Recommend

[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 2

posted on 14 Mar 2010 03:48 by kameryuichi  in emergency

 

 

 

Part 2







“ไม่จริ๊งงงงงง”

“จริงแท้แน่นอนครับ”

“งั้นผมลาออกตั้งแต่วันนี้ สวัสดีลาก่อน” จุนซูตั้งท่าเตรียมโกยทันที ยูชอนเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งมาคว้าเอวคนตัวเล็กไว้ก่อน

“เฮ้ยปล่อยๆ มาจับผมไว้ทำไม” จุนซูดิ้นสุดแรง พยายามสะบัดตัวออกแต่ก็ไม่สำเร็จ

“อย่าเพิ่งไปสิ คุยกันก่อน ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า”

“นี่ขนาดบอกไม่ทำ กอดซะแน่น แล้วถ้าทำจะขนาดไหนเนี่ย” จุนซูร้องโวยวาย

“ผมปล่อยก็ได้ แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะคุยกันดีๆ ผมมีข้อเสนอด้วยนะ รับรองว่าให้มากกว่าเงินเดือนที่ให้อยู่เท่านึง”

“เท่านึงเหรอ”

“สนใจล่ะสิ”

“ไม่ เอา ถ้าเสี่ยงต่อความบริสุทธิ์ผมไม่รับหรอก” ยูชอนมองคนตรงหน้า โห~วันนี้หัวเรียบแปล้มาเลยเว้ยเห้ย เสื้อผ้าเหมือนเดิมเด๊ะ ถ้าบอกว่าเสียตัวแล้วจะต้องโม้แน่ๆ แต่งตัวแบบนี้ใครมันจะไปเอา

“โอเค ไม่เกี่ยวกับเรื่องเสียตัวแน่”

“จริงเหรอ”

“อืม” ยูชอนพยักหน้าหงึกหงัก แต่ก็ยังไม่ปล่อยอยู่ดี

“ได้ ผมจะยอมฟัง แต่ปล่อยก่อนได้ไหม ผมอึดอัด”

“แน่ในจะว่าคุณจะไม่วิ่งหนีไป”

“ได้” จุนซูรับคำ ยูชอนจึงยอมคลายวงแขนออกจากรอบเอวคนตัวเล็กแล้วกลับไปนั่งที่เดิม

“เชิญนั่งก่อนสิ เราต้องคุยกันยาวหน่อย พอดีขอบเขตงานที่ผมจะให้คุณทำมันค่อนข้างกว้างน่ะ”

จุน ซูจัดการปัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่จากการดิ้นรนให้พ้นการกอดของไอ้หน้าหื่น เสร็จเรียบร้อย ก็ค่อยๆย่องเข้ามานั่งที่เก้าอี้อย่างหวาดระแวง กลัวมีรายการถลามากอดรอบสอง ไอ้หมอนี่มันหื่นเรียกพ่อจริงๆ

“เอา ล่ะเรามาคุยกันเรื่องงานปกติก่อน” ยูชอนขยับตัวเข้ามานั่งชิดโต๊ะ แต่นั่นทำให้จุนซูที่นั่งอยู่เก้าอี้หน้าโต๊ะ กระโดดโหยงออกไปทันทีด้วยความระแวง

“ทำอะไรน่ะ”

“ไม่รู้ ระวังตัวไว้ก่อน เดี๋ยวมีรายการกอดอีก คุณตกลงกับลูกน้องอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า”

“จะบ้าหรือไง ใครมันจะวิ่งไล่กอดคนอื่นเข้าไปทั่วอย่างนั้น”

“ก็คุณไง ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ผมเปลืองตัวไปกี่รอบแล้วล่ะ ถามจริงๆ คุณเป็นเกย์หรือเปล่า”

“ตามธรรมดาไม่ได้เป็น แต่ตอนนี้อาจเปลี่ยนใจก็ได้”

