Recommend

[Fic] ~ Satan Killer ~ Part 1

posted on 11 Mar 2010 15:16 by kameryuichi  in satan

 

 

 

 

Part 1





ไม่จริง เขาต้องตาฝาดแน่ๆ จะมีซาตานอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไม่จริงใช่ไหม คนตัวเล็กนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง สายตาจับจ้องไปที่ประตูระเบียงอย่างระแวดระวัง กลัวว่าจู่ๆคนข้างนอกจะเดินเข้ามา ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเรื่องที่เห็นจะจริงหรือไม่ เขาก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน จะทำยังไงดี เปลี่ยนห้องได้ไหม แล้วถ้าเกิดเราเผลอไปจ้องตาเขา เราจะต้องโดนชิงวิญญาณไปใช่ไหม ทำยังไงดี แม่ฮะ จุนซูจะทำยังไงดี ระหว่างที่คนตัวเล็กยังตัดสินใจไม่ถูก เสียงเลื่อนประตูก็ดังมาจากทางระเบียง จุนซูหลับตาปี๋ ไม่กล้ามองไปทางนั้นอีกเลย

ร่างโปร่งที่เพิ่งก้าวมาในห้องหันไปมอง ร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าหลับตาปี๋อย่างไม่สนใจ เดินไปที่เตียงตัวเองล้มตัวลงนอนหันหลังให้กับคนตัวเล็กที่ยังคงหลับตาอยู่ ไม่สนใจท่าทางประหลาดของเพื่อนร่วมห้องอีก จุนซูค่อยๆลืมตาขึ้น เมื่อไม่ได้ยินเสียงทักทาย หรืออะไรที่คิดว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เขาเพื่อช่วงชิงวิญญาณของเขาไป ภาพที่เห็นก็คือ ชายหนุ่มชุดดำที่เขาเห็นที่ระเบียงนอนหันหลังให้เขา คนตัวเล็กค่อยๆย่องไปที่ประตูห้องนอน ไม่กล้าแม้แต่จะทำเสียงดัง เพราะกลัวว่าคนที่นอนหันหลังให้จะหันกลับมาหา จุนซูค่อยๆก้าวเดินไปทีละก้าวช้าๆ จรดฝีเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาต้องรีบออกจากห้องนี้ เรื่องอื่นไว้คิดกันทีหลัง

ร่างโปร่งที่ นอนหันหลังอยู่ พลิกกลับมาอีกทาง มองไม่เห็นเพื่อนร่วมห้องที่นั่งหลับตาปี๋อยู่บนเตียงก็ไม่ได้สนใจอะไร ตาคมกำลังจะปิดเปลือกตาอีกครั้งถ้าไม่สะดุดกับท่าทีแปลกๆของเพื่อนร่วมห้อง ตัวเล็ก ร่างโปร่งลุกขึ้นมานั่งบนเตียง มองการกระทำแปลกๆของเพื่อนร่วมห้อง คิ้วได้รูปเริ่มขมวดเป็นปม ไอ้หมอนี่มันเป็นอะไรของมัน

“ทำอะไรน่ะ ” เสียงทุ้มนุ่มของอีกฝ่ายดังขึ้น เล่นเอาคนตัวเล็กที่กำลังจะย่องออกข้างนอกอย่างแผ่วเบาชะงัก จุนซูเริ่มลนลาน นี่เขาถูกจับได้แล้วใช่ไหม จะทำยังไงดีๆๆๆ จุนซูคิดอย่างสับสน

“ฉันถามว่านายทำอะไร ทำไมต้องเดินอย่างนั้นด้วย” เสียงถามย้ำมาอีกครั้ง

“เอ่อ ฉันเห็นว่านายกำลังนอน ก็เลยไม่อยากจะกวน ฉันจะ..จะ จะออกไปข้างนอกน่ะ” จุนซูตอบ คิดว่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ อย่างน้อยก็ไม่ควรให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเห็นอะไร

“จะไปก็ไปสิ ไม่เห็นต้องย่องขนาดนั้น” หัวกลมผงกเร็วๆสองสามครั้งก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไปนอกห้องอย่างไม่เหลียวหลัง

“เป็นอะไรของเขา แปลกคนจริง” แล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อไม่สนใจท่าทีแปลกๆของคนตัวเล็กอีก


จุน ซูรีบวิ่งลงมาจากชั้น3โดยไม่รอลิฟท์เหมือนตอนขึ้นไป พุ่งตรงมาที่โต๊ะของอาจารย์ผู้คุมหอทันที ไม่เอาแล้วเขาไม่ยอมอยู่ห้องนั้นเด็ดขาด ซาตาน หมอนั่นต้องเป็นซาตานเหมือนที่แม่บอกแน่ๆเลย จุนซูวิ่งมาถึงที่โต๊ะอาจารย์ พลางละล่ำละลักถามอาจารย์ผู้คุมหอ

“อาจารย์ครับ ผมขอย้ายห้องได้ไหม”

