยอกแจ ถ้าเพื่อนที่แสนดีของเขารู้คงจะเสียใจที่เขาทำร้ายพี่น้องของเขา
“ก็ได้ เห็นแก่ ฮยอกแจ” จุนซูยกเท้าออกจากตัวดงเฮ และหันไปดับไฟรอบๆตัวชินดงออก ทั้งสองคนรีบลนลานไปหลบอยู่ข้างหลังชีวอน
“พวกเจ้ายังไม่รีบของโทษคุณหนูอีก” ชีวอนตะวาดเสียงดัง ทั้งสี่คนมองหน้ากันงงๆ แต่ก็ยอมทำตามโดยดี
“คุณหนูคงไม่ถือสาหาความคนของข้าหรอกใช่ไหม” ชีวอนหันกลับมาถาม
“ครั้งนี้ข้าจะยกโทษให้ หวังว่าเจ้าจะรักษาสัญญา ที่จะไม่ไปตอแยพี่ชายข้า”
“ได้ ท่านเชื่อใจข้าได้เลย” ชีวอนยิ้มกว้างขวาง
“งั้น ก็ถอยไป ข้าจะกลับบ้าน” ทั้งหมดเปิดทางให้จุนซูเดินกลับไปยังปราสาท ทันทีที่ร่างเล็กๆของจุนซูเดินลับตาไป รอยยิ้มบนหน้าชีวอนก็จางหายไป เหลือแต่เสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์
“หึ ข้ารักษาสัญญาแน่ ข้าไม่ตามพี่เจ้า แต่ข้าจะตามเจ้าต่างหาก คิมจุนซู” ชีวอนมองตามไปอย่างมาดหมาย
“ท่านชีวอน พวกข้าขอโทษที่ทำให้ท่านผิดหวัง” เยซองเดินเข้ามาขอโทษคนเป็นนาย
“ไม่ เป็นไรหรอก ข้าก็ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะชนะคิมจุนซูได้หรอก ข้าแค่อยากรู้ฝีมือของเจ้าหนูนั่น เก่งเหมือนกัน งานนี้คงยากจริงๆซะด้วย พวกเจ้ารีบกลับไปทำแผล พักผ่อนกันเถอะ ข้ามีเรื่องต้องไปทำต่อ”
“ครับ” เยซองโค้งให้ ก่อนจะพาคนที่ได้รับบาดเจ็บกลับไปที่ปราสาทหมาป่า ส่วนชีวอนแยกไปอีกทางเพื่อนทำงานที่ค้างไว้ให้สำเร็จก่อนกลับปราสาท
ร่าง โปร่งค่อยๆลืมตาขึ้น กวาดไปมองไปรอบห้องก็พบว่าเขากลับมาอยู่ในห้องตัวเองแล้ว ยูชอนหันไปมองทางด้ายซ้ายมือของตัวเอง และก็จริงดังคาด ที่ปลายแขนของเขามีเครื่องมือหน้าตาคุ้นๆที่เคยเห็นเป็นประจำเวลาอาการ กำเริบ นี่เขาล้มอีกแล้วเหรอเนี่ย ยูชอนยกมือข้างที่ไม่มีเครื่องมือติดอยู่ขึ้นตบหน้าผากเบาๆ
“ฟื้น แล้วเหรอท่านพี่” ชางมินยกถ้วยยาขนาดยักษ์ติดมือเข้ามาด้วย ยูชอนเห็นก็เบ้หน้าเหมือนเด็กๆ เพราะปีศาจอย่างปาร์คยูชอนเกลียดยาที่สุดในโลก เป็นเวรเป็นกรรมอะไรก็ไม่รู้ ที่เขามักจะต้องกินยาถ้วยยักษ์อย่างนี้เป็นประจำ
“ไม่ต้องทำหน้า อย่างนั้นหรอกพี่ ถึงจะเกลียดมันยังไงพี่ก็ต้องกิน” ชางมินพยุงตัวคนตัวโตที่ชอบทำตัวเป็นเด็กขึ้นมา ก่อนที่จะยกถ้วยยาจ่อที่ปากอิ่มไว้ด้วย
“เปลี่ยนเป็นเลือดสาวๆได้ไหมอ่ะ” ยูชอนต่อรอง