ยู ชอนมองยิ้มๆ หรี่ตามองจุนซูตั้งแต่หัวจรดเท้า และไล่ตั้งแต่เท้ากลับไปหยุดที่หัวกลมๆ เจอกับดวงตาที่เบิกค้างสุดชีวิต ตาโตหรือเปล่าไม่รู้ แต่ไอ้แว่นตาหนาเตอะเลนส์นูนมันทำให้ตาของเจ้าเฉิ่มมีรูปร่างประหลาดเข้าไป ใหญ่ บวกกับหัวกลมๆที่ใส่น้ำมันมาซะเรียบแปล้ยิ่งทำให้ดูกลมเป็นลูกฟุตบอลยิ่งฮา แต่คนตัวเล็กไม่ฮาด้วย ได้ยินอย่างนั้นจุนซูพุ่งไปหาประตูทันที แต่ช้าไปเพราะยูชอนกะไว้อยู่แล้วว่างานนี้มีวิ่ง4X100 แน่ๆ เลยพุ่งเข้าไปชาร์จได้ทัน จัดการล็อคประตูดึงกุญแจแล้วไปนั่งสบายใจอยู่ที่โต๊ะท่านประธานต่อ

“ไหนบอกไม่ทำอะไรไง ล็อคห้องทำไม”

“ผม ขี้เกียจวิ่งตามคุณน่ะ พูดทีวิ่งทีผมเหนื่อยนะเนี่ย ทีนี้คุณจะวิ่งไปไหนก็ตามใจคุณ ห้องนี้กว้างจะตาย วิ่งให้พอใจก่อนผมรอได้ แต่อ้อ ถ้าจะหนีออกทางหน้าต่างละก็ บอกไว้ก่อนนี่ชั้น23 ศพไม่สวยหรอก” ยูชอนทำหน้าแหยงๆประกอบด้วยเพื่อให้เห็นภาพ จุนซูที่ทำอะไรไม่ได้ หนีก็ไม่พ้นได้แต่ลากขากลับมานั่งที่เดิม

“เอ้ามีอะไรว่ามา” คนตัวเล็กยกมือกอดอกปากเฉิดแทบจะติดจมูกด้วยความไม่พอใจ

“ท่านี้เขาเอาไว้ให้ผู้หญิงสวยๆน่ารักๆทำ ไม่ใช่คุณลุงหลงยุคอย่างคุณ อย่าทำเลย มันตลก”

“ไม่ต้องมาสนใจผม มีไรว่ามาเร็ว”

“ก็ ได้ๆๆ เข้าเรื่องล่ะ คุณมีงานทำสองอย่าง อย่างแรกคือเป็นเลขาให้ผม ซึ่งเท่าที่ผมพิจารณาจากแฟ้มประวัติของคุณ ผมคิดว่าคุณทำหน้าที่ปกติของเลขาทั่วไปอย่างจัดแฟ้ม พิมพ์งาน ติดต่อลูกค้า รับนัด อะไรทำนองนี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่หน้าที่เพิ่มเติมของงานแรกก็คือ คุณต้องคอยสกรีนทุกคนที่ขอเข้าพบผม เพราะแต่ล่ะวันมีคนมาขอเข้าพบผมเยอะแยะ เดี๋ยวคุณก็ได้เห็นเอง คุณมีหน้าที่คอยสกรีนว่า คนที่ขอพบผมอยู่ในแบล็คลิสต์ไหม ถ้าไม่ก็ปล่อยให้เข้ามาได้ อ้อ ทีละคนนะ หลายคนไม่ไหวปวดหัว ช่วยสับรางให้ด้วย”

“หา ~ นี่ให้ผมมาเป็นเลขาท่านประธานหรือผู้จัดการส่วนตัวเนี่ย มีสับรางด้วย”

“ก็ เลขาไง คุณต้องคอยดูแลทุกอย่าง เงินเดือนถึงได้สูงแบบนี้ไง ผมว่าผมจ่ายคุ้มแล้วนะกับงานนี้” จุนซูพยักหน้าหงึกหงัก อันที่จริงมันก็ใช่ ตอนแรกสงสัยอยู่แล้วเชียว งานเลขาทำไมเงินมันถึงได้เยอะนัก เพราะต้องคอยสับรางให้เจ้านายนี่เอง ปวดหัวหลายด้าน แต่จ่ายหนักก็โอนะ

“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าใครอยู่ในแบล็คลิสต์คุณ”

