Recommend

[Fic] ~ Halloween Night ~ Part 1

posted on 06 Mar 2010 18:46 by kameryuichi  in Halloween

 

 

 

 

Part 1






ยูชอนเดินโซซัดโซเซเพราะยังจุกไม่หาย คนอะไรตัวนิดเดียวแรงเยอะชะมัด ร่างโปร่งใช้มือข้างหนึ่งกุมสีข้างเอาไว้ หมดราศีราชาแวมไพร์รูปหล่อไปเยอะ

“ไงท่านพี่ เดินโซซัดโซเซมาแต่ไกล ข้าบอกพี่แล้วให้เอาคนของเราไปด้วย โดนใครดักทำร้ายมาล่ะ” หนุ่มร่างสูงยืนพิงประตูห้องโถงเอ่ยทักกวนๆ

“อย่ามากวนน่าชางมิน เจ้าก็รู้ว่าคนอย่างข้าไม่เคยเสียท่าโดนใครทำร้ายได้ นอกเจ้าเด็กแสบนั่นคนเดียว” ยูชอนเดินขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้สีทองตัวใหญ่

“ข้า รู้หรอกน่า แซวเล่นเท่านั้นเอง ท่านก็รู้นี่ว่าท่านยังทำอะไรคุณหนูคิมคนเล็กไม่ได้ เพราะเขายังอายุไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นถึงราชาก็ต้องอดใจไว้หน่อย ไม่งั้นใครๆเขาก็แหกกฎกันหมดสิ”

“เขาห้ามแตะต้องในเชิงพิศวาส แต่ไม่ได้ห้ามเตะนี่ ไอ้นี่อย่ามายั่วโมโห ข้าไม่ได้อยากแตะไอ้เด็กนั่นหรอกน่า อูย~ แล้วนี่ยุนโฮมาหรือยังล่ะ” ยูชอนกวาดตามองรอบห้องก็ไม่เห็นลูกพี่ลูกน้องอีกคน

“พี่ยุนโฮน่ะเหรอ ไม่น่าถาม พี่ยังไปดักคุณหนูคนน้องได้ รายนั้นเขาก็ไปดักคนพี่เหมือนกัน”

~ โป๊ก ~

“โอ้ย ข้าเจ็บนะท่านพี่” เสียงชายหนุ่มร่างสูงร้องประท้วง

“โทษ ฐานนินทาข้า ข้าไม่ได้ไปตามคนสวยนั่นสักหน่อย ข้าไปดูลาดเลามาต่างหาก” แวมไพร์หนุ่มร่างใหญ่เดินเข้ามาที่หน้าประตู ทันได้ยินการสนทนาเมื่อครู่พอดี

“ดีสม ข้าไม่ได้ไปดักเจ้าเด็กแสบนั่นสักหน่อย ว่าไงบ้างล่ะยุนโฮ เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปดูน่ะ”

“พวก มันยังไม่มีทีท่าอะไร คงจะรอๆดูเชิงอยู่ ช่วงนี้คงยังวางใจได้ แล้วนั่นไปโดนอะไรมาล่ะ” ยุนโฮขมวดคิ้ว ตามธรรมดาอย่างปาร์คยูชอนไม่มีใครทำอะไรได้ง่ายๆ เหตุใดถึงนั่งกุมซี่โครงอยู่อย่างนั้น

“จะมีอะไรล่ะพี่ โดนฤทธิ์คุณหนูคิมคนน้องมาน่ะสิ ไม่รู้จะไปกวนเขาทำไม” ชางมินเป็นคนตอบ

“ข้า ไม่ได้เป็นคนกวน เจ้าเด็กนั่นต่างหาก คนกำลังอารมณ์เสีย เจอเลือดขมๆเข้าไป หนอย~มานั่งหัวเราะเยาะอยู่ได้” ยูชอนบิดตัวไปมาคลายความเจ็บ

“ท่าน พี่ก็น้า ไม่รู้เป็นอะไร ทำไมชอบท้าตีท้าต่อยกับเด็กนัก อย่าลืมสิท่านไม่ใช่ปาร์คยูชอนคนเก่าแล้ว ยังควบตำแหน่งราชาปีศาจด้วยนะ”

“ยัง ไม่ได้ราชาภิเษกเพราะงั้นข้าก็ยังเป็นข้าราชาแวมไพร์อยู่ ต่อให้ข้าเป็นราชาปีศาจข้าก็จะจองเวรกับไอ้เด็กนั่นอยู่ดีนั่นแหละ” ยูชอนยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนดีกว่า ฮัลโลวีนปีนี้เจ้าต้องแต่งงานสักทีแล้วนะ ปีนี้อายุก็ปาเข้าไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ราชาปีศาจไม่มีคนคู่ใจได้ยังไง” ยุนโฮพูด

“พูดซะแก่ ข้าเพิ่ง25เองนะ จะรีบร้อนแต่งไปทำไม สาวๆในเมืองยังมีอีกเยอะเลยที่ข้ายังไม่ได้ไปชิมเลือดน่ะ”

“เพราๆบ้างเถอะ ข้าไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าต้องออกไปกินเลือดสด ทั้งๆที่มีเลือดเทียมรสชาติดีกว่าตั้งเยอะ”

“เจ้า ไม่เคยลองน่ะสิ ถึงไม่รู้ว่าเลือดสดๆมันดียังไง มันทั้งหวาน หอม และที่สำคัญ มันเป็นตัวต้านอาการกระหายของเราได้ดีกว่าเลือดเทียมเยอะ”

