[Fic] ~ Emergency Love ~ Part 1
posted on 11 Mar 2010 15:17 by kameryuichi in emergency
Part 1
ยูชอนลากคนตัวเล็กที่เขาเก็บตกได้จากหน้าบริษัท เข้ามาในห้องทำงานของเขาด้วย ตั้งแต่เดินเข้าบริษัทมาจนถึงห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกยังไม่ได้ยินเสียงคน ข้างๆเขาพูดเลยสักคำเดียว สงสัยจะช็อค ก็น่าช็อคอยู่หรอกอยู่ๆก็โดนผู้ชายด้วยกันจูบ ต้องให้อะไรปลอบขวัญสักหน่อย
“นี่คุณ เชิญนั่งก่อนสิมัวยืนงงอะไรอยู่ได้”
คน ตัวเล็กนั่งลงที่โซฟา นี่เขายังงงอยู่เลยนะเนี่ย เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ทัน ตอนแรกที่เขามาที่บริษัทเงินทุนนี้เพราะฝ่ายบุคคลเรียกมาทำงานหลังจากที่ สัมภาษณ์ไปเป็นชาติ จนเขานึกว่าคงไม่ได้งานนี้แล้ว แต่ในที่สุดฝ่ายบุคคลก็โทรมาตาม เขาเลยมารายงานตัวเข้าทำงานวันนี้ แต่อยู่ๆ ก็เจอผู้ชายหื่นบ้ากามจับจูบที่หน้าบริษัท แล้วนี่เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แถมยังโดนลากเข้ามาที่ห้องนี่อีก
“ผมขอโทษ ที่ลากคุณเข้ามายุ่งด้วย นี่ครับค่าเสียเวลา”
ยู ชอนเดินมาจากโต๊ะทำงานยื่นกระดาษให้ใบนึง มันคือเช็คระบุจำนวน 3,000,000วอน คนตัวเล็กก้มมองเช็คในมือ แล้วหันขึ้นไปดูหน้าคนที่ให้ หมอนี่หน้าตาก็ดีๆ แต่ทำอะไรเนี่ย คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หลังจากที่ตั้งสติกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ยกมือขาวๆของเขาเล็งองศาให้เหมาะฟาดไปที่หน้าหล่อๆของยูชอนทันที
“ฉันไม่ได้ขายจูบการกุศลนะไอ้บ้า” พูดจบก็คว้าสมบัติพัสถานเดินออกจากห้องไปทันที
“อูย~คนอะไรวะ มือหนักเป็นบ้า ไม่เอาก็ไม่เอาดิ ทำไมต้องตบด้วย วุ้ยซวย โดนผู้หญิงตาม แถมผู้ชายตบ วันนี้มันวันอะไรวะเนี่ย”
หลัง จากเดินออกมาจากห้องของยูชอน คนตัวเล็กก็มายืนหอบหน้าแดงอยู่ที่หน้าห้อง ให้ตายสิ นี่มันอะไรกันเนี่ย วันนี้ทำไมซวยอย่างนี้ ถูกผู้ชายจูบไม่พอ ยังจะมีหน้าเอาเงินมาฟาดหัวอีก เห็นฉันเป็นอะไร ถึงฉันจะชอบเงิน แต่ก็ไม่ใช่เงินแบบนี้นะเฟ้ย
“กี่โมงแล้วนี่ย” จุนซูยกนาฬิกาขึ้นดู
“ว๊ากกก 9โมงครึ่ง นี่สายไปตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว เพราะไอ้บ้านั่นทีเดียว”
จุน ซูรีบวิ่งไปที่ลิฟท์ทันที แต่ว่ากดไม่ได้เพราะลิฟท์ที่เขาขึ้นมาเป็นลิฟท์ผู้บริหาร ถ้าไม่ใช่ยูชอนหรือคนที่มีคีย์การ์ดไม่มีทางใช้ลิฟท์ตัวนี้ได้ จุนซูวิ่งไปทั่วเพื่อหาลิฟท์ตัวที่จะสามารถลงไปข้างล่างได้ แต่หายังไงก็ไม่เจอ เพราะบนชั้นนี้ไม่มีห้องใครอยู่เลย นอกจากห้องไอ้หน้าหื่นคนเมื่อกี้คนเดียว จะถามใครก็ไม่ได้ ไม่มีทางเลือก จุนซูต้องวิ่งกลับไปที่เดิม
“คุณๆๆ” จุนซูแง้มประตูตะโกนเรียกจากหน้าห้อง ไม่กล้าเข้าไปกลัวโดนอะไรแปลกๆอีก
“มีอะไร” ยูชอนหันมาถามอย่างหัวเสีย
“ลิฟท์ลงไปข้างล่างอยู่ไหน ผมใช้ลิฟท์ตัวที่ขึ้นมาเมื่อกี้ไม่ได้ มันไม่ยอมลง เร็วเข้าผมมีธุระด่วน”
จุน ซูก้มหน้าก้มตาตะโกนถาม เขาไม่อยากเห็นหน้าหื่นๆของหมอนั่นอีก ยูชอนยิ้มร้ายๆ เจ้าตัวเล็กนี่ไม่ใช่พนักงานบริษัทสินะ ถึงไม่รู้ว่ามีลิฟท์อีกตัวด้านหลัง หึ อย่างนี้มันต้องแกล้งให้เข็ด หนอยบังอาจมาทำให้หน้าหล่อๆเสียโฉมซะได้
“ไม่มีหรอก ลิฟท์ตัวนั้นต้องใช้คีย์การ์ด ไม่งั้นลงไม่ได้” ยูชอนนั่งพิงพนักตอบอย่างสบายใจ
“งั้นขอยืมคีย์การ์ดหน่อยสิ ผมจะรีบไป” จุนซูรีบเร่ง โธ่เอ๊ย เดี๋ยวรายงานตัวไม่ทันชวดงานกับพอดี
“ขอโทษนะ พอดีผมไม่ว่าง คุณคงลงไม่ได้แล้วล่ะ”