“ไม่ ต้องห่วง ข้างโต๊ะคุณมีรายชื่อ พร้อมรูปด้วยแปะอยู่ แต่ถ้ารูปมันเล็กไปเห็นไม่ชัดล่ะก็ เปิดเข้าไปดูที่คอมบนโต๊ะคุณ ผมให้ฝ่ายข้อมูลทำรายชื่อ พร้อมรูปโตๆให้คุณมองชัดๆไว้ด้วย แต่ที่สำคัญของงานนี้คือ คนที่อยู่ในแบล็คลิสต์เข้าไม่ได้เด็ดขาด”

“ทำไมล่ะ”

“คนที่อยู่ในแบล็คลิสต์ถือเป็นคนที่ผมไม่ต้องการ ประเภทตัวยุ่ง พูดไม่รู้เรื่อง ตังเมเรียกแม่อะไรทำนองนี้ หวังว่าคุณจะเข้าใจ”

“อ้อ เหมือนคนเมื่อวานใช่ไหม”

“ฉลาด นี่” จุนซูหน้ามุ่ยทันที คอยดูพ่อจะปล่อยให้เข้ามาเกาะเป็นสวนตุ๊กแกเลยเหอะ หมั่นไส้ แต่เหมือนยูชอนอ่านใจคนตัวเล็กได้ เขารีบพูดขัดขึ้นมาทันที

“ถ้าคุณปล่อยให้พวกนั้นเข้ามา หรือไม่สามารถบล็อก ไล่ กัน อะไรก็แล้วแต่ ผมจะหักเงินเดือนคุณ ครั้งละ แสนวอน” จุนซูตาโตทันที

“หา ถ้าผมกันไม่ได้10ครั้ง เงินเดือนผมก็หดไปเกือบครึ่งนึงเลยน่ะสิ”

“ถูกต้อง” ไอ้โหด จุนซูนึกในใจ

“เพื่อเป็นการประกันว่า คุณจะตั้งใจทำงาน ตั้งใจกัน ตั้งใจจัดคิวให้ผมไง อ้อ ถ้าสับรางไม่ทันก็หักด้วยนะ”

“โว้ย อะไรกันเนี่ย มันจะไม่โหดไปหน่อยเหรอคุณเจ้านาย”

“ไม่ทำก็ตามใจ คุณจะไปหาเงินเดือนขนาดนี้ได้ที่ไหน เอาน่าทำๆไปเถอะ เดี๋ยวคุณก็ชิน”

“หมดหรือยัง ผมจะได้ไปทำงานสักที”

“ยัง นี่มันแค่งานแรก ผมมีงานที่สองด้วย”

“อะไรล่ะ”

“งาน นี้ง่ายมากๆ ผมให้เงินเดือนคุณเพิ่มอีกเดือนละ1เท่า +โอทีด้วย” จุนซูตาโตทันที 1เท่า + โอที ธรรมดาได้เดือนละ3ล้าน5 เพิ่มงานนี้ก็ได้เนาะๆแล้ว 7 ล้าน โอ้เงินๆๆๆ

“ทำอะไรล่ะ”

“เป็นแฟนผม”

“หา!!!!” จุนซูร้องลั่น

“เฉพาะที่จะให้ผมสับรางยังไม่พออีกหรือไง ไหนบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องเสียตัวแล้วนี่มันอะไรกัน”

“ใจเย็นก่อนสิ ฟังให้จบก่อน ไม่เสียตัวหรอกน่า ผมไม่อยากได้หรอกตัวคุณน่ะ แต่เอ~ถ้าแค่เฉียดๆอาจมีมั้ง”

“ไม่เอา ผมไม่รับงานที่2”

“ไม่ได้ คุณเซ็นต์สัญญาจ้างงานไปแล้ว งานนี้ระบุอยู่ในขอบเขตงานด้วย”

“ระบุตรงไหน ตอนเซ็นต์ไม่เห็นมีบอก” ยูชอนหยิบสัญญาของคนตัวเล็กมาวางตรงหน้า จิ้มไปที่ย่อหน้าเล็กๆให้คนตัวเล็กอ่าน

“นี่ไง อ่านซะ”

“ต้อง ทำตามที่นายจ้างสั่งไม่มีบิดพลิ้ว ถ้าทำไม่ได้ตามที่ระบุไว้ ต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มด้วย เฮ้ย~ ไอ้ตรงนี้เมื่อวานมันไม่มีนี่ คุณขี้โกง”

