[Fic]~ Love Taste .,..,.. ปรุงรักอย่างไรให้ครบรส~ Part 1
posted on 09 Mar 2010 16:05 by kameryuichi in soot
Part 1
เช้าวันนี้อากาศแสนจะสดใส ทำให้ปาร์คยูชอนรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ วันนี้อากาศดี แสดงว่าจะต้องมีอะไรดีๆเข้ามาในชีวิตเขาบ้าง อย่างน้อยก็เป็นวันแรกที่เขาจะได้เข้าทำงานเป็นเชฟในโรงแรมไฮโซหรูหราใจกลาง โซล หลังจากที่เรียนจบด้านคหกรรมมาหลายปี เขาก็ฝึกงานกับร้านอาหารต่างๆมากมาย จนเป็นที่รู้จักในหมู่เชฟระดับนึง แถมยังเป็นอาจารย์สอนทำอาหารให้กับหลายๆที่ และวันนี้เขาจะได้ก้าวไปอีกขั้น โดยการเป็นเชฟประจำร้านอาหารในโรงแรมสุดหรูที่ให้ค่าตอบแทนแสนแพง และเป็นที่ๆเชฟหลายๆคนต้องการเข้าไปทำ ร่างโปร่งเตรียมชุดเชฟสีขาวถึงแม้จะดูสีหม่นไปบ้างเพราะเป็นชุดที่เขาใช้มา หลายปี แต่มันก็สะอาดเอี่ยมอ่อง เครื่องครัวคู่ใจที่ใช้มานานก็เช่นกัน แต่เขาก็ภูมิใจกับพวกมันเพราะมันได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขา หลังจากตระเตรียมของเรียบร้อย เขาก็พร้อมที่จะไปทำงานวันแรกแล้ว
“ยูชอน จะไปแล้วเหรอลูก” เสียงคุณอึนเฮทักลูกชายดังมากจากครัวเล็กๆภายในบ้าน
“ครับแม่” ยูชอนยิ้มขณะเดินเข้าไปกอดคนเป็นแม่จากด้านหลัง
“ทำงานวันแรกแม่ขออวยพรให้ลูกประสบความสำเร็จนะจ้ะ”
“ขอบคุณครับแม่ ถ้าผมทำเงินได้เยอะขึ้นเราจะได้ไปจากที่นี่กันสักที” ยูชอบอกในสิ่งที่เขามุ่งมั่นมานานหลายปี
“ยู ชอน พูดแบบนี้อีกแล้ว ลูกก็รู้ว่าเราไปไม่ได้ แม่สัญญากับคุณพ่อเอาไว้ก่อนท่านตาย ว่าจะไม่พาลูกไปอยู่ที่อื่น” คุณอึนเฮหันละจากอาหารที่ทำหันมาหาลูกชาย
“แม่จะอยู่ให้พวกนั้นมันดูถูกเราทำไมครับ พ่อก็ตายไปนานแล้ว พ่อไม่รู้หรอกว่าถ้าไม่มีท่านเราจะเป็นยังไง” ยูชอนพูดด้วยความหงุดหงิด
“แม่รู้ว่าลูกรู้สึกยังไง แต่แม่สัญญาไว้กับพ่อแล้ว แม่เป็นคนรักษาคำพูดแม่จะอยู่ที่นี่ถ้าลูกจะไปก็ไปเถอะแม่ไม่ว่าอะไร”
“แม่ แม่พูดแบบนี้อีกแล้วแม่ก็รู้ว่าผมทิ้งแม่ไปไม่ได้”
“งั้น ก็ดีแล้ว อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ” คุณอึนเฮไม่พูดอะไรอีกหันไปทำกับข้าวต่อ ยูชอนได้แต่ทำหน้าเซ็ง ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องปล่อยให้พวกพี่น้องต่างแม่ของเขามาดูถูกทุกวัน ทำไมถึงไม่ย้ายออกไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อแม่ตัดสินใจแบบนี้เขาก็ต้องอยู่ที่นี่เพราะถ้าจะ ให้ทิ้งแม่ไปเขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
“กินข้าวซะก่อนสิ แล้วค่อยไปทำงาน” คุณอึนเฮหันมาส่งอาหารที่ตักใส่จานเรียบร้อยแล้วให้ลูกชาย
“ครับ” ยูชอนรับจานมาไว้ในมือ ก่อนจะไปจัดไว้ที่โต๊ะทานข้าวที่อยู่ในครัว
“วันนี้จะกลับดึกไหม”
“ไม่ทราบสิครับ ผมยังไม่แน่ใจว่าครัวโรงแรมจะปิดกี่โมง”
“อืม ตั้งใจทำงานแล้วกันนะ แม่ดีใจด้วยที่ลูกได้งานที่นี่ทำ” คุณอึนเฮยิ้ม มองลูกชายคนเดียวด้วยแววตารักใคร่และภูมิใจ
“ครับ ขอบคุณครับแม่” ยูชอนยิ้มก่อนจะหันไปจัดการกับอาหารของตัวเอง เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยร่างโปร่งก็เก็บจานของแม่และของตัวเองไปล้างก่อนจะไป ทำงาน
“ผมไปก่อนนะครับ” ยูชอนเข้ามาหอมแก้มแม่อย่างที่เคยทำทุกวัน
“โชคดีนะลูก”
“ครับ”
ยู ชอนยิ้มก่อนจะสาวเท้ายาวๆไปที่ประตูเล็กซึ่งเป็นทางออกที่เขาใช้เป็นประจำ เพราะไม่อยากจะไปยุ่งกับประตูใหญ่ทางด้านหน้าที่พวกพี่น้องคนอื่นของเขาใช้ แต่วันนี้ไม่เหมือนกับทุกวัน ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปเปิดประตู ประตูก็เปิดออกมาซะก่อน พร้อมกับชายหนุ่มร่างสันทัด ผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตายับยู่ยี่อย่างคนที่กร่ำสุรามาทั้งคืน
“มอง อะไรไอ้ลูกคนใช้” เยซองลูกชายต่างแม่ของเขาพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่เห็นหน้าคู่อริ ที่สำคัญดันมาเห็นตอนที่เขาแอบเข้าประตูเล็กเพราะไม่อยากให้พี่คนโตรู้ว่า เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้าน ยูชอนไม่ตอบ เดินเลี่ยงออกไป