“ย้าย ห้อง มีปัญหาอะไร” อาจารย์หันมาถาม เธอจำได้ว่าเพิ่งส่งนักศึกษาคนนี้ขึ้นห้องพักไปไม่ได้ไม่นาน ทำไมถึงวิ่งกระหืดกระหอบลงมาแบบนี้

“คือว่าผม .. เอ่อ.. ผมกับคนที่อยู่ในห้องไม่ถูกกันครับ” จุนซูบอกเหตุผลที่เขาคิดว่าดีที่สุดออกไป อาจารย์ได้แต่ส่ายหน้า

“เธอชื่ออะไรนะ”

“คิมจุนซูครับ” จุนซูตอบ

“คิมจุน ซูเหรอ อืม.. รูมเมทเธอปาร์คยูชอน เธอไม่ถูกกับเขาตอนไหน ก็ปาร์คยูชอนเขาเพิ่งย้ายกลับมาจากอเมริกา เข้าเรียนมหาลัยที่นี่ เธอเคยไปเรียนที่อเมริกาด้วยเหรอ” อาจารย์ผู้คุมหอมองหน้าคนตัวเล็กอย่างสงสัย จุนซซูกระพริบตาปริบๆๆ

“เพิ่งย้ายกลับมาจากอเมริกาเหรอครับ”

“ใช่ สิ เธอเคยเจอกับเขามาแล้วเหรอถึงได้ไม่ถูกกัน ตามประวัติการศึกษาเขาไม่เคยเรียนที่เกาหลีมาก่อนเลยนะ” อาจารย์พลิกแฟ้มดูประวัตินักศึกษาไปพลาง

“เอ่อ~ คือ..” คนตัวเล็กได้แต่ยืนนิ่ง ตอบอะไรไม่ได้

“เอา ล่ะ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ถูกกัน แต่ก็ไม่สามารถย้ายห้องได้ตามชอบใจหรอกนะ เพราะฉะนั้นขึ้นไปคุยกันซะให้เรียบร้อย พวกเธอต้องอยู่ด้วยกันตลอด4ปีที่เรียนที่นี่ มีธุระแค่นี้ใช่ไหม”

“ครับ” จุนซูตอบเสียงอ่อยๆ ก่อนจะเดินคอตกกลับไปทางเดิม มือบางจับที่ราวบันไดเหมือนคนกำลังตัดสินใจ ก่อนจะถอนใจเฮือกหันหลังเดินออกไปจากหอพัก ขอตั้งหลักก่อนแล้วกัน ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก


“ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่นะ คิมแจจุง” ยุนโฮเอ่ยทักรูมเมทของเขา เด็กหนุ่มหน้าสวยลูกชายคนเล็กของตระกูลคิม เจ้าของกิจการโรมแรมหลายสาขาทั่วโลก

“ฉันก็ไม่คิดว่าจะได้เจอนายเหมือนกันชองยุนโฮ” แจจุงเชิดหน้าตอบราวกับนางพญาอยู่บนโซฟาหน้าทีวี

“ทำไม คนอย่างนายถึงต้องมาเรียนที่นี่ด้วยล่ะ ที่นี่ไม่มีสาขาการโรงแรมที่นายจำเป็นต้องเรียนไม่ใช่เหรอ” ยุนโฮเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆคนสวย แจจุงปรายตามองนิดนึง ก่อนจะขยับตัวออกห่างลุกขึ้นเดินไปมองข้าวของของยุนโฮที่วางเอาไว้หน้าประตู อย่างไม่สนใจ มือบางหยิบหนังสือเรียนเล่มนึงขึ้นมาอ่านหน้าปก หันไปเหล่มองคนที่โซฟา

“นายเองก็เหมือนกัน เพิ่งรู้ว่าลูกชายบริษัทรถยนต์ชื่อดังต้องเรียนคณะวิทยาศาสตร์ด้วย” ยุนโฮยักไหล่

“ก็คงเหมือนกับนายนั่นแหละ รู้ข่าวเร็วดีนี่ อย่างนี้ไม่นานฉันก็คงจะได้เจอคุณชายตระกูลชิมที่นี่ด้วยใช่ไหม”

“ชางมินน่ะเหรอ อยู่ห้องตรงข้ามนี่ไง มาพร้อมกันฉันนี่แหละ” แจจุงตอบ

“หึ เดี๋ยวนี้ควงคุณชายตระกูลชิมด้วยเหรอ ถ้าพวกนายสองคนร่วมมือกันฉันก็แย่น่ะสิ” ยุนโฮเดินเข้ามาใกล้คนสวย แขนแข็งแรงโอบเอวแจจุงรั้งเข้ามาใกล้ แจจุงยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะส่งหมัดลุ่นๆต่อยเข้าที่ท้องของชายหนุ่มตรงหน้าเต็มๆ ส่งผลให้ยุนโฮเซไปข้างหลังเล็กน้อย

“ขอโทษนะ บังเอิญฉันไม่ใช่หนุ่มๆหรือสาวๆในสต๊อคของนาย จะได้มาทำรุ่มร่ามกับฉันได้” แจจุงพูดพลางปัดมือสองสามที ก่อนจะเดินผ่านร่างสูงตรงหน้าไปนั่งที่หน้าทีวีเหมือนเดิม

