[Fic]~ Love Taste .,..,.. ปรุงรักอย่างไรให้ครบรส~ Intro
posted on 03 Mar 2010 14:19 by kameryuichi in soot
Intro
“และเพลงที่ได้อันดับ1ของอาทิตย์นี้ได้แก่.........”
“xiahtic xiahticๆๆๆๆ” เสียงลุ้นจากคนตัวเล็กที่นั่งฟังอันดับเพลงประจำสัปดาห์จากเครื่องเสียงชั้นเยี่ยม ในคอนโดมิเนี่ยมสุดหรูใจกลางกรุงโซล
“Strong Baby ของซึงรีครับ ยินดีด้วยครับ เอาล่ะ งั้นตอนนี้เราไปฟังเพลงนี้กันเลยดีกว่าครับ ตื๊ด”
~ โครม ~
เสียงคว้างรีโมทกระจายเต็มพื้นด้วยความขัดใจ ร่างเล็กๆของอดีตนักร้องซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลีกระแทกตัวนั่งกับโซฟหลุยส์ตัวโปรด ใบหน้าน่ารักงอง้ำ ชนิดที่ว่าถ้าแฟนคลับเห็นคงจะตกใจ ว่าใช่คนเดียวกับคนน่ารักที่อยู่ในจอทีวีหรือเปล่า
“ไอ้เด็กเวร ไหนตอนเดบิวต์ใหม่ๆบอกว่าเป็นแฟนพี่ ผมปลื้มพี่ ผมจะเอาพยายามทำงานเต็มที่ อยากเป็นเหมือนพี่ หนอย~ เผลอแป๊บเดียวแกมาแย่งตำแหน่งนักร้องซุปเปอร์สตาร์จากฉันไปซะได้”
~I can teach you but I don't make you change someone I don't make you someone 넌 빠졌어~
“มีอะไรไอ้โย่ง” คนตัวเล็กแผดเสียงเต็มที่หลังจากดูหน้าจอแล้วว่าใครโทรมา
“โห~ พี่เบาๆหน่อยก็ได้ นี่แสดงว่าฟังชาร์จเพลงสัปดาห์นี้แล้วล่ะสิ” ชางมินญาติห่างๆของคนตัวเล็กเอ่ยขึ้น
“เออ ฟังแล้ว หนอย~ ไอ้เด็กบ้านั่นมันซิวที่1ของฉันไปอีกแล้ว ทำไมเพลงฉันมันถึงดิ่งลงทุกวันหาไอ้โย่ง”
ชิมชางมิน ผู้จัดการส่วนตัว ญาติ เบ๊ และทุกอย่างที่คุณชายคิมจุนซูต้องการ เบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ถามตัวเองดูสิครับคุณพี่ว่าทำไมมันถึงได้ดิ่งลง งานไหนงานนั้น ไม่พอใจพ่อก็ไม่ไปร้อง แล้วเพลงมันจะขึ้นชาร์ทได้ยังไง๊ แต่ก็ได้แต่คิดพูดไม่ได้ หัวได้หลุดจากบ่าแน่ๆ
“ก็~ เพลงพี่ออกมานานแล้วนี่ ซึงรีมันเพิ่งออกมันก็ต้องขึ้นที่1เป็นธรรมดา”
“ออกนานบ้านแกสิ ได้ข่าวว่าฉันเพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลนี้เมื่อ2อาทิตย์ก่อน ขึ้นชาร์ทที่1ทีเดียวหลังจากนั้นร่วงตลอดนี่มันอะไรกันหา”
“เอางี้ไหม ผมจะติดต่อไปที่สถานี คอนเฟิร์มเขาว่า ถึอาทิตย์หน้าพี่จะได้ที่2ก็จะไปร้องเพลงดีไหม เผื่อว่าอาทิตย์ต่อไปเพลงพี่จะขึ้นบ้างอ่ะ”