“ข้า รู้ว่าอย่างเจ้ามันต้องหาอะไรที่ตื่นเต้น โดยเฉพาะเรื่องสาวๆเนี่ย ยังไงช่วงนี้ก็ระวังหน่อย ก่อนวันสถาปนาพวกหมาป่ามันคงจะจ้องเล่นงานเจ้าอยู่” ยุนโฮเตือนลูกพี่ลูกน้องผู้เลือดร้อนของตัวเอง

“ก็ให้มันมา ข้าจะช็อตมันให้เป็นหมาถูกฟ้าผ่าเลย”

“หึ ทำเป็นเก่ง เมื่อกี้ยังโดนคุณหนูเล็กซ้อมมาไม่ใช่เหรอ” ชางมินได้ทีค่อนขอดพี่ชาย ยูชอนง้างเท้าขึ้น ชางมินก็เผ่นแผล็วออกไปทันที ไม่อยู่รอให้โดนถีบก่อน

“คอยดูคราวหน้าข้าจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไปได้อย่างนี้หรอก”


“กลับมาแล้วเหรอจุนซู แล้วนั่นไปทำอะไรมา หน้าบูดมาเชียว” คิมแจจุงพี่ใหญ่แห่งตระกูลคิมเอ่ยทักน้องชายที่เดินหน้าบูดเข้ามาในห้องโถง

“อารมณ์เสีย โดนคนบ้ากวนโมโห” จุนซูนั่งกอดอกหน้ามุ่ยที่โซฟาข้างๆพี่ชาย

“ไปว่าท่านยูชอนอย่างนั้นได้ยังไงจุนซู เดี๋ยวก็หัวขาดหรอก”

“ช่าง สิ ข้าไม่กลัวหรอก ลองเข้ามาสิพ่อจะเผาให้เป็นแวมไพร์แดดเดียวเลย” จุนซูพูด ขณะกางมือข้างนึงออกน้อยๆ สร้างเปลวเพลิงสีแดงฉานขึ้นมาไว้บนมือเล็กๆ

“จุนซู อย่าจุดไฟในนี้” แจจุงชี้นิ้วไปที่เปลวไฟของจุนซู ไม่นานจากเปลวไฟลุกโชติช่วงก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดย่อม คนตัวเล็กท่าทางฮึดฮัดขัดใจที่โดนพี่ขัดไปซะทุกอย่าง

“ท่านพี่ ทำไมชอบขัดใจข้านักนะ”

“พี่ ไม่อยากให้ไฟไหม้ปราสาทน่ะ อย่าทำตัวเป็นเด็กสิจุนซู เจ้าอายุ19แล้วนะ ผ่านฮัลโลวีนปีนี้เจ้าก็จะครบ20ปีแล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กๆอีก”

“ข้าไม่อยากโต ข้าอยากอยู่อย่างนี้ไปตลอด” จุนซูเอนตัวไปซบไหล่คนเป็นพี่อย่างออดอ้อน

“ไม่ มีใครรั้งเวลาไว้ได้หรอกนะจุนซู ถึงวันนั้นเจ้าก็ต้องโต ตามกฎของชาวปีศาจ เจ้าจะมีคู่เมื่ออายุครบ20ปีในวันฮัลโลวีนซึ่งถือเป็นวันแห่งความรักของเรา ชาวปีศาจ และเป็นวันเกิดของเจ้าพอดี”

“ข้าไม่สน ข้าจะอยู่กับพี่ พี่ยังไม่เห็นจะแต่งกับใครเลยนี่”

“พี่ยังมีหน้าที่รับผิดชอบ เมื่อเจ้ามีใครสักคนดูแลแทนพี่ได้ พี่ก็คงหมดห่วง แล้ววันนั้นพี่ถึงค่อยคิดเรื่องตัวเอง” แจจุงเอ่ยยิ้มๆ

“ทำไม ต้องมีคนมารับผิดชอบด้วย ข้ารับผิดชอบตัวเองได้น่าท่านพี่ ข้าไม่เลือก ไม่เลือกใครทั้งนั้นแหละ คนอื่นยังไม่เลือกได้เลย ทำไมต้องบังคับให้ข้าเลือกด้วย” จุนซูพูดจบก็เดินปังปึงขึ้นห้องไป

“เฮ้อ~ เมื่อไหร่จะโตสักทีนะจุนซู” แจจุงส่ายหน้าน้อยๆมองตามหลังน้องชายตัวแสบขึ้นไป


คน ตัวเล็กขึ้นมานั่งหน้าบูดอยู่ในเตียงนอน นอกจากจะอารมณ์เสียเพราะเจอคู่แค้นสายโลหิตแล้ว พี่ชายยังจะมาบังคับเขาให้โตเป็นผู้ใหญ่อยู่นั่นแหละ ถ้าหากอยู่ข้างนอกจุนซูยอมรับว่าตัวเองอยากโตเร็วๆจะได้ปกป้องพี่ชายคนสวย จากพวกหมาป่าใจโฉด แต่ถ้าอยู่ในบ้าน เขาก็ยังอยากเป็นน้องเล็กขี้อ้อนเหมือนเดิม ใจจริงเขาก็อยากให้ใครสักคนมาดูแลพี่ชายของเขา เพราะจะพูดไปพี่ชายของเขาเป็นที่หมายปองของชาวปีศาจทุกคน โดยเฉพาะราชาหมาป่าใจโหดตนนั้น

