Recommend

[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Part 1

posted on 11 Mar 2010 15:14 by kameryuichi  in servant

 

 

 

Part 1







“ผมปาร์คยูชอนครับ เป็นคนรับใช้ของคุณหนูจุนซู”

“คนรับใช้”

“ครับ ผมเป็นคนรับใช้ประจำตัวของคุณหนูครับ”

“อย่ามาพูดเล่นได้ไหม ผมไม่มีอารมณ์มาล้อเล่นหรอกนะ”

“ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ ผมเป็นคนรับใช้ประจำตัวของคุณหนูจริงๆ”

ยู ชอนยังยืนยันคำเดิม แต่จุนซูไม่สนใจ เพราะตอนนี้เขาเริ่มหายมึนจากยานอนหลับ สติการรับรู้เริ่มกลับมาทำงานเหมือนเดิม ทำให้เขาคิดถึงแต่เรื่องพ่อกับแม่เท่านั้น จุนซูตั้งท่าจะลงมาจากเตียงเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้มียูชอนกันเอาไว้ไม่ให้เขาลงมาได้ง่ายๆ

“คุณหนูจะไปไหนครับ”

“หลีกไป ผมจะไปหาพ่อกับแม่”

จุน ซูพูดอย่างเกรี้ยวกราด ใช้มือทั้งผลักทั้งดันยูชอนออกไปให้พ้นทาง แต่ดันเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลเลย คนตรงหน้าไม่ได้ขยับไปไหนเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับกดเขาลงไปนอนที่เตียงได้อย่างง่ายดาย

“คุณหนูไปไม่ได้นะครับ ตอนนี้คุณหนูยังไม่แข็งแรง”

“เอ๊ะ อย่ามายุ่งได้ไหม ฉันจะไปหาพ่อกับแม่” น้ำเสียงเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อนึกถึงความเป็นจริงที่ตอนนี้เขาไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่อีกแล้ว

“ไม่ ต้องห่วงเรื่องนั้นนะครับ ผมจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว ตำรวจค้นศพท่านทั้งสองพบแล้ว ตอนนี้อยู่ที่โบสถ์ รอให้คุณหนูแข็งแรงกว่านี้ค่อยไปเคารพท่านที่สุสาน ตอนนี้คุณหนูพักก่อนนะครับ”

“ไม่ ฉันจะไป ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

จุน ซูยังไม่ยอมแพ้ ใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่ผลักยูชอนจนเซออกไปพ้นทาง แต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน ยูชอนคว้าเอวเอาไว้ได้ก่อน อุ้มจุนซูลอยจากพื้นขึ้นมาวางไว้ที่เตียงเหมือนเดิม แต่จุนซูก็ดิ้นอย่างแรงไม่ยอมให้ยูชอนจับเขาไว้ได้ง่ายๆ

“ปล่อย ฉันบอกให้ปล่อย ฉันจะไปหาพ่อกับแม่ ปล่อยเดี๋ยวนี้”

“คุณหนู คุณหนู ฟังผมก่อน” ยูชอนกดคนตัวเล็กไว้ติดกับเตียง

“ไม่ ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ไม่ ฉันไม่ฟัง” จุนซูส่ายหน้าไปมา ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ตอนนี้เขาอยากจะไปหาพ่อกับแม่อย่างเดียว

“ได้ ถ้าคุณหนูยังจะดื้อก็ตามใจ แต่ผมขอบอกไว้ก่อนว่า โบสถ์ที่เก็บศพท่านทั้งสองน่ะ มีผมคนเดียวที่รู้ ถ้าคุณหนูไม่ยอมรักษาตัวเองให้หายก่อน อย่าหวังเลยว่าจะได้ไป” ยูชอนใช้มาตรการเด็ดขาดกับจุนซู ได้ผล คนตัวเล็กหันมามองเขาด้วยสายตาเกรี้ยวกราดทันที

“คนใจร้าย นายมันใจร้าย ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ฉันแค่อยากเจอพ่อกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย ทำไมนายต้องใจร้ายขนาดนี้” จุนซูพูดทั้งน้ำตานองหน้า