“โกงตรงไหน ลายเซ็นคุณหรือเปล่า ตราประทับคุณใช่ไหม มาว่าผมโกงได้ไง”

จุนซูก้มลงไปมองด้านล่างสัญญา มันก็จริง แต่เมื่อวานมันไม่มีนี่ เขาอ่านละเอียดทุกซอกทุกมุม ถึงจะสงสัยแต่ก็จนปัญญา ในเมื่อเซ็นต์สัญญาแล้วก็ต้องทำ เฮ้อ~ให้ตายสิ จุนซูได้แต่ฮึดฮัด เพราะในสัญญาระบุว่าถ้าเขาทำไม่ได้ตามที่ตกลง เขาต้องจ่ายค่าเสียหายด้วย นี่มันอะไรกันฟะ เมื่อวานไม่เห็นจะมีเลย

“ก็ได้ ว่ามา ผมต้องทำอะไรบ้าง”

ยู ชอนอมยิ้ม เมื่อวานมันจะมีได้ยังไงเล่า ก็เขาเพิ่งให้คนฝ่ายบุคคลเอาสัญญาของคิมจุนซูไปแทรกข้อตกลงที่คนตัวเล็ก เพิ่งอ่านเจอเมื่อเช้านี่เอง ดีนะเนี่ยที่รีบมาก่อน ไม่งั้นงานนี้รายการกลั่นแกล้งคุณนายปาร์คต้องชวดแน่ๆ

“ไม่ยากเลย คุณแค่แกล้งเป็นแฟนผมตอนอยู่ต่อหน้าแม่ก็เท่านั้น งานง่ายๆ นานๆทำที แต่ได้เงินอีกเท่าไม่เอาหรือไง”

“แล้วมีรายการ กอด จูบ ลูบ คลำด้วยไหมล่ะ” จุนซูถามอย่างหวาดๆ

“ก็ไม่แน่ เพราะธรรมดาผมเป็นคนมือไว ถ้าผมไม่ทำอะไรคุณเลยแม่ผมก็คงสงสัย” ยูชอนตอบยิ้มๆ จุนซูนั่งนิ่งไปพักนึง

“ถ้างั้น ผมขอเพิ่มข้อตกลงได้ไหม”

“มีอะไรว่ามา”

“ถ้าคุณ กอด จูบ ลูบ คลำหรืออะไรก็ตามแต่ ผมคิดเพิ่มครั้งละแสนวอน โอเคไหม”

“ไม่โหดไปหน่อยเหรอครับคุณจุนซู”

“ทำไม ทีคุณยังหักผมได้เลย เรื่องนี้ผมเสียเห็นๆ เพราะอย่างผมคงไม่ไปแตะคุณหรอก”

“5หมื่นได้ไหม” ยูชอนต่อรอง

“ไม่เอา ถูกไป ขืนคิดถูกอย่างนั้นคุณก็ทำบ่อยๆน่ะสิ”

“ก็ได้แสนก็แสน แต่ถึงเวลาห้ามวิ่งหนีนะ ผมถือว่าผมจ่ายเงินเข้าใจไหม”

“ได้ แต่ห้ามบ่อยนะ ผมไม่ชอบ”

“อย่า มาต่อรอง ผมเป็นคนจ่าย เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับผม ถ้าผมมีจ่ายคุณก็ห้ามหนี เป็นอันว่าตกลง ถ้าเจอแม่ผมคุณเป็นแฟน ถ้าไม่เจอคุณก็ทำหน้าที่เลขาไปเข้าใจไหม” จุนซูได้แต่นั่งหน้ามุ่ย รู้งี้เพิ่มเป็น2แสนดีกว่าจะได้ไม่ค่อยกล้าทำ เหอะห้ามวิ่งหนีแต่ไม่ได้ห้ามปัดป้องนี่หว่า

“เชิญคุณไปทำงานได้แล้ว” จุนซูแบมือทันที

“อะไร” ยูชอนทำหน้างง

“กุญแจ ไง ผมจะออกไปได้ยังไงเล่าเจ้านาย” ยูชอนลุกจากเก้าอี้หยิบกุญแจขึ้นมาวางบนมือเล็กๆของจุนซู แต่พอจุนซูจะเดินออกไปยูชอนก็จับมือคนตัวเล็กเอาไว้ก่อน จุนซูมองหน้างง ๆ