แต่เขาจะยกพี่ชายให้ใครดูแลดีล่ะ ระหว่างนั่งคิดอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาของราชาแวมไพร์ก็ลอยขึ้นมา คนตัวเล็กรีบสะบัดหน้าเร็วๆ ถึงเขาจะรู้ว่าหมอนั่นเก่งที่สุด ดูแลพี่ชายเขาได้ แต่เขาไม่ถูกกับหมอนั่น จะให้มาเป็นพี่เขยได้ยังไง เจ้าชู้ขนาดนั้น พี่เขาก็ช้ำใจตายกันพอดี คนตัวเล็กจมอยู่กับความคิดที่จะปกป้องพี่ชายสุดที่รัก โดยไม่รู้เลยว่า ตัวเองก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่พวกหมาป่าหมายปองไว้เหมือนกัน

“คุณหนูคะ บ่าวเอาเครื่องดื่มมาให้เจ้าค่ะ” เสียงคนรับใช้ดังอยู่หน้าห้อง

“เข้ามาสิ ไม่ได้ล็อค”

คน รับใช้เปิดประตูเข้ามาพร้อมน้ำสีแดงเข้ม เครื่องดื่มโปรดของชาวแวมไพร์ทุกคน ต่างกันตรงที่ของเขาเป็นแค่เลือดเทียม ไม่ใช่เลือดแท้ๆเหมือนอย่างที่คนบางคนกินอยู่ทุกวัน ไม่เข้าใจเลย ในยุคนี้แวมไพร์อย่างพวกเขาสามารถใช้เลือดเทียมเพื่อดับความความกระหายตาม สายเลือดที่มักจะถูกปลุกขึ้นมาในตอนค่ำคืนได้ ทำไมหมอนั่นยังชอบที่จะดื่มเลือดสดๆจากคอมนุษย์อยู่อีก

“ป้ามีซอล”

“คะคุณหนู”

“ป้าเคยดูดเลือดสดๆจากคอมนุษย์บ้างไหม”

“เคยสิเจ้าคะ ป้าน่ะเป็นแวมไพร์รุ่นเก่า ต้องเคยดื่มเลือดมนุษย์มาบ้าง” คนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลเล่าให้คุณหนูตัวน้อยฟัง

“แล้วมันเป็นยังไงบ้าล่ะ รสชาติเหมือนเลือดเทียมที่ข้าดื่มทุกวันไหม” จุนซูถามในสิ่งที่อยากรู้มานาน

“ก็ คล้ายๆอยู่นะเจ้าคะ เลือดเทียมมีคุณสมบัติคล้ายๆกับเลือดจริงๆ แถมยังมีหลายรสให้คนที่ไม่สามารถทนความคาวของเลือดจริงๆได้ แต่เลือดจริงๆจะมีรสหวานแปลกๆ ถ้าเคยลองสักครั้ง จะไม่มีวันลืมได้เลยนะเจ้าคะ”

“แล้วทำไมป้ามีซอลเลิกได้ล่ะ”

“ตั้งแต่ ป้าเข้ามาเป็นคนรับใช้ของที่นี่ ป้าดื่มเลือดเทียมตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องไปหาเลือดจริงๆอีก โอ้ยเวลาหาเลือดจริงลำบากมากเจ้าค่ะถ้าโชคไม่ดี เราอาจจะได้เลือดรสขมด้วย เสี่ยงมากเจ้าค่ะ”

“แล้วทำไมหมอนั่นยังคงกินอยู่ได้” จุนซูพึมพำเบาๆ

“ใครหรือเจ้าคะ”

“ไม่ มีอะไร แล้วทำไมต้องเลือกกินแต่เลือดหญิงสาวล่ะ ข้าไม่เคยเห็นแวมไพร์ที่ไหนกินเลือดผู้ชายเลย” คนรับใช้รุ่นคุณป้าหัวเราะคิกคักกับคำถามของคุณหนูเล็ก

“แหม~ ก็แวมไพร์ส่วนใหญ่ที่ชอบเลือดสดๆสมัยนี้เป็นผู้ชายนี่เจ้าคะ ถ้าเป็นหญิงอย่างบ่าว ก็คงไม่กินเลือดหญิงด้วยกันหรอกเจ้าค่ะ สมัยบ่าวสาวๆก็เลือกกินแต่คนที่หล่อๆเหมือนกัน”

“ทำไมล่ะ ไม่เห็นเข้าใจ นี่แสดงว่าเลือดผู้ชายก็กินได้ใช่ไหม” จุนซูทำหน้างง ไม่เห็นเข้าใจเลย ทำไมต้องทำท่าเขินอายขนาดนั้นด้วย

“คุณหนูยังเด็กคงไม่เข้าใจหรอกเจ้าค่ะ”

“ก็บอกมาสิจะได้เข้าใจ ว่าข้าเด็กอีกแล้ว” จุนซูทำหน้ามุ่ย

“อย่าไปบอกคุณหนูใหญ่นะเจ้าคะว่าป้าบอก”

“อืม จุนซูพยักหน้าเร็วๆ”

“ความ จริงเราจะกินเลือดใครก็ได้ทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ ทั้งชาย หญิง คนแก่ ลูกเล็กเด็กแดง แต่ที่แวมไพร์ชายกินเลือดหญิงสาว หรือแวมไพร์หญิงกินเลือดชายหนุ่มก็เพราะ เวลาเราได้ฝังเขี้ยวไปบนคองามๆของคนหนุ่มๆสาวๆ มันจะรู้สึกดีผิดกับคนชราหรือเด็กที่ไม่ให้ความรู้สึกอะไรสักอย่างไงเจ้าคะ”

“แล้วความรู้สึกอะไรล่ะ” จุนซูก็ยังสงสัยอยู่นั่นแหละ ไม่เห็นจะกระจ่างขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

