Recommend

[Fic] ~ คนรับใช้ของจุนจัง ~ Intro

posted on 03 Mar 2010 14:04 by kameryuichi  in servant

 

 


 

 

Intro

 






“ย้ายโรงเรียน ทำไมผมต้องย้ายโรงเรียนด้วยล่ะฮะ” เสียงเล็กดังขึ้นลั่นบ้าน

“ก็ คุณปู่ของลูกน่ะสิ อยากให้ลูกไปรับมรดกของท่าน เลยต้องย้ายไปเรียนโรงเรียนสำหรับคุณหนูไฮโซโดยเฉพาะ” คุณพ่อเป็นคนตอบคำถามนี้หลังจากที่คะยั้นคะยอให้แม่ตอบ แต่แม่กลับนั่งเฉย

“โรงเรียนคุณหนูไฮโซ แล้วบ้านเราจะมีเงินขนาดนั้นได้ยังไง ค่าเทอมคงแพงน่าดู”

“ไม่เท่าไหร่หรอกลูก แค่เทอมละ 500ล้านวอนเท่านั้นเอง”

“หา 500ล้าน” คนตัวเล็กถึงกับตาโตกับคำตอบที่ได้รับ

“แล้วเราจะไปหาเงินขนาดนั้นมาได้ยังไง”

“ก็พ่อบอกแล้วว่าคุณปู่จะเป็นคนออกให้ไง”

“คุณปู่ คุณปู่ไหนฮะ ก็ไหนพ่อบอกว่าเราไม่มีญาติไงฮะ”

“เอ่อ ความจริงแล้วเรายังมีญาติอยู่เต็มเลยล่ะลูก แต่พ่อทะเลาะกับคุณปู่ พ่อก็เลยแยกออกมาอยู่กับแม่ตามลำพัง โดยที่ไม่ได้ติดต่อกับคุณปู่เลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่คุณปู่ให้คนติดต่อมา เพราะนอกจากพ่อที่เป็นลูกชายคนเดียวแล้ว คุณปู่ไม่มีลูกหลานใกล้ชิดที่ไหนอีก”

“แล้วคุณปู่เป็นใครกันฮะ ทำไมถึงได้จ่ายค่าเทอมแพงขนาดนั้นได้”

“คุณปู่ของลูกก็คือเจ้าสัวคิมไงล่ะ คนที่เป็นเจ้าของกิจการห้างขนาดใหญ่ทั้งหมดในกรุงโซล ยังไม่รวมโรงแรมระดับ5ดาวอีกหลายสาขาด้วย” คนเป็นพ่ออธิบายให้ลูกชายคนเดียวฟัง

“หา รวยขนาดนั้น แล้วทำไมเราถึงได้จนล่ะ ปั้นซาลาเปาขายทุกวันไม่เห็นจะได้เงินสักเท่าไหร่ อย่าบอกนะว่าพ่อมากัดก้อนเกลือกินกับแม่ เพราะคุณปู่ไม่อยากให้แต่งงานกับแม่เหมือนในละครหลังข่าวน่ะ”

“ถูกต้องเลยลูกรัก ลูกเข้าใจถูกแล้ว”

“โห ไม่อยากจะเชื่อว่าชีวิตเราก็น้ำเน่าเหมือนกัน”

“แล้วลูกตกลงจะไปเรียนที่โรงเรียนนั้นไหม”

“แล้วพ่อกับแม่จะไปอยู่ด้วยกันไหมล่ะฮะ”

“ไม่หรอกจุนซู พ่อกับแม่ตัดสินใจออกมาแล้ว คงไม่หันหลังกลับไปอีก แต่เพื่ออนาคตของลูก พ่อกับแม่เลยอยากให้ลูกกลับไปเรียนโรงเรียนดีๆ ไม่ใช่โรงเรียนรัฐจนๆอย่างทุกวันนี้”