“ลืมบอกไป วันอาทิตย์นี้มาหาผมที่หน้าบริษัท10โมง แม่ผมอยากเห็นหน้าแฟน เพราะฉะนั้นคุณต้องไปด้วยเข้าใจไหม”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ถูก ต้อง อ้อเชิญคุณแต่งตัวตามสไตล์คุณได้เต็มที่ ผมไม่ห้าม เอาให้ดูดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้เลยนะ” จุนซูยิ้มแก้มปริ มองยูชอนด้วยสายตาซาบซึ้ง ก็คุณเจ้านายเป็นคนแรกเลยนะเนี่ยที่สนับสนุนการแต่งตัวผิดเทรนของเขา

“ตกลง 10โมงวันอาทิตย์”

จุน ซูยิ้มจนตาหยี ยูชอนยิ้มตามจุนซูไปด้วยเพราะดวงตาหลังแว่นนี่ฮาอย่าบอกใคร อยู่ดีๆเขาก็ดึงคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ ก้มลงหอมแก้มใสๆนั่นอีกที ก่อนจะปล่อยให้คนตัวเล็กเป็นอิสระ จุนซูได้แต่ยืนค้าง ยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่โดนหอม ทำอะไรไม่ได้เพราะตกลงกันไปแล้ว จะปัดป้องอย่างที่คิดไว้ก็ไม่ทัน เลยได้แต่ตะโกนใส่หน้าหื่นๆของเจ้านาย

“แสนนึง!!!!” สะบัดหน้าไขกุญแจวิ่งออกนอกห้องไปทันที

“เชิญเลย อย่าลืมติ๊กไว้นะว่าวันนี้โดนหอมไปแล้วทีนึง”

ยู ชอนหัวเราะเสียงดัง เจ้าเฉิ่มเอ๊ย แค่ทีละแสนแลกกับเห็นท่าทางตลกๆนี่นับว่าคุ้มนะเนี่ย ตามธรรมดาจ่ายค่าช้อปปิ้งให้บรรดาคู่ขาแพงกว่านี้ตั้งเยอะเขายังไม่สะเทือน นี่แค่ครั้งและแสน ถูกไปหน่อยมั้งเด็กน้อย


แจจุงหอบงานที่เตรี ยมไปพรีเซนต์ให้ลูกค้าวิ่งเข้าไปที่โรงแรมหรูย่านใจกลางกรุงโซล เพราะว่าเมื่อเช้าประชุมนานไปหน่อยเลยทำให้กินเวลาที่นัดลูกค้าเอาไว้ ด้วยความรีบเร่งเลยไม่ทันได้มอง ชนเข้ากับชายหนุ่มร่างสูงที่เดินเข้าประตูมาพร้อมกัน

“อ๊ะ ขอโทษครับ” แจจุงก้มลงหยิบเอกสารที่กระจายเต็มพื้น

“พอ ดีผมรีบไปหน่อยไม่ทันได้มองขอโทษจริงๆนะครับ” ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธจากคนตัวสูง แถมไม่ช่วยเก็บอีกต่างหาก เดินผ่านไปเฉยเลย แจจุงมองเคืองๆ คนอะไรไม่มีน้ำใจ จัดการกวาดๆเอกสารเข้าแฟ้มแล้ววิ่งไปที่ลิฟท์ทันที

“เดี๋ยวก่อนครับ ผมไปด้วย”

แจง จุงวิ่งไปกดปุ่มที่ลิฟท์ ก่อนที่ประตูจะปิด พบกับคนใจร้ายยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ในนั้น คนอะไรเนี่ยทำหน้าบึ้งอยู่ได้ ไม่กลัวหน้ายับก่อนวัยอันควรหรือไง แจจุงค่อนขอดในใจระหว่างที่ขึ้นลิฟท์ไปด้วยกัน โดยไม่ทันมองว่าลิฟท์นี่ไม่ใช่สำหรับคนติดต่อทั่วไป