“ไม่ เรื่องอะไรฉันต้องไปออกรายการพวกนั้นด้วย ไปทีกว่าจะได้ร้องต้องนั่งรอตั้งนาน ไปทีหลังก็ไม่ได้ต้องซ้อมคิวอีก เบื่อ” คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ย เขาเบื่อที่จะต้องรอๆๆ คนอย่างคิมจุนซูไม่เคยรอใคร ทั้งวงการรู้จักดี
“ว่าแต่ โทรมาทำไม มีใครติดต่อเข้ามาหรือไงหา”
“นึกว่าจะไม่ถามซะอีก คืองี้ มีคนติดต่อเข้ามา ให้พี่ไปเป็นพิธีกรรายการอาหารน่ะ พี่สนใจไหม” ชางมินอ้อมแอ้มบอก เพราะรู้ว่านักร้องขาวีนอย่างคิมจุนซูไม่ชอบทำอาหารเป็นที่สุด แต่ตอนนี้ถ้าไม่ออกรายการซะบ้างคงเรทติ้งตกกว่าที่เป็นอยู่แน่ๆ
“ไม่เอา ปฏิเสธไปได้เลย” น่านไง ตูว่าแล้ว ซื้อหวยทำไมไม่ถูกว้า
“แต่พี่ ลองพิจารณาก่อนดีไหม อย่างน้อยก็ฟังชื่อบริษัทที่เขาเสนอโปรเจคนี้ก็ยังไงดี”
“ไม่ฟังทั้งนั้นแหละ ทำไมนักร้องซุปเปอร์สตาร์อย่างฉันจะต้องลดตัวไปทำรายการอาหารด้วย แกบ้าไปหรือเปล่าเนี่ย” จุนซูแหวใส่
“อดีต พี่ตกไปคำนึง พี่เป็นอดีตนักร้องซุปเปอร์สตาร์ ขนาดเพลงยังตกฮวบๆ ผมถามคำเดียว พี่จะอยู่วงการนี้ต่อไหม ถ้าไม่พี่ก็กลับไปอยู่กับพี่แม่พี่ที่บ้านซะดีกว่า” ชางมินพูดอย่างเหลืออด ให้ตายสิ คนอะไรวะเอาแต่ใจเป็นบ้า นี่ถ้าบ้านไม่รวย เป็นนักร้องตกกระป๋องอย่างนี้คงอยู่คอนโดหรู ขับรถสปอร์ต ช้อปวันละล้านไม่ได้หรอก
“ไม่เอา ฉันไม่อยากกลับเข้าไปอยู่ในกรง ฉันจะทำให้คุณป๋ารู้ว่าฉันหาเงินได้ด้วยตัวเอง” จุนซูเชิดหน้าขึ้น ทั้งๆที่คุยโทรศัพท์
“เหรอออออ ได้ข่าวว่าไอ้เงินที่ใช้อยู่ทุกวันนี่เงินคุณลุงทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง”
“ชิมชางมิน อยากตายใช่ไหมพูดแบบนี้อ่ะ”
“เอาล่ะๆ ผมขี้เกียจทะเลาะกับพี่แล้ว ผมขอบอกตรงๆเลยนะ ผมไม่อยากทำร้ายจิตใจพี่ ตอนนี้ไม่มีใครหน้าไหนเขาอยากจ้างพี่หรอก ก็พี่ขึ้นชื่อเรื่องวีนแตก ต่อให้พี่ร้องเพลงเพราะแค่ไหนใครเขาก็ไม่เอา พี่ไปคิดดูให้ดีๆนะ งานบริษัทเนี้ยเป็นงานสุดท้ายที่พี่ต้องคว้าไว้แล้ว ไม่งั้นอนาคตในวงการของพี่ก็ต้องดับ หรือไม่พี่ก็กลับไปอยู่บ้าน ขอเงินคุณลุงอย่างเดิมซะ” พูดจบชางมินก็ตัดสายแกะแบตทิ้งทันที เพราะรู้ว่าไอ้ที่เงียบเนี่ยไม่ใช่ฟัง เพราะอึ้งต่างหา ถ้าหากรู้ตัวต้องด่าเป็นชุดแน่ๆ ตอนนี้ขอลี้ภัยก่อนแล้วกัน