“ถามไม่ ตอบ เป็นใบ้หรือไง” ยูชอนหันมามองหน้า แต่ก็ไม่พูดอะไรได้แต่ส่ายหัวปลงๆ ทั้งที่วันนี้อากาศสดใสทำท่าจะเป็นฤกษ์ดี แต่จะมาเสียก็เพราะเจอหมอนี่นั่นแหละ
“ยัง ยังจะมากวนประสาทอีก ฉันถามว่ามองอะไร” เยซองเดินเซๆเข้ามา ก่อนจะกระชากคอเสื้อของยูชอนเข้ามาใกล้
“คุณเยซองถ้าคุณเมาก็รีบกลับไปนอนที่ตึกใหญ่เถอะ อย่ามามัวหาเรื่องผมอยู่เลย” ยูชอนปลดมือหนาออกจากคอเสื้อเขา
“ไม่ต้องมาทำเป็นสอน คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องให้ลูกคนใช้อย่างแกมาสอนหรอก”
“ผม ไม่ได้สอน แต่ผมจะเตือนต่างหาก คุณเข้าประตูเล็กเพราะไม่อยากให้คุณใหญ่เห็นใช่ไหม ถ้าคุณยังมัวเสียเวลากับผมคุณนั่นแหละจะเดือดร้อน เพราะนี่มันใกล้เวลาที่คุณใหญ่จะลงมาจากห้องแล้ว ผมว่าคุณรีบกลับไปซะดีกว่าก่อนที่จะเกิดเรื่อง” เยซองมองหน้าคู่อริก่อนจะยกมือขึ้นมาดูนาฬิกา
“ก็ได้ วันนี้แกรอดตัวไป รับรองคราวหน้าแกจะไม่โชคดีอย่างนี้แน่ๆ” ว่าแล้วก็เดินโซซัดโซเซกลับไปที่ตึกใหญ่ เพราะต้องเข้าห้องให้ทันก่อนที่พี่ใหญ่จะออกมาจากห้อง ไม่งั้นโดนเทศน์ยาวแน่ๆ ยูชอนได้แต่มองภาพนั้นปลงๆ ก่อนจะออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปโรงแรม
ที่คอนโดหรูใจ กลางกรุงโซล คนตัวเล็กที่สร้างเรื่องยุ่งๆเอาไว้ตอนนี้กำลังเดินเป็นหนูติดจั่น เพราะยังคิดไม่ตกเรื่องไปตกปากรับคำเป็นพิธีกรรายการอาหาร ไม่น่าเล้ยคิมจุนซู มัวแต่หลงความหล่อของท่านประธานเลยพลาด แต่มาคิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ถ้าเราไม่ได้ทำงานที่นั่นเราก็ไม่ได้เห็นหน้าหล่อๆของท่านประธานน่ะสิ คนตัวเล็กหยุดเดิน ริมฝีปากที่เม้มสนิทมาตลอดเริ่มคลายออกเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆเมื่อนึกถึงใบ หน้าหล่อเหลาของคุณชอง แต่แล้วความเป็นจริงอีกอยากก็แว๊บเข้ามาในสมองของเขา แต่เขาทำอาหรไม่เป็นนี่สิ ทำไงดี เขาไม่ชอบทำอาหาร ไม่ชอบให้กลิ่นอาหารมาติดเสื้อ ชอบกินกับชอบติอย่างเดียวเท่านั้น จะทำยังไงดีอ่ะ คนตัวเล็กเริ่มเดินวนรอบห้องอีกครั้ง ก่อนที่จะนั่งแปะลงที่โซฟาตัวโปรด
“จะมามัวคิดให้เปลืองสมองทำไม นี่มันหน้าที่ไอ้โย่งมัน” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็หันไปหาคว้าโทรศัทพ์มือถือมากดไปหาเบ๊ประจำพระองค์
“อะไรอีกล่ะพี่” ชางมินงัวเงียตอบ ร่างสูงเหลือบไปมองนาฬิกา นี่มันเพิ่ง7โมงเช้าพี่ชายตัวดีเขาตื่นมาทำอะไรแต่เช้าเนี่ย
“ไอ้โย่ง แกต้องช่วยฉัน” เสียงคนตัวเล็กสั่ง
“ช่วยอะไรอีกอ่ะ ส้วมเต็มอีกแล้วเหรอ บอกแล้วไงว่าอย่ากินเยอะ” ชางมินพึมพำ
“ไอ้ บ้า พูดบ้าอะไรของแก วอนตายอีกแล้วเดี๋ยวพ่อแล่นไปฉีกอกถึงที่บ้านซะหรอก แหกขี้ตาขึ้นมาฟังคำสั่งของฉันเดี๋ยวนี้” เสียงแปดหลอดแผดใส่หูคนเป็นน้องดังลั่น
“โอ้ย~ ตื่นแล้วๆ ไม่ต้องตะโกนได้ไหม สักวันผมต้องหูหนวกเพราะพี่แน่ๆ มีอะไรว่ามา” ชางมินลุกขึ้นมาจากที่นอน
“แกไปหาครูสอนทำอาหารให้ฉันหน่อยสิ เอาแบบสอนแป๊บเดียวแล้วฉันExpertเลยอ่ะ” คนตัวเล็กเริ่มเรื่อง
“หาพี่ จะบ้าหรือไง ใครมันจะไปทำอย่างนั้นได้”
“ก็แกไง ไปหามาให้ได้เข้าใจไหม”
“แต่ว่า..”
“ไม่ มีแต่ ฉันสั่งแกก็ทำไปเข้าใจไหม แค่นี้นะ” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็ตัดสายนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าสบายอารมณ์ที่ผลักภาระให้ พ้นตัวไปได้ น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วไม่น่าเสียเวลาเดินอยู่นานเลย ดูสิหิวเลยเนี่ย จุนซูเดินไปเปิดตู้เย็น มองของในช่องฟรีซอย่างเซ็งๆ
“เบื่ออ่ะ มีแต่อาหารแช่แข็ง วันนี้อยากกินอะไรที่ร้อนๆจากเตาไม่ใช่ไมโครเวฟ ไปกินที่โรงแรมคุณป๋าดีกว่า”
จุน ซูปิดประตูตู้เย็นรีบวิ่งไปที่ห้องแต่งตัว จัดการแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยตามสไตล์คิมจุนซู ซึ่งนั่นก็หมายความว่า กว่าเขาจะแต่งตัวเสร็จก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงพอดี คนตัวเล็กกวาดสัมภาระทุกอย่างที่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องใช้ใส่ไว้ในกระเป๋า ใบย่อมก่อนจะสะพายออกไปจากห้อง