จุน ซูยื่นหน้าเข้าไปมองคนที่บอกว่าไม่ว่าง นั่งพิงเก้าอี้สบายๆไม่เห็นจะทำอะไรเลย คิมจุนซูถึงกับปรี๊ดแตก นี่มันอะไรกันเนี่ย ไอ้หมอนี่มันจะกวนโมโหเกินไปแล้วนะ ไอ้ที่กลัวว่าเข้ามาจะโดนทำร้ายร่างกายเพราะเมื่อกี้ไปทำร้ายร่างกายเขาเป็น อันตกไป ความโกรธเข้ามาแทรกแซง คนตัวเล็กเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ยกแฟ้มฟาดโต๊ะดังปัง เล่นเอาเจ้าของห้องตกใจอยู่เหมือนกัน เห็นท่าทางเฉิ่มๆ ไม่นึกว่าจะโมโหร้ายขนาดนี้
“จะให้ยืมดีๆ หรือจะให้ยืมด้วยน้ำตา”
ยู ชอนขำ ตัวแค่นี้นะ จะทำอะไรเขาได้ ถ้าเทียบกันจริงๆแล้ว คนตรงหน้าดูเหมือนเด็กมัธยมมากกว่า ตัวก็เล็กๆ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะการแต่งตัวยุค80 ช่วยให้ดูแก่ขึ้น เขาคงคิดว่าเจ้านี่เป็นเด็กม.ต้นเอาชุดพ่อแม่มาใส่เล่นแน่ๆ
“ทำเป็นขู่ ผมบอกแล้วไงไม่ว่าง” ยูชอนนั่งผิวปากอย่างสบายใจ กวนอารมณ์สุดๆ
“อย่า มากวนกันดีกว่า ผมรู้ว่าคุณโกรธที่ผมทำร้ายร่างกายคุณ แต่ถือว่าเจ๊ากันไปเพราะคุณเองก็มาเอ่อ..จะ..จะ จูบผมก่อน” จุนซูพูดตะกุกตะกักในตอนท้าย
“นี่คุณเขินที่ผมจูบคุณเหรอ” ยูชอนได้ทีรุกใหญ่ ไม่เคยรุกผู้ชายด้วยกันมาก่อน แต่หมอนี่ท่าทางฮาดีแฮะ
“ไม่ได้เขิน ไม่อยากพูดถึงเฟ้ย ขนลุก” จุนซูทำท่าครั่นเนื้อครั่นตัวประกอบด้วย ยิ่งทำให้ยูชอนขำเข้าไปใหญ่
“แล้วจะเอายังไง ผมบอกว่าไม่ว่าง จะไปส่งคุณได้ยังไง”
“ไม่ว่างตรงไหน ผมไม่เห็นคุณจะทำอะไรสักอย่าง”
“นั่งหายใจทิ้งอยู่ ไม่เห็นรึไง”
เท่า นั้นแหละคิมจุนซูปรี๊ดทะลุจุดเดือด เดินอ้อมโต๊ะไปหาคนนั่งหายใจทิ้ง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ ฉุดคนตัวโตที่นั่งหายใจทิ้งกวนประสาทขึ้นมาจากเก้าอี้ ความจริงเขาตั้งใจจะลากคนกวนประสาทตรงหน้าให้ไปที่ลิฟท์เพื่อรูดคีย์การ์ด ให้ แต่ด้วยแรงฉุด แรงยัน หรือว่าเพราะยูชอนไม่ได้ทันตั้งตัว ตอนนี้คนทั้งคู่ล้มลงไปนอนอยู่บนพื้นเรียบร้อย ในท่าที่ใครเข้ามาคงจะจิ้นไปถึงไหนๆ เพราะตอนนี้คิมจุนซูผู้เก่งกล้า ถูกปาร์คยูชอนทาบทับไว้ทั้งตัว และไอ้บ้านี่ก็ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นด้วยสิ
“เฮ้ย ลุกขึ้นไปนะ ทับอยู่ได้ตัวอย่างกับตึก” จุนซูโวยวาย
“คุณฉุดผมลงมาเอง จะให้ต่อจากเมื่อเช้าก็ไม่บอก” ยูชอนยิ้มยั่วเข้าไปอีก
“จะบ้ารึไง หรือว่าคุณเป็นเกย์ใช่ไหม ถอยไปๆๆ อย่ามายุ่งกับผมนะ” จุนซูดิ้นขลุกๆอยู่ใต้ตัวยูชอน
“ดิ้น ทำไมล่ะ รู้ไหมดิ้นๆอย่างนี้ เหมือนยั่วกันนะจะบอกให้” ได้ผล คนตัวเล็กหยุดดิ้นทันที วันนี้วันอะไรฟะ ตอนออกจากบ้านก็ก้าวเท้าซ้ายนี่หว่า ทำไมถึงมีแต่เรื่องชวนเสียตัวตลอดเลย
“เรามาตกลงกันใหม่ดีกว่าไหม” ยูชอนเสนอ
“ได้ แต่ลุกขึ้นก่อน เรามาคุยกันดีๆก็ได้ ผมจะลืมเรื่องร้ายๆที่คุณทำไว้ให้หมด”
ยู ชอนยิ้มขำ โธ่เจ้าเฉิ่ม นี่นึกว่าฉันจะทำอะไรนายจริงๆเหรอไง ไม่ไหว ถึงเป็นเกย์ก็คงคิดทำอะไรไม่ลงหรอก คนอะไรแต่งตัวแบบว่า เห็นแล้วเซ็กส์เสื่อมจริงๆ ไม่อยากให้ใครคิดว่ากำลังจะกดคุณลุงหรอกน่า และที่สำคัญ เขาไม่ได้เป็นเกย์ ยังไม่อยากลองของแปลกตอนนี้ แต่เป็นเพราะอะไรไม่รู้ เห็นท่าลุกลี้ลุกลนของเจ้านี่แล้วตลกดี อยากแกล้งต่อ
“คุยกันท่านี้ไม่ได้เหรอ”
“ไม่เอ๊า ถอยไปเดี๋ยวนี้” จุนซูทั้งผลักทั้งดัน แต่คนตัวโตก็ไม่เขยื้อนไปไหน
“น่า ผมเป็นคนพูดง่าย ถ้าคุณยอมทำตามใจผมนะ ผมจะไปส่งคุณถึงชั้นล่างเลยด้วย” ยูชอนเสนอ
“จริงนะ งั้นว่ามา คุณต้องการอะไร” จุนซูรีบหันไปถามทันทีเมื่อเห็นทางรอด(?)