“หึ~ อยู่ด้วยกันตั้ง4ปี นายจะวางท่าเป็นนางพญาอย่างนี้ได้ตลอดให้มันรู้ไป” ยุนโฮมองไปที่คนสวยอย่างหมายมาด ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเพราะเริ่มจุกจากหมัดคนสวย


จุนซู เดินมาเรื่อยๆ จนถึงสวนของมหาลัย ร่างเล็กนั่งลงที่ม้านั่งตัวนึง ถอนใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก 4ปี ห้ามเปลี่ยนห้อง แล้วถ้าหมอนั่นเป็นซาตาน เขาก็ต้องตายแน่ๆ จะทำยังไงดี เขายังไม่อยากตายนี่ แล้วแบบนี้พ่อจะอยู่กับใคร แม่ก็ตายไปแล้วด้วย มือบางขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง เพราะคิดไม่ตก แต่เดี๋ยวก่อน ย้ายมาจากอเมริกา ซาตานเรียนหนังสือด้วยเหรอ เอ~ หรือว่าเราจะตาฝาด ก็หมอนั่นเล่นแต่งดำทั้งชุด เราก็เลยมองเห็นเป็นปีก หรือว่าเขาจะไม่ได้เป็นซาตาน โอ้ย~ ไม่รู้แล้ว ปวดหัวๆๆๆ จะทำยังไงดีๆๆๆๆ ถ้าเปลี่ยนห้องได้ก็ดีน่ะสิ จะได้ย้ายไปอยู่ห้องอื่น แต่ แล้วคนที่ย้ายมาแทนเราอ่ะ ก็ต้องตายอ่ะดิ ไม่ได้ๆๆ อย่างนี้ไม่ดีแน่ๆ

จุน ซูนั่งคิดอยู่ตรงนั้นนานเป็นชั่วโมง จนท้องฟ้าเริ่มมืด อากาศข้างนอกก็เริ่มเย็นลง จุนซูยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เข็มสั้นชี้ไปที่เลข9 หา นี่เขานั่งคิดนานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย มิน่าท้องเริ่มร้อง ทำไงดีอ่ะ บนหอมีอะไรให้กินไหมเนี่ย ใกล้เวลาหอปิดแล้วด้วย ว่าแล้วคนตัวเล็กก็รีบเดินกลับหอพักทันที ทั้งๆที่ใจก็ยังหวาดหวั่นกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้เขาก็ไปไหนไม่ได้ จำเป็นต้องกลับไปปักหลักที่เดิมก่อน

จุนซูเดินมาจนถึงหน้าห้องพัก ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะค่อยๆบิดลูกบิดประตู ยื่นหน้าเข้าไปดูข้างในห้อง ไม่เห็นร่างโปร่งของเพื่อนร่วมห้องอยู่ด้วย จุนซูถอนใจอย่างโล่งอกก่อนจะค่อยๆแทรกตัวเข้าไปในห้องพัก คนตัวเล็กมองไปรอบๆห้อง ไม่มีใครอยู่เลยสักคน คนตัวเล็กพุ่งตรงไปที่ตู้เย็นคิดว่าน่าจะพอมีอะไรให้เขากินรองท้องได้บ้าง แต่ความหวังทั้งหมดก็พังทลาย ตู้เย็นไม่มีอะไรเลยนอกจากขวดน้ำ ก็นี่มันหอพักนี่เนอะ ใครจะเอาอะไรมาเตรียมไว้ล่ะ ถ้าไม่ซื้อเข้ามา โอ้ย~ หิวอ่ะ ไม่น่ามัวแต่คิดเรื่องบ้าๆนั่นเลย ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังนั่งทอดอาลัยอยู่ที่หน้าตู้เย็น ก็ได้ยินเสียงลูกบิดประตูดังขึ้น จุนซูรีบวิ่งจากหน้าตู้เย็นกระโดดไปนอนที่เตียงทันทีคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุม โปง เพราะกลัวว่าจะเผลอสบตารูเมทของเขา

คนตัวเล็กนอนใจเต้นตึกตัก อยู่บนที่นอน ไม่กล้าขยับเพราะกลัวว่าคนที่เข้ามาจะเข้ากระโดดเข้ามาทำร้าย แต่เปล่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หูของเขาได้ยินแต่เสียงกุกกัก และเสียงกรอบแกรบของถุงพลาสติกจำนวนมากมาย มือบางค่อยๆลดผ้าห่มลงช้าๆ ภาพที่เห็นคือรูมเมทของเขากำลังรื้อของที่ซื้อมาเต็มโต๊ะ จัดเก็บไว้ในตู้เย็น รวมทั้งตู้สำหรับใส่ของกระจุกกระจิกในครัว คนตัวเล็กกลืนน้ำลายเอื๊อก ท้องก็เริ่มส่งเสียงครวญครางหนักเข้า เพราะภาพอาหารตรงหน้า