“สวัสดีครับคุณหนู” เสียงพนักงานต้อนรับหน้าร้านดังขึ้นระงมทันทีที่ร่างเล็กในสุดทันสมัยสีสันเจ็บปวดเดินนวยนาดเข้ามาในร้าน
“หวัดดี โต๊ะเดิมว่างไหม” คุณหนูจุนซูหันไปถามผู้จัดการร้านที่ลนลานรีบออกมารับทันทีที่เห็นคุณหนูเดินเข้ามาในร้าน
“ว่างครับๆ เชิญทางนี้ครับคุณหนู” จุนซูพยักหน้าก่อนจะเดินตามผู้จัดการร้านเข้าไป นั่งที่โต๊ะในมุมโปรด
“วันนี้จะรับอะไรดีครับคุณหนู” ผู้จัดการร้านถามอย่างนอบน้อม เพราะรู้ดีว่า หากทำอะไรผิดหูผิดตาเดี๋ยวคุณหนูได้ถล่มร้านแตก
“วันนี้เอาเป็น กุ้งอบวุ้นเส้นนะ แต่เอาเป็นปลาหมึกแทนกุ้ง วันนี้อยากกินปลาหมึกมากว่า”
“ได้ครับ”
ผู้ จัดการร้านรับคำ ก่อนจะเดินเอาใบสั่งของไปให้เด็กในร้าน เอาอีกแล้วสั่งของพิสดารอีกแล้ว เฮ้อ~ คุณหนูนี่เอาแต่ใจจริงๆ แต่วันนี้คงเป็นวันโชคร้ายของร้านอาหารเพราะเขาเพิ่งรับเชฟใหม่แทนคนเก่าที่ ขอลากลับประเทศไป คนใหม่ก็ฝีมือดีใช้ได้ตั้งแต่เข้ามาทำยังไม่มีใครติเรื่องรสชาติแต่อย่างใด แต่คุณผู้จัดการไม่รู้ว่าคราวนี้คงไม่รอดเหมือนทุกทีเพราะเชฟที่อยู่ในห้อง ครัวก็เป็นพวกไม่เคยยอมใครเหมือนกัน ทันทีที่ยูชอนเห็นใบออเดอร์เขาก็ขมวดคิ้วผูกเป็นโบว์
“หมายความว่าไง กุ้งอบวุ้นเส้น แต่ให้ใช้ปลาหมึกแทนมันมีที่ไหนเล่า”
“มีที่นี่แหละพี่ ทำๆไปเถอะ” เด็กเสิร์ฟตอบ
“จะบ้าหรือไงใครมันจะไปทำได้ ปลาหมึกกับกุ้งมันต่างกัน ความคาวก็ต่างกัน ถ้าทำออกมาแล้วมันกินไม่ได้ใครจะรับผิดชอบ” ยูชอนอธิบาย
“โธ่พี่ ช่างมันเถอะ คนสั่งเขาคงจะกินได้นั่นแหละ ด่วนด้วยนะพี่”
“ด่วนด้วย แล้วลูกค้าคนอื่นล่ะ เดี๋ยวพี่จะไปถามผู้จัดการก่อน” ยูชอนวางของในมือก่อนจะหันไปสั่งลูกมือให้จัดการแทน
“เดี๋ยวๆๆพี่ไม่ต้องไปถามหรอก ผู้จัดการเป็นคนรับออเดอร์เองเลย”
“เหรอ เขาว่าไง”
“ก็ไม่ว่าไงหรอกพี่ ทำๆไปเถอะนะ ถ้าไม่อยากให้ระเบิดลงกลางร้าน”
เด็ก เสิร์ฟพูดพร้อมทำท่าสยองขวัญประกอบ ยูชอนจิ๊ปากอย่างขัดใจ เพราะไม่ชอบให้ใครมาลัดคิวที่เขาวางไว้ ก่อนจะไปเตรียมตัวทำอาหารเมนูพิสดารของแขก หลังจากนั้นไม่นาน ปลาหมึกอบวุ้นเส้นที่จุนซูต้องการก็มาวางตรงหน้า จุนซูรีบเปิดหม้อดินขึ้นมาทันทีเพราะตอนนี้หิวมากๆ แต่ยังไม่ทันได้ชิมคนตัวเล็กก็โวยวายลั่น
“นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมใช้ปลาหมึกแบบนี้ ไม่เอา เอาไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้” สิ้นเสียงแปดหลอดของคุณหนูคิมดังขึ้นเรียกให้แขกหันมามองเป็นตาเดียว แต่ก็ไม่เห็นตัวคนตะโกนเพราะมีฉากกั้นเอาไว้ ผู้จัดการร้านก็วิ่งหน้าเริ่ดมาหาทันที
“มีอะไรครับคุณหนู”
“นี่ ไง ฉันไม่กินปลาหมึกสีขาวซีดๆอย่างนี้ ฉันจะกินปลาหมึกยักษ์ ทำไมทำปลาหมึกไร้สีสันอย่างนี้มาให้ฉันหา” จุนซูโวยวาย ผู้จัดการหน้าซีด
“เอ่อ เดี๋ยวผมเปลี่ยนให้นะครับ คุณหนูรอเดี๋ยว” ว่าแล้วก็รีบยกหม้อดินออกไปส่งให้เด็กเสิร์ฟคนเดิม เด็กเสิร์ฟรีบวิ่งปรู๊ดเข้าไปในห้องครัวทันที
“พี่ๆ เขาบอกจะเอาปลาหมึกยักษ์ ไม่ใช่หมึกกล้วยอ่ะ” เด็กเสิร์ฟอธิบาย
“แล้วมันต่างกันตรงไหนไอ้ปลาหมึกเนี่ย เรื่องมากจริง”
“เอา น่าพี่ เขาบอกให้เอายักษ์ก็เอายักษ์ไปเถอะนะๆๆ” เด็กเสิร์ฟรีบอ้อน ยูชอนได้แต่ฮึดฮัดหันไปทำปลาหมึกอบวุ้นเส้นหม้อใหม่ไปให้ สักพักเด็กเสิร์ฟก็เอาอาหารมาส่งไว้ที่หน้าคนตัวเล็ก จุนซูรีบเปิดออก ตอนนี้จากปลาหมึกสีขาวซีดแผ่นสี่เหลี่ยมๆ กลายเป็นปลากหมึกยักษ์ที่ต้องการแต่.. ทำไมไม่มีหนวด
“ไปเปลี่ยนมา ใหม่ ฉันจะเอาตรงหนวดเข้าใจไหม ที่อื่นไม่เอา อ้อเอาปุ่มใหญ่ๆด้วยเล็กๆไม่ชอบ” จุนซูสั่ง เด็กเสิร์ฟวิ่งกลับเข้าไปในครัวอีกเป็นรอบที่3
“พี่ๆ”
“อะไร อีกล่ะ” ยูชอนเริ่มหงุดหงิด มัวแต่แก้รายการให้ลูกค้าคนนี้คนเดียว ลูกค้ารายอื่นยังไม่ได้ของสักคน ที่สำคัญตอนนี้มันตอนเที่ยงแค่นี้เขากับลูกมือทั้งหลายก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว
“คือเขาบอกว่า เขาจะกินแต่ตรงหนวดครับ เอาปุ่มใหญ่ๆด้วย” เท่านั้นแหละสติเชฟสุดหล่อขาดผึง โยนกระทะที่กำลังทำสปาเก็ตตี้มีทซอสกระแทกใส่เตาดังโครม ก่อนจะคว้าหม้อดินจากมือเด็กเสิร์ฟเดินอาดๆออกไปนอกห้องครัว โดยที่เด็กเสิร์ฟก็ไม่สามารถต้านทานได้ทัน
“ไหน โต๊ะไหนที่เรื่องมาก” ยูชอนกวาดตามองรอบๆร้าน
“โต๊ะ ด้านในโน้นนะพี่” เด็กเสิร์ฟบุ้ยใบ้ไปเพราะคิดว่าคุณเชฟอยากจะเห็นหน้าคนเรื่องมากเฉยๆ แต่ผิดคาด ยูชอนก้าวตรงไปที่โต๊ะนั่นทันทีไม่มีรีรอ เด็กเสิร์ฟตาเหลือกรีบวิ่งไปรายงานผู้จัดการร้านอย่างด่วนจี๋
“ผู้ จัดการครับ เกิดเรื่องแล้วครับ สงครามกลางร้านกำลังจะอุบัติ ณ.บัดนาว” เท่านั้นแหละ ผู้จัดการรีบใส่เกียร์หมาวิ่งปรู๊ดไปทันที แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะตอนนี้คุณเชฟคนใหม่เดินเลี้ยวเข้าไปในฉากกั้นเรียบร้อย ผู้จัดการและพนักงานเสิร์ฟของร้านได้แต่ยืนไว้อาลัยตรงนั้น รอจนกว่าจะมีระเบิดนิวเคลียร์ลงแล้วค่อยเข้าไปเก็บศพคุณเชฟออกมา
ยูชอน ย่างสามขุมเข้าไปในฉากกั้น เขาก็พบกับคนตัวเล็กนั่งหน้าเชิดกอดอกไม่สนใจผู้คน หัวกลมๆกำลังโคลงไปมาตามจังหวะเพลงในMP3 ยูชอนเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กพร้อมวางหม้อดินใบเก่าไว้ตรงหน้าคุณลูกค้า จุนซูเห็นหม้อดินใบใหม่มาวางตรงหน้าก็รีบเปิดทันที ไม่ได้สนใจด้วยว่าใครจะเป็นคนมาเสิร์ฟ ทันทีที่เปิดฝาหม้อคนตัวเล็กก็ปรี๊ดแตก
“อะไรเนี่ย บอกให้เขาตรงหนวดไง ทำไมเหมือนเดิมเลย” เสียงเล็กๆตวาดแว๊ดก่อนตวัดสายตาขึ้นมองคนมาเสิร์ฟอย่างอาฆาต
“หนวดไม่มีแล้วครับ เหลือแต่ตรงกะโหลกมันคุณจะทานไหม” ยูชอนตอบ
“ไม่เอา บอกว่าจะเอาหนวด นายเป็นใครเนี่ย” จุนซูมองยูชอนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
“ผมเป็นเชฟของที่นี่ ผมต้องการรู้ว่าไอ้ที่ผมใส่มานี่มันไม่อร่อยหรือไง ทำไมคุณถึงได้เปลี่ยนจัง”
“ไม่รู้สิ ยังไม่ได้กิน ไม่ใช่ของที่ฉันสั่งฉันไม่มีทางแตะเด็ดขาด” จุนซูเชิดหน้าตอบ
“แล้ว ทำไมคุณไม่สั่งตั้งแต่แรกล่ะว่าจะเอาหนวด ปุ่มใหญ่ๆอะไรของคุณ รู้ไหมว่าผมแก้ให้คุณมาหลายรอบแล้ว จนผมแทบไม่ได้ทำอาหารให้ลูกค้าท่านอื่นเลย”
“เรื่องของคุณสิ คุณเป็นเชฟมีหน้าที่ทำตามสั่งก็ทำไป จะทันไม่ทันก็เรื่องของคุณ แล้วอีกอย่างที่ฉันไม่สั่งตั้งแต่ตอนแรกก็นึกว่าเชฟที่นี่จะฉลาด ปลาหมึกยักษ์ที่ไหนเขาก็ใส่หนวดทั้งนั้นแหละ มีแต่คุณแหละใส่อะไรมาให้ก็ไม่รู้” จุนซูเถียง
“ผมเป็นเชฟนะ ไม่ใช่หมอดู หรือหมอผีจะได้นั่งทางในรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร”
“ฉัน ก็บอกไปแล้วไง ก็ทำมาสิ เป็นแค่กุ๊กยังจะมีหน้าออกมาเถียงลูกค้าอีก ไม่รู้จักฉันหรือไง ใครๆเขาก็รู้จักฉันทั้งนั้น ฉันคิมจุนซู นักร้องซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังของเกาหลี ฉันจะสั่งอะไรก็ต้องได้ตามนั้น” จุนซูเชิดหน้าบอก
“คุณจะเป็นนักร้องดังหรือไม่ดังมันก็ไม่เกี่ยว กับผม อีกอย่างผมไม่ค่อยได้ฟังเพลง เพราะอย่างนั้นไม่ต้องเอาสรรพคุณคุณมาขยาย พูดไปผมก็ไม่ตื่นเต้นหรอก ตกลงจานคุณจะกินหรือไม่กิน” ยูชอนวกเข้าเรื่องเดิม
“ไม่กิน มันไม่ใช่อย่างที่ฉันอยากได้” จุนซูตอบกลับทันที
“ดี งั้นคุณก็ไปสั่งร้านอื่น เพราะผมจะไม่ทำให้คุณอีกแล้ว”
“ว่าไงนะ กล้าดียังไงมาขัดคำสั่งฉัน บอกให้ทำมาก็ทำมาสิ” คนตัวเล็กลุกขึ้นยืน ใบหน้าน่ารักตอนนี้งอง้ำสุดๆด้วยอารมณ์โมโห
“ผมไม่ทำ” ยูชอนยืนยันคำเดิม
“บอก ให้ไปทำ” คนตัวเล็กเพิ่มเสียงดังขึ้น เล่นเอาคนที่อยู่ข้างนอกขนลุกเกรียว ผู้จัดการหันไปดูลูกค้าในร้าน ก็เริ่มเห็นเค้าความวุ่นวาย เพราะตอนนี้ลูกค้ากำลังจ้องไปที่หลังฉากเป็นตาเดียว
“พวกนาย ไปบอกลูกค้าแต่ละโต๊ะนะว่า เขากำลังซ้อมละครกัน เขาซ่อนกล้องเอาไว้ลูกค้าจะได้ไม่ตกใจหนีออกไปหมดเหมือนคราวที่แล้ว” เด็กเสิร์ฟพยักหน้า แยกย้ายกันไปบอกลูกค้าตามโต๊ะต่างๆทันที ปล่อยให้คุณผู้จัดการลุ้นเหงื่อตกอยู่ที่เดิมไปคนเดียวก่อน
“ลองดีกับฉันใช่ไหมนายกุ๊ก”
“คุณจะทำอะไรผม”
“เดี๋ยวก็รู้ ผู้จัดการ ผู้จัดการ” คนตัวเล็กตะโกนเสียงดังลั่น คนที่ยืนรออยู่ข้างนอกรีบวิ่งปรู๊ดเข้าไปทันที