“จริงสิ ว่าแต่คุณจะยอมทำทุกอย่างหรือเปล่าล่ะ”
“ได้เลยว่ามา” รีบตกปากรับคำทันที โดยลืมนึกไปว่า ไอ้หมอนี่มันคงไม่ได้อยากได้อะไรธรรมดาๆกับเขาหรอก
“เห็นนี่ไหม” ยูชอนจิ้มมาที่หน้าตัวเองที่ยังเป็นรอยฝ่ามือคนตัวเล็กอยู่
“เห็น ทำไม”
“แดงเลยเนอะ”
“ก็แดง จะคิดค่าเสียหายเหรอ ผมไม่มีเงินเยอะอย่างนั้นหรอกนะ”
“ผมไม่เอาเป็นเงินหรอก”
“แล้วจะเอาอะไรล่ะ”
“ช่วยทำให้มันหายเจ็บหน่อยสิ”
คน ตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักเรื่องแค่นี้กล้วยๆ จุนซูยกมือขึ้นมาลูบที่แก้มยูชอนเบาๆ2-3ที แถมด้วยการเป่าเพี้ยงด้วยลมหายใจอุ่นๆอีก1ที เป็นอันเสร็จพิธีปลอบขวัญ อย่างที่พี่ชายชอบทำให้เขาบ่อยๆเวลาที่เขาเป็นแผล เล่นเอาเพลย์บอยระดับชาตินิ่งไปเลยทีเดียว เพราะไอ้ที่พูดเนี่ย ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็ต้องคิดถึงจูบ หรือหอมแก้มสักฟอด ไม่ใช่มาลูบๆเป่าเพี้ยงอย่างนี้
“เสร็จแล้ว ไปได้ยัง เร็วสิ ผมสายแล้วนะ”
ยู ชอนได้แต่ส่ายหน้า แต่ก็ยอมลุกขึ้นมาโดยดี ส่งมือฉุดคนตัวเล็กขึ้นมาด้วย หมดสนุกแล้ว เฮ้อ~! ทั้งเฉิ่ม ทั้งบื้อ คนอะไร นี่ถ้าเป็นสาวๆคนอื่น ป่านนี้ออดอ้อนเขาไปแล้ว ไอ้ที่เขาจะมาใช้ลูกไม้อย่างนี้ไม่ใช่จะมีใครได้เห็นง่ายๆ เพราะส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรสาวๆก็แทบลงมากองให้เลือกแล้ว อย่างเมื่อกี้ก็หนีมาแล้วคนนึง แต่ไอ้ที่ทำนี่ ไม่ใช่เพราะพิศวาสเจ้าเฉิ่มหรอกนะ อยากแกล้งเล่นเฉยๆ
“เก็บของซะสิ ผมจะพาไปส่ง ถือว่าเรื่องทั้งหมดเจ๊ากันอย่างที่คุณว่าแล้วกัน ผมกับคุณไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”
พูด จบยูชอนก็เดินนำหน้าไปเปิดประตูให้คนตัวเล็กเดินออกไปก่อน เมื่อเดินมาถึงลิฟท์ ยูชอนก็หยิบคีย์การ์ดออกมารูดให้ ลิฟท์ทำงานตามปกติทันที จุนซูยิ้มออกมาอย่างร่าเริง ในที่สุดเขาก็จะได้ไปรายงานตัวสักที จุนซุรีบก้าวเข้าไปในลิฟท์ก่อนที่จะให้มาโค้งให้ยูชอนอย่างสวยงามเพื่อขอบ คุณในความใจดี ยูชอนยิ้มขำๆ เจ้านี่ตลกดีแฮะ เมื่อกี้เกือบจะฆ่าเขาอยู่แล้ว พอได้ของที่ต้องการ ก็หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง
“จะไปชั้นไหนล่ะ เพราะมันกดได้ทีเดียว ผมคงให้การ์ดลงไปด้วยไม่ได้หรอก” จุนซูหันไปมองที่ชาร์จบอกชั้นต่างๆ
“ชั้น 11ครับ ผมจะไปฝ่ายบุคคลต้องไปรายงานตัว สายมากแล้วไม่รู้จะทันหรือเปล่า” ยูชอนที่เลิกคิ้วอย่างสงสัย เจ้าเฉิ่มจะมาเป็นพนักงานของเขาเหรอเนี่ย
“คุณจะมาทำงานที่นี่งั้นเหรอ ตำแหน่งอะไรล่ะ”
“เลขาครับ เขาเรียกให้ผมมารับตำแหน่งเลขาแทนคนที่ลาออกไป ขอบคุณนะครับที่ช่วยเปิดลิฟท์ให้”
ยู ชอนมองยิ้มๆ เดินเข้าไปใกล้จุนซู ก้มลงหอมแก้มใสๆที่เห็นรางๆเพราะแว่นตาปิดลงมาเกือบครึ่งหน้าฟอดนึง ก่อนจะหัวเราะเสียงดังกับท่าทางตื่นๆของคนตัวเล็ก ดึงการ์ดออก ประตูลิฟท์ปิดทันที กั้นเสียง18หลอดที่แผดดังลั่นเพราะความตกใจ
“แล้วเจอกันนะ เจ้าตัวเล็ก” ยูชอนเดินผิวปากอารมณ์ดีกกลับมาที่ห้อง กดอินเตอร์คอมต่อลงไปที่หัวหน้าฝ่ายบุคคล
“คุณอึนยองครับ เลขาคนใหม่ผมมาหรือยัง” ถามไปงั้นแหละ ก็เพิ่งส่งลงไปจะมาได้ยังไง
“ยังเลยค่ะท่านประธาน คงไม่มาแล้วมั้งคะ สงสัยต้องเรียกคนอื่นแทน”