“ผมไม่ได้ใจร้ายกับคุณหนู คุณหนูต่างหากที่ใจร้ายกับตัวเอง ทำร้ายร่างกายตัวเอง คิดว่าทำแบบนี้แล้วคุณพ่อกับคุณแม่คุณหนูจะดีใจใช่ไหม หรือว่าอยากตายตามกันไป”

“ตายได้ก็ดี ฉันไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ไม่มีพ่อกับแม่ ฉันก็ไม่มีใครอีกแล้ว ฉันไม่มีใครอีกแล้วได้ยินไหม”

“มีสิ คุณหนูยังมีผมไง” จุนซูนิ่งไปสักพักกับคำตอบที่ได้ยิน

“นายเกี่ยวอะไรด้วย”

“เกี่ยวสิ นอกจากคุณพ่อกับคุณแม่แล้ว ยังมีผม และคุณปู่ ที่เป็นห่วงคุณหนู”

“ฉันกับนายไม่รู้จักกัน คุณปู่อะไรนั่นด้วย แล้วจะมาเป็นห่วงอะไรกับฉัน อย่ามาพูดบ้าๆ”

“แล้วสักวันคุณหนูก็จะเข้าใจ ว่าทำไมผมถึงห่วงคุณหนู”

“ฉัน ไม่เข้าใจ ไม่อยากเข้าใจอะไรทั้งสิ้น ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมต้องระเบิดร้านฉัน ร้านซาลาเปาเล็กๆของเราไม่เคยมีคู่แข่ง ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ ฮือๆๆๆ”

จุนซูทุ่มตัวลงร้องให้กับหมอนใช้มือ ทั้งสองข้างปิดหูเอาไว้อย่างยอมแพ้ในโชคชะตาของตัวเอง ขนาดจะไปหาพ่อกับแม่เขายังทำด้วยตัวเองไม่ได้ต้องพึ่งคนอื่น พ่อฮะแม่ฮะ จุนซูพยายามจะไปหาพ่อกับแม่เร็วที่สุดแต่ไม่ก็ทำไม่ได้จุนซูมันไม่ดีจุนซู มันไม่ได้เรื่อง เพราะไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็ไม่สามารถหลุดไปจากพันธนการของคนที่อ้างตัวว่า เป็นคนรับใช้ได้เลย

“ไม่ต้องห่วงนะครับ เรื่องนี้ผมจะจัดการสืบให้เอง คุณหนูพักก่อน เชื่อผม ผมจะพาไปหาคุณพ่อคุณแม่แน่นอน ผมสัญญาว่าผมจะคอยปกป้องดูแลคุณหนูไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก”

ยู ชอนโอบคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้อย่างหนักขึ้นมากอดเอาไว้ ลูบหัวกลมๆของคนตัวเล็กอย่างปลอบโยน เหมือนพี่ชายกำลังปลอบน้องเล็กๆให้หยุดร้องไห้งอแง ในขณะที่คนตัวเล็กกลับสะอื้นจนตัวโยนมากขึ้น เมื่อรับสัมผัสที่อบอุ่น หลังจากที่สองสามวันมานี้ เขาต้องแบกรับความเสียใจความเจ็บปวดและความสูญเสียที่ไม่ได้ทันได้เตรียมใจ มาก่อนโดยตลอด ยูชอนปล่อยให้จุนซูร้องไห้จนพอใจ จนจุนซูค่อยๆหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ยูชอนจัดให้คนตัวเล็กนอนในท่าที่สบายขึ้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเข็มน้ำเกลือที่หมิ่นเหม่จะหลุดออกมา ยูชอนกดอินเตอร์คอมเรียกพยาบาลเข้ามาเพื่อเสียบสายน้ำเกลือใหม่ และกลับไปนั่งเฝ้าจุนซูที่เดิม

ในขณะเดียวกัน ซึงรีที่กลับจากไปเอาของที่บ้านเพื่อจะมาเฝ้าจุนซูต่อในตอนเช้าเปิดประเข้า ไปที่ห้องพักคนไข้รวมที่เขามาเฝ้าจุนซูเมื่อวาน แต่เตียงที่จุนซูเคยนอนกลับว่างเปล่า ไม่มีจุนซูอยู่ที่เตียง ซึงรีรีบไปที่เค้าท์เตอร์พยาบาลทันที