“ถ้าพ่อแม่ไม่ไป จุนซูก็ไม่ไป คุณปู่มีเหตุผลอะไรอยู่ดีๆจะมาพาไปเฉยๆ จุนซูไม่ไปเด็ดขาด” คนตัวเล็กพูดอย่างมั่นใจ

“แต่ว่า ถ้าลูกไปเรียนที่โน่น จะได้เล่นฟุตบอล ร้องเพลง แล้วก็อะไรตั้งหลายอย่างที่ลูกอยากทำนะ”

“ไม่เอาหรอก ถึงจะอยากทำ แต่ไม่มีพ่อกับแม่ไปด้วย จุนซูก็ไม่ไปหรอก” จุนซูเข้าไปกอดพ่อกับแม่เอาไว้แน่น

“จุนซูไม่ไปนะ ยังไงก็ไม่ไปเด็ดขาด”

“เอางั้นก็ได้ ถ้าลูกไม่อยากไปพ่อจะไปปฏิเสธคุณปู่ ลูกตัดสินใจดีแล้วนะ”

“ฮะ ไม่ไปเด็ดขาด” จุนซูพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“ตกลง พ่อจะบอกปู่ให้ ตอนนี้ไปโรงเรียนได้แล้ว เดี๋ยวสาย”

“ฮะ ไปก่อนนะฮะพ่อ แม่”

พูดจบก็วิ่งออกไปจากบ้านทันที โดยที่ไม่รู้ว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้


“จุนซู วันนี้ทำไมมาสายจัง” ซึงรีเพื่อนสนิทที่สุดของจุนซูเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่เห็นคนตัวเล็กวิ่งหอบเข้ามาในห้องเรียน

“ไม่มีอะไร วันนี้พ่อกับแม่มีธุระคุยด้วยเลยออกมาสาย”

“งั้นเหรอ วันนี้เราจะไปเตะฟุตบอลอีกหรือเปล่า ตอนเย็นมีคนมาท้าแข่งด้วยนะ”

“ไม่ได้หรอก วันนี้ต้องกลับไปช่วยพ่อแม่ปั้นซาลาเปาน่ะ วันนี้มีออร์เดอร์ใหญ่ นายไปคนเดียวแล้วกัน”

“ได้ไงล่ะ ถ้านายไม่เล่น ฉันก็ไม่มีกำลังใจเล่นหรอก” ซึงรีพูดเป็นนัยๆ เพราะเขาแอบชอบเพื่อนตัวเล็กมานานแล้ว แต่ไม่มีทีท่าว่าคนตรงหน้าจะรับรู้อะไรซะบ้างเลย

“อย่ามาเวอร์ ฉันไม่ได้เป็นกำลังให้นายหรอก แต่ถ้าไม่มีฉัน ไม่มีใครเขายอมส่งลูกให้นายล่ะสิ ชอบทำตัวเด่นดีนัก”

จุนซูค่อนขอดให้ เพราะซึงรีถึงจะเล่นบอลเก่ง แต่เป็นพวกโชว์ออฟเล่นอยู่คนเดียว ไม่ยอมส่งให้ใครง่ายๆ ทำให้คนในทีมรู้สึกหมั่นไส้ ถ้าไม่มีเขาไปคงไม่มีใครให้หมอนี่เล่นด้วยแน่นอน

“ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ช่างเถอะ งั้นเดี๋ยวฉันไปช่วยนายนวดแป้งแล้วกันนะ”

“ก็ได้ งั้นเย็นนี้กลับพร้อมกัน”

“อืม”


“คิมจุนซู คิมจุนซู เชิญที่ห้องพักครูด่วน”

เสียงประกาศจากห้องกระจายเสียงดังขึ้น ในขณะที่จุนซูกำลังนั่งทานข้าวกลางวันกับซึงรี เท้าเล็กๆเดินไปที่ห้องพักครู พลางคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นาวันนี้ ไม่ได้เตะบอลถูกกระจกแตก ไม่ได้ทำกระถางต้นไม้แตก แถมเทอมนี้ก็จ่ายค่าเทอมแล้ว แล้วนี่ครูมีธุระอะไรกับเขาอีก หรือว่าคะแนนภาษาอังกฤษไม่ดี อึ๋ย แค่คิดก็เสียวแล้ว โดนเล่นแน่ๆถ้าเป็นเรื่องนี้อ่ะ