“ไม่ ต้องหรอกครับ เดี๋ยวเขาก็คงถึง รับเขาไว้เลยแล้วกัน ผมขี้เกียจรอคัดคนใหม่ บอกให้เขามาทำงานพรุ่งนี้ อ้อ อย่าเพิ่งเอาคีย์การ์ดให้เขานะครับ พรุ่งนี้ให้เขาขึ้นลิฟท์พนักงานด้านหลังขึ้นมาก่อน อีกอย่าง ผมขอแฟ้มประวัติเลขาคนใหม่กับคีย์การ์ดของเขาด้วยนะครับ”
“ค่ะท่านประธาน”
“ขอบคุณครับ” ยูชอนกดปิดอินเตอร์คอม กำลังคิดถึงหน้าเจ้าเฉิ่ม ถ้ารู้ว่าเขานี่แหละคือเจ้านายโดยตรงจะทำหน้ายังไงนะ แค่คิดก็ฮาแล้ว
ทาง ด้านจุนซูที่ยืนกุมแก้มอยู่ในลิฟท์พร้อมเสียงหอบหายใจอย่างโกรธแค้น ไอ้บ้าเอ๊ย นึกว่าจะหายหื่นแล้ว ที่ไหนได้ ยังจะหื่นต่ออีก อยู่แผนกอะไรฟะ คอยดู จะให้แจ้งฝ่ายบุคคลให้เด้งไอ้หน้าหื่นนั่นออกไปซะเลย ทันทีที่ลิฟท์เปิด จุนซูก็รีบพุ่งไปยังฝ่ายบุคคลทันทีด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ เพราะดูจากนาฬิการาคาถูกในข้อมือแล้ว ตอนนี้เขาสายไปตั้ง2ชั่วโมงกว่า ทำยังไงดี ระหว่างที่จุนซูกำลังเดินงุ่นง่านไปมา หัวหน้าฝ่ายบุคคลก็เปิดประตูออกมาก่อน เพราะจะเอาแฟ้มขึ้นไปให้ท่านประทาน
“อ้าว คุณคิมคะ มาแล้วเหรอคะ”
“เอ่อ ครับ ขอโทษนะครับ พอดีมีอุบัติเหตุนิดหน่อยทำให้ผมมาช้า” จุนซูอ้างไปข้างๆคูๆ ก็อุบัติเหตุจริงไหมล่ะ ไม่ได้โกหกนะ อึนยองมองสภาพคนตัวเล็กที่หัวหูยุ่ง ผมชี้ฟู เสื้อผ้ายับยู่ยี่ก็คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ ดูสภาพเละขนาดนี้ สงสัยต้องเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง
“รถชนเหรอคะ ปากคุณคิมบวมหน่อยๆด้วยนะคะ กระแทกกับอะไรมาหรือเปล่า” จุนซูรีบยกมือปิดปากพยักหน้ารับสมอ้างทันที จะบอกได้ยังไงล่ะว่ากระแทกกับปากไอ้หน้าหื่นมาต่างหาก
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าหากว่ามีเรื่องสุดวิสัยขนาดนี้ ทางเราก็รับพิจารณาค่ะ พรุ่งนี้คุณคิมมาทำงานได้ตามเวลาปกตินะคะ ที่นี่เริ่มทำงานตั้งแต่9โมงเช้า เลิกงาน5โมงเย็นค่ะ แต่สำหรับคุณคิมเป็นเลขาท่านประธาน เวลาเลิกงานอาจจะยืดหยุ่นบ้างนะคะ เพราะบางทีต้องตามท่านประธานไปออกงานด้วย” อึนยองมองสภาพการแต่งตัวของจุนซูแล้วก็ลมจะใส่เหมือนกัน คนอะไรแต่งตัวย้อนยุคได้อีก นี่ถ้าเปิด Nobody เข้ากันเป๊ะแน่ๆ
“ล่วงเวลาเหรอครับ แล้วอย่างนี้เอ่อ...” จุนซูกัดปากเอาไว้ก่อน แหมคนมันงกในสายเลือด เกือบเผลอถามเรื่องค่าล่วงเวลาแล้วไหมล่ะ
“อ๋อ โอทีเหรอคะ ต้องได้สิคะ เราคิดเป็นชั่วโมงค่ะ ถ้าต้องออกไปงานเลี้ยงกับท่านประทานไม่เกิน3ทุ่มหรอกค่ะ แต่ไม่ว่าจะถึงหรือไม่ถึง3ทุ่ม ทางเราคิดให้ถึง3ทุ่มหมดค่ะ”
อึน ยองอธิบายอัตราเงินเดือนอย่างคร่าวๆ แค่นี้จุนซูก็เริ่มจะตัวลอย ตอนนี้น้องเพลย์ทรีคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพี้ยง ขอให้ประธานมีงานเลี้ยงทุกวัน โอทีๆๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ คุณคิมเอาเอกสารไปวางที่โต๊ะและเซ็นต์สัญญาจ้างงานได้เลยค่ะ แล้วพรุ่งนี้พบกันที่นี่ 9โมงค่ะ ห้ามเลทอีกนะคะ”
“ครับ”