“คุณครับ เพื่อนผมหายไปไหน” ซึงรีละล่ำละลักถาม

“ใครคะ” พยาบาลหันมาถามงงๆ

“คิมจุนซูน่ะครับ คนไข้ที่เข้ามาเพราะช็อคจนเป็นลมหมดสติน่ะครับ”

“อ๋อ ญาติคุณคิมจุนซูรับไปแล้วค่ะ เห็นว่าเปลี่ยนไปโรงพยาบาลอื่น”

“ญาติ เป็นไปไม่ได้ จุนซูไม่มีญาติ ก็พ่อแม่เขาเพิ่งเสียไป เขาจะมีญาติได้ยังไงกันครับ”

“อันนี้ก็ไม่ทราบนะคะ แต่เขามีหลักฐานยืนยันแสดงค่ะ ทางเราก็เลยปฏิเสธไม่ได้ ต้องให้ญาติคนไข้พาคนไข้กลับไปค่ะ”

“แล้วะเขาบอกหรือเปล่าครับว่าจะไปโรงพยาบาลไหน”

“ไม่ได้แจ้งไว้นะคะ”

ซึง รีหมดแรงที่จะถามอะไรอีก ตอนนี้เขามีแต่ความกังวลถึงคนตัวเล็ก สมองกำลังคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ได้รับรู้มา จุนซูมีญาติมารับ เป็นไปได้ยังไง ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับจุนซูที่นี่ ไม่เคยมีญาติที่ไหนมาสนใจจุนซูเลยนี่ ซึงรีโค้งให้กับพยาบาลสาว แล้วรีบผลุนผลันออกไปทันที

“ฮัลโหล ฮยอกแจใช่ไหม อืม ฉันมีเรื่องให้นายช่วยหน่อย ใช่เรื่องนั้นแหละ ช่วยตามหน่อยสิว่าจุนซูหายไปไหน ทางโรงพยาบาลบอกว่ามีญาติมารับไป ฉันต้องการรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ใช่ๆ มีเรื่องนิดหน่อย ตอนนี้จุนซูไม่มีใครแล้ว อืม ได้เรื่องแล้วรีบโทรบอกด้วยนะ .. จุนซู นายหายไปไหนเนี่ย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนาย ฉันจะทำยังไง” ซึงรีบ่นพึมพำด้วยความร้อนใจ


จุนซูหลังจากที่รู้ว่าตัวเองไม่ มีทางไปไหนได้ และต้องรักษาตัวอยู่ที่นี่จนกว่าจะแข็งแรงเหมือนเดิม ตั้งแตวันนั้นเขาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้มา3วันแล้ว เพิ่งจะสังเกตว่านี่ไม่ใช่โรงพยาบาลเดิมที่เขาเข้ามาตอนแรก ที่สำคัญห้องนี้มันหรูมากๆ มีทั้งทีวีจอแบนติดผนัง ห้องที่เขานอนกั้นเป็นสัดส่วน มองยังไงก็ไม่เห็นประตูห้องคิดว่ามันคงอยู่ด้านนอก ข้างในนี่มีแต่ชุดรับแขกสุดหรูอยู่ที่ใกล้ๆเตียงคนป่วยที่เขานอนอยู่ มีเตียงสำหรับคนเฝ้าไข้ และสิ่งที่เจอประจำทุกครั้งที่เขาตื่นก็คือคนตัวโตที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง อีตานี่มันจะไม่นอนบ้างหรือไงนะ จุนซูคิดอย่างหงุดหงิด

“ตื่นแล้วเหรอครับคุณหนู” เสียงทุ้มๆเอ่ยทัก

“ไม่เห็นหรือไง”

“เห็นครับ คุณหนูต้องการอะไรไหมครับ หรือว่าจะอาบน้ำ ผมจัดได้เตรียมน้ำให้”

“อาบน้ำ ทุกทีพยาบาลแค่เช็ดตัวไม่ใช่เหรอ” ยูชอนยิ้มบางๆ

“วันนี้คุณหนูจะได้ออกจากโรงพยาบาลนี่ครับ ต้องอาบน้ำสิครับ”

“จริงเหรอ วันนี้ฉันได้ออกแล้วเหรอ ฉันจะได้ไปหาพ่อแม่ใช่ไหม” จุนซูจับแขนยูชอนเขย่าอย่างตื่นเต้น