“อ๊ากกกก ไอ้โย่ง แกกล้าตัดสายทิ้งฉันเหรอ หนอย ไอ้เด็กบ้า ไอ้น้องทรยศ ด่าพี่มันแบบนี้หมายความว่าไง ฉันวีนเก่งตรงไหน ก็พวกมันทำอะไรไม่ถูกใจนี่หว่า”
คนตัวเล็กทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอีกรอบ หลังจากที่ลุกขึ้นมากระทืบเท้าแรงๆจนสะใจ กวาดตามองไปรอบห้อง ก็เห็นแต่ถ้วยรางวัลที่เขาเคยได้ แต่มันก็ค่อยๆหดลงไปเรื่อย คนตัวเล็กเพิ่งกลับมาคิดถึงสิ่งที่ชางมินพูด สงสัยจะจริงมั้ง งานที่เคยเข้ามาแบบเทน้ำเทท่าช่วงแรกๆ ตอนนี้มันหดไปหมด แทบไม่เหลือเลยด้วยซ้ำ หรือว่าเขาจะวีนเก่งจริงๆ แล้วจะทำยังไงล่ะ ไม่อยากกลับไปหาคุณป๋าอ่ะ นอกจากจะโดนหัวเราะเยาะแล้ว คุณป๋ายังจะจับเขาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้อีก โอ้ย~ กลุ้ม มือบางหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา ก่อนจะไล่เบอร์ที่ต้องการแล้วกดโทรออก
ชางมินกำลังนั่งพักผ่อนสบายๆอยู่ที่บ้าน เพราะตอนนี้เขาแกะแบตไปแล้ว พี่ชายจอมวีนไม่มีทางโทรศัพท์เจาะซิมมาจิกเขาได้แน่นอน แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะชางมินลืมไปว่า โทรศัพท์บ้านยังเสียบอยู่ ไวเท่าความคิด ขายาวของร่างสูงกำลังจะวิ่งไปกระชากสายโทรศัพท์แต่ทว่า...
~ RRRRRRRR ~
เสียงโทรศัพท์บ้านแผดดังสนั่น ชางมินยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองแรงๆ โทษฐานที่โง่นัก ลืมโทรศัพท์บ้านได้ไงวะ ไม่รับดีกว่า ปล่อยเครื่องตอบรับมันทำงานไป ฟังเสียงด่าทางเครื่องตอบรับ ยังดีกว่าฟังเองกะหูล่ะวะ ไม่นานเสียงเครื่องตอบรับก็ทำงาน
“ตอนนี้ผมไม่อยู่นะครับ มีอะไรฝากไว้ แล้วผมจะติดต่อกลับ” เสียงของเขาดังขึ้นก่อนจะมีสัญญาณให้คนที่ต้องการฝากข้อความโทรเข้ามา
“ชางมิน ฉันรู้ว่าแกอยู่บ้าน รับโทรศัพท์ฉันซะดีๆ ถ้าไม่อยากให้ฉันตามไปจิกแกที่บ้าน” เสียงสยองขวัญสั่นประสามดังขึ้น
“ถ้าแกไม่รับ ฉันจะฟ้องแม่แก ว่าแกไม่เอาใจใส่ฉัน แกไม่รับโทรศัพท์ฉัน ดูสิคุณน้าจะว่ายังไง”
ได้ผล ยกแม่มาอ้างร่างสูงรีบกระโจนคว้าโทรศัพท์ทันที ไม่ใช่กลัวแม่ แต่กลัวปากคิมจุนซูมากกว่า คนอะไรใส่ไข่ใส่สีทำพูดซะแม่เห็นว่าเค้าเป็นคนไม่ดี ปล่อยพี่ชายตัวเล็กต้องลำบากคนเดียว คราวที่แล้วโดนแม่เทศน์จนหูชามาแล้ว เพราะฉะนั้น อย่าเสี่ยงกลับบทเจ้าน้ำตา หรือลูกอ้อนของคิมจุนซูจะดีกว่า