“มาแล้วเหรอคิมจุนซู มาใกล้ๆครูนี่” อาจารย์ที่ปรึกษาทำสีหน้าไม่ดี ในขณะที่เรียกจุนซูเดินเข้าไปใกล้

“มีอะไรครับอาจารย์” จุนซูงง วันนี้อาจารย์ทำไมไม่มีท่าทีเกี้ยวกราดใส่เขาเหมือนทุกทีล่ะ

“ทำใจดีๆไว้นะคิมจุนซู ครูมีเรื่องต้องแจ้งให้เธอทราบ”

“เรื่องอะไรครับ”

“ทางตำรวจแจ้งมาว่า ที่ร้านขายซาลาเปาของเธอ โดนระเบิดพังทั้งร้านเลย แล้วพ่อกับแม่ของเธอก็อยู่ในนั้นด้วย ตอนนี้ทางตำรวจกำลังค้นหาศพพ่อกับแม่ของเธออยู่”

เสียงของอาจารย์ดังผ่านโสตประสาทของเขาไป ตอนนี้จุนซูรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางหัวใจ นี่เขาฝันไปใช่ไหม สิ่งที่อาจารย์พูดมันไม่ใช่ความจริง เขากำลังฝันร้ายอยู่ เมื่อเช้าเขายังคุยกับพ่อแม่ เขายังกอดพ่อแม่อยู่เลย เรื่องนี้มันไม่จริง จุนซูยืนตัวแข็งค้างไปกับเรื่องที่ได้ยิน

“คิมจุนซู คิมจุนซู” เสียงอาจารย์เรียก

“เธอได้ยินหรือเปล่า คิมจุนซู ทำใจดีๆไว้”

ไม่มีเสียงตอบกลับจากร่างเล็กๆ ที่ยืนเบิกตาค้าง มีแต่หน้าที่หันไปทางเสียงเรียกของอาจารย์ และน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบหลุดรอดออกมาจากคนตัวเล็ก หลังจากนั้นไม่นาน สติของจุนซูก็ดับไป ร่างเล็กๆทรุดลงกับพื้นทันที โดยที่ไม่มีใครรับไว้ได้ทัน


จุนซูลืมตาขึ้น สายตาของเขาเห็นแต่ฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตา เขากวาดสายตามองไปรอบๆตัว ก็พบกับสายน้ำเกลือที่ติดอยู่กับแขนของเขา นี่เขาเป็นอะไรไป เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จุนซูที่กำลังมึนงงอยู่ใช้สมองคิดอย่างหนัก ทำให้เขารู้สึกปวดจี๊ดที่หัวขึ้นมาทันที เป็นผลกระทบจากแรงกระแทกตอนที่เขาล้มลงไปที่ห้องพักอาจารย์แน่ๆ ห้องพักอาจารย์ ใช่แล้ว จุนซูนึกขึ้นได้

“พ่อ แม่”

เสียงพูดเพ้อๆของคนตัวเล็กดังออกมา ทำให้ซึงรีที่เฝ้าอยู่ไม่ห่าง เดินข้ามาหาจุนซูที่เตียง ตั้งแต่มีคนมาบอกเขาว่าจุนซูเป็นลมอยู่ที่ห้องพักครูเขาก็รีบตามไปหาจุนซูที่ห้องพักครูทันที จนมานั่งเฝ้าจุนซูที่สลบไปเพราะอาการช็อคอย่างรุนแรงตั้งแต่ตอนเที่ยง มองดูหน้าที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วยังเต็มไปด้วยเลือดฝาด แก้มเป็นสีขาวอมชมพู แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสีขาวซีดอย่างน่าตกใจ