“เฮ้อ~ คุณหนูยังไร้เดียงสาอยู่ ไม่เข้าใจความรู้สึกนี้หรอกเจ้าค่ะ เอาไว้ให้คุณหนูเลิกทานเลือดเทียมรสช็อคโกแลตแล้วเปลี่ยนเป็นเลือดสดๆจาก คอสตรีเมื่อไหร่ คุณหนูก็จะเข้าใจเองเจ้าค่ะ”

“ยิ่งพูดยิ่งงง ช่างเถอะ ข้าจะนอนแล้ว ป้าไปพักผ่อนเถอะ”

“เจ้าค่ะ” มีซอลย่อตัวทำความเคารพ ก่อนที่จะปิดประตูห้องให้อย่างเบามือ ปล่อยคนตัวเล็กจมกับความคิดของตัวเอง

“แหวะ~ จ้างให้ก็ไม่อยากลองหรอก ไม่เห็นมันจะดีตรงไหน ไม่เข้าใจเล้ย ยังไงเลือดเทียมรสช็อคโกแลตก็อร่อยที่สุด” จุนซูคว้าแก้วน้ำสีแดงสดมาดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะคว้าชุดคลุมอาบน้ำเข้าไปชำระล้างร่างกาย และเข้านอนอย่างสบายอารมณ์


แดด ยามเช้าของวันใหม่ปลุกให้หนุ่มรูปหล่องัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน ยูชอนขยับตัวลุกขึ้น ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ชายโครง ทำให้ต้องถลกเสื้อนอนตัวบางขึ้นมาดู ก็เห็นรอยสีม่วงคล้ำเป็นวงอยู่ตรงจุดที่โดนเจ้าตัวแสบเตะเมื่อวาน ยูชอนได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่คนเดียว อาฆาตคนตัวเล็ก ที่ทำให้ร่างกายของเขาต้องมีร่องรอย

“หนอย~ เจ้าตัวเล็กนี่ เตะไม่ยั้ง มิน่ามันถึงยังหยอกๆอยู่ คอยดูคราวหน้าจะไม่ปล่อยให้รอดไปได้เลย”

ร่าง โปร่งคว้าผ้าขนหนูพาดบ่าเข้าไปทำธุระส่วนตัว ก่อนที่จะออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันเอว หยดน้ำที่เกาะพราวตลอดทั้งร่างกาย หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวมาสวม ไม่ติดกระดุมสักเม็ด คว้ากางเกงมาใส่ ก่อนจะสะบัดผ้าขนหนูลงไปกองกับพื้น เสยผมค่อนข้างยาวลวกๆ ออกจากห้องนอนมุ่งหน้าลงไปที่ห้องอาหาร ที่ป่านนี้พวกลูกพี่ลูกน้องคงมานั่งรอกันครบแล้ว

“อ้าวท่านพี่ วันนี้ทำไมถึงตื่นสาย” ชางมินทักเมื่อเห็นการแต่งตัวของพี่ชาย

“ระบม น่ะสิ ชางมินเจ้าให้ใครไปเอายามาทาให้ทีสิ เป็นรอยช้ำเลยเนี่ย“ ยูชอนเปิดเสื้อให้ลูกพี่ลูกน้องดู ในใจกำลังคิดวิธีเอาคืนเจ้าตัวเล็กที่ฝากรอยแค้นไว้เมื่อวาน

“โห คุณหนูคิมคนเล็กนี่ใช่ย่อยแหะ ใครได้เป็นไปศรีภรรยาคงจะอ่วมแน่งานนี้” ชางมินยื่นหน้าไปดู พลางหันไปพยักหน้าให้คนรับใช้แถวนั้นหยิบยามาให้

“ก็อ่วมอยู่นี่ไงไม่เห็นเหรอ” ยุนโฮที่นั่งมองอยู่อีกด้านพูดยิ้มๆ

“พอเลย ไม่ต้องพูด ถ้าข้าได้เป็น จะจับกดให้ช้ำ จะได้ไม่ฤทธิ์มากอย่างนี้ แต่ไม่ไหว รับประทานไม่ลงหรอก”

“ท่าน พี่ ทำเป็นพูดไป ข้าว่าคุณหนูคิมคนน้องก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่เหมือนกันนะ ผิวขาวๆ จับแล้วน่าจะนุ่มนิ่มอยู่เหมือนกัน” ชางมินหันไปรับยาจากคนรับใช้ จัดการทาลงไปตรงรอยคล้ำสีม่วงเข้ม

“โอ้ย เบาๆหน่อยสิ” ยูชอนสะดุ้ง

“ไม่ต้องร้องท่านพี่ ข้าไม่ใช่คุณหนูคิม ร้องไปข้าก็ไม่สงสารหรอก” พูดจบก็ต้องสะดุ้งสุดตัว สะบัดมือเร่าๆไปมา

“ท่าน พี่ จะมาปล่อยไฟฟ้าอะไรตอนนี้ ข้าไม่มีสายดินส่วนตัวนะ จะได้รับพลังไฟฟ้าจากตัวท่านได้น่ะ” ชางมินสูดปากพลางนวดมือ เพราะตอนนี้นิ้วมือของเขาชาไปหมดแล้ว เพราะกระแสไฟฟ้าจากตัวของยูชอน

“ช่วย ไม่ได้ เวลาข้าเจ็บ ข้าก็ควบคุมพลังไม่ได้ โทษทีนะ แล้วอีกอย่าง ข้าไม่ได้ชอบเจ้าเด็กนั่น อย่ามาทำพูดยั่วยุนักเลย ถ้าเป็นคนพี่ละก็ว่าไปอย่างใช่ไหมยุนโฮ” ยูชอนพูดกับร่างสูงที่นั่งนิ่งๆทำหน้าไม่สนใจ ทำเป็นเก็ก ชอบเขาก็ไม่แสดงออก แล้วเขาจะรู้ไหมเนี่ย