“มีอะไรครับคุณนะเอ่อ..คุณคิม” ผู้จัดการร้านรีบเปลี่ยนสรรพนาม เพราะคุณหนูไม่ชอบให้คนภายนอกรู้ว่าเขาเป็นลูกชายเจ้าของโรงแรมนี้
“กุ๊ก ของคุณไม่มีมารยาทเลย ฉันบอกให้เปลี่ยนอาหารให้ก็ไม่ยอมเปลี่ยน คุณควรจะทำยังไงกับเขาดี” จุนซูปรายตามองนายกุ๊กที่ยืนมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“เอ่อ คือตามกฎถ้ามีการทะเลาะกับลูกค้า พนักงานของเราก็ต้องถูกเชิญออกครับ” ผู้จัดการตอบอย่างนอบน้อม
“ได้ยินหรือยังนายกุ๊ก ทีนี้จะไปทำตามฉันสั่งได้หรือยัง” จุนซูหันมาพูดอย่างเป็นต่อ
“ไม่ ผมไม่ทำ”
“ไม่กลัวถูกไล่ออกเหรอ” จุนซูลอยหน้าลอยตาถาม
“ออกก็ออกสิ ผมไม่ทำซะอย่าง”
“คุณเชฟครับ ทำตามลูกค้าสั่งไปเถอะครับ”
“ไม่ ผมพูดคำไหนคำนั้นไม่ทำก็คือไม่ทำ จะให้ผมออกก็ได้” พูดจบยูชอนก็เดินออกไปนอกฉากกั้น กลับเข้าไปที่ล็อคเกอร์ เก็บข้าวของทุกอย่างใส่กระเป๋า เดินออกจากร้านไปอย่างไม่ใยดี ทั้งๆที่อีกไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะหมดกะของเขาอยู่แล้ว
“ดีสม ตกงานซะจะได้เข็ดมั่ง ไม่รู้จักฉันซะแล้ว” จุนซูพูดอย่างสะใจที่จัดการคนที่ขัดใจเขาได้
“คุณหนูจะรับอาหารอีกไหมครับ อีกสักพักเชฟผลัดบ่ายก็จะมาแล้ว” ผู้จัดการร้านถามอย่างนอบน้อม
“ไม่ เอาแล้ว หมดอารมณ์” พูดจบคนตัวเล็กก็คว้ากระเป๋าเดินออกไปจากร้านทันที ทิ้งให้ผู้จัดการยืนเหงื่อตก แล้วออร์เดอร์ที่ค้างไว้ใครจะเป็นคนทำวะเนี่ย เฮ้อ~ กลุ้ม
~ ไอ้โย่งรับโทรศัพท์ฉันเดี๋ยวเน้!!!!!! ~
เสียง โทรศัพท์กรีดเสียงดังลั่นห้อง เล่นเอาคนที่กำลังตรวจเอกสารอยู่ในห้องทำงานตกใจแทบร่วงจากเก้าอี้ ชิมชางมินมองไปที่โทรศัพท์อย่างเหนื่อยหน่าย เพราะรู้ว่าใครเป็นคนโทรมา ริงโทนเสียงแปดหลอดแบบนี้มีคนเดียว คุณพี่ชายเล่นอัดเสียงตัวเองเอาไว้ในเครื่องตั้งเป็นริงโทน เพื่อให้เขาได้ยินชัดๆ ความจริงอยากจะเปลี่ยนเสียงอยู่เหมือนกัน ถ้าพี่แกไม่เล่นเช็คทุกครั้งที่เจอเขาว่ายังใช้ริงโทนอันนี้หรือเปล่า
“อะไร อีกล่ะพี่ เมื่อเช้าก็โทรไปปลุกผม วันนี้พี่ไม่มีคิวที่ไหน ให้ผมได้ทำงานของตัวเองมั่งเหอะ” ชางมินส่งเสียงโอดครวญก่อนที่พี่ชายจะพูด
“งานแกมันจะมีอะไร ก็แค่เซ็นต์ๆๆเท่านั้นเอง”
“พี่ ผมต้องตรวจเอกสารด้วยนะ ซี้ซั้วเซนต์ลูกน้องยักยอกไปผมจะรู้ไหมเนี่ย”
“ยักยอก ไปเท่าไหร่ฉันจ่ายให้ก็ได้ แค่นี้เองทำบ่น ดูฉันสิ ฉันยังไม่เห็นเข้าไปรับรู้อะไรในกิจการของคุณป๋าเลย ยุ่งยากเยอะแยะน่าเบื่อที่สุด” ชางมินได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก็ใช่น่ะซี้ ตัวเองไม่เข้าไป แต่เอามาสุมไว้ที่กะบาลผมนี่ไงครับ ผมต้องจัดการแทนคุณพี่ทั้งหมด คุณพี่ก็พูดได้นี่ อะไรๆก็ตูคนเดียว เวรกรรมอะไรของชิมมินฟะเนี่ย
“แล้วโทรมามีอะไร” ชางมินตัดบทก่อนที่คนตัวเล็กจะร่ายยาวแล้วลืมสิ่งที่ตัวเองต้องการ เดี๋ยวจะมาโทษกันอีกหาว่าพานอกเรื่อง
“อ๋อ ฉันจะถามแกว่าหาครูให้ฉันได้หรือยัง นี่มันหลายชั่วโมงแล้วนะ”
“หา~ เพิ่งบอกให้หาเมื่อเช้าเองนะพี่ ผมยังไม่รู้จะไปหาที่ไหนเลย จะไปมีคำตอบให้พี่ได้ยังไง” ชางมินยกมือเกาหัวแกรกๆ
“ไม่ รู้ ฉันต้องการเป็นให้เร็วที่สุด เดือนหน้าเขาจะถ่ายกันอยู่แล้ว ฉันยังทำอะไรไม่เป็นเลย แกจะให้ฉันใจเย็นอยู่ได้ไง นี่มันผ่านไปตั้งอาทิตย์นึงแล้วนะ หลังจากประชุมวันนั้นน่ะ ไอ้โย่งนี่แกจะแกล้งฉันไม่ให้ได้ทำงานกับสุดหล่อใช่ไหม”
“โอ้ย~ ผมไม่ได้แกล้งนะครับพี่ แต่ช่วงนี้ผมงานยุ่งจริงๆ ไหนตอนแรกพี่บอกจะหาเองไงล่ะ” ชางมินย้ำ ก็ตอนแรกคุณพี่ชายบอกว่าจะไปจ้างเชฟที่โรงแรมคุณลุงมาสอน ไหงวกกลับมาเป็นหน้าที่เขาอีกล่ะ
“ไม่เอา ฉันเพิ่งนึกได้ ถ้าเอาเชฟที่โรงแรมก็เท่ากับฉันขอให้คุณป๋าช่วยน่ะสิ แกนั่นแหละต้องหาให้ได้ เร็วที่สุดด้วย แค่นี้นะ”