“ครับ คุณหนูจะได้ไปเคารพศพคุณพ่อคุณแม่แล้วครับ”

จุน ซูหน้าสลดลงไปนิดนึง แต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมา 2-3วันมานี่เขารู้สึกว่าควบคุมตัวเองได้เพิ่มขึ้นมาก เพราะเริ่มทำใจได้แล้วจึงไม่อาละวาดเหมือนตอนแรกๆที่รู้ข่าวว่าพ่อแม่ตาย มีแต่เพียงรอวันที่จะได้ไปเคารพศพพ่อกับแม่เท่านั้น

“เราจะไปกันวันนี้เลยใช่ไหม”

“ไปวันนี้ก็ได้ครับ ตอนนี้ศพของคุณพ่อคุณแม่ผมจัดการทำพิธีให้เรียบร้อยแล้ว รอให้คุณหนูหายคงจะไม่ทัน” จุนซูพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

“คุณหนูรอก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำให้”

ยู ชอนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำสักครู่ก็ออกมาพร้อมชุดคลุมตัวใหม่พาดไว้ที่แขน สาวเท้าเข้ามาหาจุนซูที่ยังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่เตียง จุนซูหันไปมองเอื้อมมือไปรับชุดคลุมเพราะคิดว่ายูชอนเอามาให้เขาเปลี่ยนก่อน อาบน้ำ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ค่อยชินกับการมีคนมาคอยดูแลใกล้ชิดแบบนี้แต่ก็พอจะปรับ ตัวได้ แต่ยูชอนกลับชักมือหนี ไม่ให้จุนซูหยิบชุดคลุมที่แขนออกไป แต่ยูชอนกลับยื่นมือมาดึงเชือกผูกเสื้อคนไข้ออกที่ละเส้น เผยให้เห็นหน้าอกบางสีขาวอมชมพู จุนซูทำหน้างงๆ นี่หมอนี่กะจะทำอะไรเขาเนี่ย อยู่ดีๆมาจับเขาแก้ผ้าทำไม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร ยูชอนก็ละจากเสื้อคนไข้ หันมาทำท่าจะปลดกางเกงของเขาออก เท่านั้นจุนซูเพิ่งได้สติ จับมือใหญ่ของยูชอนเอาไว้ ก่อนเอ่ยถามเสียงดัง

“จะทำอะไรน่ะ”

“ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไงครับ คุณหนูจะได้ใส่ชุดคลุมอาบน้ำ”

“จะบ้าเหรอ ฉันทำเองก็ได้ ไม่ต้องยุ่ง”

“ไม่ได้ครับ กฎข้อแรกของคุณหนูทุกคนก็คือ ห้ามทำอะไรเอง ต้องมีคนรับใช้คนปรนนิบัติเสมอครับ” ยูชอนท่องกฎของการเป็นคุณหนูให้จุนซูฟัง

“จะบ้ารึไง ทำไมฉันต้องคอยให้นายมาทำอะไรให้ด้วย ฉันไม่ได้เป็นง่อยนะ”

“ไม่ได้ครับ กฎก็คือกฎ คุณหนูต้องทำตามกฎครับ”

“ไม่เอา อย่าเข้ามาใกล้นะ ฉันต่อยปากแตกจริงๆด้วย เอาชุดคลุมมา ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง” จุนซูตั้งท่ากำหมัดแน่น

“ก็ได้ครับ คราวนี้ผมจะอนุโลมให้ก่อน เพราะคุณหนูคงยังไม่ชิน งั้นผมจะเข้าไปรอในห้องน้ำแล้วกัน” ยูชอนยื่นชุดคลุมให้

“เดี๋ยว จะเข้าไปทำอะไรในห้องน้ำ ไหนบอกว่าเตรียมน้ำให้ฉันอาบไงล่ะ”

“ก็อาบน้ำให้ไงครับ ผมบอกคุณหนูแล้ว ทุกอย่างต้องมีคนรับใช้คอยจัดการให้ครับไม่เว้นแม้แต่การอาบน้ำ”

“ไม่ต้อง ฉันอาบเองได้”

“แน่ใจเหรอครับคุณหนูว่าอาบเองได้”