จุน ซูก้มตัวให้อย่างสุภาพ เอาเอกสารที่หอบมาจนเต็มแฟ้มไปวางไว้ที่โต๊ะของอึนยอง นั่งอ่านเอกสารสัญญาจ้างงานอยู่หลายรอบจนเข้าใจดีแล้วจึงจรดปากกาเซ็นต์ พร้อมปั้มตราประทับด้วยเป็นอันเสร็จ เดินตัวลอยจากไปทันที ตอนนี้เขาไม่คิดถึงอะไรนอกจาก เงินๆๆ นี่เขาไม่ได้จับเงินมากี่เดือนแล้วน้า คิดถึงเงินจริงๆเลย
~ ก๊อกๆๆ ~
“เชิญครับ”
“ท่านประธานคะ แฟ้มที่สั่งได้แล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ เลขาใหม่ผมมารายงานตัวหรือยัง”
“มาแล้วค่ะ ดิฉันบอกให้คุณคิมมาเริ่มงานพรุ่งนี้ตามที่ท่านประธานสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ขอบ คุณครับ อ้อ คุณอึนยอง รบกวนทำชาร์จใหม่ให้ผมด้วย เพิ่มชื่อเจสสิก้าไว้ในแบล็คลิสด้วยนะครับ ส่วนอย่างอื่นตามเดิม พรุ่งนี้ให้คนเอามาติดไว้ที่ข้างโต๊ะเลขาด้านนอกด้วย”
“ได้ค่ะท่านประธาน” อึนยองรับคำพร้อมขอตัวออกไป
“คิมจุนซูเหรอ ชื่อไม่เข้ากับตัวเลยนะ ชื่อน่ารักเชียว แต่หน้าตาเฉิ่มซะไม่มี” ยูชอนหัวเราะเมื่อนึกถึงการแต่งตัวเชยๆของคนตัวเล็ก
“จบ จากมหาลัยโซลเหรอเนี่ย เกรดก็ใช้ได้ แต่ไม่ยักมีคนเรียกไปทำงาน สงสัยเพราะแฟชั่นหลุดโลกแน่ๆ แต่ก็ดีจะได้ไม่มานั่งกรีดกรายแต่งตัวยั่วน้ำลายเหมือนคนที่แล้ว”
ที่ ต้องเปลี่ยนเลขาใหม่ เพราะเลขาเก่าถึงจะทำงานดี แต่วันๆจ้องจะงาบเขาอยู่นั่นแหละ เลยต้องรีบเปลี่ยนก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว ไม่อยากกินลูกน้องตัวเอง เสียการปกครองหมด
“พรุ่งนี้ได้ฮาแน่คิมจุนซู”
“กลับมาแล้วฮะ” จุนซูตะโกนลั่นบ้านเป็นสัญญาณให้พวกพี่รู้ว่าน้องเล็กที่น่ารักกลับมาแล้ว
“กลับมาแล้วเหรอ ไปล้างหน้าล้างตาก่อนสิ” คิมแจจุงพี่ชายคนโตโผล่หน้าออกมาจากห้องครัว
“หอมจัง พี่แจจุงวันนี้มีอะไรกินฮะ”
“กิมจิชิเกสิจ้ะ บ้านเราจะกินอะไรได้อีกล่ะ เงินมีไม่เท่าไหร่ จะหาอะไรหรูๆกินได้ไง”
“งั้นเดี๋ยวผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”
“ได้ๆ เดี๋ยวอาหารก็เสร็จแล้วรีบลงมากินล่ะ ร้อนๆกำลังอร่อย”
“ฮะ” จุนซูรีบวิ่งขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
หลัง จากอาบน้ำอาบท่ากินข้าวจนสบายใจแล้วก็มานั่งเล่นข้างๆพี่ชายคนสวย จุนซูในชุดอยู่บ้าน ซึ่งแน่นอน ไม่พ้นเสื้อยืดตัวโคร่งคอย้วยลงมากจนเกือบถึงอก จนดูไม่รู้เลยว่าเมื่อก่อนมันเคยเป็นเสื้อคอกลม ไหนจะกางเกงเลโทรมๆที่เจ้าตัวบอกว่าเนื้อมันนิ่มดี ใส่แล้วสบาย แต่มันจะบายไปหน่อยไหมครับคุณน้อง ในตู้เสื้อผ้าจุนซู ชุดอยู่บ้านเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด แต่มีหลายสีเท่านั้นเอง ส่วนไอ้ชุดออกนอกบ้านไม่ต้องพูดถึง เชยแหลกแบบไม่มีใครมารั้งได้ แจจุงกลุ้มใจกับการแต่งตัวของน้องชายคนเล็ก ทั้งที่เขาออกจะแต่งตัวแฟชั่นจ๋า แต่ไม่เคยเข้าใจแฟชั่นของจุนซูได้เลย
“จุนซู เมื่อไหร่จะเลิกใส่ไอ้ชุดพวกนี้สักที เห็นแล้วกลุ้มใจ”
“ทำไม ล่ะ สบายดีออก เนี่ยนะเนื้อผ้าก็นิ่ม ไม่เหมือนเสื้อพี่หรอก” จุนซูดันแว่นหันมองไปทางพี่ชายคนสวย ที่ใส่เสื้อพอดีตัว อวดรูปร่างสวยงามเหมือนผู้หญิงมากกว่าจะเป็นผู้ชาย เห็นแล้วอึดอัดจะตาย
“ทำไม แบบนี้ใส่แล้วดูดีออก อ้อ แล้วงานน่ะตกลงงานนี้ได้หรือเปล่า ไม่ได้อีกล่ะสิ บอกแล้วให้แต่งตัวดีๆหน่อยก็ไม่เชื่อ”
“ใครบอกว่าไม่ได้ ได้แล้วต่างหาก ไม่เห็นมีใครว่าอะไรเรื่องแต่งตัวด้วย”