“ฮัลโหล”
“รับจนได้นะ นึกว่าจะต้องให้ฉันใช้ไม้ตายซะอีก” จุนซูหัวเราะ
“ไม่ต้องเลยพี่ คราวที่แล้วโดนแม่เทศน์หูผมดับไปข้างนึงเลย ยังไม่อยากโดนเทศน์ซ้ำ โทรมามีอะไร” ชางมินวกเข้าเรื่อง
“แกคิดว่าฉันตกอับจริงๆเหรอ”
“ให้พูดจริงๆใช่ไหม แล้วอย่าวีนแตกนะ” ชางมินถาม
“อืม สัญญาว่าจะไม่วีน”
“ใช่ พี่กำลังตกอับ” พูดจบมือสีน้ำผึ้งของชางมินก็ดึงหูโทรศัพท์ออกห่างจากตัว เพราะคาดว่าจะได้ยินเสียงแปดหลอดแผดออกมา แต่ผิดคาด เงียบสงบ ไม่มีปฎิกริยาอะไรสักนิด ชางมินค่อยเอาโทรศัพท์กลับมาแนบหูใหม่ เงียบ เอ.. หรือว่าช็อคจนโทรศัพท์หลุดมือวะ
“พี่ พี่ พี่จุนซู” ชางมินเรียก
“อะไร” คนตัวเล็กตอบเนือยๆ
“อ้าว~ ยังอยู่นี่ ผมนึกว่าพี่ตกใจตายไปแล้วซะอีก”
“เปล่า ฉันกำลังคิด ถ้าฉันไม่รับงานนี้ก็ไม่ได้ออกโทรทัศน์เลยเหรอ ไหนแกบอกว่าสถานียังอยากให้ฉันไปร้องเพลงไง”
“ผมล้อเล่นน่ะ ทุกสถานีเขาบอกเลิกศาลากับพี่หมดแล้ว”
“ชางมิน ฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” คนตัวเล็กทำเสียงอ่อยๆ เสียงที่ใครๆในบ้านรู้ดี ว่าถ้าเข้าโหมดอ้อนแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหน ไม่เคยต้านทานได้เลยรวมทั้งชางมินด้วย แค่ได้ยินเสียงเขาก็ใจอ่อนยวบ ไอ้ที่จะใส่ให้รู้สำนึกเป็นอันพับไป
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกพี่ พี่แค่ขี้โมโหกว่าคนอื่นก็เท่านั้น” ชางมินพยายามหลีกเลี่ยงคำที่ทำร้ายจิตใจพี่ชาย
“ถ้าฉันไม่ได้เป็นนักร้อง ฉันก็ไม่มีเงินเอาไปอวดคุณป๋าว่าฉันเลี้ยงตัวเองได้อ่ะ ชางมิน ฉันไม่อยากแต่งงาน” คนตัวเล็กออดอ้อนผ่านสายโทรศัพท์ ถึงจะไม่เห็นหน้า ชางมินก็รู้ว่าพี่ชายเขาต้องทำหน้าจ๋อยสุดๆประกอบด้วยแน่นอน ตามกระบวนท่าไม้ตายของคิมจุนซู เสียงอ่อย ทำท่าอ้อน และหน้าจ๋อย ครบเซ็ท ไม่มีใครรอดกระบวนท่านี้ได้สักคน
“พี่ก็ไปทำงานนี้สิ ผมรับรองว่าพี่จะได้กลับมาผงาดในวงการอีกครั้ง จริงๆนะ ถ้าพี่สัญญาว่าจะไม่เม้งแตกเหมือนที่แล้วๆมา”