“ได้สิ ทำไมจะอาบไม่ได้ ฉันอาบเองมาตลอดนี่”

“งั้นก็ตามใจคุณหนูครับ ผมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของคุณหนู มีอะไรเรียกผมแล้วกันนะครับ”

จุน ซูไม่รอฟังคำตอบ คว้าเสื้อคลุมวิ่งตัวปลิวเข้าห้องน้ำล็อคห้องทันที หลังจากที่ ล็อคประตูห้องน้ำจนแน่ใจแล้วว่าคนข้างนอกจะไม่สามารถเปิดเข้ามาหาเขาได้ ระหว่างที่อาบน้ำอยู่ ก็จัดแจงถอดเสื้อผ้าที่เกือบจะถูกถอดหมดไปตั้งแต่ข้างนอกและเปิดบานเลื่อน กระจกฝ้าเข้าไป สิ่งที่เขาพบไม่ใช่ฝักบัวอย่างที่เขาคิดไว้แต่แรก แต่มันคืออ่างจากุชชี่สุดหรู ที่มีน้ำอุ่นจนควันลอยเต็มห้องน้ำไปหมด แถมเลยจากอ่างจากุชชี่ไปก็ไม่ใช่ผนังห้องน้ำธรรมดาๆ แต่เป็นกระจกใส ทั้งบาน มองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีด้านล่าง มีทั้งดอกไม้ และต้นไม้สีสันสดสวยงดงามเต็มไปหมด นี่เขาอยู่ในโรงพยาบาลแน่เหรอ ทำไมมันถึงได้ดูเหมือนโรงแรมชั้นหนึ่งอย่างนี้

~ก๊อกๆๆ ~

“คุณหนูครับ ล็อคห้องทำไมครับ ถ้าเกิดเป็นลมไปผมเข้าไปช่วยไม่ทันนะครับ” เสียงคนรับใช้ดังมาจากนอกห้อง

“ฉัน ไม่เป็นอะไรหรอกน่า กำลังจะอาบน้ำอย่ามากวนได้ไหม” จุนซูตะโกนกลับไป ดีนะเนี่ยที่ล็อคเอาไว้ก่อน ไม่งั้นไอ้บ้านั่นต้องเข้ามาแน่ๆเลย

“ถ้ามีอะไรตะโกนดังๆนะครับ ผมจะได้ไขกุญแจเข้าไป”

ได้ ยินดังนั้น จุนซูรีบกระโดดลงไปในอ่างทันที เพราะกลัวว่าจะมีการไขเข้ามาจริงๆ ทำให้มือพลาดไปโดนปุ่มนวดตัวในอ่าง น้ำที่อยู่นิ่งๆกลับกลายเป็นน้ำเดือดปุดๆไปทั่ว จุนซูหันรีหันขวางเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยใช้อ่างแบบนี้มาก่อน แล้วมันปุ่มอะไรกันเนี่ยเยอะไปหมดเลย เอาละ กดไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันต้องเจอปุ่มหยุดเองและ จุนซูตัดสินใจกดปุ่มสีเขียวที่อยู่ใกล้ๆ ตอนนี้น้ำไม่ได้เดือดปุดๆเหมือนเมื่อกี้ แต่มันกลายเป็นน้ำวนรอบๆอ่าง แถมยิ่งกดย้ำที่เดิมก็ยิ่งเพิ่มความแรงเข้าไปอีก แรงซะจนเขาคิดว่ากำลังจะบินออกนอกอ่างอยู่แล้ว

“คุณหนูครับเสร็จหรือยัง อย่าแช่นานนะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีก” เสียงยูชอนตะโกนเข้ามาถาม

“เสร็จ แล้วๆๆ เหวอ~” จุนซูที่กำลังหมุนอยู่ในอ่างน้ำส่งเสียงร้องอย่างตกใจ เมื่อน้ำวนเพิ่มความแรงขึ้นไปอีกเมื่อเขาเผลอไปกดปุ่มอื่นเข้า

“คุณหนูเป็นอะไรไปครับ คุณหนูๆๆ”