“คนเรา อุตส่าห์ทาให้ยังทำร้ายร่ายกายกันอีก” ชางมินบ่น แต่ก็หันกลับไปกินข้าวโดยดี

“ยูชอน วันนี้เจ้าจะไปหาสาวๆอีกไหมเนี่ยเจ็บขนาดนี้” ยุนโฮพูดขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน

“ไปสิ ข้าไม่มีทางกินเลือดเทียมอย่างพวกนั้นหรอก”

“เลือด สดๆมันก็ดีจริงนะท่านพี่ แต่มันเลือกไม่ได้ ถ้าบังเอิญเจอพวกขมๆมา มันก็เสียอารมณ์ ทำไมท่านถึงได้ชอบไปกินนัก” ชางมินถามขึ้นอย่างสงสัย

“ข้าชอบเวลากัดที่คอน่ะ รู้สึกดีบอกไม่ถูก สาวๆพวกนั้นมักจะหาอะไรหอมๆมาใส่เสมอ เหมือนเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า”

“เหอะ แน่นอนพวกหล่อนก็ต้องเตรียมตัวไว้อยู่แล้ว ก็ไว้ล่อพี่โดยเฉพาะไง นี่ถ้าพี่แต่งงานแล้วพี่จะยังดื่มเลือดพวกนี้อีกไหม” ชางมินถามด้วยความสงสัย

“ถ้าคนที่ข้าแต่งด้วยชื่อคิมจุนซู ข้าก็อาจจะไม่ต้องหาคอขาวๆของคนอื่นก็ได้นะ” ยูชอนพูดยิ้มๆ

“ไหนบอกว่าไม่สนใจคุณหนูเล็กไงล่ะ ไปอยากได้เลือดเขาทำไม” ชางมินทำหน้างงๆ

“ไม่ ได้สน แต่แค่อยากลองดื่มเลือดจากพวกเดียวกันบ้าง ยังไม่เคยลองสักที ถ้าลองดื่มเลือดจากคอเจ้าเด็กแสบได้ยิ่งดี” ยูชอนพูด ทิ้งท้ายก่อนเดินออกไปจากห้องอาหาร

“พี่ยูชอนนี่ท่าจะอาการหนักนะพี่ยุนโฮ ถ้าไม่ลงทุนแต่งงานกัน พี่เขาจะไปซี้ซั้วดื่มเลือดคนอื่นได้ยังไง” ชางมินหันมาถามความเห็น

“ก็ดี ถ้าพวกเขาแต่งงานกันได้ ข้าก็จะได้แต่งบ้าง” พูดจบก็ลุกขึ้นไปอีกคน

“นี่จะแต่งงานหนีน้องกันหมดเลยรึไง เฮ้ย~เซ็งวุ้ย ไม่มีคู่” ชางมินได้แต่บ่นไปกับลมกับแล้งตามประสา


“พี่แจจุง ข้าไปก่อนนะเดี๋ยวไม่ทัน” จุนซูรีบสาวเท้าออกไปจากปราสาท มุ่งหน้าไปที่สถานที่ศึกษาสำหรับปีศาจไม่บรรลุนิติภาวะ

“รีบไปรีบกลับนะ อย่าไถลไปไกลล่ะ” แจจุงตะโกนตามหลังไป ที่รีบวิ่งหน้าเริดออกจากปราสาทไป

“โอ้ย~ ไม่ทันแน่ๆเลย ทำไมต้องตื่นสายด้วยนะ เป็นเพราะเจ้าหมอนั่นคนเดียว” จุนซูบ่นไปตลอดทาง

“ไม่ มีรถม้าไปส่งหรือไงคุณหนู ถึงต้องเดินมาเอง” เสียงกวนประสาทอันแสนคุ้นเคยดังลอยมาไกลๆ จุนซูหันไปตามเสียงก็พบกับคู่อรินั่งอยู่บนหลังม้าสีดำสนิทคู่ใจ

“มีอะไร อย่ามากวนแต่เช้าได้ไหม คนยิ่งรีบๆอยู่” จุนซูเตรียมเดินหนีไปทางอื่น

“รีบ เหรอ เท่าที่ข้าเห็นเจ้าคงไม่รีบเท่าไหร่ จากที่นี่ไปถึงที่เรียนเจ้าถ้าเดินเท้าคงใช้เวลานาน ทำไมเจ้าไม่ขี่ม้าหรือใช้รถม้าของเจ้าล่ะ”

“ก็รู้อยู่แล้วว่าข้าขี่ม้าไม่เป็นยังจะมากวนอีก”

“แล้วรถม้าเจ้าล่ะ ทำไมไม่นั่งรถม้ามา”

“มันเสีย” คนตัวเล็กอ้างไปข้างๆคูๆ ใครจะบอกได้ล่ะว่ารีบจนลืม วิ่งออกมาไม่สนใจรถม้าที่จอดรออยู่หน้าปราสาท

“อืม ดูท่าเจ้าคงจะไปเรียนไม่ทันแล้วล่ะเด็กน้อย”

“ข้าไม่ใช่เด็กนะ อีกไม่กี่เดือนข้าก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว” จุนซูเถียง

“งั้นเหรอ เอาไว้ให้ถึงวันนั้นก่อนแล้วค่อยมาคุย” ยูชอดพูดยิ้มๆ พลางชักม้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก

“ชิ~ ถอยไป จะชักม้ามาขวางข้าทำไมเนี่ย” จุนซูมองหน้าคนกวนประสาทด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“ไม่มีอะไร เจ้าอยากไปทันเรียนไหมล่ะ” ยูชอนถาม

“ก็อยาก แล้วจะทำไม”

“วันนี้ข้าใจดีจะไปส่งเจ้าให้ถึงที่เรียนเลย”

“จริงเหรอ ไปสิ” จุนซูยิ้มแป้น เล่นเอายูชอนยิ้มตาม ก็นานๆเจ้าตัวแสบจะยิ้มให้เขาสักทีนึง ทุกทีมีแต่แยกเขี้ยวใส่กัน

“จริงสิ แต่ต้องขึ้นม้าไปนะ”

“งั้นไม่ไปดีกว่า ข้าไม่อยากตกม้าลงมาตาย”

“ไม่ตกหรอกน่า”

“ข้านั่งอยู่ข้างหลัง ตกไปเจ้าจะรู้ได้ยังไง”

“แล้วใครจะให้เจ้านั่งข้างหลังเล่า นี่ นั่งตรงนี้ต่างหาก” ยูชอนชี้ไปที่ข้างหน้า ระหว่างคอม้ากับตัวของเขา

“ไม่ตกหรอกน่า ขึ้นมาเถอะ” ยูชอนส่งมือให้กับคนตัวเล็กจุนซูยังลังเลนิดนึง

“หรือเจ้าอยากถูกทำโทษ ก็ตามใจนะ งั้นข้าไปก่อน” ยูชอนกระตุ้นม้าให้ออกเดินทันที

“เดี๋ยวก่อน แน่ใจนะว่าข้าจะไม่ตก” จุนซูส่งเสียงเรียก

“ไม่ตกหรอกน่า”

“เจ้าไม่ได้มาแก้แค้นเรื่องเมื่อวานใช่ไหม”

“ยังจำได้อีกเหรอว่าทำอะไรไว้ แต่ช่างเถอะ วันนี้ข้าจะยอมสงบศึกสักวัน เห็นแก่เด็กที่ยังต้องไปโรงเรียนอยู่”

“ไม่ต้องแล้ว ข้าไม่ไปแล้ว”

“แน่ ใจเหรอ ข้าจำได้ ตอนที่ข้าอายุเท่าเจ้าน่ะ เวลามีคนโดนทำโทษน่ะ เขาจะโจษจันกับไปทั้งเมือง ถ้าเจ้าทนได้ก็ตามใจ ข้าไปล่ะ” ยูชอนชักม้าออกเดิน

“ฮึ่ย~ ก็ได้ ว่าแต่มีอะไรแลกเปลี่ยนล่ะ ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณเจ้า”

“ถ้าข้าขอเจ้าจะทำได้เรอะ” ยูชอนยิ้มกวนประสาท

“อย่าท้า ข้าทำได้ทุกอย่าง ว่ามาต้องการอะไร” จุนซูเชิดหน้าท้าทาย

“เจ้าพูดแล้วนะ ห้ามกลับคำเด็ดขาด”

“ได้ คนอย่างข้าพูดคำไหนคำนั้น”

“งั้นขึ้นมาก่อน แล้วข้าจะบอกสิ่งที่ข้าต้องการ”

ยู ชอนส่งมือให้คนตัวเล็ก จุนซูยื่นมือให้คนตัวโตกว่า ร่างโปร่งดึงคนตัวเล็กขึ้นไปนั่งซ้อนด้านหน้า ทันทีที่สัมผัสหลังม้า คนตัวเล็กก็รู้สึกสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพยายามเปลี่ยนท่านั่งจากทิ้งขาสองข้างไว้ด้านนึงหันข้างให้กับยูชอน เป็นนั่งคร่อมเหมือนที่ยูชอนทำบ้าง

“จะทำอะไรน่ะ”

“เปลี่ยนท่าไง นั่งท่านี้จะไปได้ยังไง”

“ไป ได้สิ ถ้านั่งท่าเดียวกับข้า หล่นลงไปข้าไม่รับรู้ด้วยนะ เพราะเจ้าก็ต้องหันไปจับแผงคอม้า เจ้ากล้าไหมล่ะ” ยูชอนท้าเพราะรู้ว่าคนตัวเล็กกลัวตกม้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่ไม่กล้าดึงแผงคอม้ากลัวมันเจ็บ

“ก็ได้ เอ้าว่ามาสิจะให้ข้าทำอะไร” นิ้วเรียวยาวของยูชอนจิ้มมาที่แก้มตัวเอง

“อะไร ไม่รู้เรื่อง”

“หอมแก้มทีนึง แล้วถือว่าที่ช่วยครั้งนี้หายกัน”

“หา!! งั้นข้าลง” จุนซูทำท่าจะกระโดดลงจากหลังม้า เรื่องอะไรเขาไม่ใช่สาวๆในคอนโทรลสักหน่อย ทำไมต้องทำเรื่องน่าอายอย่างนั้นด้วย แต่เสียงทุ้มดังขึ้นก่อน

“ใครน้า บอกว่าทำได้ทุกอย่าง เรื่องแค่นี้ก็ทำไม่ได้” จุนซูได้แต่ทำหน้ามุ่ย รู้ตัวว่าพลาดซะแล้ว โดยเจ้านี่เอาคืนเรื่องเมื่อวานแน่ๆ

“เปลี่ยนเป็นต่อยได้ไหม รับรองข้าจะทำให้ถึงใจเลย”