“ไม่ ได้ ถ้าพี่ไปกินนี่เข้าไป วันนี้พี่ก็ไปเจาะคอสาวที่ไหนไม่ได้หรอก เพราะคราวนี้ผมเอาเลือดบ้าของพี่ออกไปจากตัวเยอะกว่าคราวที่แล้ว” ชางมินขู่
“เฮ้อ~ ใครว่าเป็นราชาสั่งได้ทุกอย่าง แค่สั่งว่าไม่เอา ไม่กินยายังทำไม่ได้เล้ย” ยูชอนบ่นแต่ก็ยอมกินโดยที
“เอาน่า กินๆเข้าไปเถอะ ก่อนที่จะไม่ได้เจอหน้าสุดที่รัก”
~แค่กๆๆ~
“โอ้ๆๆ ไม่ต้องรีบขนาดนั้น คุณหนูคิมคนเล็กยังรออยู่น่า ยังไงคืนนี้ถ้าพี่กินยาหมด พี่ก็มีแรงไปดักรอเขาอยู่แล้ว” ชางมินยังไม่วายแซวต่อ
“ใครจะไปดักเจ้าเด็กบ้านั่น” ยูชอนฮึดฮัด
“โอ เคๆๆ ไม่รอก็ไม่รอ หวังว่าวันนี้คงจะไม่โดนเตะอีกนะ” พูดจบชางมินก็เผ่นออกไปนอกห้องทันที ปล่อยให้ยูชอนนอนฮึดฮัดอยู่คนเดียว กำลังจะเอื้อมมือไปกระชากสายระโยงระยางที่เกะกะลูกตาออก
“อ๊ะๆ ไม่ต้องกระชากสายนะท่านพี่ อีกเดี๋ยวข้าก็จะมาถอดให้ อย่าทำรุนแรงเดี๋ยวไม่มีแรงไปหาคุณหนูคิม” ชางมินยื่นหน้าเข้ามาตะโกนบอกพี่ชาย แต่ก็ต้องรีบหลบเพราะคนโทน้ำที่วางอยู่ข้างๆเตียงคนไข้ลอยละลิ่วมาทางเขาพอ ดี
“เกลียดจริงๆพวกรู้ทัน ชิ~”
หลังจากนั้นไม่นานชา งมินก็ค่อยๆย่องกลับมาถอดสายถ่ายเลือดออกให้ ร่างโปร่งค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมานั่ง ยังรู้สึกว่ามึนๆอยู่หน่อยๆ คงจะเป็นเพราะเสียเลือดไปมาก สาธุ วันนี้ขอเลือดหวานๆหน่อยเถอะ จะได้มีแรงไปตอแยกับคนน่ารักสักหน่อย
“ข้าไปได้ยังล่ะ” ยูชอนหันมาถามชางมิน
“ได้สิ ถ้าพี่เดินไหวนะ”
“แค่นี้สบายมาก” ยูชอนลุกขึ้นยืน เต็มความสูง แต่สักพักก็ต้องลงไปนั่งใหม่
“อะไรเนี่ย ทุกทีกินยาเข้าไปก็เดินได้ปร๋อเลยนี่ ทำไมวันนี้มันยังมึนๆล่ะ”
“ก็ เพราะนี่มัน2เดือนเข้าไปแล้วที่พี่ไม่ได้ไปทำพิธีน่ะ นั่งพักไปก่อน สักครึ่งชั่วโมงพี่ค่อยออกไป ยังทันหรอกน่า ข้าว่าตอนนี้คุณหนูคิมคนเล็กคงยังไม่เข้าบ้านง่ายๆหรอก”
“เจ้านี่พูดไม่รู้เรื่อง ข้าไม่ได้ไปหาคิมจุนซู ข้าจะไปหาเลือดหวานๆต่างหากล่ะ วันนี้เสียเลือดไปเยอะ ต้องไปเอาคืนสักหน่อย”
“ไปขอคิมจุนซูเลยดีกว่าไหม ทีเดียวหายเลย ไม่ต้องไปเที่ยวเจาะคอสาวๆน่ะ”
“ถ้าเขาให้ก็ดีน่ะสิ” ยูชอนพึมพำเบาๆ
“พี่เคยขอหรือยังล่ะ” ชางมินถาม
“ไม่ เคย เฮ้ย~ อย่าพูดมากนะ จะไปไหนก็ไปไป๊” ยูชอนรีบไล่น้องออกไปทันที ก่อนที่ร่างโปร่งจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้น เอาวะ ยังไงวันนี้ขอไปเจาะเลือดสาวๆก่อน มีแรงแล้วค่อยว่ากันคิมจุนซู