“อูย อย่าร้องดังนักได้ไหม” จุนซูพึมพำเบาๆ เรียกให้ร่างโปร่งหันมามอง จุนซูรีบคลุมโปงกลับไปทันที ยูชอนเริ่มรำคาญกับท่าทางแปลกๆของเพื่อนร่วมห้อง ทิ้งข้าวของกองไว้ตรงนั้น เดินไปที่เตียงคนตัวเล็กทันที มือเรียวกระชากผ้าห่มที่คนตัวเล็กยึดไว้เป็นเกราะกำบังออก

“ทำอะไร” ยูชอนถามเสียงห้วน ทำเอาคนตัวเล็กยิ่งลนลานเข้าไปอีก

“ปะ เปล่า” จุนซูหลับตาปี๋

“ลืมตา แล้วพูดกับฉัน” ยูชอนสั่ง

“ไม่เอา ฉันไม่อยากตาย” จุนซูร้องเสียงหลง

“ใครจะตาย”

“ก็ฉันไง ถ้าฉันมองตานายฉันต้องตายแน่ๆเลย”

“จะบ้าหรือไง ทำไมแค่จ้องตาฉันแล้วนายจะตาย ประสาท”

“ก็นายมีปีกสีดำนี่ ฉันเห็น” ยูชอนชะงัก

“นายเห็นเหรอ” ร่างโปร่งถามเสียงเครียด

“นายเป็นจริงๆเหรอ ตายๆๆ ฉันตายแน่ๆๆ อย่าทำอะไรฉันเลยนะฉันกลัวแล้ว” จุนซูก้มหน้างุดไม่ยอมเงยหน้ามามองอีกฝ่าย

“ฉันถามว่านายเห็นเหรอ เห็นได้ยังไง” ยูชอนกระชากร่างเล็กตรงหน้าขึ้นมา เขย่าๆอย่างแรง

“โอ้ ย ไม่รู้ๆๆ ฉันเห็นเมื่อตอนเช้า นายเป็นซาตานใช่ไหม ไม่ๆๆ ฉันกลัวๆๆ” จุนซูหลับหูหลับตาแหกปากร้องเต็มที่ ยูชอนรวบคนตัวเล็กที่กำลังดิ้นหนีตายเอาไว้ด้วยแขนข้างนึง อีกมือนึงจัดการปิดปากคนตัวเล็กเอาไว้ ก่อนที่ใครๆจะแห่กันมาทั้งหอ ก่อนจะกระซิบเสียงเครียด

“ฉันไม่ใช่ซาตาน เลิกแหกปากได้แล้ว”

“ไม่ จริงๆๆๆ ฉันไม่เชื่อหรอก ซาตานมีปีกสีดำ นายก็มีปีกสีดำ นายต้องเป็นซาตานแน่ๆเลย” จุนซูตะโกนเสียงดัง ทันทีที่สามารถแกะมือใหญ่ออกจากปากตัวเองได้ มือเรียวจับหน้าคนตัวเล็กที่หลับหูหลับตาตะโกนปาวๆหันกลับมา ก่อนจะก้มลงอุดเสียงร้องดังโหวกเหวกโวยวายด้วยการกดปากอิ่มไปบนริมฝีปากบาง ของคนตัวเล็ก จากที่ดิ้นๆอยู่ คนตัวเล็กก็ชะงักค้าง ตาเรียวเบิกกว้าง ยูชอนถอนปากออกมาหลังจากที่รู้สึกว่าคนในอ้อมแขนเริ่มหยุดดิ้น จุนซูยกมือปิดปากทันที ตาเรียวจ้องมองไปที่ลูกแก้วสีนิลของคนตรงข้าม

“นาย สูบวิญญาณฉันไปแล้วใช่ไหม” คนตัวเล็กตะโกนถามเสียงอู้อี้เพราะมือยังปิดอยู่ที่ปากตัวเอง แต่สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่ได้มีท่าทีเขินอายเพราะตอนนี้กลัวตายอย่างเดียยวเท่านั้น

“ฉันขอบอกอีกครั้งว่าฉันไม่ใช่ซาตานอย่างที่นายคิด ไม่ว่านายจะเห็นอะไร แต่ฉันไม่ใช่” ยูชอนพูดหลังจากปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ

“แล้วก็เลิกตะโกนสักที ฉันหนวกหู”

“ฉัน กำลังจะตายใช่ไหม” คนตัวเล็กยังไม่เลิกฟูมฟาย เพราะคิดว่าถูกยูชอนสูบวิญญาณไปแล้ว ร่างโปร่งได้แต่ส่ายหน้า จะให้บอกสักกี่ทีเจ้าเปี๊ยกนี่มันถึงจะรู้เรื่องกันนะ

“ฮือๆๆๆ ไม่นะฉันไม่อยากตาย พ่อจ๋าจุนซูยังไม่อยากตาย ฮือๆๆๆ” คนตัวเล็กเริ่มก้มหน้าก้มตาร้องไห้เสียงดัง ยูชอนเดินเข้ามาหาร่างเล็กที่กำลังก้มหน้าก้มตาร้องไห้ กระซิบข้างหูเบาๆ