“ซึงรี พ่อกับแม่ล่ะ พ่อกับแม่ฉันล่ะ” จุนซูละล่ำละลักถามพร้อมน้ำตาที่หลั่งไหลอย่างไม่ขาดสาย

“นายทำใจให้สบายเถอะนะ เอาไว้นายดีขึ้นแล้วค่อยคุยกันเรื่องนี้” ซึงรีจับมือของจุนซูมากุมเอาไว้

“ไม่ มันไม่จริงใช่ไหม อาจารย์โกหกใช่ไหมซึงรี มันไม่จริงใช่ไหม พ่อแม่ยังอยู่ ร้านไม่ได้โดนระเบิดใช่ไหม”

“จุนซู นายไม่สบายนะ พักก่อนเถอะ”

ซึงรีกดตัวของจุนซูให้นอนลง แต่คนตัวเล็กก็ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมากจากไหน ไม่สนใจสายน้ำเกลือที่ติดอยู่กลับใช้มืออีกข้างกระชากออกไปอย่างไม่ใยดี รีบลงจากเตียง ทำให้เกิดอาการหน้ามืดเพราะร่างกายยังอ่อนแออยู่ แต่ซึงรีก็รับเอาไว้ทันก่อนที่คนตัวเล็กจะหน้าคว่ำไปกับพื้น

“เห็นไหม ฉันบอกว่านายยังไม่แข็งแรง นอนก่อนนะ พอนายดีขึ้นแล้วเราค่อยมาคุยกัน” ซึงรีพยุงจุนซูขึ้นไปนอนที่เตียงคนไข้ และกดกริ่งเรียกพยาบาลเข้ามาทันที

“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ ฮือ~~~ พ่อ แม่ ไม่จริง พ่อกับแม่ยังไม่ได้ทิ้งผมไป ไม่จริง” จุนซูร้องไห้เสียงดังลั่นห้อง ดิ้นไปมาจนกระทั่งซึงรีแทบจะจับเอาไว้ไม่อยู่ พอดีกับที่พยาบาล2คนเข้ามา จึงมาช่วยซึงรีจับเอาไว้อีกแรง

“คนไข้อาละวาดค่ะคุณหมอ เชิญที่ห้อง501ด้วยค่ะ”

นางพยาบาลรีบติดต่อไปยังเค้าท์เตอร์ทันที เพราะคนไข้ไม่มีทีท่าว่าจะสงบได้เลย ไม่นานนักหมอและบุรุษพยาบาลร่างยักษ์สองคนก็เดินเข้ามาในห้อง ดันซึงรีให้หลบไปอีกทาง ก่อนที่สองคนจับจับคนตัวเล็กตรึงไว้กับเตียงนิ่งๆ เพื่อให้หมอฉีดยานอนหลับให้ หลังจากที่หมอเดินยาเข้าไปในกระแสเลือดแล้ว จุนซูก็มีท่าทีสงบลงเรื่อยๆ จากเสียงร้องคร่ำครวญก็กลายเป็นเสียงพึมพำเบาๆ จนหลับไป นางพยาบาลจัดการใส่เข็มน้ำเกลือเข้าไปใหม่ ที่มืออีกข้าง เพราะมือข้างเดิมมีรอยที่จุนซูกระชากเข็มออกเป็นรอยยาว ไม่สามารถเจาะเพิ่มได้อีก

“เขาจะเป็นอะไรไหมครับคุณหมอ” ซึงรีเข้ามาถามอาการก่อนที่หมอจะเดินออกจากห้อง

“ไม่หรอกครับ เขาแค่เหนื่อยอ่อน แล้วก็ตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้อย่างกะทันหัน ตอนนี้หมอให้ยานอนหลับไปแล้ว คิดว่าฟื้นขึ้นมาอีกครั้งคงพอจะคุยกันรู้เรื่องแล้วล่ะครับ หมอขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอบคุณครับคุณหมอ” ซึงรีโค้งให้หมอทีนึงก่อนที่จะเดินเข้าไปดูคนตัวเล็กใกล้ๆ ด้วยความสงสาร