“เหรอ ถ้าฉันไม่เม้งแล้วมันจะออกมาดีเหรอ แต่ฉันทำอาหารไม่เป็นนี่ แล้วฉันจะไปเป็นพิธีกรได้ยังไง ไม่รู้จักวิธีทำสักอย่างจะไปสัมภาษณ์คนที่มาทำได้ยังไงล่ะ ติเป็นอย่างเดียวด้วย”
“ไม่ต้องห่วง ทางรายการเขาจะบอกก่อนว่าจะทำอะไร แล้วพี่ก็กลับมาเตรียมตัว อัดรายการอาทิตย์ละครั้ง ผมว่าฉลาดๆอย่างพี่เตรียมตัวทันแน่นอน” ชางมินยกยอปอปั้น เพราะเขารู้ว่าพี่ชายเขานอกจากขี้วีน ขี้อ้อน เอาแต่ใจ ยังหลงตัวเองด้วย
“งั้นก็ได้ ฉันจะทำงานนี้ จะให้เข้าไปคุยเรื่องรายละเอียดเมื่อไหร่ล่ะ”
“มะรืนนี้ครับ พี่เตรียมตัวให้พร้อมนะ ผมจะไปรับพี่ที่คอนโดเอง”
“อืม~ เอางั้นก็ได้ ชางมิน แกต้องช่วยฉันนะ ฉันไม่อยากแต่งงานอ่ะ” ใส่เสียงเครือๆเหมือนคนร้องไห้ด้วย โอ้โหมดอ้อนเลเวลสอง
“ครับๆ ผมต้องช่วยพี่อยู่แล้ว ผมเป็นน้องพี่ไม่ช่วยพี่แล้วจะไปช่วยใคร”
“ใช่ เพราะแกเป็นเบ๊ฉันไง เลยต้องช่วยฉันตลอด แกพูดแล้วนะไอ้โย่งกว่าแกจะช่วย ห้ามปิดโทรศัพท์หนีอีกเข้าใจไหม อิย่ะฮ่าๆๆๆ” แล้วพี่ชายจอมแสบก็ตัดสายทิ้ง กรรมครับ กรรมของไอ้มินมัน นี่ผมหลงกลพี่ชายจอมอ้อนอีกแล้วเหรอเนี่ย เอาวะ เป็นไงเป็นกัน สัญญาแล้วขืนไม่ทำ โดนกัดไม่ปล่อยๆแน่ๆ ชางมินได้แต่นั่งปลงอยู่หน้าโทรศัพท์
เช้าวันนัด จุนซูลุกขึ้นมาแต่งตัวหล่อแต่เช้า ด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดท้า accessories ครบเซ็ทตามแบบฉบับ(อดีต) นักร้องซเปอร์สตาร์ นั่งไขว้ห้างรอเบ๊ประจำพระองค์มารับไปดิวงาน ไม่นานนักร่างสูงของน้องชายก็มาถึงหน้าห้อง
~ ก๊อกๆๆๆ ~
“แกจะเคาะหาสวรรค์วิมานอะไร คีย์การ์ดก็มี เปิดเข้ามาเองเซ่” เสียงคนตัวเล็กตะโกนตอบ
“ก็คนเขามีมารยาทนี่ จะไปกันหรือยัง” ชางมินเดินเข้ามาในห้อง
“ไปสิ ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว” คนตัวเล็กลุกขึ้นยืน เล่นเอาคุณน้องชายตาค้าง พี่ครับเราจะไปคุยกันเรื่องงาน ไม่ได้ไปขึ้นคอนเสิร์ต เยอะไปไหมเนี่ย
“ทำไม ชุดนี้ไม่เท่ห์เหรอ งั้นเดี๋ยวไปเปลี่ยนใหม่”
“เปล่าๆ เท่ห์มาก ถ้าจะไปเล่นคอนเสิร์ตนะพี่ เราจะไปคุยเรื่องงาน ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้ง” ชางมินส่ายหน้ากับความเกินพอดีของพี่ชาย