“หา จริงเหรอ ใครตาบอดรับนายเข้าทำงานเนี่ย” จุนซูนั่งหน้ามุ่ยทันที
“พี่แจอ่ะ เขาไม่ได้ตาบอด เกรดออกจะดีเขาก็ต้องรับสิ”
“เอาเหอะๆ ดีใจด้วยแล้วกัน”
“ขอบคุณฮะ พรุ่งนี้เริ่มงานวันแรก ผมไปนอนก่อนดีกว่า”
“เดี๋ยวพี่ก็จะนอนแล้วเหมือนกันพรุ่งนี้มีประชุมเช้าด้วย”
รถคันหรูเลี้ยวเข้าไปจอดในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทำเอาคุณชายเล็กของบ้านตาโตขึ้นมาทันที
“หา พี่ชายกลับบ้าน คุณแม่ครับๆ พี่มิกกี้กลับบ้านด้วย”
ยู ฮวานตะโกนลั่นเรียกคนเป็นแม่มาดู คุณนายปาร์คเดินมาใกล้เห็นภาพที่ลูกชายคนเล็กชี้แล้ว แต่ก็ไม่เชื่อสายตาตัวเอง หันไปดูนาฬิกาก็ตกใจ นี่มันเพิ่ง2ทุ่มเองนะ เจ้าตัวแสบกลับบ้านได้ไง คุณนายปาร์คขยี้ตาก่อนจะมองไปที่หน้าบ้านอีกครั้ง
“เป็นอะไรครับคุณแม่ ทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วย” ยูชอนเดินเข้ามากอดแม่หอมแก้มซ้ายขวาอย่างที่ทำประจำ
“แปลกใจน่ะสิ อย่างแกกลับบ้านก่อนตี2เป็นด้วยเหรอ”
“โธ่แม่ครับ ผมก็อยากกลับมากอดแม่มั่งไงล่ะ”
“ไม่ ต้องมาพูด วันนี้ไปสร้างเรื่องมาอีกล่ะสิ ถึงกลับมาอ้อนแต่วันอย่างนี้” ยูชอนสะดุ้งเฮือก นี่หรือว่าเจสสิก้าปากสว่างมาบอกแม่จริงๆ
“เรื่องอะไรครับ ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“อย่า มาพูด วันนี้หนูเจสสิก้ามาหาแม่ถึงบ้าน บอกให้แม่ไปสู่ขอเขา เขาบอกว่าตกลงกับลูกเรียบร้อยแล้ว กลับบ้านเร็วจะมาบอกข่าวดีกับแม่ใช่ไหม” น่านไง ซื้อหวยทำไมไม่ถูกว้า เอาไงดีวะ
“เอ่อ คือ เจสเขาเข้าใจไปเองน่ะครับ ผมไม่ได้ตกลงอะไรด้วยเลยนะ”
“อ้าว แล้วเขาจะมาบอกแม่ได้ไง ลูกรัฐมนตรีด้วยไม่ใช่เหรอ คนนี้แม่ก็โอนะ จัดงานพรุ่งนี้เลยไหม” ยูฮวานหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆแม่ นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องเคลียร์เรื่องนี้ก่อน จะหันไปเขกหัวน้องชายตัวดีสักหน่อย
“ไม่ได้ครับแม่ ไม่ได้ ผมเอ่อ ผม..มีคนรักแล้วครับ แต่งกับเจสไม่ได้แน่นอน”
“อ้าว ถ้าไม่ใช่แล้วเขาจะวิ่งมาบอกให้แม่ไปขอได้ยังไง”
“ก็ เอ่อ เขารู้ไงว่าผมไม่รักเขา ผมรักคนอื่นอยู่ เมื่อเช้าก็บอกเขาไปแล้วแต่เขาก็ยังตื้ออยู่นั่นแหละ”
“เหรอ หนูเจสนี่นิสัยไม่ดีหรอกเหรอ”
“ครับๆๆ ไม่ค่อยดีครับ ไม่ทำงานด้วย กรีดกรายไปวันๆ คุณแม่ไม่ชอบคนแบบนี้ไม่ใช่เหรอฮะ”
“อืม อย่างนั้นก็ไม่ไหว”
“แต่สาวๆของพี่ก็มีแต่พวกกรีดกรายไม่ใช่เหรอฮะ”
“เงียบไปเลยนะแก” ยูฮวานลอยหน้าลอยตาล้อเลียนพี่ชาย
“อย่า เพิ่งทะเลาะกัน เมื่อกี้บอกว่ามีคนรักแล้ว ใครล่ะ ลูกเต้าเหล่าใคร พามาเจอแม่สิ” คุณนายปาร์คเลิกสนใจเรื่องเจสสิก้าหันมาสนใจเรื่องใหม่แทน
“เอ่อ คือ ผมเพิ่งจะจีบเขาน่ะครับ ยังไม่รู้ว่าจะติดไหม จะพามาพบแม่ได้ยังไงล่ะครับ” ยูชอนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ก็มันยังไม่มีจะพามาได้ไงเล่า
“ขอแม่ดูก่อนได้ไหมล่ะ แม่ตื่นเต้นน่ะ” จะตื่นเต้นทำไมเล่าคุณแม่ ยูชอนร้องเอ็ดอึงอยู่ในใจ
“อย่า เลยครับ เดี๋ยวถ้าแน่นอนเมื่อไหร่ผมจะพามาให้คุณแม่ดู คุณแม่ไม่ต้องสนใจเรื่องที่เจสบอกนะครับ ผมไม่แต่งกับเขาแน่ ผมมีคนรักแล้ว” ยูชอนย้ำหนักแน่นเพื่อให้คุณนายปาร์คแน่ใจเรื่องนี้