“เมื่อกี้เขาเรียกจูบต่างหาก เจ้าบ๊อง” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมามองทั้งๆที่คราบน้ำตายังเต็มหน้า

“แสดงว่า ..ฉัน .. ยังไม่ตายใช่ไหม”

“ไม่ มีใครตายเพราะถูกจูบหรอก” ก่อนจะเดินกลับไปจัดข้าวของเก็บที่เหมือนเดิม คนตัวเล็กปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะค่อยๆเดินไปหาร่างสูงที่ยืนจัดของอยู่ จุนซูรวบรวมความกล้า จ้องตาของคนตรงหน้าอย่างจริงจัง

“ทำอะไรน่ะ” ยูชอนกันมาถาม

“จ้องตานายไง แม่บอกว่าซาตานจะทำให้เราหลงใหล และจะช่วงชิงวิญญาณเราไป” จุนซูอธิบาย

“แล้วเป็นไง รู้สึกอะไรบ้างไหมล่ะ” ยูชอนถาม จุนซูส่ายหน้าดิ๊ก

“ไม่ เห็นรู้สึกอะไรเลย นายไม่ได้เป็นซาตานจริงๆใช่ไหม ฉันตาฝาดไปเอง” คนตัวเล็กยิ้มร่า แบบนี้เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตายแล้วสิ ค่อยยังชั่วหน่อย

“จะคิดอะไรก็คิดไปคนเดียวเถอะ” ยูชอนพูด หลังจากเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย

“อ๊ะ เดี๋ยวสิ เรายังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันคิมจุนซูยินดีที่ได้รู้จัก” จุนซูยื่นมือมาข้างหน้า

“ฉัน ปาร์คยูชอน” พูดจบก็เดินไปที่เตียงตัวเองทันที ไม่สนใจจับมือทักทายกับคนตัวเล็กด้วยซ้ำ แต่จุนซูไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้กำลังสนใจข้าวของตรงหน้ามากกว่า

“เอ่อ ยูชอน ฉันเรียกแบบนี้ได้ไหม” ยูชอนพยักหน้า

“ฉันของแบ่งของกินหน่อยได้ไหมอ่ะ ฉันกลับมากินข้าวไม่ทัน หิวมากเลย” จุนซูใช้มือลูบท้องตัวเองทำเสียงอ่อยๆ

“ก็ตามใจ กินไปเถอะฉันไม่หวงหรอก”

“เหรอ ใจดีจังเลย ขอบคุณน้า” ร่างเล็กจัดการเปิดตู้เย็น หยิบของที่ตัวเองคิดว่าจะกินได้ออกมากอง ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจเจ้าของที่ล้มตัวนอนลงบนเตียงไปแล้ว

“ใจดีเหรอ หึ~ นายยังไม่รู้จักฉันดีหรอกคิมจุนซู” ยูชอนพึมพำเบาๆกับตัวเอง


ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของยามค่ำคืน ร่างบางของสาวน้อยกำลังเร่งเดินทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด เพราะทนต่ออากาศเย็นข้างนอกไม่ไหว ทันทีที่เลี้ยวพ้นมุมตึก เธอก็พบชายหนุ่มคนนึงยืนพิงกำแพงอยู่ เธอกำลังจะเดินผ่านเขาไปแล้ว ถ้าไม่ถูกมือหนารั้งเอาไว้ หญิงสาวตกใจกำลังจะร้องให้คนช่วยแต่ว่า ทุกอย่างถูกดูดกลืนหายเข้าไปหมดเมื่อสบกับดวงตาสีดำสนิท ในขณะที่หญิงสาวไม่ทันรู้ตัว มือหนาก็เลื่อนลงกับตรงตำแหน่งของหัวใจ นิ้วเรียวค่อยๆแทรกเข้าไปในผิวเนื้อของคนตรงหน้า เลือดสีแดงไหลออกมาออกอย่างไม่ขาดสาย โดยที่หญิงสาวไม่ทันจะได้ร้องด้วยซ้ำ ร่างบางทรุดฮวบทันที หลังจากที่ของบางอย่างได้ถูกช่วงชิงไปจากร่างกาย มือหนายกของที่ตัวเองเพิ่งควักออกมาจากตัวหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายสดๆ มองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ตาสีดำสนิทฉายแววไม่พอใจ

“ไม่ใช่” ก่อนจะสยายปีกสีดำบินลับหายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน


คิม จุนซากำลังทำอาหารเช้าให้ลูกค้าที่เข้ามาที่ร้านอย่างไม่ขาดสาย จุนซูไปที่มหาลัยตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้เขาไม่ต้องคอยทำอาหารเข้าให้ลูกชาย จึงมาเปิดร้านแต่เช้าได้ ที่ร้านเปิดทีวีไว้สำหรับลูกค้าที่เข้ามาฝากท้องที่นี่ได้ดูกันอย่างเพลิด เพลิน เสียงนักข่าวหญิงรายงานข่าวภาคเข้าของวันตามปกติดังมาจากทีวี