จุน ซูนำลูกน้องในปราสาทออกมาตรวจเวรยามตอนกลางคืนเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ค่อนข้างแปลก ทุกทีเขาจะต้องเจอปาร์คยูชอนมาเจาะคอสาวๆอยู่แล้วนี่นา แต่ป่านนี้แล้วทำไมไม่เห็นเงาของยูชอนเลยล่ะ
“คุณหนูครับ มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอก พวกเจ้ากลับไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวข้าตามไป”
“ครับ”
กลุ่ม ชายฉกรรจ์แยกย้ายกับไปประจำตามจุดต่างๆรอบบริเวณปราสาท ส่วนคนตัวเล็กก็เดินย้อนกลับไปทางเดิม เพื่อกลับไปที่ทางแยก ก่อนจะเลี้ยวไปทางขวา ซึ่งเป็นทางไปปราสาทของราชาแวมไพร์ แต่ยังไปได้ไม่ถึงไหน เขาก็เห็นกับภาพที่คุ้นตา ร่างสูงโปร่งของราชาแวมไพร์กำลังค่อยๆบรรจงฝังเขี้ยวไปที่คอของสาวน้อยผู้ โชคร้าย ไม่สิ ~ อย่างยัยนั่นหล่อนคงคิดว่าโชคดีแน่ๆ พรุ่งนี้จะได้เอารอยเขี้ยวไปอวดคนอื่น ชิ ~ อยู่ดีๆคนตัวเล็กก็เกิดอาการหมั่นไส้แวมไพร์เจ้าสเน่ห์ขึ้นมาอย่างไม่มี เหตุผล ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับไปทางเดิม แต่กอ่นที่เขาจะก้าวออกไปจากตรงนั้น เขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ
“อ๊า~ ท่านยูชอนเจ้าคะ ท่านยูชอน”
คน ตัวเล็กหันกลับไปมองภาพนั้นอีกครั้ง ก็เห็นว่าแวมไพร์สุดหล่อค่อยๆถอนเขี้ยวและริมฝีปากอิ่มที่เปื้อนเลือด จากคอของหญิงสาว แล้วเปลี่ยนเป็นบรรจงจูบซับรอยเลือด ลากลิ้นสากไล้ไปตามรอยเลือดที่ไหลลงมาตามคอของหญิงสาวร่างบางแทน
จาก ที่หมั่นไส้ธรรมดา ตอนนี้คิมจุนซูรู้สึกเดือดปุดๆกับภาพที่เห็น ก็รู้หรอกนะว่าหมอนี่มันหื่น แต่ไม่คิดว่าจะมาทำกันในที่โล่งขนาดนี้ ลูกไฟขนาดย่อมๆถูกก่อขึ้นในมือเล็กๆของเขา ก่อนที่จะปาออกไปที่เป้าหมายอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เป็นผลให้ร่างโปร่งที่กำลังเพลิดเพลินกับเลือดรสหวานของหญิงสาวตรงหน้ารีบ รวบตัวหญิงสาวพลิกตัวหลบลูกไฟปริศนาทันที จากที่มันน่าจะเผาเป้าหมายกลายเป็นเผาต้นไม้ใหญ่วอดวายไปแทน ยูชอนหันกลับมาก็เจอกับมือวางเพลิงตัวฉกาจ ที่กำลังเดินกระแทกเท้าปังๆกลับไปอีกทาง ยูชอนรีบวิ่งตามคนตัวเล็กไปทันที ปล่อยให้หญิงสาวยืนฝันค้างอยู่ตรงนั้น
“จุนซูๆๆ” ร่างโปร่งวิ่งไปดักหน้าคนตัวเล็กไว้
“มาขวางทำไม” คนตัวเล็กเงยหน้ามองคนหล่อตาขวาง
“ข้าต่างหากต้องถามเจ้า ทำแบบนี้ทำไม”
“ใครทำอะไร”
“ก็เผาต้นไม้เป็นเถ้าไปเมื่อกี้นี้ไง”