“จะไปชั้นไหน” เสียงทุ้มๆถามขึ้น

“ชั้น 20ครับ”

ชาย หนุ่มไม่พูดอะไร กดลิฟท์ให้ตามชั้นที่ต้องการ ทั้งสองยืนเงียบๆไปตลอดทาง ไม่นานก็ถึงชั้นที่แจจุงต้องการ พอประตูลิฟท์เปิด แจงจุงที่เพิ่งก้าวออกจกาลิฟท์ต้องแปลกใจ เอ๊ะลิฟท์นี่มันไม่ได้เปิดไปที่ฝ่ายโฆษณาอย่างทุกที นี่มันที่ไหนเนี่ย จะหันไปถามก็ไม่ทันแล้ว ประตูลิฟท์ปิดฉับ เขาจึงเข้าไปถามพนักงานที่อยู่ห้องข้างๆลิฟท์

“สวัสดีครับ ขอรบกวนหน่อยนะครับ”

“มีอะไรคะ”

“คือผมจะไปที่ฝ่ายโฆษณาน่ะครับ แต่ลิฟท์ที่ผมขึ้นมามันมาจอดที่ด้านนี้ ไม่ทราบว่าฝ่ายโฆษณาไปทางไหน”

“เอ่อ ฝ่ายโฆษณาอยู่ด้านหน้าค่ะ ทางนี้ฝ่ายบริหาร คุณต้องเดินเลาะไปทางซ้ายมือนะคะ”

“ขอบ คุณครับ” แจจุงโค้งให้ก่อนขอตัวออกมานอกห้อง รีบวิ่งไปตามทิศทางที่พนักงานบอกทันที กว่าจะถึงหน้าห้องฝ่ายโฆษณาเล่นเอาหอบ ไกลชะมัด ร่างบางสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเปิดประตูเข้าไปพบกับเลขานุการผู้จัดการ ฝ่ายโฆษณาทันที

“สวัสดีครับ ผมคิมแจงจุงจาก คาร์เทียโปรดักชั่นเฮาส์ ผมมาขอพบผู้จัดการตามที่นัดไว้ครับ”

“คุณคิมใช่ไหมคะ เชิญที่ห้องประชุมเลยค่ะ ผู้จัดการกำลังรออยู่ค่ะ”

“ขอบคุณครับ” แจจุงเดินไปที่ห้องประชุมทันที เพราะเขาสายมากแล้ว ดีนะเนี่ยที่ผู้จัดการใจดียังยอมให้เขาพรีเซนต์ต่อ

“สวัสดีครับผู้จัดการจาง ผมขอโทษที่มาช้าไปหน่อย พอดีเมื่อเช้ามีประชุมเลยทำให้เวลาคลาดเคลื่อนนะครับต้องขอโทษจริงๆ”

“ไม่ เป็นไรครับคุณคิม พอดีทางเราก็ต้องรอประธานบอร์ดบริหารก่อนน่ะครับ คุณชองอยากเห็นไอเดียโฆษณาโรงแรมครั้งนี้ก่อนตัดสินใจอีกครั้ง เชิญคุณคิมนั่งพักก่อนก็ได้ครับ สักครู่ท่านประธานคงจะลงมา”

“ขอบคุณครับ”

แจ จุงค่อยใจชื้นหน่อย อย่างน้อยเขาก็มาทันก่อนที่ประธานจะลงมา ระหว่างนั่งพักร่างบางก็ยกเอาสตอรี่บอร์ดที่เตรียมมาพรีเซนต์ขึ้นมาเตรียม ทบทวนสิ่งที่จะมาพรีเซนต์ก่อนเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ไม่นานทุกคนก็เข้ามาจนครบองค์ประชุม รวมถึงท่านประธานที่เดินเข้าห้องมาเป็นคนสุดท้าย พร้อมเลขาสาวแสนสวยที่เดินตามมาด้านหลัง เมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อย ผู้จัดการก็แนะนำแจจุงให้รู้จักกับประธานการประชุมครั้งนี้