“ได้สิ แม่จะปฏิเสธหนูเจสไปเอง แต่อาทิตย์นี้เราต้องพาแฟนมาให้แม่ดูตัวนะ”
“หา แม่ก็ผมบอกว่าจีบอยู่ อาทิตย์นี้จะพามาได้ยังไงเล่า นี่มันวันพุธเข้าไปแล้วนะ”
“แหม ตายูชอน แม่รู้ว่าเราร้ายกาจแค่ไหน วันเดียวก็พาขึ้นเตียงได้แล้ว แค่จะจีบเนี่ยคงไม่นานหรอกน่า” พอโดนแม่ยกเอาความสามารถพิเศษของเขาขึ้นมาอ้าง ยูชอนถึงกับไปไม่เป็น
“แม่ครับ แต่คนนี้เขาเรียบร้อยนะ ไม่เหมือนคนอื่น ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ มันต้องค่อยเป็นค่อยไป”
“ไม่รู้ล่ะ แม่อยากเห็นหน้า ถ้าไม่พามาหาวันอาทิตย์นี้ แม่จะไปขอหนูเจส”
“ตกลง ครับ อาทิตย์ก็อาทิตย์ รับรองแม่ได้เห็นหน้าว่าที่แฟนผมแน่” ยูชอนตอบตกลงอย่างหมดทางเลือก สมองก็คิดหาทางออก เขาจะไปหาคนอย่างนั้นจากไหนเนี่ย เฮ้อกลุ้มโว้ย
“ดี ริคกี้เป็นพยานให้แม่ด้วยนะ”
“ฮะ ผมจะมาคอยดูว่าที่แฟนพี่ชายด้วยคน” ยูฮวานหัวเราะชอบอกชอบใจ ส่วนยูชอนได้แต่เดินคอตกขึ้นห้องไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“แม่ฮะ แม่ไปเร่งพี่มิกกี้อย่างนั้น เดี๋ยวเขาก็คว้าใครไม่รู้มาให้แม่ดูตัวหรอกฮะ”
“แม่รู้อยู่แล้วล่ะ ป่านนี้นอนคิดหัวระเบิดไปแล้ว สมน้ำหน้า”
“แล้วแม่จะให้แต่งจริงๆหรอฮะ คนที่พี่มิกกี้พามาน่ะ”
“ยัง ไม่รู้ ขอดูหน้าดูตาก่อน ถ้าเข้าท่าจับแต่งซะเลย จะได้ไม่ออกไปแรดๆอีก แม่ละเบื่อจริงๆ วันๆมีแต่ผู้หญิงมายื่นคำขาดให้ไปขอทุกวัน ถ้ามีเป็นตัวเป็นตนคงจะซาๆไปบ้าง” คุณนายปาร์คนั่งกระหยิ่มยิ้มย่องที่จัดการผลักภาระให้ลูกชายตัวแสบได้
“เฮ้อจะทำยังไงดีเนี่ย แล้วจะไปหาใครจากไหนมาให้แม่ดู กลุ้มโว้ย”
ยู ชอนนอนกลอกตาไปมาอยู่บนเตียง คิดอะไรไม่ออกได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมา เพราะยัยเจสสิก้าคนเดียว เรื่องมากจริงๆ หาเรื่องเดือดร้อนให้ตลอด แล้วจะไปหาใครมาทันละโว้ย ต้องเรียบร้อยด้วย ผู้หญิงแต่ละคนที่รู้จักก็มีแต่เปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน อีกอย่างขืนพามาให้แม่ดูตัวพวกนั้นคงดีใจตีปีกพรึ่บๆ ไม่พ้นโดนแต่งงานด้วยแหงๆ โอ้ยอะไรมันจะซวยอย่างนี้ ตอนเช้าโดนเจสสิก้าราวี ตอนสายโดยผู้ชายตบ ตอนเย็นโดนแม่เร่งแต่งงาน เฮ้ยให้มันได้อย่างนี้สิ ยูชอนทึ้งหัวตัวเองราวกับคนบ้า
“เฮ้ย เดี๋ยวก่อน ผู้ชายตบเหรอ นี่เราลืมเจ้าเฉิ่มนั่นไปได้ไงนะ เรียบร้อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ตีปีกพรึ่บๆอยากแต่งกับเราแน่นอน เอาวะ พรุ่งนี้ต้องตกลงทำสนธิสัญญาสงบศึกซะหน่อย รอดแล้วโว้ย”
ยู ชอนหัวเราะลั่นห้องเมื่อคิดหาทางออกให้ตัวเองได้ ล้มตัวลงนอนอย่างมีความสุข ตอนนี้เขาคิดถึงแต่หน้าคนเป็นแม่ แม่จะว่ายังไงนะถ้าเห็นเจ้าเฉิ่มนี่ แค่คิดก็ฮาแล้ว อยากให้แต่งใช่ไหม ได้เลยแต่จะเขาแต่งกับผู้ชายที่เฉิ่มที่สุดในโลก คราวนี้แม่นั่นแหละที่ต้องกลุ้มใจบ้าง
สองพี่น้องตระกูลคิม รีบออกจากบ้านเพื่อผจญกับชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า แจจุงที่ทำงานอยู่ใกล้กว่าไม่ค่อยลำบากเท่าไหร่ เพราะนั่งรถไฟไปไม่ไกลก็ถึงบริษัทโฆษณาที่ทำงานอยู่ ผิดกับจุนซูที่ต้องนั่งรถไฟไปอีกไกล กว่าจะไปถึงที่ทำงานใหม่ ที่สำคัญเขาต้องไปให้ถึงก่อน9โมง เพราะเมื่อวานสายเลยทำให้หัวหน้าเพ่งเล็ง คนตัวเล็กรีบเดินออกจากตัวรถทันทีที่รถไฟจอด เร่งฝีเท้าเพื่อจะได้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด ดีนะที่สถานรถไฟอยู่ใกล้กับที่ทำงาน เขาเลยไม่ต้องเหนื่อยมาก