“ฉันว่ามันน้อยไปด้วยซ้ำ แกจะให้ฉันไปตัวโล่งๆหรือไง แกก็รู้ ว่าถ้าใส่ไม่ครบ7ชิ้นออกจากบ้านไม่ได้” ครับ นั่นแหละสไตล์การแต่งตัวของคิมจุนซู ไม่ครบ7ไม่มีทางออก แล้วนี่ บูทครึ่งแข้ง แหวน2วง ต่างหู2รู แว่นตา เสื้อกั๊กหนัง เสื้อเชิ้ตลายสก็อต แถวด้วยีนส์เดฟรัดรูป มันเกิน7แล้วมั้งคุณพี่
“หรือจะให้ไปเปลี่ยน”
“ไม่ต้องๆ “ ชางมินรีบโบกมือเป็นพัลวัน ขืนให้เข้าไปเปลี่ยนอีก พรุ่งนี้แหละจะได้ออกจากบ้าน พี่ชายเขาแต่งตัวนานโคตร เอาวะ เล่นคอนเสิร์ตก็เล่นคอนเสิร์ต
“ไปชุดนี้แหละ เดี๋ยวไม่ทัน นัดเขาไว้10โมง นี่9โมงแล้วด้วย”
“งั้นก็ไปสิ มายืนโม้อยู่ได้” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็เดินเชิดหน้าผ่านร่างสูงไป ชางมินเดินตามก็เห็นพี่ชายเขาเปิดประตูแล้วเดินออกเลย
“พี่ ไม่ล็อคห้องก่อนหรอ”
“แกก็ล็อคให้หน่อยไม่ได้หรือไง แค่นี้ต้องถามด้วย” จุนซูออกไปยืนเต๊ะท่าอยู่หน้าลิฟท์ ปล่อยให้General เบ๊ประจำตัวล็อคให้เรียบร้อย เมื่อไหร่ตูจะหมดกรรมจากพี่ชายสักทีวะ ชางมินคิดในใจ ก่อนจะสาวเท้าตามคนตัวเล็กไป เพื่อมุ่งหน้าไปที่บริษัทเจ้าของรายการ
10โมงเป๊ะ ทั้งสองคนก็มานั่งอยู่ในห้องประชุม เพื่อรอประธานบริษัทออกมา คุยกับเรื่องสัญญาและคอนเซ็ปของรายการ ผ่านไป15นาที คิมจุนซูผู้ไม่เคยรอใคร เริ่มอยู่ไม่สุข สะกิดชางมินที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
“ทำไมยังไม่มาอีกอ่ะ”
“รอเดี๋ยวสิพี่ เขาอาจจะติดธุระอะไรอยู่ก็ได้นะ”
“โว้ย~ ติดธุระแล้วนัดทำไมแต่เช้าฟะ รู้ไหมมันเสียเวลาคนอื่นเขาเนี่ย” จุนซูเริ่มออกอาการเม้ง
“ไหนสัญญาว่าจะไม่เม้งแล้วไงพี่ แค่15นาทีพี่จะวีนแล้วเหรอ”
“ก็ได้ๆ ฉันจะอดทนรอ คอยดูนะ ถ้าไอ้ประธานนั่นออกมา ฉันจะฉะไม่เลี้ยงเลย โทษฐานทำให้ฉันรอนาน” จุนซูนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างแรง ชางมินเริ่มปาดเหงื่อ เอ~ คิดผิดหรือเปล่าวะที่จะรับงานนี้ แค่รอ15นาทีเฮียแกยังจะเม้งเลย สักพัก บรรดาผู้เกี่ยวข้องก็ทยอยเข้าห้องประชุมมากันทีละคนสองคน จนครบองค์ประชุม ขาดก็แต่ท่านประธานที่ยังไม่มาสักที
“เฮ้ย มันจะมากไปหน่อยแล้วนะ ฉันไม่รอแล้วไอ้โย่ง ฉันจะกลับ” พูดเสร็จคนตัวเล็กก็ลุกขึ้นยืนทันที กำลังจะก้าวออกไปจากที่นั่งตัวเอง เสียงพนักงานบริษัทก็เอ่ยขึ้นขัดซะก่อน
“ท่านประธานมาแล้วค่ะ”