สั่ง เสร็จก็ปิดโทรศัพท์ทิ้งทันที ไม่รอคำคัดค้านอะไรทั้งนั้น ชางมินทิ้งตัวพิงพนักอย่างแรง นี่เขาจะไปหาใครมาสอนให้พี่ชายได้เนี่ย วันๆแค่เคลียร์งานที่สุมเอาไว้ตอนไปเป็นเบ๊ให้พี่ชายก็เยอะอยู่แล้ว ไหนจะงานที่พี่แกไม่ยอมทำอีกล่ะ โอ้ย~ ทำไมแม่เขาต้องคอยตามใจพี่ด้วย ไม่รู้จะรักจะหลงอะไรนักหนา ก็แค่ตัวเล็กกว่าเขา ผิวขาวกว่าเขา น่ารักกว่าเขาเท่านั้นเอง แม่ก็หลงซะ จุนซูทำอะไรก็ถูกหมดน่ารักหมด ชิ~ ไม่ตัวเล็กน่ารักบ้างก็แล้วไป มือสีน้ำผึ้งยกโทรศัพท์ขึ้นมาไล่เบอร์อย่างเลื่อนลอย เผื่อจะนึกออกบ้างว่ามีเพื่อนคนไหนทำงานเกี่ยวเรื่องพวกนี้ จะให้หาให้หน่อย แต่แล้วสายตาของชางมินก็ไปสะดุดกับชื่อๆนึง ปาร์คยูชอน โธ่~ ไอ้มินเอ๊ย คนที่จะช่วยได้อยู่ใกล้แค่นี้เอง ทำไมโง่นะฟะ ไม่รอช้า ชางมินกดปุ่มต่อสายหาเพื่อนรักทันที
“ว่าไงเพื่อน” ยูชอนกรอกเสียงมาตามสาย
“ยูชอน วันนี้แกว่างป่ะ” ชางมินเริ่มตะล่อม
“ว่าง วันนี้เพิ่งตกงานว่างตลอดจนกว่าจะถึงมะรืนนี้ เพราะมีสอนที่มหาลัย” ยูชอนตอบ
“เออดีๆ ถ้างั้นออกมากินข้าวด้วยกันหน่อยสิ ฉันมีธุระจะคุยกับแกด้วย” ชางมินรีบนัดเพื่อนด้วยความลิงโลด
“ก็ได้ กี่โมงล่ะเดี๋ยวฉันจะได้เตรียมตัว”
“แกอยู่ที่ไหนล่ะ”
“อยู่บ้านเพิ่งกลับมา”
“งั้นแกรีบแต่งตัวเลยนะ ฉันจะไปรับแกที่บ้านเดี๋ยวนี้”
“เออก็ได้”
ยู ชอนตอบรับ ก่อนจะวางสาย ชางมินทิ้งงานกองสุมเอาไว้ที่โต๊ะคว้ากุญแจรถรีบบึ่งออกจากออฟฟิศไปทันที ไม่นานเขาก็มาหยุดที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนรักที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยมัธยม และชางมินรู้ดีว่า เพื่อนเขามีฐานะอะไรในบ้านหลังนี้ รถยนต์คันหรูของชางมินไม่ได้จอดที่หน้าประตูใหญ่ เพราะรู้ว่าเพื่อนเขาไม่เคยออกทางนั้น ชางมินขับรถมาจอดที่ประตูเล็กท้ายบ้าน ก่อนจะไปกดกริ่งที่เชื่อมติดกับเรือนหลังเล็กเท่านั้น สักพักหญิงวัยกลางคนก็ออกมาเปิดรับ
“อ้าวชางมิน มาหายูชอนเหรอลูก” คุณอึนเฮทักทายเพราะรู้จักเห็นหน้ากันมาตั้งแต่เด็ก
“ครับ ผมจะมารับยูชอนไปทานข้าว”
“เข้าไปรอด้านในเลยจ้ะ ยูชอนอาบน้ำอยู่เดี๋ยวก็คงลงมา”
“ขอบ คุณครับคุณป้า” ชางมินเดินตามคุณอึนเฮเข้าไปรอในบ้าน สักพักร่างโปร่งก็ลงมาจากข้างบน เดินเข้ามาทักทายเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนาน เพราะต่างคนก็ต่างยุ่งกับงานของตัวเอง
“ว่าไงชางมิน ไม่เจอนานเลย”
“สบายดี แล้วนายล่ะ”
“ก็สบายตามปกติ” ยูชอนยักไหล่
“เราไปกันเลยดีไหม จะได้กลับไม่เย็นนัก” ชางมินเอ่ยชวน เพราะตอนนี้เขากำลังร้อนใจมากๆ
“ได้สิ แม่ครับ ผมไปก่อนนะครับ” ยูชอนหันมาบอกคนเป็นแม่
“จ้ะ” คุณอึนเฮรับคำ ชางมินโค้งตัวทำความเคารพก่อนจะเดินนำออกไปขึ้นรถ สักพักทั้งสองนุ่มก็มาถึงร้านอาหารแห่งนึง บรรยากาศดีเงียบสงบ เหมาะกับการเกลี้ยกล่อมเพื่อนสุดๆ
“ว่าไง มีอะไรว่ามา ไหนบอกมีเรื่องจะคุย” ยูชอนถามหลังจากที่สั่งอาหารเรียบร้อย
“คืองี้ ฉันอยากจะให้แกช่วยไปสอนพี่ชายฉันทำอาหารหน่อย” ชางมินเริ่มเรื่อง
“พี่ชายแก แกเป็นลูกคนเดียวไม่ใช่หรือไง” ชางมินหยุดพูดขณะเบี่ยงตัวให้บริกรเสิร์ฟอาหาร พอทุกคนออกไปแล้วเขาถึงพูดต่อ
“ก็ใช่ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องฉันน่ะ เลยต้องช่วยหน่อย”
“เขาจะเรียนทำอาหารเป็นเพื่ออะไรล่ะ”
“ก็งานเขานั่นแหละ เขาเป็นพิธีกรรายการอาหาร ต้องทำอาหารเองแต่ว่าทำไม่เป็นสักอย่าง ก็เลยอยากให้นายไปช่วยสอนหน่อย” ชางมินอธิบาย
“ทำไมเป็นแล้วไปรับงานเขามาทำไม หาเรื่อง” ยูชอนพูดขณะกำลังหั่นสเต็คเข้าปาก
“ฉันเองก็อยากจะบอกเขาแบบนี้เหมือนกัน แต่พี่ชายฉันลองตั้งใจจะทำอะไรแล้วเขาก็จะดื้อทำให้ถึงที่สุดนั่นแหละ” ชางมินส่ายหน้า
แล้วถ้าฉันไม่สอนล่ะ”
“โธ่~ เพื่อน นึกว่าเห็นแก่ฉันเถอะนะ ฉันไม่รู้จะไปหาใครแล้ว” ชางมินอ้อนวอน เพราะเขากับยูชอนช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาเสมอ
“ก็ได้ ว่าแต่พี่ชายแกชื่ออะไรล่ะ” ยูชอนถาม ขณะกำลังจะจิ้มเนื้อใส่ปาก
“คิมจุนซู เป็นนักร้องเคยได้ยินชื่อไหม”
~ แคร้ง ~
“แกว่าพี่ชายแกชื่ออะไรนะ” ยูชอนหันไปจ้องหน้าเพื่อนรัก
“คิมจุนซู ทำไมนายมีอะไรสงสัยงั้นเหรอ”
“หึ~ ไม่มีอะไรสงสัยหรอก ถ้าเป็นคนนี้ฉันไม่สอนเด็ดขาด เชิญแกไปหาคนอื่นได้เลย” ยูชอนวางมีดทันทีหมดอารมณ์กินต่อ
“ทำไมอ่ะ เมื่อกี้แกยังบอกว่าจะช่วยฉันอยู่เลย” ชางมินงง