“ไม่ ได้ ทำร้ายร่างกายข้าแล้วยังจะให้ข้าไปส่งอีกงั้นเหรอ เจ้านี่ยังไง แต่ก็เอาเถอะข้าไม่ถือ เด็กๆก็อย่างเงี้ยะพูดอะไรแล้วไม่รับผิดชอบ”

“ก็ ได้ เดี๋ยวเจ้าจะหาว่าข้าไม่แน่จริง ไม่รักษาคำพูด” คนตัวเล็กโน้มหน้าคนสูงกว่าลงมาใกล้ กดจูบไปที่แก้มสากทีนึงแล้วผละออกอย่างรวดเร็ว นั่งกอดอกทำแก้มป่องอย่างขัดใจ ที่คราวนี้ต้องเสียท่าให้กับคู่อริ คอยดูคราวหน้าจะเอาให้เดี้ยงกว่านี้ ตอนนี้คงต้องพึ่งเจ้านี่ไว้ก่อน ไม่อยากเสี่ยงโดนทำโทษ

“ก็แค่เนี้ย” ยูชอนหัวเราะเบาๆที่แกล้งคนตัวเล็กได้ เขารู้ว่าคนอย่างคิมจุนซูออกจะแมน(?)แถมเกลียดกันอย่างกับอะไร ให้ทำแบบนี้มันเท่ากับยอมแพ้ชัดๆ พลางกระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง คนตัวเล็กตกใจที่อยู่ดีม้าก็ออกวิ่ง ทำให้ต้องโถมเข้าไปกอดเอวหนาอย่างแรง ถูกรอยช้ำเมื่อวานเข้าพอดี

“อูย~” เสียงทุ้มร้องครางขึ้นมาเบาๆ

“เป็นอะไร” จุนซูเงยหน้ามอง พบว่าตอนนี้หน้าของเขาอยู่ชิดกับใบหน้าคมสันของยูชอนมากๆ

“ก็ใครล่ะ เล่นเตะซะแรง ข้ายังช้ำอยู่เลยนะเนี่ย แล้วยังมากอดแรงๆซ้ำอีก จะไม่ให้ร้องได้ยังไง”

“สมน้ำหน้า” คนตัวเล็กพึมพำเบาๆ ก่อนจะคลายแขนออกจากเอวหนา แต่ยูชอนรั้งเอาไว้

“กอดไว้สิ อยากตกหรือไง”

“ก็เมื่อกี้บอกเจ็บ”

“ไม่เป็นไรน่า แค่นี้ทนได้” จุนซูมองอย่างหมั่นไส้ขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

“ทนได้ใช่ไหม” จุนซูโถมแรงรัดคนเก่งแน่นกว่าเมื่อกี้อีกหลายเท่า เล่นเอาคนบอกว่าทนได้ เริ่มนิ่วหน้าเหยเก

“เริ่มจะทนไม่ได้แล้ว เบาๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็ไม่ถึงกันพอดี”

ยู ชอนกระตุ้นม้าเบาๆ อาชาสีดำก็ควบออกไปจากตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ มุ่งหน้าไปยังสถานศึกษาสำหรับปีศาจที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทันที ร่างสูงใหญ่ที่จ้องมองอยู่นานโผล่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่ ยกยิ้มอยากร้ายกาจ

“ในที่สุด ข้าก็พอจะหาจุดอ่อนของเจ้าได้บ้างแล้ว ปาร์คยูชอน” ร่างสูงใหญ่รีบกลับไปรายงานความคืบหน้าให้เจ้านายรู้ทันที


“กลับมาแล้วเหรอชีวอน” ลีซูมาน ลูกสมุนมือขวาของราชาหมาป่าเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นลูกน้องคนสนิทก้าวเข้ามาในห้องทำงาน

“ขอรับนายท่าน” ชีวอนก้มตัวทำความเคารพ

“ได้เรื่องว่ายังไงบ้างล่ะ” ซูมานวางแก้วน้ำสีอำพันลงกับโต๊ะ

“ข้า น้อยคิดว่าสิ่งที่พวกเราคิดถูกต้องแล้วขอรับ ปาร์คยูชอนน่าจะมีจิตพิศวาสคุณหนูเล็กตระกูลคิมอยู่ขอรับ” ชีวอนรายงานเรื่องที่เขาตามสืบมานาน

“เจ้าแน่ใจนะ”

“ขอรับ ข้าคิดว่าทั้งสองคนนั้นคงต้องมีอะไรกันแน่ๆ อีกอย่าง คนอย่างปาร์คยูชอนไม่น่าจะลดตัวมาเล่นกับเด็ก”

“ถ้างั้นเราคงต้องเปลี่ยนตัวเหยื่อครั้งนี้ เป็นคิมจุนซูแทนที่จะเป็นคิมแจจุงซะแล้ว” ซูมานยิ้มร้ายกาจเมื่อนึกถึงคุณหนูเล็กตระกูลคิม

“แต่ว่า คุณหนูเล็กตระกูลคิมถึงจะเป็นเด็ก แต่ก็มีฝีมือพอตัวนะขอรับ เกรงว่างานนี้เราคงจะต้องเหนื่อยกันหน่อย”

“จะ แค่ไหนกันเชียว แค่แวมไพร์เด็กๆ เอาเถอะ แต่ก็ขอบใจที่เจ้าเตือน ข้าคงต้องปรึกษากับท่านราชาเสียก่อน งานนี้เราคงต้องรอบคอบกันหน่อย เจ้าไปได้แล้วชีวอน” ชีวอนโค้งทีนึงก่อนจะเดินจากไป