“ท่าน ประทานครับ นี่ตัวแทนจากบริษัทคาร์เทียโปรดักชั่นเฮาส์ คุณคิมแจจุงครับ คุณคิมครับนี่ประธานชองยุนโฮ ประธานบอร์ดบริหารและเจ้าของโรงแรมของเราครับ” แจจุงลุกขึ้นโค้งให้ประธานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง นี่มันไอ้คนใจร้ายเมื่อกี้นี่ ดีนะที่เมื่อกี้ไม่ได้สติแตกตามไปวีน ไม่งั้นงานนี้ชวดแน่แจจุงเอ๊ย

“สวัสดีครับ” แจจุงทักเก้อๆ แสดงว่าเมื่อกี้เขาขึ้นลิฟท์ผู้บริหารมาสินะ มันถึงได้เปิดคนล่ะทีกัน ให้ตายสิโก๊ะจริงๆเรา

“สวัสดีครับคุณคิม เชิญเริ่มพรีเซนต์ได้เลยครับผมรอฟังอยู่”

แจ จุงพยักหน้า โล่งใจที่ท่านประธานไม่ได้ติดใจอะไรในความเบ๊อะของเขา เริ่มพรีเซนต์งานที่เตรียมมาตั้งแต่ต้นจนจบ ประมาณครึ่งชั่วโมง เล่าเรื่องราวๆคร่าวๆของโฆษณาตัวใหม่ ซึ่งมีทุนค่าโปรดักชั่นสูงมากๆ ถือเป็นงานใหญ่ชิ้นนึงของเขาเลย พอพรีเซนต์จบ เขาก็ต้องยิ้มแก้มปริ เพราะกรรมการทุกคนในห้องดูสนใจกับสิ่งที่เขานำเสนอ แต่เมื่อมองไปทางท่านประธานหัวใจก็หล่นไปที่ตาตุ่ม เพราะท่านประธานไม่มีปฏิกิริยาอะไร นั่งนิ่งไม่ไหวติง หน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น เล่นเอาแจจุงใจแป้ว หรือเขาจะชวดงานนี้แล้วนะ

“คุณคิมครับ ผมว่าเราน่าจะเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย” เสียงท่านประธานเอ่ยขึ้น ทำให้ทุกคนในห้องหยุดสนทนาไปพักนึง

“ไม่ทราบจะเปลี่ยนอะไรครับ ถ้าจัดการได้ทางเรายินดีจัดการให้ครับ”

“คุณน่าจะทำได้นะครับ” ยุนโฮยิ้ม

“ครับ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงทางเราจะจัดให้ครับ”

“ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกครับ ผมขอเปลี่ยนตัวพรีเซนต์เตอร์ ผมว่าบุคลิกเธอไม่เหมาะกับโรงแรมเรา เธอดูร้อนแรงเกินไปหน่อย”

ยุ นโฮหมายถึงดาราสาวสุดเซ็กซี่ค่าตัวแพงหูฉี่ที่กำลังดังเปรี้ยงปร้าง ที่แจงจุงกำหนดให้มาเป็นพรีเซนต์เตอร์โรงแรม แจจุงงงมากความจริงทางโรงแรมเป็นคนเสนอชื่อดาราคนนี้ เพราะตอนนี้ใครๆก็อยากให้หล่อนไปเป็นพรีเซนต์เตอร์ให้ทั้งนั้น

“เอ่อ แต่ทางฝ่ายโฆษณาเป็นคนแจ้งไปนะครับว่าให้ติดต่อเธอ และตอนนี้เธอก็กำลังดังด้วยนะครับ”

“ผม ไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ผมคิดว่าเธอไม่เหมาะที่จะมาเป็นพรีเซนต์เตอร์ โรงแรมผมเป็นโรงแรมระดับ5ดาวใจกาลางเมือง ไม่ใช่โมเต็ลม่านรูด ไม่จำเป็นต้องใช้ดาราสาวเซ็กซี่มาเรียกลูกค้า ธรรมดาก็มีคนจองคิวเข้าพักกันเต็มอยู่แล้ว” พูดพลางปรายตาไปมองบรรดากรรมการรุ่นคุณลุงที่เสนอให้ใช้ดาราสาวคนนี้

“ก็แล้วแต่ครับ ทางเราไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ว่าแต่คุณชองจะเปลี่ยนเป็นแบบไหนล่ะครับ”