“แก รู้ไหม วันนี้ที่ฉันตกงานน่ะ ก็เพราะพี่ชายจอมเอาแต่ใจของแกนั่นแหละ แล้วอย่างนี้แกจะให้ฉันไปสอนเขาอีกเหรอ ไม่มีทาง” ยูชอนปฏิเสธเสียงแข็ง
“จริงเหรอ”
“ฉันจะไปโกหกแกเอาอะไรล่ะ”
“โธ่~ ไม่เอาน่าเพื่อน ลืมความบาดหมางครั้งเก่าก่อน หันมาเริ่มต้นใหม่เถอะนะ พี่ชายฉันจริงๆแล้วเป็นคนน่ารักนะ เขาแค่เอาแต่ใจไปหน่อยเท่านั้นเอง” ชางมินพยายามอธิบาย
“ไม่หน่อยล่ะมั้ง ฉันโดนมาทีนึงแล้วไม่รับประทานหรอก”
“แต่เขาให้เงินดีนะ”
“เงิน ไม่สำคัญ ถ้าฉันไม่อยากสอนก็คือไม่อยากสอน แกมีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม ฉันจะได้กลับ” ชางมินรีบวิ่งไปดักหน้าเพื่อนรัก ก่อนจะกดตัวร่างโปร่งให้นั่งกับเก้าอี้ก่อน
“อะไรวะ ช่วยหน่อยไม่ได้หรือไง”
“ให้ช่วยอย่างอื่นได้ไหม อะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับหมอนั่น”
“น่า นะ ช่วยฉันหน่อยนะ ฉันไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ” ชางมินยังคงอ้อนวอนอย่างต่อเนื่อง แทบจะใช้กระบวนท่าของคิมจุนซูที่เขาซึมซับมาตลอดด้วย แต่มันก็ไม่ได้ผล
“อย่ามาทำเป็นอ้อน น่าเกลียดน่า ตัวเท่าควายยังจะมาอ้อนอีก” ยูชอนยกมือดันหัวเพื่อนออกห่าง
“เออ ไม่อ้อนก็ได้ จำไว้เลยไอ้เพื่อนใจร้าย ทีเวลาแกโดนพี่ๆรังแกร้องไห้ขี้มูกโป่งมาซบอกฉัน ฉันยังช่วยปลอบแกเลย ฉันขอร้องแค่นี้ทำให้ไม่ได้” ชางมินเปลี่ยนแผนเป็นลำเลิกบุญคุณครั้งเก่าก่อน
“ใครร้องไห้ อย่ามามั่ว”
“ก็แกนั่นแหละ จะให้เอาหลักฐานมายืนยันไหม ฉันถ่ายรูปเอาไว้ด้วย อย่างกับรู้ว่าจะต้องได้ใช้มัน” ชางมินเริ่มหันมาขู่แทน
“ไม่จริงอ่ะ อย่ามาโม้”
“แก ไม่เชื่อ ได้ งั้นพรุ่งนี้รอดูยูทูปได้เลย ฉันจะอัพโหลดรูปแกเป็นฉากๆ พร้อมเสียงเพลงประกอบแกจะได้รู้ว่าฉันมีจริงไหม” ชางมินงัดเอาไม้เด็ดที่เขาเก็บเอาไว้มานานมาแบล็คเมล์เพื่อน
“ไอ้เพื่อนเวร แกนะแก” ยูชอนได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันที่ทำอะไรเพื่อนไม่ได้
“ว่าไง จะสอนไม่สอน”
“เออ สอนก็ได้ แต่ถ้าพี่แกขัดใจฉันนิดเดียวฉันจะเลิกสอน แล้วห้ามเอารูปไปลงยูทูปด้วย ฉันถือว่าฉันสอนแล้ว” ยูชอนกัดฟันพูด
“ได้ เลย ตกลง ฉันพูดคำไหนคำนั้น อ้อ แล้วอย่าพยายามไปยั่วโมโหพี่ฉันนะ ไม่อยากให้องค์ลง เดี๋ยวบ้านแตก” ชางมินเตือน แต่มีเหรอที่คนอย่างยูชอนจะสน คอยดู คราวนี้เป็นทีของเขาบ้างล่ะ คิมจุนซู
“แล้วจะให้สอนทำอะไรล่ะ รายการอาหารมีไหม” ยูชอนวกเข้าเรื่อง
“มีๆ นี่ๆฉันเตรียมมาให้แล้ว อาหารมันจะสลับกันไป ไม่เจาะจงอยู่ที่ชาติใดชาตินึงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แกก็ดูตามตารางแล้วกัน ถ่ายอาทิตย์ละครั้ง เริ่มเดือนหน้า แต่ตอนนี้ซ้อมๆไปก่อน เพราะฉันรู้ว่าพี่ชายฉันแย่แค่ไหนเรื่องทำอาหารน่ะ อ้อ นี่แผนที่คอนโดพี่ชายฉัน”
“จะให้ไปสอนเมื่อไหร่”
“พรุ่ง นี้ เตรียมของไปด้วยนะ พี่ฉันไม่มีอะไรในตู้เย็นหรอกนอกจากอาหารแช่แข็ง ทุกอย่างเก็บบิลมาเบิกได้เลยเต็มที่ ส่วนต่อไปจะสอนวันไหนก็นัดกับพี่ฉันได้เลย”
“เออ แค่นี้ใช่ไหม ฉันกลับล่ะ” ยูชอนพูดพลางขยับลุกขึ้น
“ขอบใจมากวะเพื่อน ฉันล่ะซึ้งใจแกจริงๆ” ชางมินทำตาหวานซึ้งใส่ยูชอน ร่างโปร่งได้แต่ทำหน้าเบ้
“พอเลย ขนลุก แกบังคับฉันต่างหากไม่ต้องมาทำซึ้ง” พูดจบก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปนอกร้าน ที่เสียรู้ไอ้เพื่อนจอมเจ้าเล่ห์
เช้า วันรุ่งขึ้น ที่คอนโดสุดหรู คิมจุนซูยังนอนอุตุอยู่ในผ้าห่มแสนสบาย ไม่มีทีท่าจะตื่นขึ้นมารับแสงตะวันจากเช้าวันใหม่แต่อย่างใด เพราะเมื่อคืนดูบอลดึกไปหน่อย ฝรั่งเศสได้เข้ารอบฟุตบอลโลก ถึงแม้พี่อองรีของเขาจะทำ Hand Ball เข้าประตูฝ่ายตรงข้าม และได้ฉายาHand of God ตามดีเอโก้มาราโดน่าส่งผลให้ฝรั่งเศสชนะไปอย่างน่ากังขาก็เถอะ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง พี่อองรีไม่ผิดอยู่แล้วสำหรับคิมจุนซู และด้วยความดีใจ ทำให้เขานั่งฉลองชัยอยู่คนเดียวด้วยความปลาบปลื้มยันตี4 ทั้งที่บอลจบตั้งแต่ตี2 จนป่านนี้11โมงเข้าไปแล้วเขาก็ยังไม่ตื่น
~ กริ๊งงงงงง ~