9โมง ตรง จุนซูก็เดินมาถึงหน้าห้องฝ่ายบุคคลพอดี มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน เลยไม่ทันเห็นว่า ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบริษัทจนถึงหน้าห้องฝ่ายบุคคล พนักงานทุกคนหันมามองเขากันเป็นแถบ บางคนก็หันหน้าเข้าไปซุบซิบกันใหญ่ ก็จะเรื่องอะไรซะอีก ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ท่านประธานประกบปากจูบกับคนตัวเล็กนี่ แต่งตัวแบบนี้มีคนเดียว จำได้ติดตาเลยล่ะ
“มาแล้วเหรอคะคุณคิม พร้อมหรือยังคะเราจะได้ขึ้นไปพบท่านประธานพร้อมกัน”
อึน ยองยิ้มให้กับจุนซูอย่างเป็นมิตร แต่ก็ต้องส่ายหน้าน้อยๆเมื่อเห็นการแต่งตัวของจุนซู เหมือนเมื่อวานเด๊ะ แต่วันนี้เรียบร้อยกว่าเมื่อวาน ผมเผ้าไม่ยุ่งเป็นยุงตีกัน หวีมาเรียบร้อย แต่ขอโทษเถอะ เมื่อวานไว้หน้าม้าปรกตายังไม่เท่าไหร่ แต่วันนี้พ่อคุณเล่นปาดข้างหัวเรียบแปล้มาเลย เจ้านายฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย หรือว่าเรื่องที่ลือกันหนาหูเมื่อวานจะเป็นจริง นี่ขนาดไม่ได้เห็นด้วยตานะเนี่ย บรรดาพนักงานที่เห็นภาพจะๆเล่าซะเป็นฉากๆจิ้นกันเห็นภาพเลยทีเดียว แต่เท่าที่ดูๆ นอกจากแต่งตัวเฉิ่มแล้ว จนเป็นจุดเด่นแล้ว ไม่เห็นมีอะไรที่ตรงสเป็คเจ้านายเลย หรืออยากลองของแปลก แปลกตั้งแต่การแต่งตัวยันเพศเลยนะเนี่ย
“ครับพร้อมแล้ว” จุนซูพยักหน้าหงึกหงัก
“งั้น เชิญค่ะ ตามมาทางนี้เลย” อึนยองพาจุนซูมาที่ลิฟท์ด้านหลัง กดชั้น23เพื่อไปที่ห้องทำงานของยูชอน เมื่อวานจุนซูไม่ได้ลงลิฟท์ตัวนี้เลยไม่เฉลียวใจเลยว่า เขากำลังจะขึ้นไปที่เดิม ที่ๆเขาเจอกับความสยองขวัญเมื่อวาน
“ถึงแล้วค่ะ”
จุน ซูเดินตามอึนยองออกมาจากลิฟท์ ตอนแรกๆก็งงๆอยู่เหมือนกัน ทำไมชั้นนี้ไม่มีใครอยู่เลย พอเลี้ยวออกจากทางเดินเล็กๆก็ต้องแปลกใจ เอ.. คุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ แต่จุนซูก็ไม่ต้องงงนาน เพราะตอนนี้เขาเดินมาถึงหน้าห้องประธานแล้ว
“ท่านประธานคะ คุณคิมมาแล้วค่ะ” อึนยองเคาะประตูก่อนเดินเข้ามารายงาน
“ขอบ คุณครับคุณอึนยอง” ยูชอนตอบแต่ยังไม่หันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับคุณเลขาคนใหม่ อึนยองโค้งให้ยูชอนก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกไปทำงานตามปกติ จุนซูมองห้องนี้งงๆ ห้องนี้มันทำไมดูคุ้นๆ หรือที่นี่ตกแต่งแบบเดียวกันหมด
“สวัสดีครับคุณคิม เจอกันอีกแล้วนะ” จุนซูอ้าปากค้าง เมื่อเก้าอี้ที่หันหลังให้เมื่อครู่หันกลับมา ตอนนี้เขารู้แล้วล่ะว่าทำไมห้องนี้มันถึงได้ดูคุ้นนัก นี่มันห้องไอ้หน้าหื่นเมื่อวานนี้นี่
“อย่าบอกนะว่า” จุนซูพูดออกมาหลังจากเงียบไปนาน
“ผมนี่แหละ เจ้านายของคุณ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณคิมจุนซู”
“ไม่จริ๊งงงงงง”
%%%%%%
TBC



#1 By milkจัง (115.87.45.167) on 2010-03-11 21:55