“ไม่ต้องห่วงนะจุนซู นายไม่ต้องกลัว ยังไงฉันก็จะอยู่ใกล้ๆนายเสมอ เพราะนี่มันก็เป็นหน้าที่ของฉันเหมือนกัน” ซึงรีพูดกับร่างไร้สติของคนตัวเล็ก ที่หลับไปเพราะยานนอนหลับ


ตอนเช้าอากาศสดใส แสงแดดทอแสงอบอุ่นมากระทบคนตัวเล็กที่อยู่บนเตียงพยาบาล จุนซูลืมตาอย่างยากเย็น เพราะตอนนี้เขายังมีอาการมึนๆจากฤทธิ์ยานอนหลับที่คุณหมอฉีดให้ ทำให้ทุกอย่างดูพร่ามัวในสายตาของเขา คนตัวเล็กเห็นร่างคนลางๆอยู่ข้างๆเตียง จึงเอ่ยปากขอน้ำ เพราะตอนนี้ลำคอของเขาแห้งผากไปหมด

“ใครน่ะ ซึงรีเหรอ ขอน้ำหน่อยสิ ฉันหิวน้ำจังเลย”

ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างที่เห็นลางๆ มีแต่เสียงน้ำที่รินออกจากขวดใส่แก้ว และความอบอุ่นจากมือใหญ่และท่อนแขนแข็งแรงที่ช้อนตัวเขาขึ้นมากินน้ำเท่านั้น

“ขอบใจนะ เอ๊ะ คุณเป็นใครฮะ”

จุนซูถามด้วยความสงสัย หลังจากที่สายตาของเขาเริ่มชินกับแสงสว่าง เขาก็เห็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา แต่งกายสุภาพ ด้วยชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมทับด้วยสูทสากลสีดำกางกางแสลคและรองเท้าหนังมันวับ ดูยังไงๆ ในชีวิตเขาก็ไม่เคยเจอผู้ชายคนนี้มาก่อนแน่ๆ คนที่อยู่รอบๆตัวเขาไม่มีใครที่ดูดี เท่ห์ และแต่งตัวมีสไตล์เท่าคนตรงหน้ามาก่อน ชายหนุ่มร่างสูงคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ยืนตัวตรงโค้งให้จุนซูทีนึงก่อนจะแนะนำตัวเองสั้นง่ายๆว่า

“ผมปาร์คยูชอนครับ เป็นคนรับใช้ของคุณหนูจุนซู”


%%%%%

TBC

เรื่องนี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากดูซีรีย์ญี่ปุ่นนะค่ะ แต่ว่าคงไม่เหมือนหมดซะทีเดียวหรอกค่

edit @ 3 Mar 2010 14:10:33 by kameryuichi

edit @ 3 Mar 2010 14:11:07 by kameryuichi

edit @ 3 Mar 2010 14:11:33 by kameryuichi

edit @ 3 Mar 2010 14:35:50 by kameryuichi

edit @ 3 Mar 2010 23:31:39 by kameryuichi

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกก

เส้าอ่ะ ระเบิดด้วย

แต้น แต้น แต้น แต่น ปาร์คยูชอนมาช่วยแล้ว

อิอิ รักยูซู รออๆๆๆจ้า

เปนกะลังใจให้น่ะค่ะ

#1 By *-* (125.25.128.129) on 2010-03-05 00:34

น่าสงสารน้องจุน
อยู่ดีๆก็ต้องเสียพ่อแม่ไป
ใครนะมาวางระเบิดบ้านได้
แต่มิคมาดูแลน้องแบบนี้ หายห่วง
มาต่อเร็วๆนะไรเตอร์

#2 By chebi (124.120.119.174) on 2010-03-05 13:55

กรี๊ดๆๆๆ


ปาร์คมาได้เท่ห์มากลูก

สงสารจุนอ่ะ ระเบิดทีหมดกันเลย โฮกกกกกกก

#3 By ที (58.9.231.5) on 2010-03-08 13:35