“หึ~ ปาร์คยูชอน ดูสิว่าคราวนี้จะยังผยองได้อีกหรือเปล่า” ซูมานลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวใหญ่ มุ่งหน้าไปที่ปราสาทชั้นใน ที่เป็นที่อยู่ของราชาหมาป่า คิมยองมิน


~ ก๊อกๆๆ ~

“ใครน่ะ”

“ข้าเองขอรับท่าน ซูมาน”

“ซู มานเหรอ เข้ามาสิ” สิ้นเสียงอนุญาตประตูบานหนาหนักก็เปิดออก เผยให้เห็นชายวัยกลางคน นั่งอยู่ที่บัลลังก์กลางห้องโถง ยิ้มต้อนรับลูกน้องคนสนิทที่ทำความเคารพก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้

“ว่าไงซูมาน ข้าว่าเจ้าน่าจะมีข่าวดีมาบอกข้า ไม่งั้นคงไม่เร่งมาหาข้าเอาตอนนี้หรอก” ยองมินเอ่ยทัก

“ขอรับ ข้ามีข่าวล่าสุดเกี่ยวกับปาร์คยูชอนมารายงานแก่ท่านขอรับ”

“ว่ามา มีเรื่องอะไร”

“สายของข้ากลับมารายงานว่า เราควรจะเปลี่ยนเป้าหมายจากคิมแจจุง เป็นคิมจุนซูคนน้องขอรับ”

“ทำไม คราวที่แล้วเจ้าเป็นคนบอกข้าเองว่า คนอย่างมันน่าจะชอบคนสวยๆอย่างคิมแจจุงมากกว่าไม่ใช่เรอะ”

“ขอรับ แต่คราวนี้สายของข้าคิดว่า ปาร์คยูชอนน่าจะมีจิตพิศาวาสคุณหนูคิมคนน้องมากกว่า”

“เจ้าแน่ใจได้อย่างไร” ยองมินถาม

“เรื่องนี้ข้าก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ดูจากที่คนของข้ามารายงาน มันก็น่าจะมีมูลความจริงอยู่บ้าง”

“งั้น เหรอ ข้าได้ข่าวว่าคุณหนูคิมคนเล็กมีฝีมืออยู่พอตัว คงจะทำให้งานของเราลำบากขึ้นหรือเปล่า ถ้าเป็นคุณหนูคิมคนพี่ ยังพอใช้ความใจอ่อนล่อให้มันมาติดกับได้”

“เรื่องนี้ข้าทราบดีขอรับ แต่เพื่อความแน่ใจว่าเราจะได้คนที่มีอิทธิพลกับปาร์คยูชอนจริงๆ ข้าว่า เราน่าจะรอดูเหตุการณ์ไปสักพัก ก่อนที่เราจะลงมือ” ซูมานให้ข้อเสนอแนะแก่คนเป็นนาย

“แต่ข้าร้อนใจ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มันก็จะได้รับการสถาปนาเป็นราชาปีศาจ ถึงตอนนั้นถ้าเราเกิดพลาดขึ้นมันจะเป็นเรื่องใหญ่น่ะสิ”

“แต่ถ้าคิมจุนซูมีอิทพลต่อปาร์คยูชอนจริง เมื่อถึงเวลานั้น ข้าว่า เราอาจจะบังคับให้มันสละตำแหน่งได้ง่ายกว่านะขอรับ”

“นั่นสินะ ก็ได้ ข้าจะเชื่อเจ้า ส่งคนของเจ้าตามประกบคุณหนูคิมคนน้องด้วยล่ะ”

“ขอรับนายท่าน ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้ทันที” ซูมานโค้งก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

“หึ ปาร์คยูชอน ไอ้เด็กเมื่อวานซืน คราวนี้ล่ะ ข้าอยากจะดูน้ำหน้าเจ้าว่า ว่าถึงวันนั้นเจ้าจะทำยังไงกับเรื่องนี้” ยองมินยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อนึกถึงหน้าของเด็กเมื่อวานซืนที่อาจหาญมาแย่ง ตำแหน่งราชาปีศาจที่เขาหมายปองมานาน


%%%%%


TBC

 

เอาเรื่องนี้มาต่อก่อน แล้วจะทยอยเอาเรื่องอื่นมาต่อให้ทีหลังนะคะ ^^ ช่วงแรกๆทุกเรื่องจะมีสต๊อกไว้ค่ะ เพราะเราเขียนลงใน yoosuparadise ไปแล้วแต่เพิ่งจะมีบล็อคเป็นของตัวเอง ก็เลยเพิ่งจะลงตอนแรกๆในนี้ค่ะ ส่วนบางเรื่องที่เพิ่งเขียน ก็คงจะต้องรอลงตอนใหม่พร้อมในบอร์ดนะคะ

อ่านให้สนุกนะคะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ
มิคน่ะปากไม่ตรงกับใจ
ไหนว่าไม่สน แต่ทำไมตามน้องแจเลย
แถมยังจะให้หอมแก้ม น้องทำเจ็บก็ทน
ลุ้นให้รักกันเร็วๆนะ
มาต่อเร็วๆนะไรเตอร์

#1 By chebi (124.120.117.234) on 2010-03-08 15:33

มาดูแล้วนะครับ วิเคราะห์ได้ว่า น่าจะเป็นเพราะ CSS น่ะครับ ยังงัยลองก๊อป CSS เซฟเป็น txt ส่งมาทางเมล์ก็ได้นะครับ จะลองช่วยดูให้

shaimailbox@gmail.com

#2 By เจ้าชายน้อย on 2010-03-08 15:43