“ข้าไม่ได้ทำ” คนตัวเล็กปฏิเสธ
“อืม~ ถ้าเจ้าไม่ได้ทำใครจะทำล่ะ ข้าไม่ใช่ธาตุไฟเผาต้นไม้ไม่ได้ หญิงสาวคนนั้นเป็นมนุษย์ก็ทำไม่ได้ แล้วใครจะทำน้า~” ยูชอนเดินรุกไล่คนตัวเล็กมาข้างหน้า จุนซูก้าวถอยอย่างรวดเร็ว ทำให้เสียหลัก ยูชอนคว้าคนตัวเล็กรั้งเข้ามาชิด ก้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา
“หึงข้าก็บอกมาเถอะ”
“ใครจะไปหึงเจ้า” จุนซุกัดฟันกรอดๆ
“อ้าว~ ไม่หึงไปเผาต้นไม้ทำไมล่ะ เดี๋ยวโลกร้อนนะ เจ้าไม่กลัวเหรอ”
“ไม่เกี่ยวกับข้านี่”
“เกี่ยวสิ ถ้าตอนนี้เจ้าเผาต้นไม้ไปหมดแล้ว ลูกๆของเราที่เกิดขึ้นมาทีหลังก็แย่น่ะสิ”
“จะบ้าหรือไง ข้าเป็นผู้ชายจะท้องได้ยังไง “
“แต่ข้าทำเจ้าท้องได้นะ ลองไหมล่ะ” ยูชอนบรรจงทาบริมฝีปากร้อนลงไปที่ซอกคอของคนตัวเล็ก เล่นเอาเด็กน้อยอย่างจุนซูทำอะไรไม่ถูก
“คะ คะ ใครจะไปยอม ปล่อยข้านะ” จุนซูเริ่มดิ้น แต่ก็ไม่พ้น เพราะวงแขนแข็งแรงกระชับแน่นเข้ามาอีก แถมริมฝีปากร้อนๆก็ยังไล้ไปทั่ว จนจุนซูรู้สึกขนลุกเกรียว ไม่นาน ยูชอนก็ละริมฝีปากออกอย่างเสียดายเมื่อนึกถึงความถูกต้อง
“อีกตั้งหลายเดือนกว่าข้าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ อย่ายั่วข้านักจะได้ไหม ข้าไม่อยากทำผิดกฎเอง”
“คอยดู ข้าจะไปฟ้องพี่ ให้มาเอาเรื่องท่าน”
“เอาเรื่องเหรอ เอาเรื่องอะไรล่ะ”
“ก็ท่านลวนลามข้า” คนตัวเล็กเถียง
“เจ้ามีหลักฐานหรือไง”
“มีสิ ก็ท่านจูบข้าเมื่อกี้” ยูชอนใช้ข้อนิ้วไล้ไปตามซอกคอขาวผ่องของคนตัวเล็ก
“ไหนล่ะ ไม่เห็นมีรอยอะไรสักอย่าง ไม่มีหลักฐานทำอะไรข้าไม่ได้หรอกนะ”
“ไอ้ คนเจ้าเล่ห์ ไอ้..” เสียงคำด่าของคนตัวเล็กถูกดูดกลืนเข้าไปในคอ เพราะริมฝีปากอิ่มกดทับลงมาเบาๆ ก่อนจะรีบผละออกไป เพราะไม่แนใจว่าตัวเองจะหยุดได้แค่นี้
“ข้าไปก่อนนะ ไม่ไหว วันนี้อยู่ใกล้เจ้าแล้วอันตรายจังแหะ” ร่างโปร่งเดินจากไป ปล่อยให้คนตัวเล็กยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น
“ปา ร์คยูชอน คอยดูนะ ข้าจะต้องเล่นงานเจ้าให้ได้” คนตัวเล็กได้แต่เดินกลับปราสาท โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียว ที่เสียท่าคนเจ้าเล่ห์อีกแล้ว
%%%%%%
TBC
อ่านให้สนุกนะคะ


ชอบเรื่องนี้มากมาย
เป็นห่วงทั้งมิคทั้งน้องจุน
หวังว่าคงไม่เป็นไรนะ
มาต่อเร็วๆนะ
ยูซูน่ารักมากมาย
#1 By chebi (124.120.124.168) on 2010-03-16 11:07