เสียง ยูชอนเรียกจากหน้าห้องน้ำ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เขาเลยใช้กุญแจที่ไปขอมาจากแม่บ้านเพราะรู้ว่าคุณหนูคงไม่ยอมให้เขาอาบน้ำ ให้แน่ๆ ไขเข้าไปข้างใน สิ่งที่เขาพบก็คือ คุณหนูจุนซูตอนนี้ถูกน้ำวนในอ่างจากุซซี่พัดไปพัดมาทำให้ทรงตัวไม่อยู่ หมุนวนรอบอ่างไปมา

“ช่วยด้วย” จุนซูหันมาขอความช่วยเหลือ เพราะตอนนี้เขามึนหัวเหลือเกิน

ยู ชอนรีบคว้าเสื้อคุมแล้วเดินไปที่นั่งที่ขอบอ่าง ยื่นมือไปกดปุ่มสีแดง ไม่นานทุกอย่างก็สงบ น้ำกลับมานิ่งเหมือนเดิม ดูไม่รู้เลยว่าเมื่อกี้มันหมุนอย่างบ้าคลั่งขนาดไหน

“โอ้ย นึกว่าจะตายซะแล้ว”

“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าคุณหนูอาบเองไม่ได้ก็ไม่เชื่อ เป็นยังไงบ้างครับ”

“จะเป็นยังไง ก็มึนน่ะสิ”

จุน ซูพูดพร้อมลุกขึ้นโดยลืมไปว่าตัวเองไม่ได้ใส่อะไรเลย เหลือบไปเห็นที่กระจก พบว่าตัวเองกำลังเปลือยต่อหน้ายูชอน ก็รีบนั่งลงกอดเข่าเอาไว้ทันที น้ำสาดกระจายเต็มพื้นไปหมด รวมทั้งโดนคนที่นั่งอยู่ที่ขอบอ่างด้วย ยูชอนหัวเราะกับท่าทางของคุณหนู กางเสื้อคลุมออกมา พยักหน้าเป็นเชิงให้จุนซูลุกขึ้นจากน้ำขึ้นมาใส่เสื้อคลุมที่เขากางให้ แต่จุนซูก็ไม่ขยับ ส่ายหัวปฏิเสธอย่าแรง นั่งหน้าแดงอยู่ในอ่างอย่างนั้น

“คุณหนูครับ ขึ้นมาสิครับ เดี๋ยวเป็นหวัดนะครับ”

“นายออกไปก่อน เอาเสื้อวางไว้ตรงนี้แหละ”

“ทำไมละครับ ไม่เห็นต้องอายเลย ยังไงคราวหน้าผมก็ต้องเป็นคนอาบน้ำให้อยู่ดี คราวนี้อนุโลมให้เพราะว่าคุณหนูไม่ชิน”

“ไม่มีทาง ฉันจะอาบเอง นายไม่ต้องมายุ่ง เอาเสื้อวางไว้ แล้วออกไปซะ”

“ก็ได้ครับ” ยูชอนรับคำ วางเสื้อคลุมเอาไว้แล้วเดินออกไปนอกห้อง

“คนบ้า มานั่งดูเขาอยู่ได้ ฮึ้ย”

จุน ซูหยิบเสื้อคลุมมาสวม แล้วเดินออกไปนอกห้อง แต่ความวุ่นวายในชีวิตของเขายังไม่จบลงแค่นั้น เมื่อก้าวออกมานอกห้องเขาก็พบกับยูชอนที่ยืนรออยู่แล้ว ในมือมีผ้าเช็ดตัว ไดร์เป่าผม เตรียมตัวเป็นช่างผมจำเป็นให้เขาอีกต่างหาก จุนซูได้แต่เอามือแปะที่หน้าผาก นี่เขาต้องทนกับเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน

“มาสิครับคุณหนู ผมจะเช็ดผมให้”

จุน ซูเดินลากขาไปที่นั่งที่เก้าอี้ ปล่อยให้ยูชอนใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้หมาดๆอย่างหน่ายๆ ไอ้เรื่องนี้พอยอมรับได้หรอกนะ เพราะถ้าจะให้เช็ดเองเป่าเองกันก็ขี้เกียจอยู่เหมือนกัน หลังจากที่เป่าผมจนแห้งเรียบร้อยแล้ว ยูชอนก็จับจุนซูยืนขึ้น ยื่นมือไปดึงสายรัดเอวของจุนซูออก แต่คนตัวเล็กคว้าเอาไว้ได้ก่อน