สิ้นเสียงพนักงานบริษัท ร่างสูงของประธานบริษัทก็ก้าวเข้ามาในห้องประชุม เรียกให้คนตัวเล็กหันกลับไปมอง ปากที่กำลังจะหลุดคำด่าแรงๆถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลา ลักษณะภูมิฐาน และที่สำคัญคนอะไรเท่ห์เป็นบ้า สเป็คอ่ะ จุนซูหันกลับมานั่งที่ทันที เล่นเอาคุณผู้จัดการถึงกับงง พี่ฉันกินยาผิดอีกป่ะเนี่ย
“เอาล่ะ เริ่มประชุมกันได้แล้วครับ”
การประชุมดำเนินไปอย่างไรคนตัวเล็กไม่รับรู้ เขาจะว่าคอนเซ็ปต์อะไรคนตัวเล็กไม่สนใจ เพราะตอนนี้ในสมองของเขาคิดถึงแต่ท่านประธานๆๆๆ คนอะไรหล่อเลิศ ถูกใจ สเป็ค โอ้ย~ ชื่ออะไรเนี่ย คนหล่อนี่น่าจะชื่ออะไรน๊า คนตัวเล็กนั่งจมอยู่ในภวังค์ตัวเองตั้งแต่ต้นการประชุม ใครพูดอะไรมาก็ครับๆไว้ก่อน เพราะไม่ได้ฟังเลยสักอย่าง เดี๋ยวค่อยไปถามไอ้โย่งมัน หลังจากประชุมอยู่นานเสียงคนหล่อของจุนซูก็ปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นจากภวังค์
“ครับ ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้ เดือนหน้าเราจะเริ่มถ่ายกันได้เลย คุณชิมครับ ถ้าต้องการรายการอาหารที่จะใช้ในการถ่ายทำก็ขอกับผู้จัดการกองถ่ายได้เลยนะครับ มีข้อสงสัยอะไรเพิ่มหรือเปล่าครับ” ท่านประธานกวาดตามองไปรอบๆ
“ถ้าไม่มี ผมของปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณมากครับที่ให้ความร่วมมือ” ท่านประธานขอตัวออกไปจากห้อง ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งมองตาปรอย ไร้สติอยู่ตรงนั้น ชางมินหันมามองพี่ชาย เขาสงสัยตั้งแต่ตอนประชุมแล้ว แต่ก็ไม่พูดอะไร เดี๋ยวไว้เคลียร์กันทีหลัง ไอ้ข้อเสนอก็โออยู่หรอก แต่คอนเซ็ปต์เนี่ย คนอย่างพี่เขาไม่น่าจะตกลง ทำไมตกได้ง่ายๆวะ
“พี่ พี่จุนซู พี่” ชางมินเรียก แต่ก็ไร้เสียงตอบจากคนตัวเล็ก มือหนาโบกไปมาหน้าคนตัวเล็กแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
“พี่” ชางมินตะโกน คนตัวเล็กสะดุ้ง
“อะไรเนี่ย แกจะตะโกนทำไมหา”
“พี่อ่ะ ไปเฝ้าพระอินทร์ตอนกลางวันหรือไง ผมเรียกตั้งนานแล้ว ไปกลับ” ชางมินลากพี่ชายกลับบ้าน
“เดี๋ยว แล้วประชุมล่ะ เขาว่าไงมั่ง”
“นี่ไม่ได้ฟังเลยงั้นสิ”
“เออ เดี๋ยวๆ ท่านประธานชื่ออะไรอ่ะแก” คนตัวเล็กถามในสิ่งที่อยากรู้มานาน