“เมื่อ เช้านี่เวลา7.00นาฬิกา พบศพหญิงสาวไม่ทราบชื่อที่แถบเมืองอิลซาน ตำรวจยังไม่ให้ข้อสันนิฐานอะไรแน่ชัด เพราะข้าวของมีค่ายังอยู่ไม่ได้ถูกโจรกรรมไป พบแต่รอยแผลขนาดใหญ่ในตำแหน่งใกล้หัวใจ ทางตำรวจกำลังส่งศพไปตรวจที่นิติเวช”

~ แคร้ง ~

เสียง ตะหลิวร่วงลงกับพื้น เรียกให้คนในร้านให้มามอง คิมจุนซารีบเก็บตะหลิวขึ้นมา ก่อนจะก้มหัวขอโทษลูกค้าในร้านที่ทำให้ตกใจ หันไปล้างตะหลิวให้สะอาดด้วยมือไม้อันสั่นเทา พลางหันไปเรียกเด็กผู้ช่วยในร้านมาจัดการทำอาหารแทน สวนตัวเองวิ่งเข้าไปที่หลังร้าน เดินผ่านส่วนที่เป็นสวนเพื่อกลับเข้าบ้านที่ตั้งอยู่ด้านหลัง เข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ในห้องรับแขก

“ไม่จริงใช่ไหม มันกลับมาแล้ว” คิมจุนซาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะวิ่งขึ้นไปที่บนห้อง คว้าไม้กางเขนของตัวเองขึ้นมา สวดมนต์ทุกบทที่จำได้ เพื่ออ้อนวอนขอร้องต่อเพราะเจ้า ว่าอย่าให้มันหาลูกชายของเขาเจอเลย


“มันเริ่มแล้วสินะ” แจจุงพึมพำขึ้นเบาๆ หลังจากดูรายงานข่าวจบ เรียกให้ยุนโฮเดินเข้ามาใกล้

“ถ้าพวกเรารู้ คิดเหรอว่ามันจะไม่รู้” ยุนโฮพูด พลางหันไปมองคนสวยที่กำลังใช้ความคิดอยู่ข้างๆ

“เรา คงต้องเร่งมือหน่อย ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเรียนที่นี่ แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร” แจจุงพูดร่างบางลุกจากที่นั่งกำลังจะก้าวออกไป มือหนาก็รั้งไว้ก่อน

“จะไปไหน”

“ไปหาชางมินน่ะสิ ไม่รู้ว่าหมอนั่นรู้ข่าวเรื่องนี้หรือยัง” ยุนโฮยกยิ้ม

“ถ้าเด็กอัจริยะอย่างชางมินไม่รู้ พวกเราก็คงไม่รู้ด้วยนั่นแหละ”

~ ก๊อกๆๆๆ ~

“นั่น ไง ฉันว่าหมอนั่นแน่” ยุนโฮปล่อยมือคนสวยก่อนจะไปเปิดประตูให้แขกยามเช้า ร่างสูงของใครอีกคนมองหน้าคนมาเปิดประตู ยกคิ้วนิดนึงอย่างแปลกใจ

“พี่ก็อยู่นี่ด้วยเหรอ” ชิมชางมินทักทาย

“แหงล่ะ พวกนายยังมาได้ทำไมฉันจะมาไม่ได้” ยุนโฮยักไหล่ตอบ ก่อนจะปิดประตูให้เรียบร้อย เดินมานั่งรวมกับคนอื่นๆที่โซฟา

“ชางมินนายเห็นข่าวแล้วใช่ไหม” แจจุงถาม ร่างสูงพยักหน้า

“ผมมาหาพี่ก็เพราะเรื่องนี้แหละ”

“เราต้องเร่งมือแล้ว ถ้าเรายังหาpure heart ไม่เจอ แล้วปล่อยให้มันเจอกัน จะลำบาก” แจจุงพูด

“ผม รู้แต่ว่าเขาจะเข้าเรียนที่นี่ปีนี้ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร สถานะของเขาถูกปกปิดมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ครั้งที่แล้ว ไม่มีใครเคยเจอเขามาก่อน มีแต่คำสัญญาจากพ่อของเขาว่าจะส่งมาที่นี่เมื่อถึงเวลา” ชางมินพูด พลางปรายตาไปมองหน้ายุนโฮ ที่เอาแต่เก็บข้อมูลไม่พูดอะไรสักคำ

“มองหน้าฉันทำไม” ยุนโฮถามกวนๆ ทั้งๆที่รู้ว่าคนพวกนี้ต้องการความช่วยเหลือจากเขา พอๆกับที่เขาต้องการเช่นกัน

“พี่ ก็น่าจะรู้ พี่รู้อะไรมาบ้างบอกมาดีกว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาแย่ง pure heart กัน แต่เราต้องร่วมมือกันมากกว่า” ชางมินพูด ยุนโฮพยักหน้า

“เอางั้นก็ได้ ยังไงๆ เราก็ยังไม่รู้ว่าใครจะได้ครอบครอง pure heart ตอนนี้เราควรช่วยกันสืบดีกว่า สามคนต้องดีกว่าคนเดียวอยู่แล้ว”