เสียงออด หน้าประตูดังสนั่นห้องชุดสุดหรู เรียกเจ้าของห้องให้ตื่นขึ้นจากนิทรา แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะคนตัวเล็กเอาหัวมุดลงไปใต้หมอน กันเสียงไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปทำร้ายประสาทหูได้ แต่คนกดก็ยังไม่ยอมแพ้ เสียงกริ่งเริ่มรัวดัง ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ จนหมอนที่ใช้ปิดหูเริ่มเอาไม่อยู่ คนตัวเล็กลุกขึ้นมานั่งหน้ามุ่ย ตาปรือ หัวหูยุ่งเป็นยุงตีกัน คิ้วเรียวเริ่มขมวดเป็นปม ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง ด้วยความไม่สบอารมณ์ ทันทีได้ยินเสียงกริ่งดังยาวมาราธอนอีกรอบ คนตัวเล็กวิ่งปรู๊ดไปที่หน้าประตูห้องทันที ไม่ได้สนใจสภาพตัวเองตอนนี้ว่ามันเละขนาดไหน ด้วยความโมโหร่างเล็กกระชากประตูออกทันที
ยูชอนที่กำลังจะเอื้อมมีไปกด กริ่งอีกรอบชะงักค้างตรงนั้น นี่มันใช่คนเดียวกับที่เขาเจอที่ร้านอาหารแน่หรือเปล่า ทำไมมันเละอย่างนี้เนี่ย เสื้อนอนตัวบางที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่มันควรจะเป็น กระดุมหลุดออกมา2-3เม็ด ทำให้ไหล่ลู่ตกลงไปข้างนึง เผยให้เห็นผิวขาวใสตั้งแต่ช่วงลำคอจนถึงไหล่ข้างนึงของเจ้าตัวที่ดูจากท่า ทางแล้วคงไม่รู้สภาพตัวเอง หัวยุ่งกระจาย ไม่ใช่ยีให้เป็นทรงอย่างที่เห็นวันก่อน แต่สิ่งเดียวที่ดูเหมือนจะยืนยันได้ว่าเป็นคนเดียวกันก็คือ ใบหน้าน่ารักที่ถึงแม้จะดูบวมนิดหน่อยเพราะเพิ่งตื่นนอน แต่ความงอง้ำยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“กดหาสวรรค์วิมานอะไรหาคนจะนอน” จุนซูตวาดแว๊ด ทันทีที่เปิดประตู ไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเป็นใคร
“ผม ก็ต้องมีธุระสิ ไม่งั้นคงไม่กดให้มันเมื่อยหรอก” ยูชอนตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ จุนซูยกมือขึ้นมาสีหูสีตาเหมือนเด็กๆทีนึงก่อนจะหันไปมองคนตรงหน้าเต็มๆ
“อ๊ะ นายกุ๊ก”
“ใช่ผมเอง”
“มาทำอะไรที่บ้านฉัน รู้จักบ้านฉันได้ยังไง จะมาแก้แค้นฉันเหรอหา” จุนซูใส่เป็นชุด
“ผมไม่ได้มาแก้แค้นคุณ”
“แล้วมาทำไม” ร่างเล็กมองเลยไปที่มือของร่างโปร่งที่เต็มไปด้วยข้าวของพะรุงพะรัง
“หรือว่าจะมาขายของ ไม่เอาฉันไม่ชอบรับเซลล์เข้าบ้าน” จุนซูปฎิเสธเสียงแข็ง
“ผมไม่ได้มาขายของด้วย”
“แล้วมาทำไมเล่า”
“ผมสอนคุณทำอาหารไง”
“หา!!! ล้อเล่นหรือเปล่า”
“หน้า ผมเหมือนเพื่อนเล่นคุณไหมล่ะ” ยูชอนพูดด้วยความหงุดหงิด ไหนจะต้องไปซื้อของ ไหนจะยืนรอหน้าห้องนี่ตั้งนานแล้วนี่ยังจะมาถามอะไรเรื่องมากอยู่ได้ คนตัวเล็กสะบัดหน้าเชิดไปอีกทาง แต่ยูชอนไม่สนใจ ยัดของใส่มือคนตัวเล็ก แล้วเดินเลยเข้าไปในห้องทันที
“เฮ้ย!! ทำอะไรของนาย ออกมาจากห้องฉันเดี๋ยวนี้” จุนซูวิ่งถลาไปยื้อตัวร่างโปร่งเอาไว้
“เอา ของไปเก็บ แล้วก็ แต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย ไม่ต้องมายั่วผมหรอก อย่างคุณน่ะยั่วผมไม่ขึ้น” ยูชอนหันไปสั่งคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้หอบของพะรุงพะรังแทนเขา แล้วยังจะวิ่งมากอดเอวเขาไว้อีก
“ใคร เขาจะไปยั่วนาย จะบ้าเหรือเปล่า ประสาทเสียหรือไง” จุนซูยังไม่รู้ตัวเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ยูชอนส่ายหน้าปลงๆ ก่อนจะยกมือเรียวไล้ไปตามลำคอขาวนวล เรื่อยไปจนถึงเนินไหล่ที่ไม่มีเสื้อกั้นเอาไว้ ก่อนจะก้มตัวไปกระซิบข้างหู
“ก็นี่ไง เสื้อคุณหลุดลงมาขนาดเนี้ย ไม่เรียกว่ายั่วผม คุณจะให้ผมเรียกว่าอะไร” เท่านั้นแหละ คนตัวเล็กก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเอง เพิ่งเห็นว่ามันหลุดลุ่ยจนจะหลุดออกจากตัวอยู่แล้ว ผิวขาวๆเริ่มกลายเป็นสีแดงด้วยความอาย วิ่งปรู๊ดเข้าห้องไปทันที แต่เสียงทุ้มๆก็ยังตะโกนตามหลังไปอีก
“นี่คุณ เอาของไปเก็บด้วยนะ อย่าทำไข่แตกล่ะ ผมขี้เกียจไปซื้อใหม่”
%%%%%%
TBC


ฟิคนี้มัน โหด มัน ฮา จริงๆ
เราว่าหนุกกว่าละครอื่นอ่ะ
น้องจุนเหวี่ยงจนน่าให้มิคจับไปตีก้นงอนๆสักสองสามที
มาต่อเร็วๆนะ
ชอบมากมาย
#1 By chebi (124.121.228.216) on 2010-03-11 14:30