“จะทำอะไรน่ะ”

“แต่งตัวไงครับคุณหนู”

“ไม่ต้อง เอาชุดมาฉันแต่งเอง”

“แต่ว่า นี่มันหน้าที่ผมนะครับ”

“ไม่เอา ต่อไปนี้นายไม่ต้องมาอาบน้ำ แต่งตัว หรือเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาบลายนะจะได้รอให้นายมาทำอะไรให้”

พูดจบก็คว้าเสื้อผ้าที่ยูชอนเตรียมไว้ให้ เดินไปหลังฉากจัดการแต่งตัว แต่ก่อนที่จะปลดชุดคลุมออก จุนซูกันหันมาสั่งสำทับยูชอนอีก

“ห้ามเข้าใกล้ฉากกั้นนี่เกิน2เมตรเด็ดขาด” ก่อนที่เปลี่ยนชุดอย่างระแวง กลัวว่ายูชอนจะเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิดอีก

“เสร็จแล้ว จะไปได้หรือยัง” จุนซูออกมาในชุดสีดำทั้งตัว เพื่อไปเคารพศพพ่อกับแม่

“ครับ” ยูชอนรับคำ หันไปเปิดประตูให้จุนซูเดินนำออกไปก่อน

“เดี๋ยว แล้วของพวกนั้นล่ะ”

“ไม่ เป็นไรครับ เดี๋ยวให้คนมาจัดการ หลังจากเคารพศพคุณพ่อคุณแม่ คุณหนูจะต้องไปโรงเรียนใหม่ทันที เพราะนี่ก็เลยเวลารายงานตัวมาหลายวันแล้วครับ”

“อย่าบอกนะ ว่าโรงเรียนที่ว่าคือโรงเรียนลูกคุณหนูอะไรนั่น”

“ใช่ครับ”

“ไม่ไป ฉันไม่เรียน ฉันไม่เคยเรียนโรงเรียนแบบนั้น ฉันไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง ฉันจะไปเข้ากับคนพวกนั้นได้ยังล่ะ”

“ไม่ เป็นไรครับ เพราะโรงเรียนเซนต์ลูเซีย นักเรียนที่เข้าเรียนทุกคนจะต้องมีคนรับใช้ประจำตัวไปด้วยครับ ผมเองก็ต้องตามไปรับใช้คุณหนูด้วยเหมือนกัน”

“อ๊ากกกก ไม่จริงงงง” จุนซูตะโกนลั่นห้อง นี่เขาจะหลบจากหมอนี่ไม่พ้นจริงๆเหรอเนี่ย โอ้ย คิมจุนซูอยากจิบร้าตาย พ่อฮะ แม่ฮะ จุนซูไม่ได้อยากเป็นคุณหนูอ่ะ


%%%%%%

TBC

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊า น่าสนุกอ่ะ
อยากรู้จังว่าทำไมจู่ ๆ จุนจังถึงได้มีคนรับใช้กับคุณปู่โผล่มาได้เนี่ย
สนุกมากเลยอ่ะ อยากรู้ตอนต่อไปซะแล้วสิ รีบมาอัพนะคะ

#1 By aomy_changmin (202.28.181.200) on 2010-03-11 16:11

สนุกอ่ะค่ะ
อัพมาอีกนะคะ
^///^
อ่าแล้วอุ่นดีค่ะ(?)

#2 By milkจัง (115.87.45.167) on 2010-03-11 21:43

555
อ่านแล้วน่ารักจิงๆๆ
ชักอยากจะมีคนรับใช้แบบนี้แล้วล่ะซิ
555

#3 By *-* (125.25.145.179) on 2010-03-12 01:06

น่ารักมากมาย
ขำน้องจุนอ่ะ
น้องดูเปิ่นๆ แต่น่ารักดี
คุณหนูจุนจังที่น่ารัก
ปล่อยให้คนรับใช้ยูชอนปรนนิบัติไปเต๊อะ
เดี๋ยวหนูก็ชินไปเอง อิอิ
อยากมีคนรับใช้แบบนี้บ้างเสียแล้ว
มาต่อเร็วๆนะ

#4 By chebi (124.121.228.114) on 2010-03-12 14:07