“ใช่ เพราะถ้าปล่อยให้มันได้ pure heart ไป เราจะไม่มีอะไรต่อกรกับมันได้อีก เพราะ pure heart เป็นอาวุธชิ้นเดียวที่ทำให้เราจัดการมันได้” แจจุงพูด

“ใครน้าช่างสร้างให้ pure heart เป็นทั้งอาวุธและขุมพลังของซาตาน” ยุนโฮพูดขึ้นลอยๆ

“เอา เป็นว่าตอนนี้เราควรร่วมมือกัน ถึงสุดท้ายแล้ว เราจะไม่รู้ว่าใครมีสิทธิ์ได้ใช้ pure heart ก็ตาม” แจจุงพูด ทุกคนพยักหน้า ในสถานการณ์คับขันแบบนี้ ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันว่า ใครจะเป็นคนปราบซาตาน แต่น่าจะร่วมมือกันหาให้เจอก่อนที่ซาตานจะเจอน่าจะดีกว่า

ในอดีต 4ตระกูลใหญ่ผู้ได้รับสืบทอดดูแลประตูสวรรค์ทั้ง4ทิศ ต่างพากันแย่งชิงเพื่อจะได้ครอง pure heart เพราะเชื่อกันว่า ตระกูลได้ได้ครอง pure heart และสามารถล้มซาตานได้ ตระกูลนั้นได้จะได้เป็นใหญ่ เป็นผู้นำของทั้ง4ตระกูล พวกเขาจึงต้องแก่งแย่งชิงดีกันมาตั้งแต่โบราณ จนถึงยุคนี้ ยุคที่ใครๆก็ต่างลืมเลือนเรื่องพวกนี้กันไปหมด โดยหารู้ไม่ว่า ซาตานก็ยังคงมีตัวตน และรอคอยวันที่จะกลับมาครอบครองโลกมนุษย์เหมือนเมื่ออดีต

มีแต่พวก เขาที่เป็นทายาท ที่ได้รับการสั่งสอน และสืบทอดเจตนารมณ์มาจากรุ่นสู่รุ่น รอคอย และเสาะหา ผู้ครอบครอง pure heart จนกระทั่งเมื่อ15ปีที่แล้ว ทั้งสี่ตระกูลได้พบร่องรอยของผู้ครอบครอง pure heart แต่ทว่า พวกเขาก็ไปไม่ทัน เพราะซาตานไปถึงที่นั่นก่อน แต่ก็ไม่ได้รับ pure heart ไปแต่อย่างใด เพราะผู้คุ้มครองชิงฆ่าตัวตายไปก่อนที่ซาตานจะได้ช่วงชิงในขณะที่มีชีวิต อยู่ ข่าวคราวก็หายไป จนล่าสุด เขาเพิ่งได้รับทราบจากผู้เฒ่าของตระกูลว่า pure heart เกิดขึ้นแล้ว และผู้คุ้มครองคนใหม่ถูกส่งตัวมาเรียนที่มหาลัยแห่งนี้ตามสัญญา จึงไม่แปลกที่พวกเขาถูกส่งตัวมาที่นี่พร้อมกันทั้ง 3 ตระกูล ทิศเหนือ ตระกูลชิม ทิศใต้ ตระกูลคิม และทิศตะวันตก ตระกูลชอง ขาดก็แต่ตระกูลทางทิศตะวันออก ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวมานานแล้ว


ยู ชอนกดรีโมทปิดโทรทัศน์ หลังจากฟังข่าวจบ ตาคมเหม่อมองไปด้านนอก เสียงคนตัวเล็กที่ตะโกนใส่เขาเมื่อวานยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ตาคมหันไปมองก้อนกลมๆที่ซุกตัวอยู่บนเตียงนอน ทั้งๆที่วันนี้ต้องไปปฐมนิเทศ แต่หมอนั่นก็ยังไม่ตื่น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาควรสนใจ สิ่งที่เขากำลังครุ่นคิดก็คือ ทำไมหมอนั่นถึงเห็นปีก

ยูชอนพิงศีรษะกับพนักของโซฟา พลางครุ่นคิดเพื่อนร่วมห้องที่แสนประหลาด ที่สำคัญ คิมจุนซูมองเห็นปีกของเขา ทั้งๆที่เขาแน่ใจว่า ไม่ได้เผลอสยายปีกออกมาแม้แต่น้อย แล้วทำไมหมอนั่นถึงมองเห็น ไหนจะข่าวการตายอย่างไร้สาเหตุ พร้อมรอยแผลขนาดใหญ่ที่หัวใจของหญิงปริศนา

“ฮ้าว~” เสียงคนตัวเล็กหาวขึ้นมาทำลายความเงียบของห้อง ยูชอนหันไปมองก็พบว่า เพื่อนร่วมห้องของเขานั่งหัวยุ่งอยู่บนที่นอน