“พี่ ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อคนที่ให้เงินเลยเหรอ อาการหนักนะเนี่ย”
“จะบอกไม่บอก ท่ามากเดี๋ยวปั๊ด” จุนซูยกมือเตรียมฟาดเต็มที่
“เดี๋ยวๆ บอกก็ได้ ชองยุนโฮ ท่านประธานชองน่ะ ขนาดชื่อคนจ่ายตังค์ยังไม่รู้ พี่รู้เรื่องคอนเซ็ปต์ของงานหรือเปล่าเนี่ย” ชางมินหรี่ตามองคนเป็นพี่
“คอนเซ็ปต์อะไร ฉันไม่ได้ฟัง ก็แกฟังอยู่แล้ว ฉันจะต้องไปฟังทำไม”
“หา~ ไม่ได้ฟัง แล้วพี่ไปตอบตกลงเขาได้ไงอ่ะ เห็นตอบครับๆตลอด เวรล่ะสิคราวนี้” ชางมินได้แต่เกาหัว
“เขาว่ายังไงอ่ะ ทำไมแกต้องโวยขนาดนี้ด้วยล่ะ เขาให้ฉันแก้ผ้าทำรายการหรือไง”
“เปล่า แก้ผ้าคงง่ายกว่ามั้งพี่ แต่นี่เขาจะให้พี่เป็นพิธีกรเอง ทำอาหารโชว์เอง พี่เข้าใจไหม ทำอาหารอ่ะ ไอ้กิจกรรมที่พี่ไม่เคยทำมาเลยตลอดชีวิตนั่นแหละ”
จุนซูได้แต่อ้าปากตาค้าง เฮ้ย~ แล้วมันถามฉันตอนไหนฟะ ฉันไปตกกับพวกมันได้ยังไง ต้องเป็นเพราะคุณชองรูปหล่อนั่นแน่ๆเลยที่ใช้ความหล่อมาล่อลวงให้เราหลงใหล แล้วอย่างนี้ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ไม่จริ๊งๆๆๆๆ คิมจุนซูอยากจะบ้า
%%%%%%
TBC
Talk :
เราดูเรื่องนี้แล้วติดใจคาแรคเตอร์พี่แอนอ่ะค่ะ ช่างเหมาะกับน้องจุนที่น่ารักจริงๆ วีน แรง แบ๊ว เอาแต่ใจ โอ้ย~ ที่สำคัญ เรื่องอื่นๆเราให้อิปาร์คมันนัวเนียน้อง แต่เรื่องนี้เราจะให้น้องนัวเนียปาร์ค ก๊ากกกกก เป็นเรื่องที่เราเอาโครงเรื่องเขามาแต่งนะคะ นอกนั้นก็ยำเองตามสไตล์ เปลี่ยนแปลงนิดหน่อยให้เหมาะกับยูชูของเราด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่เหมือนในละครเด๊ะๆนะคะ แต่ชื่อเรื่องคงไม่เปลี่ยน เพราะคิดไม่ออก จะว่าเราสิ้นคิดก็ได้ค่ะ 555+ ยังไงก็อ่านให้สนุกแล้วกันค่ะ ^^
edit @ 3 Mar 2010 14:21:46 by kameryuichi
edit @ 3 Mar 2010 14:22:36 by kameryuichi
edit @ 3 Mar 2010 14:25:07 by kameryuichi
edit @ 3 Mar 2010 14:28:56 by kameryuichi
edit @ 3 Mar 2010 23:32:10 by kameryuichi



อ่านไปก็ขำไป
น้องจุนมาโหมดนี้ไม่เหมือนใครจริงๆ
ยิ่งจะมานัวเนียปาร์ค
ยิ่งไม่ค่อยเห็น
รออ่านพาร์ทหน้านะไรเตอร์
#1 By chebi (124.121.227.89) on 2010-03-03 16:43