“ผมต้องการคนที่ใสๆ ผู้หญิงหรือชายก็ได้ แต่เอาใสๆหน้าใหม่ ดูไฮโซหน่อย เพื่อให้เข้ากับโรงแรงหรูมีระดับของเรา”

“งั้นเดี๋ยวผมจะส่งรูปนางแบบนายแบบหน้าใหม่มาให้เลือกนะครับ เพื่อคุณจะถูกใจคนไหน เรื่องสตอรี่บอร์ดล่ะครับ ผมต้องแก้อะไรหรือเปล่า”

“เรื่องนั้นคงไม่ต้อง ผมว่ามันดีอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนพรีเซนต์เตอร์เท่านั้นก็พอ อ้อไม่ต้องส่งรูปมาให้เลือกหรอก ผมเลือกไว้แล้ว”

“ครับ งั้นก็ตกลงตามนี้แล้วกัน ผมขอจบการพรีเซนต์เท่านี้ครับ ยังไงผมขอชื่อพรีเซนต์เตอร์ที่คุณเลือกด้วยนครับ ทางเราจะได้ติดต่อให้มาถ่ายโฆษณาให้ แล้วถ้าผมจัดคิวเสร็จวันไหนจะติดต่อมาทางฝ่ายโฆษณาเผื่อทางคุณต้องการดูการ ถ่ายทำด้วย”

แจจุงพูดพลางรื้อสมุดสำหรับจดงานต่างๆมาเตรียมจดชื่อ พรีเซนต์เตอร์ที่ลูกค้าต้องการเปลี่ยน แต่ก็เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากเจ้าของงาน ร่างบางจึงเงยหน้ามอง ก็พบว่ายุนโฮมองเขาก่อนอยู่แล้ว

“ครับ คุณชอง พรีเซนต์เตอร์ชื่ออะไรครับ”

“คิมแจจุง” แจจุงก้มหน้าจดชื่อทันที

“คิมแจจุง หา~ หมายถึงผมน่ะเหรอ”

“ใช่แล้ว คุณนั่นแหละ ผมว่าเหมาะจะเป็นพรีเซนต์เตอร์คนใหม่ของโรงแรมผม”

“แต่ว่าผม...”

“ไม่ มีแต่ ถ้าผมไม่ได้พรีเซนต์เตอร์คนนี้ โปรเจ็คนี้ก็พับไป ผมให้เวลาคุณคิด3วัน ถ้าไม่มีคำตอบให้ผม ผมก็จะให้โปรดักชั่นเฮ้าส์ที่อื่นมาทำแทน เลิกประชุมได้ครับ” พูดจบท่านประธานสุดหล่อก็เดินออกจากห้องประชุมไปทันที ทิ้งให้คนสวยค้างอยู่อย่างนั้น


%%%%

TBC 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นด้วยว่ามิคหื่นจริงๆ
แต่ก็ยังไม่รู้ตัวนะ
ถ้าเห็นรูปน่ารักที่แท้จริงของน้องแล้วจะทำหน้าไงหว่า

คำนิยามคิมแจจุง
ใสๆ ไฮโซ
หมีสนใจเค้าแต่ก็ทำหน้านิ่งนะ

รออ่านพาร์ทหน้านะไรเตอร์

#1 By chebi (124.120.124.50) on 2010-03-15 13:55

ผมเข้ามาดูแล้วใน FF ปกตินะครับ
แต่ IE จะเป็นอย่างที่ว่าจริง ๆ

สันนิษฐานนะครับ

น่าจะเป็น CSS ในส่วนความกว้างของ entry กับ sidebar มันไม่สัมพันธ์กันน่ะครับ

คือ ความกว้างของบล็อก วัดจากส่วน header ควรจะเท่ากับ ความกว้างเอนทรี่+ความกว้าง sidebar ถ้าความกว้างเอนทรี่มากเกินไป มันจะไปกินที่ของ sidebar ซึ่ง IE มันโง่ครับ ไม่รู้ว่าจะจัดการยังงัย แต่ FF ฉลาดกว่าเลยแสดงผลได้ถูกต้อง

ลองหาความกว้างที่ว่าแล้วแก้ให้ถูกต้องดูนะครับ

#2 By เจ้าชายน้อย on 2010-03-16 09:08