“กี่โมงแล้วอ่ะ” จุนซูงัวเงียถาม

“8โมง ครึ่ง” ยูชอนตอบ ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะล้มตัวลงไปนอน ไม่นานก็เด้งขึ้นมา ตาลีตาเหลือกวิ่งเข้าห้องน้ำไปเพราะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ปฐมนิเทศตอน9โมงเช้า ยูชอนมองตามภาพนั้นยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปหยิบขนมปังปิ้งกับไส้กรอกที่ทอดไว้แต่เช้าออกมากินอย่างสบาย อารมณ์ คนตัวเล็กวิ่งพรวดพราดจากห้องน้ำออกมาแต่งตัว ปากก็บ่นไปด้วย

“ทำไม นายไม่ปลุกฉัน วันนี้มีปฐมนิเทศด้วย” ยูชอนไม่ตอบ จัดการเก็บจานชามไปวางที่ซิงค์ล้างจาน เดินมาหาคนตัวเล็กที่กำลังแต่งตัวอยู่ ยื่นคีย์การ์ดให้

“เอ้า ของนาย อาหารอยู่บนโต๊ะ ถ้าไม่กินก็เก็บใส่ตู้ด้วย ไปล่ะ” จุนซูรับคีย์การ์ดมางงๆ มองตามร่างโปร่งที่เดินออกไปจากห้องหน้าตาเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะรอเพื่อนร่วมห้องไปพร้อมกันเลยสักนิด

“เฮ้ย รอด้วยสิ” มีแต่เสียงปิดประตูเท่านั้นที่เป็นคำตอบ

“นาย ต้องเป็นซาตานแน่ๆ ถึงได้ใจร้ายกับเพื่อนได้ลงคอ มีรถทำไมไม่รอกันบ้าง ไอ้คนใจร้าย” คนตัวเล็กขุดเอาประเด็นเก่าขึ้นมาพูด เพียงเพราะรูมเมทไม่ยอมปลุก แถมยังไปคนเดียวหน้าตาเฉย ร่างเล็กไม่ลืมวิ่งไปกวาดขนมปังปิ้งกับไส้กรอกมาคาบไว้ ก่อนจะเอาจากเปล่าไปกองไว้ที่ซิงค์ล้างจาน คว้ากระเป๋าคีย์การ์ดวิ่งออกไปนอกห้อง

“อ๊ะ จุนซู จะรีบไปไหนน่ะ” ยุนโฮพร้อมกับอีกสองคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องตัวเองเอ่ยทัก

“ไออะอ๋มอิเอดไอ” เสียงคนตัวเล็กตอบอู้อี้เพราะปากคาบอาหารอยู่

“ไปไหนนะ” ยุนโฮเดินมากใกล้ หยิบขนมปังกับไส้กรอกมาถือไว้เพื่อให้คนตัวเล็กพูดได้

“ไปปฐมนิเทศไง ยุนโฮไม่ไปเหรอ” จุนซูพูดพลางรวบอาหารในมือร่างสูงกลับมาถือไว้เอง

“ไปสิ ใครๆก็ต้องไปทั้งนั้นแหละ” ยุนโฮยิ้ม

“เหรอๆๆ ดีเลย ไปด้วยคนนะ ฉันคงวิ่งจากที่นี่ไปหอประชุมไม่ทันแน่ๆ” จุนซูยิ้มกว้าง อย่างน้อยเขาก็ยังมียุนโฮอีกคน ไม่ง้อไอ้รูมเมทใจร้ายนั่นก็ได้

“ได้ สิ ผมยินดีรับใช้คนน่ารักเสมอ” ยุนโฮโค้งให้นิดๆ ผายมือให้จุนซูเดินไปก่อน หันมายักคิ้วให้คนสวยที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ด้านหลังอย่างล้อเลียน

“พี่ แจจุง หึงก็บอกเขาไปสิ จะมาทำหน้าตูมอยู่ทำไม” ชางมินหันมาแซวเพื่อนรุ่นพี่ที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับตั้งแต่เห็นรูมเมทของตัว เองไปกับคนน่ารัก

“ใครหึง พูดให้มันดีๆนะชางมิน” ชางมินได้แต่หัวเราะ

“คน เราน่ะ ดุมากๆเขาก็หนีหมดนั่นแหละ ทำตัวน่ารักแบบคนเมื่อกี้มั่งก็ดีนะ” ชางมินพูดพลางเดินนำหน้าคนสวยไปอย่างไม่สนใจ ทิ้งให้แจจุงยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียว

“ชองยุนโฮ นายนี่มันเจ้าชู้จริงๆ” แจจุงบ่น ก่อนจะเดินตามชางมินไป

%%%%%


TBC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

-///-

#1 By milkจัง (115.87.45.167) on 2010-03-11 21:51

สนุก ตื่นเต้น น่าตามมากๆค่ะ
ตกลงมิคเป็นทายาททิศตะวันออกใช่เปล่า
คงไม่ใช่ซาตานที่ควักหัวใจนั่นหรอก
สงสัยอยู่เหมือนกันว่าน้องเห็นปีกมิคได้ไง
แค่คิดว่าทุกคนต้องมาคุ้มกันน้องก็สนุกแล้วอ่ะ
มาต่อเร็วๆน้าไรเตอร์

#2 By chebi (124.121.228.114) on 2010-03-12 15:01